แพท พาวเวอร์แพท

วันเปลี่ยนชีวิต แพท พาวเวอร์แพท จัดมีตติ้งครบรอบ 2 ปีที่ได้รับอิสรภาพ

เป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และมีความหมายมากมาย สำหรับงาน Pat’s Freedom Thank you Party ที่นักร้องหนุ่ม “แพท วรยศ บุญทองนุ่ม” หรือ “แพท พาวเวอร์แพท” ตั้งใจจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปีที่เจ้าตัวได้รับอิสรภาพ เพื่อแทนคำขอบคุณที่แฟนคลับและสังคมให้โอกาสและซัพพอร์ตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงอยากส่งต่อกำลังใจผ่านงานนี้ถึงคนหลังกำแพงที่เคยก้าวพลาด ให้มีพลังกายพลังใจในการกลับตัวกลับใจเป็นคนดี

แพท พาวเวอร์แพท

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 เป็นวันแรกที่หนุ่มแพทได้รับอิสรภาพกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ วันนี้จึงเป็นวันเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญที่เจ้าตัวจะไม่มีวันลืม และได้กลายเป็นเหตุผลที่แพทเลือกจัดงานที่ร้าน Cook & Coff ของเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่แพทก้าวเท้าออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นร้านกาแฟและร้านอาหาร ที่เปิดขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่ฝึกงานสำหรับนักโทษชั้นดีและใกล้พ้นโทษ รวมถึงจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขัง เพื่อฝึกการทำงานและหารายได้เพื่อเป็นเงินทุนหลังพ้นโทษ แพทจึงอยากให้คนภายนอกได้มาอุดหนุน และได้สัมผัสอีกด้านของคนหลังกำแพง ว่าพวกเขาเหล่านั้นได้ผ่านการพัฒนาตัวเองเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม และมีความสามารถหลากหลายด้าน อยากให้สังคมเปิดใจให้โอกาสผู้ที่เคยก้าวพลาดได้กลับมามีที่ยืนในสังคมอีกครั้ง

งานนี้แพทใส่ไปทั้งใจ เตรียมงานเองทุกขั้นตอน ทั้งยังจัดเต็มขนเพลงเก่าและเพลงใหม่ที่ไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อน มาเล่นให้ฟังแบบเต็มอิ่ม บรรยากาศคึกคักตั้งแต่โชว์ยังไม่เริ่ม แฟนคลับทยอยตบเท้าเข้างานพร้อมกับพกป้ายไฟมากันเต็มไม้เต็มมือ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง ซึ่งมีให้เลือกช็อปหลากหลายแบบ แถมราคาน่ารัก คนซื้อได้ของดีมีคุณภาพ ส่วนคนขายก็ได้รับกำลังใจไปเต็มๆ

ในที่สุดช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อ “แด๊ดดี้แพท” ออกมาปรากฏตัวในลุคสบายๆ แต่หล่อละมุนเหมือนเดิม ท่ามกลางบรรยากาศก่อนตะวันตกดินที่เห็นแสงพระอาทิตย์สีทองสะท้อนแม่น้ำเจ้าพระยา วิวสวยงามและอบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่นของทุกคนในงาน ก่อนที่จะเปิดโชว์เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นด้วยเพลงเก่าและเพลงใหม่ เริ่มจากเพลง สำออย, แม่น้ำร้อยสาย, ไม่สำคัญ, โรงภาพยนตร์, ไม่บังเอิญ, หนีห่าง, สิ่งสมมุติ และ รักไม่เบื่อ ทำเอาฟินไปตามๆ กัน

หลังจากฟังเพลงกันจุกๆ ก็มาถึงอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานนั่นก็คือ ช่วงของการเล่นเกมแจกกระเป๋าผ้าแคนวาสลายกระต่าย เพราะปีนี้เป็นปีกระต่าย ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดฝีมือพี่ๆ ผู้ต้องขัง ทั้งหมด 6 รางวัล 6 ลายไม่ซ้ำกัน หนุ่มแพทเลือกที่จะให้ผู้ต้องขังเป็นคนเพนท์กระเป๋าให้ เพราะอยากให้คนภายนอกเห็นความสามารถของคนข้างในว่ามีฝีมือและมีความตั้งใจในการฝึกฝนตนเอง จนมีผลงานระดับมืออาชีพ เรียกว่านอกจากความสวยงามแล้ว กระเป๋าทุกใบยังมีความหมายที่มีคุณค่าทางใจซ่อนอยู่ในนั้น

เซอร์ไพรส์กันต่อด้วยโชว์จากวงดนตรีของผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นนักดนตรีที่เล่นประจำอยู่ที่ร้าน Cook & Coff งานนี้หนุ่มแพทตั้งใจชวนมาร้องให้ฟังกันสดๆ 2 เพลงรวด โดยเป็นเพลงที่พี่ๆ ผู้ต้องขังเป็นคนแต่งเอง ชื่อเพลง ตัวตนใต้เงา และเพลง Cook & Coff ต้องบอกว่าความสามารถไม่ธรรมดา เพลงเพราะ เนื้อหากินใจ แถมนักร้องเสียงดีมากเวอร์ ร้องจบปุ๊ปเสียงกรี๊ดมาเต็ม ทำเอาพี่ๆ ผู้ต้องขังใจฟู

บนเวทีประทับใจกันแบบไม่มีพัก “แด๊ดดี้แพท” จัดความฟินให้ชุดใหญ่ไฟกระพริบ ด้วยเพลงเพราะๆ ทั้งเพลงของตัวเอง และเพลงดังของศิลปินในตำนานที่คุ้นหูกันเป็นอย่างดี อย่าง องศาที่ต่างกัน, สบตา, 02.22 น., ต้องคำสาป, เข้ากันไม่ได้, ติดได้ติดไป, ตายทั้งเป็น, ฤดูฝัน และตบท้ายด้วยเพลงใหม่ล่าสุดที่หนุ่มแพทแต่งเอง อย่างเพลง The Last(สุดท้าย) ที่นำมาร้องโชว์อย่างเป็นทางการในงานนี้เป็นครั้งแรก โดยตลอดงานมีเพื่อนรัก อย่าง “เจี๊ยบ กมลชัย เข็มทอง” มือกลองของวงพาวเวอร์แพท มาร่วมแจมบนเวที รวมถึง “เท็ดดี้ ณัฐฎ์ณัฐ หิรัญสมบูรณ์” และ “เอ ไวตามินเอ (ศิลปินในยุค 90)” ก็ได้มาร่วมอยู่ในโมเมนต์สำคัญนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีคนสำคัญที่สุดในชีวิตของหนุ่มแพท นั่นก็คือคุณพ่อ “นิวัฒน์ บุญทองนุ่ม” มาให้กำลังใจลูกชายติดขอบเวที ซึ่งทั้งคู่ได้กอดแสดงความรักต่อกัน เป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจมากมาย

ก่อนที่ช่วงท้ายจะตอกย้ำความสุขในค่ำคืนนี้ ด้วยการที่ “แด๊ดดี้แพท” ร่วมถ่ายภาพกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง เรียกว่าตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม มีครบทุกความรู้สึก ทั้งความสนุก ประทับใจ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น สมกับเป็นวันสำคัญของเจ้าตัวที่เฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน

ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง

‘ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง’ อาการที่ไม่ควรมองข้าม ระวังลามไปสู่โรคทางระบบประสาทอื่นๆ

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผย ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง (Writer’s cramp) อาการเกร็งที่กล้ามเนื้อมือและแขนเมื่อเขียนหนังสือ และเขียนได้ช้าลง อาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น แนะควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

‘ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง’ อาการที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง (Writer’s cramp) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า task-specific dystonia ซึ่งเป็นอาการเคลื่อนไหวผิดปกติในรูปแบบของการบิดเกร็งผิดรูป ทีเกิดขึ้นเฉพาะบางท่าทาง เช่น เขียนหนังสือ พิมพ์ดีด เล่นดนตรี เล่นกีฬาบางชนิด เป็นต้น

และอาการเกร็งจะหายไปเมื่อเลิกทำท่าทางนั้นหรือเมื่ออยู่เฉยๆ โดยจะพบอาการเกร็งมือเวลาเขียนหนังสือได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกแน่นหรือเกร็งนิ้วมือ มือ ข้อมือหรือแม้กระทั่งอาจลามถึงแขนเวลาใช้มือข้างนั้นเขียนหนังสือ ส่งผลให้ลายมือเปลี่ยนไป เขียนหนังสือช้าลง จนกระทั่งไม่สามารถเขียนหนังสือได้ บางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยต้องหัดเขียนหนังสือด้วยมืออีกข้างแทน ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยโดยตรง

ผู้ป่วยประมาณ 10-20% อาจมีอาการของโรครุนแรงมากขึ้น จนมีอาการมือเกร็งเวลาทำกิจกรรมอื่นนอกจากเขียนหนังสือ เช่น จับช้อนหรือส้อมเวลาทานอาหาร ติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น หรืออาจมีอาการเกร็งลามไปมืออีกข้างทำให้เป็นภาวะมือเกร็งทั้งสองข้างได้

ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็งอาจเป็นอาการนำของการเกิดโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง ทั่วตัวที่เป็นกรรมพันธุ์ เป็นต้น

สาเหตุของโรคเกิดจากสมองที่มีวงจรทำงานผิดปกติ โดยส่งผลให้เกิดการบิดเกร็งของร่างกายส่วนนั้นๆ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาผู้ป่วยโดยการกินยา และการทำกายภาพบำบัดเพื่อลด อาการเกร็ง แต่ผลการรักษามักมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร และมีผลข้างเคียงของยาเมื่อใช้ในปริมาณสูง

ในปัจจุบันการรักษาที่เป็นมาตรฐานคือ การฉีดยาโบทูลินัม ในตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่เกร็งเวลาเขียนหนังสือ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยจากการฉีดยาโบทูลินัมคือ อาจมีกล้ามเนื้อมืออ่อนแรงชั่วคราวได้ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังฉีด จากนั้นมือ จะกลับมามีแรงตามปกติโดยที่ไม่มีอาการเกร็งได้นาน 2-3 เดือน ทำให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ ดังนั้น หากมีอาการภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยป้องกันไม่ให้โรคลุกลามต่อไป


ข้อมูล : กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แม่มิงค์

หน้าเด็กโกงอายุ เปิดภาพ แม่มิงค์ วัย 41 ปี มารดาของ ชิกิต้า BABYMONSTER

หลายคนมักพูดว่าริ้วรอยบนใบหน้ามักจะฟ้องบ่งบอกถึงอายุ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นมักใช้ไม่ได้เสมอไป ยกตัวอย่างเช่นกรณีของคุณแม่ของ ชิกิต้า- ริรชา พรเดชาพิพัฒ สาวไทยสมาชิกวง BABYMONSTER ศิลปินใหม่ของค่าย YG Entertainment ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณแม่หน้าเด็กโกงอายุมากๆ

แม่มิงค์

คุณแม่มิงค์ มีชื่อจริงว่า วรารัตน์ ธนิตวรกิต ปัจจุบันอายุ 41 ปี เป็นมารดาของ คอปเปอร์-เดชาวัต พรเดชาพิพัฒ นักแสดงหนุ่มช่อง ONE และ แคนนี่ พรเดชาพิพัฒ สมาชิกวง BABYMONSTER ศิลปินใหม่ของค่ายเพลงเกาหลี YG Entertainment

คุณแม่มิงค์

นอกเหนือจากการเป็นคุณแม่ของ 2 ดาราแล้ว คุณแม่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะคุณแม่หน้าเด็ก มีผู้ติดตามบน TikTok 26,000 ยูเซอร์ โดยคลิปที่ครีเอตออกมาแต่ละคลิป จะเป็นการเต้นในสไตล์น่ารักๆ ของคุณแม่ ซึ่งหลายเม้นต์ที่เข้ามาคอมเม้นต์ก็มักจะขอสูตรลับหน้าเด็กของคุณแม่อย่างมากมาย

ภาพจาก : @makimink

NIKE

แฟชั่นล้ำสมัย! AI สร้างไอเท็มสุดแปลกตา แรงบันดาลใจจากสมัย Renaissance

โลกของเราหมุนไปพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีในทุก ๆ วัน จนทำให้ผู้คนพากันตื่นตระหนกว่า สักวันหุ่นยนต์ที่ไม่มีชีวิตเหล่านี้จะมาแทนแรงงานคนหรือเปล่า แต่อีกมุมหนึ่งของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ก็มีประโยชน์ในหลายวงการ รวมถึง ’วงการแฟชั่น’ ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยให้เหล่าศิลปินได้ออกแบบแฟชั่นไอเท็มล้ำสมัยออกมาได้มากขึ้น

เช่นเดียวกับแฟชั่นไอเท็มเหล่านี้ที่มาจาก AI โดยผสมผสานแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง NIKE เข้ากับศิลปะในสมัย Renaissance หรือที่เรารู้จักกันในภาษาไทยว่า สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ไม่ว่าจะเป็นโทนสีที่เลือกใช้สีเบจอ่อนหรือดีไซน์ของแต่ละไอเท็มที่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะโค้งมน และใช้รูปทรงเรขาคณิตในการออกแบบ ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของสถาปัตยกรรมของสมัยเรแนซ็องส์ มาใช้ในผลงานเสมือนจริงที่เราเห็นอยู่

แฟชั่นไอเท็มทั้งหมดถือว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง อดีต, ปัจจุบัน และอนาคต ถึงแม้ผลงานเหล่านี้จะไม่ได้เกิดขึ้นจริงภายใต้แบรนด์ NIKE และเป็นเพียงผลลัพธ์จากจินตนาการของศิลปินเท่านั้น แต่ก็ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นถึงประโยชน์การมีอยู่ของ AI ในวงการแฟชั่นที่ล้ำสมัยไปอีกขั้น

ภาพ : Instagram @str4ngthing
ข้อมูล : Instagram @str4ngthing


บุ๋ม-ปนัดดา

“ต่อจากนี้พี่จะดูแลหนูเอง” นี่แหละรักแท้! ของสาวเก่งและแกร่ง บุ๋ม-ปนัดดา

เรียกว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้หญิงรุ่นใหม่เลยจริงๆ ที่เก่งทั้งเรื่องการเรียน และ กล้าพูดกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองคิด สำหรับ บุ๋ม-ปนัดดา สาวสวยมากความสามารถที่มีความสุขในการต่อสู้เพื่อสังคม บุ๋ม เริ่มเข้าสู่วงการหลังคว้าตำแหน่งนางสาวไทยในปี พ.ศ. 2543 และนับว่าเป็นระดับตัวแม่ในงานพิธีกรรายการบันเทิงหลายรายการ แถมยังมีฝีมือทางด้านงานแสดง พร้อมทั้งยังทำหน้าที่สำคัญคือ ความยุติธรรมโดยเฉพาะสิทธิสตรี

บุ๋ม-ปนัดดา

ล่าสุดเธอได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ซึ่งได้เปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อมและเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจ เพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรกแบบหมดเปลือก นอกจากนี้ยังเปิดความลับช่วงโสดเสน่ห์แรง ถึงกับมีมหาเศรษฐีจากต่างประเทศบินมาเพื่อรุมขอแต่งงาน พร้อมเผยหมอดูเคยทัก บุ๋ม ต้องมีเนื้อคู่ อายุมากกว่า เกิดปีฉลู ผิวเข้ม เป็นพ่อหม้าย ตรงเป๊ะกับ คุณก็อต ทุกอย่าง แต่คุณก็อตเคยโดนคุณแม่ห้ามว่า “จะดีเหรอลูก บุ๋ม ปนัดดา เขาแรงนะ!” แต่ความรักชนะทุกสิ่งในที่สุดกำแพงความรักของ บุ๋ม ต้องทลายลงเพราะคำว่า พี่จะดูแลบุ๋มเอง พร้อมกับเผย ท้องได้ 6 เดือน ดันมีฝรั่งมาตามจีบที่โรงพยาบาล จนคุณหมอต้องโทรหาคุณก็อตให้มาดูแล และในความเป็นคุณแม่สุดสตรองของ บุ๋ม ที่สตรองทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ได้บอกใครว่าท้อง พอคลอดเสร็จ 3 วันทำงานต่อ

ในช่วงที่โสดได้ยินมาว่าหนุ่มๆ รุมจีบเยอะมากจริงไหมคะ?

บุ๋ม: หนุ่มจีบเยอะมาก !เยอะแบบสุดๆหลังจากที่ข่าวออกไปว่าโสดแล้วจ้า คนนั้นที่เคยจีบ คนนี้ที่เคยจีบเต็มไปหมดเลย ทุกสาขาวิชาชีพรวมตัวเลยก็ว่าได้ค่ะ ทั้งในวงการนอกวงการ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่มากันแบบมืดฟ้ามัวดิน มาทั้งไทยและต่างประเทศ มหาเศรษฐีมาเต็มเลย เป็นแบบบริษัทธุรกิจเพชรเลยสามคนจากต่างประเทศกำลังจะบินมาเพื่อมาของแต่งงาน ?

บุ๋ม-ปนัดดา 01

เห็นว่ามีหมอดูทักเรื่องเนื้อคู่ด้วย ซึ่งดูจะตรงกับคุณก็อต?

บุ๋ม: เขาบอกว่าเนื้อคู่เราจะอายุมากกว่า เกิดปีฉลู ผิวเข้มเป็นพ่อหม้าย ละเอียดอย่างนี้เลยค่ะ ก็เลยคบกับเด็กที่อ่อนกว่าหมดเลยเพราะเป็นคนที่ฝืนดวงกำหนดมาอย่างไร ฉันก็ไม่เชื่อจนกระทั่งมาคบกับ พี่ก็อต เกิดปี 16 อ้าว!! แก่กว่าเราคือคบกันแล้วถึงรู้ว่าเขาแก่กว่า แล้วก็ปีฉลูด้วยค่ะ แล้วพ่อหม้ายลูกติดสามคนด้วยค่ะ ทุกอย่างคือตรงเป๊ะเลย

คุณแม่ขอฝั่ง พี่ก็อต มีเบรคๆด้วยว่าจะดีเหรอลูก บุ๋ม เขาแรงนะ ?

บุ๋ม ปนัดดา : (ยิ้ม)

ในที่สุดแล้วก็มีคนคนหนึ่งที่แหวกกำแพงทุกอย่างเข้ามาได้ อะไรที่ทำให้กำแพงที่พังทลายลงเพราะคนคนนี้?

บุ๋ม : เขาสังเกตดูว่าสิ่งที่ บุ๋ม ทำตื่นเช้ามา บุ๋ม ก็เริ่มทำงานเขาบอกเอ๊ะ !! นี่ บุ๋ม ทำเพื่อครอบครัว ทำเพื่อลูก ทำเพื่อสังคมแล้วอะไรคือสิ่งที่ บุ๋ม ทำเพื่อตัวเอง  บุ๋ม ก็สะอึกนะ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวจากนี้ไป พี่ จะวางแผนแล้วก็วางอนาคตให้ บุ๋ม เองวันหนึ่งที่หนูแกตัวลงไม่มีใครดูแลหนูพี่จะดูแลหนูเอง นี่คือ สิ่งที่เขาได้ใจเราไปเลย

ตอนที่ท้องครั้งนี้ทำไมไม่คิดจะบอกใครเลย? 

บุ๋ม: ไม่ได้คิดจะบอกใครเพราะก็กะลุ้นว่าเมื่อไหร่คนที่รู้จักกันอย่างนี้ จะทักฉันล่ะ เพราะฉันไม่ได้หนีทีมงานไม่รู้จริงๆว่าฉันท้องแล้วเขาก็ลากเราลงไปในน้ำ 5 เดือน ตอนนั้นลุยน้ำประมาณระดับหน้าอกก็ยังลงพื้นที่ อ่างทอง ก็ยังลากเรืออยู่เลย

บุ๋ม-ปนัดดา 01

ตอนที่มีข่าวที่ทุกคนรู้แล้วว่าท้องคลอดก็จะมีผู้คนอีกมากมายว่าอีกแล้วเหรอสตรองขนาดนี้ ชินขนาดนี้มันมีระคายหัวใจบ้างไหม?

บุ๋ม : มีค่ะ เพราะว่าบางคำมันหนักมาก มันแรงมากด่า บุ๋ม ว่า “สำส่อน” ด่าแรงๆมาก

ซึ่งในระหว่างท้องคือ มีคนเข้ามาจีบด้วยหรือคะ?

บุ๋ม: ท้องครั้งนี้ไม่ใหญ่เลยแล้วก็กลายเป็นว่าคนก็ดูไม่ออก ตอนที่ท้องอยู่ประมาณ 6 เดือน มีฝรั่งมาจีบ บุ๋ม ไปโรงพยาบาลเราก็นั่งทานแซนวิชของเราอยู่ แล้วอยู่ๆก็มีน้ำยื่นมาให้เราก็หันไปขอบคุณเขา เขาก็จีบเขาก็ถามมีแฟนหรือยังแต่เขาไม่ฟังคำตอบเราเลยเขาก็พูดๆยาวมาก จนกระทั่งคุณหมอมาช่วยเกือบครึ่งชั่วโมง เขาก็ยังนั่งรอหน้าห้องไม่ยอมไปไหน คุณหมอ โทรหา พี่ก็อต ว่าคุณก็อต ทำไมไม่มาดูแล คุณบุ๋ม เนี่ย !! ฝรั่งมาตามจีบ พี่ก็อต พูดว่าเขาเป็นผู้หญิงแข็งแกร่งเขาดูแลตัวเองได้แล้ววางหู (ยิ้ม)

ติดตามเรื่องราวทุกช่วงเวลาชีวิตของ บุ๋ม ปนัดดา ได้ในรายการ Club Friday Show วันเสาร์ที่  7 มกราคม เวลา  12.00 น. ทางช่องวัน31

โรงแรมคิมป์ตัน-มาลัย-กรุงเทพฯ-เชฟ-Christian-Herrgesell-Cover

คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เปิดประสบการณ์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมกับเชฟชื่อดังระดับโลก Christian Herrgesell

โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ นำเสนอประสบการณ์รับประทานอาหารระดับมิชลินสองดาวกับเชฟ Christian Herrgesell ในดินเนอร์สุดพิเศษที่จะมีขึ้น 2 วันเท่านั้น ในวันที่ 27 และ 28 มกราคม 2566 นี้ที่ Maa-Lai Library บนชั้น 30 ของโรงแรมฯ

คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เปิดประสบการณ์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมกับเชฟชื่อดังระดับโลก Christian Herrgesell

เชฟ Christian เชฟชาวเยอรมัน ผู้มีประสบการณ์ในวงการเชฟและอาหารมามากกว่า 20 ปี หนึ่งในร้านอาหารที่เชฟร่วมงานด้วยกว่า 10 ปี คือ Tim Raue ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ติดอันดับใน World’s 50 Best Restaurants ต่อเนื่องทุกปีมาตั้งแต่ปี 2557 นอกจากนั้น ยังได้รับรางวัลมิชลินสองดาว และเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่อยู่ในสารคดีของ Netflix เรื่อง Chef’s Table ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Awards อีกด้วย ซึ่งนอกจากเชฟ Christian จะทำงานในตำแหน่งหัวหน้าเชฟและผู้อำนวยการด้านอาหารให้กับ Tim Raue สาขาแฟล็กชิพในกรุงเบอร์ลินแล้ว เชฟ Christian ยังควบคุมดูแลการเปิดร้านอาหารอีกถึง 13 สาขา รวมไปถึงสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์ด้านอาหารให้กับสาขาที่ดูไบ เซนต์มอริทซ์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเกาะซึลท์ในประเทศเยอรมนีอีกด้วย

นอกจากนี้เชฟ Christianและ Lena ภรรยา ยังเป็นออร์กาไนเซอร์ สร้างสรรค์งานอีเวนต์ระดับเอลิสต์และดินเนอร์ส่วนตัวให้กับบริษัทขนาดใหญ่และผู้มีชื่อเสียงมากมายทั่วโลก อาทิ งานกาล่าดินเนอร์ที่จัดให้กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Barack Obamaในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ครั้งนี้ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนนักชิมและผู้ที่ชื่นชอบอาหารทุกท่านลิ้มรสเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารเอเชียของเชฟ Christian ในดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 6 คอร์ส ที่ประกอบไปด้วยหอยเชลล์ฮอกไกโดและซุปดาชิเนื้อวัวดรายเอจ ดอกกะหล่ำ และอิมพีเรียลคาเวียร์, ปลานึ่งวาซาบิ ไชเท้าดอง และวอเตอร์เครสพิวเร่, กุ้งลังกูสตีน น้ำพริกหวานซัมบัล มานิส แครอท และส้มจี๊ด, ไก่ทรัฟเฟิลพร้อมอาร์ติโช้คเยรูซาเลม เกาลัดและเห็ด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเมนูที่แสดงถึงความสร้างสรรค์ในการผสมผสานความเป็นตะวันออกเข้ากับเทคนิคการทำครัวชั้นเลิศของเชฟ Christian ได้เป็นอย่างดี

ในโอกาสสุดพิเศษนี้ แขกทุกท่านยังจะได้ลิ้มลองเมนูใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อดินเนอร์ครั้งนี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือสเต็กเนื้อวากิวพริกไทยดำ เสิร์ฟพร้อมบีทรูท พาร์สลีย์และแครนเบอร์รี ที่ เชฟ Christian นำเนื้อวากิวส่วนแก้มมาหมักกับน้ำส้มเชอร์รี่บลอสซัมรมควันและซอสพริกไทยดำและขาว และปิดท้ายมื้ออาหารสุดประทับใจนี้ด้วยโยเกิร์ตมูส ตะไคร้ ราสเบอร์รีและลิ้นจี่

ดินเนอร์ Gastronomic Spectacle with Chef Christian Herrgesell จะจัดขึ้นที่ Maa-Lai Library บนชั้น 30 ของโรงแรมฯ ที่มาพร้อมกับวิวสวยของกรุงเทพฯ เพียง 2 วันเท่านั้น ในวันศุกร์ที่ 27 และเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 นี้ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป ในราคา 4,990++ บาทต่อท่าน และยังสามารถเลือกจับคู่มื้ออาหารกับไวน์ Dr. Loosen ชั้นเลิศจากประเทศเยอรมนี โดย Dr. Loosen เป็นผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในไร่องุ่นที่สวยงามในเมืองเบิร์นคาสเซิล ใจกลางแคว้นโมเซล ซึ่งเป็นแคว้นทำไวน์ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนีมากว่า 200 ปี โดยปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ Ernst F. Loosen มาตั้งแต่ปี 2531 แขกสามารถเพิ่มไวน์แพร์ริ่ง 5 แก้วนี้ได้ในราคา 2,500++ บาทต่อท่าน

สำหรับการจองตั้งแต่ 8 ท่านขึ้นไป รับข้อเสนอราคาพิเศษที่ 4,990 บาทสุทธิต่อท่าน

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 056 9999 หรืออีเมลหาเราที่ [email protected]

สโรชิน บุตรน้ำเพ็ชร

สโรชิน บุตรน้ำเพ็ชร “การให้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีเสมอ”

นอกจากความทุ่มเทให้กับธุรกิจ “SWS Best Service” อาณาจักรรถยนต์ใช้แล้วระดับพรีเมียม สิ่งที่ คุณหลิน สโรชิน บุตรน้ำเพ็ชร ใส่ใจอย่างสม่ำเสมอคือการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา

สโรชิน บุตรน้ำเพ็ชร “การให้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีเสมอ”

“ที่ผ่านมาหลินเน้นให้การช่วยเหลือสังคมผ่านมูลนิธิในโครงการต่างๆที่เห็นว่าจำเป็นและดูมีความต่อเนื่อง โดยมาก จะเป็นการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโครงการทางการแพทย์ตาม โรงพยาบาลต่างๆ จัดซื้อเวชภัณฑ์ ความร่วมมือในการสร้าง อาคารศูนย์การแพทย์เพื่อให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง กองทุนพัฒนาแพทยศาสตร์ศึกษาเพื่อใช้พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอนทางการแพทย์ พิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ การรักษา ผู้ป่วยด้อยโอกาส  รวมไปถึงความช่วยเหลือเรื่องเครื่องมือแพทย์ ที่ต้องการปรับปรุงหรือยังขาดแคลนในแต่ละปี และองค์การ ยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF) ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กที่ป่วย ด้วยโรคขาดสารอาหารและต้องการรับวัคซีนป้องกันต่างๆ

“ช่วงประมาณปี2562 หลินมีโอกาสเดินทางไปหลายโรงเรียน ในจังหวัดน่าน อำเภอปัว อำเภอบ้านหลวง อำเภอเวียงสา โดย นำรองเท้านักเรียนไปบริจาคให้เด็กๆ รวมถึงมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดโอกาส ครั้งนั้นหลินได้เห็นว่าเด็ก บางโรงเรียนใส่ชุดประจำท้องถิ่นหรือใส่ชุดเป็นเอกลักษณ์ด้วยผ้า ที่ทอเอง รวมทั้งเดินเท้าไปโรงเรียน พอถึงกลางวันบางคนขี่จักรยาน กลับบ้านเพื่อช่วยปรุงอาหารแล้วทานพร้อมครอบครัว เป็นการ ประหยัดค่าใช้จ่าย บางคนทำงาน ทำไร่ ทำสวน ทอผ้า รวมถึง รับจ้างอื่นๆไปด้วยในช่วงบ่ายและวันหยุด เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ ครอบครัวและดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้านช เด็กๆเหล่านี้น่ารักและ น่าสนับสนุนมาก

“หลินยังเคยมีโอกาสถวายทุนการศึกษาแด่พระสงฆ์ที่ ประสงค์จะศึกษาในระดับสูง แต่จำกัดด้วยกำลังทรัพย์ นับเป็น ความสุขใจในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งท่านก็ประสบความสำเร็จ และ ในเวลาต่อมาหลังจากสำเร็จการศึกษา ท่านได้เผยแผ่ความรู้แก่ คณะสงฆ์ โดยบรรจุและดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำหลักสูตร ที่สถาบันการศึกษาของสงฆ์ มหาวิทยาลัยมหามกุñราชวิทยาลัย นับเป็นบุญที่เกิดขึ้นจากการแบ่งปันโอกาสทางการศึกษา รู้สึก ซาบซึ้งและคิดว่าเป็นโชคดีอย่างมาก  เพราะส่วนตัวมีความผูกพัน กับเรื่องของการสอบชิงทุนการศึกษามาตั้งแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่ การเดินทางไปศึกษาต่อที่สหราชอาöาจักรในเขตเกรทเทอร์ แมนเชสเตอร์ (Greater Manchester) ในระดับมัûยมปลาย (O-Level / )%5′ รวมถึงเมื่อกลับมาประเทศไทยก็มีโอกาส ได้ร่วมโปรแกรมสอบแข่งขันแล้วได้คะแนนสูงติดอันดับ และ ได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มาตลอดระยะเวลา 4 ปีเรียกว่าหลินมีโอกาสทางการศึกษาที่ดี

ครั้งนี้จึงรู้สึกยินดีมากๆค่ะ ที่แพรวชวนให้ร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ Praew Talk “The Fight Club” Round 3 หลินเชื่อว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาล้วนสร้างความเปลี่ยนแปลง ที่ยิ่งใหญ่ได้  ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นกับ สังคมของเรา ประเทศของเรา สิ่งรอบตัว หรือกับโลกใบนี้ใน ทางสร้างสรรค์


‘ก็ยังรักเดียวใจเดียว เหนียวแน่นมั่นคง เพราะไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ ใครกันนะ ต้องเช็ก!!’ ดวงรายวัน 5 มกราคม 2566

‘ก็ยังรักเดียวใจเดียว เหนียวแน่นมั่นคง เพราะไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ ใครกันนะ ต้องเช็ก!!’

ดวงรายวัน 5 มกราคม 2566

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   หากคุณคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน จนถึงขั้นพลีชีพให้กับการทำงานได้แล้วล่ะก็ วันนี้ไม่ควรวางใจเพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงที่พวกเขาจะอิจฉาริษยา แล้วกระทำการใส่ร้ายป้ายสี หรือเลื่อยขาเก้าอี้ เพื่อสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของคุณ สิ่งที่ควรทำที่สุดคือให้ความเมตตาแก่พวกเขา ไม่ตอบโต้ ขณะเดียวกันคุณก็ควรกลับมาสู่ทางสายกลาง แล้วความขัดแย้งต่างๆ จะจบในที่สุด  

การเงิน  :   เป็นไปได้ว่าการเจรจาเรื่องผลประโยชน์จะยังไม่ลงตัว ไปทวงหนี้ก็ไม่ได้ รวมถึงทรัพย์สินสูญหาย ทางที่ดีก็คือประหยัด ใช้ชีวิตอย่างสมถะที่สุด

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าจะมีมือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตคู่ของคุณ จนคุณเริ่มคิดว่าจะอยู่กันต่อหรือจะอยู่คนเดียวดี แต่อย่างไรก็ตามวันนี้มีปลง  คนโสด  หากกำลังตกอยู่ในสถานะมือที่สาม วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะปลงกับความรัก จนถึงขั้นอยู่คนเดียว  

สุขภาพ  :   พอเปลี่ยนปี วัยก็เพิ่มขึ้น ความชราหรือวัยทองก็มีโอกาสมาเยือน วันนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาทางด้านความจำ เช่น อัลไซเมอร์ และกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  : หากคุณเสนองานหรือโครงการอะไรไป โดยเฉพาะงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆ วันนี้เป็นไปได้ว่างานนั้นจะยังไม่ผ่านการพิจารณาในเร็ววัน ก็ไม่ควรใจร้อน ตัดสินใจอย่างวู่วาม เดี๋ยวจะพลาดโอกาสดีๆ ที่จะมาถึง เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือโยกย้ายเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในหน่วยงานที่ท้าทาย และมีการแข่งขันสูง นับว่าถูกจริตคุณ

การเงิน  :  มีรายจ่ายเยอะจนต้องหาเงินจากทุกๆ ช่องทาง รวมถึงช่องทางที่ไม่ถูกต้องด้วย รวมถึงการลงทุน ซึ่งคาดว่าวันนี้คุณจะสามารถเอาตัวรอดได้ และดีด้วย

ความรัก  :   หากคุณกำลังหลงอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกิจกรรมใดเป็นพิเศษ จนไม่เป็นอันทำอย่างอื่นเลย วันนี้นับเป็นข่าวดีว่า คุณจะกลับมาอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม คนโสด วันนี้ไม่น่าจะเป็นการเข้าใจผิดแล้ว เพราะด้วยอารมณ์โรแมนติกและความมีเสน่ห์ของคุณ  เป็นไปได้สูงว่าจะมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้

สุขภาพ  :   หากคุณยังคงดื่มฉลองไม่เลิกรา วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะแพ้แอลกอฮอล์ ซึ่งมีโอกาสเกิดผื่นคันขึ้นตามร่างกาย หากในกรณีรุนแรงจะบวมแดงอักเสบ จนถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดก็จะมาเยือน

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :    คุณมีปฏิภาณไหวพริบในการทำงาน มีความรับผิดชอบที่ยอดเยี่ยม เป็นที่ไว้วางใจของเจ้านาย ซึ่งหากทำงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น โรงแรม การท่องเที่ยว ร้านอาหาร เดลิเวอรี่ โลจิสติกส์ ยานยนต์ด้วยแล้ว วันนี้คุณควรตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เพราะเป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดจะสนับสนุนและส่งเสริม มอบโอกาสให้คุณได้เดินทางไปประชุมสัมมนา อบรม จนถึงขยายสาขายังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ

การเงิน  :  ผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดก็ยังคงช่วยเหลือคุณอยู่ ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้เดินทางไปเจรจาผลประโยชน์แทนพวกท่าน หรือไม่ก็ได้ถอยรถป้ายแดง

ความรัก :   หากคุณไม่ได้โชคดีในเรื่องชีวิตคู่ ก็อย่าคิดมาก เพราะวันนี้คุณเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่สุด นั่นคือเดินสายท่องเที่ยว จนถึงโยกย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่อื่นเลย คนโสด หากคุณเพิ่งอกหักมาสดๆ ร้อนๆ แผลยังอักเสบอยู่ วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณเลือกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อให้ลืมเธอ  

สุขภาพ   :   จะเดินทางไกลก็ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายในปริมาณที่พอดีๆ  เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะมีปัญหากับระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร จนถึงลำไส้ นอกจากนั้นจะมีอาการแน่นท้องด้วย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  หากคุณกำลังยึดติดกับอีโก้ตัวเอง จนไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย ก็ควรรีบเปลี่ยนนิสัยนั้นโดยเร็ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านดินและน้ำ เช่น เกษตรกร ทหารเรือ ประมง ท่าเรือ นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม งานโอทอป ด้วยแล้ว เพราะเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะได้บุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ แม้ความสำเร็จจะไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ก็มีโอกาสสูงเลยทีเดียว

การเงิน  :   หากกำลังเดือดร้อนจนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินร้อน วันนี้มีโอกาสที่คุณจะสามารถกอบกู้ฐานะได้จากการซื้อ-ขายที่ดินที่สวน ซึ่งได้มาจากวาสนาและบารมีของคุณเอง

ความรัก  :  หากกำลังคบใครซ้อนอยู่ วันนี้เป็นไปได้ว่าคู่คุณจะใจกว้างยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ ก็นับว่าคุณจะมีความสุขอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แต่คาดว่าเขาอาจยอมแค่วันเดียวน้า…   คนโสด  หากกำลังตกอยู่ในสถานะที่ซ่อนเร้นไม่เปิดเผย วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับอัศวินขี่ม้าขาวใส่เครื่องแบบเต็มยศ ที่จะมาปลดปล่อยคุณออกจากสถานะนั้น  

สุขภาพ  :   จริงๆ คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดี แต่ก็อย่าประมาท เพราะคาดว่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากสภาพจิตใจที่วันนี้จะฟุ้งซ่าน วิตกกังวล เครียดจนร่างกายอาจป่วยได้

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การเงินการธนาคาร แพทย์และสาธารณสุข ฯลฯ หากคุณไม่ชอบเปลี่ยนงาน แต่วันนี้เป็นไปได้ว่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่า คือเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งคุณก็มีปฏิภาณไหวพริบ มีความรับผิดชอบมากพอที่จะบริหารกิจการให้รุ่งเรืองได้  

การเงิน  :  ไม่ว่าจะทำงานอะไร มีโอกาสที่จะมีรายได้เข้ามาอย่างไม่น่าเชื่อ จนใครๆ ก็อยากจะเข้ามาพึ่งพาคุณ แต่วันนี้ก็ไม่ควรตกเป็นเหยื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผลที่จะชวนทำธุรกิจหรือธุรกรรมต่างๆ เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ

ความรัก  :  วันนี้คุณชิล ทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือน ภรยาที่ดีของคุณไป แม้ความรักความสัมพันธ์กับคู่คุณจะไม่แฮปปี้ก็ตาม  คนโสด  วันนี้ก็ยังอยู่กับการแอบรัก รักเดียวใจเดียวเหนียวแน่น เพราะคุณไม่สามารถจะทำอะไรได้มากกว่านั้น  

สุขภาพ  :  หากคุณหักโหมทำงานจนไม่สงสารร่างกายตัวเองเลย เจ็บป่วยก็ไม่ไปหาหมอ ใช้วิธีซื้อยามารับประทานเอง วันนี้มีความเสี่ยงที่โรคเก่าจะกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคโลหิตจาง ประจำเดือนมาไม่ปกติ และมดลูก

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายข่าง นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้าทดลอง หรือกำลังสร้างนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่เพื่อสังคม วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะใช้ทักษะความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบที่ยอดเยี่ยมในการทำงาน อย่างไรก็ตามควรเตรียมตัวเตรียมใจรับกับความเครียด ความกดดันของผู้ใหญ่ที่คาดหวังว่าจะได้ผลงานที่ดี ซึ่งคุณไม่ควรแล้ว/หรือ เพราะเขามีอิทธิพลพอจะให้คุณให้โทษคุณได้เลย

การเงิน  :  หากคิดจะร่วมหุ้นทำธุรกิจกับใคร วันนี้ควรทำด้วยตัวเองดีกว่า เพราะมีโอกาสได้ทั้งเงินและกล่อง แต่ควรหลีกเลี่ยงเงินสินบน เงินใต้โต๊ะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะเดือดร้อนในภายหลัง  

ความรัก :   หากคุณมีทัศนคติในการใช้ชีวิตคู่ไม่เคยตรงกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้จะเป็นเรื่องการสร้างบ้าน หรือตกแต่งที่อยู่อาศัย เป็นไปได้ว่าคุณจะอยู่ในฐานะที่ยอม ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ต่อไป ชีวิตคู่มีโอกาสจะร้าวฉานได้ง่ายๆ  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะเหนื่อยกับความรัก กับความพยายามที่จะเซอร์ไพร์สคนรัก เพราะเขาไม่อินด้วย

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมถามหาตั้งแต่ต้นปี ยิ่งหากเป็นอยู่แล้ว มีความเสี่ยงที่อาการจะยิ่งรุนแรงขึ้น จึงควรหาหมอไม่ว่าจะแผนปัจจุบัน หรือแผนไทย นวดคลายเส้นแก้อาการ รวมถึงทำโยคะยืดร่างกาย  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้คำปรึกษาแนะนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริการ  ร้านอาหาร ท่องเที่ยว โรงแรม จนถึงสินค้าและบริการของเด็กน้อย เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานเอ็นเทอร์เทน งานบันเทิง เครื่องดื่ม ทางที่ดีไม่ควรใจร้อน ตัดสินใจอย่างวู่วาม เพราะมีโอกาสตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างไม่ควรเป็น

การเงิน  :  มีโอกาสโชคดีในเรื่องของการลงทุน ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะได้มาจากธุรกิจสีเทา หรือซ่อนเร้นไม่เปิดเผย แต่เมื่อได้มาก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว  

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าอารมณ์คุณจะโรแมนติก ยิ่งหากได้ออกไปสังสรรค์ ปาร์ตี้ด้วยแล้ว มีโอกาสเคลิ้มกับบรรยากาศกับผู้คนได้ง่ายมาก ซึ่งคาดว่าวันนี้จะจบด้วยปัญหา เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรป้องกันไว้ก่อน   คนโสด  เช่นกัน ด้วยอารมณ์รักโรแมนติกของคุณ มีโอกาสที่จะคุณจะเคลิ้มกับคนที่เข้ามาใกล้ชิดได้โดยง่าย ซึ่งจะนำปัญหามาให้เพียบเลย   

สุขภาพ   :   สำหรับนักดื่ม นักเที่ยว ควรระวังพวกโรคหัวใจ สมอง และหลอดเลือด จากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน

AMASS-ME-Cover

เปิดตัว ‘อะแมส มี’ ผู้นำเข้ามัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ เจ้าแรกในไทย มุ่งตอบโจทย์ลูกค้า LGBTQ+

บริษัทอะแมส มี จำกัด ผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่น มัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ ยก 11 แบรนด์ดัง จัดมินิแฟชั่นโชว์ ชูนิยาม Never go out of style and Never go out off inspried ฉลองเปิดตัวช้อปสินค้าสาขาใหม่ พร้อมเชิญเซเลบคนดังตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม

นางสาวยุฤดี ธนะกิตติภูมิ กรรรมการผู้จัดการ บริษัท อะแมส มี จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เติบโตในวงการแฟชั่น และการ์เม้นท์มาอย่างยาวนาน ประกอบกับจากเดิมที่ธุรกิจครอบครัวเป็นธุรกิจที่รับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ชั้นนาหลากหลายแบรนด์ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ทำให้เห็นช่องว่างและโอกาสในส่วนนี้ จึงเป็นที่มาของแบรนด์ อะแมส มี โดยบริษัทอะแมส มี ในฐานะน้องใหม่ผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่น มัลติ ลักซ์ชัวรี มีความตั้งใจที่จะรวบรวมแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ และสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ลูกค้าได้เลือกสรร บนคอนเซ็ปท์นิยามของแฟชั่นที่สวย และดูดีแบบมีสไตล์ ภายใต้อัตลักษณ์  Never go out of style and Never go out of inspired ซึ่งทุก  แบรนด์ที่นำเสนอภายใต้ อะแมส มี นั้นเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก ได้แก่ Amass me (House Brand), AEL Studio ( Amy Enjoy life), XUNRUO, Jungle Me, CAMOOONI, GOUDIRNQC, LA’FESTIN, TOMATO&POTATO, TSMLXLT, Empty Reference, Valleyouth, และ KAPALIKKO นอกจากนี้ อะแมส มี ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่ถือลิขสิทธิ์แบรนด์ทั้งหมดที่อยู่ใน AMASS ME Shop เพราะฉะนั้น ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า  ทุกคอลเลกชัน ที่นำเสนอและจัดจำหน่ายนั้นมีสไตล์ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

เปิดตัว ‘อะแมส มี’ ผู้นำเข้ามัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ เจ้าแรกในไทย มุ่งตอบโจทย์ลูกค้า LGBTQ+

“นิยามของคำว่า ‘แฟชั่น’ คือความหลากหลายทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ รวมทั้งเครื่องประดับ     ที่ปัจจุบันเป็นมากกว่าเครื่องนุ่งห่มหรือการสวมใส่ธรรมดา แต่กลายมาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า นั่นคือเป็นการแสดงอัตตาลักษณ์และตัวตนของแต่ละบุคคล หรือความกล้าที่จะแตกต่าง ซึ่งสิ่งที่อะแมส มี มุ่งให้ความสำคัญคือการสร้างแรงบันดาลใจในทุกๆ คอลเลกชัน ให้กับลูกค้า และหัวใจของการปั้นแบรนด์ที่ อะแมส มี ต้องการคือการส่งเสริมให้ผู้หญิง รวมทั้ง LGBTQ+ กล้าที่จะแสดงออกและเป็นตัวของตัวเองได้อย่างมั่นใจ และชัดเจน โดยนำเสนอผ่าน Valleyouth (วาเล่ยูส) ที่เป็นคอลเลกชันลักษณะดีไซน์เนอร์แบรนด์ ที่คัดสรรมาใหม่ มีความหลากหลายใน Gender

สำหรับในวงการแฟชั่นปัจจุบันยังไม่มีร้านลักษณะมัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ ที่รวบรวมแบรนด์นำเข้าที่มีเอกลักษณ์และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปมานำเสนอลูกค้าในเมืองไทย อะแมส มี จึงเป็นแบรนด์แรกที่เห็นความสำคัญมากกว่าการขายสินค้าแฟชั่นทั่วไป แต่ต้องการเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ให้สำหรับทุกคน ที่มีเสื้อผ้าหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์รวมกันอยู่ ให้ทุกคนมาเลือกชม และในแต่ละแบบ แต่ละสไตล์ก็ยังคงแสดงถึงความเป็นตัวตนของลูกค้า ที่สามารถค้นหาตัวเอง และพรีเซ็ตน์ออกมาได้อย่างมั่นใจ” ยุฤดี กล่าว

ปัจจุบันอะแมส มี มีช้อปหน้าร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าแล้ว 9 สาขา ได้แก่ เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ ชั้น 1, เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ชั้น 1, เซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 1, เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 2 และชั้น 3, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1, เดอะ พรอมานาด ชั้น 1, เทอร์มินอล 21 พระราม 3 รวมทั้งสาขาใหม่ที่เปิดตัวล่าสุด สาขา ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 1 โดยที่ผ่านมาสินค้ามัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ ภายใต้การจำหน่ายของอะแมส มี นั้นได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในกลุ่มไฮเอนด์ ตลอดจนคนรุ่นใหม่วัยทำงาน   ทำให้ในช่วงปลายปี 2565 นี้ อะแมส มี จึงขยายสาขาเพิ่ม อีก 1 สาขา พร้อมกับนำเข้าสินค้าแบรนด์น้องใหม่ Valleyouth (วาเล่ยูส) มาวางจำหน่าย เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ และเร่งสร้างยอดขายที่มากขึ้น

นอกจากนี้ กิจกรรมเปิดตัวแบรนด์ Valleyouth (วาเล่ยูส) แบรนด์แฟชั่นนำเข้าน้องใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ของอะแมส มี นั้นยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้คนดัง อาทิ แอน – สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์, พรฟ้า – ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, กวิน วานิชดี, ดร. ศติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พล.ต.อ. วัฒนา ยี่จีน, พล.ต.ต. ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์, ญาดา พัฒฆายน, ณิชชา บุณยากร, นุ่น – ณัชชานันท์ เลียงอรุณวงศ์, ตัวเล็ก – ปริญญานาฏ ด่านซ้าย และอีกคับคั่งที่ตบเท้าเข้าร่วมงาน

“บนความตั้งใจของ อะแมส มี คือการเป็นมากกว่าช้อปสินค้าแฟชั่น แต่เรา มุ่งมั่นผลักดันให้ทุกคนมีความกล้าในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ ของตนเอง และอะแมส มีจะไม่หยุดคัดสรรแบรนด์ที่มีคุณภาพ มีสไตล์ และมีเอกลักษณ์ เพื่อทำให้ตู้เสื้อผ้าใบนี้ เป็นตู้เสื้อผ้าใบโปรดและสามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกคน” ยุฤดี กล่าวทิ้งท้าย

Baby Monsters

Baby Monsters ศิลปินกลุ่มหญิงเจน 3 อนาคตของค่าย YG Entertainment

คลื่นความระส่ำของค่าย YG Entertainment

นับตั้งแต่ที่ ยางฮยอนซอก อดีตประธานค่าย YG Entertainment ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพราะคดีอื้อฉาว ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็น 1 ใน 3 บิ๊กทรีของเกาหลีใต้ก็เกิดความระส่ำ กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่าค่ายเพลงดังจะปรับโครงสร้างบริษัทจึงทำให้นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีศิลปินในสังกัดประกาศไม่ต่อสัญญาหลายคนไม่ว่าจะเป็น คังดงวอน ,IKON รวมถึงศิลปินรุ่นก่อตั้งค่ายให้กลายเป็นค่ายเพลงแถวหน้าของวงการ K-POP อย่าง BIGBANG  ท็อป ,แดซอง และ แทยัง  

ขณะเดียวกันศิลปินที่ทำเงินให้ค่ายมากที่สุดในตอนนี้คือ BLACKPINK แต่ในกลางปี 2023 นี้พวกเธอจะหมดสัญญากับค่ายวายจี และเตรียมย้ายไปอยู่กับ The BlackLabel บริษัทในเครือ ขณะที่ทางต้นสังกัดไม่ได้ออกมาปฏิเสธเพียงอธิบายว่าสาวๆ ยังคงมีสัญญาอยู่ นั่นทำให้กระทบต่อหุ้นในวายจีในวันนั้น เนื่องจากในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาค่าย YG Entertainment พึ่งพา BLACKPINK มาตลอด

การปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี 6 เดือนของ ยางฮยอนซอก อดีตประธานค่าย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 มกราคาที่ผ่านมา ยางฮยอนซอก ได้ปรากฏตัวหลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศลงจากตำแหน่ง ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี 6 เดือน ที่เขาปรากฏตัว โดยครั้งนี้เขามาในฐานะ YG Executive Producer และได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเปิดตัวเกิร์ลกรุปวงใหม่ Baby Monsters ซึ่งเตรียมเดบิวต์อย่างเป็นทางการในไม่ช้านี้ว่า “พวกเธอคือเด็กๆ ที่มียีนส์ความเป็นวายจีอยู่ พวกเธอมักทำให้ผมประหลาดใจทุกครั้งที่เห็นผลการประเมินรายเดือนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผมหวังว่าพวกเธอจะเป็นศิลปินที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจได้”

Baby Monsters เกิร์ลกรุปเจน 3 อนาคตของ YG Entertainment

Baby Monsters

หลังจากการปล่อยคลิป YG NEXT MOVEMENT แนะนำเบบี้มอนสเตอร์ เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ของค่ายพร้อมเปิดชาแนลใน YouTube อย่างเป็นทางการเสมือนการประกาศอนาคตของ YG Entertainment ก็ทำให้หุ้นดีดตัวขึ้นและปิดที่48,050 วอน ($37.75) เพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเทียบกับวันซื้อขายก่อนหน้า พัคฮาคยอง นักวิเคราะห์จาก Korea Investment & Securities กล่าว “การเติบโตของบอยแบนด์ Treasure และความสำเร็จของเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่จะเป็นแรงผลักดันที่วายจีฟื้นตัวอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้แม้จะยังไม่มีรายละเอียดของวันเดบิวต์อย่างเป็นทางการ แต่ค่ายวายจีได้ออกมาเปิดเผยว่า “ในขณะนี้เราจะทำงานเพื่อเร่งกิจกรรมของศิลปินของเราในเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัวเบบี้มอนสเตอศิลปินกลุ่มใหม่ของเรา”

2 เด็กไทยเตรียมเดบิวต์ในฐานะสมาชิกของ เบบี้มอนสเตอ

อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการว่า 2 ใน 7 ของสมาชิกของวง เบบี้มอนสเตอร์ น่าจะเป็นสาวไทยที่ไปเป็นเด็กฝึกที่นั่น แพร-ภริตา ชายคง และ แคนนี่ พรเดชาพิพัฒน์

Baby Monsters

ภริตา ชายคง หรือ แพร เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2005 โดยในปี 2019 เคยสร้างชื่อให้ประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลGrand prize “รางวัลชนะเลิศเกียรติยศสูงสุด”และรางวัลชนะเลิศการเดินแบบ ประเภททีมการแข่งขันการเดินแฟชั่นโชว์ 2019 中国潮童百城选拔赛 China​ Trendy Children’s Selection Competition2019 ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อมาปี 2021 ได้เข้าแข่งขันรายการ Idol Paradise ทางช่อง 3

Baby Monsters

แคนนี่ พรเดชาพิพัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2009 เป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในวง เธอยังเป็นที่รู้จักในฐานะน้องสาวของ คอปเปอร์-เดชาวัต พรเดชาพิพัฒ หนุ่มน้อยน่ารักจากเวที The Star Idol

ข้อมูลจาก :koreajoongangdaily / Facebook : intermodelth

โกยุนจอง ดูแลผิว

น้อยแต่มากใช้ได้เสมอ! ทริคดูแลผิวของ ‘โกยุนจอง’ สวยออร่าจับ ทำตามได้

หลังจากความสวยของนักแสดงสาว โกยุนจอง (Go Youn Jung) ดึงดูดผู้ชมจนไม่อาจละสายตาในบท นักซู จากซีรีส์ Alchemy of Souls และบท จินบูยอน Alchemy of Souls SS2 เธอก็ถูกพูดถึงอย่างมากในเรื่องความของงามที่เปล่งประกาย ผิวขาวเนียนออร่าจับ จนหลายคนคงอยากรู้ว่าเธอมีวิธีรักษาความอ่อนเยาว์และเคล็ดลับการดูแลผิวอย่างไร

คำว่า “น้อยแต่มาก” ดูเหมือนกับเหมาะกับเธอ โดยสกินแคร์รูทีนในการดูแลผิวให้สวยเรียนเนียน และคงความอ่อนเยาว์นั้น เธอทำอะไรบ้าง มาดูกัน

น้อยแต่มากใช้ได้เสมอ! ทริคดูแลผิวของ ‘โกยุนจอง’ สวยออร่าจับ ทำตามได้

7 Skin Method เป็นกิจวัตรดูแลผิวเพื่อคงความชุ่มชื้น ซึ่งคนดังอย่าง ซอลฮยอน AOA, จีฮโย TWICE และอีกมากมายก็ใช้ขั้นตอนการดูแลผิวนี้เช่นกัน

โกยุนจองมักจะเริ่มสกินแคร์รูทีนด้วยการใช้เคลนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อขจัดคราบเมคอัพและสิ่งสกปรกที่อุดตันบนใบหน้า รวมถึงความมันและน้ำมันที่สะสม ที่ต้องเผชิญในช่วงระหว่างวัน

หลังจากนั้นใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดใบหน้าอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าคราบต่างๆ หมดเกลี้ยง และเริ่มใช้โทนเนอร์เทลงสำลีแผ่น ค่อยๆ เช็ดอย่างเบามือ ถือเป็นหนึ่งในทริคทำความสะอาดผิวเพื่อให้รูขุมขนสะอาดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และยังช่วยปรับสภาพผิวก่อนเริ่มบำรุงผิวหน้า ด้วยเซรั่ม ครีมบำรุงผิว และอายครีม และที่สำคัญที่สุดคือเธอมักจิบน้ำตลอดทั้งวัน เพื่อคงความชุ่มชื่นทั้งภายในและภายนอก

นอกจากนี้ เธอจะเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย และบอกลาผลิตภัณฑ์ประเภทที่มีซัลเฟต พาราเบน และสารเคมีอันตรายต่อผิวอื่นๆ


ข้อมูล : kdramastars
ภาพ : goyounjung

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Gucci Valigeria

Gucci Valigeria กระเป๋าที่เติมเต็มสิ่งมหัศจรรย์ให้กับนักเดินทาง

สำหรับบางคน กระเป๋าเดินทางอาจไม่ใช่แค่อุปกรณ์สำหรับ ใส่เสื้อผ้า ข้าวของ หากเป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทาง ที่บรรจุทั้งความทรงจำ ประสบการณ์ วัฒนธรรม และ ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง…

Gucci Valigeria กระเป๋าที่เติมเต็มสิ่งมหัศจรรย์ให้กับนักเดินทาง

 ดังเช่นเรื่องราวในแคมเปญ Gucci Valigeria ที่อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) อดีตครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Gucci ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรม การเดินทางที่ถือเป็นหัวใจของแบรนด์ ผ่านมุมมองของ ไรอัน กอสลิ่ง  ช่างภาพและผู้กำกับ ด้วยภาพการเดินทางของไรอัน กอสลิ่ง  นักแสดง นักเขียนบท ผู้กำกับ และนักดนตรี กับกระเป๋าเดินทาง นานาชนิดจากคอลเล็คชั่น Gucci Savoy ท่ามกลางกลิ่นอายของยุค 70

 เรื่องเริ่มที่ไรอัน กอสลิ่ง นั่งอยู่ในโมเต็ลพร้อมกองกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะตัดภาพมาที่ไรอันอยู่ข้างรถเข็นโรงแรมที่อัดแน่นไปด้วยกระเป๋านานาชนิด ภาพเขานั่งในรถวินเทจท่ามกลางกระเป๋าเดินทาง แล้วไปจบที่ชายทะเลพร้อม กระเป๋าจากคอลเล็คชั่น Gucci Savoy ก่อนที่เขาจะเป๋ทรังก์ขนาดยักษ์แล้ว เดินหายเข้าไป เสมือนทรังก์นั้นเป็นประตูเชื่อมโลกความจริงเข้ากับโลกมหัศจรรย์ ที่พร้อมจะพาไปเริ่มต้นการเดินทางอันตื่นตาตื่นใจต่อไป

สมกับที่กระเป๋าเดินทางของ Gucci เป็นสัญลักษณ์ของประสบการณ์อันล้ำค่า ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับจุดเริ่มต้นของแบรนด์ เมื่อกุชชิโอ กุชชี่ (Guccio Gucci) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ออกเดินทางไปยังกรุงปารีสและลอนดอนในช่วงวัย 17 ปี และทำงานเป็นพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมซาวอยในลอนดอน ครั้งนั้น เขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆจากเหล่านักท่องเที่ยว จนเกิดความหลงใหล ในการเดินทาง เมื่อกลับมายังกรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เขาจึงเป็นแบรนด์ Gucci ในปี2 พร้อมกับนำความทรงจำและประสบการณ์จากการทำงาน มาถ่ายทอดลงบนผลงานต่างๆ ของแบรนด์

สำหรับคอลเล็คชั่น Gucci Savoy นั้น ประกอบด้วยกระเป๋าสำหรับการ เดินทางโดยเฉพาะ ทั้งแบบล้อลากที่เป็นเคสแข็งและอ่อน  กระเป๋า Duffle กระเป๋าทรงกระบอกขนาดใหญ่จุของได้มาก ทรังก์ ไปจนถึงไอเท็มเฉพาะทาง อื่นๆอย่างกล่องหมวก กล่องจิเวลรี่ เคสใส่นาฬิกา และบิวตี้เคสที่ทำจาก ผ้าแคนวาสลวดลายโลโก้ GG Supreme ในหลากหลายเฉดสีคลาสสิก ไม่ว่าจะ เป็นสีน้ำเงินกับสีเบจ สีน้ำเงินกับสีแดง จนถึงวัสดุหนังที่มาพร้อมแถบ Web อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยกระเป๋าแต่ละชนิดมีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดถือขึ้นเครื่อง ไปจนถึงกระเป๋าฮาร์ดเคสขนาดใหญ่สำหรับโหลด ลงใต้ท้องเครื่องบิน ทุกแบบล้วนดีไซน์สวยคลาสสิกและมีการใช้งานที่ตอบโจทย์ นักเดินทางหลากสไตล์ 

แต่ละชิ้นได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างละเมียดละไมด้วยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้ไอเท็มเหล่านี้เป็นเสมือนเพื่อนคู่กายออกเดินทางไปกับคุณอีกนาน เท่านาน


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 989

ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร

ของขวัญฉลองครบรอบ 10 ปี ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน

ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร มรรยาทอ่อน หรือ ไต้ฝุ่น KPN คุกเข่าขอแฟนสาวนอกวงการแต่งงาน ฉลองความรักครบรอบ 10 ปี จากนี้ขอเดินไปด้วยกัน

นับตั้งแต่ปีใหม่วงการบันเทิงมีข่าวดีรายวันเลยทีเดียว ล่าสุดนักแสดงหนุ่มนิสัยดี ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร มรรยาทอ่อน ก็เตรียมสละโสดอีกคน เพราะเมื่อไม่นานมานี้ดาราหนุ่มได้โพสต์ภาพน่ายินดีให้กับแฟนคลับได้ชมกัน โโยเขาได้ทำเซอร์ไพร้ส์คุกเข้าขอแฟนสาวนอกวงการแต่งงานหลังจากที่คบหาดูใจกันมานานถึง 10 ปี ขณะเดินทางไปเที่ยวด้วยกันที่ประเทศจอร์เจีย

โดยตั้งฝุ่นยังได้โพสต์ในอินสตราแกรมส่วนตัวด้วยว่า “The most beautiful “YES” in my life. ,,ของขวัญครบรอบ 10 ปีของเรานะครับ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดน้าาา ก้าวต่อไปคงเป็นก้าวที่เราเดินไปพร้อมๆกัน รักเธอนะครับ #mygirl” แพรวของแสดงความยินดีกับหนุ่มไต้ฝุ่นด้วยค่ะ

ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร 03
ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร
ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร 01
ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร 02
ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร 04
โรคคนแข็ง

หนึ่งในล้าน ‘โรคคนแข็ง’ ความผิดปกติของระบบประสาทที่พบยาก แต่ ‘เซลีน ดิออน’ กำลังเผชิญ

ช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ‘เซลีน ดิออน’ ดีว่าตัวแม่ของโลก ศิลปินเจ้าของเพลงดัง My Heart Will Go On ประกาศยกเลิกตารางทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมดของเธอด้วยปัญหาสุขภาพ หลังจากแพทย์วินิจฉัยว่าเธอกำลังป่วยด้วย โรคคนแข็ง หรือ Stiff-person syndrome (SPS) เป็นโรคที่เป็นความผิดปกติของระบบประสาท มีผลต่อกล้ามเนื้อหดเกร็งส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการทรงตัว อาการปวดเรื้อรัง การเคลื่อนไหวบกพร่อง ซึ่งพบยากเกิดขึ้นได้หนึ่งในล้าน

รู้จัก ‘โรคคนแข็ง‘ STIFF-PERSON SYNDROME โรคทางระบบประสาทหายาก

โรคคนแข็ง Stiff-person syndrome (SPS) เป็นโรคทางระบบประสาทส่วนกลางในกลุ่มที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งในภาวะปกติระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย แต่เมื่อเกิดโรคภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาดย้อนกลับมาทำลายเซลล์ของร่างกายตัวเอง มักพบได้น้อยมากประมาณ 1 ในล้านคน

ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในโรคนี้ คือ สารต่อต้านเอนไซม์กลูตามิกดีคาร์บอกซิเลส (anti-GAD antibody) ปกติเอนไซม์ GAD ในระบบประสาทจะทำหน้าที่หลักในการเปลี่ยนสารสื่อประสาทกลูตาเมต (Glutamate) ให้เป็นสารสื่อประสาทกาบ้า (GABA) ซึ่งกาบ้ามีหน้าที่ยับยั้งการทำงานของเซลล์ที่มากเกินจำเป็นและอย่างเหมาะสม ดังนั้น เมื่อสารสื่อประสาทกาบ้ามีปริมาณลดลง ส่งผลให้เซลล์ไม่มีระยะเวลาพักและทำงานตลอดเวลา จึงทำให้เกิดอาการผิดปกติ

เซลล์ประสาทที่ได้รับผลกระทบอยู่ที่เซลล์ประสาทสั่งการ (motor neuron) บริเวณไขสันหลัง เมื่อมีการทำงานมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง และกระตุกโดยเฉพาะที่หลังและต้นขา

ผู้ป่วยอาการนี้จะไวต่อการรับรู้สิ่งเร้า เช่น มีอาการสะดุ้งหรือร่างกายกระตุกอย่างแรงเมื่อได้ยินเสียงดัง หากปล่อยให้โรคดำเนินมากขึ้น กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะถูกดึงรั้งจนหลังผิดรูปได้

นอกจากนี้ยังพบการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อเซลล์อื่นของร่างกายได้ เช่น ที่ตับอ่อน ไทรอยด์อักเสบ ภาวะซีด เกิดโรคด่างขาวที่ผิวหนัง เป็นต้น เมื่อถูกวินิจฉัยเป็นโรคนี้แล้ว จำเป็นที่จะต้องตรวจหาโรคอื่นๆ เช่น เนื้องอก อาจจะเป็นมะเร็งและสามารถกระตุ้นทำให้เกิดภูมิคุ้มกันแปรปรวนส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ แพทย์วินิจฉัยโดยการเจาะเลือดหรือน้ำไขสันหลัง และการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) เพื่อช่วยยืนยันโรค

การรักษา ได้แก่ การปรับภูมิคุ้มกันที่มากเกินไป และแพทย์จะรักษาตามอาการที่แสดงออกมา เช่น ลดอาการเกร็งและกระตุกของกล้ามเนื้อด้วยยาในกลุ่ม เบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) หรือ บาโคลเฟน (Baclofen) เมื่อเป็นแล้วก็ควรรีบเข้ารับการรักษา โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยโดยแพทย์


ข้อมูล : สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์
ภาพ : celinedion

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ซงฮเยคโย

เรียบหรู มีสไตล์! ส่อง 6 Key Items ชิ้นสำคัญของนางเอก ‘ซงฮเยคโย’

ซงฮเยคโย‘ ( Song Hye Kyo) นักแสดงเกาหลีระดับเอลิตส์ของประเทศกลับมาพร้อมกับซีรีส์เรื่องใหม่อย่าง The Glory ที่ลงฉายซีซั่น 1 ทาง Netflix ไปเป็นที่เรียบร้อย จากภาพนิ่งที่ปล่อยออกมา เธอสวมชุดสีดำ พร้อมแสดงอารมณ์ที่ดูเศร้าหมอง ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์จริงของเธอโดยสิ้นเชิง ทำให้แฟนคลับตั้งตารอที่จะได้เห็นเธอในบทบาทที่แตกต่างออกไป และในวันงานแถลงข่าว เธอยังสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพร้อมกับเนคไทกับกระโปรงพลีทยาวสีดำและรองเท้าบู๊ตหนัง กลายเป็นอีกลุคที่คนพูดถึงอยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าเธอจะปรากฏตัวในลุคไหนก็ดูดีอยู่เสมอ แพรวเลยจะพาทุกคนไปส่อง 6 Key Items ของนางเอก ’ซงฮเยคโย’ ที่ช่วยทำให้ได้ลุคเรียบหรูดูแพงแบบนี้กันค่ะ

1. แฟชั่นไอเท็มสีดำ

การจับคู่ไอเท็มสีอื่นกับสีดำเป็นอะไรที่เบสิกสุด ๆ ค่ะ เหมือนกับซงฮเยคโยที่เธอเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเพียงชิ้นเดียว นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นเนคไท กระโปรงพลีท หรือรองเท้าบูท ก็เป็นสีดำทั้งหมด การเติมสีนี้เข้าไปจะช่วยเสริมให้สีอื่นในลุคโดดเด่นขึ้นมา

ซงฮเยคโย1

แต่ลุคสีดำแบบ All Black ไปเลยก็น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นลุคยอดฮิตที่คนนิยมใส่กันแล้ว สีดำยังมีคุณสมบัติที่ช่วยพลางหุ่นได้เป็นยังดี แถมใส่แล้วยังดูเท่และมีสไตล์อีกด้วย

ซงฮเยคโย2

2. เสื้อสเวตเตอร์

เป็นไอเท็มที่หลาย ๆ คนควรมี กับเสื้อไหมพรมเหมือนอย่างที่ซงฮเยคโยกำลังใส่อยู่ ส่วนใหญ่เธอจะเลือกเป็นสเวตเตอร์สีอ่อน เช่น สีครีมหรือเบจ เพราะเป็นสีที่นำมาแมทช์ได้ง่ายเข้ากับทุกสี อีกทั้งยังให้ลุคที่ดูอ่อนหวานกว่าสีอื่น ๆ

3. แจ็กเก็ตผ้าทวีต

แฟชั่นไอเท็มชิ้นนี้แมทช์ไม่ดีอาจจะดูมีอายุได้ อย่างนางเอกของเราที่เลือกแจ็กเก็ตผ้าทวีตให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมากว่าปกติ ใส่คู่กับกางเกงและส้นสูงทำให้ได้ลุคที่ดูเรียบร้อย และเป็นทางการแต่ก็ไม่แก่จนเกินไป ส่วนถ้าใครอยากได้ลุคที่สบายกว่านี้ ให้เปลี่ยนจากกางเกงขายาวสีดำ เป็นเดนิมขายาวดู เพราะจะทำให้ลุคโดยรวมดูวัยรุ่นมากขึ้น

4.เบลเซอร์แขนกุด

เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่จะช่วยเปลี่ยนออฟฟิศลุคของสาว ๆ ไปได้เลยกับเบลเซอร์แขนกุด เพราะดีไซน์มที่มีความแฟชั่นอยู่ในตัวจึงทำให้ได้ลุคที่ดูไม่น่าเบื่อ และจำเจ ยิ่งถ้าเราเลือกเสื้อกับกางเกงที่เข้าเซ็ตกันจะช่วยให้เราดูสูงและผอมเพรียวขึ้นด้วยค่ะ

5. เสื้อเบลาส์

ส่วนใหญ่เสื้อเบลาส์ที่ซงฮเยคโยสวมใส่ มักเป็นเสื้อที่มีดีไซน์อ่อนหวาน และมีความเป็น Feminine ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อผ้าชีฟอง หรือระบายต่าง ๆ ที่จะให้ความรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิง ถ้าใครชอบแนวนี้ก็สามารถหยิบไอเดียไปแต่งตามกันได้นะคะ

6. แว่นตากันแดด

แว่นตากันแดด กุญแจสุดท้ายของ ซงฮเยคโย ที่ขอเรียกว่าเป็นแฟชั่นไอเท็มกันตายของใครหลาย ๆ คน เธอมักจะหยิบแว่นกันแดดออกมาสวมใส่ในวันที่ไม่แต่งหน้า ใส่เสื้อผ้าชิล ๆ แล้วออกไปเดินเล่น แฟชั่นไอเท็มชิ้นนี้นี่แหละที่จะเปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนชิค ๆ คูล ๆ ขึ้นมาได้ทันที

รูปภาพ : Instagram @kyo1122, Netflix

ข้อมูล : cosmopolitan.tw

หนุ่มๆ เตรียมตัวให้พร้อม พบกับเวที Mister International ที่ไทยปีนี้!

คุณอัจฉริยะญาณี สมราช  ผู้บริหารสุดสตรอง ประธานกรรมการบริหาร  Love Production House Thailand โดย บริษัท ร่ำรวย ไม่หยุด จำกัด  นำทัพเวที  Mister International Organization เตรียมประกาศเจ้าภาพประจำปี 2023 อย่างเป็นทางการ เร็วๆ นี้

ซึ่ง มิสเตอร์อินเตอร์เนชันแนล เป็นการประกวดสุภาพบุรุษนายแบบ ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยได้รับการจัดอันดับจากกูรูด้านการประกวดหลากหลายเพจให้เป็นการประกวดสุภาพบุรุษ TOP 3 ในระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลก และการประกวดนี้ จะได้เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ณ ประเทศไทย ในช่วงปลายปี 2023 นี้

สำหรับปีนี้ แน่นอนว่าต้องมาพร้อมวามตื่นเต้นครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยทีมผู้จัดมากฝีมือ ซึ่งมีผลงานการันตีมาอย่างมากมาย

รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้  สามารถติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมผ่าน   FB & IG  : Mister international  หรือติดต่อสอบถามรายละเอียด  Facebook : Love Production House   Instagram : loveproductionhouse_thailand และ Line@ : @loveproduction.th Youtube : https://youtu.be/g781FRKofz0

#Misterinternational2023  #Loveproductionhousethailand #LoveproductionhouseXMI2023

ใหม่ ดาวิกา

เคล็ดลับหุ่นสับ! ฉบับ “ใหม่ ดาวิกา” ข้อเดียวง่ายๆ เคร่งครัดกฎเหล็กหลังฟ้ามืด

ความหุ่นสับ! เอวเล็กเอวน้อยของนางเอกสาวสุดฮ็อต ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ยังคงเป็นกระแสแรงแบบข้ามปี ไม่ว่าเธอจะปรากฏตัวในลุคไหน ความเอวบางร่างน้อยก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ตลอด วันนี้ แพรว จึงนำเคล็ดลับในการดูแลรูปร่างของเธอมาฝากกันค่ะ

เคล็ดลับหุ่นสับ! ฉบับ “ใหม่ ดาวิกา” ข้อเดียวง่ายๆ เคร่งครัดกฎเหล็กหลังฟ้ามืด

ขอแชร์เคล็ดลับดูแลรูปร่างแบบดาวิกาหน่อยค่ะ

(ตอบทันที) “ห้ามกินอะไรหลังฟ้ามืด ข้อนี้ข้อเดียวเลยค่ะ แต่ต้องทำให้ได้นะ ซึ่งจริงๆ ใหม่เอนจอยกับการกินมาก เพียงแต่ใหม่อยู่วงการมานานจึงเข้าใจร่างกายของตัวเอง รู้ว่าต้องคอนโทรลอย่างไร ซึ่งใหม่ผ่านอะไรมาเยอะ อย่างการลดความอ้วนก็ลองมาทุกอย่างแล้ว ทั้งอดอาหาร กินแต่ผลไม้ ไม่กินอะไรเลย งดแป้ง คือตอนเด็กๆ ลองมาหมดแล้ว

ใหม่ ดาวิกา

“เวลาหลายคนขอเคล็ดลับจากใหม่จึงให้โจทย์แค่ข้อเดียวนี่แหละ คือห้ามกินอะไรหลังฟ้ามืด ซึ่งเวลาใครได้ยินก็หันหน้าหนีหมดเลย (หัวเราะ)

ใหม่ ดาวิกา

“ซึ่งตอนนี้ใหม่ไม่ได้บังคับตัวเองว่าต้องลดหรืองดกินอะไร เพียงแต่ในทุกวันเราต้องคอนโทรลมันให้ได้ ไม่ต้องงดแล้วมีชีตเดย์ แต่เราต้องบาลานซ์การกินในทุกๆ วันให้เหมาะสม และอย่าอดอาหารนะคะ เพราะการอดอาหารเป็นอะไรที่ผิดที่สุดเท่าที่เคยทดลองทำมาเลยค่ะ เราต้องรักร่างกายของเรา ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะถ้าอยากจะหุ่นดี ก็ต้องมีสุขภาพที่แขงแรงด้วย”

ใหม่ ดาวิกา

กดดันไหมที่โดนกระแสว่า “คลั่งผอม

“ตอนแรกที่มีคนทักว่าซูบลงนะ ก็ไม่คิดว่าจะมีคนบอกว่า เฮ้ย! ผอมไป น่าเกลียด ซึ่งตอนแรกไม่ได้คิดว่าเขาจะซีเรียสกับเรื่องรูปร่างของเราขนาดนั้น เพราะรูปร่างก็สามารถอ้วนขึ้นหรือผอมลงได้ แต่พอช่วงหนึ่งกลายเป็นว่าคอมเมนต์เป็นการบูลลี่และล้อเลียนเพื่อความสนุก ไม่ได้เป็นการติเพื่อก่อ แต่เป็นการพูดเพื่อความสะใจของตัวเอง และทำให้แฟนคลับของใหม่ไม่สบายใจ ซึ่งเขาคอยปกป้องเราจากคอมเมนต์เหล่านั้นด้วย จึงตัดสินใจว่าควรออกมาอธิบายดีกว่า

ใหม่ ดาวิกา

“ใหม่จึงบอกทุกคนว่าที่ผอมลงเพราะงานนะ ไม่ต้องกังวล และถ้าอยากให้อ้วนขึ้นก็ทำได้นะ ไม่ต้องกังวลค่ะ” (ยิ้ม)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 989

ภาพเพิ่มเติม : davikah

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แอร์เมส

ยืนยันแล้ว! แอร์เมส ปรับราคาขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์ในยุโรป

ต้อนรับปี 2023 แอร์เมส แบรนด์แฟชั่นหรูจากฝรั่งเศสเตรียมปรับราคากระเป๋าขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์ โดยบางรุ่นนั้นมากถึง 8.26 เปอร์เซ็นต์ ถึง 12.24 เปอร์เซ็นต์

ยืนยันแล้ว! แอร์เมส ปรับราคาขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์ในยุโรป

Hermes

แม้ผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2022 ของแอร์เมสจะได้กำไร โดยเพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์ และมีทีท่าว่าจะพุ่งสูงขึ้นอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทางแบรนด์ก็ยังคงประกาศขึ้นราคา โดยในปี 2023 นี้ แอร์เมสได้ปรับราคากระเป๋ารุ่นต่างๆ ขึ้นอีก 5-10 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ pursebop ได้รายงานว่า อันที่จริงแล้วในปี 2021 แอร์เมสได้ปรับราคาขึ้น 2-3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งนักช้อปหลายคนอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นราคาที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ Eric du Halgouet ประธานฝ่ายการเงินของแอร์เมส ได้กล่าวถึงราคาที่เพิ่มขึ้นของสินค้าว่า เป็นเพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินที่ผันผวน รวมไปถึงอัตราเงินเฟ้อที่สูง จึงยากที่จะไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคามีเสถียรภาพมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Hermes

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการปรับราคาขึ้นของแอร์เมส นักช้อปบางรายได้กล่าวว่า แอร์เมสนั้นขึ้นราคาสินค้าตามชาแนล ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์ชาแนลได้ปรับราคาขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะกระเป๋ารุ่น Medium Classic Flap ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 51% ในช่วงสามปีที่ผ่านมา โดยในเดือนตุลาคม 2019 ราคายังอยู่ที่  5,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 198,302 บาท แต่ปัจจุบันราคาได้เพิ่มมากถึง 8,800 ดอลลาร์ และมีข่าวลือว่าจะมีการขึ้นราคาอีกครั้ง

สำหรับการปรับราคานั้นจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่กันบ้างดูกันได้จากตารางข้างล่างนี้

pursebop
pursebop
pursebop

ที่มา : www.pursebop.com