10 ชุดแต่งงาน สไตล์สวยหวาน เสริมออร่าให้เจ้าสาวดังเทพนิยาย

ชุดแต่งงาน ที่จะเผยเสน่ห์และออร่าดังเจ้าหญิง ให้เจ้าสาวสวยหวานในวันวิวาห์

ชุดแต่งงาน เป็นชุดที่จะช่วยเผยตัวตนและสไตล์ของว่าที่เจ้าสาว เพราะฉะนั้นจึงต้องเลือกให้เข้ากับบุคลิกของตัวเอง แพรว wedding เลยหยิบชุดแต่งงานที่เต็มไปด้วยความสวยหวาน ที่จะช่วยเผยเสน่ห์ของผู้หญิงได้อย่างเป็นธรมมชาติ กับชุดแต่งงานจาก 4 แบรนด์ดัง ที่นำความงดงามของเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์ มาครีเอทสู่ลวดลายของผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บบอกได้เลยว่า แต่ละแบรนด์สวยโดดเด่นไม่แพ้กันเลย แถมชุดที่เรานำมาให้ชมยังมีดีไซน์ที่ไม่เหมือนกันด้วยนะ จะสาวหวาน สาวเท่ สาวเปรี้ยว รับรองว่าจะต้องหลงใหลไปกับชุดแต่งงานทั้ง 10 ชุดนี้แน่นอน >//<

Lela Rose

ชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงานที่จะเติมเต็มความฝันให้เจ้าสาวด้วยดีไซน์กึ่งทางการ แต่ดูสบายๆ โครงชุดเน้นสัดส่วนช่วงเอวให้โดดเด่น ความยาวแบบพอดีเดินสะดวก เหมาะสำหรับเจ้าสาวสมัยใหม่ที่ชอบความคล่องตัว แต่ละชุดงดงามจากการปักลวดลายดอกไม้ในแบบเฉพาะของแต่ละชุด แมตช์ลุคเมคอัพหน้าผมแบบเบสิคเรียบง่ายไม่หวือหวา เพื่อให้เจ้าสาวสามารถแสดงตัวตนได้อย่างอิสระ

แม้ว่าชุดจะไม่ได้เผยเรือนร่างมาก แต่ก็สามารถครีเอทลุคของชุดแต่งงานให้สวยร่วมสมัย ดูน่ารักและเซ็กซี่ไปพร้อมกันได้ หากคุณกำลังตามหาชุดที่เผยเส่นห์เจ้าสาวแบบพองาม ชุดแต่งงานสไตล์นี้ตอบโจทย์มากๆ

Marchesa

ชุดแต่งงาน

3 ชุดแต่งงานนี้ที่จะทำให้เจ้าสาวร้องว้าว และตกหลุมรัก กับชุดแต่งงานสีพาสเทลที่หวานมากๆ โดยเฉพาะดีเทลต่างๆ โดดเด่นด้วยการปักลวดลายพฤกษาที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุจากคริสตัลระยิบระยับ ขนนกเบาบาง และผ้าลายลูกไม้ ซึ่งทั้งหมดนี้ให้ความรู้สึกของความเป็นผู้หญิงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นลุคเจ้าสาวที่ดูแอคทีฟ เหมาะทั้งเป็นชุดพิธีการ และชุด after party ที่สะดวกสบาย แต่ยังคงความดูดีของเจ้าสาวเอาไว้

Elie Saab

สานฝันเจ้าสาวให้เป็นจริง ด้วยชุดแต่งงานสไตล์เจ้าหญิง กับชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์ที่ต่อความฟูฟ่องของกระโปรงที่ช่วงเอว พร้อมเสริมความสง่าให้เจ้าสาวด้วยการปักลายลูกไม้ดิ้นทองและคริสตัล ช่วงชุดท่อนบนเป็นแขนยาว คอกว้างช่วยเผยช่วงคอของเจ้าสาวให้ดูระหง แล้วจับคู่กับเวลผืนบาง ช่วยทำให้ภาพรวมของชุดแต่งงานนี้สวยงามเหมือนหลุดมาจากเทพนิยายเลย

ส่วนอีกชุดมาในลุคเจ้าสาวที่มีกลิ่นอายความเป็นควีน เรียบหรูมีระดับ กับดีไซน์ชุดแต่งงานแบบเข้ารูป ช่วงขาเป็นทรงเมอร์เมดนิดๆ โดดเด่นด้วยผ้าคลุมเสริมไหล่ให้ดูเป็นเจ้าหญิง พร้อมผ้าลูกไม้ประดับดิ้นทองและคริสตัล เป็นลุคที่เปล่งออร่าและมีเสน่ห์สุดๆ

Carolina Herrera

ชุดแต่งงานสไตล์เกาะอกที่ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ที่มีความคล้ายคลึงกันในทั้ง 2 ชุดนี้ มาในแบบเรียบหรูดูดี น่าหลงใหล สง่างามและดูแพงมากกก เรียกได้ว่าเป็นการดึงความงามในสไตล์ดั้งเดิมของชุดเจ้าสาวยุคแรกๆ ที่ดูเป็นทางการ มาปรับให้สวยงามและร่วมสมัยมากขึ้น

ในขณะที่อีกชุดเพิ่มความขี้เล่นของผู้หญิงสมัยใหม่ด้วยเกาะอกทรงหัวใจ พร้อมการเล่นเลเยอร์ของกระโปรงแบบ 2 ชั้น เสริมกระโปรงให้ดูฟูฟ่อง ลุคเจ้าสาวจึงดูอลังการและมีพลัง แถมยังโดดเด่นด้วยลายลูกไม้ที่ประดับยาวตลอดชายกระโปรง ทำให้เจ้าสาวดูสวยและคลาสสิกด้วยนะ

นอกจากนี้เรายังมีชุดแต่งงานสวยหวานอีกเพียบ จาก 7 แบรนด์ชุดแต่งงานสวยๆ สไตล์กูตูร์เผยเสน่ห์ความสวยหวานขั้นสุด 

ภาพจาก Vogue Runway

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a

สถานที่แต่งงาน แปลก ใหม่ เอาใจบ่าวสาวที่ชื่นชอบความแตกต่าง

สถานที่แต่งงาน มักเป็นสิ่งที่คู่บ่าวสาวต้องเสาะหากันเป็นอันดับต้นๆของการวางแผนงานแต่งงาน และมีบ่าวสาวจำนวนไม่น้อยที่ต้องการหาสถานที่จัดงานแต่งงานที่แปลกใหม่ และเก๋ไก๋ยิ่งขึ้น

สถานที่แต่งงาน ที่แปลก ใหม่ มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลย

โรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ , ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ – Solaire Heliluck Aviation

สถานที่แต่งงาน

สถานที่แต่งงาน

สถานที่จัดงานแต่งงานสไตล์ Aviation ภายในสะอาด มีห้องแอร์ให้แต่งหน้า นั่งพัก + เฮลิคอปเตอร์งามๆ + มีสถานที่จอดรถลูกค้าได้มากกว่า 40 คัน

ความจุสูงสุด : 500 ท่าน

ราคา : เหมาทั้งวัน 20,000 บาท

โทร. : 08-1921-8181

เว็บไซต์ : heliluck.co.th

 

Boutique Warehouse – About Studio

สถานที่แต่งงาน
โซนสระน้ำ
โซน glasshouse
ลาน outdoor

สตูดิโอให้เช่าสไตล์ Boutique Warehouse  ตั้งอยู่บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา สตูดิโอมีหลากหลายโซนให้เลือกใช้บริการ ทั้ง Indoor เเละ Outdoor โซนเเรกคือโซนสระน้ำ (pool area) อยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าของสตูดิโอ สามารถใช้จัดงานได้หลากหลายรูปเเบบ เเละสามารถเลือกใช้บริการร่วมกับโซน glasshouse ที่มีเเอร์ได้ อีกทั้ง บริเวณนี้ยังมีชั้นลอยที่เหมาะสำหรับงานเเต่งงานเป็นอย่างยิ่ง ส่วนพื้นที่ด้านหลังเป็นลานกว้าง Outdoor ที่สามารถจัดงานเเละวางโครงสร้างใหญ่ๆได้ตามความต้องการ

จอดรถลูกค้าได้ 70 คัน

ความจุสูงสุด : 500 ท่าน

ราคา : 35,000 บาท/วัน

โทร. : 09-2293-9656

เว็บไซต์ : www.aboutstudiobkk.com

เฟซบุ๊ก : AboutstudioBKK

 

Hipster Rooftop Bar – Paradise Rooftop Bar

สถานที่แต่งงาน

Rooftop Bar แห่งนี่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใน เอกมัย 12 ซึ่ง สามารถเห็นวิว เอกมัย-ทองหล่อ ได้รอบทิศ บรรยากาศดีมากๆ ทางร้านตกแต่งสไตล์ Loft สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ กลางร้านสามารถจัด Pool Partyได้

จอดรถลูกค้าได้ 200 คัน

ความจุสูงสุด : 300 ท่าน

ราคา : 50,000 บาท/วัน

โทร. : 08-9892-4949

เฟซบุ๊ก : 722 Hipster Rooftop Bar -new

สนใจสถานที่ไหนลองเข้าไปดูสถานที่จริงกันดูนะคะ

 

ติดตามไอเดียและเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับงานแต่งงานได้ที่ praewwedding

จับตาดู..มาริโอ้-ใหม่ ดาวิกา ฟาดรันเวย์เซี่ยงไฮ้ ให้กับแบรนด์ Dolce & Gabbana

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการบินออกนอกบ้านเพื่อไปทำงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่มาริโอ้ เมาเร่อ และใหม่ ดาวิกา ได้เข้าร่วมงานกับ Dolce & Gabbana อีกครั้ง ซึ่งในปีนี้ทั้งคู่ก็เตรียมความพร้อมมาอย่างดี  สำหรับการร่วมเดินแฟชั่นโชว์ประชันกับเหล่านายแบบ นางแบบมืออาชีพ

เอาเป็นว่าแค่ลุคแรกเมื่อก้าวเท้าสู่สนามบิน ทั้งคู่ก็จัดเต็มด้วยลุคสุดเท่ จากDolce & Gabbana โดย มาริโอ้ ใส่เสื้อและกางเกงลายพริ้นต์ Angel สีดำ-ขาว ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่เสริมลุคให้ดูสนุกมากยิ่งขึ้น ส่วน ใหม่ ดาวิกา มาในลุค Pajamas Style สบายๆ ด้วยลายพริ้นท์สีเขียว-ชมพู สีสดใส พร้อมกับแอคเซสซอรี่กระเป๋าสีขาวโก้หรู

ทั้งนี้หลังจากที่เดินทางมาถึงเซี่ยงไฮ้แล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มต้นภารกิจฟิตติ้งทันที เพื่อไปพบกับ 2 ดีไซเนอร์ Dolce & Gabbana เพื่อฟิตติ้งชุดที่จะต้องใส่เดินแฟชั่นโชว์ในวันพรุ่งนี้ โดยกำหนดการจะเดินบนรันเวย์ในโชว์ “Dolce & Gabbana The Great Show” จะเกิดขึ้นในวันพุธที่ 21 พ.ย.นี้ เวลา 19.00 (ตามเวลาประเทศไทย) รอติดตามและเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ทาง official website ของ Dolce & Gabbana #DGLovesChina #DGTheGreatShow

 

สะบัดผมสวยรัวๆ ไม่กลัวผมเสีย! OGX ไอเท็มสูตรพรีเมียม เปี่ยมคุณค่าจากธรรมชาติ

ช่วงนี้ลมหนาวก็ค่อยๆ พัดมาอย่างแผ่วเบากันแล้ว ซึ่งสำหรับสาวๆ ลมหนาวนั้นดีต่อใจ แต่ไม่ค่อยดีต่อกายสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงาม เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าอากาศหนาวๆ มักทำให้ผิวพรรณแห้งกร้าน ร่างกายขาดความชุ่มชื้น จนเกิดอีกสารพัดปัญหาตามมา ซึ่งเส้นผมก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ได้รับผลกระทบจากอากาศที่หนาวเย็นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผมแห้งชี้ฟู ผมแตกปลาย หรืออาการหนังศีรษะแห้งและคัน

ด้วยเหตุนี้ในช่วงหน้าหนาว สาวๆ จึงควรดูแลเส้นผมมากเป็นพิเศษ ทั้งการบำรุง การฟื้นฟู และที่สำคัญคือการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคุณภาพดี และมั่นใจได้ว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งงานนี้สาวๆ ไม่ต้องเสาะแสวงหาด้วยตัวเองให้ยุ่งยาก เพราะ แพรวดอทคอม จัดการคัดของดีของเด็ดมาบอกต่อกันตรงนี้แล้ว สำหรับแชมพูและครีมนวด OGX ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำจากอเมริกาที่สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพระดับพรีเมียม อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการคัดสรรส่วนผสมจากธรรมชาติมาไว้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เพื่อให้สาวๆ ทุกคนสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ด้วยสภาพเส้นผมของสาวๆ แต่ละคนที่แตกต่างกันไป บางคนเจอปัญหาผมแห้งเสีย บางคนเจอปัญหาผมขาดน้ำหนัก บางคนเจอปัญหาผมหยิกฟู แชมพูและครีมนวด OGX ในคอลเล็คชั่นนี้ จึงมีให้สาวๆ เลือกใช้ถึง 5 สูตรด้วยกัน ได้แก่ ARGAN OIL OF MOROCCO (ขวดสีฟ้า), BIOTIN & COLLAGEN (ขวดสีม่วง), BRAZILIAN KERATIN (ขวดสีน้ำตาล), COCONUT WATER (ขวดสีใส) และ CHERRY BLOSSOM (ขวดสีชมพู) ซึ่งก็ต้องไปดูกันต่อว่าแต่ละสูตรนั้นเหมาะกับปัญหาผมอะไรกันบ้าง

เริ่มกันที่สูตรแรก ARGAN OIL OF MOROCCO ที่มาในขวดสีฟ้าสดใส เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผมเสียและผมไม่แข็งแรง เพราะสูตรนี้มีส่วนผสมของอาร์แกนออยล์ ซึ่งเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวหนังและเส้นผม อุดมด้วยคุณประโยชน์จากวิตามินอีและกรดไขมัน ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง

สูตรต่อมาคือ BIOTIN & COLLAGEN ที่สังเกตง่ายๆ ด้วยขวดสีม่วง ซึ่งสูตรนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผมไม่มีน้ำหนัก และผมขาดหลุดร่วงง่ายจนกลายเป็นสาวผมบาง ประกอบด้วยวิตามินที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารผมอย่างไบโอตินหรือวิตามินบี 7 ซึ่งช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เส้นผมหนาขึ้นและแข็งแรง อีกทั้งยังประกอบด้วยคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ผมไม่ขาดหลุดล่วง และทำให้ผมมีน้ำหนัก

มาดูกันต่อกับสูตร BRAZILIAN KERATIN ที่มาในขวดสีน้ำตาล สำหรับสูตรนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผมหยิกหนา ผมชี้ฟู ผมแตกปลายและผมจัดทรงยาก ประกอบด้วยคุณค่าจากธรรมชาตินานาชนิด ทั้งเคราติน โคโคนัทออยล์ อะโวคาโด้ออยล์ และโคโคบัตเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ผสานพลังกัน เพื่อเปลี่ยนเส้นผมที่หยาบกร้านให้เงางาม ตรงสลวย นุ่มลื่น และจัดทรงง่าย

อีกสูตรที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาผมแห้งและขาดน้ำในช่วงที่อากาศหนาวเย็น คือ COCONUT WATER ในขวดสีใส ซึ่งสูตรนี้มีส่วนผสมของโคโคนัทวอเตอร์และโคโคนัทออยล์ ที่ทำให้ผมชุ่มชื่นและสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับสูตรสุดท้ายคือ CHERRY BLOSSOM ที่มาในขวดสีชมพู เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผมไม่ค่อยมีวอลลุ่ม เพราะมีส่วนผสมของเชอร์รี่บลอสซั่ม ซึ่งช่วยให้ผมมีน้ำหนัก และมีกลิ่นหอมสดชื่น ทำให้ผมหอมสุดๆ

ปิดท้ายกันด้วยไอเท็มเพื่อผมสลวยสวยเก๋แบบครบสูตร โดยหลังขั้นตอนการสระผมด้วยแชมพูและครีมนวด OGX แล้ว สาวๆ ยังสามารถบำรุงเส้นผมเป็นพิเศษได้ด้วย น้ำมันบำรุงผม Renewing + Argan Oil of Morocco Penetrating Oil ซึ่งมีส่วนผสมสำคัญเป็นอาร์แกนออยล์ที่ช่วยฟื้นบำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม ทำให้เส้นผมนุ่มสลวย เป็นประกายเงางาม ลดความแห้งกร้าน แลดูมีน้ำหนัก และจัดทรงง่ายขึ้น

เชื่อว่าสาวๆ คงน่าจะเลือกไว้ในใจกันเรียบร้อยแล้วว่า สภาพเส้นผมของตัวเองเหมาะกับ OGX สูตรไหน แต่บอกเลยว่าน่าใช้ทุกสูตรจริงๆ ซึ่งสาวๆ สามารถตามไปเลือกซื้อไอเท็มดูแลเส้นผม OGX มาใช้กันได้แล้ว ยิ่งถ้าอยากสะบัดผมสวยต่อแบบไม่ต้องรอใคร ก็ต้องรีบพุ่งตัวไปซื้อมาใช้กันเลย สามารถหาซื้อได้แล้วที่ Watson , Boots , Tops , The Mall, Foodland ,Tesco Lotus และ Lazada

เรียบหรูคงความอาร์ท! ชุดคิท Aēsop x Iris van Herpen ดีไซเนอร์ชาวดัทช์

ปลายปีนี้สาวกบิวตี้และสกินแคร์ที่ชื่นชอบคอลเล็คชั่นพิเศษคงต้องกระเป๋าตังค์สั่นกันบ่อยหน่อยนะจ๊ะ เพราะแต่ละแบรนด์ออกแบบคอลเล็คชั่นพิเศษออกมารัวๆ กันเลยทีเดียว ล่าสุดชุดคิทลิมิเต็ด Aēsop x Iris van Herpen ในชื่อ ‘Atlas of Attraction’ (แผนที่แห่งแรงจูงใจ) ชุดของขวัญสำหรับปี 2561 – 2562 ของเอ สอป เป็นผลงานออกแบบภายใต้ความร่วมมือกับ อีริส วอน แฮร์เปน (Iris van Herpen) นักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงชาวดัทช์ เพื่อฉลองทุกแรงจูงใจที่ผลักดันให้ผู้คนสนใจสถานที่หนึ่งๆ หรือคนรอบข้างในช่วงปลายปี

ซึ่ง อีริส คือนักออกแบบที่น่าสนใจมากคนหนึ่ง แนวความคิดของ อีริส และ เอสอป สามารถหลอมรวมกันได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เอสอปเป็นแบรนด์สกินแคร์ ในขณะที่อีริสก็ทำงานเกี่ยวกับด้านแฟชั่น ความหลงใหลในธรรมชาติ รักในวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งด้วยความสนใจที่คล้ายกันของสองแบรนด์คือ แบรนด์บิวตี้และแบรนด์แฟชั่นที่สามารถร่วมงานกันได้จึงผ่านการกลั่นกรองจนลงตัวเป็นธีม  ‘Atlas of Attraction’ ธีมที่เน้นเรื่องราวการเดินทางต่างๆ ในช่วงปลายปี ซึ่งในแต่ละชุดคิทจะสื่อถึงการเดินทางที่แตกต่างกันออกไป

อีริส ชำนาญในเทคนิคเลเซอร์คัทที่เธอมักใช้สร้างสรรค์ผลงานเสื้อผ้าของเธอ จนพัฒนาเป็นชิ้นงานศิลปะจัดวางที่ผลิตจากสเตนเลสสตีลด้วยเครื่องตัด CNC ในรูปทรงที่โปร่งเบา คล้ายเมฆ ก่อนเผาเคลือบิวสัมผัป็นผเงาให้ผิวมันวาว เกิดเป็นผิวสัมผัสที่สะท้อนแสง เปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่งของผู้พบเห็น

ส่วนชุดคิทของขวัญของเอสอปที่ทำร่วมกับ อีริส เป็นชุดคิทสำหรับผิวหน้าและผิวกาย ภายในชุด The Familiar Horizon ประกอบด้วยสามสูตรยอดนิยม Istros Aromatique Room Spary, Post-Poo Drops และ Aseop Mouthwash ทุกคิทบรรจุในกระเป๋าเครื่องสำอางขนาดเดินทาง สวมแถบรัดกระดาษเนื้อดีตีพิมพ์ลวดลายพิเศษจากเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงของ อีริส วอน แฮร์เปน

 


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวมพลังปล่อยความน่ารักยกเซ็ต MILLE x Line Friends คอลเล็คชั่นสุดคิวต์ชวนละลายทรัพย์

‘พระองค์หญิง’ ทรงออกแบบเมคอัพคอลเล็คชั่น SHISEIDO x SIRIVANNAVARI

SEPHORA ปักหมุดจุดหมายปลายทางนักช้อป สาขาใหม่ ICONSIAM ที่ๆ ใครๆ ก็ไปกัน

เข้าไทยแล้ว! INGLOT เมคอัพสัญชาติโปแลนด์ เบื้องหลังลุคสวยเหล่าไอคอนชื่อดังระดับโลก

จากอเมริกาแลนดิ้งสู่เมืองไทย Max Factor สวย เริ่ด สไตล์ฮอลลีวู้ด ในราคาน่าคบ

สวยเฟี้ยวน่าลอง! เมคอัพคอลเล็คชั่นพิเศษระหว่างแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ Moschino x Tony Moly

ของมันต้องมีที่แท้ทรู! Dyson Airwrap Styler ชิ้นเดียว จัดได้หลายทรงไม่ทำให้ผมเสีย!

พลิกโฉมแผ่นมาส์กหน้าแบบเดิม “เครื่องมาสก์หน้าอัจฉริยะ” เทียบเท่าทำสปาแค่ 90 วินาที

เฟียซแบบไทยๆ “เมคอัพลุคนางนพมาศ” สวยแพงทองอร่ามงามดุจนางในวรรณคดี

แมนๆ ก็เมคอัพได้! “เจมส์ ธีรดนย์” โชว์ทักษะแต่งหน้าราวกับเมคอัพอาร์ติสต์มืออาชีพ

 แชร์ทริค”แพท ณปภา”ลุคหน้ากระแบบสาวฝรั่งผิวบ่มแดดจาก JiBbie Rubiie เมคอัพอาร์ติสต์

ถอดสูตรเมคอัพ Everyday Look พร้อมลิสต์ 27 บิวตี้ไอเท็มคู่ใจของ “แพร วทานิกา”

5 เคล็ดลับเมคอัพปรับลุคสวยหรูดูแพง สไตล์สาวอิตาเลียนแบบ “แพนเค้ก เขมนิจ”

 

 

นักแสดงไทยคนแรก

นักแสดงไทยคนแรก! มิว-นิษฐา ได้เทียบเชิญจาก Valentino ร่วมชมแฟชั่นโชว์ที่ญี่ปุ่น

ดวงงานพุ่งอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ มิว-นิษฐา นักแสดงไทยคนแรก ที่แบรนด์ระดับโลกอย่างวาเลนติโน ได้ส่งเทียบเชิญให้บินลัดฟ้า ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ ณ ประเทศญี่ปุ่น

ฮ็อตสุดๆ จริงๆ เพราะหลังจากละครเรื่อง ‘ด้วยแรงอธิษฐาน’ ลาจอไปได้ไม่นาน สาวมิวก็มีคิวละครอีกหนึ่งเรื่องที่รอออนแอร์ กับเรื่อง ‘อกเกือบหักแอบรักคุณสามี’ อีกหนึ่งผลงานของผู้จัดคนเก่ง แอน ทองประสม ที่ได้จับคู่หนุ่มหมาก-ปริญ มาเจอกับสาวมิวอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ได้ฟิตติ้งไปแล้วบางส่วน แถมยังมีภาพออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันแบบพอหอมปากหอมคอ ก็ยิ่งทำให้แฟนคลับของทั้งคู่อยากดูละครเรื่องใหม่นี้เร็วๆ จนชื่อละครติดแฮชแท็กยอดนิยมบนทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่ากระแสของสาวมิวไม่มีตกจริงๆ เป็นนางเอกที่มากไปด้วยความสามารถและยังมีสไตล์ของตัวเองชัดเจน แบบนี้จะไม่ให้แฟนๆ หลงแล้วหลงอีกได้ยังไง

แต่บอกเลยว่า แค่เพียงผลงานละครยังไม่พอ เพราะล่าสุดนางเอกสาว มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน ก็ได้รับเลือกเป็นนักแสดงไทยคนแรกจากแบรนด์ระดับท็อปของโลกอย่าง ‘วาเลนติโน’ (Valentino) ให้เป็นแขกคนสำคัญจากประเทศไทย บินไปร่วมงาน ‘วาเลนติโน ค็อกเทล ปาร์ตี้’ (Valentino Cocktail Party) ณ วาเลนติโน กินซ่า ซิกซ์ บูทีค ย่านกินซ่า ช็อปใหญ่ที่สุดในโตเกียว ในวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2561

นักแสดงไทยคนแรก

นักแสดงไทยคนแรก

ต่อด้วยชมแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น ‘วาเลนติโน พรี-ฟอลล์ 2019’ (Valentino Pre-Fall 2019) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันอังคารที่ 27 พศฤจิกายน งานนี้แฟนๆ ของนางเอกหน้าหวาน รอชมแฟชั่นชิคๆ จากเธอกันได้เลย

นักแสดงไทยคนแรก

นักแสดงไทยคนแรก

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 ไม่ใช่ฮ็อตแค่งานละคร มิว-นิษฐา เตรียมตัวแพ็คกระเป๋า ลุยงานด้านแฟชั่นที่ญี่ปุ่น

ตัวแทนหนึ่งเดียวจากไทย! มิว-นิษฐา เผยลุคเจิดจรัสในงานสวารอฟสกี้

เซเลบจัดเต็ม! เผยแฟชั่นลุค สไตล์ผู้ดีอังกฤษ ร่วมพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

มีใครบ้าง? เซเลบอังกฤษ สวย สง่า ร่วมยินดีเข้าพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

ตัวแม่ฟาดพรมแดงสะเทือน! รวม 11 ลุคจาก Met Gala 2018 ใครเล่นใหญ่กว่ากัน

สวยประหาร! สาวชุดเหลือง ‘เอมัล คลูนีย์’ ผู้ถูกเชิญมาในงานพิธีเสกสมรส

พาส่อง! ไอเท็มโปรด 10 คนดังฮอลลีวู้ด ชิ้นไหนเด็ด ชิ้นไหนโดน

สูทขาวสยบทุกอย่าง! วิคตอเรีย เบ็คแฮม สวยสตรองคว้ารางวัล Fashion Icon เป็นครั้งแรก

นางฟ้าแปลงร่าง! สองสาวตระกูลฮาดิด เปลี่ยนคอสตูมสุดเฟี้ยซร่วมปาร์ตี้หลังจบโชว์บนรันเวย์

 ส่อง 10 Airport Looks รับลมหนาวของเหล่าคนดัง ที่ใครก็แต่งตามได้ชิลๆ

Classic Style! จีจี้ ฮาดิด ครีเอทลุค Denim Suit ยุค 80 พร้อมไอเท็มเมทัลลิคสุดเด่น

Animal Print มาแรง! ส่องเหล่าตัวแม่ทั้งไทยเทศ ครีเอทเทรนด์จากแบรนด์อะไรบ้าง

 ใช้เงินคุ้มค่า! ชมพู่-อารยา ซื้อเสื้อผ้าลูกแฝดแค่หลักร้อย เพราะเด็กโตไว

 

เซเลอร์มูน

สมเป็นการแข่งขันแห่งจักรวาล ญี่ปุ่น ส่ง เซเลอร์มูน ชิงชุดประจำชาติ

ญี่ปุ่น จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวชุดประจำชาติ (National Costume) ส่งชุด เซเลอร์มูน ตัวแทนแห่งดวงจันทร์ สู้ศึกนางงามจักรวาล 2018

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับมิสยูนิเวิร์ส หรือ นางงามจักรวาล การประกวดสาวงามที่ใหญ่ที่สุด โดยในช่วงนี้หลายประเทศได้ทยอยปล่อยภาพชุดประจำชาติ (National Costume) ออกมา ซึ่งประเทศไทย เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.2561) ได้มีการเปิดตัวชุดช้างคู่แผ่นดิน Chang The Icon Of Siam ไปหมาดๆ

และล่าสุดประเทศญี่ปุ่นได้เปิดตัวชุด National Costume ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบอกเลยว่าสร้างสีสัน ทั้งยังได้รับฟีดแบ็คที่ดีเกินคาด โดยชุดที่ว่าเรียกได้ว่านี้มีความพิเศษแบบ 2 IN 1 เป็นชุดนินจาเมื่อปรับเปลี่ยนนิดหน่อย นินจาสาวก็กลายร่างเป็นเซเลอร์มูน การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ

เป็นที่ทราบกันว่านอกจากญี่ปุ่นจะมีวัฒนธรรมที่ยาวนานแล้ว เรื่องที่ประเทศนี้ไม่เป็นรองใครก็คือการ์ตูนหรืออนิเมะ ซึ่งอนิเมะที่โด่งดังก็มีหลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นคือเซเลอร์มูนการ์ตูนที่ครองใจสาวๆ ตลอดกาล ซึ่งเรื่องของเรื่องจะเกี่ยวกับการจุติของผู้พิทักษ์อาณาจักรต่อสู้กับเหล่าร้าย โดยเหล่าเซเลอร์ในเรื่องจะมีชื่อตามระบบสุริยะจักรวาล ฟังแบบนี้แล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเลือกชุดนี้มาแข่งขันในเวทีนางงามจักรวาล ก็แหมมม การแข่งขันแห่งจักรวาล จะขาดตัวแทนแห่งดวงจันทร์ได้อย่างไรกัน

เซเลอร์มูน


 

เจ๋งแค่ไหน? GoPro HERO7 BLACK คุณสมบัติมีอะไร พร้อมบอกราคาทุกรุ่น

กลับมาอีกครั้งของ GoPro กล้องจิ๋ว Action Camera เบอร์ต้นของโลกที่เป็นขวัญใจของคนรักการถ่ายภาพ ซึ่งเห็นเล็กๆแบบนี้ แต่ลูกเล่นการใช้งานใหญ่เกินตัวจริงๆ จะลุยเที่ยวที่ไหนก็สบายหายห่วง แถมตอนนี้มีรุ่นใหม่ออกมายั่วอีกแล้ว นั่นก็คือ GoPro HERO7 BLACK

ถือโอกาสมาทดสอบกล้อง GoPro HERO7 BLACK พร้อมกับลงใต้มาเที่ยวพักผ่อนกันที่ทะเลเกาะสมุยกันสักหน่อย งานนี้กิจกรรมแน่นเวอร์ เพื่อการทดลองถ่ายภาพกล้องจิ๋ว GoPro HERO7 BLACK ตัวนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเขาเคลมมาเลยนะว่าคุณสมบัติอัดแน่นมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ลดการสั่นไหวของวิดีโอ ด้วระบบHyperSmoothโดยรุ่นนี้ไม่ต้องใช้กิมบอลยังได้เลย แถมยังให้ภาพวิดีโอที่ลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง แถมยังถึกทนทานและกันน้ำโดยไม่ต้องใส่กรอบใดๆ ถึง 10 เมตร

เรื่องการควบคุมด้วยเสียง สามารถควบคุมช่วงเวลาสำคัญด้วยระบบ คำสั่งเสียงแบบแฮนด์ฟรี เช่น GoPro, take a photo, GoPro, start recording อยู่ในน้ำ บนภูเขาปีนหน้าผาอยู่ ไม่สะดวกก็ใช้คำสั่งเสียงได้เลยหมดห่วง

นอกจากนี้ยังมีการใช้งานในรูปแบบSuperPhoto ซึ่งได้ภาพแบบ HDR, Local Tone Mapping การถ่ายภาพที่มีแสงน้อย หรือการลด Noise เพื่อปรับแต่งภาพถ่ายของคุณสามารถบันทึกภาพถ่ายแบบ RAW สำหรับภาพถ่ายขั้นสูง และยังมี TimeWarpสำหรับบันทึกวิดีโอ TimeLapse เพื่อลดการสั่นสะเทือน ทำให้ภาพนิ่งขึ้นกว่าเดิม เอาใจคนชอบถ่ายวิดีโอล้วนๆ

ความสามารถของเจ้า GoPro HERO7 BLACK ยังถูกออกแบบมาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนที่ชอบโซเชียลด้วยนะ มีฟังก์ชั่นสตรีมมิ่งไลฟ์แชร์เรื่องราวด้วยสตรีมมิ่งวิดีโอไปยัง Facebook Live สามารถบันทึกวิดีโอที่สตรีมลงการ์ด SD ความละเอียดสูงได้ อีกทั้งยังมีระบบถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดถึง 4K ได้ถึง 60 frame rate และบันทึกช่วงเวลาสำคัญ ด้วยภาพถ่ายละเอียดสูงถึง 12 MP งานนี้ได้ทั้งความคมชัด ได้ทั้งภาพที่นุ่มนวล มีลูกเล่น Slow Motion ที่ให้ความละเอียดได้สูงถึง 240 frame rate เก็บช่วงเวลาที่น่าจดจำให้ช้าลงได้ถึง 8x เพื่อช่วงที่ยาวนานขึ้น

สำหรับ GoPro HERO7 BLACK ยังมีอุปกรณ์เสริมของให้เลือกอีกมากกว่า 30 รายการ จะพกกล้องติดตัวหรือยึดไว้เพื่อมุมมองต่างๆ รองรับทุกช่วงเวลาสำคัญของคุณ ก็ช่วยให้มุมมองไม่ซ้ำแบบใคร ฟังค์ชั่นต่างๆใน GoPro Hero 7 Black จะเป็นผู้ช่วยบันทึกช่วงเวลาสำคัญของคุณได้อย่างดีที่สุด หมดห่วงเรื่องภาพสั่น ภาพไม่ชัดได้เลย

สำหรับ GoPro Hero 7 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น คือ

  • GoPro Hero 7 White = 7,200 บาท
  • GoPro Hero 7 Sliver = 10,800 บาท
  • GoPro Hero 7 Black = 14,500 บาท

ใครสะดวกแบบไหนก็ลองเลือกกันดูนะ ราคาจะมากหรือน้อยก็ตามฟังก์ชั่นที่เขาจัดมาให้นี่แหละ แต่บอกเลยว่าช่วงนี้ถ้าใครกำลังเตรียมตัวไปพักร้อนอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องมีเจ้า GoPro Hero 7 ติดไว้สักตัว จะได้ไม่พลาดช่วงเวลาดีๆเก็บไว้เป็นความทรงจำไงล่ะ

 

 

 

 

พิธาน องค์โฆษิต

พิธาน องค์โฆษิต เอาใจสาวๆ สายช้อปออนไลน์ เปิดตัว M2Spop เว็บไซต์รวมแฟชั่น

ผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อ พิธาน องค์โฆษิต เปิดตัว M2Spop เว็บไซต์แหล่งรวบรวมแบรนด์แฟชั่น  เอาใจกลุ่มผู้หญิงที่ชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

พิธาน องค์โฆษิตเปิดตัวกันไปแล้ว สำหรับ ‘เอ็มทูเอสป็อป’ (M2Spop) เว็บไซต์แหล่งรวบรวมแบรนด์แฟชั่น  ผลงานการออกแบบโดยนักแสดงชั้นนำมากฝีมือ 17 สาวกับ 17 แบรนด์ ที่น่าจับตามอง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแต่งกายของหญิงสาวทุกบุคลิกได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

โดย ‘พิธาน องค์โฆษิต’ กรรมการผู้ก่อตั้ง บริษัท ไดค่อน จำกัด ผู้บริหารระดับสูงแห่งเว็บไซต์ เอ็มทูเอสป็อปดอทคอม (www.M2Spop.com) ร่วมด้วย มหิธร พงษารัตน์ แล ตะวันนา ธารา ทีมผู้บริหาร ‘เอ็มทูเอสป็อป’ (M2Spop)  ได้เปิดตัวเว็บไซต์ ‘เอ็มทูเอสป็อป’ (M2Spop) แหล่งรวมแบรนด์เสื้อผ้าดีไซน์สวยหรูหลากหลายสไตล์ จากผลงานการออกแบบของเหล่านักแสดงสาวทั้ง 17 คน อาทิ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, โชติกา วงศ์วิลาศ, ณปภา ตันตระกูล, วิริฒิพา ภักดีประสงค์, อภิษฎา เครือคงคา, พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, กัญญ์ณรัณ      วงศ์ขจรไกล, สุภัสสรา ธนชาต, สุทัตตา อุดมศิลป์, เดียร์น่า ฟลีโป, สุชาร์ มานะยิ่ง, อริสรา ทองบริสุทธิ์, มัลลิกา จงวัฒนา, ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล, พิมพ์ทอง วชิราคม และ ปานวาด เหมมณี ที่ได้เนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าดีไซน์พิเศษ พร้อมตื่นตาตื่นใจกับไฮท์ไลท์สุดพิเศษจากเหล่านักแสดงสาว 17 คน ในชุดเดินแบบฟินนาเล่ที่  จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮ้าส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8

พิธาน องค์โฆษิตสำหรับงานนี้ได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ  หม่อมราชวงศ์แม้นนฤมาส ยุคล, ปิยวดี มาลีนนท์, อรวรรณ อิงคสิทธิ์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ขนิษฐา    ดรุณเนตร, เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, ธีรรัตน์ จงประเสริฐ, ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์, ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, ลีลา สุนทรวิเนตร์, พรรษมน พิริยะเมธา, วนิดา โกลเทน และ พลอยพยัพ ศรีกาญจนา

‘เอ็มทูเอสป็อป’ (M2Spop) ที่มีแนวความคิดมาจากคำว่า ‘มันเดย์ ทู ซันเดย์’ (Monday to Sunday) ที่ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแต่งกายของหญิงสาวได้ทุกวัน เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนาน ชื่นชอบแฟชั่นและรักการช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่ง ‘เอ็มทูเอสป็อป’ นับเป็นที่แรกที่ได้รวบรวมแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นหลากหลายคาแรคเตอร์ ผลงานการออกแบบจาก 17 นักแสดงชื่อดังมาให้เลือกสรรอย่างจุใจ ภายใต้คุณภาพและดีไซน์อันยอดเยี่ยมในราคาที่จับต้องได้

พิธาน องค์โฆษิตพิธาน องค์โฆษิต กล่าวถึง ‘เอ็มทูเอสป็อป’ (M2Spop) ว่า ‘เราอยากให้เว็บไซต์ ‘เอ็มทูเอสป็อป’ (M2Spop) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อยู่ในใจสำหรับกลุ่มผู้หญิงที่ติดตามเทรนด์แฟชั่นและชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ที่สามารถเลือกซื้อสิ้นค้าพร้อมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นได้ตลอดเวลาผ่านบริการจากเว็บไซต์ ที่ได้รวบรวมพร้อมนำเสนอเสื้อผ้าดีไซน์สุดพิเศษหลากหลายสไตล์ จากผลงานการออกแบบของเหล่านักแสดงสาวชื่อดังทั้ง 17 คน ที่พร้อมให้สาวๆ ได้ร่วมอัพเดทชุดสวยสร้างสไตล์ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจในทุกๆ วัน’

แมนดี้ มัวร์

งานแต่งงานเล็กๆ แต่อบอุ่นของ แมนดี้ มัวร์ เกิดขึ้นที่สวนหลังบ้าน

เรียบง่ายและอบอุ่น! ดาราสาวชื่อดัง แมนดี้ มัวร์ จัดงานแต่งงานระหว่างเธอกับแฟนหนุ่ม เทย์เลอร์ โกลด์สมิธ ที่สวนหลังบ้าน เชิญแขกกลุ่มเล็กๆ 50 คน

แมนดี้ มัวร์

บรรยากาศงานแต่งงานสุดเรียบง่ายของดาราสาวชื่อดัง

ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ แต่คนก็ยังต้องแต่งงานอยู่ ทำให้เทรนด์การจัดงานแต่งงานแบบเล็กๆ กำลังมาแรง ไม่ใช่แค่คนธรรมดาอย่างเราๆ เท่านั้น แต่บรรดาคนดังหลายคู่ก็เลือกที่จะจัดงานแบบเรียบง่าย ไม่ใช่แค่เพราะสบายกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังสามารถดูแลแขกคนสำคัญได้อย่างทั่วถึง

คู่รักที่ร่ำรวยติดอันดับของเกาหลีใต้ “เรน” และ “คิมแทฮี” พวกเขาจัดงานแต่งงานขึ้นอย่างเรียบๆ ที่โบสถ์แห่งหนึ่งด้วยงบเพียง 6 หมื่นบาทเท่านั้น ในณะที่พระเอกขวัญสาวๆ ชาวเอเชีย “วอนบิน” เลือกจัดงานแต่งงานอย่างเรียบๆ กลางทุ่งนา ในจังหวัดกังวอน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระเอกหนุ่ม ขณะที่ฟากไทยก็ไม่น้อยหน้า อดีตพระเอก  “พอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์” เข้าพิธีแต่งงานกับเซเลบริตี้สาว “ฟอว์น -ไปยดา มหิทธนันท์” อย่างโรแมนติกท่ามกลางสักขีพยานรักเพียง 19 คนเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 พ.ย. 2561)  อีกหนึ่งคู่รักที่เข้าประตูวิวาห์ไปอย่างอบอุ่นก็คือ นักร้อง-นักแสดงสาววัย 34 ปี แมนดี้ มัวร์ ที่เข้าพิธีแต่งงานกับ “เทย์เลอร์ โกลด์สมิธ” แฟนหนุ่มมือกีต้าร์วงอินดี้ร็อควัย 33 ปี ที่สวนหลังบ้านดาราสาว ท่ามกลางญาติพี่น้องกับคนในครอบครัว และเพื่อนสนิทมิตรสหายเท่านั้นที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเพียง 50 คน

สำหรับบรรยากาศงานอบอวลไปด้วยความรัก คู่บ่าว-สาว เลือกสีชมพูเป็นสีธีมหลักของงาน โดยเจ้าสาวแต่งหน้าด้วยลุคธรรมชาติสดใส ยิ่งสวมใสชุดจากแบรนด์ RODARTE ยิ่งทำให้เธอสวยตรึงตราตรึงใจ

อย่างไรก็ตามแมนดี้เธอเคยผ่านการสมรสมาแล้วกับ “ไรอัน อดัมส์ ” หลังจากใช้ชีวิตสมรสนานเกือบ 6 ปีเธอได้ยื่นเอกสารเพื่อฟ้องหย่าอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2015 เธอใช้ชีวิตสาวโสดมาได้สักระยะจึงได้พบกับรักครั้งใหม่กับมือกีต้าร์วงอินดี้ร็อค “เทย์เลอร์ โกลด์สมิธ” ซึ่งหลังจากที่คบหากันมา 2 ปีทั้งคู่ก็ตกลงที่จะแต่งงานกัน โดยได้หมั้นหมายกันในกันยายนที่ผ่านมา และได้เข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั่นเอง

เข้าพิธีแต่งงานกับหวานใจหนุ่ม “เทย์เลอร์ โกลด์สมิธ” 

แมนดี้ มัวร์

งานจัดขึ้นที่สวนหลังบ้านของนักแสดงสาววัย 34 ปี

แมนดี้ มัวร์

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว

แมนดี้ มัวร์

ชุดที่สวมใสในงานนี้จากแบรนด์ RODARTE

แมนดี้ มัวร์

แมนดี้ มัวร์


ภาพจาก : IG @mandymooremm

“ดอยตุง” จับมือ “ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง” จัดดินเนอร์การกุศล สุดเอลิแกนท์ในเมืองใหญ่

ไลฟ์สไตล์ของคนชนเผ่าบนดอยตุง นอกจากความสวยงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมาอย่างงดงามแล้ว เรื่องราวของประเพณี การใช้ชีวิต รวมไปถึงอาหารท้องถิ่น ล้วนเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ชวนติดตาม เช่นเดียวกับDoiTung (ดอยตุง) ได้ร่วมมือกับร้านอาหารชื่อดัง Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง) จัดงานดินเนอร์การกุศล ภายใต้ชื่องาน ‘From Mountain to Table’ (ฟอร์ม เม้าเท็น ทู เทเบิล) อาหารค่ำมื้อพิเศษ จากดอยสูงสู่โต๊ะอาหารสุดหรู      ในเมือง เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของโลกสีเขียวบนดอยสูงกับโลกทันสมัยของเมืองหลวงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ร้าน Sava All Day Dining ชั้น 6 โซน เดอะ เฮลิกซ์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่ส่งตรงมาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ     พร้อมด้วยเครื่องเซรามิกหลากหลายชนิดจากช่างฝีมือชนเผ่าถูกนำมาประดับและใช้เสิร์ฟภายในงาน โดยมีเซเลบริตี้ใจบุญร่วมงานคับคั่ง

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้ให้มีการสนับสนุนเรื่องของการปลูกคน โดยการสอนฝึกอาชีพให้หลากหลายอาชีพ   รวมทั้งการเกษตรและการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้น อาทิ การสนับสนุนให้เลี้ยงหมูดำ และนำมาแปรรูปต่อเป็นแฮมหมูดำรมควันจากกะลากาแฟ การปลูกกาแฟคุณภาพดีสู่การพัฒนาเป็นกาแฟดอยตุง
และคาเฟ่ดอยตุง

พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของร้านอาหาร Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง) กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีโอกาสขึ้นไปสัมผัสชีวิตคนบนดอยตุง ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ รู้สึกประทับใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมของคนชนเผ่าต่างๆ ที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเรื่องของอาหารท้องถิ่นในพื้นที่ เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการคิดโปรเจกต์นี้ขึ้นมา เพราะอยากให้คนในเมืองได้ชิมอาหารที่หายากและอร่อยมาก แถมยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจ จึงร่วมกับ เชฟแบม-วรรณพร พิมพิสุทธิ์ เชฟและฟู้ด ดีไซเนอร์ (Food Designer) ชื่อดัง มาสร้างสรรค์เมนูพิเศษ 6 คอร์ส โดยใช้วัตถุดิบในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ หมูดำ สายพันธุ์ดอยตุง เกิดจากการผสมพันธ์ระหว่างหมูพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ดอยตุงและหมูพันธุ์เหมยซาน เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ มีสีดำสนิททั้งตัว เนื้อนุ่มด้วยชั้นไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อแดง เป็นหมูกึ่งเนื้อกึ่งมันปลอดยีนส์เครียดและปลอดสารเร่งเนื้อแดง 100%, ไก่ดำ, แคปหมู ผลิตผลจากการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ, น้ำพริกอาหม่อ ต้นตำหรับชนเผ่าอาข่าที่ใช้สมุนไพรชนเผ่าเป็นวัตถุดิบในการผลิตไม่ใส่ผงชูรสและงาขี้ม้อน พืชถิ่นบนที่สูง ใช้ประกอบอาหารพื้นบ้านมีประโยชน์จากแคลเซียมไขมันดี นอกจากนี้ยังมีการใช้วัตถุดิบจากเชียงราย สัปปะรดภูแลเชียงราย, มะแขว่น รสชาติเผ็ดร้อนคล้ายกับพริกและมีกลิ่นหอม ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยและเครื่องลาบเหนือ ประกอบด้วย พริกแห้ง, หอม, กระเทียม, ข่า, ตะไคร้, มะแขว่น, มะแหลบ, ดีปลี, พริกไทย, เม็ดผักชีเป็นเครื่องปรุงติดบ้านของชาวภาคเหนือไว้ใช้เพิ่มรสชาติและเป็นตัวช่วยในการดับกลิ่นคาวเนื้อในการปรุงลาบ โดยนำมาปรุงแต่งด้วยวิธีที่ทันสมัยรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูพื้นพิเศษ อร่อย แปลกแตกต่างแต่ทานง่าย รสชาติเยี่ยม ออกมาเป็น 6 เมนู พิเศษ ซึ่งล้วนแต่เป็นเมนูมงคลตามความเชื่อของคนเหนือ

เริ่มออเดิร์ฟกันด้วยเมนู ข้าวตังน้ำพริกอาหม่อ ซึ่งเป็นน้ำพริกมาจากชนเผ่าอาข่าคลุกรวมกับ, หมูสับมะเขือส้ม, กระเทียมฝาน เอาไปผัดให้นัวเข้ากัน ใส่น้ำซุปเล็กน้อย ราดลงไปที่ข้าวตังที่กริลแล้วซึ่งเป็นเมนูภาคกลาง ตกแต่งด้วยผักต่างๆ ที่มาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ กระเจี๊ยบ, ขมิ้นขาว, ผักชีลาว, เปลือกส้ม และ กากหมู ซึ่งเป็นซิกเนอเจอร์ของซาว่า รสชาติที่ออกมาจะ เผ็ด หวาน เค็ม ดื่มคู่กับชาอู่หลงก้านอ่อน เข้ากันเป็นอย่างดี

ตามมาด้วย อ่องปูน้ำจืดและข้าวเกรียบงาดำ อ่องปูเป็นอาหารทางเหนือ เอามาผสมกับซอสมิริน ซอสปรุงอาหารของญี่ปุ่น ให้อารมณ์เหมือนเมนู “คานิมิโซะ” ทานกับซัลซาสับปะรดภูแลเชียงราย และข้าวเกรียบงาดำ จากจังหวัดพิจิตร รสชาติ ออกมันๆ เค็มๆ ตัดเลี่ยนด้วยรสเปรี้ยวของซัลซาสัปปะรดภูแล เวลาทานจะได้เทกเจอร์ (Textureเนื้อปู และ ความกรอบของข้าวเกรียบงาดำ เป็นการผสมผสานกลิ่นอายชาวเหนือของอ่องปูและความเมืองของซัลซานัวๆ ได้รสกลมกล่อม

จากนั้นเสิร์ฟต่อกับเมนู ลาบคั่วไก่ดำ ใส่มะแขว่น โดยใช้ ไก่ดำดอยตุง ซึ่งเป็นไก่ที่มีสีดำตั้งแต่เนื้อ, ขา, กระดูก เนื้อไก่ดำจะมีความมันน้อยกว่าไก่ทั่วไป คล้ายๆ ไก่บ้าน วิธีทำนำเครื่องลาบและมะแข่วน หรือพริกหอม สมุนไพรที่เกิดขึ้นในป่าภาคเหนือจะออกเฉพาะหน้าหนาวมาตำกับเครื่องลาบ แล้วนำไปคลุกกับไก่ดำและแฮมหมูดำรมควันจากกะลากาแฟของดอยตุงใส่พริกป่น, พริกลาบ, หอมแดง, ผักชีใบเลื่อย คลุกรวมกันเอาไปผัด จะได้รสชาติ เผ็ด เค็ม

ต่อด้วย สันคอหมูดำย่าง ข้าวฟืนกับส้ามะเขือแจ้ เห็ดเผาะและพริกข่า สันคอหมูดำหมักกับมะแขว่นพริกหอมย่างปรุงรสด้วยเกลือ น้ำมัน และซอสปรุงรส นำไปย่างไฟอ่อนๆ ทานคู่กับข้าวฟืนไทลื้อกราแตง ได้รสชาติ จืดๆ มันๆ ทานกับน้ำพริกข่าแห้ง และส้ามะเขือแจ้ ได้รสชาติเผ็ดๆ นัวๆ

แกงฮังเลหมูดำน้ำอ้อยและแมคคาเดเมีย กับข้าวหนุกงาขี้ม้อน และผักกาดจอ พระเอกเมนูนี้อยู่ที่หมูดำ     ดอยตุงที่ถูกนำไปเคี่ยวข้ามคืนจนเนื้อมีความหยุ่นๆ ทานกับ ข้าวหนุกงาขี้ม้อน ข้าวทางเหนือที่นิยมกินตอนหน้าหนาวเพราะให้พลังงานสูง โดยนำข้าวหนุกงาไปคลุกกับงาขี้ม้อนที่ผ่านการคั่วและตำ คลุกกับงาและเกลือก่อนห่อใบตอง และเอาไปปิ้ง โดยมีผักกาดจอน้ำอ้อย อาหารที่คนเหนือทุกคนต้องมีในครัว ทานคู่กัน

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ไอศกรีมกะทิ ข้าวแต๋นน้ำอ้อยงาหอม และขนมเหนียว อินสไปร์มาจากข้าวแต๋น    ของว่างที่ใช้รับแขกของภาคเหนือ โดยเป็นข้าวแต๋นที่ราดน้ำอ้อยที่ผ่านการเคี่ยวกับงาดำ ทานกับขนมเหนียวของภาคกลาง และไอศกรีมกะทิราดข้าวพอง ได้รสชาติผสมความเป็นรสเหนือและรสเมืองในคำเดียวกัน

ทั้งนี้ เมนู แกงฮังเลหมูดำน้ำอ้อยและแมคคาเดเมีย กับข้าวหนุกงาขี้ม้อน และผักกาดจอ จะถูกนำมาเป็นเมนูแนะนำพิเศษ และจำหน่ายต่อไป ในระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2561Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง)

ชั้น 6 โซน เดอะ เฮลิกซ์ ดิ เอ็มควอเทียร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : DoiTung Club หรือติดตามตามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้ที่ Facebook : มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ Mae Fah Luang Foundation under Royal Patronage  https://www.facebook.com/MaeFahLuangFoundation

 

‘คุณหนูเอาแต่ใจ วันนี้อาจสิ้นฤทธิ์กับความใกล้ชิดก็ได้’ ดูดวงรายวัน 20 พฤศจิกายน 2561

ดูดวงรายวัน 20 พฤศจิกายน 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ความไม่มั่นใจทำให้ท่านไม่สามารถตัดสินปัญหาได้อย่างเด็ดขาด จึงต้องรับผิดชอบงานจากที่หนักอยู่แล้วยิ่งหนักขึ้นอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ยังมีโอกาสได้ติดต่อประสานงานกับคนที่มีจิตใจดี ซื่อสัตย์สุจริต มีความเป็นมิตร เหมาะที่จะคบหาสมาคมกันในระยะยาว

การเงิน : ใช้เงินฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะซื้อของสวยงามหรือความสุขส่วนตัว จนต้องเดือดร้อนผู้ใหญ่ที่บ้านบ่อยๆ

ความรัก : อารมณ์ท่านขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ยิ่งครองรักมานานด้วยแล้ว โอกาสที่ความหวานชื่นจะจืดจางลงมีสูงมาก ทางที่ดีควรหาเวลาไปท่องเที่ยวหรือโยกย้ายถิ่นฐาน เปลี่ยนบรรยากาศบ้างจะดีขึ้น คนโสด งานเยอะจนต้องแอบรักอยู่ห่างๆ

สุขภาพ : อาการปวดหลัง ปวดตามข้อ ยังตามมาไม่เลิกรา โดยเฉพาะหัวเข่าและข้อเท้า

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์         

การงาน : ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับการที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่ที่หนักหน่วงมักถูกหลอกหรือเสียรู้ผู้อื่นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นท่านควรขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ หรือความคิดเห็นของคนใกล้ตัว เพราะเขายืนอยู่ข้างท่าน คอยสนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ทำตามความฝัน

การเงิน : ระวังถูกหลอกให้ลงทุน ด้วยคำพูดที่มีหลักการน่าเชื่อถือ

ความรัก : ได้พบคู่ครองที่ดีมีฐานะ ทัศนคติ ความคิดที่สมบูรณ์ ปฏิบัติตนเป็นธรรมะสายแข็ง แต่ท่านก็เอาใจยากเดาใจลำบากจึงต้องปรับความเข้าใจกันอย่างมากถึงมากที่สุด   คนโสด วางเฉยกับเรื่องความรักแล้วละ หันมาสนใจธรรมะเข้าวัดมากกว่านัดเดท

สุขภาพ : อยู่ในช่วงเอ็นจอยอีทติ้ง ก็ระวังเรื่องน้ำหนักด้วย นอกนั้นก็แข็งแรงดี

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : มีความขัดแย้งกันทางความคิดในงานที่เกี่ยวกับการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก งานบันเทิง ความสวยงามทุกรูปแบบ จนท่านพัฒนางานต่อไม่ได้ ทำได้แค่รักษาตัวรอดไปวันๆ ควรทำงานของตัวเองดีกว่าไปร่วมหุ้นกับคนอื่น

การเงิน : ผันผวนไม่แน่นอน ท่านจะเสียเงินอย่างไม่ได้คาดหมาย หรือหยิบยื่นความช่วยเหลือง่ายเกินไป

ความรัก :  ท่านค่อนข้างมีความคิดก้าวหน้าและทันสมัย รักศักดิ์ศรีและสิทธิความเสมอภาคเป๊ะ อยู่บ้านอาจเปิดศึกโต้เถียงกันราวกับอยู่บนเวทีการเมือง จนความอ่อนหวาน โรแมนติกขาดหายไป  คนโสด ท่านถูกเลี้ยงดูมาแบบคุณหนู อาจเป็นได้ว่า จากความใกล้ชิดจะกลายเป็นความรัก ท่านตกหลุมรักคนที่ดูแลมาตลอด

สุขภาพ :  ระวังโรคไข้หวัด ปอดบวม รวมทั้งน้ำในหูไม่เท่ากัน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  เริ่มต้นมาก็ลุยเลยนะคะ ความที่ท่านเดินหน้าท้าชนไม่เกรงกลัวใคร จึงทำให้ทัศนคติของท่านขัดแย้งกับเขาไปทั่ว ควรใช้เทคนิค สติ ความสามารถเพื่อประนีประนอม ผ่อนปรน และต่อรอง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าดีกว่าที่จะไปชนกับเขา

การเงิน :  หมดกับการเดินทาง การเข้าสังคม โดยเฉพาะเรื่องการลงทุน วงเล็บด้วยว่า ท่านทุ่มหมดหน้าตักเลยทีเดียว

ความรัก :  ท่านแบกรับภาระเรื่องราวของบริวาร คนรัก คนใกล้ชิดค่อนข้างมาก แถมวันนี้ยังมีทัศนคติไม่ตรงกันทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายใจ หากไม่อยากทุกข์ควรปล่อยวางและช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น คนโสด ใช้เวลานานในการคบหาดูใจ แต่หากท่านพอใจก็ไม่สนว่า จะถูกต้องหรือเปล่า

สุขภาพ :  ท่านเดินและยืนเป็นเวลานาน ระวังอวัยวะตั้งแต่สะโพกลงมา มีโอกาสบาดเจ็บเนื่องจากโรคข้อและเอ็นเสื่อม

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ท่านกำลังหลงอยู่กับอีโก้ของตัวเองจนไม่สนใจความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน จนเป็นสาเหตุให้ท่านถูกเจ้านายพิจารณาผลงาน ความดีความชอบ จึงทำให้รู้สึกอึดอัด เบื่อหน่ายกับการทำงานมากๆ ในระยะนี้ ควรอดทน และระวังคำพูด อย่าใจร้อน

การเงิน :  ร้อนเงินต้องเร่งหารายได้จากทุกๆ ทาง รวมทั้งแหล่งเงินที่ไม่ค่อยถูกต้องด้วย

ความรัก :  พยายามชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะอาจมีปัญหาเรื่องบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง คนโสด พิจารณาให้ดี ท่านอาจตกอยู่ในสภาพรักที่ต้องซ่อนเร้นก็ได้

สุขภาพ : อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะจะมีปัญหาเรื่องกรวยไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ท่านกำลังคิดสร้างสรรค์สิ่งที่แปลกใหม่ทางภูมิปัญญา ซึ่งท้าทายความสามารถมากๆ ควรให้ความสำคัญกับการเลือกเฟ้นบริวารที่ดีมีคุณภาพเข้ามาร่วมงาน ขณะเดียวกันท่านก็ควรลดความมั่นใจในตัวเองลงด้วย จะทำให้งานนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จ

การเงิน :  ธรรมชาติของท่านคือสนใจในเนื้องานมากกว่าผลตอบแทน จึงควรหาผู้จัดการมาดูแลเรื่องผลประโยชน์แทน จะได้ไม่เสียเปรียบ

ความรัก : สนใจแต่งานมากกว่าเรื่องส่วนตัวและครอบครัว คาดหวังว่าคู่จะทำแทนได้ทุกอย่าง จนถึงวันนี้ท่านก็ยังลังเลอยู่ว่า คู่จะทนได้หรือเปล่า คนโสด ทำแต่งานจนวันนี้จะมีผู้ใหญ่นัดเดทให้

สุขภาพ :  อย่าประมาท เพราะท่านอาจได้รับบาดเจ็บและเกิดอุบัติเหตุได้อย่างไม่คาดคิดในการปฏิบัติงาน

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านต้องใช้ความเป็นศิลปินในตัว และความเป็นอัจฉริยะในการพลิกแพลงกลยุทธ์เพื่อที่จะเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้ มีโอกาสที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่ไม่ถูกต้องและอบายมุข ซึ่งควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาและเสียเวลา

การเงิน :  เสียเหงื่อจึงจะได้เงิน เพราะฉะนั้นหากท่านได้เงินมา โดยที่ไม่เสียเหงื่อจึงไม่ควรวางใจ

ความรัก : ท่านทุ่มเทให้กับความรักมากจนน่ากลัว จึงอาจมีปัญหาเรื่องความหึงหวง ชอบแสดงความเป็นเจ้าของสูง คนโสด กิน ดื่ม เที่ยว นารีครบองค์เลยละค่ะวันนี้

สุขภาพ : ระวังดื่มหนัก หรือรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รวมทั้งทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเป็นสาเหตุของโรคอื่นตามมา

ธีมงานแต่ง Game of Thrones, Game of Love

ปล่อยทีเซอร์พร้อมเดือนฉายออกมาแล้วสำหรับ Game of Thrones ซีซั่น 8 ซึ่งจะเป็นซีซั่นสุดท้ายสำหรับ ใครที่ลุ้นว่าใครจะได้ขึ้นครองบังลังก์เหล็กก็ซีซั่นนี้แล้ว แต่เราเว็บไซต์แต่งงาน ก็ขอพาทุกท่านไปครองบัลลังค์รักดีกว่า ด้วยไอเดีย ธีมงานแต่ง Game of Thrones, Game of Love

ชุดแต่งงาน

ธีมงานแต่ง

ชุดแต่งงานในธีม Game of Thrones เป็นชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงยุคกลางของประเทศอังกฤษ ดังนั้นชุดจึงมีความเทพนิยาย ความอลังการ และดูสง่างาม ไอเท็มหลักของชุดเจ้าสาวคงหนีไม่พ้นการใช้ผ้าผืนบางเบา หรือจะเป็นชายชุดที่ลากยาว ในขณะที่ผู้ชายผ้าคลุมไหล่เท่ๆ หรือเสื้อสูทตัวยาว หรือถ้าเคอะเขิน จะเหลือแค่เข็มกลัดมือขวาสักอัน ก็โอเคแล้ว

 

สถานที่

การจัดตาม ธีมงานแต่ง Game of Thrones มีทางเลือกเรื่องสถานที่ได้หลากหลายเลย ไม่ว่าจะเป็นงานกลางแจ้งในสวน ที่มีต้นไม้ใหญ่ หรือจะเป็นสถานที่ที่ได้บรรยากาศแบบวังในยุคกลาง ที่เน้นการตกแต่งอลังการ โครงสร้างเป็นหิน ซึ่งเดี๋ยวนี้ในเมืองไทยมีสตูดิโอหลายแห่งที่ตกแต่งในสไตล์ หรือจะเป็นการจัดงานแต่งในห้องบอลรูมตกแต่งด้วยสีขาว สไตล์ Winter is Coming ก็ได้  และให้ดีควรได้จัดงานแบบ ซิทดาวน์ดินเนอร์เพื่อยิ่งให้อินกับบรรยากาศของซีรีย์เรื่องนี้

เค้ก

สำหรับเค้กแต่งงานในธีมแบบนี้ ความหรูหราอลังการจำเป็นต้องมา สีทองคือสีที่ขาดไม่ได้ แล้วคราวนี้ก็แล้วแต่ว่าคู่บ่าวสาวจะหยิบส่วนไหนมาเป็นกิมมิค ไม่ว่าจะเป็น มังกร ดาบ หรือตัวบัลลังก์

 

การ์ดแต่งงาน

การ์ดแต่งงานสามารถทำได้ถึง 2 สไตล์ ทั้งแบบหรูหรา อู้ฟ่า เน้นสีทอง มีความเป็นการ์ดแต่งงานแบบชาว King’s Landing ที่เน้นความหรูหรา ด้วยสีทอง และครั่ง หรือจะเป็นแบบชาวอาณาจักรอื่นๆ ก็อาจใช้เพียงกระดาษสีน้ำตาลเท่านั้นเอง เอาเป็นว่า ชอบแบบไหนเลือกได้เลย

กิมมิค

กิมมิคในงานแต่งธีมนี้มีได้มากมายเลยทีเดียว แถมใช้ได้ทั้งเป็นของตกแต่งในงาน และของชำร่วย เริ่มต้นที่ เข็มกลัด The Hand of King pin ไข่มังกร ดาบ ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลต่างๆ หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่แสนซื่อสัตว์อย่างพวกไดร์วูลฟ์

หากบ่าวสาวคู่ไหนยังนึกไม่ออกว่างานจะออกมาเป็นอย่างไร เรามีภาพจากงานจริงของบ่าวสาวมาฝากด้วยนะ คลิกเลย ส่วนครั้งหน้าจะเป็นธีมงานแต่งแบบไหนต้องมาดูกัน

ภาพ Pinterest

เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรรู้ไว้ ปรนนิบัติผิว อย่างไรให้ชุ่มชื่นสดใสรับลมหนาว

ใกล้หน้าหนาวแล้ว ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่จะจัดงานในช่วงนี้คงต้อง ปรนนิบัติผิว กันเป็นพิเศษ หรือคู่รักที่ต้องการแพ็คกระเป๋าไปฮันนีมูนรับลมหนาวก็เช่นกัน นอกจากการเตรียมชุดสวยๆและอบอุ่นป้องกันความหนาวแล้วอย่าลืมเตรียมผิวรับมือกับลมหนาวกันด้วยละ

แพรว wedding มีคำแนะนำในการ ปรนนิบัติผิว จาก คุณหมอนีน่า – พญ. ชุติมา อัศวอารี (Medical Director , CEO The Medici Aesthetic and Anti-aging Clinic) มาฝากกันค่ะ

พญ.ชุติมา

“เพราะอากาศหนาวมาพร้อมกับอากาศที่แห้ง ทำให้ผิวแห้งเสียความชุ่มชื้น ผิวแตกเป็นขุยแต่งหน้ายากและระคายเคืองง่ายเข้าไปอีกหมอมีเทคนิคง่ายๆในการดูแลผิวให้สวยรับลมหนาวมาฝากกันคะ”

ปรนนิบัติผิว

  • ปกป้องผิวจากแสงแดด

“ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวแต่อย่าลืมว่าพระอาทิตย์ยังยังคงส่องแสงตลอดทุกวัน ยิ่งถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้ง หิมะหรือน้ำแข็งต่างๆเป็นตัวสะท้อนแสงแดดได้เป็นอย่างดี และสามารถทำให้ผิวไหม้ได้เหมือนแดดหน้าร้อนริมทะเลแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว ดังนั้นครีมกันแดดที่มีSPF มากกว่า30และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ zinc oxide หรือ titanium dioxide เพื่อปกป้องผิวยังคงเป็นไอแทมจำเป็นของหน้าหนาวอยู่นะคะ”

  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำหรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

“ในหน้าหนาวการอาบน้ำอุ่นอาจช่วยให้ผ่อนคลายแต่น้ำร้อนจะชะล้างไขมันบนผิวทำให้ผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ ทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นและกระตุ้นการเกิดเม็ดสีหรือฝ้ากระบนใบหน้าได้ ถ้าจำเป็นควรใช้น้ำอุ่นแทนน้ำร้อนใช้เวลาอาบน้ำให้สั้นที่สุดและรีบทาครีมให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันการเสียความชุ่มชื้นจากผิว”

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

“ในช่วงหน้าหนาวเรามักจะดื่มน้ำน้อยกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่รู้สึกร้อนหรือเสียเหงื่อมากนัก แต่อย่าลืมว่าน้ำสำคัญกับผิวนุ่มชุ่มชื้น ควรจิบน้ำอุ่นบ่อยๆแทนชา กาแฟและเครื่องดื่ม alcohol ที่จะทำให้เพิ่มการขับน้ำออกทางปัสสาวะ”

  • เติมความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก

“การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมากๆ จะช่วยบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก เช่นแตงกวา ส้ม กีวี มะเขือเทศ อาหารเหล่านี้ยังมีสารอาหารบำรุงผิว เช่นวิตามินชี zinc ช่วยในการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวอีกด้วย การเพิ่มอาหารที่ให้ไขมันดีช่วยเพิ่ม skin protection barrier เช่น avocado, almond, walnut.”

  • ในช่วงนี้การบำรุงผิวด้วย skin care ปกติ อาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะ ผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือ ผิวที่ขาดการดูแลเป็นระยะเวลายาวนาน ควรดูแลเพิ่มเติมจากปกติเช่นทรีทเม้นท์บำรุงผิว หรือ การผลักวิตามิน 1-2 ครั้ง/สัปดาห์

ปรนนิบัติผิว

  • สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย และมีปัญหาผิวหลายอย่าง ตั้งแต่ ผิวขาดน้ำ ริ้วรอย ผิวระคายเคืองง่าย ตอนนีมีนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมมากในหมู่ดารา Hollywood รวมถึงสาวๆญี่ปุ่นและเกาหลี เป็นการบำรุงถึงระดับ DNA ด้วยโปรแกรม Innoglitter skin booster
  • Innoglitter skin booster เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่มีส่วนผสมของ PDRN ที่ให้การบำรุงถึง DNA ร่วมกับ hyarolonic acid ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และ วิตามินกว่า 50 ชนิด รวมถึง growth factor หรืออาหารผิวและ coenzyme ช่วยเร่งการฟื้นฟูและสร้างผิวใหม่ ดูแลในทุกปัญหาผิว เห็นการเปลี่ยนแปลงและผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ช่วยเรื่องจุดด่างดำและริ้วรอยลงอย่างชัดเจนหลังทำ 3-5 ครั้ง
  • เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย โดย ควรรับการดูแล 1-2 ครั้ง/เดือน ใน 3 เดือนแรก หลังจากนั้น เดือนละ 1 ครั่ง เพื่อการดูแลต่อเนื่อง
  • PDRN ย่อมาจาก polydeoxyribonucleotide เป็นสารสกัดจาก DNA มีคุณสมบัติ ลดการอักเสบและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ จึงกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้เป็นอย่างดี เมื่อฉีดเข้าไปที่ผิว ผิวก็จะไดรับการซ่อมแซมฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวตามธรรมชาติลึกถึงระดับ DNA เมื่อนำมารักษาผิว จึงได้ผลดีและมีความปลอดภัยสูง เพราะ PDRN เป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ ฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม

ปรนนิบัติผิวเจ้าสาว

The Medici clinic

208B ชั้น 2 ศูนย์การค้า K village สุขุมวิท 26

โทร.: 0926455542 026615006

เฟซบุ๊ก : The Medici clinic

ไอจี : themediciclinic

ติดตามไอเดียและเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับงานแต่งงานได้ที่ praewwedding

ช้างคู่แผ่นดิน

เปิดตัวชุดจริง เวทีจักรวาล! ช้างคู่แผ่นดิน Chang The Icon Of Siam

ซูมความสวยของชุดจริง ช้างคู่แผ่นดิน Chang The Icon Of Siam ชุดประจำชาติไทย บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ของ “นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์” 

Chang The Icon Of Siam

หลังจากนายธีร์ ผาสุก เจ้าของผลงาน ช้างคู่แผ่นดิน Chang The Icon Of Siam ชนะเลิศการออกแบบชุดประจำชาติ ที่จะให้ตัวแทนสาวไทย “นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์” สวมใส่สู้ศึกการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ล่าสุดชุดที่ใช้เวลาทำมานานกว่า 1 เดือน ก็พร้อมให้แฟนๆ ทั่วประเทศได้เห็นชุดจริงกันแล้ว โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางแฟนนางามที่มาลุ้นอย่างติดขอบเวที

โดยผลงานชุดช้างคู่แผ่นดิน ผู้ออกแบบได้อธิบายถึงผลงานนี้ไว้ว่า ช้างคือความเป็นไทยวัฒนธรรมอารยธรรม และวิถีของคนไทยช้างผูกพันกับคนไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในอดีตช้างได้ร่วมการสร้างชาติกู้บ้านกู้เมือง ไม่ว่ายามสุขหรือยามสงบ จวบจนถึงปัจจุบันช้างยังคงอยู่ในวิถีของชาวไทย อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของคนไทยเมื่อทุกคนนึกถึงสัตว์ประจำชาติไทยก็จะนึก ถึงช้างเป็นอย่างแรกไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติก็ตามที่สำคัญเรายังใช้ช้างเป็นทูตวัฒนธรรมในการเจริญสัมพันธไมตรี ระหว่างประเทศอีกด้วยดังนั้นจึงนำแรงบันดาลใจจากช้างมาสร้างสรรค์ชุดประจำชาติไทยในรูปแบบใหม่ที่มีความร่วมสมัยแต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นไทยเปรียบเสมือนกับผู้หญิงไทยที่มีความแข็งแกร่งสวยงามอ่อนโยนและทันสมัย จึงนำโครงสร้างของช้างมาเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์ ชุดช้างคู่แผ่นดิน โดยผสมผสานความเป็นไทยและความเป็นสากลเข้าด้วยกันโดยใช้โครงเสื้อแบบชุดไทยพระราชนิยมผสมผสานเทคนิคการปักลายไทยแบบสองมิติและเทคนิคทรานส์ฟอร์เมอร์จากชุดหนึ่งเป็นอีกชุดหนึ่ง อีกทั้งนำเทคนิคแสงสีเสียงมาเป็นส่วนประกอบของชุดอีกด้วย

ทั้งนี้ในส่วนของดีเทลชุดประจำชาติ มีองค์ประกอบชุดเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 “ชุดไทยประยุกต์” ออกแบบชุดขึ้นใหม่โดยดัดแปลงจากชุดไทยพระราชนิยมโดยใช้ผ้าไหม เพิ่มความ ทันสมัยด้วยชายผ้า ฟอร์มไหล่ยกสูงมาจากชุดไทยพระราชนิยมมาประยุกต์โดยอิงโครงสร้างมาจากหน้าช้าง ส่วนลายผ้าดัดแปลงจากลายประจำยามและลายกระจัง ซึ่งเป็นลายไทยมาตรฐาน ปักและรีดลายด้วยคริสตัล จากสวารอฟสกี้

ส่วนที่ 2  “ชุดเครื่องประดับ” มี  3 ชิ้นหลัก คือ  “เครื่องหัว” ดัดแปลงมาจากชฎา  ออกแบบใส่ลายเส้น  ลดทอนลายไทยเพื่อให้ดูทันสมัยขึ้น  ชิ้นที่ 2   “กรองคอ” รูปตัว V ออกแบบการออกแบบเน้นช่วงหัวไหล่ และให้เข้ากับรูปทรงของฟอร์มชุด  เพิ่มความอ่อนหวานด้วยโลหะชุบทองจัดช่อเป็นดอกไม้ไหว และใช้เทคนิค เดียวกันในการจัดทำเครื่องประดับชิ้น 3 คือ “เข็มขัดประดับเอว”  โดยเครื่องประดับทุกชิ้นประดับด้วยคริสตัลจาก สวารอฟสกี้

ส่วนที่ 3 “โครงสร้าง”  ซึ่งเป็นส่วนกลไกเพื่อแปลง (Transform) ชุดไทยประยุกต์เป็นชุดช้าง โดยกลไก และโครงสร้างช้างออกแบบและจัดทำโดย ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทค โนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  โครงสร้างช้างผลิตจากวัสดุอลูมิเนียม และเพลาแสตนเลส  ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง  สามารถรองรับน้ำหนักในส่วนงวงช้างและชายผ้า   โดยใช้พลังงานแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน  ผ้าที่คลุมโครงสร้าง คือผ้าซีทรูกลิตเตอร์ ประดับสวารอฟสกี้ ปักกรุรีดลายประจำยามและลายกระจัง

สำหรับทีมงานออกแบบและสร้างสรรค์ชุดประกอบด้วย นายธีร์ ผาสุก (ผู้ออกแบบชุด) นายศิริวัฒน์ วรวงษ์ และนายฐิติกร หอมหวล (ผู้ช่วยผู้ออกแบบชุด) นายณัฐกิตติ์ แหยมเจริญ (ผู้ตัดเย็บ) นายพลัฏฐ์ จิรพุฒินันท์และนายพอพันธ์ ทองเฟื่อง (ผู้ออกแบบและจัดทำเครื่องประดับ) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศกรรมเครื่องกลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ผู้จัดทำโครงสร้างและกลไกส่วนหัวช้าง)

ทั้งนี้ “นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 มีกำหนดเข้ารายงานตัวต่อกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 อย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 15.00 น.

ช้างคู่แผ่นดิน

ช้างคู่แผ่นดิน

Chang The Icon Of Siam


 

เริ่ดทุกราย! 8 ซูเปอร์สตาร์เอเชีย และคนดังฮอลลีวู้ด พรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์บิวตี้

ก่อนหน้านี้ แพรวดอทคอม เคยเสนอบทความเรื่อง สวยลุคดี! รวม 9 ดาราหญิงไทยที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกให้กับแบรนด์บิวตี้  ซึ่งอย่างที่เคยเกริ่นไว้ว่า ผลิตภัณฑ์ความงามกับพรีเซ็นเตอร์ผู้หญิงสวยๆ ถือเป็นของคู่กัน ยิ่งได้ซูเปอร์สตาร์ ดาราดังที่มีฐานแฟนคลับเยอะๆ ยิ่งส่งผลดีต่อแบรนด์ เพราะเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายและยอดจำหน่ายให้พุ่งเกินเป้าหมายที่วางไว้ แถมได้ภาพลักษณ์ที่ดีต่อตัวแบรนด์นั้นๆ ด้วย ซึ่งเรื่องพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ต่างๆ ทุกคนคงเห็นและเคยชินกันไปแล้ว หรือแม้กระทั่งจำได้ว่าใครเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์อะไรบ้าง แล้วแบรนด์บิวตี้หลายๆ แบรนด์ที่ทั้งมีมานานแล้ว และเพิ่งเปิดตัวไม่นาน ทุกคนรู้จักบ้างหรือเปล่าว่า ใคร? ดาราคนไหน? เป็น พรีเซ็นเตอร์คนแรก ให้กับแบรนด์นั้นๆ วันนี้ แพรวดอทคอม ได้รวบรวม ซูเปอร์สตาร์สาวชาวเอเชีย และคนดังฮอลลีวู้ด ที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกให้กับแบรนด์บิวตี้มาฝากค่ะ

 

เริ่ดทุกราย! 8 ซูเปอร์สตาร์เอเชีย และคนดังฮอลลีวู้ด พรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์บิวตี้

คลอเดีย คิม (Claudia Kim หรือ Soo Hyun Kim) พรีเซ็นเตอร์ชาวเอเชียคนแรกของ Bobbi Brown

เริ่มกันที่คนแรก คลอเดีย คิม หรือ นากินี จาก Fantastic Beasts 2 ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักเธอในฐานะงูข้างกายและฮอร์ครักซ์ของพ่อมดร้ายลอร์ดโวลเดอมอร์ เธอเป็นนักแสดงและนางแบบชาวเกาหลีใต้ ที่หลายคนลงมติแล้วว่าเป็นงูสาวที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้ และก่อนหน้านี้เธอยังมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับ Hollywood Blockbuster เรื่อง ‘The Avengers 2: Age of Ultron’ และนอกเหนือจากความสามารถและความสวยแล้ว คลอเดียยังมีความมั่นใจสูง บวกกับผิวพรรณสุขภาพดีซึ่งเข้ากับปรัชญาที่บอกว่า จงเป็นตัวของตัวเอง และด้วยเหตุนี้เธอจึงได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่ Celebrity Face ชาวเอเชียคนแรกของ Bobbi Brown ภาพของเธอจะปรากฎไปทั่วภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2015 เป็นต้นไป


หลิว เหวิน (Liu Wen) พรีเซ็นเตอร์ชาวเอเชียคนแรกตัวแทนจากแบรนด์ Estee Lauder

หลิว เหวิน ซูเปอร์โมเดลชาวจีน เริ่มเข้าสู่วงการนางแบบจากการเข้าประกวด เพราะต้องการได้รางวัลแล็ปท็อปยี่ห้อ Lemon จนกลายเป็นบันไดสู่เส้นทางการเป็นหนึ่งในนางแบบระดับโลกที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาในเกือบทุกรันเวย์ระดับโลก และแผงปกนิตยสารชื่อดังต่างๆ และยังเป็นนางแบบชาวเอเชียคนแรกที่ได้เป็นนางฟ้าเดินบนรันเวย์ Victoria’s Secret นอกจากนี้ ยังเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบโฆษณาเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่อย่างแบรนด์ Estee Lauder อีกด้วย


กิโกะ มิซูฮาร่า (Kiko Mizuhara) พรีเซ็นเตอร์ชาวเอเชียคนแรกของ Christian Dior 

ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเอเชียกับ เมื่อ Christian Dior ได้ประกาศแต่งตั้งให้ Kiko Mizuhara เป็น Dior Beauty Asia Ambassador ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้หญิงเอเชียคนแรก ที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Dior เพราะกิโกะเป็นผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แฟนๆ มักจะชื่นชอบในความเป็นตัวตนของเธอ ทั้งความน่ารัก สวย และไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดูชิคและคูลสุดๆ ซึ่งเธอได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์ Dior Beauty Asia ของผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดด้วยกัน ทั้งด้านน้ำหอม เครื่องสำอาง และสกินแคร์


ริฮานน่า (Rihanna) เป็นเจ้าของและพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ตัวเอง Fenty Beauty

เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งครบรอบ 1 ขวบของเครื่องสำอางแบรนด์ FENTY BEAUTY by Rihanna หลังจากเปิดขายมาแล้ว 17 ประเทศทั่วโลก เหตุผลที่แม่ริริ หรือ ริฮานน่า สร้างแบรนด์ FENTY BEAUTY ขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียว ไม่รู้สึกแปลกแยก โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์โทนสีต่างๆ ที่เข้าได้กับทุกสีผิว รวมถึงการพัฒนาสูตรเครื่องสำอางให้เหมาะกับทุกสภาพผิว และคลอบคลุมทุกโทนสีผิว วิสัยทัศน์ของริฮานน่าคือการให้แรงบันดาลใจผู้หญิงทุกคนว่า “การแต่งหน้าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องสนุกไปกับมัน แบบไม่มีความรู้สึกว่ากำลังถูกกดดัน  และรู้สึกปลดปล่อยแบบไร้ขีดจำกัด จงกล้าที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ๆ กล้าที่จะเสี่ยง และกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไป”


ไคลีย์ เจนเนอร์ (Kylie Jenner) เป็นเจ้าของและพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ตัวเอง Kylie Cosmetics

Kylie Lip Kit คือคอลเล็คชันแรกที่เธอเปิดตัวปล่อยออกมาแค่ 3 เฉดสี และขายทางออนไลน์เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2015 ซึ่งในตอนนั้นต้องยกให้เป็นปรากฏการณ์ที่ฮือฮามากสำหรับสาวๆ ทั่วโลก และขายเกลี้ยงสต็อกในไม่กี่นาทีของวงการเครื่องสำอางเลยก็ว่าได้ เพราะแบรนด์ใหญ่ๆ บางแบรนด์ยังทำแบบนี้ไม่ได้ หลังจากปรากฏการณ์นั้น เธอจึงต่อยอดทำแบรนด์เครื่องสำอางเกือบครบไลน์บิวตี้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 ซึ่งทุกครั้งที่ออกคอลเล็คชั่นใหม่ๆ มา ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันตอนแรกๆ เลยเช่นกัน


ซงฮเยคโย (Hyekyo Song) พรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ Sulwhasoo

เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา หากสาวๆ ได้ติดตามอินสตาแกรมของ ซงฮเยคโย (Hyekyo Song) คงได้เห็นคลิปที่นางเอกสาวได้พูดถึงความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกับแบรนด์ลาเนจที่มากว่าสิบปีตั้งแต่ 2008 – 2017 แล้ว และในปีนี้ ซงฮเยคโย ได้ย้ายไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้บ้านหลังใหม่อย่าง Sulwhasoo ซึ่งอยู่ในเครือ AMOREPACIFIC เดียวกันกับแบรนด์ Laneige นั่นเอง โดยล่าสุด Sulwhasoo แบรนด์ความงามแบบองค์รวมจากประเทศเกาหลี ได้เปิดตัว “ซงฮเยคโย” นักแสดงอันดับหนึ่งแห่งเอเชียอย่างเป็นทางการ ในฐานะ Muse คนแรกของโซลวาซู ฑูตความงามแห่งวัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งเธอได้พิสูจน์ฝีมือด้วยผลงานการแสดงที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย อาทิ Descendants of the Sun, That Winter,the Wind Blows และ Worlds Within นอกจากนี้ ซงฮเยคโย ยังทำหน้าที่เป็นแอมบาสเดอร์ประชาสัมพันธ์งานประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเกาหลี-จีน อีกด้วย


ฮันแชยอง (Han Chae Young) พรีเซ็นเตอร์ผู้หญิงคนแรกของแบรนด์ innisfree

อินนิสฟรี แบรนด์ธรรมชาตินิยมจากประเทศเกาหลีแบรนด์แรกที่ตามหาความงามอย่างมีสุขภาพดี โดยการแบ่งปันพลังงานธรรมชาติที่สะอาด และบริสุทธิ์ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถูกทำขึ้นมาจากส่วนประกอบที่มีคุณภาพสูงจากผืนป่า ดิน และมหาสมุทรในเกาะเชจู นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมอินนิสฟรีถึงเป็นที่ไว้วางใจ และเป็นที่รักอย่างยิ่ง โดยไม่ใช่แค่ในประเทศเกาหลีเท่านั้น แต่ยังมีประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่รักด้วย ซึ่งที่ผ่านมาอินนิสฟรีได้มีพรีเซ็นเตอร์หมุนเวียนมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนมากมาย เริ่มที่คนแรก คือ ฮันแชยอง (Han Chae Young) นักแสดงสาวสวยเจ้าเสน่ห์ ต่อมาจึงเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์เรื่อย ไม่ว่าจะเป็น คิมแทฮี, นัมซังมี,  ซงฮเยคโย, มุนกึนยอง และยุนอา สมาชิกคนสวยจากเกิร์ลกรุ๊ป Girls’ Generation พรีเซ็นเตอร์คนปัจจุบัน


มินฮโยริน (Min Hyo-Rin) พรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ Banila Co.

Banila Co. เป็นแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2005 โดยมีพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์เป็นนักแสดงและนางแบบชื่อดัง มินฮโยริน ปัจจุบันตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์คนสำคัญตกเป็นของ คิมแทยอน ตัวแทนสาวสวยยุคใหม่ที่ตรงกับคาแรกเตอร์ที่ต้องการนำเสนอความงดงามที่มาจากกรุงโซล และตลอดเวลาที่แบรนด์สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งสกินแคร์และเมคอัพที่มียอดขายอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากกรุงโซลทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเสน่ห์ความงามแบบตะวันออกนั่นเอง


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ IG : claudiashkim, liuwenlw, i_am_kiko, badgalriri, kyo1122, kyliejenner, hyorin_min, Han Chae Young

 

 

พ่อน็อต-น้องพายุ

เหมือนกันยันเงา! พ่อน็อต-น้องพายุ ยิ่งโตหน้ายิ่งเหมือน

พ่อน็อต-น้องพายุ หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ สำเนาถูกต้องเป๊ะเวอร์! เหมือนกันทุกองศา แถมได้ความหล่อและสมาร์ทจากพ่อน็อตมาแบบเต็มๆ

      พ่อน็อต-น้องพายุเพิ่งฉลองอายุครบ 1 ขวบไปหมาดๆ สำหรับ ฝาแฝดสุดหล่อ น้องสายฟ้าและน้องพายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ที่บินไปเป่าเค้กไกลถึงประเทศอิตาลี เพราะต้องตามคุณแม่ซูเปอร์สตาร์ ชมพู่ อารยา รังษีสิงห์พิพัฒน์ ไปทำงานด้วย ซึ่งพออายุครบ 1 ขวบ สองหนุ่มก็มีพัฒนาการตามลำดับ แถมยังเป็นเด็กทะเล้น ขี้เล่น ยิ่งโต ยิ่งมีเสน่ห์ จนสาวๆ หลงรักเพียบ

พ่อน็อต-น้องพายุยิ่งล่าสุดน้องๆ ทั้งสองสามารถพูดคำว่า “แม่” ได้แล้ว คุณแม่ชมพู่ก็ยิ่งดีใจสุดๆ เรียกว่าพัฒนาการของสองแฝดนั้นค่อนข้างไวพอสมควร และที่เห็นกันจนชินตาของบ้านนี้คือ คุณแม่ชมมักจะถ่ายคลิปวิดีโอตอนที่สองหนุ่มกินผลไม้ให้แฟนๆ ได้ชมกันบ่อยๆ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ชมพู่” เคยให้สัมภาษณ์ว่า “อยากให้เขากินผักกินผลไม้เป็น ไม่อยากให้เป็นเด็กเลือกกิน กินยาก พอเริ่มจับอะไรได้ก็ให้เขาลองให้หมด เขาก็ค่อนข้างทานง่าย คืออายุแค่นี้ ก็รู้จักตัวเองแล้วว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ถึงจะเป็นแฝดแต่เขาก็จะชอบไม่เหมือนกัน แต่ชมก็พยายามให้เขากินทุกอย่าง”

พ่อน็อต-น้องพายุ“ส่วนเรื่องความเป็นห่วงอยากขอบคุณทุกคน แต่คอนเซ็ปต์ชมคือไม่อยากเอาความกลัวมาปิดกั้นลูก ชมอยากให้เขาอยู่ง่ายกินง่าย ทำได้ทุกอย่าง เราก็ช่วยกันดูแล ไม่ใช่ว่าเอาข้าวโพดไปฝักนึงแล้วก็ทิ้งเขา ปล่อยให้เขาเผชิญโลกกันเอง เราเฝ้ากันมีทั้งพี่เลี้ยง ทั้งเรา ทั้งยาย เขาสนุกกันมาก อย่างมะเฟืองมันก็ได้แต่แทะๆ เลียๆ ให้รับรู้รสชาติ คือฟันเขาก็มีอยู่ 2 ซี่ ก็ได้ประมาณหนึ่ง ได้สัมผัสพอแล้ว”

พ่อน็อต-น้องพายุเรื่องไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกของบ้านนี้ เรียกว่าเลี้ยงง่าย อยู่ง่าย กินผลไม้ได้แทบทุกชนิด แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่ซื้อให้สองแฝด สาวชมยังเคยบอกว่าเธอซื้อเสื้อผ้าลดราคาด้วยซ้ำ เพราะเด็กโตไวจะซื้อเสื้อผ้าแพงๆ ก็เสียดายเงิน ถึงแม้พ่อแม่จะรวยมากขนาดนี้ แต่จะเห็นได้ว่าบ้านนี้รู้จักใช้เงินสุดๆ

พ่อน็อต-น้องพายุที่สำคัญคือ เมื่อสองหนุ่มยิ่งโต คาแรกเตอร์ก็ยิ่งชัดมาก โดย น้องสายฟ้าจะออกแนวหล่อเท่ หน้าจะเหมือนแม่ชม ส่วนน้องพายุ หล่อละมุนหน้านี่ถอดคุณพ่อ น็อต วิศรุต มาเป๊ะเว่อร์! ซึ่งยิ่งโตหน้าก็ยิ่งเหมือน วันนี้ แพรวดอทคอม เลยนำภาพของ พ่อน็อต-น้องพายุ มาให้ชมกันแบบช็อตต่อช็อต ขอบอกว่ายิ่งโตก็ยิ่งเหมือน แถมน้องพายุยังได้ความหล่อละมุนและสมาร์ทจากพ่อน็อตมาแบบเต็มๆ

พ่อน็อต-น้องพายุ

พ่อน็อต-น้องพายุ

พ่อน็อต-น้องพายุ


ภาพจาก IG @nottvisrut

สนีกเกอร์

เหล่าสาวกอาจไม่เคยเห็น! เผยโฉม สนีกเกอร์รุ่นแรก จากแบรนด์ดังที่ใครก็รู้จัก

หลายคนอาจไม่เคยเห็น! สนีกเกอร์รุ่นแรก จากแบรนด์ดังทั่วโลก ที่แค่เพียงเอ่ยชื่อ ทุกคนต้องร้อง…อ๋อ! วันนี้เรามีภาพสนีกเกอร์รุ่นแรกมาเสิร์ฟเหล่าสาวกกันด้วย จะมีแบรนด์โปรดของคุณหรือเปล่า ตามมาส่องเลย

สนีกเกอร์ถือเป็นไอเท็มที่หลายๆ คนชื่นชอบ ชนิดที่ว่าจะต้องมีติดบ้านกันเลยทีเดียว  อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสักหนึ่งคู่ ที่จะคอยเป็นคู่เก่งให้เราใส่ลุยไปได้ทุกที่ ซึ่งแต่ละคนจะมีแบรนด์โปรดในดวงใจไม่เหมือนกัน และไม่ว่าแบรนด์ลูกรักจะออกรองเท้ามากี่รุ่นก็พร้อมจะละลายทรัพย์ในกระเป๋าได้ในทันที ยิ่งบางคนเป็นนักสะสมสนีกเกอร์ด้วยแล้ว พวกคอลเล็คชั่นหายากหรือรุ่นลิมิเต็ดก็ต้องรีบคว้าเอามาไว้ในอ้อมอกกันเลยล่ะ

แต่นักสะสมสนีกเกอร์ตัวยง หรือแฟนรองเท้าสนีกเกอร์รู้กันหรือเปล่าว่า กว่าสนีกเกอร์ของแต่ละแบรนด์จะมีหน้าตาอย่างที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้ รองเท้ารุ่นแรกของแต่ละแบรนด์มีดีไซน์ยังไง เหมือนหรือแตกต่างจากรุ่นซิกเนเจอร์ในปัจจุบันของแบรนด์หรือเปล่า วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว สำหรับสาวกสนีกเกอร์ผู้ชื่นชอบความคล่องตัวทั้งหลาย มาเช็คกันหน่อยว่ารองเท้ารุ่นแรกของแบรนด์โปรดคุณ หน้าตาเป็นยังไง

 

เหล่าสาวกอาจไม่เคยเห็น! เผยโฉม สนีกเกอร์รุ่นแรก จากแบรนด์ดังที่ใครก็รู้จัก

 

Adidas ปี 1936

สนีกเกอร์รุ่นแรก

เมือง Herzogenaurach ประเทศเยอรมนี เป็นเมืองที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่ง สำหรับกีฬาทุกประเภท โดยมีสองพี่น้อง Adolf และ Rudolf Dassler ที่เกิดและเติบโตที่นั่น ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรง ทั้งสองจึงได้สร้างรองเท้ากีฬาคุณภาพดีขึ้นมา ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1936 ในกรุงเบอร์ลิน นักกรีฑาชาวผิวสี เจสซี โอเวนส์ ได้ร่วมแข่งขันวิ่งด้วยรองเท้าของ Dassler และเขาได้รับรางวัลเหรียญทองถึง 4 เหรียญ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพลังของรองเท้ากีฬาที่มีคุณภาพจาก Dasslers แต่ภายหลังสองพี่น้องไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ Adolf Dassler จึงแยกออกมาก่อตั้งแบรนด์ Adidas

 

Onitsuka Tiger ปี 1949

สนีกเกอร์รุ่นแรก

Onitsuka Tiger ถือเป็นผู้ผลิตรองเท้าที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และไอเท็มแรกของแบรนด์คือรองเท้าบาสเกตบอล ที่มีรูปแบบคล้ายรองเท้าฟางสานโบราณ ซึ่งรูปแบบดีไซน์นี้ได้ถูกต่อต้านและไม่เป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย ทำให้คุณโอนิซูกะต้องกลับไปสู่กระบวนการออกแบบอีกครั้ง เพื่อให้รูปแบบของรองเท้าสามารถตอบสนองการใช้งานของนักกีฬาได้อย่างคล่องตัว ทั้งในการออกตัวและหยุดการเคลื่อนไหวในสนามกีฬาระหว่างการแข่งขัน โดยการเสริมรอยนูนและเพิ่มช่องว่างไว้ใต้พื้นรองเท้าบาสเกตบอล จากดีไซน์ที่คุณโอนิซูกะออกแบบใหม่นี้ สามารถทำให้รองเท้าของเขามีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ในปี 1955 บริษัทมียอดการค้าที่สูงขึ้นและสามารถขยายสาขาได้สูงถึง 500 สาขาทั่วญี่ปุ่น

 

Nike ปี 1970

สนีกเกอร์รุ่นแรก

ในปี 1970 โค้ช บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ทดลองทำพื้นรองเท้ายางจากเครื่องอบขนมวาฟเฟิลของภรรยา ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำหรับรองเท้ากีฬา ที่พื้นรองเท้าเป็นแบบที่เห็นในทุกวันนี้ ถัดมาในปี 1971 บาวเวอร์แมนจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ที่ชื่อว่า Nike Inc. ในปีถัดมา BRS Inc. และ Onitsuka Tiger ได้แยกบริษัทออกจากกัน อันเนื่องจากความขัดแย้งกันทางธุรกิจ ในปีนี้เองได้ออกแบรนด์ไนกี้เพื่อเจาะกลุ่มนักกีฬากรีฑาในโอลิมปิก ต่อมาในปี 1981 BRS Inc. และ Nike Inc. ได้รวมบริษัทเข้าด้วยกัน

 

Reebok  ปี 1895

สนีกเกอร์รุ่นแรก

 

รีบอค ก่อตั้งขึ้นในปี 1895 ที่เมืองโบลตัน ประเทศอังกฤษ โดยนายเจ.ดับเบิลยู. ฟอสเตอร์ และลูกชาย ได้ตั้งชื่อแบรนด์ว่า เจ.ดับเบิลยู. ฟอสเตอร์ แอนด์ ซันส์ (J.W. Foster and Sons) ต่อมาในปี 1958 โจและเจฟฟ์ ฟอสเตอร์ หลานชายของผู้ก่อตั้งได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น รีบอค อย่างในปัจจุบัน โดยคำว่า รีบอค นั้นมาจากภาษาแอฟริคานส์  “รีบอคสีเทา” ซึ่งเป็นสัตว์กีบจำพวกแอนทีโลป และในปี 2005 ได้รวมกิจการกับ Adidas จนประสบความสำเร็จ สามารถถือสัญญาในสโมสรบาสเกตบอลและเบสบอลเอาไว้ได้

 

Keds ปี 1892

สนีกเกอร์รุ่นแรก

บริษัท U.S. Rubber ได้ผลิตรองเท้าผ้าใบที่มียางเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทำให้รองเท้าสวมใส่สบายมากยิ่งขึ้น ในช่วงแรกหลายคนจะเรียก Keds ว่า sneakers ซึ่งแปลได้ว่า พื้นรองเท้าที่เป็นยาง สามารถเดินได้โดยไม่มีเสียง ต่างจากรองเท้าแบบเดิมๆ  แต่หลังจากรองเท้ารุ่นแรกออกมา กว่าที่ Keds จะเป็นที่นิยมก็เข้าสู่ปี 1916 ซึ่งรองเท้าของแบรนด์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันก็ยังคงใช้ความร้อนในการผสานยางและผ้าเข้าด้วยกัน

 

Converse All Star ปี 1917

สนีกเกอร์รุ่นแรก

รองเท้าที่โดดเด่นนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1917  ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแบรนด์ เมื่อได้ออกรองเท้ารุ่น All-Star ออกมา ก็ไปเตะตานักบาสเกตบอลชื่อดัง Chuck Taylor และเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมทำงานด้วย ในส่วนของการเป็นพรีเซ็นเตอร์โปรโมทรองเท้า All-Star เมื่อต้องเข้าร่วมการแข่งขันบาสเกตบอล ทำให้ Converse All-Star เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในกลุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลและวัยรุ่นในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

 

Puma ปี 1952

สนีกเกอร์รุ่นแรก

หลังจากที่พี่น้องได้แตกหักกันในปี 1948  Rudolf ก็หันไปสร้างแบรนด์ Puma และได้เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลหรือรองเท้าสตั๊ดขึ้น โดยรองเท้ารุ่น Super Atom ของพูม่าได้เปิดตัวเมื่อปี 1952 ความพิเศษคือตัวปุ่มสตั๊ดเป็นสกรู สามารถหมุนถอดเปลี่ยนได้

 

Vans ปี 1966

สนีกเกอร์รุ่นแรก

VANS รุ่น AUTHENTIC #44 เกิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งขึ้นโดย Paul Van Doren ช่างผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตรองเท้ามากว่า 20 ปี เขามีความรักและชื่นชอบในรองเท้าเป็นอย่างมาก ทำให้เขาต้องการผลิตรองเท้าที่มีความทนทานต่อทุกสภาพการใช้งานและมีราคาไม่แพง ซึ่งรองเท้าคู่แรกของ Vans คือ Vans #44 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Authentic


ภาพและที่มา : theidleman.com , soleseek.co.uk , retrobok.com , th.wikipedia.org