เจาะตัวตนหลังจอ "ปอนด์ - กวาง - เบนซ์" ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี

เปิดตัวตนหลังจอ “ปอนด์ – กวาง – เบนซ์” ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี

เจาะตัวตนหลังจอ "ปอนด์ - กวาง - เบนซ์" ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี
เจาะตัวตนหลังจอ "ปอนด์ - กวาง - เบนซ์" ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี

แพรวดอทคอม พาไปรู้จักกับตัวตนหลังจอ และเปิดมุมมองของ 3 คนข่าวไฟแรง ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี “ปอนด์-เอกลักษณ์ ศรีสุขใส” “กวาง-อารีรัตน์ สุขรุ่งเรือง” และ “เบนซ์-กิตติกรณ์ ศิลปดนตรี”

“ปอนด์-เอกลักษณ์ ศรีสุขใส” ต้องไม่ทรยศคนดู

หนุ่มนักกิจกรรมเบอร์หนึ่งแห่งคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สาขาเทคโนโลยีการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พกดีกรีความมั่นมาเต็มร้อย เขาเริ่มเข้าสู่สนามข่าวในฐานะนักข่าวของช่องอมรินทร์ทีวี ก่อนจะขยับมาเป็นผู้ประกาศข่าว และก้าวสู่ตำแหน่งบรรณาธิการข่าวของรายการทุบโต๊ะข่าว

เจาะตัวตนหลังจอ "ปอนด์ - กวาง - เบนซ์" ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี

“การได้มาเป็นนักข่าวที่อมรินทร์ทีวีถือเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กคนหนึ่งที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากว่าฉันเก่ง เป็นเบอร์หนึ่งของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย แต่คนที่กระชากความมั่นใจของนายเอกลักษณ์ไปมากที่สุดคือพี่พุทธ (พุทธ อภิวรรณ)

“จำได้เลยว่าผมมาสมัครเป็นนักข่าว ตอนนั้นช่องกำลังฟอร์มทีม มีคนมาสมัครเป็นร้อย แต่พี่พุทธรับผมคนเดียว อันนี้ฝ่ายบุคคลบอกนะครับ (กระซิบ) ผมเขียนสกู๊ปข่าวแรกในชีวิต เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ตอนนั้นเป็นช่วงม็อบหลากสี พอพี่พุทธอ่านก็บอกว่า ‘ถ้าใครดูสกู๊ปนี้น่าจะรู้เลยว่าคนเขียนไม่มีสมอง’ ผมช็อก ร้องไห้เลย ตัดสินใจว่าไม่อยู่แล้ว พอคุยเรื่องนี้กับเพื่อน เขาบอกให้รอผ่านโปรสามเดือนก่อนแล้วค่อยไป พอครบสามเดือน รอพ้นหกเดือนแล้วกัน (หัวเราะ) คงเพราะผมชอบความท้าทาย จึงอยู่พิสูจน์ตัวเองมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ก็หกปีแล้วครับ ซึ่งต้องบอกว่าอมรินทร์ทีวีให้อะไรผมหลายอย่าง ทั้งการเป็นนักข่าว การทำงานในสตูดิโอ จนถึงผู้ประกาศ เรียกว่าเป็นมัลติฟังก์ชันของจริง

“ปัจจุบันผมรับสองหน้าที่ งานแรกคือเป็นผู้ประกาศรายการข่าวเที่ยงอมรินทร์ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ กับอีกบทบาทหนึ่งคือบรรณาธิการข่าวของรายการทุบโต๊ะข่าว เป็นลูกมือช่วยพี่พุทธในการเตรียมข่าว เตรียมภาพ และคุมรายการออกอากาศ เวลาที่พี่เขาเรียกผ่านหน้าจอว่า ‘ทีมงานฮะ เอาภาพขึ้นมาครับ’ นั่นคือผมเอง (หัวเราะ)

“ตื่นเช้ามาในแต่ละวันผมจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาอ่านเฟซบุ๊ก และฟีดข่าวในระบบจากนักข่าวท้องถิ่นกว่า 76 จังหวัด เพื่อจะได้ทราบว่าวันนี้มีเรื่องอะไรบ้าง ข่าวใหญ่หรือข่าวอาชญากรรมเป็นยังไง เราก็จะนั่งดูก่อนจากที่บ้าน พอเข้าออฟฟิศก็จะมาเตรียมส่งคิวภาพให้ฝ่ายตัดต่อตัดภาพข่าว เรียงสคริปต์ เรียงบท จากนั้นนำข้อมูลข่าวที่เตรียมไว้ทั้งหมดไปให้พี่พุทธเลือกไม่ต่ำ กว่า 100 ข่าว แม้จะนำมาเล่าข่าวจริงๆ เพียง 45 ข่าวก็ตาม ผมเคยถามพี่พุทธเหมือนกันว่าทำไมต้องเตรียมมากมายขนาดนั้น พี่เขาตอบว่า ‘ถ้าเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงบางอย่างที่ทำให้เผยแพร่ข่าวไม่ได้หรืออุปกรณ์แฮ้งขึ้นมา ทำให้ออกอากาศข่าวนั้นไม่ได้ ผู้ประกาศต้องลากยาว แล้วจะเอาอะไรมาอ่าน มันจบเลยนะ รายการจะหายไปเลยครึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้นเตรียมให้มากไว้ก่อนดีกว่า’

“หลายคนมองว่าข่าวที่อมรินทร์ทีวีนำเสนอไปเป็นแนวงมงาย อย่างข่าวร่างทรงหรือเกี่ยวกับไสยศาสตร์ แต่คุณรู้ไหมว่านี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของสังคม ผู้คนยังมีความเชื่อแบบนี้ แล้วมีหลายคนที่หมดตัว เราจึงมีหน้าที่นำเสนอ อย่างร่างทรงคนนี้ให้หวยแม่นใช่ไหม เราจึงนำเสนอแต่ละงวดๆ ให้เห็นว่าสิ่งที่คุณเชื่อยังมีอีกมุมหนึ่งนะ ซึ่งเราจะนำเสนอทุกด้าน ไม่ปิดบังด้านใดด้านหนึ่ง

“เพราะพี่พุทธจะบอกเสมอว่า พวกเราเป็นเหมือนหมาเฝ้าบ้าน ห้ามทรยศเจ้านายคือคนดู หมายความว่าไม่ใช่จะนำเสนอข่าวอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นข่าวที่คนดูต้องได้อะไรกลับไป ถ้าเมื่อไหร่เราทรยศ คนดูก็จะไม่ดูเรา เมื่อไม่มีใครดู แล้วเราจะทำ ไปทำไม”

“กวาง-อารีรัตน์ สุขรุ่งเรือง” สดทันใจทุกเที่ยงวัน

สำหรับใครที่ชอบอัพเดตข่าวช่วงพักเที่ยง ต้องคุ้นเคยกับลีลาการเล่าข่าวที่คล่องแคล่วกระฉับกระเฉงของ “กวาง – อารีรัตน์” ผู้ประกาศสาวหนึ่งเดียวท่ามกลางหนุ่มๆ ในช่วงข่าวเที่ยงอมรินทร์ ที่คล่องตัวทั้งในจอและนอกจอ

เจาะตัวตนหลังจอ "ปอนด์ - กวาง - เบนซ์" ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี

“ต้องบอกว่าตั้งแต่มาอยู่ช่องอมรินทร์ทีวี กวางได้เรียนรู้เยอะมาก ได้เวียนจัดเกือบทุกรายการ ตั้งแต่ข่าวเช้าอรุณอมรินทร์ บางครั้งก็ควบข่าวเที่ยง หรือนานๆ ทีก็มีเวียนไปอ่านข่าวเย็นบ้าง ก่อนจะมาอยู่ข่าวเที่ยงเต็มตัวอย่างในปัจจุบัน นอกจากอ่านข่าวแล้ว ผู้ประกาศข่าวที่นี่ยังต้องทำคอนเทนต์เอง เพราะผู้ประกาศข่าวควรต้องเข้าใจเรื่องที่นำเสนอมากกว่าคนดู ถ้าเรารู้ไม่เท่าเขา เขาจะไม่ฟังเรา ซึ่งข้อดีของการทำข้อมูลเอง ทำให้เรารู้เยอะและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด จึงสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีค่ะ

“ความยากของการทำข่าวเที่ยงคือสถานการณ์ส่วนใหญ่เพิ่งเกิดขึ้น ในช่วงครึ่งวันเช้า ทำให้ต้องอัพเดตกันสดๆ ในเวลาออกอากาศ สมมติศาลกำลังพิพากษาคดีหนึ่งอยู่ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ระหว่างที่รายการดำเนินไป ที่ศาลก็อ่านคำพิพากษากันอยู่ ถ้าศาลอ่านจบประมาณ 11.30 น. ทีมงานก็พริ้นต์สคริปต์มายื่นให้ผู้ประกาศข่าวที่หน้าโต๊ะข่าวเลย กวางก็ต้องรีบอ่าน แล้วสรุปข้อมูลเพื่ออัพเดตให้คุณผู้ชมฟังทันที ซึ่งต้องแยกประสาทให้ดี เพราะเพื่อนร่วมรายการก็อ่านข่าวอยู่ ในหูฟังก็มีโปรดิวเซอร์คอยพูดสั่ง ตาอ่านสคริปต์ สมองทำความเข้าใจ ต้องใช้สมาธิเยอะมากจริงๆ (หัวเราะ)

“นอกจากนี้ความที่เป็นรายการสด จึงมีปัญหาเฉพาะหน้าให้ต้องแก้เยอะ อย่างช่วงปล่อยเข้าเสียงจากแหล่งข่าว แต่เสียงมาไม่ชัด ถ้าเป็นเคสที่แหล่งข่าวกำลังมีเรื่องเศร้า กวางก็จะแก้สถานการณ์ไปว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนใจนะคะ แหล่งข่าวอาจตอบได้น้อย ไม่ค่อยได้ยินเสียงบ้าง แต่เขาพูดประมาณนี้ค่ะคุณผู้ชม’ เป็นต้น แต่ก็มี บางเหตุการณ์ที่ลุ้นกันสุดตัว เพราะไม่เป็นไปอย่างที่คาดเดา อย่างข่าวตัดสินคดีจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความที่ก่อนหน้านี้คุณยิ่งลักษณ์ปรากฏตัวตามหมายศาลตลอด ส่วนใหญ่จึงคาดการณ์กันว่าในวันสุดท้ายก็คงมา ปรากฏว่าไม่มา ศาลก็พิจารณาคดีไม่ได้ ทำให้ ไม่เป็นไปตามแผนที่กองบรรณาธิการวางไว้ คำถามที่เตรียมไว้โฟนอิน แหล่งข่าวก็ต้องเปลี่ยนกันหน้างาน เพราะไม่มีผลพิจารณาคดีออกมา ถือเป็นวันที่ยากที่สุดในการเตรียมข้อมูล เพราะต้องหาข้อมูลและแหล่งข่าวใหม่ในเวลาจำกัดมาก ส่วนเราเองก็นั่งโต๊ะข่าวออกอากาศอยู่ เต็มที่คือหาข้อมูลจากมือถือแล้วรีบกลับไปมองกล้อง ต้องอาศัยงัดข้อมูลที่เราทำการบ้านไว้ก่อนหน้ามาเล่าเพื่อดำเนินรายการไปก่อน จึงยิ่งตอกย้ำว่าการหาข้อมูลและทำคอนเทนต์ข่าวเองเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกาศข่าว

“ซึ่งวันนั้นสุดท้ายเราก็สามารถหาแหล่งข่าวใหม่ เป็นนักวิชาการและนักรัฐศาสตร์มาโฟนอิน เพื่อให้ข้อมูลว่ากรณีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป รายการจึงดำเนินไปได้ด้วยดีจนจบ แม้จะต้องลุ้นกันจนเหนื่อยเลยก็ตาม แต่กวางว่านี่แหละคือความสนุกของเนื้องาน เป็นความท้าทายที่ทำให้ไม่เคยเบื่ออาชีพนี้เลยค่ะ”

“เบนซ์-กิตติกรณ์ ศิลปดนตรี” รุ่นใหม่ มุ่งมั่น ใจเกินร้อย

“เบนซ์-กิตติกรณ์ ศิลปดนตรี” ผู้ประกาศข่าวรุ่นใหม่ไฟแรงที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นนักร้องประกวด ก่อนจะมีโอกาสเข้าสู่วงการผู้ประกาศข่าว และด้วยฝีมือการอ่านข่าวที่ไม่ธรรมดา ปัจจุบันเขาจึงอยู่ในทีมข่าวเที่ยงอมรินทร์ ที่ไม่เพียงแต่เล่าข่าว แต่ลงพื้นที่หาข่าวด้วยตัวเองด้วย

เจาะตัวตนหลังจอ "ปอนด์ - กวาง - เบนซ์" ทีมผู้ประกาศข่าวเที่ยง อมรินทร์ทีวี

“ย้อนกลับไปสมัยเด็ก ไม่เคยมีภาพตัวเองนั่งอ่านข่าวในโทรทัศน์แบบนี้เลยครับ เพราะด้วยครอบครัวเป็นศิลปิน ทั้งคุณพ่อ (จีระพันธ์ วีระพงษ์) คุณแม่ (เรือนใจ จันทิมา) เป็นนักร้องลูกทุ่งทั้งคู่ เวลาไปออกงานกับคุณพ่อก็ร้องเพลงตลอด กระทั่งพอเริ่มโตช่วงมัธยมรู้สึกว่าไม่อยากร้องเพลงแล้ว จึงเปลี่ยนไปเล่นกีตาร์ และเลือกเรียนต่อที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะตอนนั้นมีความสนใจเรื่องการเมือง และฝันอยากเป็นนายกรัฐมนตรี (ยิ้ม)

“ชีวิตมาเปลี่ยนสายอีกครั้งเมื่อเรียนจบปริญญาตรี มีการเปิดรับสมัครนักร้องโครงการ AF10 คุณพ่อคุณแม่อยากให้เราเป็นนักร้องเหมือนท่าน จึงขอให้ผมไปสมัคร ปรากฏว่าได้รับคัดเลือกผ่านเข้ารอบ ไปเก็บตัวอยู่ในบ้านประมาณ 7-8 สัปดาห์ แล้วก็ตกรอบออกมาครับ

“จากการประกวดครั้งนั้นทำให้ผมเจอตัวเองหลายอย่างมากๆ หนึ่งคือผมไม่ได้อยากเป็นนักร้อง อาจจะร้องเป็นงานอดิเรกได้ แต่ถ้าทำเป็นอาชีพคงไม่เหมาะ ขณะเดียวกันก็พบตัวเองว่าเราชอบพูดชอบเล่าเรื่อง และช่วงที่จบการประกวดก็ได้มีโอกาสทำงานทั้งร้องเพลง เล่นละคร พิธีกร และผู้ใหญ่ทางช่องเห็นแวว จึงชักชวนให้ผมมาทำงานเป็นผู้ประกาศข่าว เริ่มจากข่าวเล็กๆ ก่อน ตามด้วยข่าวกีฬา ผ่านไป 2-3 ปี ก็ขยับเป็นผู้ประกาศข่าวโต๊ะหลัก คือข่าวที่อยู่ในกระแสในขณะนั้น ซึ่งเป็นข่าวที่ผมชอบที่สุด รู้สึกอินกับงานมากๆ และอยากพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นอีก

“หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านนี้มากว่า 6 ปี ก็ได้รับโอกาสจากอมรินทร์ทีวีให้มาเป็นผู้ประกาศข่าว และได้รับโอกาสในการออกไปทำข่าวด้วยตัวเองด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยทำงานเบื้องหลังมาก่อนเลย แต่พอมาอยู่อมรินทร์ทีวี คุณต้องเป็นคนข่าวจริงๆ ต้องทำงานข่าวได้ทุกรูปแบบ ทั้งเขียนข่าว ออกไปหาข้อมูล วิเคราะห์แง่มุมต่างๆ อย่างผมเองถ้ามีเวลาว่างจะซ้อนมอเตอร์ไซค์พี่โปรดิวเซอร์ออกไปหาข่าวกัน สัมภาษณ์แหล่งข่าว ใช้กล้องถ่ายเอง ซึ่งตรงนี้เป็นประสบการณ์ใหม่และสนุกมากๆ สำหรับผมอาจจะมีเครียดบ้างบางครั้ง (หัวเราะ)

“ตอนนี้ผมทำทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังควบคู่กันไป สำหรับผมงานเบื้องหน้าในฐานะผู้ประกาศเปรียบเหมือนการนำส่วนผสมต่างๆ มาปรุงใหม่ในแบบของเรา นั่นก็คือการเล่าข่าวให้ผู้ชมเข้าใจ ขณะที่การทำงานเบื้องหลังเปรียบเหมือนการเตรียมอาหาร เราต้องเลือกส่วนผสมและเครื่องปรุงที่จะนำมาทำเมนูให้เหมาะสมพอเหมาะ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาและความคิด เมนูข่าวนั้นจึงจะออกมาอร่อยครบรส” (ยิ้ม)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 963

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำความรู้จัก! ก๊วนคนข่าวเช้า “ต้น – บอล – กรุ๊งกริ๊ง” แห่งช่องอมรินทร์ทีวี

คนข่าวดาวรุ่ง ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์ เล่าเบื้องหลังความหิน กว่าจะเป็นทุบโต๊ะข่าว

เปิดใจ “ไอซ์-สารวัตร” นักข่าวสายลุย พร้อมบุกทุกสนาม จากบ้านกกกอกถึงการชุมนุม

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!