Stylista
ติดต่อ : 85/43 ถนนเพชรเกษม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี 70000 โทร. 06-2239-7463
เฟซบุ๊ก : Stylista Ratchaburi
ไอจี : @stylistaratchaburi
ไลน์ : stylista_dress
ติดต่อ : 85/43 ถนนเพชรเกษม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี 70000 โทร. 06-2239-7463
เฟซบุ๊ก : Stylista Ratchaburi
ไอจี : @stylistaratchaburi
ไลน์ : stylista_dress
วันตรุษจีนหรือวันปีใหม่ตามปฏิทินจีน ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของชาวจีน ซึ่งปี 2561 หรือ 2018 ตรงกับวันศุกร์ที่ 16 ก.พ. 61 ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ตามธรรมเนียมดั้งเดิมชาวจีนจะนิยมไปไหว้เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรให้อยู่เย็นเป็นสุข
การออกไปไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตในช่วงเทศกาลนี้ หากใครไม่รู้ว่าจะเดินทางไปที่วัดไหนดี วันนี้เรารวมมาให้แล้ว กับสถานที่สำคัญทั้ง 8 แห่ง ดังต่อไปนี้
วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

วัดมังกรกมลาวาส หรือที่เราเรียกกันติดหูว่า วัดเล่งเน่ยยี่ นี้เป็นหนึ่งในวัดจีนแต้จิ๋วในยุคแรกๆ ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในไทย ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ย่านเยาวราช ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2414 เป็นวัดเก่าแก่แต่ที่ยังคงความสวยงาม ขลัง เป็นสถานที่ประดิษฐานของ พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และองค์เทพเจ้าสำคัญหลายองค์ อาทิ องค์ไท้ส่วยเอี๊ยะ องค์แป๊ะกง เจ้าแม่กวนอิม ผู้คนนิยมมากราบไหว้เพื่อให้เป็นสิริมงคล
ศาลเจ้าพ่อเสือ

ตั้งอยู่ที่ถนนตะนาวใกล้เสาชิงช้าในกรุงเทพมหานคร เป็นศาลเจ้าจีนสายลัทธิเต๋าที่เก่าแก่กว่าร้อยปี เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากองค์หนึ่งที่คนจีนเรียกท่านว่า “ตั่วเหล่าเอี๊ย” หรือ “เฮี่ยงเทียงเซี่ยงตี่” ส่วนคนไทยจะรู้จักท่านในนามเจ้าพ่อเสือ รวมถึงเจ้าพ่อกวนอู ผู้คนนิยมกราบไหว้ขอพร ให้การงานประสบความสำเร็จ เสริมอำนาจบารมี ร่ำรวยเงินทอง
ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า

ภายในมูลนิธิเทียนฟ้าแห่งนี้ จะมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพร ประดิษฐานเป็นเทพเจ้าองค์ประธานอยู่ด้านใน องค์ทำด้วยไม้จันทน์แกะสลัก ศิลปะราชวงศ์ถัง ได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานมาจากประเทศจีน เมื่อในปี พ.ศ. 2501 จวบจนปัจจุบัน
ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2201 ตั้งอยู่ที่กลางซอยเยาวราช 6 หรือตรอกอิสรภาพในย่านเยาวราช สถาปัตยกรรมเป็นแบบจีนแต้จิ๋วโบราณ มีระฆังโบราณสมัยราชวงศ์หมิง เป็นที่ประดิษฐานองค์ไฉ่ซิงเอี๊ยหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพเจ้ากวนอูหรือเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์
ศาลเจ้าพ่อกวนอู (Gong Wu Shrine)

เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมากว่า 268 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในชุมชนสมเด็จย่า ใกล้กับสวนสมเด็จย่า หลังวัดอนงคาราม ย่านคลองสาน ฝั่งธนบุรี เทพเจ้ากวนอูหรือเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ คนนิยมมาไหว้ขอพรท่านเพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ได้เป็นเจ้าคนนายคนและให้มีลูกน้องบริวารที่ดี นอกจากนี้ ยังมีองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย และเจ้าพ่อเสือประดิษฐานอยู่ที่นี่ด้วย
วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่)

ตั้งอยู่ในซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร เขตพระนคร (บ้านหม้อ) เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีปี พ.ศ. 2319 ที่นี่มีองค์เทพสำคัญมากมาย อาทิ เทพบุ่งเชียง เทพไท้อิม (จันทราเทพ) เทพไท้เอี๊ยง (สุริยะเทพ) เทพฮั่วท้อ เทพฮั้วกวงไต่ตี่ (เทพสามตา)
วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม

วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม หรือศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เป็นศาลเจ้าจีนที่ก่อสร้างอย่างสวยงามใหญ่โต ตั้งอยู่ริมเส้นทางเลียบชายทะเลจากอ่างศิลาไปเขาสามมุข มีตึก 4 ชั้น ภายในโอ่โถงตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน จุดเด่นด้านศิลปวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ รูปปั้นมังกรซึ่งมีมาถึง 2,840 ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ย (ดาวเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์) ครบ 60 องค์ ให้ผู้มาเยือนได้ขอพรได้ตรงตามปีเกิด
วัดเล่งฮกยี่

วัดจีนเก่าแก่ของจังหวัดฉะเชิงเทราวัดนี้ถือเป็นวัดจีนเพียงแห่งเดียวในฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเทพเจ้าองค์สำคัญๆ ของชาวจีนไว้ให้ผู้ศรัทธาได้กราบไหว้ขอพร เช่น ท้าวจตุโลกบาล 4 ทิศ (ซือต้าเทียนหวัง) อายุกว่า 150 ปี วัดเล่งฮกยี่ สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2449 ซึ่งคำว่า ฮก แปลว่าโชคลาภ วาสนา จึงมักมีคนเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดมังกรแห่งวาสนา
นอกจาก 8 สถานที่สิริมงคลที่แนะนำให้ไปไหว้ใน่วงเทศกาลตรุษจีนแล้ว หากใครไม่สะดวกหรืออยู่ใกล้ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ก็ได้จัดให้มีซุ้มมงคลสักการะโดยอัญเชิญ “8 เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์” มาประดิษฐานในงาน “Paradise Park Chinese New Year the Great Golden 2018” ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 8-18 ก.พ. 61

ไม่ว่าจะเป็น เทพ 3 ตา เอ้อหลางเสิน Erlang Shen หนึ่งใน 5 แม่ทัพสวรรค์ประจาทิศ ตะวันตก ที่มีสัตว์คู่ใจ เป็นสุนัข ซึ่งเป็นปีนักษัตรของปี 2018 ท้าวจตุโลกบาล 4 ทิศ (ซือต้าเทียนหวัง) แกะสลักจากไม้จันทร์หอม สูง 1.2 เมตร อายุกว่า 150 ปี อัญเชิญมาจากวัดเล่งฮกยี่ จังหวัดฉะเชิงเทรา เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยะ เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ประจำปี 2561 เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และความร่ำรวย เจ้าพ่อเสือ (ตั่วเหล่าเอี๊ย) เทพเจ้าคุ้มครองสุขภาพ ครอบครัว การงาน
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
การงาน : ราบเรียบ ราบรื่น ไม่ค่อยมีอุปสรรคมากนัก ผู้ใหญ่ก็ให้การสนับสนุนด้วยดี แต่ให้ระวังทิฐิความเชื่อมั่นในตัวเองจะทำลายความเข้าใจอันดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน จนทะเลาะกันได้
การเงิน : มีโชคลาภ ผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือ แต่ระวังเงินที่เข้ามาแบบไม่ถูกต้องจะทำให้เดือดร้อน
ความรัก : วันนี้อาจเพราะงานยุ่งงานเยอะทำให้คาดเดาไม่ค่อยได้ เดี๋ยวท่านก็เอาใจใส่ดี เดี๋ยวก็สนใจแต่งาน จนอีกฝ่ายตั้งรับไม่ถูก เอาเป็นว่าไม่ต้องคาดเดากัน มาอย่างไรก็ตั้งรับแบบนั้น คนโสด มีคนมาจีบเยอะ แต่ดูดีๆ มีทั้งตัวจริงและตัวปลอม ไม่ต้องรีบค่ะ
สุขภาพ : ระวังตามใจปากก็จะลำบากทีหลัง เพราะโรคอ้วนและไขมันอุดตันในเส้นเลือดมาแล้ว
ผู้ที่เกิดวันจันทร์
การงาน : ท่านกำลังใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองสร้างงานใหม่ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ ควรหาบริวารหรือเพื่อนรู้ใจที่เปรียบเหมือนมือขวามาช่วยจะทำให้งานดี โดดเด่น
การเงิน : มีการเลี้ยงดูบริวาร เพื่อนฝูง เพื่อเสริมบารมีและหน้าที่การงาน แต่ไม่ควรค้ำประกันใครอาจแบกรับภาระหนี้สินไว้เอง
ความรัก : วันนี้ควรลดทิฐิมานะและรู้จักการให้อภัย ลดความปรารถนา ความคาดหวังลง เพราะเวลาทะเลาะกันมักควบคุมตัวเองไม่อยู่ ต้องการแต่จะเอาชนะกันให้ได้ คนโสด เจอมาเยอะ เจ็บแยะ ทำให้ท่านมีโลกส่วนตัวสูง จึงไม่อยากรีบร้อนมีคู่แล้ว
สุขภาพ : ระวังโหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน และทานอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้ร่างกายรวนได้
ผู้ที่เกิดวันอังคาร
การงาน : ท่านกำลังอยู่ในสภาวะกดดัน เพราะมีการแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะฉะนั้นควรหาผู้รู้ไว้คอยให้คำแนะนำ หรือท่านก็ควรเพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเอง
การเงิน : มีโชคลาภแบบฟลุ๊คๆ
ความรัก : วันนี้ท่านรู้สึกหึงหวง แสดงความเป็นเจ้าของคู่ท่านอย่างชัดเจน หรืออาจเพราะเซ้นส์ก็ได้ว่ากำลังมีคนเล็งคู่ท่านอยู่ คนโสด มีโอกาสเจอผู้สูงวัยที่เป็นต่างชาติเสียด้วย แต่ท่าทางจะมีเจ้าของแล้วเน้อ
สุขภาพ : อาจมีการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน
ผู้ที่เกิดวันพุธ
การงาน : ท่านหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องงานตลอดเวลา คิดถึงแต่ความสำเร็จจนกลายเป็นวิตกกังวลและเครียด จนทำให้งานมีอุปสรรคอยู่ตลอดเวลา ควรหาบริวารหรือเพื่อนคู่ใจมาช่วยก็จะทำให้งานราบรื่นขึ้น
การเงิน : ช่วยเหลือคนอื่นค่อนข้างมากจนตัวเองเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่าค้ำประกันใคร มีความเสี่ยงสูงที่จะแบกรับหนี้สินนั้นไว้เอง
ความรัก : วันนี้ท่านสนใจแต่เรื่องงาน จนไม่ให้เวลากับครอบครัวจึงเกิดความขัดแย้งกันขึ้น แล้วท่านก็ชอบเอาชนะจึงยิ่งจะทำให้ห่างกันมากขึ้น คนโสด หากมีแล้วไม่ดีก็อยู่คนเดียวดีกว่า
สุขภาพ : ระวังความเครียดจะลงกระเพาะทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือปวดไมเกรน
ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี
การงาน : ท่านจะได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือสังคม หรืองานบุญงานกุศล ความที่อยากให้งานออกมาดีมากๆ จึงรู้สึกวิตกกังวล เครียด ก็พยายามหาเพื่อนหรือบริวารที่รู้ใจมาช่วยแบ่งเบาจะทำให้งานราบรื่นขึ้น
การเงิน : ท่านทำบุญไม่อั้น ระวังอย่ารับประกันใครแล้วกัน เพราะจะหนักที่ท่านเอง
ความรัก : วันนี้ท่านอยู่ด้วยกันเพราะกฎระเบีบบ เพราะหน้าที่การงาน และความเหมาะสม แต่อาจไม่ใช่เพราะความรักแล้ว คนโสด ท่านจะมีโอกาสเปิดตัวในสังคมไฮโซและเซเล็บมากๆเลยล่ะ รีบคว้าโอกาสนี้ไว้
สุขภาพ : เดินดีๆ ระวังตกจากที่สูงหรือหกล้ม ทำให้เท้าแพลง หรือขาเจ็บได้
ผู้ที่เกิดวันศุกร์
การงาน : สำหรับท่านที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำ วันนี้ท่านอาจต้องอยู่ในสถานการณ์พิพากษาบริวารหรือลูกน้องที่ทำผิด ควรใช้วิธีเจรจาประนีประนอมดีกว่าที่จะตัดสินโทษอย่างรุนแรง
การเงิน : ระวังช็อปจนรูดบัตรเครดิตเพลิน เคลียร์หนี้ไม่ทัน
ความรัก : วันนี้ความรักของท่านหลังจากที่คุยกันมายาวนาน ปรับทัศนคติกันก็แล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้น จนมาถึงจุดที่ต้องลองแยกกันอยู่สักพัก คนโสด ความรักจากสีชมพูอาจกลายเป็นสีดำได้
สุขภาพ : ดูแลเอาใจใส่เรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะอย่ากลั้นปัสสาวะจะทำให้กรวยไตอักเสบได้
ผู้ที่เกิดวันเสาร์
การงาน : งานที่ท่านรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงานจะราบรื่นด้วยดี แต่ติดนิดเดียวคือ ขอให้ท่านเปิดใจรับฟังเพื่อนร่วมงานบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นงานที่ราบรื่นจะพลิกกลับทันที
การเงิน : ก็ยังยึดมั่นที่งานมาก่อนเงิน
ความรัก : วันนี้คู่ครองเป็นกำลังสำคัญให้ท่าน เพราะท่านทำแต่งาน ไม่สนใจดูแลตัวเองเลย รวมถึงเรื่องเงินทอง หากได้คู่บริหารจัดการเก่งก็มีโอกาสร่ำรวยได้ คนโสด มีคนเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแต่แบบฉาบฉวยมาก อย่าคิดอะไรมาก
สุขภาพ : อย่าประมาท จะได้รับอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิด
ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ PRAEW ISSUE 923 พาคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งเข้าวิวาห์ เมื่อปลายปีที่แล้ว มาร์กี้ – ราศรี บาเล็นซิเอก้า กับ ป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ มาขึ้นปกให้ชาวแพรวได้อิจฉา ในความน่ารัก และหวานซะไม่มีของคู่นี้
หากนึกถึงสีลิปสติกที่ดูร้อนแรง แซบเว่อร์ เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องนึกถึงสีแดงแน่นอน แต่ช้าก่อน ผลโพลสำรวจ ความนิยมในสีสันลิปสติกจากทั่วโลกของปีที่ผ่านมา สาวไทยเรานั้นยกให้สีชมพูนม “Pale Pink” คือที่หนึ่งในดวงใจ ไม่ว่าจะแต่งตัวสไตล์ไหน สีชมพูก็เอาอยู่ แต่อย่างที่รู้กัน สีลิปสติก หนึ่งสีนั้นมีหลายเฉดเหลือเกิน อย่างสีชมพูนั้นก็มีตั้งแต่ฮ็อตพิ้งค์ ฟิวเชีย ไล่ไปถึงชมพูกะปิ และชมพูนู้ด BEAUTY PEDIA ไม่รอช้าจัดโทนชมพูมาให้เลือก ทั้งแบรนด์และเฉดสี ต้อนรับเทศกาลความรักที่กำลังมาถึง ก็ของมันต้องมีอะเนอะ
ผิวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ! ไม่ต้องประโคมเมคอัพให้ดูหนาเหมือนฉาบปูนไว้ BEAUTY SECRET นำเคล็ดลับของสาวผิวสวย 360 องศา คุณมีมี่ – อนงค์นาฏ อำนวยพล Brand Communication Managerof Lancme & Biotherm มาเผยเคล็ดลับความสวย ดูแลครบทุกสเต็ปแบบไม่ต้องพึ่งทางลัดเรียกว่าจะสวยขนาดนี้ ต้องอดทนจึงจะเห็นผลนะสาวๆ
วาเลนไทน์ปีนี้สาวๆ คนไหนถูกขอแต่งงานแล้วล่ะก็ เราขอยินดีล่วงไว้เลยนะจ๊ะ ส่วนสาวๆ คนไหนกำลังปวดขมับไม่รู้จะเลือกชุดเจ้าสาวแบบไหนดี ตามมาทางนี้ค่ะ เจ้าสาวสายหวาน หลงรักลูกไม้ต้องแบรนด์นี้เลยจ้า “TUTTI” ความพลิ้วไหวและคลาสสิกของผ้าลูกไม้ คือเสน่ห์ที่ทำให้ ตู๋ตี๋ – นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์ ดีไซเนอร์แบรนด์ TuTTi หลงรักหมดหัวใจ ไปทำความรู้จักให้มาขึ้นใน DESIGNER TALKS
STYLE CONFIDENT ปักษ์นี้ชวนมารีน่า น้องสาวคนสวยของ มาร์กี้ ราศี ที่ทั้งโดดเด่น มีสไตล์ และมีเสน่ห์ดึงดูด ไม่แพ้พี่สาว มาแชร์สไตล์การแต่งตัว งานนี้ขอบุกไป ล้วงสไตล์ของเธอกันถึงห้องนอนให้กับสาวๆ ชาวแพรวได้เอาไปเป็นไอเดียในการแต่งตัว พร้อมแล้วลุยเลย
ใกล้เข้ามาแล้วกับมหกรรมการประมูลของ Praew Charity 2018 ดับเบิลคลิก ดับเบิลบุญ ที่ทุกคนรอคอย SPECIAL SCOOP เลยขอนำภาพ บรรดาเซเลบริตี้แถวหน้าของ เมืองไทยที่ร่วมส่งไอเท็มแบรนด์เนมชิ้นรักอย่างกระเป๋าถือและเครื่องประดับ มาร่วมทำบุญกับ แพรว บอกเลยว่าหลายชิ้นยังใหม่กริ๊บ เพราะเจ้าของ แทบไม่ได้แตะ ทำบุญชาตินี้ ชิคเลยทันที ไม่ต้องรอชาติหน้า
เตือนไว้ก่อน Live Stories ปีกษ์นี้อาจจะโหดหน่อยๆ สำหรับ คนโสดถ้าได้อ่านเรื่องราวความเลิฟหวานๆ ของคู่รักเซเลบริตี้ ที่ควงคู่จูงมือกันมาเปิดใจกับแพรวเป็นที่แรกถึงทุกมุม ความหวานตั้งแต่รู้จักจนถึงตกลงใจแต่งงานแถมเขาและเธอ ช่างมีทุกอย่างเพียบพร้อมประมาณว่าลัคกี้ทั้งอินเกมและ อินเลิฟหนักมาก
ความสุขที่แท้จริงของคนเราอยู่ตรงไหน มีใครเคยคิดบ้าง สำหรับหนุ่มคนนี้ ไอซ์ – ศรัณยู วินัยพานิช คือการออกไปท่องโลกกว้าง ทำให้เขารู้สึกตัวเล็กลงและให้เกียรติคนรอบข้างมากขึ้นใน MY INSPRIED DESTINATION
COVER : PS I Love You XOXO POK & MARGIE
BEAUTY PEDIA : PINK 360 EXPLORE THE SHADE OF LOVE THIS VALENTINE’S DAY
BEAUTY SECRET : Perfect Beauty & Care ANONGNART AMNUEYPOL
DESIGNER TALKS : TuTTi Nostalgia Classic & Femininity
STYLE CONFIDENT : Many Shades of Marina “MARINA BALENCIAGA”
SPECIAL SCOOP : Praew Charity Luxury Auction 2018 มหกรรมประมูล ทำบุญ ชิงแบรนด์เนม!
LIVE STORIES : Love Stories 3 เรื่องรักสุดฟิน…ที่ชวนให้อินหนักมาก
MY INSPRIED DESTINATION : Backer on Ica Sarunyu แบกเป้ตะลุยทั่วโลก
ห้ามพลาดกับแฟชั่นสวยๆ ที่พร้อมให้คุณอัพเดท รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่อัดแน่นไปสาระอีกเช่นเคย ในนิตยสารแพรวฉบับ 923 ปักษ์ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ได้แล้วที่แผงหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือ สั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://www.naiin.com/

คบหาดูใจกันมานานจนจะเข้าปีที่5แล้วสำหรับคู่ของ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ และยิ่งนานวันความรักของคู่นี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดยกระดับความหวานไปอีกขั้น เพราะในงาน KingPower Chinese New Year The Endless Dynasty 2018 ทั้งสองได้โชว์หวานกลางอากาศ พร้อมโหนสลิงผ่านม่านน้ำพุที่สูงเท่ากับตึก10ชั้น โดยสาวคิมเบอร์ลี่เผยว่าตื่นเต้นและสนุกดีแถมยังแอบเม้าท์หนุ่มหวานใจหนุ่มว่าแม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่กลัวความสูง แต่เมื่อวานตอนซ้อมกลับได้ยินเสียงกรี๊ด เจอเผาระยะเผาขนขนาดนี้หนุ่มหมากเลยได้แค่ส่งเสียงฮึ่มในลำคอเบาๆ

เมื่อถามเกี่ยวกับแพลนวาเลนไทน์ในปีที่5นี้ หมาก เผยว่าปีนี้คงเป็นปีที่เหงาเพราะสาวคิมเบอร์ลีมีคิวต้องเดินทางไปถ่ายละครที่ต่างประเทศ ซึ่งเขาก็เข้าใจเพราะเป็นแพลนที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นหมากยังบอกอีกว่าจริงๆไม่ต้องรอวันวาเลนไทน์ก็ได้เราอยากทำอะไรก็ทำเพราะทุกวันก็คือวันพิเศษอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามหนุ่มหมากยังบอกอีกว่าแม้ในวันนั้นสาวคิมเบอร์ลีจะไม่ว่างก็ไม่เป็นไรเพราะเขาได้ถือโอกาสนี้ชวนครอบครัวเที่ยวที่ต่างประเทศซะเลย ส่วนใครที่กำลังลุ้นว่าหนุ่มหมากจะตามไปเซอร์ไพร้ส์ก็ไม่ต้องลุ้นหรอกเพราะเขาบอกว่าไปคนละประเทศกันจ้า

ช่วงต้นปีอากาศดีแบบนี้ แพรว wedding เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะถูกชายหนุ่มข้างกายเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน หรือชวนเข้าสู่ประตูวิวาห์กันแล้วแน่ๆ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้ารีบมาหาแบบชุดแต่งงานกันดีกว่าค่ะ และสำหรับเจ้าสาวสายหวานต้องไม่พลาดกับ 7 ชุดแต่งงานสวยหวาน ที่รับรองว่าหวานจนน้ำตาลเรียกเจ้แน่นอน









และเพื่อความงามแบบขั้นสุดในชุดแต่งงานสวยหวาน เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่อยากมาบอกต่อสำหรับเจ้าสาวที่อยากดูดีในทุกมุม โดยเฉพาะบริเวณเนื้อจั๊กที่ลดความมั่นใจของเจ้าสาวมาแล้วหลายต่อหลายคน จะแก้ยังไงน่ะเหรอ ทำตามวิธีด้านล่างนี้ได้เลย
สเต็ปที่ 1 : เตรียมเทปกาวสีขาวหรือสีเนื้อเพื่อให้กลืนไปกับสีผิวและชุดแต่งงาน
สเต็ปที่ 2 : ค่อยๆ เก็บ(โกย) เนื้อหน้าอกและเนื้อใต้รักแร้ให้เข้ามาชิดติดกัน (แบบชม) จากนั้นใช้เทปกาวพันรอบอกเอาไว้ก่อน 1 ชั้น
สเต็ปที่ 3 : ตัดเทปกาวความยาวประมาณ 5 นิ้ว แปะทับลงบนบริเวณที่เนื้อล้นเกินออกมาทั้งสองข้าง กะความสูงให้พอดี ไม่เกินขอบเกาะอกชุดเจ้าสาว ค่อยๆ ดึงรั้งเนื้อลงมาสักเล็กน้อย (ในขณะที่ทำไม่ควรยกแขนนะคะ เพราะจะทำให้เนื้อที่เราอุตส่าห์โกยมายกตามไปด้วย)
สเต็ปที่ 4 : แปะเทปกาวทับลงไปประมาณ 3-5 ชั้นเพื่อความชัวร์ จากนั้นจึงใช้เทปกาวพันรอบอกเพื่อเก็บทรงอีกครั้งเป็นอันเสร็จสิ้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใส่ชุดเจ้าสาวแบบไม่เห็นเนื้อปลิ้นแล้ว
เสื้อผ้า The Classic Studio & Planner สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) โทร. 0-2381-4959, 0-2714-7756 เว็บไซต์ : www.theclassicstudio.co.th เฟซบุ๊ก : The Classic Studio & Planner
เครื่องประดับ JASMIN ชั้น M ดิ เอ็มโพเรียม โทร. 0-2664-9009 และชั้น G โรงแรมดุสิตธานี โทร. 0-2234-5262 เว็บไซต์ : www.jasmin-jewelry.com อีเมล : [email protected] ไอจี : @jasmin.jewelry
เมื่อพูดถึงแฟชั่นชุดแต่งงาน เจ้าสาวหลายคนก็มักจะนึกถึงลุคสุดคลาสสิคภายใต้ชุดแต่งงานสีขาว ไม่ว่าจะเป็น ชุดแต่งงานฟูฟ่องหรือสไตล์หางปลาสุดเซ็กซี่ แต่บางครั้งสไตล์บางอย่างแบบดั้งเดิมก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ชุดแต่งงานที่เจ้าสาวบางคนต้องการ เพราะเจ้าสาวบางคนอยากจะได้ชุดแต่งงานที่มีสไตล์ก้าวล้ำข้ามไปอีกขั้นหนึ่ง และนี่คือ 5 เทรนด์ชุดแต่งงาน ที่เราอยากจะบอกว่าดูดีอินเทรนด์ตลอดปี 2018 แน่นอน
ชุดแต่งงานแบบสูท
มาสร้างทางเข้างานให้เป็นรันเวย์กันเถอะกับลุคที่เจ้าสาวสายบอยต้องร้องกรี๊ด แถมยังเป็นการฉีกกรอบชุดแต่งงานแต่ยังคงไว้ซึ่งความงามอย่างไร้ที่ติ และเราเชื่อว่าปีนี้เราจะได้เห็นเจ้าสาวในชุดแต่งงานแบบกางเกงตลอดปีนี้แน่นอน พิสูจน์ได้จากเจ้าสาวหมาดๆ อย่าง บุ้ง-สะธี ใบหยก และแก้ม-กวินตรา โพธิจักร



เสื้อคลุมสไตล์เจ้าสาว
เปลี่ยนการปกคลุมความเป็นเจ้าสาวด้วยเวลแบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาเป็นเสื้อคลุมเจ้าสาวกันดีกว่า เพราะนอกจากจะสวยงามและเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปีนี้แล้ว เจ้าสาวยังสามารถอวดทรงผมสวยเก๋โดยไม่มีเวลมาบดบังอีกด้วย

สไตล์โดดเด่นในยุค 80s
อีกหนึ่งลุคสุดโรแมนติกสำหรับชุดแต่งงานสไตล์ย้อนยุค 80s กับชุดแต่งงานแขนยาวแบบพองฟูพร้อมกิมมิกการเล่นระบายที่ช่วงกระโปรงซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดี และลุคนี้กำลังจะกลับมาอีกครั้ง รับรองว่าเจ้าสาวสายวินเทจได้ลุคโรแมนติกทรงพลังในวันสำคัญแน่นอน

ทรงเสน่ห์สไตล์แอ็บสแตรค
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ต้องการอะไรที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ไม่เว้นแม้กระทั่งกับชุดเจ้าสาว และนี่จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่จะอยู่ได้ยาวแบบไม่ตกยุค เพราะเป็นลุคที่ทันสมัยและเพอร์เฟกต์ของเจ้าสาวแบบสไตล์ใครสไตล์มันไม่ซ้ำกันแน่นอน

ใส่อะไรก็ได้ที่ใจต้องการ!
อันนี้ไม่ต้องอิงกับเทรนด์หรืออะไรใดๆ ทั้งสิ้น เพราะขึ้นอยู่กับใจของเจ้าสาวล้วนๆ ก็นี่เป็นวันแต่งงานของคุณนี่ค่ะ เพราะฉะนั้นเต็มที่เลยค่ะ เพราะไม่ว่าจะชุดแต่งงานแบบไหน สีอะไร หากเจ้าสาวมั่นใจรับรองว่าสวยแน่นอน

CR. www.stylemepretty.com, me.popsugar.com, www.khaosod.co.th
ติดต่อ : สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) โทร. 0-2381-4959, 0-2714-7756
เว็บไซต์ : www.theclassicstudio.co.th
เฟซบุ๊ก : The Classic Studio & Planner
อากาศดีๆ แบบนี้ไปแอ่วเจียงใหม่กันเต๊อะเจ้า ^^ ออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดที่เต็มไปด้วยที่เที่ยว อาหารพื้นเมืองประเพณีและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวล้านนา อย่างที่ทราบกันดีว่าหากคิดถึงอากาศเย็นๆ ดอกไม้สวยๆ ต้องนึกถึงจังหวัดทางภาคเหนือเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้น จะมีมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ เทศกาลดอกไม้ระดับตำนานของเมือง โด่งดังไปทั่วประเทศ ขบวนบุปผชาติ กุหลาบเวียงพิงค์ และสาวงามกับร่มลายดอกไม้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ ขณะเดียวกันเส้นทางดอกไม้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังมีชื่อเสียง รองรับนักเดินทางนับล้านคนในทุกๆ ปี
จากผลสำเร็จของมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างมาสัมผัสความสวยงามของดอกไม้ในหนาวนั้น จึงเกิดแนวคิดที่ต้องการยกระดับ ปักธงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีให้เป็นจุดนัดพบแห่งเอเชีย สร้าง Flagship Event ให้เป็นเทศกาลท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ภายใต้ชื่อ “เทศกาลเชียงใหม่เบิกบาน” (Chiang Mai Blooms) ในเทศกาลนี้ได้รวบรวมกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ตั้งแต่ที่พัก อาหารการกิน และกิจกรรมสันทนาการ ความพิเศษของเทศกาลนี้คือมี “ดอกไม้” เป็นส่วนประกอบและองค์ประกอบสำคัญ โดย “Chiang Mai Blooms” จะถูกปักหมุดในเส้นทางท่องเที่ยวตามอำเภอต่างๆ สร้างเป็นปฎิทินท่องเที่ยวใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้อีกด้วย
Day 1
เกริ่นกันมาซะยาว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทริปนี้เราจะพาไปชิมอาหารที่ทำจากดอกไม้ ใช่ค่ะฟังไม่ผิด เราจะพาไปชิมอาหารที่ทำจากดอกไม้จริงๆ โดยจะไปตามเส้นทางที่ปักหมุดในแผนที่ แต่จะเป็นที่ไหนบ้างไปดูกันเลย บอกเลยว่าสายกินต้องชอบเป็นพิเศษแน่นอน เพราะทริปนี้เราจัดเต็มจริงๆ
หลังจากลงเครื่องเราก็มุ่งหน้าไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท โรงแรมในตัวเมือง แต่ติดแม่น้ำปิง เดินทางสะดวก ใกล้สนามบินซึ่งทริปนี้เราจะเอนกาย พักผ่อนที่นี่กัน ถึงโรงแรมเราก็เดินเล่นสำรวจกันสักหน่อยที่นี่ตกแต่งด้วยไม้สัก ผ้าทอ ภาพเขียน กูบช้างและเครื่องเงินสไตล์ล้านนา
เช็ออินเก็บสำภาระเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะไปชิมอาหารที่ทำจากดอกไม้มื้อแรกของวัน สำหรับเมนูแรกในมื้อนี้คือ ยำหัวปลีกุ้งสดและโรลปอเปี๊ยะกรอบจิ้มซอสหวาน ยำหัวปลีรสชาติเข้มข้น ตัดกับกุ้งสดตัวโตเข้ากันดีมาก ส่วนโรลปอเปี๊ยะกรอบ จิ้มซอสหวานก็ทานได้เพลินๆ
สำหรับเมนูถัดมาอาจจะดูแปลก แต่บอกเลยว่าเข้ากัน แกงข่าไก่ใส่สตอเบอรรี่สด น้ำแกงซดคล่องคอมีสตรอเบอร์รี่สดเพิ่มความเปรี้ยว รสชาติดีไม่น้อย
ต่อกันที่ ฉู่ฉี่กุ้ง ดอกไม้ทอดกรอบ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินเลยแหละจานนี้
ปิดท้ายมื้อนี้กับข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมกะทิ ไม่บอกก็รู้ว่าอร่อยขนาดไหน
หลังจากจัดเต็มมื้อนี้จนอิ่มแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยัง “สวนกุหลาบผักไผ่ โครงการหลวงทุ่งเริง” เพื่อไปร่วมกิจกรรม Blooming Tea by อองเต X DED Flower studio จิบชากุหลาบพร้อมเรียนจัดดอกไม้ในสวนที่รายล้อมไปด้วยกุหลาบนานาชนิดส่งกลิ่นหอมอบอวลจนเคลิ้มเลยทีเดียว
“ผู้หญิงกับดอกไม้เป็นของคู่กัน” กิจกรรมนี้เราสวบบทเป็นแม่ศรีเรือน จัดดอกไม้แบบช่อบูเก้ มองเผินๆ หลายคนอาจจะคิดว่าง่าย แต่ความจริงมันไม่ง่ายเลยจ๊ะ ต้องใช้ความอดทนมากเลยทีเดียวเพราะฉะนั้น หนุ่มๆ หรือ สาวๆ คนไหน ไปซื้อดอกไม้ห้ามต่อราคาเป็นอันขาดนะ !

อย่างที่บอกนอกจากจะได้ลองจัดดอกไม้แล้ว หากใครชอบจิบชาที่นี่ก็ยังมีเซต Afternoon Tea “รัศมีดารา” ใบชาที่ทำจากกลีบกุหลาบอังกฤษผสมกุหลาบพันธุ์จุฬาลงกรณ์ ปลูกในสวนบนดอยที่สะเมิง มีกลิ่นหอมละมุนและให้ความหวานจากน้ำผึ้งเกสรดอกคามิเลีย หรือจะเป็น “นิราศเวียงพิงค์” ชาแสนละมุนตลบอบอวลด้วยกลิ่นหอมของมาลาล้านนาวิลาศรส เป็นน้ำชาสีพิ้งค์โกลด์ที่หอมและหวานซ่อนเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีเค้กและของหวานชนิดต่างๆ ที่ทานคู่กับชาได้เพลินๆ
หลังจากสวมบทเป็นแม่ศรีเรือนชั่วคราว ภารกิจต่อไปที่เราจะไปต่อคือ กิน กินอีกแล้วจ้า ทริปนี้ไม่อ้วนให้มันรู้ไป จุดหมายต่อไปที่เราจะพาทุกคนไปหาของอร่อยทานกันต่อที่ โรงแรมศิริปันนา วิลลา รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่
ภายในโรงแรมร่มรื่นมากเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด ส่วนไฮไลท์ที่นี่ก็คือมีแปลงปลูกต้นทานตะวันที่กำลังเบ่งบานต้อนรับนักท่องเที่ยว และยังมีแปลงปลูกข้าว สำหรับนำมาประกอบอาหารในโรงแรมอีกด้วย นอกจากจะเป็นโรงแรมที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมแล้ว ที่นี่ยังร่วมกับชุมชน ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมล้านนาให้ยังคงอยู่เช่นเดิม
Day 2
วันนี้กิจกรรมแน่นมาก เริ่มวันใหม่ก็หาอะไรอร่อยๆ ทานอีกแล้วจ้า แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ เราจะไปลงมือทำด้วยตนเอง ทำเอง ทานเองค่ะ จุดหมายปลายทางที่เราจะไปอวดฝีมือว่าเรามีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารคือ ที่ “นาซิจำปู๋” ร้านอาหารฟิวชั่น หลายคนอาจจะงงว่าเอ๊ะ ชื่อร้านนี้แปลกจังแปลว่าอะไร เราก็ไม่รอช้าหาคำตอบมาให้จ้า “นาซิ” แปลว่า ข้าว ส่วน “จำปู๋” แปลว่า กับข้าว ซึ่งมาจากภาษามาลายูนั่นเอง
สำหรับบรรยากาศโดยรอบภายในร้านตกแต่งออกแนวทันสมัย ผสมผสานความโปร่ง โล่งสบาย บรรยากาศนอกร้านนั้นไม่ต้องพูดถึง คุณจะเห็นทุ่งนาสีเขียว ที่ดูแล้วสบายตา มีลมเย็นๆ พัดมาให้รู้สึกสบาย
ก่อนที่จะเข้าครัวแสดงฝีมือกันนั้น เราได้ชิมน้ำกระเจี๊ยบรู้ทเบียร์ ซิกเนเจอร์ของทางร้าน อาจจะแปลก แต่รสชาติไม่แปลกนะจ๊ะ อร่อยอยู่ เอาเป็นว่าใครมาต้องสั่ง
และแล้วถึงเวลางัดเสน่ห์ปลายจวักออกมาสักที เมนูที่เราจะทำในวันนี้คือ “มะตะบะดอกไม้” ง่ายๆ ไม่ยาก ไปลองดูกัน
สำหรับดอกไม้ที่นำมาทำอาหารทางร้านปลูกเองทั้งหมด เช่น อัญชัน ดอกเข็ม โสน กุหลาบ เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น เป็นต้น
จากนั้นนำดอกไม้มาใส่แป้งเปาะเปี๊ยะ และนำไข่แดงมาโปะ ด้านบน
ห่อแป้งให้เป็นสี่เหลี่ยมและนำไปทอด
ตกแต่งจานให้สวยงาม เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ราดด้วยน้ำจิ้ม น้ำจิ้มที่นี่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติอร่อยมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างน่าทานใช่ไหม แถมยังทำง่ายอีกนะ บ้านใครปลูกดอกไม้ตามนี้ก็ลองนำมาทำกันดู แต่สำหรับดอกไม้บางชนิดนั้นไม่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ต้องศึกษาข้อมูลให้ถูกต้องก่อนนำมาใช้นะจ๊ะ เพื่อความปลอดภัย นอกเหนือจากเมนูมะตะบะดอกไม้แล้ว ยังมี ยำดอกกระเจี๊ยบแฮมชีส และขนมครกดอกไม้ ให้ลองทำกันด้วยนะ คุณจะได้ลงเก็บดอกไม้จากในสวนมาปรุงอาหารด้วยตัวเอง ในบรรยากาศสุดชิลริมคันนาสันกำแพง
อิ่มจาก นาซิจำปู๋ เราก็ไปเข้าตัวเมือง มุ่งหน้าไปนิมมาน ไปหาร้านกาแฟนั่งชิลๆ รับลมเย็นๆ กันต่อที่ ร้านกาแฟ Ristr8to Lab นิมมาน ซอย 3 ร้านนี้เจ้าของร้าน เป็นถึงแชมป์ World Late Art Championship ลวดลายบนกาแฟนั้น ต้องยอมรับว่าสวยสมกับเป็นแชมป์ อีกทั้งกาแฟของที่นี่ก็ยังมีคุณภาพ คอกาแฟไม่ควรพลาด
ตะลอนกันมาทั้งวัน อาการปวดเมื่อยเริ่มมา บวกกับความเหนื่อย เราเลยหาร้านสปาเพื่อนวดผ่อนคลาย เอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้กันต่อ ร้านที่เราจะไปวันนี้คือ Oasis Oriental Secret Spa แบรนด์นี้มีหลายสาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างประเทศจีนเป็นต้น สาขาที่เราไปวันนี้อยู่ในซอยเดียวกับโรงเรียนสืบสาน ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยพายัพ ภายนอกและภายในร้านตกแต่งสวยงาม แพคเกจที่เราเลือกวันนี้คือ นวดอโรม่า น้ำมันที่นำมานวดในวันนี้คือกลิ่นกุหลาบ หอมมาก ผ่อนคลายสุดๆ
เสร็จจากสปา ท้องน้อยๆ ของเราก็เริ่มส่งเสียงเหมือนจะเรียกร้องว่าหาอะไรลงท้องให้ฉันเถอะ สำหรับดินเนอร์ในค่ำคืนนี้นั้นเราไปกันที่ At Pingnakorn Riverside ดินเนอร์มื้อนี้พิเศษกว่ามื้อไหนๆ เพราะ เป็น Sitdown Dinner จำลองงาน “Flower on the table” ดินเนอร์มื้อพิเศษที่อลังการที่สุดของเชียงใหม่ ด้วยการจัดโต๊ะยาวที่สุดในประเทศไทย 720 ที่นั่ง งานนี้จัดโดยสมาคมโรงแรมไทย ภาคเหนือตอนบน รวมตัวกันกว่า 9 ร้านอาหารและโรงแรม 5 ดาว แสดงพลังและความคิดสร้างสรรค์เนรมิตเมนูดอกไม้สุดอลังการ
สำหรับเมนูที่เราได้มีโอกาศมาลองชิมนั้น คือเมนูจริงกับที่จะเสิร์ฟในวันงาน เริ่มด้วย “วิจิตรรสมาลี” สลัดกระเจี๊ยบรสจัดกับแฮมและชีส จากร้าน นาซิ จำปู่ สันกำแพง
เมนูที่สองคือ “ชมวารีสีสมุทร” ซุปกุ้งดอกอัญชัน ซุปใสแต่รสชาติเข้มข้น จากโรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่
เมนูของคาวสุดท้ายคือ “มัจฉาบุษราคัม” ปลาเทราต์สีรุ้งจากโครงการหลวงซูวีด์ ซอสต้มข่าดอกคำฝอยเคียงผักฤดูหนาว ทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ และดอกไม้นานาชนิด จากโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน “ป้อนคำหวานรสล้านนา” พุดดิ้งลำไยดอกอัญชัน รสชาติกลมกล่อม หอมนม เพิ่มความสดชื่นด้วยผลไม้รสเปรี้ยว จาก โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท
สำหรับใครที่สนใจอยากจะลิ้มลองอาหารรสเลิศที่ทำจากดอกไม้ ครีเอทเมนูโดยเชฟฝีมือระดับพระกาฬจากโรงแรมชื่อดังในเชียงใหม่ สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ Facebook: Chiang Mai Blooms หรือ http://www.chiangmaiblooms.com/
Day 3
วันสุดท้ายแล้วที่เราจะได้แอ่วเมืองเชียงใหม่ วันนี้เราตื่นเช้ามากกกก เพราะเราจะไปทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ขึ้นบอลลูนกันที่ บอลลูน แอดเวนเจอร์ ไทยแลนด์ @ สวนทวีชล โอ้ยย ตื่นเต้นมาบอกเลย เพราะเป็นครั้งแรก แล้วก็กลัวความสูงด้วย จะรอดไม่รอดไปดูกันเลยจ้า
ถ้าจะให้บอกความรู้สึกก็คงจะบอกว่า เสียวเว่อร์ แต่พอบอลลูนลอยขึ้นไปแล้ว ความกลัวก็หายไปปลิดทิ้ง เพราะวิวข้างบนสวยและอากาศดีมาก ให้บรรยายเป็นคำพูดก็คงไม่เท่าตาเห็น เอาเป็นว่าให้ภาพตัดสินความรู้สึก ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลอง
ลงจากฟ้าก็เติมพลังกันหน่อย ที่ At Horizon Village อาหารเช้าวันนี้คือชุดขันโตก พิเศษตรงมีไข่นกกระจอกเทศให้ทานด้วย ไข่นกกระจอกเทศที่ทาง Horizon นำมาให้ทานนั้น มาจากในสวนที่เลี้ยงเอง นอกจากนี้ยังมีหอคำไว้สำหรับใครที่อยากจะจัดงานแต่งงาน แบบล้านนา ที่นี่เขาก็จัดให้แบบเต็มที่
ก่อนกลับกรุงเทพฯ เพื่อให้สมกับที่มาทริปกิน เราก็ต้องหาอะไรทานส่งท้ายกันหน่อยสักหน่อย มื้อสุดท้ายเรามาจัดเต็มที่ โรงแรม ณ นิรันดร์ ที่นี่เขามีโปรโมชั่นต้อนรับวาเลนไทน์ เข้ากับสถานที่มากๆ บรรยากาศร่มรื่น ต้นจามจุรียักษ์ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้าน เหมือนโอบที่นี่ไว้
สำหรับ Sweet Love เซตนี้อบอวลไปด้วยความรักจริงๆ เริ่มกันที่เมนูแรก หอยนางรมสด ซอสมินท์และขนมปังปิ้งพริกเผา ทานหอยนางรมเดี่ยวๆ อาจจะไม่ครบเครื่องเสริมด้วยขนมปังปิ้งน้ำพริกเผาเข้ากันดีสุดๆ
เมนูถัดมาคือ สลัดผักผลไม้หอยเชลล์ซอลไวน์ขาว ผักสดตัดกับผลไม้และหอยเชลล์ได้ดี ทานแล้วสดชื่นสุดๆ
ต่อด้วยซุปฟักทองกุหลาบสีสวย รสชาติเข้มข้น การตกแต่งก็สวยหวานมาก
ตัดของคาวเพื่อเข้าจานหลักด้วย “Passion Fruit Sherbet”
จานหลักในเซทนี้มีให้เลือกสองเมนูคือ เสต็กเนื้อ และ ปลาแซลม่อนย่าง เมนูที่เราเลือกมาวันนี้คือเมนูเสต็กเนื้อนุ่มกับซอสดอกกะหล่ำและดอกกุหลาบ แกล้มด้วยผักย่างชนิดต่างๆ
ปิดท้ายมื้อนี้ที่เชียงใหม่กับเมนูของหวาน มิกซ์แพนนาคอตต้า นมสดและกุหลาบ เสริมด้วยผลไม้สด เยลลี่มะม่วง มาการอง และซอสสตรอเบอร์รี่
นอกจากกิจกรรมและอาหารที่ทำจากดอกไม้แล้ว ยังมีอีกหลายที่ให้เดินทางไปท่องเที่ยวกันตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ชมดอกไม้สวย รับอากาศดีๆ ยิ่งเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักด้วยแล้ว อย่าลืมชวนคนรัก และครอบครัวมาเที่ยวกันเยอะๆ นะ ของเขาดีจ้าดนัก ต้องมาแอ่วเจ้า ส่งท้ายกับแผนที่มาได้ดูกันเต็มๆ ใครสนใจอยากไปที่ไหน ก็เลือกได้ตามอัธยาศัยเลย แล้วป้ะกันใหม่เน้อ !!
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่าปกติเป็นคนผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย แพ้เครื่องสำอาง แพ้อากาศ แพ้ฝุ่นมลภาวะรอบตัวไปเรื่อย ก็เลยต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องการรักษาความสะอาด เลือกเครื่องสำอาง และสกินแคร์ที่ใช้ แถมผิวชอบแห้งจริงจังแบบขาดน้ำเป็นขุยอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่อากาศเมืองไทยก็แสนจะร้อนมหาโหด แต่ผิวกลับแห้งซะงั้น งงสิคะ ก็พยายามเปลี่ยนครีมบำรุงใช้หลายตัวมานานนับหลายเดือน ทั้งลองสูตรล้างหน้าด้วยน้ำเย็นและไม่ล้างบ่อยจนเกินไป ทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งหาออยล์สูตรต่างๆ ที่เขาว่ากันว่าออร์แกนิคมาประโคมบำรุง ใบหน้าก็เหมือนดีขึ้นเล็กน้อยไม่ถึงกลับแห้งเป็นขุยแล้ว แต่ก็ยังไม่ปลื้มอยู่ดี

ล่าสุด เลยลองสกินแคร์อยู่คู่หนึ่ง คือเราเลือกใช้ทั้งคลีนเซอร์และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ของ Physiogel เป็นแพ็คคู่สกินแคร์เลย เพราะต้องการทดสอบว่าคู่นี้จะเอาผิวเราอยู่ไหม เพราะเวลาที่เราเปลี่ยนสกินแคร์ เราจะเลือกใช้ทีละแบรนด์ กลับค้นพบว่าแค่ช่วงประมาณสองสัปดาห์แรกที่ใช้คู่นี้เวิร์คมากไม่แพ้เป็นผื่นเลย แถมเหมือนได้เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น เลยอยากจะนำมาแชร์ประสบการณ์ให้สาวๆ ที่มีผิวแห้งแพ้ง่าย เผื่อสนใจอยากลองบ้าง

เริ่มจากทุกๆ เช้า ตอนอาบน้ำ ล้างหน้าด้วย Physiogel Daily Moisture Therapy Dermo-Cleanser คนผิวแพ้ง่าย ไม่ต้องกังวล ใช้นิดเดียวพอประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว สัมผัสเนื้อเนียนนุ่มมาก ไม่มีฟอง แล้วล้างหน้าด้วยน้ำตามให้สะอาด ล้างเสร็จชอบตรงที่ผิวไม่แห้งตึง ผิวกลับรู้สึกเฟรซ นุ่มชุ่มชื้นขึ้น แต่ยังชุ่มชื้นไม่พอ ก่อนแต่งหน้าต้องเตรียมผิว เราบำรุงด้วย Physiogel Daily Moisture Therapy Cream ซึบซาบเร็ว เหมาะมากกับผิวแห้งแพ้ง่าย ใบหน้ามีความฉ่ำ ชุ่มชื้นขึ้น ไม่เยิ้มจนเกินไป ไม่แห้งกร้าน ยิ่งทำให้เมคอัพติดทนได้ง่าย ดูดิวอี้ลุคด้วย เก๋ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ผิวแย่มากๆ ตอนที่ผิวแห้งจริงจังเวลาลงเครื่องสำอาง นอกจากไม่ค่อยติดแล้วหน้ายังดูเป็นคราบเป็นขุย ทำให้ผิวดูสุขภาพไม่ดี อายมากๆ และที่ไว้ใจใช้ทั้งคลีนเซอร์และครีมคู่นี้ เพราะปราศจากสารเคมีรุนแรง ไม่มีสี น้ำหอม กลิ่น สารกันเสีย SLS มาทำร้ายผิวให้พังหนัก


หลังจากทำกิจวัตรประจำวันเสร็จ ตอนอาบน้ำก่อนจะเข้านอน เราใช้ Physiogel Daily Moisture Therapy Dermo-Cleanser ตัวเดิมกับเมื่อเช้าเนี่ยแหละ ล้างคราบเครื่องสำอางออก แต่จะใช้เยอะกว่าเมื่อเช้าหน่อย ประมาณเหรียญสิบ ที่ใช้ตัวนี้ล้างหน้าเลย เพราะปกติเราเป็นคนแต่งหน้าไม่จัด ออกโทนนู้ด โกลว์ๆ ดูธรรมชาติซะมากกว่า และเราไม่ชอบใช้เครื่องสำอางประเภท Waterproof ด้วย เลยใช้คลีนเซอร์ตัวนี้แทนรีมูฟเวอร์ล้างออกได้สะอาดหมดจด แน่นอนว่าควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติเนี่ยแหละ อย่าใช้น้ำอุ่นล้าง จะทำให้หน้าเหี่ยวไว รูขุมขนกว้าง และหน้าแห้งค่ะ

ยังไม่จบ ขั้นตอนจะวนลูปเหมือนเมื่อเช้าเลย คือต้องใช้ Physiogel Daily Moisture Therapy Cream บำรุงตามด้วยแค่ตัวเดียว ไม่ต้องสรรหาเซรั่ม อิมัลชั่น โทนเนอร์อะไรต่างๆ นานา มาประโคมให้มากมาย แค่ใช้ครีมตัวนี้ผิวก็ดูอิ่มน้ำแล้ว อย่างที่บอกว่าตอนเช้าให้ทาพอดีๆ แต่ก่อนนอนหรือวันพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน แนะนำให้พักหน้าจากเครื่องสำอางทั้งหลายแหล่ เพื่อผิวจะได้พักหายใจเต็มที่

แล้วใช้ครีมตัวนี้ตัวดีตัวเดิมโบกครีมหนาๆ ทำเป็นมาสก์หน้าแบบไม่ต้องล้างออกได้เลย เช้าๆ ตื่นมาหน้าสดก็ยังดูสุขภาพดี ไม่แห้งเหี่ยว แถมจะเริ่ดมากๆ เพราะหน้าชุ่มชื้นจะทำให้แต่งหน้าง่าย ติดทน ไม่เป็นคราบ เรื่องนี้สำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างเรามากๆ จริงไหมคะ เพราะถึงยังไงซะผู้หญิงอย่างเราก็ชอบแต่งหน้าเพื่อให้ลุคดูดีขึ้นอยู่แล้ว จึงควรต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวหน้าและบำรุงด้วยเช่นกัน เพราะถ้าละเลยการดูแลผิวหรือดูแลไม่ถูกต้อง ผิวสวยๆของเราก็จะเสื่อมสภาพลงไปด้วย สิ่งแรกที่จะรู้สึกได้เลยถ้าลืมล้างหน้าเข้านอนไปทั้งเมคอัพ คือ วันถัดมาผิวจะแห้งและไม่อุ้มน้ำ ต่อให้แต่งหน้ายังไงเครื่องสำอางก็จะไม่ติดผิว การทำความสะอาดผิวหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการบำรุงและการแต่งหน้าในวันถัดไป

แนะนำเพิ่มว่าสำหรับคนที่มักแพ้เครื่องสำอางง่ายแบบเรา นอกจากจะควรแต่งหน้าอ่อนๆ ใช้เครื่องสำอางให้น้อยที่สุดแล้ว วันหยุดอยู่บ้านหรือแค่ออกไปกินข้าวกับเพื่อนสนิท อยากให้พักหน้าไม่ต้องแต่งเลย บำรุงแค่ครีมทาหน้าก็พอ ให้ผิวได้หายใจบ้าง ส่วนใครที่สนใจอยากลองใช้แบบเราบ้าง แนะนำ Cleanser ขนาด 150 มิลลิลิตร 295 บาท ส่วน Cream ขนาด 75 มิลลิลิตร 650 บาท เพราะเป็นสกินแคร์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ เลยหาซื้อได้ง่ายตามโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา Boots และ Watsons หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Lazada ลิงค์นี้เลย http://bit.ly/2qVE4wC
สาวๆ สาวกคนรักธรรมชาติเตรียมยิ้มรับผิวสวยกันได้เลย เมื่อ “โบทานิคส์” แบรนด์ดังจากอังกฤษ จัดบิวตี้ทริปสุดพิเศษเพื่อเปิดตัว “โบทานิคส์ สกินแคร์” 7 สูตร พร้อมชวนสาวๆ บิวตี้เอดิเตอร์และบิวตี้บล็อกเกอร์ มาค้นพบพลังจากพืชพรรณธรรมชาติ และเอ็นจอยกับกิจกรรมเก๋ ๆ ณ โรงแรมยู เขาใหญ่ กันแบบเต็มอิ่ม 2 วัน 1 คืน


โบทานิคส์ สกินแคร์ โดดเด่นด้วยสารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติอันทรงประสิทธิภาพจากทั่วทุกมุมโลก โดยได้ร่วมมือกับสวนพฤกษศาสตร์ คิวการ์เด้นส์ (Royal Botanic Gardens Kew) ณ กรุงลอนดอน คิดค้นผลิตภัณฑ์จากความเรียบง่าย ด้วยคุณค่าจากส่วนผสมธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยไม่มีส่วนผสมของสารเคมี เช่น พาราเบน สารลดแรงตึงผิว หรือสารซัลเฟต รวมทั้งยังไม่ผ่านการวิจัยด้วยสัตว์ทดลอง เพื่อให้ผิวพรรณของสาวๆ สวยสุขภาพดี พร้อมทั้งได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยนจากธรรมชาติอีกด้วย


ผลิตภัณฑ์กลุ่มไวท์เทนนิ่งที่ได้สารสกัดจากชะเอม (Liquorice extract) และเปิดตัวแพ็คเกจจิ้งโฉมใหม่อีกทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่

กลุ่มทริปเปิ้ล เอจ รีนิวเวิล ผสานพลังจากดอกกล้วยไม้สีม่วง ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ผิวดูอิ่มเอิบและเรียบเนียน

กลุ่มโบทานิคส์ ไฮเดรชั่น เบิสท์ สารสกัดจากคลารี่ เซจ (Clary Sage) ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื่นให้กับผิว

กลุ่มโบทานิคส์ ออล ไบรท์ สารสกัดจากฮิบิสคัส หรือดอกชบาของโบทานิคส์ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และสว่างเปล่งประกาย

กลุ่มโบทานิคส์ ออร์แกนิค น้ำมันโรสฮิปของโบทานิคส์ ที่มีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยบำรุงและคืนความชุ่มชื่น กระจ่างใสให้กับผิว

กลุ่มโบทานิคส์ ชายน์ อะเวย์ สารสกัดจากเปลือกวิลโลว์บาร์คของโบทานิคส์ ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก และช่วยลดความมันบนใบหน้า และ

กลุ่มโบทานิคส์ เรเดียนท์ ยูธ สารสกัดจากใบแปะก๊วยของโบทานิคส์ ช่วยเติมความนุ่มชุ่มชื่นให้กับผิวและลดเลือนริ้วรอย


โดยไฮไลต์ความสนุกอยู่ที่กิจกรรม DIY ตกแต่งมงกุฎดอกไม้ที่ทำมาจากดอกไม้สดและดอกไม้แห้ง รวมไปถึงดอกไม้ประดับสีสันน่ารักต่างๆ เพื่อนำมาตกแต่งและประดับบนศีรษะแล้ว ช่วยทำให้แต่ละคนดูสวย สดใส น่ารักสมวัย เหมือนกับผลิตภัณฑ์โบทานิคส์ที่มอบพลังคุณค่าจากธรรมชาติแก่ผิวพรรณของสาวๆ เช่นกัน

หลังจากนั้นก็ได้เวลาสนุกสนานกันยามค่ำคืนกับช่วงดินเนอร์ปาร์ตี้ที่สาวๆ ผู้ร่วมงานทุกคนมากันในชุดธีมโบทานิคส์ พาสเทล พร้อมทั้งดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสดชื่นกับสีเขียวขจีของหมู่มวลแมกไม้ และอิ่มอร่อยไปกับอาหารเลิศรสที่แต่ละจานล้วนผ่านการรังสรรค์ ครีเอทให้เข้ากับบรรยากาศของธรรมชาติ พร้อมร่วมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมอันแสนพิเศษที่ทางโบทานิคส์ได้เตรียมไว้เซอร์ไพรส์


เช้าวันถัดมาหลังจากเติมพลังด้วยอาหารเช้า ก็ต่อกันด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการสกัดน้ำหอมจากดอกไม้แห้ง งานนี้บอกได้คำเดียวว่าสวยกันแบบครบสูตรทั้งภายในและภายนอก

กลุ่มผลิตภัณฑ์โบทานิคส์ทั้ง 7 กลุ่ม ได้แก่ ไวท์เทนนิ่ง / ทริปเปิ้ล เอจ รีนิวเวิล / ไฮเดรชั่น เบิสท์ / ออล ไบรท์ / ออร์แกนิค / ชายน์ อะเวย์ และเรเดียนท์ ยูธ มีวางจำหน่ายแล้วที่บู๊ทส์ทุกสาขา ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2561 เป็นต้นไป และสาวๆ คนไหนอยากเปิดประสบการณ์จากผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ได้จากสารสกัดธรรมชาติ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมสนุกๆ ได้เพิ่มเติมที่ FB/bootsthailand และ www.th.boots.com
เฮง เฮง เฮง เตรียมรับความมั่งคั่งในเทศกาล ตรุษจีน 2561 หรือ ไชนีส นิว เยียร์ 2018 ซึ่งวัฒนธรรมการแสดงที่ควบคู่มากับเทศกาลเช่นนี้ก็คือ กายกรรม ที่หลายคนมักจะได้ชมกันในช่วงเทศกาลสำคัญ
ล่าสุด 4 ศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 อโศก, แฟชั่น ไอส์แลนด์, เดอะ พรอมานาด รามอินทรา และเทอร์มินอล 21 โคราช ได้ส่งกายกรรมระดับตำนานอิมพอร์ตโดยตรงจาก 2 เมืองแดนมังกร ได้แก่ เมืองอู๋เฉียว และเมืองเหอหนาน ซึ่งสองเมืองนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อาณาจักรแห่งกายกรรม” ที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 2,000 ปี (นานมาก!) มามอบความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมได้ดูกันอย่างใกล้ชิดใน 4 ศูนย์การค้าดังกล่าวถึงที่เมืองไทยเลย ภายในงาน “ไชนีส นิว เยียร์ 2018” ซึ่งจะเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-18 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00-22.00 น.

เริ่มที่ การแสดงต่อตัว การแสดงที่ยิ่งนั่งดู ยิ่งต้องจ้อง เพราะลุ้นกับคนที่ต่อกันขึ้

ลูกข่างอวกาศ อีกโชว์ที่คนดูไม่ยอมกระพริบตา เพราะการเคลื่อนไหวของลูกข่างที่

ห้อยโหนบนตาข่าย โชว์นี้ไม่มีคำว่าธรรมดา ห้อยด้วยลีลาท่าทางไม่พอ ยังห้อยด้วยกระบอง ห้อยด้วยห่วง และอุปกรณ์ที่มาพร้

ห้อยโหนด้วยเชือกเส้นเดียว โชว์ที่ปีนจากเชือกแล้

ฮูลาฮูป เหมือนการออกกำลังกายที่เคลื่อน

ลอยตัวโดยใช้ท่อนไม้ การแสดงที่ใช้พลังล้วนๆ อีกหนึ่งโชว์ที่สะกดสายตาจนไม่อ

โยนหมวก ชื่อดูธรรมดา แต่เป็นการแสดงที่บอกความแม่นแล

เทินของต่างๆ บนศีรษะ โชว์ที่ใช้สมาธิและความนิ่งสงบส
เห็นแต่ละท่า แต่ละลีลาบางส่วนจากทั้งหมดแล้ว ก็ได้แต่ร้องว้าวตามจริงๆ ถ้าได้ดูโชว์เต็มจะขนาดไหนนะเนี่ย…
เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.terminal21.co.th
ศิลปิน,นักแสดง ยิ่งเข้าวงการตอนอายุน้อยๆ ภาพจำของผู้ชมก็มักจะมองคนดังเหล่านั้นเป็นเด็กเสมอ โดยเฉพาะบรรดาดาราหญิง หลายๆคนได้รับผลกระทบนี้ ยิ่งเมื่อเข้าสู่วัยรักสวยรักงาม แต่งตัวตามแฟชั่นที่เปรี้ยวเผยมุมที่สาธารณชนไม่เคยเห็นมากก่อน ซึ่งสร้างความเซอร์ไพร้ส์ให้แก่ผู้คนที่ติดตามผลงานของพวกเธอ วันนี้แพรวดอทคอม เลยถือโอกาสพาไปส่องความปังของ 5 นางเอก ลุคใสที่ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาแซ่บ แต่จะแซ่บแบบถาวรหรือบางครั้งบางคราว ต้องไปติดตามกันเลย
รอยยิ้มอันสดใสคือเอกลักษณ์ของเธอ ญาญ่า -อุรัสยา เสปอร์บันด์ เธอเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ปัจจุบัน อายุ 24 ปีแล้ว เธอรับบทบาททางการแสดงที่เปลี่ยนไป เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ขณะที่สไตล์การแต่งตัวทั้งในชีวิตปกติและออกงานก็เปลี่ยนไปตามวัย ซึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เธอรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เลยกล้าที่จะแต่งตัว บวกกับภาพในละครที่โตขึ้นก็เลยทำให้ภาพยิ่งชัดเจน ญาญ่ายังกล่าวเสริมอีกว่ายอมรับว่าบางชุดคุณแม่ปลาก็มองค้อนแล้วมองค้อนอีก แต่ก็ไม่ได้ห้ามเพราะถ้าลูกชอบท่านก็โอเค




คิมเบอร์ลี – แอน โวลเทมัส เทียมศิริ เข้าวงการมาตั้งแต่เธอยังอายุ 18 ปี ปัจจุบัน อายุ 26 ปี แม้ส่วนใหญ่จะได้รับบทบาทการแสดงที่เกินวัยเสมอแต่การแต่งตัวก็จะเน้นหวานๆ ไม่ได้โชว์สัดส่วนสักเท่าไหร่ แต่หลังจากฟิตแอนด์เฟิร์มจนหุ่นแซ่บ เราก็ได้เห็นพัฒนาการความสวยของคิมเบอร์ลี่ ไปอีกระดับ โดยในงานพรมแดงเปิดวิกบิ๊ก3 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอทำแฟนคลับและกองทัพสื่อมวลชนตาค้าง กับการปรากฏตัวในชุดเดรสผ่าร่องอกลึก บอกตรงนี้เลยว่า แซ่บสุดในงานต้องยกให้เธอคนนี้




ต่อกันที่ แพทริเซีย – ธัญชนก กู๊ด นางเอกสาวที่เข้าวงการตั้งแต่อายุ 14 ปี ปัจจุบันอายุ 20 ปี การแต่งตัวของเธอจึงเปลี่ยนแปลงไปตามวัยจากชุดเดรสกระโปรงบานตอนนี้ก็เน้นแบบเข้ารูป ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เธอได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า “อาจจะเพราะเข้าวงการมาตั้งแต่เด็กๆ ภาพลักษณ์แบบเด็กๆจึงติดตาผู้ชม แม้ปัจจุบันอายุจะเต็ม20ปีแล้ว แต่ภาพลักษณ์เด็กสาวก็ยังติดตัวเธอ แม้จะถูกวิจารณ์อย่างนั้น แต่เธอก็พยามอธิบายว่าจริงๆก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนนี้ทำงานและเรียนจบเรียบร้อย ซึ่งทุกๆอย่างก็เป็นไปตามวัย”




ด้าน พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์ นางเอกอีกคนนึงที่เข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 15 ปี ปัจจุบัน 21 ปี ยิ่งสวยวันสวยคืน แถมยังเซ็กซี่ไม่แพ้ใคร ถึงแม้เจ้าตัวจะถ่อมตัวว่าจริงๆไม่ได้เซ็กซี่ขนาดนั้น แต่ความแซ่บก็ปิดไม่มิด เธอเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า “จริงๆก็ไม่ได้เปลี่ยนมาสายเซ็กซี่เลย เพียงแต่ว่าเธอเป็นคนชอบเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวไปเรื่อยๆไม่ว่าจะ ลุย หวาน หรือ เปรี้ยว แต่ว่าถ้าหากว่าจะให้เซ็กซี่แบบเต็มอัตราตอนนี้ก็เธอคงไม่พร้อมอะไรขนาดนั้น”



ปิดท้ายความแซบ กันที่นางเอกสาวหน้าหวาน ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ นางเอกสาววัย 21 ปี ที่มักได้รับบทที่อายุน้อยกว่าตัวจริงเสมอ โดยเฉพาะบทสาวใสวัยคอซองจากเรื่องนางอาย ผลงานที่สร้างชื่อและแจ้งเกิดของเธอ ซึ่งปีนี้แฟนๆอาจจะได้เห็นพัฒนาการความเซ็กซี่ของ ณิชา มากขึ้น โดยเฉพาะงานล่าสุดที่ต้องบอกว่าเผ็ดคูณสิบ เมื่อเธอจับคู่หนุ่ม โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ประเดิมแฟชั่นรับลมร้อนตั้งแต่ต้นปี 2561 ขณะที่ในงานเปิดวิกบิ๊ก3 ความแซ่บของเธอก็ทำหนุ่มๆรุ่นพี่อดแซ็วไม่ได้เลยทีเดียว



เคยสังเกตตัวเองบ้างไหมคะว่า เวลาว่างจากการทำงาน หรือช่วงเวลาวันหยุดคุณหันหน้าไปคุยกับคนรักของคุณแบบ Face to Face มากน้อยแค่ไหน เพราะเดี๋ยวนี้พอเครื่องมือสื่อสารทันสมัย ทำให้เกิด ปัญหารักร้าว โดยไม่รู้ตัว เพราะแทนที่คุณทั้งคู่จะได้พูดคุยหรือถกปัญหาเล็กน้อยร่วมกันบ้างเมื่อได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน กลับเลือกที่จะคุยกันบนสื่อโซเชียล และแทนที่จะใช้เวลาโรแมนติกร่วมกันก็มักจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ติดเพื่อนหรือแม้กระทั่งผู้ติดตามทั้งๆ ที่เวลานั้นควรจะเป็นเวลาพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่คุณ ทางที่ดีควรวางโทรศัพท์ลงและถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของคนรักข้างตัวคุณโดยไม่ผ่านสื่อโซเชียลดูบ้าง เชื่อสิว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน
กลับไปเขียนโน้ต
ลองนึกย้อนกลับไปช่วงยังเรียนหนังสือแล้วชอบแปะโน้ตกันดีกว่า เริ่มจากแปะโน้ตถึงกันตามตู้เย็นหรือหน้ากระจกแต่งตัวก็น่ารักอยู่ไม่น้อย หรือจะแปะที่กระเป๋าสตางค์ของอีกคนดูก็ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าการได้จรดปากกาลงบนกระดาษแทนการส่ง DM หรือไลน์ผ่านคีย์บอร์ดนั้นมันฟีลกู๊ดกว่ากันเยอะเลย ไม่เชื่อลองดูเลยค่ะ
เวลาปลอดมือถือ
คงจะดีไม่น้อยถ้าคุณจะวางมือถือลงบ้างแล้วใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มีคุณภาพ เริ่มต้นจากการจัดช่วงเวลาปลอดมือถือร่วมกัน ลองตกลงกันว่าควรเป็นเวลาไหนบ้างแล้วปฏิบัติเลยนะคะ แล้วคุณจะพบว่าเวลาที่บ่นกันว่าไม่มีน่ะที่แท้แล้วคุณทวงมันกลับมาได้จริงๆ จัดเลยนะจ๊ะ
ใช้นาฬิกาปลุกกันเถอะ
ปิดเครื่องและวางมือถือของคุณไว้นอกห้องนอนก็เป็นอีกทางนึงนะคะ แล้วกลับมาใช้บริการนาฬิกาปลุกเจ้าเดิมกัน เรารัปประกันว่าคุณจะมีเวลาพักผ่อนร่วมกันแบบสมูทสุดๆ โดยที่ไม่มีอะไรมาขัดในช่วงกันเข้าสู่นิทรา วางเรื่องงานหรือเรื่องกวนใจไว้นอกห้องกันก่อนนะคะทุกคน
เรื่อง : ชวลิดา
Cr.brides.com
เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับบรรดานักแสดงมีสังกัด เพราะหลายค่ายกำหนดช่วงเดือนธันวาคมในการสิ้นสุดสัญญา ทำให้ระยะที่ผ่านมามีข่าวคราวเกี่ยวกับการไม่ต่อสัญญา หรือข้ามค่ายออกมาอย่างไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับ แพทริเซีย – ธัญชนก กู๊ด นางเอกลูกครึ่งที่มีข่าวว่าเธออาจจะโผซบช่องอื่นภายหลังจากหมดสัญญากับต้นสังกัดช่อง 3 ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเธออาจไปอยู่กับช่อง ONE31 ซึ่งจากข่าวลือที่ออกมาบวกกับการที่สาว แพทริเซีย ได้เพิ่มชื่อผู้จัดการส่วนตัวใหม่ลงอินสตาแกรม ทั้งๆที่ปกติคุณแม่ของเธอจะรับงานให้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้เธอถูกจับตามองว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด
https://www.instagram.com/p/Be5qFI4lnCZ/?taken-by=patriciagood
ล่าสุดไม่ต้องรอลุ้นกันอีกต่อไป เมื่อสาวแพทริเซีย ออกมาคอนเฟิร์มชัดแล้วว่ายังคงปักหลักกับวิกพระรามสี่ไม่ไปไหน โดยล่าสุดเข้าไปต่อสัญญาเรียบร้อยแล้วเป็นเวลา 4 ปี
“กับช่องONEไม่นะคะ เราเองก็ยังมีสัญญาอยู่กับทางฝั่งนี้ ไม่สามารถจะไปอะไรยังไงได้ สำหรับสัญญาต่อไปน่าจะ4ปีค่ะ สาเหตุที่ต่อเพราะมันเหมือนเป็นครอบครัวเราไปแล้ว เรารู้สึกสบายใจกับการที่ได้อยู่ตรงนี้ กับเรื่องเปลี่ยนเบอร์คนติดต่องานนั้นคุณแม่ก็คอยดูเป็นปกติ รับงานดูคิว แต่อีกคนก็ช่วยหางานให้ เหมือนดูเป็นงานๆไป”
https://www.instagram.com/p/Be6x5r0lEU3/?taken-by=patriciagood
และเมื่อถามว่าใกล้วาเลนไทน์แล้วไม่รู้ว่า แพทริเซีย กับหวานใจอย่างหนุ่ม พีช-พชร จิราธิวัฒน์ จะมีรูปหวานๆออกมาให้แฟนๆได้ดูหรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องนี้นางเอกลูกครึ่งเผยว่า
“อันนี้หนูว่ามันเยอะมากแล้วค่ะคุณพี่ขา เราก็ต้องเพลาๆหน่อย บางทีมันก็เหมือนมีแต่รูปคู่ ก็พักบ้าอีกอย่างเราไม่ค่อยได้เจอกันด้วยแหละค่ะ เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เขาถ่ายละครหนูก็เรียน”
อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าช่วงนี้แพทริเซียดูเซ็กซี่ขึ้นมากๆ ส่วนตัวคิดว่ายังไงและฟีดแบคจากคนอื่นเป็นอย่างไรบ้าง ในเรื่องนี้เธอบอกว่า “หนูก็เป็นอย่างนี้นะ ก็รู้สึกว่าเราโตขึ้น ด้วยการทำงาน จะเรียนจบแล้วด้วย จริงๆนี่ก็ว่าไม่ได้เซ็กซี่เยอะนะ เราก็ทำตามวัย ตามที่เรารู้สึกสบายใจ คือเราไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นคนเซ็กซี่ เรารู้สึกว่าเราจะเซ็กซี่ได้หรอ สำหรับฟีดแบคก็ขอบพระคุณค่ะ ดีค่ะ ก็รู้สึกดีที่มีคนชมเนอะ”
https://www.instagram.com/p/BeX00jmFtRH/?taken-by=patriciagood
เหล่าคนดัง เซเลบริตี้ ขอควงคู่มาออกงานเติมความหวานต้อนรับเทศกาลเดือนแห่งความรัก ในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี รูฟท็อปแชมเปญบาร์สุดหรู “ครู แชมเปญ บาร์-เอ จี.เอช. มุมม์ บาร์ (CRU Champagne Bar-A G.H. Mumm Bar)” ที่สามารถชมทัศนียภาพบริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ได้อย่าง 360 องศา ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบที่มีความทันสมัย
ควงคู่มาชมวิวใจกลางกรุงในงานครบรอบ 1 ปี รูฟท็อปแชมเปญบาร์สุดหรู “ครู แชมเปญ บาร์-เอ จี.เอช. มุมม์ บาร์” นอกจากจะได้เห็นเหล่าคู่รักเซเลบริตี้ใส่ใจความหวานให้แก่กันแล้ว จากการประดับไฟสีแดงแบรนด์ G.H.Mumm ภายในงานที่สื่อถึงสายสะพานสีแดง (Red Sash) ก็ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศความสนุกและมีชีวิตชีวาในงานได้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้บรรยากาศบนรูฟท็อปซึ่งตั้งอยู่บนตึกสูงยังช่วยให้สามารถชมวิวยามเย็นที่ได้เห็นแสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังพ้นขอบฟ้า จนไปถึงความโรแมนติกยามค่ำคืนจากไฟระยิบระยับที่เปิดให้ทุกคนเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น. ทั้งนี้ใกล้ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ทั้งที จะพามาชมวิวอย่างเดียวก็คงไม่เหมาะ วันนี้เลยจะพาไปฟัง 6 เซเลบริตี้เผยเคล็ดลับการสร้างเดทให้น่าประทับใจ รวมถึงสถานที่เดทในฝันกันเสียหน่อย เผื่อจะเป็นไอเดียสำหรับใครที่กำลังวางแผนเตรียมฉลองเทศกาลวันแห่งความรักที่จะถึงนี้ได้


เริ่มจากคู่รักวัยสดใสอย่าง รัสวดี ควรทรงธรรม และสิระ หงส์มังกร เผยว่า “ในการเดทแต่ละครั้งสถานที่ก็เป็


ถัดมาที่หนุ่มมาดเท่ หม่อมหลวงอรรถดิศ ดิศกุล เล่าว่า “ในมุมของผู้ชายแบบเราสิ่งสำคัญ

ต่อมาที่สาวสวยมาดเซอร์ วินิตา เตชะไพบูลย์ เผยว่า “นิต้ากับแฟนจะเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ส่วนใหญ่เวลาไปเดทจะเหมือนไปเที่ยวมากกว่า เพราะชอบไปกับเพื่อนหลายคน หรือถ้าเป็นโอกาสพิเศษก็อาจจะมี

ปิดท้ายที่คู่รักนักแสดง แพร ธรรมเสถียร เอมเมอรี่ และ เจตต์ กลิ่นประทุม เล่าว่า “สำหรับเราสถานที่เป็นสิ่งสำคัญ
ข้อมูลและภาพ: Freeflow
ยูนิโคล่ เปิดตัวคอลเล็คชั่น HANA TAJIMA FOR UNIQLO คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2018 โดดเด่นด้วยเทรนด์สีล่าสุดและผ้าลินินพร้อมเพิ่มสไตล์มากขี้นเพื่อโอกาสในการใช้งานที่หลากหลาย
ไลฟ์แวร์ (LifeWear) คือคำมั่นสัญญาของยูนิโคล่ที่จะสร้างสรรค์เสื้อผ้าคุณภาพสูง เปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน และราคาที่จับต้องได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันตามไลฟ์สไตล์ของทุกคน ฮานะ ทาจิมะ เกิดในประเทศอังกฤษ และอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก ในปัจจุบันได้สร้างสรรค์คอลเล็คชั่นไลฟ์แวร์ (LifeWear) สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ ประกอบด้วยเสื้อผ้าที่เรียบง่ายอย่างงามสง่า ทว่าเป็นไอเท็มที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าที่สวมสบายและใช้งานได้อย่างหลากหลาย สำหรับผู้หญิงทุกคน โดยไม่จำกัดอายุ เชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความเชื่อ
ฮานะ ทาจิมะ กล่าวถึงคอลเล็คชั่นใหม่นี้ว่า “สำหรับซีซั่นนี้ ฉันต้องการสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นที่จะเชิดชูในเรื่องความเป็นผู้หญิง ซึ่งมิใช่ความนึกคิดในแบบที่เป็นคตินิยม หากแต่เป็นการค้นหาพลังและความดีงามที่มีอยู่ในตัวของผู้หญิงทุกคน เสื้อผ้าเหล่านี้มุ่งจะอยู่ร่วม ปรับตัวเข้ากับรูปร่างและสไตล์ที่แตกต่างกัน พร้อมมีความอเนกประสงค์มากพอที่จะให้คุณใช้สวมได้ตลอดทั้งวันและตลอดซีซั่นนี้”

คอลเล็คชั่นประจำซีซั่นนี้ประกอบด้วยสีสันที่หลากหลาย รวมถึงสีส้มและเหลืองมัสตาร์ดซึ่งเป็นเทรนด์สีสำหรับฤดูสปริง/ซัมเมอร์ ปี 2018 จึงง่ายต่อการสร้างสรรค์สไตล์ การแต่งตัวร่วมกับเสื้อผ้าอื่นๆ ของยูนิโคล่นอกจากจะโดดเด่นด้วยเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าลินินธรรมชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัสดุสำคัญของไลฟ์แวร์ (LifeWear) ที่ผสานความนุ่มและความสดชื่นสบายตัวไว้ด้วยกันแล้ว เสื้อผ้าแต่ละชิ้นยังได้รับการออกแบบด้วยสายตาที่เฉียบคมในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายชิ้นพื้นฐานที่ไม่ตกยุคและเอื้อให้สร้างสรรค์สไตล์ได้อย่างหลากหลาย ยิ่งไปว่านั้นยังตอบรับเสียงเรียกร้องจากลูกค้าโดยที่เสื้อเดรสแบบต่างๆ ในซีซั่นนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีความยาวที่เลือกได้ 2 ระดับเพื่อความเหมาะสมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก










คอลเล็คชั่น ฮานะ ทาจิมา ฟอร์ ยูนิโคล่ สปริง/ซัมเมอร์ 2018 (HANA TAJIMA FOR UNIQLO 2018 Spring/Summer Collection) พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ที่ร้านยูนิโคล่สาขาที่ร่วมรายการและออนไลน์โตร์ทาง www.uniqlo.com/th
วันนี้แพรวดอทคอมมีรองเท้าจาก 3 แบรนด์ดังมาแนะนำสาวๆ กัน ไม่ว่าสไตล์เท่ๆ ลุยๆ ดีไซน์เก๋ ชิค หรือเรียบหรู เราก็คัดมาให้หมดแล้ว รับรองว่าโดนใจสาวๆ แน่นอน เพราะเรามีทั้งไฮเอนด์และสตรีทแบรนด์ ใครสะดวกแบบไหนก็เลือกเลยจ้า อ่านจบแล้วจะช้อปปิ้งแบรนด์ไหนก็จัดไป
เคดส์ Keds แบรนด์รองเท้าที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงมาตั้งแต่ปี 1916 ตอนนี้เคดส์เอาใจเหล่าสาวก ลิตเติ้ลมิส Little Miss™ ด้วยการนำตัวการ์ตูนลิตเติ้ลมิสบอสซี่ (Little Miss Bossy™) ลิตเติ้ลมิสซันไชน์ (Little Miss Sunshine™) และลิตเติ้ลมิสแชตเตอร์บ๊อก (Little Miss Chatterbox™) มาเพิ่มเติมความสดใสให้กับรองเท้าเคดส์ ในคอลเล็คชั่นใหม่เคดส์จะนำ Little Miss™ การ์ตูนอันโด่งดังและได้รับความนิยมอย่างสูงจากประเทศอังกฤษ โดยนักเขียน Roger Hargreaves
รองเท้าผ้าใบเคดส์ 5 สไตล์ที่มีตัวการ์ตูน ลิตเติ้ลมิสทั้งสามตัว โดยทัศนคติทั่วไปของลิตเติ้ลมิสคือการมองโลกในแง่ดีและในแต่ละตัวการ์ตูนก็จะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ลิตเติ้ลมิสซันไชน์ Little Miss Sunshine™ มักจะจัดการทุกอย่างเพื่อที่จะมองหาความสุข ลิตเติ้ลมิสบอซซี่ Little Miss Bossy™ ไม่เคยอยู่ห่างจากการควบคุมสิ่งต่างๆ (ไมโครโฟน หรือมุมของออฟฟิศ) ส่วนลิตเติ้ลมิสแชตเตอบ๊อกซ์ Little Miss Chatterbox™ ช่างพูดช่างคุย ชอบออกความคิดเห็น
คอลเล็คชั่นนี้จำหน่ายในเว็บไซต์ Keds.com โดยประเทศไทยนำมาขายทั้งหมด 3 รุ่นคือ
Triple Little Miss Chatterbox ™
Champion Little Miss Bossy™
Triple Decker Little Miss Sunshine™
และจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ในราคา 2,450 บาท


Dior (ดิออร์) คอลเล็คชั่นนี้ได้อ้างอิงถึงผลงานของ มาร์ค โบอ็อง อย่างชุดเดรสและจั๊มพ์สูทของเขา ที่บางครั้งได้นำมาสวมใส่กับกระโปรงบานที่เผยด้านหน้า นอกจากนี้มีลายจุดขนาดใหญ่ ลายตารางสีขาวและดำ กางเกงขายาวสวมกับแจ็คเก็ตธรรมดาหรือแจ็คเก็ตแบบซาฟารี ซึ่งขึ้นอยู่กับอารมณ์ ในบางครั้งก็นำมาสวมใส่กับเสื้อเชิ้ตผู้ชายลายทาง หรือลายจุดอันประณีต หรือไม่ก็จับคู่กับสีขาวที่ดูโรแมนติก ทั้งหมดนี้อ้างอิงมาจากผลงานของมาร์ค โบอ็อง และสุดท้ายคือบรรยากาศของคอลเล็คชั่นนี้และบริบทอ้างอิงต่างๆ ที่ไม่ว่าจะแสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือบอกเป็นนัย ก็ล้วนพาเราไปสู่ความตื่นเต้นอย่างไม่เขินอายแห่งยุค 60 ซึ่งเผยให้เห็นถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกของผู้หญิงที่พวกเธอไม่ได้เปลี่ยนแค่ในโลกของแฟชั่นแต่เป็นโลกแห่งความร่วมสมัยด้วยเช่นกัน







โรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) แบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังระดับตำนานจากฝรั่งเศสได้เผยโฉมรองเท้ารุ่นพิเศษต้อนรับซัมเมอร์นี้กับคอลเล็คชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์คลูซีฟ (Thailand Exclusive) ซึ่งคอลเล็คชั่นนี้มีความพิเศษสุด ที่ไม่สามารถหาจากบูทีคอื่นๆได้ มีเฉพาะที่โรเฌร์ วิวีเยร์ บูทีค แฟลคชิฟประเทศไทยเท่านั้น
ในปี2018นี้ โรเฌร์ วิวีเยร์ส่งคอลเล็คชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์คลูซีฟมากับรองเท้าแตะสลิปเปอร์สองสไตล์ทั้งมีส้นและไม่มีส้น รวมถึงมีทรงหัวมนที่กำลังเป็นที่ฮ็อตฮิตในขณะนี้ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ความเป็นวิเวียร์ พิเศษตรงที่บัคเคิลทำขึ้นมาจากเลื่อมที่ได้ถูกบรรจงเย็บปักลงอย่างประณีต อีกทั้งตัวรองเท้าพิเศษมากกว่าเดิมด้วยการเลือกใช้ผ้ากำมะหยี่คุณภาพเยี่ยม (Velvet) เพื่อเพิ่มความลักซ์ชัวรี่มากยิ่งขึ้นแต่ยังคงจุดเด่นของหนังวิวีเยร์ด้วยความนิ่มสวมใส่สบายเหมือนทุกครั้งซึ่งรองเท้ารุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ที่ทันสมัยแต่ยังคงไม่ทิ้งความหรูหรามีระดับได้ด้วยส้นในความสูงเพียง 35 มิลลิเมตร มีให้เลือกถึงสองเฉดสี ดำและเขียวเพท‘โทรลีโอ (Petrolio) ตอนนี้พร้อมแล้วที่จะพาให้สาววิวีเยร์เฉิดฉายสวยเด่นแบบไร้กาลเวลาตามแบบฉบับสาวปารีเซียงเช่นเคย





รองเท้าจากทั้ง 3 แบรนด์ ก็มากันคนละสไตล์ เพราะเป็นแบรนด์ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เป็นการรวมไฮเอนด์และสตรีทแบรนด์ไว้ เพื่อให้สาวๆ ได้เลือกให้เหมาะกับโอกาสต่างๆ และแต่ละแบรนด์ก็ออกแบบมาสวยมากกก เห็นแล้วก็อยากได้ไปหมดเลย รู้สึกว่าของมันต้องมี โอ้ยยยย เลือกไม่ได้เลย >///<