"อย่าหยุดออกกำลังกาย" เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

“อย่าหยุดออกกำลังกาย” เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

"อย่าหยุดออกกำลังกาย" เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19
"อย่าหยุดออกกำลังกาย" เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

“อย่าหยุดออกกำลังกาย” เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลัง ฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทางออกเดียวที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ คือ การฉีดวัคซีนป้องกัน ซึ่งตอนนี้ทั่วโลกฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 1.74 พันล้านโดส (ตัวเลขวันที่ 26 พฤษภาคม 2564) ในระหว่างที่คนทั่วโลกอีกจำนวนมากยังอยู่ที่สถานะรอการฉีดวัคซีน บรรดาผู้เชี่ยวชาญก็พยายามศึกษาค้นคว้าและหาแนวทางป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจาก COVID-19 ให้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ทันทีนั่นคือ “การออกกำลังกาย”

โดยปัจจุบันมีงานวิจัยเผยว่า “การออกกำลังกายอาจช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19จึงอยากชวนทุกคนมาออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมด้วย 13 วิธีเตรียมความพร้อมก่อน ฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพื่อให้การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพและวิธีปฎิบัติตัวหลังฉีดวัคซีนอีกด้วย

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกายช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยเผยว่า การออกกำลังกายอาจช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

"อย่าหยุดออกกำลังกาย" เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มแอนติบอดีให้ร่างกาย

โดยก่อนหน้านี้ ศ.จิม ซัลลิส ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยจากสถาบันวิจัยสุขภาพ Mary MacKillop Institute for Health Research ของ ACU ทำการวิจัยไปที่ผลลัพธ์ของการออกกำลังกายเชื่อมโยงกับความสามารถในการป้องกัน COVID-19 ผลการวิจัยพบว่า ช่วยลดความรุนแรงลงได้ โดยเฉพาะอัตราการเสียชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงยังพบว่าอัตราการเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ของผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่ในระดับต่ำกว่ากลุ่มคนที่ออกกำลังกายน้อยกว่า 10 นาที ต่อสัปดาห์

เช่นเดียวกับผลวิจัยของ Glasgow Caledonian University ประเทศอังกฤษ ที่พบว่า การออกกำลังกายเป็นประจำส่งผลให้ระดับแอนติบอดี อิมมูโนโกลบูลิน เอ (IgA) สูงขึ้น ซึ่งแอนติบอดีนี้จะทำหน้าที่ต่อต้านการติดเชื้อโดยยับยั้งการเกาะติดของแบคทีเรียและไวรัสกับเซลล์เยื่อบุผิว เป็นเสมือนเกราะป้องกันปอดและอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ CD4+T  ซึ่งมีบทบาทในการต่อสู้กับเชื้อโรคและทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

แต่เนื่องจากวัคซีน COVID-19 เป็นวัคซีนใหม่ จึงยังไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงได้อย่างชัดเจนว่า การออกกำลังกายจะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันวัคซีนป้องกัน COVID-19 มากน้อยแค่ไหน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ร่างกายของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะมีแอนติบอดี อิมมูโนโกลบูลิน เอ (IgA) สูงกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายถึง 50% นั่นเอง

"อย่าหยุดออกกำลังกาย" เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยการออกกำลังกาย ช่วยให้การตอบสนองต่อวัคซีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

งานวิจัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ผ่านมาพบว่า ผลลัพธ์ที่บ่งชี้ถึงภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ออกกำลังกายก่อนการฉีดวัคซีน ยิ่งผู้ที่ออกกำลังกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากขึ้นเท่าไร ก็ส่งผลให้การตอบสนองต่อวัคซีนดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

Rob Newton ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์การออกกำลังกายจาก Edith Cowan University เผยว่า “การฉีดวัคซีนทำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แต่เนื่องจากเรามีเซลล์ภูมิคุ้มกันเหล่านี้มากขึ้นเมื่อเราออกกำลังกาย จึงเป็นการตอบสนองที่ทรงพลังกว่ามาก”

Dr. Robert E แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและการกีฬา ศูนย์การแพทย์ Kaiser Permanente Fontana แนะ “ผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ เดิน 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อได้ 37% และยังเพิ่มประสิทธิภาพหลังฉีดวัคซีนอีกด้วย”

"อย่าหยุดออกกำลังกาย" เสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 50% หลังฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

13 วิธีเตรียมความพร้อม ก่อนฉีดวัคซีน COVID-19

นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังมีอีก 13 วิธีเตรียมความพร้อมก่อนฉีดวัคซีน COVID-19 เพื่อให้การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพ รวมถึงวิธีปฎิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน

  1. ก่อนฉีดวัคซีน COVID-19 ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนนั้นๆ และขั้นตอนหลังการรับวัคซีนให้เข้าใจ
  2. ช่วง 2 วันก่อนและหลังการฉีดวัคซีน COVID-19 ควรงดออกกำลังกายหนัก เช่น คาร์ดิโอ แอโรบิก และยกเวท
  3. ก่อนเข้ารับบริการควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500-1,000 ซีซี หรือมากกว่านั้น
  4. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
  6. รับประทานอาหารได้ตามปกติก่อนฉีดวัคซีน
  7. หากมีไข้สูงก่อนฉีดวัคซีน ควรเลื่อนการฉีด
  8. หากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน
  9. วันที่ไปฉีดวัคซีน หากรู้สึกกลัว กังวล ให้ปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจส่งผลต่อปฏิกิริยาของร่างกาย เช่น ใจสั่น หน้ามืด
  10. หลังฉีดวัคซีน COVID-19 ให้รอดูอาการประมาณ 30 นาที ภายในบริเวณที่รับการฉีด
  11. ถ้ามีไข้ หรือปวดเมื่อยมาก สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละหนึ่งเม็ดทุก 6 ชั่วโมง ห้ามกินยาประเภท Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด
  12. การฉีดวัคซีน COVID-19 ควรห่างกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 1 เดือน และควรฉีดวัคซีน COVID-19 ให้ครบก่อนค่อยฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
  13. ถ้ากินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ให้กินยาตามปกติ แต่เมื่อฉีดวัคซีนแล้วให้กดบริเวณตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก 1 นาที

ขอบคุณข้อมูลจาก : Fitness First (Thailand)

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ถึงเวลาสวย ถึงเวลาชนะ! สาวๆ ทานอะไรดีเพื่อ สู้โควิด-19 ระลอก 3

ไขข้อสงสัย หากผู้ป่วย “ไทรอยด์” ติดโควิด-19 จะเสี่ยงอาการหนักกว่าเดิมหรือไม่?

‘ลิ่มเลือดอุดตัน’ ผลข้างเคียงวัคซีนโควิด-19 จริงหรือ? และใครที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up