ง่ายๆ ชัดเจนรู้เรื่อง! กันต์ กันตถาวร ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะนาทีนี้ไม่มีใครฮ็อตเกินแล้ว

ถอดหน้ากาก กันต์ กันตถาวร พิธีกรสุดฮ็อต ตัวตนจริงๆ ผิดคาด!

I Can See Your Voice, The Mask Singer หน้ากากนักร้อง, แฟนพันธุ์แท้ ซูเปอร์แฟน ฯลฯ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าลิสต์รายการทั้งหมดนี้ล้วนติดอันดับฮ็อตฮิต ทั้งกระแสตอบรับ เรตติ้งคนดูที่ติดงอมแงม ทำให้ชื่อของ กันต์ กันตถาวร ก้าวขึ้นมาเป็นพิธีกรแถวหน้าของเมืองไทยได้อย่างไม่ขัดสายตาคนดู จากทัศนคติที่เคยคิดว่าผู้ชายคนนี้ต้องคีฟลุคภาพพระเอก เก๊กนิดๆ เป๊ะหน่อยๆ ได้ทลายลงทันทีที่บทสนทนาระหว่างเราเริ่มต้นขึ้น

ช่วงที่เข้าวงการมาแรกๆ เวลาผมพูดอะไรอาจจะไม่ได้เป็นที่รับฟังมากนัก แต่วันนี้ถ้าให้ผมพูดประโยคเดิม คนจะฟังมากกว่าเดิม เพราะชื่อเสียงหรอ หรือเพราะคุณเป็นที่จับจ้อง ถ้าตอบจริงๆ คือใช่ ผมเลยรู้สึกว่าในเมื่อเราอยู่ในสภาพสังคมที่ไม่เท่ากันแบบนี้ สุดท้ายเป็นตัวเองนี่แหละดีที่สุด ทำให้เราไม่แปลกใจเลยที่ระหว่างการพูดคุย กันต์ต้องรีบออกตัวก่อนว่าให้ไปตัดคำหยาบเอาเอง เลยทำให้บรรยากาศการพูดคุยมีอรรถรสของความเป็นกันเองเหมือนกำลังนั่งเมาท์กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่มีงานรัดตัวสุดๆ เพราะนอกจากงานพิธีกรแล้ว ยังมีหนังเรื่อง รักของเรา The Moment รวมถึงละครซีรี่ส์ปีนี้จะเห็นอีก 3 เรื่องที่ถ่ายเสร็จไปแล้ว 7 วันจองเวร 2, 7 วันจองเวร 3 และเทวดาตกสวรรค์ แล้วก็สูตรรักเสน่ห์ร้าย

ดูเหมือนกราฟชีวิตของกันต์อยู่ในช่วงขาขึ้นนะคะ

ผมว่าทุกคนก็มีขึ้นมาลงนะ แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าก้าวกระโดดอะไรขนาดนั้น แค่เป็นจังหวะและโอกาสที่ประจวบเหมาะมากกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเจอกันที่เซ็นเตอร์พอดี

ถ้าย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน หลายคนคุ้นเคยกับกันต์ในฐานะนักแสดงค่ายโพลีพลัส ชีวิตตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ

จริงๆ ผมยึดอาชีพนักแสดงเป็นหลักมาประมาณ 4-5 ปี ถึงผมจะอยู่โพลีพลัส แต่ก็ได้คุยตกลงกับที่นิด-อรพรรณแล้วว่าอยากเล่นครบทุกช่อง เป็นความต้องการบางอย่างของตัวเอง ผมน่าจะเป็นนักแสดงเจเนอเรชั่นสุดท้ายหลังจากพี่ชาคริต แย้มนาม ที่เล่นครบทุกช่อง เพราะหลังจากผม แต่ละช่องก็จะมีนักแสดงประจำช่องของตัวเอง ยอมรับว่าแรกๆ ตอนเข้ามาในวงการใหม่ๆ ก็อยากมีงานทุกวัน รู้สึกว่าโคตรเท่เลย เจ๋งว่ะ แฮ็ปปี้มาก เรามีแรง เราสนุกก็ทำไป ผมทำแบบนั้นอยู่ 3 ปี คือถ้าเป็นนักแสดงคนอื่นจะรับละครทีละ 2 เรื่อง จันทร์ อังคาร พุธ หนึ่งคิว พฤหัสฯ-อาทิตย์อีกหนึ่งคิว แต่ของผมโดนทีละ 3 เรื่อง จันทร์-อังคารเรื่องหนึ่ง พุธ-พฤหัสฯเรื่องหนึ่ง ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ก็อีกเรื่องหนึ่ง แล้วยังมีบริษัทของตัวเองที่ต้องทำอีก ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจริง แต่ทำไมเหนื่อยจัง แล้วก็ไม่ค่อยแฮ็ปปี้ จนเริ่มรู้สึกว่าอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตหายไป พูดง่ายๆ คือเพื่อนไม่ชวนไปแฮ้งเอ๊าต์แล้ว เวลากินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ก็น้อยเหลือเกิน เจอคุณแฟนน้อยมาก แล้วก็ไม่ค่อยได้เล่นกับหมา เลยถามตัวเองว่าต้องบาลานซ์ใหม่หรือเปล่า

แล้วช่วงหนึ่งก็รู้สึกว่ามีสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้เกิดขึ้นเยอะมาก เช่น รู้สึกว่าเล่นละครเรื่องนี้ดีมาก ต้องออกมาดีแน่ๆ แต่ตัดต่อออกมาไม่ดี หรือไปชนกับละครคู่แข่งในช่องตรงข้ามที่เรตติ้งดีกว่า เลยรู้สึกว่าบางทีสิ่งที่เราทำลงไปต่อให้ใส่เต็มขนาดไหน แต่ไม่แน่ใจว่าจะดีหรือเปล่า คือผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้

keyboard_arrow_up