แหวนแหวน ปวริศา

บทเรียนราคาแพง ‘แหวนแหวน ปวริศา’ แม้ปัญหารุมเร้า แต่เธอใช้พลังบวกชนะทุกวิกฤติ

แหวนแหวน ปวริศา
แหวนแหวน ปวริศา

เซเลบสาวสวยอารมณ์ดี “แหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ” ลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีของเมืองไทย “ร้อยเอกเศรณี – ปัญญชลี เพ็ญชาติ” ทุกครั้งที่พบเธอจะมีแต่รอยยิ้มและเรื่องสนุกๆ มาเล่าสู่กันฟัง แม้บางเรื่องคนอื่นอาจมองเป็นวิกฤติปัญหา แต่เธอเห็นเป็นเรื่องธรรมดา และมักจะมีมุมบวกมาแบ่งปันเสมอ

“แหวนคิดบวกมาตั้งแต่เด็กเพราะแม่ค่ะ ท่านมี Positive Attitude มาก คือสามารถพูดทุกอย่างให้ออกมาเป็นเชิงบวกได้ ในหลายๆ ปัญหาที่แหวนมองว่าแย่ แม่จะมีมุมมองทำนองว่าวิกฤตินี้อาจทำให้เกิดอีกสิ่งที่ดีก็ได้”

บทเรียนแรกของชีวิต

แม้จะเกิดในครอบครัวที่พรั่งพร้อม แต่ชีวิตวัยเด็กของแหวนไม่เคยถูกสปอยล์อย่างที่คนอื่นเข้าใจ

“สมัยเด็กแหวนเรียนที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เวลาเห็นเพื่อนๆ มีอะไร ก็อยากได้ตาม อย่างดินสอของแบรนด์ Sanrio คิตตี้ ลิตเติ้ลทวินสตาร์ จนถึงกบเคะโระทั้งหลาย จำได้เลยว่าไปเซ็นทรัล ชิดลม เดินผ่านเคาน์เตอร์เห็นดินสอกดแบรนด์น่ารักๆ แล้วอยากได้มาก แต่แม่บอกว่าแบบธรรมดาที่มีอยู่ก็ใช้ได้ ทำไมต้องซื้อแท่งละตั้ง 200 บาท แต่เราก็ยังดึงดันจะเอา งอแง ถึงขั้นนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ บอกแม่ว่าถ้าไม่ให้ก็จะไม่กลับบ้าน แม่ก็ปล่อยให้แหวนนั่งอยู่ตรงนั้น แล้วไปเดินซื้อของเฉยเลย เคยถามแม่ว่าไม่กลัวคนจะมาลักพาตัวแหวนไปเหรอ ท่านบอกว่าฝากกับพนักงานห้างไว้ และคนขับรถก็ยืนเฝ้าอยู่ห่างๆ สรุปว่าวันนั้นแม่ต้องอุ้มกลับบ้าน ก็กลับมางอแงต่อที่บ้าน จะเอาให้ได้

“ถัดมา 2 วันแม่หลอกว่าจะชวนไปทำบุญ แล้วพามาบ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง สักพักแม่ก็หายไปเลย คือพาแหวนมาทิ้งไว้บ้านเด็กกำพร้า ตกใจมาก ร้องไห้กรี๊ดๆ กระจาย ทำไมทิ้งหนูอย่างนี้ จนครูต้องเข้ามาปลอบว่าเดี๋ยวแม่ก็มารับค่ะ ไปแป๊บเดียว

“ทำให้แหวนได้เข้าเรียนกับเด็กๆ เหล่านั้นด้วย เขาน่ารักมาก ชวนแหวนมานั่งเรียนข้างๆ พอได้สติมองไปรอบๆ แหวนเห็นหน้าห้องเรียนมีกระปุกดินสอตั้งอยู่ เด็กทุกคนจะหยิบดินสอคนละแท่งมาใช้ ซึ่งแต่ละอันเหลือแท่งสั้นๆ นิดเดียว แต่ก็ยังใช้กันอยู่เลย พอใช้เสร็จก็จะเอาไปใส่คืนที่กระปุกตามเดิม

“วันนั้นมีคนนำขนมมาบริจาค เด็กๆ ยังใจดีแบ่งให้แหวนกินด้วย แล้วตอนเรียนวิชาเลขบางข้อแหวนทำไม่ได้ แต่เด็กที่นั่นทำได้ คือเขามีศักยภาพ เพียงแค่ขาดโอกาส”

เหตุการณ์ที่บ้านเด็กกำพร้าทำให้เธอเปลี่ยนมายด์เซตไปเลย

“วันรุ่งขึ้นพอกลับไปที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ความรู้สึกน้อยใจที่ไม่มีดินสอซานริโอเหมือนเพื่อนหายไป แล้วแหวนยังเล่าให้แม่ฟังว่าเห็นเพื่อนที่บ้านเด็กกำพร้าใช้ดินสอกุดมาก ดินสอแบบนั้นขายกล่องละ 10 บาทเอง ถ้าใช้เงินที่จะซื้อดินสอซานริโอมาซื้อดินสอแบบนี้ได้ถึง 20 กล่องเลยนะ แหวนจึงชวนแม่ไปบริจาคดินสอให้พวกเขา จากนั้นแหวนก็จะไม่ค่อยอยากได้อะไร

“กลับมานึกอีกที แม่ก็เปรี้ยวมาก ปล่อยลูกไว้บ้านเด็กกำพร้าหนึ่งวันเต็ม ตอนเย็นค่อยมารับ เป็นการดัดนิสัยแหวนได้อย่างดี ทำให้โตขึ้นมาแหวนไม่ใช่มนุษย์แบรนด์เนม ถามพี่อั้ม (พัชราภา ไชยเชื้อ ) หรือมาร์กี้ (ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์) ได้เลย เวลาไปต่างประเทศแหวนไม่ซื้ออะไรเลยนอกจากหนังสือ งานศิลปะ และโปสต์การ์ด”

แหวนแหวน ปวริศา

วิกฤติครั้งสำคัญ

“ตอนอายุ 23 ปีแหวนตรวจพบมะเร็งเต้านม ตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะตรวจ แค่ไปร่วมงานอีเว้นต์ของผลิตภัณฑ์วาโก้ที่ร่วมกับศูนย์ถันยรักษ์เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยตรวจมะเร็งเต้านม ระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ชวนให้แหวนไปตรวจเล่นๆ ขำๆ แต่พอผลออกมาพบว่ามีเนื้องอก และมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเนื้อร้าย แหวนหน้าเสียออกมาเลย คิดว่าอายุ 23 เอง มันเป็นไปไม่ได้ ทางคุณหมอผู้ตรวจก็ตกใจ บอกให้ไปทำไบออปซี (การเจาะชิ้นเนื้อตรวจหามะเร็งเต้านม)

“แหวนได้ไปตรวจกับรองศาสตราจารย์ นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม ผู้อำนวยการศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม อดีตแพทย์ประจำพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พอคุณหมอเห็นก็บอกเลยว่าดูทรงแล้วไม่ต้องเจาะให้เจ็บตัว 2 รอบ ผ่าเลยดีกว่า คือรีบเอาออกให้เร็วที่สุด

“ผลสรุปคือแหวนเป็นมะเร็งขั้น 0 ยังไม่เข้าระยะที่ 1 คือเซลล์ปกติจะเรียงตัวเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเหมือนตาราง แต่ของเรามีก้อนหนึ่งบานออกมาผิดปกติ เซลล์ก้อนถัดมาก็เลยเล็กจิ๋ว ก้อนถัดมาอีกก็เล็กลงไปอีก เพราะเซลล์เจริญผิดรูป ซึ่งเป็นต้นเหตุของเซลล์มะเร็งที่กำลังจะก่อตัวเข้าไปเป็น Stage 1

“เวลานั้นจิตตก เครียดสุดๆ เพราะแหวนมีหน้าอก ซึ่เป็นส่วนที่พระเจ้าให้มา สาบานได้ว่าแหวนไม่เคยทำหน้าอก รู้สึกว่าเป็นส่วนที่ดีและตัวเองภูมิใจ แต่จะต้องโดนตัดออกหรือนี่ ขณะเดียวกันก็ดีใจมากที่ได้ถ่ายชุดว่ายน้ำขึ้นปก แพรว ไปก่อนแล้วเกือบปี (หัวเราะ) ถ้าผ่าตัดแล้วหน้าอกเล็กไปข้างหนึ่ง ก็ยังดีที่มีภาพสวยๆ ให้ลูกหลานได้ดูว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยโด่งดังและสวยมาก (หัวเราะ)

“ความเครียดทำให้แหวนผอมลงไป 3-4 กิโลกรัม คือเรา 23 เองนะ แล้วเป็นมะเร็ง เรียกว่าร้องไห้ไม่ออก ช็อกไป 10 วัน ตอนผ่าตัดคุณหมอบอกว่าจะต้องตัดออกไป 6 เซนติเมตร เพราะขนาดของก้อนมะเร็ง 1.8 × 1.6 เซนติเมตร แล้วต้องคูณเพิ่มไปข้างละ 2 เซนติเมตร เพื่อป้องกันเซลล์มะเร็งลาม แหวนใจเสียว่าต้องตัดเนื้อหน้าอกออกถึง 6 เซนติเมตร เยอะนะ คุณหมอบอกว่าไม่ต้องกลัว จะแต่งให้สวยงาม แต่ถ้าดูยุบจริงๆ ก็ให้มาฉีดสเต็มเซลล์ (Stem Cell) สร้างเนื้อกลับขึ้นมา คุณหมอไม่อยากให้ทำหน้าอก ถ้าจะทำก็ต้องทำทั้งสองข้าง เพราะทำหน้าอกข้างเดียวจะไม่บาลานซ์ ไม่สมดุลกับร่างกาย ปรากฏว่าคุณหมอเก่งมากๆ สามารถดึงพังผืดใต้รักแร้มาปิดรูบุ๋มของรอยผ่าตัดได้ แม่ยังบอกว่าดีที่ไม่เป็นตรงเนินอก ไม่อย่างนั้นปิดไม่ได้แน่ พอจัดการเรียบร้อย แหวนก็แค่มาตรวจเช็กเป็นระยะ

“ตอนนั้นยังไม่ทันคิดว่าตัวเองโชคดี (หัวเราะ) จนแม่บอกว่าโชคดีแล้วที่เจอเร็ว เหมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าลูกต้องใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น ต้องไปตรวจสุขภาพร่างกาย ไม่เฉพาะแค่มะเร็งเต้านม แต่ต้องตรวจทุกอย่าง แหวนถือเป็นคนไทยหนึ่งในสองแสนคนที่เจอในระยะ 0 ถ้าระดับโลกก็เป็นหนึ่งในหลายร้อยล้านคนเลยทีเดียว ฟังแม่พูดย้ำๆ ว่าโชคดีทุกวัน จนซึมซับเข้ามาว่าเราช่างโชคดีจริงๆ ด้วย” (หัวเราะ)

ความคิดบวกทำให้ความทุกข์ที่ประดังเข้ามาลดทอนลงไป

“แม่จะไม่มองเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเลยค่ะ ชิลมาก เริงร่าลั้นลามาก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ดราม่า ถ้าเป็นแม่คนอื่นคงลุ้นกังวลเรื่องผลตรวจ ส่วนแม่เราบอกว่า เนี่ย ผลออกแล้ว สรุปมะเร็งไม่ลาม ลูกไม่ต้องผ่ารอบสอง เราก็งง ผ่าตัดรอบสองคืออะไร จึงได้รู้ว่าแม่คุยกับหมอ เนื่องจากทีแรกยังไม่แน่ใจว่าเซลล์มะเร็งลามหรือเปล่า ต้องทำ Frozen Section ต่อ คือนำก้อนเนื้อนี้ไปสับๆ แล้วเข้าแล็บตรวจทุกอณูว่ามันกระจายออกมาหรือยัง

“ทีแรกหมอกับแม่ก็ปรึกษากันว่าตัดต่อมน้ำเหลืองเลยดีไหม เพราะมะเร็งอาจจะลามไปแล้ว แต่คุณหมอกฤษณ์คิดบวกมาก บอกว่าแหวนยังเด็ก รอดูให้ชัวร์ก่อนดีกว่า เพราะการตัดต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ก็ไม่ใช่การจบปัญหา มันมีผลข้างเคียง เช่น แขนบวม

“แม่ก็เห็นด้วย บอกว่าถ้าตรวจแล้วมันลามจริงๆ แหวนก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าต้องผ่าตัดอีกรอบ แม่สามารถจัดการได้ เวลานั้นยังไม่มีใครบอกแหวนในเรื่องที่เขากังวลกัน โชคดีมากที่ตรวจแล้วมันยังไม่ลามถึงต่อมน้ำเหลือง แหวนยังถามแม่เลยว่าไม่กลัวบ้างเลยเหรอ ถ้าแหวนจะต้องผ่าอีกรอบ แม่ตอบว่า ไม่เป็นไรนี่ แค่ตัดต่อมน้ำเหลืองเอง ลูกไม่ได้จะตาย จะเครียดทำไม แม่จะมีวิธีคิดอย่างนี้ เวลาแหวนเครียด เขาจะมีวิธีให้เราเห็นว่าทุกอย่างดี มองปัญหาให้เป็นเรื่องชิล

“ถ้าแหวนต้องตัดต่อมน้ำเหลืองจริงๆ แล้วแขนปวดหรือบวม แม่ก็คงจะบอกว่า โอ๊ย ไปออกกำลังกายยกเวตมันก็ปวดแล้วลูก ใครๆ ก็ปวดแขนกันทั้งนั้นแหละ อย่ามองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่สิ นี่แหละคุณปัญญชลี”

แหวนแหวน ปวริศา

บทเรียนราคาแพง ‘แหวนแหวน ปวริศา’ แม้ปัญหารุมเร้า แต่เธอใช้พลังบวกชนะทุกวิกฤติ

รักหรือเลิก…ก็ชิล

แม้ในวิกฤติความรักที่ไม่สมหวังหลายครั้งหลายครา เธอก็สามารถยืนหยัดได้แบบไม่เสียศูนย์ แถมยังยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข

“ตอนที่แหวนประกาศจะสละโสดแต่งงาน จากนั้นมีอะไรบางอย่างในใจที่รู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่อยากที่จะเดินต่อ จึงปรึกษาแม่แบบมีสติว่าถ้ายกเลิกการแต่งงานตอนนี้พ่อกับแม่จะอายไหม แหวนกังวลเรื่องนี้อย่างเดียว แม่ตอบทันทีว่า ไม่เลย ชิลมาก ถ้าจัดงานแต่งงานใหญ่ๆ แล้วเลิกกันอาจจะอายกว่า เพราะเสียดายตังค์ (หัวเราะ) ตั้งหลายสิบล้านที่จ่ายค่าจัดงานไปแล้วมาเลิกทีหลัง แม่ยังบอกอีกว่าแหวนไม่ต้องแต่งงานก็ดีนะ ถ้าแต่งไป แม่ว่าเดี๋ยวก็คงไม่รอด (หัวเราะ) แม่พูดอย่างนี้จริงๆ

“แหวนรู้สึกโชคดีมากที่ทั้งพ่อและแม่น่ารักมาก ไม่กดดันเรื่องความรักเลย ตอนที่แหวนตัดสินใจยกเลิกการแต่งงาน ท่านไม่เคยถามว่าทำไมถึงเลิกกัน ท่านแค่อยากให้แหวนมีความสุข พ่อห่วงอย่างเดียวว่าอนาคตแหวนจะอยู่กับใคร ส่วนแม่จะพูดตลอดว่าภูมิใจในตัวลูกที่เป็นอย่างนี้ มีเพื่อนฝูงน่ารัก ขยันทำงาน แค่นี้แม่ก็แฮ็ปปี้แล้ว ถ้าแต่งงานแล้วลูกต้องมาทุกข์ เครียด ร้องไห้ แม่ก็คงทุกข์ด้วย เพราะการแต่งงานไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความมั่นคง แต่หมายถึงความอดทนในวันหน้าที่รออยู่มากมาย”

ไม่แต่ง แต่อยากมีลูก

ชีวิตที่สวยหรูใช่ว่าจะมีความสุขตลอดไป ไม่นานก็มีความทุกข์บทใหม่เข้ามาให้เธอได้เรียนรู้ แต่ครั้งนี้หนักไม่เบา เพราะทำให้สาวแหวนออกอาการคล้ายซึมเศร้า เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

“ตอนนี้แหวนอายุ 36 ปีแล้ว แหวนคุยกับคนรู้ใจที่คบกันอยู่ว่าอยากจะมีเบบี๋ จึงคิดว่าจะฝากไข่ไว้ เพื่อรอวันที่พร้อมจะมีลูกจริงๆ แต่ด้วยสุขภาพของแหวนจะเก็บไข่หลายรอบไม่ได้ เพราะเคยเป็นมะเร็งเต้านม การเก็บไข่แต่ละครั้งต้องมีการฉีดฮอร์โมนก่อน ซึ่งอาจจะไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้ คุณหมอกฤษณ์เตือนว่าไม่ควรทำเกิน 3-4 ครั้ง ทำให้แหวนคาดหวังว่าการทำแต่ละครั้งน่าจะได้ไข่จำนวนมากและสมบูรณ์

“เริ่มทำครั้งแรกปีที่แล้วได้ผลไม่ดี อาจเพราะแหวนทำงานตลอด จึงไม่ค่อยรู้สึกผิดหวังอะไรมากมาย เพราะเก็บไข่เสร็จก็เก็บกระเป๋าไปทำงานที่โตเกียวแฟชั่นวีค อาจเพราะเราเตรียมตัวไม่ดีเอง อย่างนั้นรอเก็บไข่รอบต่อไปก็แล้วกัน

“จึงเริ่มเก็บรอบที่ 2 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าไข่ก็ยังออกมาไม่ดี เป็น Abnormal หมดเลย ประกอบกับธุรกิจกระเป๋า PAVA ไม่มีการขยายงาน และช็อปที่นิวยอร์กก็ถูกทุบ (หัวเราะ) จากเหตุการณ์การประท้วงกรณีการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ คนอเมริกันผิวสี ดีว่านำของเก็บเข้าแวร์เฮ้าส์เรียบร้อย ปัญหาประดังเข้ามามาก แล้วชีวิตช่วงโควิด-19 ก็เอื่อยๆ เนือยๆ ไม่ได้แอ๊คทีฟเหมือนแต่ก่อน พอไปเก็บไข่ก็ได้ไข่ไม่ดีอีก ทำให้แหวนเครียดหนัก เรียกว่าจมดิ่งในความ ทุกข์เลย ร้องไห้ทุกวัน

“แล้วการเก็บไข่รอบที่ 2 แหวนฉีดฮอร์โมนเยอะกว่าครั้งแรก เพื่อเร่งให้ไข่โตเร็วๆ และเยอะๆ พอตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดก็พบว่าตัวเองเป็นไทรอยด์ ซึ่งมีผลต่อการมีลูกอีก

“ตอนนั้นเข้าใจฟีลของคนเป็นโรคซึมเศร้าเลย คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา จะมีลูกไม่ได้แน่เลยชีวิตนี้ หากวันหนึ่งพ่อแม่แก่ตายล่ะ แล้วถ้าสามีทิ้งเราอีก ก็ไม่เป็นไร ขอให้ตอนตายมีใครสักคนมาจับมือเราหน่อย ไม่ใช่อยู่กับหมากับพยาบาล

“จนแหวนต้องไปหาซื้อหนังสือธรรมะของสำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะมาอ่าน พยายามนั่งสมาธิ ทำให้จิตใจสงบและนิ่งขึ้น หันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บไข่รอบที่ 3 ซึ่งตั้งใจว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

“ตั้งใจจะลองอีกสักรอบ ถ้าไม่ได้อีก แปลว่าเขาคงไม่มีบุญมาเกิด อย่างที่แม่บอกว่าการไม่มีลูกอาจจะเป็นสิ่งที่เบื้องบนกำหนดมาแล้ว แหวนไม่ต้องห่วง พ่อแม่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีหลาน แหวนเกิดมามีบุญ อยู่ชาตินี้ก็สั่งสมบุญเยอะๆ ชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นอย่างนี้อีก ฟังแม่พูดแล้วยิ่งคิดว่าการไม่มีลูกก็ดีเหมือนกัน ทำให้ชีวิตไปต่อได้

“เรียกว่าทุกอย่างแหวนซึมซับมาจากแม่ค่ะ แม่จะพูดปัญหาต่างๆ ให้ตลกดูเป็นเรื่องขำๆ ไป แล้วก็หาข้อดีในทุกปัญหา หาอีกมุมมาบอกเรา ทำให้เพื่อนๆ ชอบมาปรึกษาแหวนกันเยอะ ทั้งๆ ที่เรารู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้มีสาระอะไร แต่อาจเพราะมีวิธีมองปัญหาแบบเฮฮา ไม่เครียด”

แหวนแหวน ปวริศา

ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้ทุกข์

แม้ชีวิตไม่ได้ราบรื่นหรือดีงามอย่างที่หลายคนคิด งานมีปัญหา ความรักไม่ลงตัว บางทีมาพร้อมๆ กันจนออกอาการจุกอก แต่เธอก็ไม่เคยคิดทำร้ายตัวเอง

“แหวนกลัวตายมากค่ะ กลัวไม่ได้เกิดมาเป็นแบบนี้อีก เวลาไปทำบุญ แหวนจะขอว่าให้ชาติหน้าเกิดมาพร้อมแบบนี้อีกรอบ ถึงจะหน้าตาไม่ได้สวยเป๊ะ ไม่ได้ร่ำรวยอู้ฟู่ก็ไม่เป็นไร พ่อแม่ของแหวนไม่ได้สปอยล์ ท่านมักสอนว่าถ้าทำงานหาเงินเองได้ อยากจะใช้อะไรก็ใช้ไป แล้วแหวนทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จึงมีเงินเก็บที่จะใช้ทำอะไรได้บ้าง

“หลายคนอาจมองว่าแหวนเป็นสาวปาร์ตี้ ต้องเมาเละแน่ๆ แต่ไม่เลย แหวนชอบเจอเพื่อนฝูงจริง แต่ไม่ดื่มเหล้า เวลาเครียดมากๆ จะชอบอยู่กับตัวเองเพื่อไตร่ตรองปัญหา นั่งคิดดีๆ ไม่ทำอะไรด้วยอารมณ์ เพราะอาจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ การเจอเพื่อนอาจจะช่วยคลายเครียด แต่ปัญหาต่างๆ เราต้องแก้ที่ตัวเองก่อน ถ้าคิดไม่ออกจริงๆ จะปรึกษาแม่ ปรึกษาเพื่อน

“ถ้ามีอาการว้าวุ่นใจแล้วมัวแต่อยู่ในห้องนอนตัวเอง ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนั้น แหวนชอบไปอยู่ร้านหนังสือ เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง เป็นขุมทรัพย์ หาหนังสือสนุกๆ มาอ่าน แล้วชอบไปเที่ยวทะเลหรือภูเขา ทำให้หัวเบาขึ้น เป็นวิธีสลายหมอกควัน หรือความมืดทะมึน เร่ิมคิดอะไรได้เยอะขึ้ มีสติขึ้น

“แหวนชอบเที่ยวคนเดียวค่ะ เหมือนเป็นการได้อยู่กับตัวเอง แต่ขอพักที่ดีๆ หน่อย ดีในที่นี้ไม่ต้องหรูหรา แต่เป็นแนวบูติก น่ารัก เก๋ๆ และวิวสวย อย่างเวลาไปปารีส ที่พักของแหวนจะต้องมองเห็นหอไอเฟล แต่ไม่ต้องหรูแบบโรงแรมแชงกรีลาปารีสก็ได้”

แหวนแหวนบอกว่าวิธีสร้างความสุขแบบของเธอขึ้นอยู่กับการมองปัญหา

“ไม่ว่ารวยหรือจน ทุกคนล้วนมีปัญหาทั้งนั้น คนที่มีทุกอย่างใช่ว่าชีวิตจะมีความสุขที่สุด คนที่ไม่มีอะไรเลยอาจจะมีความสุขกว่าก็ได้ เพราะเขาไม่ต้องคิดกังวลว่าธุรกิจจะเจ๊งไหม หรือเครียดกับกำไรที่น้อยลง คือทุกอย่างอยู่ที่มายด์เซตของตัวเอง ต่อให้พกปัญหาไปหาจิตแพทย์ก็อาจจะไม่เจอทางออก ถ้าตัวเองยังคิดไม่ได้ เพราะทุกอย่างเริ่มจากตัวเรา ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ส่วนจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือแย่ลง อยู่ที่ตัวเราเลือกเอง”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 966

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

ม้วนเดียวจบ! มาดามแป้ง เปิดใจถึง ปมทรัพย์สิน และ กระเป๋าแอร์เมส 240 ใบ

ปมหย่าร้างปิดตำนานรัก 51 ปี ของ คุณหญิงพันธ์เครือ อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1

6 พ่อใหญ่ ความรักครั้งใหม่พิสูจน์อายุห่างไกลหัวใจไม่ห่างกัน

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up