เปิดความสำเร็จ “นิติพลคลินิก” ขึ้นแท่นสถาบันดูแลความงามครบวงจร

เรื่องราวความสำเร็จของ “นิติพลคลินิก” สถาบันดูแลความงามครบวงจร ซึ่งได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี เรียกว่าหากเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมา ไม่มีใครไม่รู้จัก

ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่ในธุรกิจความงามมานานกว่า 25 ปี เริ่มต้นจากการเป็น “คลินิกรักษาผิวพรรณ” ก่อนจะพัฒนามาเป็น “สถาบันดูแลความงามครบวงจร” นำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า พร้อมทั้งนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยมาให้บริการ ไม่แปลกใจที่ทุกวันนี้ “นิติพลคลินิก” เติบโตและมีสาขากว่า 130 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งในต่างประเทศด้วย ทำให้คนไข้เข้าถึงการรักษาได้ง่ายและสะดวกสบาย

โดย พญ.ศิริอาภา พวงพ่วงรอด คุณหมอผู้เชี่ยวชาญแห่งนิติพลคลินิก ได้เล่าถึงความสำเร็จทั้งหมดว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา นิติพลคลินิกให้การรักษาด้านความงามครบวงจรทั้ง Cosmetics Dermatology ดูเเลรักษาตั้งแต่ปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ไปจนถึงศาสตร์ด้าน Aesthetics Medicine ทั้งการปรับรูปหน้า ชะลอวัย ควบคุมน้ำหนัก รวมถึงการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อความงาม”

“ในส่วนของดิฉันเอง ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่เป็นหมอด้านแพทย์เวชศาสตร์ความงามและชะลอวัย ตลอดจนการปรับรูปหน้าด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ Botulinum Toxin เเละ HA Fillers เรียกว่าทำงานเกือบทุกวันค่ะ บางทีก็ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงตีหนึ่ง เหนื่อยแต่มีความสุขที่ทำให้คนไข้สวยขึ้น ผลพลอยได้คือการทำงานหนักทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่อยู่นอกเหนือตำราเรียน ซึ่งเป็นช่องทางการเรียนรู้ที่ดีที่สุด เพราะวงการความงามมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ความท้าทายคือจะทำอย่างไร ให้รักษามาตรฐานทั้งความรู้ ความสามารถ และฝีมือในการรักษาทันกับเทรนด์ และนวัตกรรมความงามที่มีการเปลี่ยนแปลงก้าวไปไกลกว่าที่คิด”

“หมอเชื่อว่าทุกคนมีความงามเป็นของตัวเอง ทัศนคติเกี่ยวกับความงามเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรารู้สึกมั่นใจทุกอย่างก็จะดีหมด แค่รู้จักมองหาจุดเด่นและดึงออกมาให้ได้ ความงามไม่ใช่เพียงแค่ทำให้สวย เเต่เป็นเรื่องของการรักษาเเละเเก้ไข คนไข้บางรายอาจมีจุดบกพร่องที่มีตั้งแต่เกิดจนขาดความมั่นใจ เมื่อได้รับการรักษา นอกจากจะสวยขึ้นแล้ว ก็เหมือนจิตใจเขาได้รับการเยียวยาไปด้วย”

“หมออยากแนะนำว่า เวลาแต่งเติมอะไร ควรเป็นตัวเอง ดูดีสมวัย เเละมีความพอดี เพราะเราทุกคนไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติเเละกาลเวลาได้ เเต่เราสามารถเติมเเต่งให้ดูดีสมวัย อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติได้ ดังแนวคิดที่ว่า Every Face Sings Its Own Song และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดตอนนี้คือ หลายคนชอบของถูกและดี ซึ่งก็มีนะคะ แต่ของที่ถูกเกินจริงไปมากแต่ดีนั้นไม่มีในโลก หมอเคยเจอเคสที่ไปรักษาในสถานพยาบาลที่ไม่ได้รับมาตรฐานแล้วเข้ามาให้เราช่วยแก้ไข เรียกว่าต้องซ่อมทั้งหน้า เเละซ่อมทั้งสภาพจิตใจคนไข้ในเวลาเดียวกัน ฉะนั้นหากมีงบประมาณที่เหมาะสม ควรเข้าไปปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลความงามที่น่าเชื่อถือจะดีกว่า เพื่อให้ความสวยหล่ออยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ”

ผอมเกินไป

ผอมเกินไปไม่ดี! 4 ทริคเพิ่มน้ำหนัก คนผอมลำไส้เล็ก เสี่ยงโรคไม่น้อยกว่าคนอ้วน

โรคอ้วน และปัญหาไขมันส่วนเกิน ดูจะเป็นประเด็นยอดนิยมในสังคม ด้วยพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต โดยเฉพาะในสังคมเมือง ที่เอื้อให้เกิดภาวะอ้วนได้ง่ายกว่าในอดีต แต่ทราบกันหรือไม่คะ ว่าในอีกด้านหนึ่ง การผอมเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพได้ในหลายๆ ทางเลยทีเดียว

งานวิจัยหลายชิ้น บ่งชี้ถึงภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ ที่เกิดในผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งภาวะเสี่ยงต่ออาการกระดูกเปราะ หักง่าย (อ้างถึงรายงานของวารสาร The Archives of Internal Medicine) เนื่องจากมีความหนาแน่นของกระดูกน้อย อีกทั้งด้วยปริมาณไขมันในร่างกายที่น้อย ทำให้มีการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้น้อย เต็มไปด้วย ความเสี่ยงในผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ยังรวมถึงความเสี่ยงต่อ โรคโลหิตจาง โรคซึมเศร้า โรคปอด โรคไขข้ออักเสบ การเป็นหมันในชาย และความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรในผู้หญิงอีกด้วยค่ะ (อ้างถึง รายงานจาก วิทยาลัยสุขอนามัย และเวชศาสตร์เขตร้อน ลอนดอน)

ผอมเกินไป

ผอมเกินไป ดูอย่างไร

การดูน้ำหนักที่เหมาะสม เราใช้การคำนวณค่า BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกายนั่นเองค่ะ โดยการนำน้ำหนักตัว (ก.ก.) หารด้วยส่วนสูง ยกกำลังสอง (เมตร) โดยค่า BMI ที่เหมาะสม สำหรับชาวเอเชียอย่างเรา อยู่ระหว่าง  18.5-22.9 ใครที่มีค่า BMI น้อยกว่านั้น ถือว่ามีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ค่ะ

ผอมเกินไป

เคล็ดลับการเพิ่มน้ำหนัก

  • คนผอมมักจะมีลำไส้ที่เล็กกว่าคนอ้วน ทำให้อิ่มได้ง่าย และร่างกายดูซับสารอาหารได้ในปริมาณที่น้อยกว่า อย่างแรกที่สามารถทำได้ ในการที่จะเพิ่มน้ำหนัก คือการทานอาหารในปริมาณที่น้อยลง แต่ทานให้บ่อยขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายดูดซับสารอาหารได้มาก และสม่ำเสมอขึ้น ทำให้สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้อย่างเต็มที่ค่ะ
  • เคี้ยวอาหารให้นาน และละเอียดขึ้น เพราะการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น จะช่วยในการทำงานของระบบการย่อย และดูดซับสารอาหาร เนื่องจากอาหารชิ้นเล็ก จะถูกย่อยและดูดซับได้ง่ายขึ้น อีกทั้งอาหารบางประเภท เช่นแป้ง จะเริ่มต้นกระบวนการย่อยอาหารตั้งแต่อยู่ในปากค่ะ
  • ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ และเติมโปรตีนให้ร่างกาย สารอาหารที่ครบถ้วนเป็นสิ่งจำเป็น และการเติมโปรตีน จะช่วยให้ร่างกายสามารถซ่อมแซม และเสริมสร้างส่วนต่างๆ ภายในร่างกายได้ดีขึ้น
  • นอกจากเรื่องของโภชนาการแล้ว สิ่งสำคัญคงหนีไม่พ้นการออกกำลังกาย ที่นอกจากจะช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้นแล้ว ยังจะเป็นการช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบต่างๆ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นพร้อมๆ กันอีกด้วยค่ะ

ผอมเกินไป

น้ำหนักเกินก็ไม่ดี น้ำหนักน้อยก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน อะไรที่พอดีๆ ดูจะเป็นความลงตัวที่สุด อย่าลืมหันมาใส่ใจสุขภาพกันซักหน่อย เช็คกันซักนิด ว่าเรามีน้ำหนักเกิน หรือว่าน้อยกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมไปหรือเปล่า เริ่มดูแลตัวเองกันตั้งแต่วันนี้ แล้วมีสุขภาพดีไปพร้อมๆ กันค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก lifecenterthailand
ภาพ : Pexels

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูซูบผอมจนเกินไป ‘หยางมี่ หรือ เทพธิดาป่าท้อ’ เรียวขาเล็กเท่าแก้วชานมไข่มุก

โชคดีที่ลดน้ำหนัก! ซูบิน ผอมจนคลำเจอก้อนที่คอ พบเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์

นึกว่าสาวบ้านคาร์เดเชียน ที่แท้นางเอกสายหวาน “รถเมล์ คะนึงนิจ” ในลุคสาย ฝ.

 

 

สาเหตุการเสียชีวิต ตั้ว ศรัณยู จาก ไวรัสตับอักเสบบี กลายเป็นมะเร็ง ลามไปกระดูก

เปิ้ล หัทยา เปิดใจทั้งน้ำตาถึงสาเหตุการจากไปของ ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง จาก ไวรัสตับอักเสบบี กลายเป็นมะเร็ง จนกระทั่งลามไปที่กระดูก เผยแม้จะอาการจะทรุดหนัก แต่ขอไม่ให้บอกใครว่าตัวเองป่วย

 ไวรัสตับอักเสบบี

โดยเมื่อวานนี้ 11 มิถุนายน 2563 ณ วัดนาคปรก ศาลาเศรษฐี ครอบครัววงษ์กระจ่าง นำโดยคุณเอก วรากุลนุเคราะห์ และคุณเปิ้ล หัทยา ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกถึงสาเหตุการจากไปของ คุณตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ที่ได้เสียชีวิตอย่างสงบจากการรักษาโรคมะเร็งตับ ว่า

“ก่อนอื่นเปิ้ลอยากขอโทษทุกคนนะคะที่อาจจะไม่ได้อธิบายอะไรเลยในช่วงที่ผ่านมา เพราะตัวพี่ตั้วเองก็คิดว่าเขาอยากที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองก่อน คือเขามองว่ามันเป็นแค่เรื่องสุขภาพก็เลยไม่ได้เปิดเผยหรือไม่ได้บอกใคร ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้พี่ตั้วเขาเคยมีอาการเจ็บหลัง และพอได้ทำการตรวจก็พบว่ามีกระดูกข้อที่ 3 บริเวณกระดูกสันหลังยุบลงไป คุณหมอก็เลยทำการตรวจอย่างละเอียดเพื่อดูว่ากระดูกที่ยุบลงมานั้นมันมีสาเหตุมาจากอะไร”

“ตอนแรกก็เกือบจะทำการผ่าตัดแล้วนะคะ แต่พอคุณหมอลองพิจารณาดูอย่างละเอียดเขาก็รู้สึกว่ากระดูกบริเวณอื่นยังแข็งแรงดีอยู่ ดังนั้นมันเลยทำให้เขาสงสัยว่า เอ๊ะ สาเหตุมันเกิดจากอะไร และที่สำคัญมันมีอาการของลิ่มเลือดด้วย สุดท้ายเขาก็เลยแนะนำว่าให้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดดีกว่าเพื่อที่จะได้รู้ว่าลิ่มเลือดมาจากไหน”

“ปรากฎว่าหลังจากนั้นคุณหมอก็เรียกเราไปคุย และก็บอกข้อมูลกับเราว่าค่าตับของพี่ตั้วสูงมาก เราเคยทราบมาก่อนหรือเปล่าว่าตับพี่ตั้วมีปัญหา ตอนนั้นเราก็บอกไปตามตรงค่ะว่าเราทราบ เพราะพี่ตั้วเขาเป็นไวรัสตักอักเสบบีมานานแล้ว เป็นตั้งแต่ก่อนที่เราจะแต่งงานซะอีก แต่ที่ผ่านมาเขาสามารถดูแลตัวเองได้ และเขาดูแลตัวเองมาตลอด เขาเช็กร่างกายตลอด แต่อาจจะมีแค่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เขาไม่ได้เช็กร่างกาย ซึ่งมันก็กลายเป็นว่าไอสิ่งที่อยู่ในตับของเขามันโตขึ้น จนกระทั่งมันทำให้ “ไวรัสตับอักเสบบี” กลายพันธุ์และเป็นมะเร็งในที่สุด”

“คือเรารับรู้กันมาตั้งแต่แรกนะคะ แต่ด้วยความที่พี่ตั้วเนอะ เขาก็รู้สึกว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงทั้งๆ ที่เขาดูแลสุขภาพอย่างดีมาโดยตลอด ตรวจเช็กร่างกายสม่ำเสมอ แต่สุดท้ายแล้วเชื้อมันก็ลามมาที่กระดูก จากกระดูกข้อที่ 3 ก็ลุกลามขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงสะบัก ซึ่งเขาก็รักษาตัวมาเรื่อยๆ ค่ะ”

“ซึ่งตอนที่ไปโรงพยาบาล ไปตรวจกระดูก คุณหมอบอกว่าน่าจะอยู่ในระยะที่ 3 ค่ะ และน่าจะยังรักษาได้ คือคุณหมอก็จะพยายามให้ยาตัวที่สามารถดูแลตับ รวมถึงฉีดยาอีก 6 เข็ม ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ เพราะพี่ตั้วสามารถออกไปทำงานได้อีกครั้ง ออกไปกำกับละครที่เขาทำค้างอยู่ และก็เริ่มเปิดละครเรื่องใหม่ด้วย

จนกระทั่งเขาเริ่มรู้สึกปวดบริเวณสะบักและเอว ก็เลยทำให้ต้องกลับไปหาคุณหมออีกครั้ง ซึ่งในครั้งนั้นคุณหมอก็ลงความเห็นว่าควรจะต้องพัก เนื่องจากกระดูกของเขาทรุดเพิ่ม เราจึงเข้าสู่กระบวนการฉายแสง แต่ด้วยความที่ตับมันอยู่ใกล้กับท้องอยู่ใกล้กับกระเพาะ เลยทำให้เวลาพี่ตั้วทานอาหารเขารู้สึกพะอืดพะอม ไม่ค่อยอยากทานอาหารสักเท่าไหร่ ประกอบกับเขามีภาวะแคลเซียมสูง ดังนั้นเมื่อแคลเซียมสูงมันก็จึงไปทำลายระบบความคิด ระบบการพักผ่อน และทำให้เขาเริ่มไม่อยากนอน”

 ไวรัสตับอักเสบบี

อย่างที่ทราบข่าวกันว่า ตอนที่เขาเข้าไปรักษาตัวครั้งแรกเมื่อช่วงประมาณเดือนตุลาคม ตอนนั้นเขายังแค่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลีย เดินได้ช้าๆ แต่พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เขาเริ่มแข็งแรงขึ้น เริ่มกลับมาออกกองได้ เขาไปออกกองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน แต่สุดท้ายอาการของเขาก็เริ่มทรุด เริ่มเจ็บสะบัก เจ็บเอว บวกกับมันเป็นจังหวะที่ทุกคนต้องเจอกับ โควิด-19 พอดี เราก็เลยไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใคร และก็อยากให้ทุกคนหันไปโฟกัสดูแลตัวเองกันดีกว่า ขนาดเพื่อนฝูงที่เจอกันเราก็ไม่ได้บอก ถึงแม้จะมีคนทักว่าทำไมพี่ตั้วดูผอมลง แต่พี่ตั้วก็ไม่ได้พูดหรือเล่าเรื่องนี้กับใคร เพราะเขามองว่าทุกคนต่างก็เจอภาวะความเครียดกันอยู่แล้ว ดังนั้นพอมันเป็นเรื่องสุขภาพของเขา เขาก็แค่อยากดูแลตัวเองดีกว่า”

“แต่พอเขาเริ่มทานอะไรไม่ค่อยได้ น้ำหนักเริ่มลดลง และมีภาวะแคลเซียมสูง ถึงขนาดเวลาที่เขาตื่นเขาก็จะเริ่มพูดว่า กองถ่ายมาพร้อมหรือยัง จะเริ่มถ่ายหรือยัง วันนี้กี่คัท กล้องกี่ตัว คือเขาเริ่มรู้สึกคิดถึงงานมาก จนเราต้องบอกเขาว่า ตอนนี้เขาอยู่ที่บ้าน เขากำลังพักผ่อนอยู่ตามคำแนะนำของหมอ เขาต้องพัก 6 เดือน ถึงจะกลับไปทำงานได้ แต่มันเหมือนเขารู้สึกว่าเขาออกกองอยู่ตลอดเวลา”

“ท้ายที่สุดแล้วเราก็เลยตัดสินใจว่าไปหาคุณหมอดีกว่า เราเพิ่งเข้าไปโรงพยาบาลกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเอง ซึ่งคุณหมอก็เอ็กซ์เรย์ปอด และนัดทำซีทีสแกน เพื่อเปลี่ยนยาตัวใหม่ แต่สุดท้ายเชื้อมันมาจากปอด”

ขณะเดียวกัน ด้านเพจ “คุณหมอขอเล่า” ได้ออกมาเผยถึง โรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายเเต่ ตรวจพบจากการที่กระดูกหัก ?? กรณีศึกษาจากการเสียชีวิตของ คุณตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ว่า

เมื่อวานผม เพิ่งได้ทราบข่าวว่า คุณตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ได้เสียชีวิต จากโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นข่าว ช็อค วงการบันเทิง เเละ น่าตกใจมาก เพราะผมเองก็ไม่เคยรับรู้ข่าวมาก่อนว่า คุณตั้วเป็นมะเร็งตับ

พอผมไปอ่านในเนื้อหา ข่าวการเสียชีวิตของ คุณตั้ว ก็พบว่า อาการเเรก เริ่มที่ เเพทย์พบว่า คุณตั้ว เป็นมะเร็งนั้น ไม่ได้มาจากอาการทางเดินอาหาร เเต่กลับมาจากที่ คุณตั้ว ล้มเเละกระดูกหัก เเละเเพทย์ที่ทำการรักษา ไปพบว่าเป็นกระดูกหักเเบบผิดปกติ คล้ายเกิดจากมะเร็ง !!!!!

ซึ่งการที่กระดูกหัก อันเกิดจากมะเร็ง สามารถพอบอกได้ จาก x-rays กระดูก ซึ่งโดยปกติเเล้วพอเเพทย์ที่ได้เห็นความผิดปกติ จาก x-rays กระดูก ก็จะค้นหาต่อว่า ความผิดปกตินั้น เป็นก้อนมะเร็ง จริงหรือเปล่า เเละถ้าเป็นจริงก็ต้องมาหา ต่อว่า เป็นมะเร็งจากตัวกระดูกเอง หรือ เป็นมะเร็งที่เเพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น ซึ่ง โดยปกติเเล้วถ้าเป็นคนที่อายุ มากถ้าพบก้อนมะเร็งบริเวณกระดูก ก็มักจะเกิดจาก มะเร็งจากอวัยวะอื่นเเพร่กระจายมาที่กระดูก

ซึ่งมะเร็งหลักๆที่มักจะมีการแพร่กระจายมาที่กระดูก คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งไต มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไทรอยด์ เป็นต้น

ผมเองก็เคยตรวจพบผู้ป่วย กรณีคล้ายๆของ คุณตั้ว อยู่หลายเคส คือ เป็นคนทำงานปกติมาตลอด เเละ เกิดอุบัติเหตุ (มักจะเป็นอุบัติเหตุไม่รุนเเรงเเต่กระดูกก็หัก เพราะ ตัวมะเร็งไปทำลายกระดูก กระดูกเลยไม่เเข็งเเรง) เเล้วกระดูกหัก เเต่ปรากฎ สุดท้ายเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย !!!! ซึ่งกรณีเเบบนี้ ผู้ป่วยมักจะทำใจรับไม่ค่อยได้ เพราะ ไม่รู้ตัวหรือทำใจมาก่อน

ผมจึงอยากจะเขียนบทความนี้ไว้นะครับ ชีวิตของพวกเราทุกคนไม่เเน่นอน บางทีอาจจะมีโรคร้าย เเฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนอาจจะต้อง คิดไว้เเละไม่ประมาทกับ ชีวิตนะครับ

สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็ คือ ต้องหมั่นดูเเลสุขภาพ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงของโรคร้ายต่างๆนะครับ

ผมก็ขอเขียนบทความนี้เพื่อเป็น ความรู้เเก่คนทั่วไป เเละขอเเสดงความเสียใจ กับ ครอบครัว ของ คุณตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่างไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ


ข้อมูลจาก : sanook.com, หมอขอเล่า

 

 

อยากผิวเด็กต้องรู้จักด่วนๆ แนวคิด ‘คัมโป’ ผลงานการผสมผสานระหว่างมนุษย์ VS ธรรมชาติ สูตรลับจาก DOMOHORN WRINKLE

ช่วงของการ Work from Home กักตัวอยู่กับบ้านที่พวกเราเพิ่งผ่านพ้นกันมาแน่นอนว่าทำให้การช้อปออนไลน์ สไตล์ไม่มีหน้าร้านเติบโตเป็นเทรนด์ใหญ่ยิ่ง ผนวกกับชีวิตที่สโลว์ดาวน์ลงมากขนาดนี้ ทำให้พัดชาลองคิดว่าสกินแคร์แบรนด์ไหนหนอที่เหมาะกับการนำมาใช้ช่วงเวลานี้มากที่สุด

วันนี้เลยนึกถึง ‘Domohorn Wrinkle’ ขึ้นมาทันที เพราะ ทั้งเป็นแบรนด์ที่ใช้วิถีช้อปผ่านการโทรสั่งหรือช่องทางออนไลน์ตัวแม่ แถมยังมีวิธีการใช้ที่เหมาะกับชีวิตละเมียดละไมหลายขั้นตอนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จะว่าไปก็เหมือนเค้าเป็นสกินแคร์แห่งวิถี New Normal เลยแหละ

เมื่อคัมโป x เทคโนโลยี สกินแคร์ดีๆ จึงถือกำเนิด

เมื่อสองปีก่อนที่ Domohorn Wrinkle เพิ่งเข้ามาในเมืองไทย พัดชาเคยได้รับเชิญไปบุกถึงบริษัทใหญ่ของเขาที่เมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้รับรู้ถึงแนวคิดที่แตกต่างของแบรนด์นี้ที่เขามุ่งมั่นและยึดถือจนกลายเป็นแบรนด์ที่ครองใจสาวญี่ปุ่นนั่นก็คือแนวคิด ‘คัมโป’ ตามแบบฉบับของแพทย์แผนตะวันออก

เมื่อค้นดูให้ละเอียดจะพบว่าคัมโปคือศาสตร์ล้ำค่าที่มีประวัติมาแสนยาวนาน โดยการนำธรรมชาติมารักษาความป่วยไข้และฟื้นฟูพลังที่เสื่อมถอยของมนุษย์ และถูกพัฒนาจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของ Domohorn Wrinkle

โปรตีนเร่งความชรา เอร้ยย…คืออะไร พอก่อนไหมเธอ

“มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เราดึงพลังอันน่ามหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่มาผสานกับความทุ่มเทของมนุษย์ มุ่งมั่นและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสมุนไพรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ค้นหาวิธีในการดึงพลังจากธรรมชาติมาสู่ผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ทวีคูณ” 

ด้วยคำพูดนี้เองจะเห็นได้ว่า Domohorn Wrinkle ไม่ได้นำแนวคิดคัมโปมาใช้แบบห้วนๆ แต่นำมาใช้ควบคู่กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าที่สุด จนสามารถค้นพบความลับของผิวนั่นคือการ ‘ดูแลผิวด้วยโปรตีนฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ’

จากผลงานที่วิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยคุมาโมโตะนั้นค้นพบว่า คนเรานั้นมีโปรตีนที่เกี่ยวกับความอ่อนเยาว์อยู่ 2 ชนิด นั่นคือ ‘โปรตีนฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ’ หรือ ‘Heat Shock Protein’ (HSP) ตัวนี้มีหน้าที่ฟื้นฟูความเสียหายต่างๆ ที่จะนำไปสู่ปัญหาริ้วรอยและจุดด่างดำและปัญหาผิวแห่งวัยอื่นๆ เช่น ความหย่อนคล้อย ความแห้งกร้าน นั่นเอง

ส่วนที่แค่ฟังชื่อก็สยองคือ ‘โปรตีนเร่งความชรา’ (ใจร๊ายยยย) หรือ ‘Angptl2’ ที่เร่งให้ผิวของเราแก่วันแก่คืน ทางออกของ Domohorn Wrinkle คือค้นหาส่วนผสมสำคัญที่สามารถทำงานกับโปรตีนทั้งสองชนิดนี้ได้ ซึ่งนางก็ทำสำเร็จ

ทำความรู้จักนางเอกของเรื่อง ‘ดอกชิรานุยคิคุ’ สมุนไพรโบราณต้านผิวชรา

Domohorn Wrinkle สำรวจค้นคว้าพืชพรรณธรรมชาติ ภายในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 400 ชนิด จนพบว่า ‘ดอกชิรานุยคิคุ’ พันธุ์ไม้พื้นเมืองหายาก ของจังหวัดคุมาโมโตะบ้านเกิดของแบรนด์นี่เอง ที่มีความสามารถยับยั้งการทำงานของโปรตีนเร่งความชราได้มากถึง 80%

นางเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองหายากของจังหวัดคุมาโมโตะ สามารถเติบโตได้ในทุกสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าร้อน หนาว ฝน ชิรานุยคิคุ ทนได้ จึงถูก Domohorn Wrinkle นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญตักตวงผลประโยชน์ให้ผิวอ่อนเยาว์เสียเลย

ส่วนผสมจากธรรมชาติสุดยูนีค ไม่ใช่ Domohorn Wrinkle ทำไม่ได้ !!

คือเป็นแบรนด์ที่ยูนีคไปเสียทุกอย่าง นอกจากดอกชิรานุยคิคุที่เราไม่เคยรู้จักแล้วส่วนผสมอื่นๆ ก็แปลกใหม่น่าสนใจและล้วนมาจากธรรมชาติ

  • อย่างน้ำจากเทือกเขาอะโสะที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติมายาวนานกว่า 9 หมื่นปี
  • ดอกยะบะซึย ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี 
  • โสมขาว จากเทือกเขาฉางไป๋ซาน ที่ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการจากประเทศจีนว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงสุด 
  • คอลลาเจนเน้นๆ จากปลาทะเลน้ำลึก ปลาฮาโมะและปลามัตสึได 
  • ดอกทิวลิปสายพันธุ์พิงค์ไดมอน ที่มีสารบำรุงช่วยในการปกป้องให้ผิวงดงาม
  • สารสกัดจากพิมพิเนลล่า ต้นหญ้าที่เกิด และเติบโตในป่าใหญ่ บนเทือกเขาแอลป์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังในการปกป้องสารอนุมูลอิสระ
  • สารสกัดจากกากที่ได้จากการกลั่นโซจูมันเทศ ช่วยควบคุมสาเหตุของการเกิดจุดด่างดำ

ขนาดเป็นบิวตี้เอดิเตอร์/บล็อกเกอร์มาเนิ่นนานยังแทบไม่เคยได้ยินส่วนผสมแบบนี้ในสกินแคร์ตัวไหนเลยทำให้ยิ่งชอบใจในความยูนีคที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูเลอค่า น่าใช้ขึ้นไปอีก

8 ไอเท็มนี้ ตอบโจทย์วิถี New Normal

เมื่อก่อนเคยแอบบ่นว่า Domohorn Wrinkle ต้องใช้ตั้ง 8 ชิ้นทำไมมันเยอะจัง แต่มาหลังยุคโควิดที่ดูเหมือนจะมีโอกาสอยู่บ้านกันมากขึ้นแบบนี้ หากทำตามได้ทั้งหมด 8 ชิ้นการันตีว่าผิวจะเป๊ะอ่อนเยาว์ลงจนต้องตกใจ 

ถามว่าทำไมต้องมี 8 ชิ้น เพราะเขาคิดสเต็ปทั้งหมดไว้แล้วอย่างถี่ถ้วนให้แต่ละชิ้นส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน ซึ่งจะใช้ไม่ครบก็ไม่ได้ถือว่าฝ่าฝืนพรก. แต่ทุกคนที่ใช้ครบหรือเกือบครบได้กลับมายืนยันกันทุกคน ถึงความปังของผิวที่เปลี่ยนไป Domohorn Wrinkle เรียกสิ่งนี้ว่า ‘One Line’ คือใช้เซ็ตเดียวแล้วปิดจบทุกปัญหาไม่ต้องมาวอแวถามหาไลน์อื่น 

สเต็ปเขาเริ่มตั้งแต่การล้างทำความสะอาด ไปปิดจบที่การปกป้องรังสี UV

Step1 Oil-in-Gel Remover

 รักษาผิวให้อ่อนเยาว์ด้วยการล้างเครื่องสำอางอย่างหมดจด กับเนื้อเจลที่เปลี่ยนเป็นออยล์อย่างรวดเร็วช่วยล้างเครื่องสำอางอย่างอ่อนโยนและคงความชุ่มชื้นของผิวไว้แน่นๆ ผิวเด้งนุ่มไม่มีเอี๊ยด

Step2 Silky Cream Foam

โฟมเนื้อละมุนเหมือนวิปครีม ที่ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวและสิ่งตกค้างภายในชั้นผิวอย่างอ่อนโยนหมดจด ตัวนี้พอล้างออกปุ๊บจะรู้สึกว่าผิวนุ่ม กระจ่างใส ยิ่งใช้ตอนเช้าให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่นสุดๆ

Step3 Softening Foam Mask

ชิ้นนี้คือเก๋ไม่เหมือนใครลองแล้วติดใจกับ มาส์กโฟมเนื้อแน่นที่ช่วยอบผิวให้นุ่ม ชุ่มชื้น มอบพลังงานที่จำเป็นกับผิวไปพร้อมการขจัดสิ่งที่ทำร้ายผิว ใช้ตัวนี้เสร็จปุ๊บผิวจึงกระจ่างใสเรียบเนียนขึ้นชัดเลย 

Step4 Intense Hydrator

น้ำตบบำรุงผิวเนื้อเข้มข้นอัดแน่นไปด้วยพลังไฮเดรทติ้ง เป็นขั้นตอนที่ช่วยเพิ่ม กักเก็บ รักษา และคงความสมดุลของความชุ่มชื้นในผิว รู้สึกว่าผิวขาดน้ำเมื่อไหร่หยิบตัวนี้ขึ้นมาใช้จะพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ผิวนุ่มเด้งสุดๆ

Step5 Vital White Essence

ขั้นตอนที่บำรุงถึงแก่นผิว ด้วยการนวดเนื้อเอสเซ้นส์ชุ่มฉ่ำด้วยปลายนิ้วแบบเคาะเบาๆ ทั่วใบหน้า เป็นขั้นตอนที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้ผิวสดชื่นแอคทีฟ ดึงพลังที่มีอยู่ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวสดใสเหมือนเพิ่งออกกำลังกายมาใหม่ๆ เลย

Step6 Cream 20

ชิ้นนี้ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ที่ขายดีและโด่งดังสุดๆ ซึ่งถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 45 ปี เป็นการจัดเต็มสารบำรุงที่จำเป็นต่อผิวไว้ในหลอดเดียว ตัวนี้เองที่มีโสมขาวจากเทือกเขาฉางไป๋ซานช่วยเติมเต็มคอลลาเจนให้ผิวอ่อนเยาว์ ทั้งยังช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ผิวอิ่มฟูดูเด็กลงอย่างชัดเจน

Step7 Milky Veil Lotion

ก่อนจบต้องล็อคผิวด้วยโลชั่นน้ำนม ขั้นตอนที่ไม่เหมือนแบรนด์ไหนๆ ด้วยตัวนี้ทำหน้าที่เป็นด่านสุดท้ายก่อนกันแดด ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นและคุณค่าของสารบำรุงจากขั้นตอนสกินแคร์ที่เราทำไว้ไปพร้อมกับการเป็นเกราะป้องกันปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ ที่จะทำร้ายผิวจากภายนอก ล็อคผิวให้เป๊ะตลอดวัน

Step8 UV Dress Cream

ปิดจบกับกันแดดที่ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันรังสี UV แต่ยังกระตุ้นพลังการฟื้นฟูผิวระหว่างวัน พร้อมทั้งเป็น Makeup base ช่วยให้งานผิวดูสวยเป๊ะไปด้วยในตัว

จ๋า ยศสินี SIS คนนี้ที่ยึดถือวิถีแห่งคัมโป

ถามว่าสเต็ปเยอะแบบนี้คนที่ใช้จนครบเขาได้ผลลัพธ์อย่างไร ต้องให้พี่สาวคนนี้ที่เป็นตัวแทนของสาว ‘Domohorn Wrinkle’ มาเล่าความรู้สึกหลังใช้ให้ฟัง

“จ๋าว่าแนวคิดแบบคัมโปนี่น่าทึ่งมากเลยนะคะ ที่บอกว่าผิวของคนเรามีพลังธรรมชาติที่สามารถเยียวยาตัวเองได้ ซึ่งพลังจากคัมโปนี่แหละค่ะที่จะมาช่วยเสริมพลังในการแก้ปัญหาผิวอย่างแท้จริง จุดด่างดำหรือว่าริ้วรอยต่างๆจะลดลง ผิวที่เคยหย่อนคล้อยก็จะกลับมาเปล่งปลั่งตึงกระชับ จ๋าสัมผัสได้เลยว่าผิวของจ๋าเปลี่ยนไปมากจริงๆ

โดโมฮอร์น ริงเคิลดูแลผิวจ๋าได้ดีมากเลยค่ะ ตอนนี้ริ้วรอยลดลงไปเยอะ ผิวอิ่มฟู กระจ่างใส หลายคนทักว่าหน้าเด็กลง ไม่เคยคิดเหมือนกันนะคะว่าจะมีผิวที่ดีที่สุดตอนอายุ 40”

สำหรับจ๋า คัมโป คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจริงค่ะ

พี่จ๋ายังออกมาคอนเฟิร์มว่าผิวเด็กลงขนาดนี้  อย่ารอช้าที่จะให้โดโมฮอร์น ริงเคิล ช่วยดูแลผิวของคุณ

พบกับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย! ที่ Domohorn Wrinkle Store @Central World ชั้น 2 โซน Atrium ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

หรือสัมผัสประสบการณ์ได้ด้วยตัวเองที่ “Domohorn Wrinkle Experience Space” ซอยสุขุมวิท 24ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย 

สอบถามหรือปรึกษาปัญหาผิวได้ที่ 02-260-2222 หรือทางไลน์ https://bit.ly/2zDiL8a
เว็บไซต์ https://www.saishunkan-th.com

‘ไม่แคร์ว่าจะหนุ่มหรือแก่ มีเครื่องแบบหรือไม่’ ดูดวงรายวัน 12 มิถุนายน 2563

ดูดวงรายวัน 12 มิถุนายน 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : คุณอาจกำลังถูกเจ้านายกดดันให้ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคในการเจรจาประนีประนอม ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันชิงดีชิงเด่น ทั้งในเรื่องเงิน และผลประโยชน์อย่างดุเดือด ซึ่งวันนี้คุณทำเป็นเล่นไม่ได้แล้ว เพราะเจ้านายคุณสามารถให้คุณให้โทษได้ในชั่วพริบตา

การเงิน :  มีรายจ่ายในเรื่องของการลงทุน การเดินทาง และการเข้าสังคม แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะอาจทำให้คุณเดือดร้อนภายหลัง

ความรัก :  คุณแบกรับความรับผิดชอบในครอบครัวไว้เต็มสองบ่า วันนี้คู่คุณก็อาจช่วยแบ่งเบาภาระไปได้บ้าง ด้วยการให้คำปรึกษา พร้อมแนะนำแนวทางชีวิตที่ถูกต้องให้กับคุณ เพียงแต่คุณเองนั่นละจะรับฟังหรือเปล่า เพราะศักดิ์ศรีอัดแน่นจนอาจไม่มีที่ว่างพอ  คนโสด คุณอาจยังไม่ตกลงปลงใจกับใครเลย เพราะศักดิ์ศรีมาเป็นที่หนึ่ง

สุขภาพ :  หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ปวดตั้งแต่สะโพกลงมา รวมถึงเอ็นข้อเข่าและข้อเท้าอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณอาจรับอาสาเจ้านายไปทำงานที่มีความคล่องตัวสูง วันนี้คุณจึงต้องเดินทางติดต่องานทั้งวัน แทบไม่ได้อยู่ออฟฟิศเลย หากต้องร่วมงานกับเพื่อนสนิทผู้หญิง ควรแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นเธออาจใช้ความสนิทสนมตัดสินใจแทนคุณโดยพลการ จะทำให้เสียการปกครอง

การเงิน :  เก็บเงินไม่อยู่ หมุนเวียนขึ้นๆ ลงๆ หมดกับการลงทุนใหม่ๆ ตลอดเวลา หากให้ดีคงต้องให้เพื่อนสนิทผู้หญิง หรือญาติผู้หญิงช่วยเก็บเงินให้

ความรัก : เป็นความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้หญิงในครอบครัวที่เมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ ก็ต้องมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นโกรธจนมองหน้ากันไม่ติด หรืออยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว ทางที่ดีควรหากิจกรรมทำร่วมกันบ้าง เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันไว้ คนโสด วันนี้มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะมีใจให้กับเพื่อนสนิทผู้หญิง แต่ด้วยอารมณ์คุณร้อนเหมือนอากาศในเดือนเมษายน จึงอาจพัดเธอกระเจิงไปเลยก็ได้

สุขภาพ : ออกจากบ้านควรติดยาดม ยาหม่อง และยาประจำตัวไปด้วย เพราะคุณอาจหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนถึงเป็นลม

                                                                            

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณทำธุรกิจหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานอาร์ต หรือศิลปะทุกแขนง รวมถึงงานสวยๆ งามๆ ด้วยความที่คุณปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้า มีความมั่นใจในตัวเองสูง กล้าชนกล้าเสี่ยง จึงทำให้มีปัญหาขลุกขลักตลอด ระวังวันนี้อาจมีข้อผิดพลาดทางเอกสารราชการ ทางที่ดีควรหาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยงานดีกว่า

การเงิน :  มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดวงของคุณจะได้เงินจากอำนาจ วาสนาของตัวเอง มีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ คุณจึงอาจต้องเลี้ยงดูเพื่อนฝูง ผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อต่อยอด แต่ก็ไม่ควรถึงกับให้เขากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันซื้อรถ ซื้อบ้านให้ เพราะคุณอาจต้องรับผิดชอบแทน

ความรัก : คุณมีภาวะผู้นำสูง ทั้งงานในบ้าน และงานนอกบ้านก็สนับสนุนช่วยเหลือหน้าที่การงานของคู่ด้วยดี เพราะฉะนั้นคุณจึงมีทิฐิและความมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม ยึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก ไม่เน้นการประนีประนอม คนโสด เสน่ห์ยังไม่จางหายไปไหน ยิ่งวันนี้อาจมีทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มในเครื่องแบบมาต่อคิวด้วย ซึ่งหากคุณถูกใจก็ไม่แคร์ว่า เขาจะเป็นใคร หนุ่มหรือแก่ มีเครื่องแบบหรือไม่

สุขภาพ : ปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ ส่วนปัญหาที่รองลงมาคือ ความสามารถในการมองเห็น ตระกูลต้ออาจมาเยือน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายกฎหมาย เช่น ทนายความ ข้าราชการการปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ดูแลความถูกต้อง ความเป็นธรรมในสังคม วันนี้คุณอาจได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งให้ขึ้นสู่ตำแหน่งบริหาร หรือหัวหน้า มีลูกน้องอยู่ในความปกครองดูแล แต่ก็ต้องระวัง เพราะอาจมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาจากทุกๆ ด้าน งานนี้ไม่ควรไฟล์ท เพราะคุณอาจเหนื่อยฟรี

การเงิน : หากคิดจะร่วมหุ้นลงทุนกับแฟน ผู้ใหญ่จะอุปถัมภ์ แต่ก็อาจมีเหตุให้ต้องตบตีกัน เพราะบริหารเงินไม่ลงตัว จนเข้าเนื้อ ต้องหาเงินมาเพิ่มด่วนๆ

ความรัก : ต้องระวังนะคะ กลิ่นอายของความรุนแรงยังปกคลุมอยู่ทั่วบ้าน วันนี้คุณอาจซีเรียส ถึงขั้นใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการกันเลยทีเดียว  คนโสด ที่ผ่านมาคุณผิดหวังกับความรักมาตลอด วันนี้ก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะได้เจอกับความรักที่มาพร้อมความรุนแรง ควรชั่งใจให้ดี

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่ายอย่างยิ่ง ไม่ควรกลั้นปัสสาวะอีกต่อไป เพราะกรวยไตและกระเพาะปัสสาวะกำลังทำงานหนัก เสี่ยงที่จะเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  เป็นวันแห่งการทำงานหนักของคุณเลย เพราะอาจต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคเฉพาะตัวในการเจรจาประนีประนอม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้สำเร็จลุล่วง ซึ่งนอกจากงานของตัวเองแล้ว ก็ยังต้องช่วยเหลืองานของคนอื่นด้วย

การเงิน : หาเงินเก่ง และก็ใช้เงินเก่งด้วย ซึ่งคุณใจดีและใจอ่อน วันนี้อาจช่วยเหลือหรือสนับสนุนญาติสนิทมิตรสหาย ในเรื่องของการลงทุนใหม่ๆ การเข้าสังคม และการท่องเที่ยว

ความรัก : จริงๆ ชีวิตคู่ของคุณก็ราบเรียบและราบรื่นด้วยดี วันนี้คุณอาจแบกรับเรื่องราวภายในครอบครัวไว้เยอะเกิน แม้ว่าคู่จะอยู่บ้านเป็นแฟมิลี่แมนช่วยแบ่งเบาภาระก็ตาม แต่ก็ไม่หายเครียด ก็ควรปล่อยวางบ้าง ไม่อย่างนั้นคุณอาจรับไม่ไหว คนโสด  คุณตั้งมาตรฐานเรื่องคู่ไว้สูง ขณะที่หนุ่มที่เข้ามาวันนี้อาจเป็นสไตล์แบดบอย จึงทำให้คุณยังไม่ตอบรับใดๆ

สุขภาพ : ผลจากการเวิร์ค ฟอร์ม โฮม อาจทำให้น้ำหนักคุณพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงควรระวังเรื่องข้อเข่าและข้อเท้าที่ต้องรับน้ำหนักเพิ่ม จะทำให้ปวดและมีความเสื่อมเร็วกว่าที่ควร

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  การเริ่มต้นงานใหม่ หรือการติดต่อประสานงาน อาจมีปัญหาเสียแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาที่มีเหตุมาจากอีโก้ และความเชื่อมั่นของคุณที่ไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น จนมีผู้ร่วมงานบางกลุ่มจับตาดูการทำงานของคุณ วันนี้คุณจึงรู้สึกอึดอัดและร้อนรุ่มกับทุกสิ่งรอบๆ ตัว จนอยากลาออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

การเงิน :  ก็ยังต้องระวังคำพูด ก่อนตกลงหรือเซ็นเอกสารค้ำประกันใดๆ ควรพิจารณาให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดข้อผิดพลาด จนคุณต้องหาเงินมารับผิดชอบแทบไม่ทัน

ความรัก : แม้คุณจะรักและทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวด้วยดีมาตลอด แต่วันนี้อาจมีปัญหาเรื่องมือที่สามเข้ามาแทรก จนคุณเกิดความหึงหวง ปรับความเข้าใจกันไม่ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ควรรักตัวเองให้มากๆ อย่าโทษตัวเอง คนโสด อย่าเพิ่งตกลงปลงใจกับใครเลยนะคะ มีความเป็นไปได้สูงว่า คุณอาจตกเป็นบ้านที่สองของเขา ซึ่งคุณก็จะอยู่อย่างไม่มีความสุข เพราะบ้านใหญ่อาจรู้

สุขภาพ : ก็ยังต้องบิ๊กคลีนนิ่งอยู่เรื่อยๆ นะคะ เพราะยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้อยู่ ส่วนทางใจก็ต้องบิ๊กคลีนนิ่งด้วย ตัดเรื่องราวที่ทำให้ไม่สบายใจออกไป อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ปล่อยวาง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ วันนี้คุณจะโดดเด่นในด้านการติดต่อประสานงาน การให้บริการคำปรึกษา การบริหารจัดการ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคุณอาจกล้าได้กล้าเสีย ลุยเดี่ยวโดยไม่รับฟังความคิดเห็นจากใครเลย ก็มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ

การเงิน : การลงทุนอาจโชคดีอย่างไม่คาดคิด มีโชคลาภเฮงๆ ปังๆ แต่ก็มีรายจ่ายที่เกิดจากคนรักและคนใกล้ชิดรออยู่

ความรัก : แม้คุณจะโชคดี ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่คุณยังห้ามไม่ได้คือ ทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูงมาก ทำให้คุณต้องการเอาชนะ มากกว่าการประนีประนอมยอมความกัน คนโสด คุณมีความพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว แต่อาจเป็นคุณคิดไปเองฝ่ายเดียวหรือเปล่า ดูดีๆ นะคะ

สุขภาพ :  อย่าประมาท ขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ ควรระวังตัว ขับรถดีๆ ง่วงก็หาที่นอน อย่าฝืน อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

วันนี้คนโสดล้วนมีเสน่ห์ แต่กลายเป็นเสน่ห์พิฆาต ดูดวงรายวัน 6 มิถุนายน 2563

ความสัมพันธ์ใหม่คือบ่วง ที่จะรัดเราสามคนไว้อีกนานเลย ดูดวงรายวัน 7 มิถุนายน 2563

เสน่ห์ไม่ช่วย เพราะงานหนักจนไม่ทันได้สนใจใคร ดูดวงรายวัน 8 มิถุนายน 2563

มีเสน่ห์กรุบกริบ ไม่เหมาะกับการคบจริงจัง ดูดวงรายวัน 9 มิถุนายน 2563

ก่อนจะรับรีเทิร์น ก็อย่าลืมถามผู้ใหญ่ด้วยล่ะ ดูดวงรายวัน 10 มิถุนายน 2563

เลือกได้เลยว่าจะต่อกับรักเก่า หรือจะเริ่มต้นกับรักใหม่ ดูดวงรายวัน 11 มิถุนายน 2563

 

ซัมซุง กาแลคซี่ A31

สเป็คครบ ราคาคุ้ม! ซัมซุง กาแลคซี่ A31 และ กาแลคซี่ A11 สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ส่งต่อความ Awesome กับ กาแลคซี่ A31 และ กาแลคซี่ A11 สองสมาร์ทโฟนในตระกูล กาแลคซี่ เอ ซีรีส์

ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบใน ‘คุณภาพสมราคา’ ทั้งการถ่ายภาพที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบจัดเต็ม รับชมคอนเท้นต์แบบเต็มตาผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ และฟีเจอร์สุดเจ๋งให้เต็มอิ่มกับทุกคอนเท้นต์ในเครื่องเดียว

กาแลคซี่ A31 สมาร์ทโฟน เซลฟี่สวย สเป็คแรง ราคาคุ้มค่า รุ่นล่าสุดจากตระกูล กาแลคซี่ เอ ซีรีส์ ที่มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 20 ล้านพิกเซล เซลฟี่หน้ากระจ่างใสด้วยบิวตี้โหมดให้ทุกภาพเซลฟี่สวยสะดุดตาแบบไร้ที่ติ พร้อมปลดปล่อยความครีเอทีฟไปกับ ฟีเจอร์ AR Sticker และ AR Doodle สร้างสรรค์จินตนาการให้ภาพเซลฟี่โดดเด่นไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้มีขนาดพอดีกับฝ่ามือ พร้อมหยิบขึ้นมาเซลฟี่ได้ไม่มีสะดุด ถ่ายแล้วปิ๊ง โพสต์แล้วป๊อป พร้อมเรียกยอดไลค์ได้ทุกเมื่อ

โดย กาแลคซี่ A31 ถูกออกแบบมาสำหรับมือใหม่สายถ่ายรูปที่ต้องการกล้องและฟีเจอร์ขั้นเทพมาช่วยเติมเต็มภาพให้สวยกว่าเดิม ด้วยกล้องหลังที่จัดเรียงมาให้อย่างสวยงามครบทั้งหมด 4 ระยะ ไม่ว่าจะเป็น กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ให้ภาพคมชัดทุกรายละเอียด กล้องอัลตร้าไวด์ (Ultra-Wide) 8 ล้านพิกเซล ให้ภาพมุมกว้างเก็บได้ทุกมุมมอง กล้องมาโคร (Macro) 5 ล้านพิกเซล เก็บรายละเอียดภาพมุมใกล้ โฟกัสชัดในระยะแค่ 4 เซนติเมตร รวมทั้ง กล้องระยะลึก (Dept) 5 ล้านพิกเซล สร้างสรรค์มิติภาพให้คมชัดกว่าที่เคย ถ่ายหน้าชัดหลังละลาย พร้อมปรับเอฟเฟกต์ได้หลากหลายตามใจชอบ

สำหรับสเป็คภายใน กาแลคซี่ A31 ให้มาแบบจัดเต็ม ทั้งหน้าจอ Super AMOLED กว้างเต็มตาขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ สีสันสวยงาม คมชัดทุกสภาพแสง มาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek MT6768 Helio P65 (12nm) ทำงานลื่นไหลไม่สะดุดกับ RAM 6 กิกะไบต์ ความจุภายในสูงสุดที่ 128 กิกะไบต์ สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 512 กิกะไบต์ แบตเตอรี่อึดทนนานความจุ 5,000 มิลลิแอมป์ รองรับการชาร์จเร็วที่กำลังไฟ 15 วัตต์ พร้อมเต็มที่กับทุกกิจกรรม รองรับการปลดล็อกด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ช่วยให้การใช้งานสะดวกและแม่นยำมากขึ้น มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush Blue และ Prism Crush White ในราคา 8,999 บาท

นอกจากนี้ ซัมซุงยังเปิดตัว กาแลคซี่ A11 สมาร์ทโฟน เอ ซีรีส์ น้องเล็กสเป็คครบ ราคาคุ้มเพียง 5,199 บาท ที่มาพร้อมกับแรม 3 กิกะไบต์ และหน่วยความจำภาพใน 32 กิกะไบต์ หน้าจอใหญ่สะใจขนาด 6.4 นิ้ว แบตเตอรี่ขนาด 4,000 มิลลิแอมป์ ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 15 วัตต์ จะกิจกรรมหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Blue

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ สเป็คครบ ราคาคุ้มค่า สามารถติดตามรายละเอียด ซัมซุง กาแลคซี่ A31 เพิ่มเติมได้ที่https://samsung.com/th/galaxy-a31 และ ซัมซุง กาแลคซี่ A11 ได้ที่ https://www.samsung.com/th/galaxy-a11/ สายเซลฟี่ตัวจริง ห้ามพลาด

 

 

 

มิกซ์แอนด์แมตช์ชุดเพื่อนเจ้าสาว 4 สไตล์สวยกันได้แบบยกแก๊ง

ได้รับเชิญให้ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวทั้งทีงานนี้ก็ต้องสวยกันหน่อย แต่พอคนยิ่งเยอะความคิดก็ยิ่งแยะ คนนั้นก็อยากสวยอย่างนี้ คนนี้ก็อนากสวยอย่างนั้น แพรว wedding เลยอาสามาไกล่เกลี่ยสิ่งนี้ให้ด้วยการรวบ 4 สไตล์ ชุดเพื่อนเจ้าสาว ที่สวยได้แบบยกแก๊งมาฝาก

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

1. พาสเทลเย็นตา

เปลี่ยนโลกเพื่อนเจ้าสาวจากชุดในเฉดสีบลัช ชมพูหวานฉ่ำ หรือเฉดสีอ่อนนุ่มอื่นๆ มาเป็นเฉดสีเย็นตาในสไตล์พาสเทลที่ช่วยให้ลุคของสาวๆ ดูสดชื่นขึ้น เช่น เฉดสีเทา, สีมิ้นต์, หรือชมพูนม ที่ให้ความสวยงามอ่อนหวานไม่แพ้เฉดสีอื่นๆ ถ้าหากอยากโดดเด่นแบบยกแก๊งไปทางเดียวกันก็อาจจะเลือกเพียงเฉดสีใดเฉดสีหนึ่ง แต่ถ้าหากอยากโดดเด้งสไตล์ใครสไตล์มันก็อาจจะมิกซ์เฉดสีเย็นตาเหล่านี้เข้าด้วยกันก็ได้

2. ขาวดำสุดทันสมัย

สีขาวดำในบ้านเราอาจไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะเป็นสีที่ดูมืดหม่นซึมเศร้าไปหน่อย แต่ถ้าหากบ่าวสาวคู่ไหนที่หัวสมัยไม่ยึดติดอยู่กับที่ (รวมไปถึงครอบครัวของบ่าวสาวต้องเข้าใจด้วยนะจ๊ะ) การจับคู่สีขาวดำของแก๊งเพื่อนเจ้าสาวก็ให้อารมณ์สวยเก๋ทันสมัยที่น่าสนใจอีกหนึ่งลุค แถมยังช่วยพรางรูปร่างสำหรับสาวเจ้าเนื้อได้ดีอีกด้วย โดยอาจจะเพิ่มกิมมิกให้กับแก๊งด้วยการเลือกเนื้อผ้าที่ต่างกันออกไปเพื่อความน่าสนใจ เช่น ผ้ากำมะหยี่หรือผ้าลูกไม้ก็ให้ลุคที่น่าสนใจไม่น้อย หรือเพื่อความปลอดภัยและใส่เฉดสีนี้ได้อย่างหายห่วง อาจจะเปลี่ยนมาใส่ในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ให้ลุคเรียบหรูดูมันได้ไม่แพ้กันนะจ๊ะ

3. เฉดสีสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ตก

ไม่ว่าจะเป็น เฉดสีส้ม เฉดสีฟ้า หรือเฉดสีม่วงอ่อนๆ ก็ให้ลุคที่สวยหวานโรแมนติกไม่ต่างกัน และไม่ว่าจะเลือกใส่ในเฉดสีเดียวกันทั้งแก๊ง หรือคละสีให้ต่างกันก็รับประกันความดูดีไม่แพ้กันแน่นอน เพราะทั้งหมดนี้เป็นเฉดสีที่สามารถไปด้วยกันได้ดีทั้งหมด ยิ่งถ้าหากงานแต่งของเพื่อนสาวเป็นงานแต่งริมทะเลด้วยแล้ว รับรองว่าลุคนี้ของแก๊งเพื่อนเจ้าสาวจะเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติชนิดที่ว่าเข้ากับบรรยากาศแบบสุดๆ และแนะนำให้เลือกเป็นผ้าแบบพลิ้วไหวจะได้เข้ากับลมทะเลที่พัดมา แล้วอย่าลืมเลือกเนื้อผ้าที่มีความลื่นสักนิดจะได้ไม่เหนียวเหนอะหนะจากลมทะเลยังไงล่ะคะ

4. เฉดสีอัญมณีสุดหรู

เฉดสีอัญมณีต่างๆ จะช่วยให้แก๊งเพื่อนเจ้าสาวได้ลุคที่หรูหราโดยเฉพาะในเฉดสีเข้มที่เหมาะกับงานทางการในตอนกลางคืน ซึ่งเฉดสีนี้เป็นเฉดสีสุดอัศจรรย์เพราะไม่ว่าจะหยิบจับมาใส่ในโทนสีไหนก็ให้อารมณ์ที่หรูหราสง่างามขึ้นมาทันที อย่างเช่น เฉดสีแดงทับทิม เฉดสีแซฟไฟร์ หรือเฉดสีเขียวมรกตก็ตาม ยิ่งถ้าหากเลือกเป็นชุดราตรีประดับเลื่อมด้วยแล้วยิ่งช่วยให้ลุคของสาวๆ ดูน่าทึ่งเข้าไปอีก แถมในเฉดสีเข้มของอัญมณีเหล่านี้ยังช่วยทำให้รูปร่างของแก๊งเพื่อนเจ้าสาวดูดีเพรียวบางช่วยพรางรูปร่างได้อีกด้วย และเจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวก็มั่นใจได้เลยว่าคุณจะโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางแก๊งเพื่อนเจ้าสาวในชุดเฉดสีสุดหรูนี้แน่นอน

หาก 4 ลุคนี้ยังไม่ถูกใจตามไปดูลุคอื่นตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า
พาเลตต์ 3 เฉดสีสุดฮิตให้ชุดเพื่อนเจ้าสาวดูดีตลอดปี 2018
ชุดเพื่อนเจ้าสาวลายดอก ให้ลุคสวยหวานสดใสกันแบบยกแก๊ง
เทคนิคเลือกโทนสีชุดเพื่อนเจ้าสาวที่ใช่ให้เหมาะกับสไตล์ของแก๊ง

Cr. www.marthastewartweddings.com, www.everafterguide.net

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a 

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a

เซอร์ไพรส์เจ้าบ่าวในงานแต่งงาน ยังไงให้เขาประทับใจเราไม่ลืม

เซอร์ไพรส์เจ้าบ่าวในงานแต่งงาน เป็นสิ่งที่น่ารักและทำให้คนโดนเซอร์ไพรส์ประทับใจน้ำตาแตกเอาได้ง่ายๆ  แต่จะเลือกเซอร์ไพรส์แบบไหน? แพรว wedding มีวิธีดีๆ มาแนะนำ

เซอร์ไพรส์เจ้าบ่าวในงานแต่งงาน มีมากมายหลากหลายวิธี ลองเลือกจากลิสต์ด้านล่างนี้ดูสิ

1. มีความสามารถพิเศษอะไรงัดเอาออกมาใช้ได้เลย

ร้องเพลง ใครเสียงดีร้องเพลงเพราะ จัดไปเลยค่ะ แนะนำว่าให้เลือกเพลงความหมายดีๆ ช้าๆซึ้งๆ มาสักเพลง หมั่นแอบฝึกร้องเอาไว้ ให้ชำนาญ เมื่อถึงเวลาต้องร้องเพลงจริงๆในวันงานร้องเพลงไป จ้องตาไปจะได้ไม่เขินกัน

ร้องเพลง

เพลงแนะนำ : แค่คุณ(Musketeers), ของขวัญ(Musketeers), เพราะอะไร(ป้าง), เธอทั้งนั้น(Groove rider), หยุด(Groove rider), คู่ชีวิต(Cocktail)

เต้น ใครมีความสามารถด้านการเต้น เปิดฟลอร์แดนซ์ วาดลวดลายได้เลย  แนะนำว่าให้เลือกเพลงที่มีท่าเต้นฮิตๆในช่วงนั้น หรือเพลงที่มีเนื้อหาและท่าเต้นน่ารักๆ เพราะจะทำให้เขาเอ็นดูคุณเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง

เต้น

เล่นดนตรี ถนัดดนตรีชิ้นไหนเอามาเล่นโชว์แสดงฝีมือกันสดๆไปเลย กีตาร์ เปียโน ไวโอลิน ได้หมด การที่คุณเล่นดนตรีได้ ทำให้คุณดูเป็นคนที่มีความสามารถและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

เปียโน

แต่งเพลง ข้อนี้นี่พิเศษสุดๆ ใครๆก็อยากมีเพลงเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ถ้าคุณมีความสามารถในการแต่งเพลงแล้วล่ะก็ จัดไปเลย เขาประทับใจคุณแน่ๆ

เพลง

ทำของขวัญ DIY มอบของขวัญให้เขา แต่เป็นฝีมือเราเอง ข้อนี้ต้องทำการบ้านมาว่า อะไรที่เขาชอบ อะไรที่เหมาะกับเขา และเราอยากทำให้ เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็ลงมือได้เลย

ของขวัญ

2. ทำในสิ่งที่ทำไม่เป็น

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ให้ทำในสิ่งที่เราทำไม่เป็น ไม่ถนัด และไม่เคยทำมาก่อน แต่เราอยากเรียนรู้มันเพื่อเขา  รับรองว่านี่แหละ คือสิ่งที่เซอร์ไพรส์เขาอย่างจริงจัง อย่างเช่น ลองหัดตีกลองแล้วโชว์ให้เขาดูในวันงาน หัดเล่นกีตาร์ และร้องเพลงบอกรักเขา หรือจะหัดเต้นก็ได้ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราเรียนรู้เพื่อเขา คุณคิดหรือว่าเขาจะไม่ประทับใจ  แต่ว่าคุณต้องมุ่งมั่นหน่อยนะ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน แต่ถ้ามีความตั้งใจทำเพื่อคนที่เรารักมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก

3. เชิญศิลปินคนโปรดของเขามาร้องเพลงในงาน

ข้อนี้เหมาะกับคนที่มีศิลปินในดวงใจที่ชัดเจน ให้แอบติดต่อศิลปินคนนั้น อย่าให้เขารู้เป็นอันขาด เขาจะประทับใจแค่ไหนถ้าศิลปินในดวงใจมาร้องเพลงให้ในวันสำคัญของเขา

4. คลิปวิดีโอ

ใครที่ขี้อาย ยังเขินๆถ้าต้องแสดงสด ให้ใช้เป็นคลิปวิดีโอแทนก็ได้นะ อาจจะเป็นคลิปบอกรัก คลิปแสดงความสามารถหรือคลิปอวยพรจากศิลปิน ก็ได้ทั้งนั้น

ไม่ว่าเราจะเซอร์ไพรส์เขาด้วยวิธีไหน ถ้าเราทำด้วยความตั้งใจ ยังไงก็เวิร์ค

เครดิตภาพ : pinterest

ไอเดียงานแต่งเพิ่มเติม
5 ไอเดียงานแต่งเก๋ๆ สร้างความประทับใจให้แขกทันทีทีเดินเข้างาน

 

Song Joong Ki

ต้นสังกัดปฏิเสธทันควัน Song Joong Ki หัวใจเบ่งบาน ปลูกต้นรักทนายความสาว

ต้นสังกัดสยบข่าวลือ Song Joong Ki หัวใจเบ่งบานเป็นสีชมพูอีกครั้งเนื่องจากกำลังปลูกต้นรักกับคนในวงการกฏหมาย

Song Joong Ki

ถึงเจ้าตัวจะมูฟออนแล้ว แต่แวดวงข่าวซุบซิบยังไม่มูฟออน เพราะล่าสุดข่าวความรักครั้งใหม่ของพระเอกสามีแห่งชาติ “ซงจุงกิ” Song Joong Ki ปรากฏขึ้นอีกครั้ง โดยเมื่อไม่นานมานี้มีรายงานว่าเขากำลังหัวใจเบ่งบานเป็นสีชมพูอีกครั้งเนื่องจากกำลังปลูกต้นรักกับทนายความสาวรายหนึ่งอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามก่อนที่ข่าวจะลุกลามไปไกลต้นสังกัดใหม่ Song Joong Ki ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือนี้อย่างชัดเจนว่าหลังจากที่ตรวจสอบแล้วมันไม่มีอะไรที่เป็นความจริงเลย ข่าวลือนี้ไม่มีมูลใดๆ  และในช่วงที่ผ่านมา นักแสดงหนุ่มมีตารางงานที่ค่อนข้างยุ่ง

อย่างไรก็ตามในฤดูร้อนนี้พระเอกหนุ่มกำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ชื่อว่า Space Sweepers ออกมาให้แฟนๆได้ชมกัน โดยเรื่องนี้เป็นหนังไซ-ไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี ซึ่งทั้งเรื่องราวและกราฟิกต่างๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

Song Joong Ki


ข้อมูล : news.sbs.co.kr

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

รักแท้ไม่แน่นอน! ภาพอดีตสุดหวานคู่รักซูเปอร์สตาร์ ปิดฉาก #SongSongCouple

ส่อง 10 พระเอกเอลิสต์ (เกาหลีใต้) รายได้มากที่สุด อยากจ้างร่วมงานต้องใช้เงินเท่าไหร่?

เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “องค์กรโปร่งใส” แห่งแรกของธุรกิจประกันภัย

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  รับรางวัล “องค์กรโปร่งใส” จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ในงานมอบรางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 9 (NACC INTEGRITY AWARDS) ประจำปี 2562 โดยได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการสำนักงาน ป.ป.ช. และพลเอกบุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นผู้มอบ โดยเมืองไทยประกันชีวิตถือเป็นบริษัทฯ แรกของธุรกิจประกันภัยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว  งานจัดขึ้น ณ สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ

โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลเกียรติยศสำหรับบริษัทฯ เนื่องจากเป็น 1 ใน 7 องค์กรชั้นนำ ที่ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใสในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้  คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย  โดยยึดมั่นว่าการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลหรือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) จะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

It’s Okay to Not Be Okay

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม คิมซูฮยอน & ซอเยจี จากซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม คิมซูฮยอน & ซอเยจี เกี่ยวกับเบื้องหลัง It’s Okay to Not Be Okay ซีรีส์น่าดูสมเป็นการกลับมาของพระเอกหนุ่มสุดฮ็อต คิมซูฮยอน

คิมซูฮยอน & ซอเยจี

เมื่อกลางปีที่แล้ว คิมซูฮยอน (KIM SOO HYUN) ได้ปลดประจำการจากการเป็นทหาร ช่วงเวลาเกือบ 2 ปี ที่เขาห่างหายไปหนุ่มคนนี้คงจะคิดถึงงานแสดงมากๆ เพราะไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ตอบรับงานแสดงทันที ในซีรีส์ดังถึง 2 เรื่อง “Hotel Del Luna” และ “Crash Landing on You” แม้จะมีแอร์ไทม์ไม่มาก แต่กลับได้ฟีดแบ็กจากผู้ชมอย่างล้นหลาม และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แฟนคลับของซูฮยอนดีใจกันมาก เมื่อต้นสังกัดของเขายืนยันว่านักแสดงหนุ่มวัย 32 ปี จะร่วมแสดงในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay หรือ เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน  ของช่อง TVN เป็นการกลับมารับงานละครครั้งแรกในรอบ 5 ปีของเขาหลังจากซีรีส์เรื่อง “The Producers”

คิมซูฮยอน & ซอเยจี

คุณจะอธิบายคาแรกเตอร์ตัวละครที่คุณแสดงว่าอย่างไร?

ซอเยจี : ฉันรับบทเป็น โกมุนยอง นักเขียนหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่มีบุคลิกลักษณะต่อต้านสังคม (anti-social) และมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ (personality disorder) เธอขาดความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น และเย็นชา แต่เมื่อได้พัฒนาความสัมพันธ์กับใครสักคน เธอก็ค่อยๆ เริ่มเยียวยาตัวเอง และเกิดความเปลี่ยนแปลง

คิมซูฮยอน : ผมรับบท มุนคังแท ต่อหน้าคนอื่น เขาเป็นคนที่ดูแข็งแกร่งกว่าใครๆ แต่เมื่อเขาอยู่คนเดียว เขากลับกลายเป็นคนอ่อนแออย่างที่สุด แต่ยังไงก็ตามผมหวังว่าคุณจะมีความสุขที่ได้ชมตัวละครของผม

คิมซูฮยอน

ขอ 3 คำ ที่สามารถอธิบายคาแรกเตอร์ตัวละครที่คุณเล่น?

คิมซูฮยอน : ซังแท (หมายถึงพี่ชายในเรื่อง) / มังแท (มันคืออะไรสักอย่างที่จะเผยออกมาทีหลังในซีรีส์) / ดองแท คือ หมูแห้ง หรือปลาแห้ง ของเกาหลี เหมือนความเชื่อด้านธรรมชาติบำบัดของเกาหลีว่าสิ่งนี้จะช่วยรักษาเยียวยาอาการฝันร้าย หรือปัดเป่าสิ่งอันตรายได้

ซอเยจี : รองเท้าส้นสูงสีแดง / ผีเสื้อ / ความรัก

ซอจีเย

การเข้าฉากร่วมงานกันของคุณทั้ง 2 คน เป็นอย่างไรบ้าง?

คิมซูฮยอน : ตอนเริ่มต้นของซีรีส์นี้ มันเหมือนเป็นการพบกันของคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในตอนแรก เมื่อเราค่อยๆ เริ่มเข้าบทบาทของมุนคังแท และโกมุนยอง เราต้องใช้เวลาทำงานด้วยกันเยอะมาก เราก็ค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลาย เป็นกันเองมากขึ้น เรามีเคมีที่เข้ากันได้ ผมหวังว่าผู้ชมจะสามารถสัมผัสเคมีของเราจากซีรีส์เรื่องนี้ได้

ซอเยจี : วันแรกที่เราเจอกัน เขาเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากๆ เราเข้ากันได้ดี ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีที่สุดที่ฉันเคยทำงานด้วย

 It’s Okay to Not Be Okay

ความประทับใจแรกของคุณเมื่ออ่านบทละครคืออะไร? แล้วคุณตื่นเต้นกับอะไรมากที่สุด?

คิมซูฮยอน : เมื่ออ่านบทครั้งแรก ผมรู้สึกถึงความยาก ถ้าคุณได้ชมซีรีส์เรื่องนี้แล้วคุณก็น่าจะคิดแบบผม คาแรกเตอร์ที่หลากหลาย ตัวละครแต่ละตัวมีเรื่องราวของตัวเอง และเรื่องราวของความรักด้วย แต่ไม่ว่าคุณจะมองจากมุมมองไหน ผมหวังว่าสุดท้ายแล้วคุณจะชอบเรื่องนี้

ซอเยจี : เมื่อฉันอ่านบท ฉันไม่เคยเห็นคาแรกเตอร์ตัวละครแบบโกมุนยองในซีรีส์เกาหลีเรื่องไหนมาก่อน ตอนอ่านบทฉันรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เพราะโกมุนยอง เป็นคนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น เห็นแก่ตัว เธอเหมือนเป็นดาบที่ทำร้ายทั้งตัวเองและคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกัน ฉันถูกดึงดูดด้วยตัวละครตัวนี้ เธอเป็นคนก็มีอะไรในตัวเยอะมาก ฉันเชื่อว่าถ้าฉันสามารถถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ข้างในตัวโกมุนยองออกมาได้หมด จะทำให้เรื่องราวสมบูรณ์มากขึ้น

It’s Okay to Not Be Okay

อะไรทำให้คุณตัดสินใจที่จะทำงานโปรเจคนี้?

ซอเยจี : เรื่องนี้เรามีผู้กำกับ พัคชินอู ที่เก่งมาก ทางด้านคนเขียนบทก็เก่งมาก สามารถสร้างคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจ และผูกเรื่องราวได้อย่างเหลือเชื่อมากๆ ฉันเลยไม่มีทางเลือก นอกจากจะตกลงร่วมงานกับพวกเขา แล้วยังมี คิมซูฮยอน ซึ่งเป็นนักแสดงที่ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วยทั้งนั้น ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะปฏิเสธละครเรื่องนี้เลย

คิมซูฮยอน : หลังจากอ่านบท ผมรู้สึกเจ็บปวดใจ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความท้าทายในการแสดง ที่จะถ่ายทอดความเจ็บปวดนั้นออกมา นอกจากนี้ ในด้านกระบวนการทำงาน ผมอยากเห็นตัวเองเปลี่ยนแปลงในด้านที่เป็นมนุษย์ ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง นอกเหนือไปจากในซีรีส์ นี่เป็นอีกความท้าทายที่ผมอยากจะเห็นกับตัวเอง

ซีรีส์เรื่องนี้ท้าทายแนวความคิดในเรื่องของ “ความปกติธรรมดา” ในขณะเดียวกัน ก็สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง คุณช่วยบอกเล่าถึงลักษณะเฉพาะบางประการเกี่ยวกับตัวคุณได้หรือไม่?

คิมซูฮยอน : หลังออกจากกรมผมแข็งแกร่งขึ้นมากทั้งร่างกายและจิตใจ และมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น
ประสบการณ์ มีทัศนคติที่ชัดเจนขึ้นกับการแสดง ผมว่าผู้ชมที่เคยชมผลงานของผมมาก่อนหน้านี้น่าจะสัมผัสได้

ซอเยจี : สำหรับบทของโกมุนยอง เมื่อศึกษาลงไปลึกๆ แล้ว ฉันคิดว่าเธอมีลักษณะบางอย่างคล้ายแม่มด ฉันจึงโฟกัสไปที่ตรงนี้ รวมถึงการใช้เสียงต่ำ ออร่าบางอย่าง ช่วยให้ฉันเข้าถึงคาแรกเตอร์ความเป็นแม่มดภายในได้ดียิ่งขึ้น การแสดงเรื่องนี้ ทำให้ฉันได้รับประสบการณ์ ทั้งการเยียวยาจิตใจ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น

คิมซูฮยอน

คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้กลับไปเล่นละครอีกครั้ง หลังออกจากรับราชการทหาร นอกจากการเตรียมตัวสำหรับละครเรื่องนี้แล้ว คุณกำลังทำอะไรอยู่อีกบ้างหลังออกจากกรม?

คิมซูฮยอน : ซีรีส์เรื่องนี้นับเป็นเรื่องแรกหลังจากที่ผมออกจากกรม และผมรู้สึกยินดีมากๆ ที่เรื่องรี้เป็นละครเรื่องแรกของผม เมื่อตอนอยู่ในกรมผมรู้เลยว่าผมคิดถึงงานแสดงมากแค่ไหน เรื่องนี้ผมพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้มันออกมาดีที่สุด

มุนยอง เป็นตัวละครที่มีบุคลิกค่อนข้างแรง ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นบุคลิกลักษณะต่อต้านสังคม (anti-social) คุณรู้สึกอย่างไรกับการที่ต้องรับบทเป็นตัวละครที่มีลักษณะดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากลักษณะของตัวละครหญิงทั่วไป?

ซอเยจี : สำหรับโกมุนยอง คุณจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดไปพร้อมเธอ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จะได้รับการเยียวยาไปพร้อมเธอ คอนเส็ปต์ของการที่เธอไม่แคร์ ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น มันเหมือนเป็นพลังของตัวละครนี้ เมื่อคุณร่วมเดินทางไปกับเธอ ผ่านความยากลำบาก ผ่านการกระทำ ผ่านอดีต ผ่านความผิดหวัง หรือแม้แต่อนาคต คุณจะเริ่มคิดถึงและเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างมากขึ้น

ซอเยจี

คุณมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างในการมารับบท คังแท?

คิมซูฮยอน : ผมต้องการถ่ายทอดถึงความเจ็บปวดทั้งหมดที่มุนคังแทมี ผมหวังให้ผู้ชมสามารถสะท้อนภาพและเชื่อมโยงกับตัวเองได้

ในการเตรียมตัวมารับบท มุนยอง คุณได้มีการศึกษาอ้างอิง ถึงภาพยนตร์ / ละคร หรือตัวละครอื่น ๆ ด้วยหรือไม่? ถ้าไม่ คุณมีการเตรียมตัวอย่างไร?

ซอเยจี : หลังจากที่ฉันได้ศึกษาคาแรกเตอร์ของคนที่มีลักษณะต่อต้านสังคมหรือมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ ฉันได้ข้อสรุปว่า โกมุนยองมีเอกลักษณ์และมีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ฉันได้พยายามถ่ายทอดมันออกมา ผ่านการแต่งหน้า ทำผม คอสตูม ที่ใครๆ ก็ต้องบอกว่าแปลกและไม่ปกติ เป็นแฟชั่นที่แปลกประหลาด ซึ่งฉันพยายามไม่โฟกัสไปที่ความเป็นแฟชั่นนิสต้าของเธอ แต่เป็นความคิดข้างในมากกว่า เพราะลักษณะภายนอกที่เราเห็นทั้งหมด มันเป็นการแสดงออกอย่างสุดโต่งของตัวละครนี้ ซึ่งจุดประสงค์ของการแต่งตัวไม่ใช่การอวดหรือโชว์ออฟ แต่เพื่อเป็นการปกป้องความเป็นตัวเองมากกว่า

คุณชอบอะไรมากที่สุดในตัวละคร มุนคังแท? เพราะอะไร?

คิมซูฮยอน : เมื่อมุนคังแทอยู่กับพี่ชาย เขาจะทำตัวเหมือนเป็นพี่ชาย พยายามเป็นคนที่โตกว่า เป็นผู้ใหญ่กว่า ต้องเก็บความรู้สึก แต่เมื่อมุนคังแทมาเจอกับโกมุนยอง จุดนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเขา เขาจะมีความเป็นเด็ก แสดงออกอย่างที่อยาก เขากล้าที่จะบ่นสิ่งต่างๆ ต่อหน้าโกมุนยอง

คิมซูฮยอน

คาแรกเตอร์มุนยองดูเป็นคนที่ทันสมัยมาก คุณเตรียมตัวอย่างไรกับแฟชั่นของเธอ และเมื่อเทียบกับตัวละครโกมุนยอง คุณคิดว่าสไตล์ส่วนตัวของคุณมีความคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันอย่างไร?

ซอเยจี : ฉันชอบแต่งตัวแนวแคชชวล อะไรก็ได้ที่คุณสามารถหาและหยิบจากในบ้านได้เลย สำหรับฉัน ความสบายมาก่อน (comfort comes first)

It’s Okay to Not Be Okay

คุณอยากให้ผู้ชมได้อะไรจากการดูซีรีส์เรื่องนี้?

ซอเยจี – ฉันเชื่อว่า ผู้ชมแต่ละคนมีประสบการณ์ในชีวิตไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็จะได้สัมผัสประสบการณ์จากการรับชมต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญคือ การเยียวยาจากความเจ็บปวด (healing from hurt) ซึ่งสิ่งนี้คือคีย์เวิร์ดของซีรีส์เรื่องนี้ก็ว่าได้ คุณจะโกรธ คุณจะเยียวยา คุณจะหัวเราะ และคุณจะมีความสุขไปด้วยกัน

คิมซูฮยอน : แม้ว่าเราทุกคนจะมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เป็นสากลจากซีรีส์เรื่องนี้ คือ วิธีการที่เรารัก วิธีการที่เรานึกถึงและห่วงใยคนสำคัญในชีวิต สิ่งที่เป็นสากลเหล่านี้ ผมเชื่อว่าผู้ชมจะเชื่อมโยงกับมันได้

ช่วยทักทายและพูดอะไรกับผู้ชมเน็ตฟลิกซ์และเหล่าแฟนๆ ของคุณที่ตั้งตารอชมซีรีส์เรื่องนี้หน่อย?

คิมซูฮยอน : ขอบคุณทุกท่านที่สนใจดราม่าซีรีส์เรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะเพลิดเพลินไปตลอดการเดินทางของตัวละคร ได้เห็นตัวตนของตัวเองสะท้อนผ่านตัวละครในเรื่อง และค้นพบสิ่งสำคัญของชีวิต

ซอเยจี : ขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานในวันนี้ ผู้ชมจะได้เปิดประสบการณ์และเยียวยาตัวเองไปพร้อมๆ กับตัวละคร หวังว่าทุกท่านจะชอบและมีความสุขไปกับซีรีส์เรื่องนี้

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของ ‘มุนคังแท’ (คิมซูฮยอน) เจ้าหน้าที่แผนกจิตเวชที่ไม่เชื่อในความรัก เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมภาระอันหนักหน่วงในการต้องเป็นเสาหลักของบ้าน ทั้งยังต้องดูแลพี่ชายที่เป็นออทิสติก ขณะเดียวกัน ‘โกมุนยอง’ (ซอเยจี) นักเขียนหนังสือเด็กชื่อดังที่แม้ว่าเธอจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย แต่ความจริงแล้วเธอเป็นโรคต่อต้านสังคม ไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนอื่น รวมทั้งไม่รู้จักความรัก และเมื่อทั้งสองได้โคจรมาพบกัน บาดแผลทางจิตใจของทั้งคู่ต่างได้รับการเยียวยาซึ่งกันและกันไปทีละน้อย

“เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน” นำแสดงโดย คิมซูฮยอน, ซอเยจี กำกับโดย พัคชินอู เขียนบทโดย โจยอง ผลงานสร้างโดย Studio Dragon ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เริ่มตอนแรกในวันที่ 20 มิถุนายน 2653 ทาง Netflix


ข้อมูล : Netflix

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ออร่าแรง! อกขาวกว่ากระดาษ A4 คิมซูฮยอน คัมแบ็กผลงานใหม่ในรอบ 5 ปี

เพอร์เฟ็คท์แมน “คิมซูฮยอน” ซุป’ตาร์เกาหลี หล่อเก่งครบสูตร เข้าแข่งขันเป็นนักกีฬาโบว์ลิ่งอาชีพ

สู้สุดตัว พยายามสุดใจ 'เจน BNK48' เผยเสียน้ำตาหนักมาก กว่าจะก้าวมาถึงเซ็นเตอร์

สู้สุดตัว พยายามสุดใจ ‘เจน BNK48’ เผยเสียน้ำตาหนักมาก กว่าจะก้าวมาถึงเซ็นเตอร์

‘เจน-กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์’ เจ้าของตำแหน่ง ‘เซ็นเตอร์’ คนล่าสุดแห่ง BNK48 เผยเบื้องหลังความสู้สุดตัว พยายามสุดใจ จนก้าวมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ

จากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ชื่อของ ‘เจน-กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์’ มาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนมากถึง 100,489 คะแนน ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นเซ็นเตอร์แห่ง BNK48 ที่พร้อมฉายพลังความสดใส เรียกว่าสมใจแฟนๆ ที่ร่วมส่งแรงเชียร์กันสุดใจ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่ง่ายๆ เลย เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง ต้องสู้ขนาดไหน ต้องเสียน้ำตาไปเท่าไหร่ บอกเลยว่าบทสัมภาษณ์เปิดใจครั้งนี้ จะทำให้แฟนๆ หลงรักสาวน้อยสุดแกร่งคนนี้มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

สู้สุดตัว พยายามสุดใจ 'เจน BNK48' เผยเสียน้ำตาหนักมาก กว่าจะก้าวมาถึงเซ็นเตอร์

“ขอบคุณแฟนคลับทุกคนมากๆ ค่ะ สำหรับของขวัญวันเกิดในปีนี้ ซึ่งตอนแรกงานเลือกตั้งจะจัดขึ้นในวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งเจนเกิดวันที่ 23 แฟนๆ จึงอยากให้ตำแหน่งเป็นของขวัญวันเกิด แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานเลื่อนมานิดหน่อย (19 เมษายน) ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังที่มีค่ามากๆ ค่ะ

“สำหรับการเตรียมตัว จริงๆ ไม่ใช่แค่ช่วงนี้นะคะ เพราะที่ผ่านมาเจนจะคอยดูผลงานตัวเองย้อนหลังตลอด เพื่อเช็กว่าพลาดตรงไหน ต้องฝึกฝนหรือพัฒนาอะไรเพิ่มเติม และรับฟังความคิดเห็นของคนรอบตัว แม้บางคำพูดอาจจะแรงหรือแทงใจดำไปบ้าง ถ้าเป็นเรื่องจริงเราก็ต้องยอมรับให้ได้ ส่วนเรื่องการซ้อมร้องเพลง ซ้อมเต้น เป็นสิ่งที่ทุกคนใน BNK48 ทำเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างช่วงที่ต้องหยุดอยู่บ้าน พวกเราก็ใช้วิธีฝึกซ้อมและส่งคลิปให้ตรวจทางออนไลน์แทน นอกจากนั้นถ้ามีเวลาเจนก็เรียนร้องและเต้นเพิ่มเติมจากข้างนอกด้วย

สู้สุดตัว พยายามสุดใจ 'เจน BNK48' เผยเสียน้ำตาหนักมาก กว่าจะก้าวมาถึงเซ็นเตอร์

“เจนชอบการแต้นแนวคอนเทมโพรารี เพราะช่วงก่อนเข้า BNK48 เจนเคยเรียนบัลเลต์ที่มีความคล้ายกับการเต้นคอนเทมโพรารี แต่ห่างหายไปนาน ตอนนี้ก็พยายามฝึกฝนอยู่ค่ะ แต่ถ้าถามว่าถนัดอะไรที่สุด เจนน่าจะถนัดนอน…ล้อเล่นค่า (หัวเราะเสียงใส)

“ถ้าให้คะแนนตัวเองจากวันแรกที่น่าจะได้แค่ 1 คะแนน วันนี้เจนให้ตัวเองเต็ม 10 เลยค่ะ (หัวเราะ) คืออาจจะยังไม่ถึงกับเก่ง แต่มีการพัฒนาขึ้นมากค่ะ (ยิ้ม)

“ยิ่งถ้าเทียบกับสมัยเด็กๆ นี่คนละเรื่องเลย เมื่อก่อนเจนค่อนข้างเงียบ ไม่มั่นใจ คือชอบเต้นนะคะ แต่ไม่กล้าแสดงให้ใครดู เวลาอยู่ในโรงเรียนเจนเหมือนล่องหนได้ คืออยู่เงียบๆ ไป ซึ่งเจนก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้มั่นใจขึ้นเริ่มจากตอนไหน กระทั่งตัดสินใจมาสมัครเข้า BNK48 จากความชอบวง AKB48 ตอนนั้นคิดอยากจะลองดูสักครั้ง ขอลองทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

“ซึ่งการได้มาอยู่ตรงนี้เปลี่ยนแปลงเจนไปหลายอย่าง บอกเลยว่ากว่าจะเป็นเจนทุกวันนี้ เสียน้ำตาไปเท่าน้ำในมหาสมุทรเลยมั้งคะ (หัวเราะ) จากเมื่อก่อนที่ขี้อาย คิดมาก เวลาเจอคอมเมนต์ที่ไม่ดีก็จะจมอยู่กับสิ่งนั้น คิดวนไปเรื่อยๆ อย่างช่วงแรกที่ฝึกซ้อมร้องเพลง ต้องออกไปร้องทีละคนหน้าห้อง เจนจะต้องร้องไห้ก่อนร้องเพลงทุกครั้ง เพราะทั้งกลัว ไม่กล้า กดดันตัวเอง

“หรือเรื่องการพูด ช่วงแรกก็เสียน้ำตาอีกเหมือนกัน เพราะเจนพูดไม่เก่ง พูดไม่ทันคนอื่น แฟนคลับก็จะถามตลอดว่าทำไมเจนไม่พูด พอกลับไปบ้านคุณแม่ก็ถามอีกว่า ทำไมไม่พูดล่ะลูก รวมกันแล้วยิ่งเครียดและกดดันตัวเอง จนวันที่มีโอกาสได้เปิดใจคุยกับแฟนคลับในงานจับมือ เจนบอกเขาว่า กำลังพยายามอยู่นะ ขอเวลาหน่อย ซึ่งพอได้พูดความรู้สึกออกไป เหมือนได้ปลดล็อกตัวเอง ทำให้สบายใจขึ้น กล้าพูดมากขึ้น (ยิ้ม)

สู้สุดตัว พยายามสุดใจ 'เจน BNK48' เผยเสียน้ำตาหนักมาก กว่าจะก้าวมาถึงเซ็นเตอร์

“เจนมองว่าทุกอย่างต้องใช้ประสบการณ์ พอเราเริ่มปรับตัวได้ ปรับความคิด ปรับมุมมอง ก็ช่วยให้เข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น และกลายมาเป็นเจนในทุกวันนี้ คือไม่กลัวที่จะลอง เจนบอกตัวเองว่า ทำให้เต็มที่ที่สุด จะได้คะแนนเท่าไรก็ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่ได้ลองทำนะ” (ยิ้ม)

เมื่อยิงคำถามว่า เสน่ห์ของเจนคืออะไร เธอก็ตอบอย่างสดใสว่า

(หยุดนึก) “ถ้าเห็นเจนครั้งแรกหรือไม่เคยคุยด้วย น่าจะรู้สึกเฉยๆ ไม่อยากเข้ามาคุย แต่ถ้าได้ลองรู้จักและรู้ว่าเจนเป็นอย่างไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน ก็น่าจะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์นะ (หัวเราะเขิน) คือไม่ได้เทไปทางน่ารัก สวย หรือเท่ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนที่คุยด้วยแล้วน่าจะสนิทกันได้ มีความติงต๊องหน่อยๆ แบบว่ารวมๆ แล้วโอเค ประมาณนั้นค่ะ” (ยิ้ม)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

ภาพเพิ่มเติม : jane.bnk48official

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พระอารมณ์ขันของ “พระองค์ภา” รับสั่งถาม BNK48 ว่า “จะจับมือเราไหม เราไม่คิดเงิน”

โอตะเหมายกแผง! 16 สาวเซ็มบัตสึ BNK48 คิวต์ยกแก๊ง นิตยสารแพรว มิ.ย. 63

รางวัลแห่งความพากเพียร “เฌอปราง” BNK48 คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2

 

 

เปิดใจครั้งแรกในรอบ 20 ปี “ที-สเกิ๊ต” จากเกิร์ลกรุ๊ปกลายเป็นนักร้องไร้ค่าย

มาร์-จอย-กิ๊ฟท์ สามสาววง “ที-สเกิ๊ต” เปิดใจครั้งแรกในรอบ 20 ปีว่า ว่าพวกเธอช็อคมาก จากเกิร์ลกรุ๊ปซุปเปอร์สตาร์ กลายเป็นนักร้องไร้ค่าย ตกใจที่ค่ายยุบกะทันหัน และพยายามหนีหายไปจากสื่อเพราะทำใจไม่ได้

ที-สเกิ๊ต

ถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 25 ปีก่อน ชื่อของเกิร์ลกรุ๊ปที่โด่งดังด้วยยอดขายเกินล้านตลับและขึ้นแท่นนักร้องซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย ต้องยกให้กับ 3 สาว มาร์ – จอย –กิ๊ฟท์ วง “ที-สเกิ๊ต” ที่ออกอัลบั้มมาด้วยภาพลักษณ์สดใสกับชุดสีสัน ซึ่งทั้งเพลงและเสื้อผ้าหน้าผมกลายเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้ แต่โด่งดังได้เพียง 2 ปีกว่าๆ วงที-สเกิ๊ตก็ต้องแยกย้าย เพราะค่ายเพลงต้นสังกัดประกาศปิดตัวลง ซึ่งทั้ง 3 คนได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งให้แฟนๆได้หายคิดถึงในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 และเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปีที่เปิดอกยอมรับว่า ช็อคหนักมากที่ค่ายยุบกะทันหัน และพยายามหนีหายไปจากสื่อเพราะทำใจไม่ได้

ใครจะคิดว่าจากอัลบั้มชุดแรกที่ทะลุล้าน กับคอนเสิร์ตยาวลากมาถึง 2 ปีพอมาถึงอัลบั้มที่ 2 ปุ๊บ?

ที-สเกิ๊ต

จอย : ค่ายปิดเลย

ป็นไปได้ยังไง?กำลังทำเงินให้ค่ายเป็นหลายๆล้าน แล้วทำไมถึงปิด?

กิ๊ฟท์ : จริงๆศิลปินก็เยอะด้วย แล้วตอนนั้นศิลปินหลายคนก็โด่งดัง

จอย : มันไม่ใช่ความรู้สึกแค่ ที-สเกิ๊ตว่ามันเป็นไปได้ยังไง มันเป็นความรู้สึกของคนทั้งค่ายกระทั่งทีมงานทุกๆคนก็ช็อคไปเหมือนกันมันเกิดอะไรขึ้น แล้วเราจะทำอะไรกันต่อ เราจะเดินไปไหนต่อ แล้วงานที่ค้างอยู่ล่ะ

 เพราะว่ามันไม่มีแววเลย

จอย : มันไม่มีแววเลยพี่ เพราะเราทราบกันในรถตู้ ระหว่างเดินทางไปทำงาน

 เรางงไหมว่าเราจะไปกันยังไงต่อ?

ที-สเกิ๊ต

กิ๊ฟท์ : ทุกคนเป็นหมดค่ะ ต้องบอกว่าด้วยตัวศิลปินเองในคีตาและก็พี่ๆทีมงานทุกคน คือ มันเป็นบริษัทที่เล็กๆไม่ได้ใหญ่มาก แต่ว่าด้วยความที่มันเป็นองค์กรเล็กๆเราก็จะสนิทกันเหมือนครอบครัว เหมือนพี่น้องเจอกันบ่อยๆ

กิ๊ฟท์ : เพราะฉะนั้นทุกคนก็แบบเสียใจ เฟล ช็อค

จอย : แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่ทราบ เราไม่ทราบถึงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องปิด แต่ที่รู้ๆก็คือว่าทุกคนเนี่ยเจ็บ เหมือนกับว่า เฮ้ย…เราตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเราจะทำอะไรกันต่อไป มันเป็นอะไรที่ไวและก็จบเร็วมาก

ซึ่งตอนนั้นก็บอกตรงๆว่าเราก็ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่เกิดขึ้น เมื่อวานเราเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่อยู่ดีๆเหมือนกับว่าเราไม่มีบ้านแล้ว?

จอย : ใช่ บ้านเราแตก แล้วจะทำยังไงกันต่อไป แล้วคือ ณ ตอนนั้นพวกเราเด็ก

ก็แปลว่าการที่วันนั้นคีตาจบลง เหมือนกับเราก็หยุดเส้นทางในวงการบันเทิงกันไหม?

ที-สเกิ๊ต

มาร์ : เราก็แยกย้ายไปทำในสิ่งที่เรามองว่า อันนี้แหละน่าจะเป็นเส้นทางของเราที่เราจะต้องเดินคนเดียว ตอนนั้นมาร์จำได้ พอคตาปิดก็มีงานละครติดต่อเข้ามาเลย แต่เป็นงานของอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นก็ถ่ายละครทั้งสัปดาห์ สองสามเรื่องก็ถ่ายละครอย่างเดียวเลย บางทีเราก็รู้สึกว่า ถ่ายละครแล้วมันก็แบบ ถามว่าสนุกไหมมันก็สนุก แต่มันไม่สนุกเท่ากับการร้องพลง

จอย : ตอนนั้นก็กลับไปเรียนเลยค่ะ เพราะว่าเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 พอดี แล้วก็เลยรู้สึกว่า การเรียนเนี่ยแหละถูกปลูกฝังมาว่าการศึกษาเนี่ย มันจะช่วยเราต่อยอดได้ในอนาคต ถ้าเราไม่มีการศึกษาเราก็จะทำอะไรไม่ได้ ต้องเรียนให้จบ คิดแค่นี้ และก็ไปเรียน ระหว่างที่เรียนเลยเจอทาง เพราะว่าเราเรียนเกี่ยวกับเรื่องศิลปกรรมศาสตร์อะไรพวกนี้ มันเลยทำให้เราได้มาทำงานต่อเนื่องเกี่ยวกับเบื้องหลังบันเทิง จนถึงปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้จอยเป็นแคสติ้งไดเร็กเตอร์ เป็นแอ๊คติ้งโค้ช เมื่อก่อนก็เป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัทฟีโนมิน่า ทำร่วมกับคุณต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย ที่เป็นผู้กำกับอันดับหนึ่งของโลก ชีวิตก็ยังอยู่ในวงการนะคะ แต่ผันตัวเองไปอยู่เบื้องหลัง ไม่กล้าอยู่เบื้องหน้าจริงๆ

ใช้คำว่าไม่กล้าเลยเหรอ

จอย : ไม่กล้าอยู่เบื้องหน้า ณ ตอนนั้นนะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าไม่รู้จะไปตอบใครยังไงว่า ทำไมถึงไม่ออกอัลบั้มต่อ ทำไมค่ายถึงปิด

 ถึงขนาดที่คนนี้เปลี่ยนลุคก์ให้คนจำไม่ได้ว่านี้คือ จอย ที-สเกิ๊ต

จอย : ใช่ บางทีจอยรำคาญกับการต้องมานั่งตอบคำถามอะ มันเหมือนอกหัก มันเหมือนแบบพ่อแม่เราทะเลาะกันแล้วบ้านแตกอะ แล้วก็ถ้าเกิดเราต้องมาตอบอะไรซ้ำๆ เราก็เจ็บเหมือนกัน

มาร์ : ใช่ แล้วอีกอย่างมันเป็นคำตอบที่มันไม่เคลียร์กับตัวพวกเราเองด้วย มันเพราะอะไรกันแน่ อย่างนี้ค่ะ

จอย : จอยเลยแบบว่า ดัดฟัน เพราะว่าสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือ เรามีเขี้ยวกันทั้ง 3 คน ช่วงนั้นดัดฟันกำลังฮิตก็เลยไปดัดด้วย ก็คิดว่าคนคงจำไม่ได้ ก็ยังจำได้ มันเป็นความคิดแบบเด็กๆวัยรุ่นอะค่ะตอนนั้น

กิ๊ฟท์ : ของกิ๊ฟท์ก็จริงๆแล้วก็ไปเล่นละครอย่างเต็มตัวค่ะ เพราะจริงๆแล้วตัวเองเล่นละครมาตั้งแต่ 8 ขวบ แล้วก็ในระหว่างนั้นเนี่ย แม้ว่าจะออกเทปเอง ตัวเองก็เล่นละครมาตลอด เล่นละครจักรๆวงศ์ๆ นางเอกบ้าง นางร้ายบ้างก็สลับกันไป ก็เป็นละครอย่างเต็มตัว เพราะมาทางละครตั้งแต่เด็ก

ที-สเกิ๊ต

 แม้ว่าในปัจจุบันนี้ “วงที-สเกิ๊ต” จะกลายเป็นอดีตแล้ว แต่ถ้ามีคิวว่างตรงกันทั้ง 3 คนก็ยังรวมตัวออกอีเว้นท์อยู่ตลอดๆ และตอนนี้ทุกคนก็เป็นคุณแม่ยังสาวและสวยกันหมดแล้วจ้า ถ้าคิดถึง 3 สาวอยากจะย้อนไปยังวันวานที่ยังโด่งดังและติดตามว่าทั้ง 3 สาวทำธุรกิจอะไรอยู่บ้างก็ไปชมได้ในรายการ ต้มยำอมรินทร์  แบบย้อนหลังได้ที่ ยูทูป  https://youtu.be/0Hzu5OINmpY


 

ประวัติน้ำหอม

เปิดประวัติน้ำหอมดิออร์ ผ่านเรื่องเล่าราวกับบทกวีจากปากของ ฟรองซัวส์ เดอมาชี

เป็นครั้งแรกที่เรื่องราวของน้ำหอม DIOR กลิ่นต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องเล่าผ่าน PODCAST รายการเสียง-ผ่าน-สื่อระบบออนไลน์ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน

โดยเฉพาะผ่านการใช้งานทางอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ซีรีส์เสียง-ผ่าน-สื่อชุดนี้ เปิดโอกาสให้ผู้รับฟังได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรอัศจรรย์ของคริสเตียน ดิออร์ กับรกรากความเป็นมาของน้ำหอมกลิ่นต่างๆ ซึ่งทำให้นักออกแบบแฟชั่นผู้นี้กลายเป็นบุรุษแห่งตำนานในวงการน้ำหอม เสน่ห์ของเรื่องราวผ่านเสียงอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอารมณ์ แสดงให้เห็นถึงภาพบรรยากาศประทับใจในสถานที่ต่างๆ จากโพรว็องซ์สู่มหานครปารีส และแคว้นนอร์มังดี เรื่องราวทั้งหลายยังทวีความโดดเด่นด้วยถ้อยพรรณนาจนเห็นภาพของเหล่าบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์น้ำหอม DIOR

เรื่องราวเริ่มต้นในกราซ เมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นสถานที่โปรดปรานในดวงใจของคริสเตียน ดิออร์ และยังเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำหอมของดิออร์อยู่ในปัจจุบัน ส่วนฤดูร้อนในอินเดียเมื่อปี 1954 คือช่วงเวลาอันงดงามเป็นพิเศษสำหรับนักออกแบบแฟชั่น-น้ำหอม ระหว่างช่วงพักการแสดงเสื้อผ้าแต่ละคอลเล็คชั่นในกรุงปารีส

ในที่สุด เขาก็สามารถตักตวงความเพลิดเพลินในวันสงบสุขยามหลบพักกาย คลายใจที่คฤหาสถ์ ลา ก็อลล์ นัวร์ ในแขวงมงเตอรูซ์ ใจกลางเขตฟาย็องซ์ ที่นี่เอง ซึ่งเขาได้เพาะปลูกกุหลาบร้อยกลีบ, ต้นอัลมอนด์, องุ่นผลิตไวน์ และต้นมะกอกบนพื้นที่หลายเอเคอร์รอบตัวคฤหาสน์ เคียงคู่ไปกับลาเวนเดอร์ และมะลิ เพื่อเติมเต็มความฝันของชาวนอร์มังดีโดยกำเนิดที่จะมีสวนกสิกรรมรอบตัวบ้าน ดารดาษไปทั้งไม้ต้น และไม้ดอก เบื้องหน้าที่ทอดยาว กว้างไกลคือไร่มะลิเขี้ยวงูกรุ่นไออบอวล ในขณะที่ข้างกายคือเอ็ดมังด์ รูดนิตสก้า นักออกแบบน้ำหอมผู้โด่งดัง เขากำลังฟังเสียงสดใสในมวลธรรมชาติ สลับกับจังหวะการทำงานอย่างหนัก และขะมักเขม้นแต่เช้าตรู่ของกลุ่มคนงานเก็บดอกไม้ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งมือจนเที่ยงวัน งานเก็บเกี่ยวนั้นก็ยุติ

ทัศนียภาพตระการตาอันดับแรก เรืองรองอยู่ภายใต้แสงเช้า คลอเสียงจักจั่นร้องระงม ราวกับเป็นปฐมบทแนะนำซีรีส์ในรายการเสียง-ผ่าน-สื่อระบบพ็อดแคสท์ ความรัก และหลงใหลที่คริสเตียน ดิออร์มีต่อมวลดอกไม้ ได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน และหล่อเลี้ยงกระแสความคิดสร้างสรรค์สุดมหัศจรรย์อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของเขา

ในบางฉากที่คัดสรรมานำเสนอ ได้เดินทางออกจากหมู่บ้านกร็องวิลล์ไปสู่กรุงปารีส จากความวิจิตรอลังการของยุคแบ็ลล์ อีพ็อคมาสู่วิถีมัธยัสต์ กับข้อกำหนดเคร่งครัดของช่วงเวลาหมองหม่นหลายปีระหว่างสงคราม จากน้ำหอมกลิ่นหนึ่งไปยังน้ำหอมอีกกลิ่น สถานที่แห่งหนึ่ง สู่อีกสถานที่ ทันใดนั้น เสื้อผ้าคอลเล็คชั่นนิวลุคพลันปรากฏออกมา เพื่อปฏิวัติวงการแฟชั่นทั่วโลก ประกอบกับเสียงพูดของคริสเตียน ดิออร์เอง การใช้ถ้อยคำละเอียดอ่อน กินความ ก่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน จุดประกายจินตนาการให้เราได้เข้าใจมุมมองใหม่ของเขาที่มีต่อผู้หญิง-เหมือน-ดอกไม้ ผ่านความกล้า และท้าทายในงานออกแบบโครงสร้างทรวดทรงเสื้อผ้าซึ่งสะกดทุกสายตาด้วยงานซ้อนสุ่มซับในฟูฟ่อง และบานกว้าง อาศัยแรงบันดาลใจจากความทรงจำครั้งเยาว์วัยในอดีต

ได้เรียนรู้อิทธิพลเชิงสุนทรียศิลป์แง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฉดต่างๆ ของสีชมพู และสีเทา, กุหลาบ และวิถีชีวิตอารยะ จากคฤหาสน์ประจำตระกูลในกร็องวิลล์ แต่ละช่วงเวลาในแต่ละยุคสมัย ถ้อยวิจักษ์แสดงความคิดเห็นสอดแทรกอารมณ์ ช่วยขยายความชัดเจนของเรื่องราว คำพูดสละสลวยราวกับบทกวีจากปากของ ฟรองซัวส์ เดอมาชี นักสร้างสรรค์-ผู้ปรุงน้ำหอมของ DIOR ที่เขาใช้พรรณนาถึงน้ำหอมต่างๆ ซึ่งกลายเป็นตำนานของ DIOR อย่างกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ และใบไม้เขียวขจีในตระกูลกลิ่นผสมของ MISS DIOR หรือแนวกลิ่นหอมหวาน และสดชื่นของดอกลิลลี ออฟ เธอะ วัลเลย์ของ DIORISSIMO

ด้วยความประทับใจอันมีต่อความงดงามของสถานที่ต่างๆ ซึ่งกล่าวถึงไว้ข้างต้น เขายังปลุกวิญญาณแห่งคฤหาสถ์ลา ก็อลล์ นัวร์ให้กลับมารุ่งโรจน์ขึ้นอีกครั้ง

ไม่ต่างอะไรจากสารคดีที่เรียบเรียงมาอย่างดีอยู่ในบทการเดินทางผ่านยุคสมัย และสถานที่ต่างๆ “DIOR UNTOLD” คือซีรีส์ชุดใหม่ในรายการเสียง-ผ่าน-สื่อช่องทางพ็อดแคสท์ ราวกับเชื้อเชิญให้เราได้ล่วงเข้าสู่อาณาจักรมหัศจรรย์ และต้องมนตราจากเรื่องราวของนักสร้างสรรค์อัจฉริยบุคคล ถ้าน้ำหอม DIOR พูดได้…

ประวัติน้ำหอม

ฟังซีรีส์ชุดใหม่ “FOR THE LOVE OF FLOWERS”: “เพื่อความรักที่มีให้แก่มวลพฤกษา” ได้ผ่านช่องทาง DIOR.COM, SPOTIFY, DEEZER, APPLE PODCAST, YOUTUBE, SOUNDCLOUD…สำหรับคนรัก PODCAST


 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มีความยูนีค! 12 น้ำหอมสุดโปรดของ สตรีที่มีชื่อเสียงในตำนาน ทั้งอดีตและปัจจุบัน

นี่คือน้ำหอม 5 กลิ่นที่เจ้าหญิงและเหล่าเซเลบริตี้คนดังเลือกใช้ในวันสำคัญ

กลิ่นน้ำหอมและเมคอัพไอเท็มที่ “เจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” ทรงโปรด

หอมหรูดูมีคลาส 14 ลิสต์น้ำหอมทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง

น้ำหอมที่ถูกเซ็นเซอร์ชื่อ! TOM FORD F***ing Fabulous มีขายในไทยแล้ว

 

 

 

ริชชี่ สวยหวานเบอร์แรง แฟชั่นชุดแต่งงานไทยในนิตยสารแพรวเวดดิ้ง มิ.ย. 63

ริชชี่ – อรเณศ ดีคาบาเลส สะท้อนความอ่อนโยนของเจ้าสาวผ่านชุดไทยจากร้าน Deep Love Wedding รับประกันความงามที่ใจละลายแน่นอน

ชุดไทยมีหลายแบบให้เลือก แล้วจะเลือกยังไงให้ทั้งเหมาะ ทั้งสวย Deep Love Wedding แนะนำมาว่า

อย่างแรกเลยต้องดูก่อนว่าบุคลิกของเจ้าสาวเป็นลักษณะใด มีรูปร่างแบบไหน เช่น  เป็นคนตัวผอม สมส่วน เจ้าเนื้อ สูง หรือเตี้ย ต่อมาก็ต้องมาดูที่สถานที่จัดงานแต่งงาน หรือธีมของงานแต่ง ว่ามีลักษณะแบบไหน สีอะไร เพื่อที่เวลาเจ้าสาวใส่ชุดแต่งงานไทยแล้วเข้าไปยืนถ่ายภาพในงานแล้ว จะได้ไม่จมหายไปพร้อมกับสถานที่

วิธีการเลือกสีชุดแต่งงานไทยให้สวย

จริงๆ แล้วไม่ยากเลย ควรเลือกสีชุดให้แตกต่างกับสีผ้านุ่ง อย่างเช่น ถ้าเสื้อสีชมพูอ่อน ผ้านุ่งควรเป็นชมพูเข้ม หรือเป็นสีอื่นไปเลย เพราะถ้าสังเกตดีๆ ชุดไทยจะเป็นชุดทรงกระบอก เพราะฉะนั้นเราควรเลือกสีให้มีความแตกต่างกัน ให้คอนทราสต์กันนิดหน่อยเพื่อที่จะได้ให้เห็นทรวดทรงของเจ้าสาวได้อย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้น ถ้าเราใส่สไบสีทอง ผ้านุ่งสีทอง เวลาดูแล้วก็จะเหมือนแท่งสีทองๆ เดินได้ แต่ในกรณีที่เสื้อเป็นสีเดียวกับผ่านุ่ง ก็อาจจะนำสไบมาห่มทับอีกชั้นก็ได้

นอกจากนี้ เนื้อผ้า ยังมีผลต่อความสวยงามของชุดแต่งงานไทยด้วย เพราะเนื้อผ้าจะเพิ่มความหนา-บางให้กับตัวของเจ้าสาวได้ ในกรณีที่เจ้าสาวตัวผอมมาก ควรเลือกผ้าที่พริ้วๆ บางๆ เพื่อที่จะได้เพิ่มเนื้อหนังให้เจ้าสาวมากยิ่งขึ้น  แต่ถ้าเจ้าสาวเป็นคนเจ้าเนื้อ ต้องเลือกหนาขึ้นมานิดนึงจะได้จับทรงให้เข้ารูปได้ง่าย

ชุดแต่งงานไทย

ชุดแต่งงานไทย

ชุดแต่งงานไทย

ชุดแต่งงานไทย

ชุดแต่งงานไทย

ชุดแต่งงานไทย

ดูแบบชุดแต่งงานร้าน Deep Love Wedding เพิ่มเติมคลิกเลย!

ชุดแต่งงานจาก Deep Love Wedding
ซอยอุดมสุข 49 ถนนสุขุมวิท 103 กรุงเทพฯ
โทร. 0-2398-5739, 0-2399-1693, 09-5789-9556
เว็บไซต์ : www.deeplovewedding.com
เฟซบุ๊ก : DeepLove ชุดแต่งงาน ชุดไทย
ไอจี : @deeplove_official
ไลน์ : @deeplovewedding

ตั้ว-ศรัณยู

เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่อ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ถึงมาดโหดแต่ใจดีนะ

ถึงลักษณะภายนอกจากของนักแสดงมากความสามารถ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง จะดูดุๆ ไปสักหน่อย  แต่สำหรับลูกๆ แล้ว เขาคือคุณพ่อที่ใจดีและอบอุ่น และยังสนิทกับลูกสาวฝาแฝด “น้องหนุน-ศุภรา” และ “น้องหนัง-ศีตลา” มากๆ ด้วย

จริยธรรมนำความเก่ง

ในขณะคุณพ่อ-คุณแม่บางคนจะซีเรียสกับเรื่องการเรียน ต้องเก่งต้องได้เอทุกตัว แต่การดูแลเด็กๆของ “บ้านวงษ์กระจ่าง” ไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาดูจะให้ความสำคัญกับวิชาชีวิตมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม “ตั้ว-ศรัณยู” เน้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะเขาไม่ได้อยากเห็นลูกโตมาเก่งในแบบที่สังคมยกย่องแบบง่ายๆ เช่น คนนี้เก่ง คนนี้รวย คนนี้เป็นดอกเตอร์ คนนี้อ่านหนังสือได้เร็วกว่าเพื่อน คนนี้พูดภาษาอังกฤษได้ก่อนใคร เขามองว่ามันเป็นแค่เปลือกและไม่สำคัญกับชีวิต แต่อยากให้ลูกสาวทั้งสองเป็นมีจิตใจอ่อนโยน จิตใจที่ดีงาม เข้าใจความเป็นไปของชีวิต มีความรู้สึกเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจริยธรรมต่อคน สังคมและสิ่งแวดล้อม

“ตั้ว-ศรัณยู” บอกว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะปลูกฝั่งด้านจริยธรรมให้กับลูกสาวทั้งสองก็คือการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง พ่อแม่เป็นต้นแบบที่ดีที่สุดของลูก โดยคุณพ่อบ้านนี้ยังได้เล่าอีกด้วยว่า จริงๆ แล้วเขา สนใจธรรมะมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาเมื่อโตขึ้นในวัยหนึ่งก็เริ่มเข้าใจไปเอง และปรับจูนเราไปในแนวทางนี้ด้วยความเข้าใจของเราเอง

และแม้ว่าจะไม่เคยบวช แต่ก็ไม่คิดว่าการมีธรรมในใจต้องผ่านการบวชอย่างเดียว เชีวิตของแต่ละคนความเข้าใจในธรรมะของผมก็ได้ส่งต่อไปยังลูก ๆ โดยอัตโนมัติจากสิ่งที่ผมพยายาม

 

เป็นลูกตั้วอย่าหวังจะโดนสปอย

แม้ตอนนี้ลูกสาวคนสวยทั้งสองจะถูกจับตามอง แต่เดิมทีแล้ว “ตั้ว-ศรัณยู” ไม่อยากให้ลูกๆ เข้ามาทำงานในวงการเท่าไหร่ ด้วยคิดว่าวิธีการเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงค่อนข้างจะพิกล การเป็นทายาทคนบันเทิงก็เหมือนว่าเป็นซัมบอดี้ตั้งแต่เกิด เหมือนเป็นทางด่วนที่เข้าไปง่ายๆ เพราะจริงๆ แล้วอาชีพนี้ต้องทำงานกับคนอื่นมากมาย ต้องรู้จักรับผิดชอบ เพราะเป็นงานหนัก ดังนั้นถ้าคิดจะทำงานนี้จริงๆต้องตอบให้ได้ว่าอยากทำเพราะอะไร ต้องมีความมุ่งมั่น อยากเรียกร้องให้ทุกคนมาปรนเปรอ กลายเป็นสปอยและบ่มเพาะนิสัยที่ไม่ถูกต้อง

เชื่อว่าทุกคำสอนของคุณพ่อตั้ว-ศรัณยู จะอยู่ในใจและความทรงจำของลูกสาวทั้งสองคนตลอดไป


ข้อมูล : goodlifeupdate By ชีวจิต

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

กำลังใจจาก แอม-เสาวลักษณ์ ถึง เปิ้ล-หัทยา และครอบครัว

ดาวที่ลาลับฟ้า “ตั้ว ศรัณยู” พระเอกยุค 80s และคนเบื้องหลัง กับความทรงจำ 40ปี

รู้จัก มะเร็งตับ โรคที่คร่าชีวิต “ตั้ว ศรัณยู” อันตรายอันดับ 1 ที่ผู้ชายต้องระวัง

“ตั้ว”จบ”แอม”ด้วยรอยยิ้ม! สอน“ลูกหนัง”อย่าร้องให้คนอื่นสปอยเพราะเป็นลูกดารา

มะเร็งตับ

รู้จัก มะเร็งตับ โรคที่คร่าชีวิต “ตั้ว ศรัณยู” อันตรายอันดับ 1 ที่ผู้ชายต้องระวัง

แพรวดอทคอม ขอแสดงความเสียใจกับ “ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง” นักแสดงรุ่นใหญ่ในดวงใจของผู้ชมตลอดกาล ที่เสียชีวิตด้วย “โรคมะเร็งตับ” ระยะสุดท้าย นอกจากนี้ จะพาลูกเพจทุกคนมาทำความรู้จักโรคมะเร็งตับนี้เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันและรักษาได้ทันท่วงทีกันค่ะ

โรคมะเร็งตับ เป็นปัญหาสุขภาพที่คร่าชีวิตคนไทยมานานแล้ว ปัจจุบันมะเร็งตับพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สาเหตุสำคัญมาจากไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี หากตรวจพบช้ามีโอกาสเสียชีวิตภายในไม่กี่เดือน เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทัน หมั่นตรวจเช็ค ดูแลสุขภาพตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างไกลมะเร็งตับคือสิ่งสำคัญ

รู้จักมะเร็งตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษและของเสีย ผลิตน้ำดีในการย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างและเก็บสะสมแป้งและไขมันเพื่อเป็นพลังงาน รักษาสมดุลในร่างกาย ดังนั้น เมื่อเซลล์บริเวณตับเกิดการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนอย่างผิดปกติ สามารถพัฒนามาเป็นมะเร็งตับ (Liver Cancer) ได้ในที่สุด ซึ่งมักเกิดจากการที่ตับอักเสบพัฒนาไปเป็นตับแข็งและเซลล์ตับแข็งพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งตับ ที่ต้องระวังคือผู้ป่วยโรคมะเร็งตับไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ เนื่องจากไม่แสดงอาการที่ผิดปกติจนก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่และค่อนข้างยากต่อการรักษา

ต้นเหตุมะเร็งตับ

  • ภาวะตับแข็งจากสาเหตุต่าง ๆ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • ไขมันเกาะตับ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคอ้วน
  • ทานอาหารปนเปื้อน โดยเฉพาะอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ที่พบมากในถั่วลิสง พริกป่นแห้ง

สัญญาณเตือนมะเร็งตับ

  • ปวด แน่น เจ็บบริเวณท้องบนด้านขวาและลิ้นปี่ คล้ายกับโรคกระเพาะอาหาร
  • คลำเจอก้อนขนาดใหญ่ใต้ชายโครงด้านขวา
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต
  • คลื่นไส้ อาเจียน

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งตับมีหลายวิธี ได้แก่

  • การตรวจอัลตราซาวนด์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สามารถมองเห็นก้อนหรือความผิดปกติที่ตับได้ หากตรวจพบก้อน อาจต้องตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามการวินิจฉัยของแพทย์
  • การตรวจสารบ่งชี้โรคมะเร็งตับ ได้แก่ เลือด สารคัดหลั่ง เนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยมักจะใช้การตรวจเลือดเพื่อดูค่า AFP (Alpha – Fetoprotein) สารวัดค่ามะเร็งตับที่นิยมใช้ตรวจค้นหาขั้นต้นของโรคมะเร็งตับ หากมีค่า AFP สูงอาจบ่งบอกได้เบื้องต้นว่ามีเซลล์มะเร็งตับ และแพทย์มักให้ตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan โดยต้องอาศัยการฉีดสารทึบรังสีเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจน วินิจฉัยได้ถูกต้อง แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตและไม่ควรตรวจบ่อยต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
  • การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้เห็นความผิดปกติของตับอย่างชัดเจน ทำให้ทราบผลการตรวจวินิจฉัยมะเร็งตับที่แน่นอน ข้อดีคือไม่มีสารตกค้างในร่างกาย แต่ไม่สามารถตรวจในผู้ป่วยที่มีการฝังโลหะภายในร่างกาย
  • การตัดชิ้นเนื้อตรวจ โดยแพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปที่ตับแล้วทำการตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์ วิธีนี้วินิจฉัยมะเร็งตับได้ค่อนข้างแน่นอน

วิธีการรักษามะเร็งตับ

การรักษามะเร็งตับมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยแพทย์เฉพาะทางจะทำการพิจารณาวิธีที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่

  • การผ่าตัดก้อนมะเร็งตับ เนื่องจากการผ่าตัดรักษามะเร็งตับไม่สามารถผ่าเฉพาะก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งตับออกไปได้ อาจส่งผลกระทบถึงเนื้อเยื่อข้างเคียง ส่งผลให้อาจเกิดอันตรายถึงตับวายได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่จะรักษาด้วยวิธีนี้มีเพียง 10 – 20% ที่สามารถรักษาโดยการผ่าตัดเนื้อตับออกไปได้
  • การจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Ablation – RF) มักใช้ในกรณีที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดไม่เกิน 3 – 4 เซนติเมตร โดยใช้เข็มเข้าไปทำลายก้อนเนื้อด้วยความร้อน โดยใช้การอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระบุตำแหน่ง ข้อดีคือเนื้อตับถูกทำลายน้อยมาก ทำลายเซลล์มะเร็งตับแบบถาวร ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว
  • การให้เคมีบำบัดผ่านทางหลอดเลือดแดง (Transarterial Chemoembolisation – TACE) เป็นการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ และก้อนเนื้อบริเวณตับมีขนาดใหญ่ประมาณ 7 – 10 เซนติเมตร โดยสอดกล้องหรือสอดท่อเข้าไปทางหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอกที่ตับ จากนั้นทำการให้ยาฆ่าเซลล์มะเร็งและให้สารอุดกั้นหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอก ทำให้ก้อนเนื้องอกถูกทำลายด้วยเคมีบำบัดและขาดเลือดไปเลี้ยง วิธีนี้ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน แต่อาจต้องกลับมาทำซ้ำหากเซลล์มะเร็งยังมีอยู่ หรือรักษาก้อนเนื้องอกจนเล็กลง
  • การจี้ทำลายก้อนมะเร็งตับด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation) คล้ายกับวิธี RF โดยใช้เข็มที่ผลิตความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟผ่านรูเล็ก ๆ  ที่มีขนาดเพียง 2 – 3 มิลลิเมตรเข้าไปทำลายก้อนเนื้อในตับที่มีขนาดไม่เกิน 5 เซนติเมตร โดยใช้การอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระบุตำแหน่ง วิธีนี้ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว

FUSION ULTRASOUND เทคโนโลยีช่วยในการรักษามะเร็งตับ

การรักษามะเร็งตับในปัจจุบันพยายามทำลายเนื้อตับปกติส่วนที่ไม่ใช่เซลล์มะเร็งให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีการรักษามะเร็งตับที่ช่วยให้สามารถทำลายก้อนเนื้อได้แบบเฉพาะจุดคือทางเลือกที่ดีต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง Fusion Ultrasound เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดียิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถดึงภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มารวมกับภาพจากเครื่องอัลตราซาวนด์ กลายเป็น Fusion Imaging ภาพ 4 มิติที่มองเห็นก้อนเนื้อและขอบเขตได้ละเอียดชัดเจน ช่วยให้รักษาได้ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ ลดโอกาสผิดพลาด

เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งตับด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation) ที่ใช้พลังงานความร้อนเข้าไปทำลายก้อนเนื้อ ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือรังสีวินิจฉัย เช่น  เครื่องอัลตราซาวนด์ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) เข้ามาช่วย ทำให้ทำลายก้อนเนื้อได้ถูกตำแหน่ง ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พักฟื้นเพียงไม่นานก็กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ นับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยรักษามะเร็งตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะมะเร็งตับอาจไม่ใช่โรคไกลตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ การตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกปีคือสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี รวมถึงเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับอย่างเห็นผล


ข้อมูล : รศ.นพ.คมกริช ฐานิสโร หัวหน้าศูนย์รังสีร่วมรักษา โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โชคดีที่ลดน้ำหนัก! ซูบิน ผอมจนคลำเจอก้อนที่คอ พบเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดท้องหลังกินข้าว หนึ่งในสัญญาณ มะเร็งกระเพาะอาหาร

ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะบ่อย สัญญาณเตือนของ โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

รู้จัก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดฮอดจ์กิน ศัตรูตัวร้ายที่ซุ่มโจมตีระบบภูมิคุ้มกัน

แนวทางการรักษา “มะเร็งศีรษะและลำคอ” แบบใหม่ มีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น

 

 

 

Loewe (โลเอเว่) ร่วมมือ พอลล่าส์

ดีงามเกินต้านไหว! ไอเท็มใหม่ Loewe ร่วมมือ พอลล่าส์ บูติก ซัมเมอร์นี้ต้องมีสักชิ้น

Loewe (โลเอเว่) ร่วมมือ ‘พอลล่าส์’ บูติกห้องเสื้อระดับตำนานบนเกาะอิบิซา นำเสนอเสื้อผ้า เครื่องประดับกลิ่นอายโบฮีเมียนและลายพิมพ์อันสนุกสนาน

ล่าสุดแบรนด์ดังโลเอเว่ ออกคอลเล็คชั่นใหม่ที่มีชื่อว่า “โลเอเว่ พอลล่าส์ ซัมเมอร์ 2020” ถ่ายทอดพลังงานความสนุกสนาน และมีชีวิตชีวีวา อันเป็นเสน่ห์ของหมู่เกาะแบลีแอริก (Balearic) และเฉลิมฉลองช่วงเวลาอันรุ่งเรืองของหมู่เกาะแห่งนี้ที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมทั่วโลก

ปล่อยความรื่มรมณ์และหลีกหนีคลื่นความร้อนแห่งซัมเมอร์นี้ด้วยคอลเล็คชั่น โลเอเว่ พอลล่าส์ อิบิซา กระโปรงรัดรูปและเดรสมัดย้อมในโทนสีแดงเข้มถึงสีน้ำเงิน และกลุ่มสีเอิร์ธโทนไล่สีไปจนถึงสีเขียวโอลีฟ สีส้มเหลือบแดงไปจนถึงนีออนที่ปรากฏบนลายมัดย้อมหนึ่งลาย รวมไปถึงการนำเอาผลงานลายพริ้นท์เก่าของพอลล่าส์บูติก ออกแบบโดย Armin Heinemann และ Stuart Rudnik ผู้ก่อตั้ง

 Loewe (โลเอเว่) Loewe (โลเอเว่)

โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบหมู่เกาะ ไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์เมอร์เมด (Mermaid) นางเงือกกลางหมู่กัลปังหาสีแดง ถูกนำมาใช้เป็นลายพิมพ์หลักในคอลเล็คชั่นนี้ ปรากฏบนชุดแม็กซี่เดรส และเสื้อคลุมตัวยาวตกแต่งราฟเฟิลตลอดช่วงตัวและบริเวณแขน ขณะที่อีกลายพิมพ์เด่นนั้นมีชื่อเรียกว่า วอเตอร์ ลิลลี่ (Waterlily) ถูกนำมาพิพม์บนกางเกงทรงคาปรี กระโปรงทรงโบเลโล่ และชุดว่ายน้ำของทั้งชายและหญิง

โลเอเว่ พอลล่าส์ ยังคงคิดค้นเสื้อผ้าแห่งวันพักผ่อน ด้วยชุดคลุมตัวยาวผ้าลินิน ชุดเอี้ยมแบบสั้น ไปจนถึงกางเกงยีนส์ฟอก และในคอลเล็คชั่นนี้ ทางแบรนด์ก็ยังคงนำเสนอวัสดุที่เหมาะกับช่วงหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดโอเว่อไซส์ผ้าคอตตอนที่มีลูกเล่นการทำริ้วระบายที่ชายเสื้อ เสื้อยืดผ้าเทอรี่ที่ส่วมใส่สบาย แมตช์คู่กับกางเกงขาสั้นวัสดุบางเบา

Loewe (โลเอเว่)

นอกจากนั้น ยังมีไอเท็มเด่นอย่าง บอมเบอร์แจ๊คเก๊ตสีเงินสะท้อนแสง รองเท้าแซนเดิล และแว่นตาสีเหลืองฟลูออเรสเซนต์ ที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัว เพื่อชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และปาร์ตี้ฟูลมูนยามค่ำคืน

จากการเสาะแสวงหาช่างฝีมือ และการเดินทางรอบโลก ผลลัพธ์ที่ได้คือผลงานของกลุ่มช่างฝีมืออันโดดเด่นในทักษะงานหัตถกรรมเฉพาะตัวจากวัสดุธรรมชาติ ใบปาล์มถูกนำมาตัดและรีดตากแห้งให้มีความแข็งแรง ก่อนที่จะนำมาถักเป็นตะกร้ารุ่น Classic Basket ด้วยเทคนิคเฉพาะที่เรียกว่า ลล้าต้า llata กรรมวิธีดั่งเดิมของชาวเกาะแบลีแอริก

ตะกร้าทรงสีเหลี่ยมรุ่น Squared Basket ถูกทำขึ้นจากวัสดุกกป่า ด้วยเทคนิคดั้งเดิมโดยใช้กี่ทอ ขณะที่วัสดุเชือกคาบูย่าชั้นเลิศจากต้นอากาเว่ ถูกนำมาย้อมในเฉดสีส้มของแดดยามเย็น แล้วจึงนำมาทอเป็นลวดลายชิกร้า Shigra อันนเป็นลายพื้นเมืองของชาวเอกวาดอร์

กล่าวถึงกระเป๋ารุ่นดังอย่าง พัซเซิล โท้ท คูชั่น เพาช์ บั๊มพ์แบ็ค รวมไปถึงหมวกหลากทรง ก็ถูกแต่งแต้มด้วยลายพิมพ์เมอร์เมด (Mermaid) และวอเตอร์ ลิลลี่ (Waterlily) ลายพิมพ์เก่าที่ได้รับความนิยมจากการเปิดตัวคอลเล็คชั่นเมื่อปีที่ผ่านมา

ในส่วนของกระเป๋าใบจิ๋วนั้น ก็ถูกออกแบบให้มีรูปทรงสนุกสนานของเหล่าสัตว์ทะเลอย่าง ปลาหมึก ปลาโลมา ปลาปักเป้า และปลาวาฬ รวมไปถึงต่างหูและพวงกุญแจก็ถูกทำเป็นรูปสัตว์น้ำต่างๆ ที่สามารถพบได้ตามชายหาดเช่น ม้าน้ำและปลาดาวด้วยเช่นกัน

ซึ่งในครั้งที่ 4 ของคอลเล็คชั่นพอลล่าส์นี้ ภาพวิชวลต่างๆ นั้นถูกถ่ายทำโดยศิลปินช่างภาพ เกรย์ โซเรนติ  (Gray Sorrenti) ในเมืองเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญานแห่งวันพักผ่อนด้วยภาพของเหล่านายแบบ นายแบบที่กำลังเล่นสนุกสนาน ขี่สกูตเตอร์ และรถสามล้อบนหัวมุมถนนในเดลี ไปจนถึงการเต้นบีบอยบนดาดฟ้า และเดินเที่ยวในตลาดท้องถิ่น

สำหรับโลเอเว่ พอลล่าส์ อิบิซา 2020 จะออกวางจำหน่ายในร้านโลเอเว่ ประเทศไทยทั้งสองสาขา ในวันที่ 11 มิถุนายนเป็นต้นไป นอกจากนั้นยังเปิดให้ช้อปออนไลน์พร้อมสิทธิพิเศษมากมายบน Line Official Account ของโลเอเว่ @Loewe_TH และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน โลเอเว่จึงตัดสินใจที่จะมอบเงินจำนวนหนึ่งจากการขายสินค้าคอลเล็คชั่นพอลล่าส์ อิบิซา ให้กับองค์กรการกุศลอีกด้วย


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กลับมาแล้ว! คอลเล็คชั่นพิเศษ ยูนิโคล่ X มารีเมกโกะ คุณภาพดี ราคาจับต้องได้

ราคาสูงไหม? กระเป๋า BV Snap ไอเท็มหนังสานสุดหรูจาก Bottega Veneta

เรียบหรู ใช้งานง่าย IT BAG ใบใหม่ของ BALENCIAGA รุ่น GHOST BAG