TECHART THAILAND โดย B Autohaus ขนทัพปอร์เช่ พร้อมชุดแต่งแบบจัดเต็มแสดงในงานมอเตอร์โชว์

อัครวัชร คงสิริกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี ออโต้ฮาวส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยนตรกรรมนำเข้าจากทั่วโลก พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร จัดแสดง รถยนต์ปอร์เช่ (Porsche) แต่งโดย TECHART (เทค-อาร์ต) แบรนด์ชุดแต่ง ปอร์เช่ ชื่อดังจากเยอรมนี ซึ่งบริษัทบี ออโต้ฮาวส์ จำกัด (B Autohaus) ได้ลิขสิทธ์การเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก TECHART แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก จาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 พร้อมเซเลบริตี้มากมายร่วมงาน อาทิ พิชญ์นาฏ สาขากร, ตาม จํานงค์อาษา, วฤธ หงสนันทน์, เอมษิกา โชติวิจิตร และ เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์ พบกับยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยม ที่บูธ TECHART ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อิมแพ็คชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี เมื่อวันก่อน

อัครวัชร คงสิริกาญจน์ กล่าวว่า “บี ออโต้ฮาวส์ (B Autohaus) เกิดขึ้นจากการที่เราเล็งเห็นถึงความต้องการของลูกค้าพรีเมี่ยมคาร์ในประเทศไทยที่มีความหลากหลายทั้งในด้านแบรนด์และด้านการบริการ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่ง บี ออโต้ฮาวส์ เปิดให้บริการมากว่า 30 ปี จึงทำให้เรามั่นใจว่า เรารู้จักลูกค้าและเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี และสามารถตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้เป็นอย่างดีครับ รถของเราจึงมีความหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมกันนี้เรายังมีศูนย์บริการแบบครบวงจร 360 องศา รวมไปถึงศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง และศูนย์สปารถยนต์ระดับพรีเมี่ยมอย่าง Auto Essence ไว้รองรับลูกค้าทุกท่านได้อย่างครบวงจร เหมือนเป็น One-Stop Service เลยครับ

สุธิสา คงสิริกาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กร กล่าวเสริมว่า “ซึ่งในปีนี้ TECHART แบรนด์ชุดแต่งรถระดับโลก จะมุ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มที่ โดยเราได้รับความไว้วางใจจาก TECHART ในการแต่งตั้งให้ บี ออโต้ฮาวส์ (B Autohaus) เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ในนามของ TECHART THAILAND ค่ะ โดย TECHART เรียกได้ว่า เป็นแบรนด์ที่พัฒนาชุดแต่งควบคู่ไปกับรถปอร์เช่มาอย่างยาวนานหลายสิบปี และเราก็เห็นถึงเทคโนโลยีและการพัฒนาที่เรียกว่าก้าวกระโดดของ TECHART เราจึงมีความมั่นใจว่า TECHART จะเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีค่ะ”

ภายในงานพบกับการเปิดตัว TECHART แบรนด์ชุดแต่งรถยนต์ ปอร์เช่ ระดับพรีเมี่ยม อย่างเป็นทางการ โดยมีการจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ที่แต่งโดย TECHART ถึง 4 รุ่น แบบฟลูออฟชั่น คือ Grand GT (พื้นฐานจากรุ่น Panamera 4 E-Hybrid), Cayenne E-Hybrid, Macan และ 911 (รหัสตัวถัง 992) ซึ่ง Grand GT และ 911 คือ 2 รุ่นไฮไลท์ ที่ถูกส่งไปตกแต่งใหม่ทั้งคัน ตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน ที่สำนักงานใหญ่ของ TECHART เมืองสตุ๊ตการ์ท (Stuttgart) ประเทศเยอรมนี โดย Grand GT ถูกเพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดแต่งไวด์บอดี้, สปอยเลอร์ทรงสูง และล้อแม็ก TECHART Formula V ขอบ 22 นิ้ว ขณะที่ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้ เพื่อความหรูหราและสะดวกสบายสูงสุด

งานนี้ยังได้ ตาม จํานงค์อาษา  หวานใจดาราสาว โดนัท มนัสนันท์ เผยเคล็ดลับการเลือกชุดแต่งรถหรูในสไตล์ตัวเองว่า “ผมมีโอกาสได้นำรถปอร์เช่มาทำสีที่ B Autohaus แล้วผลงานออกมาเนี้ยบและประณีต ประทับใจมาก พอรู้ว่า B Autohaus นำชุดแต่ง TECHART ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ใครจะแต่งรถปอร์เช่ก็จะนึกถึงแบรนด์นี้ก่อนเสมอ เลยทำให้ยิ่งไว้ใจที่จะนำรถเข้าไปใช้บริการอีก เพราะ B Autohaus มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญได้รับการอบรมมาจาก TECHART ประเทศเยอรมนีโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการบริการที่มีคุณภาพและมารตฐานระดับโลกแน่นอนครับ”

และอีกแบรนด์ที่น่าจับตามองไม่แพ้กันอย่าง ROWEN แบรนด์ชุดแต่งรถสัญชาติญี่ปุ่น จัดเต็มกับรถเอ็มพีวีหรู ถึง 4 คัน คือ Toyota Voxy 2020, Toyota Alphard SC สีขาวและดำ ชุดแต่ง S และ Toyota Alphard SC สีดำ ชุดแต่ง RR รุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีความหรูหรา และความเท่ในเวลาเดียวกัน ด้วยชุดแต่งที่มีความเฉียบคมเหนือระดับที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัล Grand Prix Award ในงาน Osaka Motor Expo พร้อมกันนี้ยังได้ไฮโซหนุ่มผู้หลงใหลในงานดีไซน์ อย่าง เป๋า-วฤธ หงสนันทน์ มาแชร์ไลฟ์สไตล์การแต่งรถหรูและประสบการณ์ในการใช้บริการ บี ออโต้ฮาวส์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผมได้ซื้อรถ Alphard จากที่ B Autohaus ไป เพราะเวลาไปทำงานจะออกไปพร้อมกับคุณพ่อและพี่ชาย จึงต้องใช้รถใหญ่จะสะดวกมากกว่า ซึ่งได้รับบริการหลังการขายดีมาก ส่วนตัวผมทำธุรกิจที่ต้องมีบริการหลังการขายเหมือนกัน แล้วรู้สึกได้เลยว่าที่นี่ทำได้ดี ผมประทับใจมากจริงๆครับ ในส่วนของชุดแต่ง ผมเป็นคนชอบแต่งรถอยู่แล้ว ตอนแรกผมคิดว่าชุดแต่งสำหรับรถใหญ่จะใช้งานจริงไม่ได้ พอได้มาเจอชุดแต่งจาก ROWEN รู้สึกว่าดีไซน์ออกมาได้อย่างลงตัว สามารถใช้งานได้จริง ทำให้รถเอ็มวีพีดูทันสมัย มีความคล่องตัว และบ่งบอกความเป็นตัวเองมากขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานกับข้อเสนอสุดพิเศษที่ บี ออโต้ฮาวส์ จัดมาให้อย่างเต็มที่ อาทิ ที่พักจากโรงแรมสุดหรู The Ritz-Carlton, Koh Samui, แพ็กเกจล่องเจ้าพระยาแบบส่วนตัวด้วยเรือแฮคเกอร์-คราฟต์ และอื่นๆอีกมากมาย เฉพาะที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อิมแพ็คชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี เท่านั้น

รายละเอียดโปรโมชั่น

  • ลุ้นรับแพ็คเกจที่พักจาก โรงแรมสุดหรู The Ritz-Carlton, Koh Samui เอ็กซ์คลูซีฟด้วยห้อง Ultimate Pool Villa  ที่ได้สัมผัสวิวทะเลอ่าวไทยแบบพาโนรามา จำนวน 3 วัน 2 คืน
  • แถมฟรี! แพ็กเกจล่องเจ้าพระยาสุดหรูแบบส่วนตัวด้วยเรือแฮคเกอร์-คราฟต์ พร้อมบริการคนขับเรือจากทรู ลีสซิ่ง สำหรับรถ TECHART fully converted (4 คันที่โชว์ในงาน)
  • แถมฟรี! ชุดแต่ง TECHART รอบคัน มูลค่ากว่า 3 แสนบาท เมื่อซื้อ Cayenne SUV/Coupe พร้อมบริการติดตั้งชุดแต่งและส่งมอบรถทันทีใน 24 ชั่วโมง
  • แถมฟรี! ชุดแต่ง ROWEN รอบคัน มูลค่ากว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท เมื่อซื้อ Alphard,Vellfire,และ Voxy พร้อมบริการติดตั้งชุดแต่งและส่งมอบรถทันทีใน 24 ชั่วโมง
  • Warranty Battery Hybrid 5 ปี สำหรับรถยนต์ Porsche

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตอบรับการเชิญได้ที่
บริษัท พิมพลัส จำกัด โทร. 02-741-5212-5 #107
พิมพ์ชนะ เอกชัย (เจ็ม)   โทร. 080-611-7222 Line ID: gemskii
อุกฤษฎ์ ปริยธาดา (ออฟ) โทร. 084-411-5599 Line ID: offpimplus
พรรณนิภา สุวรรณ (ปูเป้) โทร. 081-832-0998   Line ID: poopaepsister28
ปภัสวีร์ พงศ์พิมล (วี) โทร. 080-990-9650 Line ID: vdsvedas

‘บ่วงรักมัดใจ ไม่ว่าเขาจะหงุดหงิด ขี้โมโห คุณก็มองข้ามได้’ ดูดวงรายวัน 16 กรกฎาคม 2563

ดูดวงรายวัน 16 กรกฎาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศึกษาวิจัย ที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น แพทย์แผนไทย แผนปัจจุบัน ครูบาอาจารย์ นักประวัติศาสตร์  วันนี้คุณอาจรู้สึกเบื่อหน่ายกับความเป็นไปรอบตัว เพราะเรียกร้องขอความเห็นใจจากเจ้านายก็ไม่ได้รับความสนใจ จึงต้องปล่อยไปก่อน

การเงิน : รายได้หลักมาจากการมีผู้บังคับบัญชาและทีมงานที่ดี แต่ก็ต้องระวังคุณอาจเสียเงินก้อนใหญ่ให้กับคนใกล้ชิดหรือคนรัก

ความรัก : คุณมีทัศนคติขัดแย้งในการใช้ชีวิตคู่มาแต่เดิมแล้ว ที่ยังอยู่ด้วยกันอาจเพราะเห็นแก่ผู้ใหญ่ หรือหน้าที่การงานที่ยังเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอยู่ แต่วันนี้อาจมีเหตุให้ระหว่างคุณต้องตัดขาดจากความสัมพันธ์ทั้งหมด แม้คุณจะขอ แต่เขาก็ไม่กลับ คนโสด คุณทำงานหนักมาก พอถึงเวลาก็อยากจะพัก ไม่อยากยุ่งกับใครแล้ว โดยเฉพาะคนที่เข้ามาวันนี้ไม่เหมาะสมกับคุณเลย

สุขภาพ : หากต้องเปลี่ยนสถานที่ ควรดูแลเรื่องความสะอาดส่วนตัวให้ดี โดยเฉพาะการใช้สิ่งของสาธารณะ เพราะคุณอาจติดเชื้อ หรือเป็นภูมิแพ้ได้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณอาจได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการทำงาน ไม่ควรยึดมั่นในไอเดียของตัวเองมากจนไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นของใครเลยนะคะ เพราะคุณอาจสร้างศัตรูได้โดยไม่รู้ตัว ควรเปิดใจ เปิดสมอง แล้วนำมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมงานก็จะไปได้ หรืออีกวิธีก็คือเปิดจ็อบพิเศษเป็นของคุณ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร

การเงิน :  คุณให้ความสำคัญกับตัวงานมากกว่าตัวเงิน แล้วคุณก็ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน จนลืมคิดถึงตัวเอง ควรเก็บเงินไว้บ้าง

ความรัก : คุณให้เวลากับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัว แต่วันนี้คุณทำงานด้วยใจที่ไม่เป็นสุข เพราะมีแต่ความหึงหวง และคาดหวังในตัวคู่สูง ก็คงต้องปล่อยวางสักอย่าง ไม่เช่นนั้นเครียดแย่เลย  คนโสด งานมาเป็นที่หนึ่ง ส่วนความรักยังไม่อยากจะคิด เพราะรู้ตัวดีว่ามีแล้ว คงขี้หึงและคาดหวังสูง

สุขภาพ : ระวังการเปลี่ยนแปลงของอากาศอาจมีผลต่อสภาพร่างกาย เช่น เป็นหวัด ปอดบวม เป็นต้น

                                                                

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณอาจเบื่อหน่ายกับปัญหาและอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาจากทุกด้าน จนขออยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรแล้ว ซึ่งวันนี้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คุณจะได้ไม่เหนื่อยและเสียความรู้สึก เพียงแต่ต้องระวังในเรื่องเอกสารสัญญา รวมถึงสัญญาใจให้ดี อาจทำให้คุณติดอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน   

การเงิน : ต้องระวัง ไม่ควรเซ็นเอกสารค้ำประกัน หรือกู้ยืมเงินให้ใครเลย เพราะคุณอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถูกหลอก ถูกต้มตุ๋น ถูกฉ้อโกง จนเข้าขั้นวิกฤติเลยนะคะ

ความรัก : คุณมีทัศนคติขัดแย้งกันในเรื่องการใช้ชีวิตคู่มาตลอดอยู่แล้ว จนกระทั่งวันนี้อาจมีบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รัก เพื่อหวังผลประโยชน์จากคุณ เมื่อเขาได้สมใจแล้วก็ตีจาก ทิ้งให้คุณกับคู่ต้องทะเลาะกันใหญ่โต คนโสด คุณตกอยู่ในบ่วงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะแม้เขาจะเจ้าอารมณ์ ขี้โมโห และหงุดหงิด แต่คุณก็สามารถวางเฉยได้

สุขภาพ : หากเดินทางออกนอกสถานที่ที่คุ้นเคย ควรดูแลเรื่องความสะอาดส่วนตัวให้ดี โดยเฉพาะการใช้สิ่งของหรือพื้นที่สาธารณะ เพราะคุณอาจติดเชื้อ หรือเป็นภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานอาร์ตทุกประเภท หรืองานที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม วันนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นวันของคุณ เพราะหากกำลังจะเริ่มต้นงานใหม่ หรือมีโครงการนำงานเก่าขึ้นมาปรับปรุงใหม่ คุณจะโดดเด่นในเรื่องของการติดต่อประสานงาน มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง มีชื่อเสียงโด่งดัง

การเงิน : ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ หากมีการตกลงเรื่องผลประโยชน์และเรื่องเงิน ควรระวังคำพูด หรือก่อนเซ็นเอกสารควรพิจารณาให้ดี เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาดในภายหลัง

ความรัก : คุณมีภาวะผู้นำสูง ทั้งงานในบ้าน และนอกบ้านก็ส่งเสริมและสนับสนุนหน้าที่การงานของคู่เป็นอย่างดี ดูแล้วครอบครัวก็พร้อมหมดทุกอย่าง ทั้งเงิน และความมั่นคงในหน้าที่การงาน คนโสด คุณมีเสน่ห์ ทำงานเก่ง มีภาวะผู้นำสูง ผู้หญิงเก่ง ผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้ามาจีบ คุณก็เช่นกัน

สุขภาพ : เวลาที่มีความสุขก็จะรับประทานมากขึ้นกว่าปกติ จึงต้องระวังเรื่องน้ำหนัก เพราะจะมีผลต่อช่วงขาและข้อเข่า ข้อเท้าที่ต้องรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  หากคุณกำลังรับอาสาเจ้านายไปทำงานที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง แม้จะเหมาะกับจริตของคุณ แต่ก็ต้องระวัง เพราะวันนี้อาจถูกแทงข้างหลัง จนต้องทำงานหนักและเหนื่อยชนิดสายตัวแทบขาด แต่ก็ยังดีที่ผู้ใหญ่ผู้หญิงให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้คุณได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลยทีเดียว

การเงิน : พื้นฐานของคุณต้องทำงานจึงจะได้เงิน แต่วันนี้คุณจะได้ผู้ใหญ่เข้ามาอุปถัมภ์ ก็ไม่ควรนำเงินไปใช้ในการเสี่ยงโชค หรือในทางที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก : อาจมีวาระโอกาสพิเศษที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งคู่คุณจากที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน วันนี้ก็อาจเปลี่ยนมาเป็นแฟมิลี่แมนที่ดี ให้เวลากับครอบครัว แต่อาจแค่วันนี้เท่านั้น คนโสด คุณมีดวงเป็นนารีอุปถัมภ์ เพื่อให้ได้คนที่คุณหมายตามาครอง แต่เมื่อได้สมดังใจก็ไม่ต้องการแล้ว

สุขภาพ : ระวังอุบัติเหตุจากของมีคมบาดเป็นแผลตามร่างกาย หรือจากเปลวไฟ ความร้อน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานช่างฝีมือทุกประเภท หรือทำงานมวลชน เช่น นักบวช นักประดิษฐ์สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ วันนี้อาจติดที่ข้อกฎหมาย หรือลิขสิทธิ์ ซึ่งคุณต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคเฉพาะตัวหรือชั้นเชิงในการเจรจา เพื่อให้งานผ่านไปให้ได้

การเงิน : หากคุณกำลังร่วมหุ้นลงทุนกับแฟน วันนี้ได้ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ก็ยังมีรายจ่ายกับการเข้าสังคม และการเดินทางท่องเที่ยว

ความรัก : วันนี้คุณอาจมีเหตุให้ต้องแยกบ้านกันอยู่ จะด้วยตั้งใจ หรือโดนบังคับด้วยกฎหมายก็ตาม คนโสด มาตรฐานในการเลือกแฟนของคุณสูงมากจริงๆ เพราะคุณหวังพบรักแท้และรักกันไปตราบชั่วฟ้าดินสลายเลย

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนติดเป็นนิสัย เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา จนเสี่ยงกับการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานการเกษตร เช่น เกษตรกร ผู้ที่ทำธุรกิจทางการเกษตร งานโอท็อป จนถึงงานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา วันนี้คุณอาจได้รับมอบหมายหรือได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้บริหารองค์กร ก็ไม่ควรเป็นผู้บริหารที่หงุดหงิด หรือโกรธง่ายนะคะ เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับลูกน้องและผู้ร่วมงาน ซึ่งที่สุดแล้วคุณก็จะรู้สึกไม่ดีเอง

การเงิน : วันนี้คุณก็ยังมีความสามารถใช้เงินทำงานสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง ซึ่งเงินจะไหลเข้าอย่างไม่ขาดมือเลยทีเดียว

ความรัก :  คุณได้รับการเอาใจใส่และดูแลอย่างดีจากครอบครัวมาตลอด ด้วยความที่คุณเป็นหัวหน้าครอบครัว วันนี้จึงอาจซีเรียสและจริงจังไปเสียทุกเรื่อง เพราะอยากให้ครอบครัวมีความพร้อมทัดเทียมกับคนอื่น  คนโสด คุณมีเสน่ห์ แต่ที่ผ่านมาก็ผิดหวังมาตลอด วันนี้อาจมีลุ้นได้เจอเนื้อคู่

สุขภาพ :  ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนติดเป็นนิสัย เพราะหากนานไป นอกจากจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหาแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

แอบรักใครอยู่หรือเปล่า น่าจะหิน เพราะอินดี้กันทั้งคู่ ดูดวงรายวัน 11 กรกฎาคม 2563

เป็นนารีอุปถัมภ์อยู่เงียบๆ จนถึงใช้สายมูมาช่วย ดูดวงรายวัน 12 กรกฎาคม 2563

กำลังรอใครอยู่หรือเปล่า?? วันนี้เขาอาจติดต่อกลับมา ดูดวงรายวัน 13 กรกฎาคม 2563

แม้จะถูกใจ แต่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรยุ่ง ดูดวงรายวัน 14 กรกฎาคม 2563

เปิดฉากผูกพันกันแบบชายไม่จริง หญิงไม่แท้ ดูดวงรายวัน 15 กรกฎาคม 2563

สเปรย์ขจัดกลิ่น

หน้าฝนควรมี! Ambi Pur Fabric Refresher สเปรย์ขจัดกลิ่น หอมอบอวลด้วยหมู่มวลดอกไม้

หน้าฝนต้องมีไอเท็มนี้ แอมบิเพอร์ (Ambi Pur) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ให้ความหอมชั้นนำของประเทศ ได้นำผลิตภัณฑ์ในดวงใจสาวๆ แม่บ้านยุคใหม่กลับมาอีกครั้งกับ แอมบิเพอร์ แฟบริค รีเฟรชเชอร์ (Ambi Pur Fabric Refresher) สเปรย์ขจัดกลิ่น บนผ้า ตัวช่วยที่จะมาเติมเต็มให้เฟอร์นิเจอร์ในบ้านของคุณมีแต่กลิ่นหอมสดชื่น เปี่ยมไปด้วยความสุข หมดกังวลปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ติดบนผ้าภายในบ้าน ซึ่งอาจเกิดจากการทำอาหาร สัตว์เลี้ยง หรือความชื้นในช่วงหน้าฝน

สเปรย์ขจัดกลิ่น

ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เช่น การเปลี่ยนรูปแบบโมเลกุลกลิ่น ทำให้กรดด่างเป็นกลาง และการดึงโมเลกุลกลิ่นเหม็นฝังลึกในใยผ้า ทำให้ แอมบิเพอร์ แฟบริค รีเฟรชเชอร์ มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถสร้างความหอม ให้คุณบอกลากลิ่นไม่พึงประสงค์บนผ้าซักยาก ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุมเตียง ฟูก โซฟา พรม เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งเบาะรถยนต์ เพียงแค่ฉีดลงบนผ้าแล้วรอให้แห้ง ก็เปลี่ยนกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้กลายเป็นกลิ่นหอมสดชื่นเสมือนซักใหม่ได้ทันทีด้วยปลายนิ้ว ง่ายและสะดวกรวดเร็วทันใจ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ที่ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นไอเทมที่ควรมีติดบ้าน

ในการกลับมาครั้งนี้ แอมบิเพอร์ แฟบริค รีเฟรชเชอร์ ได้อัพเกรดขวดบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามมากขึ้น หัวสเปรย์สามารถกระจายละอองได้ละเอียดและกว้างมากขึ้น เพื่อปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าและเพื่อตอบโจทย์กับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น รวมทั้งยังมีความพิเศษในเรื่องของกลิ่นที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายตามความชื่นชอบถึง 4 กลิ่น ไม่ว่าจะเป็น ดาวน์นี่ (Downy) กลิ่นไฮไลท์ ที่จะพาคุณเข้าไปสู่ห้วงแห่งความหอมละมุน ด้วยกลิ่นหอมหวาน ดาวน์นี่ จัสมิน (Downy Jasmin) กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกมะลิ ที่มาพร้อมกับความกลมกล่อม เพื่อทำให้วันของคุณนั้นผ่อนคลาย บลอสซั่ม แอนด์ บรีซ (Blossom And Breeze) กลิ่นหวานอมเปรี้ยว ที่จะทำให้คุณสดชื่นเหมือนโลดแล่นอยู่ในทุ่งดอกไม้ยามฤดูร้อน และกลิ่นสุดท้าย เฟรช ลอนดริ (Fresh Laundry) กลิ่นหอมที่จะช่วยรีเฟรชมู้ดของคุณ ให้สดชื่นเสมือนวันที่สดใสอยู่ตลอดเวลา

เนรมิตความหอมให้บ้านคุณได้แล้วกับ แอมบิเพอร์ แฟบริค รีเฟรชเชอร์ทั้ง 4 กลิ่น ขนาด 370 มิลลิลิตร ในราคาเพียง 129 บาท มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์  สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Ambi Pur Thailand  #ทวงคืนความหอมบนผ้าที่ซักยาก #ไม่ซักแล้วหอมแบบนี้ แอมบี้เท่านั้น #AmbiPurTH

โรลส์รอยซ์ 500 คัน! เปิดคลังมหาสมบัติ สุลต่านบรูไน หนึ่งในราชารวยที่สุดในโลก

เปิดคลังมหาสมบัติ สุลต่านบรูไน หรือ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ หนึ่งในราชาที่รวยที่สุดในโลก โดยพระองค์ทรงมีทรัพย์สินรวมกว่า 28,000 หมื่นพันล้านดอลลาห์สหรัฐ  ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ของพระองค์นั้นมาจาก อุตสาหกรรมปิโตรเลียม และ น้ำมัน

สุลต่านบรูไน

รู้หรือไม่ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ เคยเป็นบุคคลที่ร่ำรวยสุดในโลก โดยความมั่งคั่งของพระองค์เผยให้เห็นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยในขณะนั้น สุลต่านบรูไน มีทรัพย์สินรวมมากกว่า 40,000 หมื่นพันล้านดอลลาห์สหรัฐ

Rolls Royce Phantom ราคารุ่นนี้เริ่มต้นที่ 53.5 ล้านบาท

แน่นอนว่าความมั่งคั่งของพระองค์นั้นต้องมาพร้อมกับ คลังมหาสมบัติ และ ไลฟ์สไตล์อันหรูหรา ซึ่งที่ดูน่าจะทำเอาตะลึงงึงงันมากที่สุดก็คือ พระองค์ทรงมีรถหรูยี่ห้อ Rolls-Royce กว่า 600 คัน ซึ่งราคาคันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท!!

Koenigeggs

นอกจากนี้ในวัยหนุ่มพระองค์ยังมีรถซูเปอร์คาร์กว่า 7,000 คันรวมกับของ เจ้าชายเจฟรี โบลเกียห์ พระอนุชา โดยแบ่งเป็น Ferrari มากกว่า 300 คัน, Koenigeggs 134 คัน, McLaren F1s 11 คัน, นอกจากนี้ยังรถซูเปอร์คาร์อีกหลาหลายแบรนด์เช่น  Porsche Carrera GT, Lamborghini Diablo Jota, Porsche 959, Bugatti EB110, Lamborghini Murcielago LP640, Maybach 62, Jaguar XJR-15,Dauer 962, Ferrari FX

1989 Ferrari Mythos

ขณะเดียวกันยังมี Bentley Continental R, Ferrari Mythos, Ferrari 456 GT Sedans, Mercedes-Benz CLK-GTR , McLaren F1s และ Cizeta-Moroder V16T cars เป็นต้น

ไม่เพียงแค่รถหรูที่มีอย่างละลานตาแล้ว พระองค์ยังเป็นเจ้าของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่หรูหราที่สุดอย่าง Boeing 747-400 และ Airbus 340-200 อีกด้วย

นอกจากรถซูเปอร์คาร์ที่มีมากกว่า 7,000 พันคัน บวกกับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวแล้ว พระราชวังซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์นั้นก็ยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นหนึ่งราชาที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งพระราชวังที่ว่าคือ Istana Nurul Iman ตั้งอยู่ห่างเมืองหลวงของประเทศเพียงไม่กี่กิโลเมตร ภายในพื้นที่ 127 ไร่ ออกแบบโดยสถาปนิกนักชาวฟิลิปปินส์ชื่อดังนามว่า Leandro Locsin

ภาพวาดสีน้ำมัน “Young Girls at the Piano” ซึ่งวาดโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส Pierre-Auguste Renoir มูลค่า $70 ล้านดอลลาห์สหรัฐ หรือประมาณ 2.3 พันล้านบาท

ภายนอกนั้นใหญ่โต สุดลูกหูลูกตาแล้ว ภายในรั้วยังเว่อร์วัง อลังการ ดูรโหฐาน โอ่โถงสุดๆ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้มีที่จอดรถถึง 800 คัน มีห้องต่างๆ ทั้งหมด 1,778 ห้อง และห้องน้ำ 57 ห้อง รวมถึงห้องโถงขนาดใหญ่ไว้สำหรับทำพิธีต่างๆ ทั้งนี้พระราชวังแห่งนี้ยกถูก Guinness World Records บันทึกไว้ด้วยว่าเป็น พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

นอกจากสมบัติพัสถานมากมายที่มีนับไม่ถ้วนของพระองค์แล้ว ไลฟ์สไตล์ของพระองค์ก็ถูกพูดถึงว่ามีความหรูหรา เปย์หนักไม่แพ้กัน โดยพระองค์ และพระอนุชามักชอบจัดงานเลี้ยงสุดหรู รวมถึง การแข่งขันกีฬาม้าโปโล, แข่งม้า, และทรงเป็นเจ้าภาพงานปาร์ตี้ที่มีคนดัง และสาวงามมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ยังได้จ้างนักร้องชื่อดังระดับให้มาร่วมเอนเตอร์เทนในงานด้วยเช่น เอลตัน จอห์น, ไดอาน่า รอสส์, สตีวี วันเดอร์, บอน โจวี, ทีนา เทอร์เนอร์ เป็นต้น

สุลต่านบรูไน

และอีกหนึ่งตำนานของความหรูหราคือ ครั้งหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงม้าโปโลกับ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์นั้น สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ทรงสั่งให้ส่งรองเท้าของพระองค์โดยเฮลิคอปเตอร์มายังสนามแข่งในพระราชวัง!

นอกจากนี้พระองค์ยังตัดสินใจซื้อจิเวลรี่มูลค่า 375 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 118 แสนล้านบาท จากแบรนด์ Asprey London ในปี 2538 แบบไม่ต้องคิดให้ปวดหัว

ขณะเดียวกันในวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 50 ของสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ พระองค์ได้ทรงจ้าง ไมเคิล แจ็คสัน ซึ่งค่าตัวของเขาอยู่ราวๆ 17 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 535 ล้านบาท ให้มาเล่นคอนเสิรต์ในสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

แต่ที่พีคสุดดูเหมือนจะเป็นข่าวลือที่ว่าเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงบินไปงานคอนเสิร์ตของ วิตนีย์ ฮิวสตัน และทรงให้เช็คเปล่ากับเธอ พร้อมกับให้เธอกรอกค่าจ้างที่คิดว่าตัวเธอสมควรที่จะได้

สุลต่านบรูไน

ปิดท้ายด้วยการตัดผมที่แพงที่สุดในโลก โดยสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ทรงตัดพระเกษา ครั้งละ $22,000 ดอลลาห์ หรือประมาณ 726,000 บาท อิจฉาช่างตัดผมรายนั้นเสียจริงๆ !!

เรียกได้ว่าในตอนนั้นพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกมาหลายปี ถูกยกให้เป็นราชาที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยมากที่สุด จนกระทั่งในช่วงปลายยุค 90 เจ้าพ่อไมโครซอฟต์อย่าง บิลล์ เกต ก็ได้ขึ้นมาแทนที่อันดับ 1 และ อันดับขององค์สุลต่านบรูไนก็ได้ล่วงตกไปอยู่ลำดับที่ 3 ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยของเจ้าชายเจฟรี โบลเกียห์ พระอนุชาของพระองค์

ในตอนนั้นความบาดหมางระหว่างพระเชษฐาและพระอนุชาก็เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อเจ้าชายเจฟฟรีเนรเทศตัวเองออกนอกประเทศ อันเนื่องมาจากข้อกล่าวของ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ พระเชษฐาว่า พระองค์ยักยอกเงินของประเทศ

จากข้อกล่าวว่ายักยอกทรัพย์สินของประเทศกว่าหมื่นล้านดอลลาห์สหรัฐ  จนทำให้อดีตเจ้าชายเจฟรีต้องเนรเทศตัวเองออกนอกประเทศแล้ว พระองค์ยังถูกสั่งปลดพระยศและถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่มี ให้ส่งกลับคืนแก่ประเทศบรูไนอีกด้วย

อย่างไรก็ตามข้อกล่าวหานี้อาจจะเข้าเค้าว่าเป็นความจริงเมื่อในช่วงปี 1983 โดยก่อนหน้านี้ องค์สุลต่านได้ตั้งให้ เจ้าชายเจฟรี โบลเกียห์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการลงทุนแห่งบรูไน (Brunei Investment Agency, BIA) ดูแลการค้าน้ำมันโดยตรงของประเทศ 3 ปี

ต่อมาองค์สุลต่านยังได้แต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รวมถึงเจ้าชายเจฟฟรียังเป็น เจ้าของกิจการก่อสร้างของตัวเองในชื่อ Amedeo Development Corporation (ADC) ซึ่งได้งานทั้งโครงการของรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เรียกได้ว่าในตอนนั้นเจ้าชายเจฟฟรี ทรงใช้ชีวิตหรูหรา และฟุ่มเฟือยยิ่งกว่าพระเชษฐาเสียอีก

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่ารายได้ส่วนใหญ่ของพระองค์นั้นมาจาก อุตสาหกรรมปิโตรเลียม และ น้ำมัน ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ทรงมีรายรับ $100 ดอลลาร์สหรัฐต่อวินาทีจากรายรับและการลงทุนน้ำมัน ถึงอย่างนั้นก็ตาม มูลค่าทรัพย์สินของพระองค์ก็ยังมีความผันผวนอยู่มาก อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่มาของทรัพย์สินของพระองค์

ความมั่งคั่งของพระองค์ยังเผื่อแผ่ไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยครั้งหนึ่ง สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อช่วยหนุนสกุลเงินและตลาดหุ้นในสิงคโปร์และมาเลเซียในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียในปี 1997-1998

ทั้งนี้มีรายงานว่าพระองค์ทรงขายทรัพย์สินอย่างน้อย 300 ล้านดอลลาร์เพื่อให้เงินกู้แก่เพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้พระองค์ยังสนับสนุนกิจกรรมของ Ollie North คดีอื้อฉาวของอิหร่าน ที่อเมริกาโดนจับได้ว่าแอบขายอาวุธให้อิหร่านไปก่อสงครามการบริหารงาน ในยุคของประธานาธิบดีสหรัฐเรแกนในช่วงทศวรรษ 1980 ด้วยการบริจาคเงินเป็นจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สุลต่านบรูไน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าพระองค์จะตกจากบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ในฐานะของกษัตริย์ Fobes ได้จัดอันดับให้สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในลำดับที่ 4 ของโลกในปี 2008 ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 20,000 หมื่นพันล้านดอลลาห์สหรัฐ -ขณะที่ปัจจุบันพระองค์ก็ยังทรงเป็น Top 3 กษัตริย์ที่มีพระราชทรัพย์มากที่สุดในโลกอีกด้วย


ที่มา : factsanddetails

ภาพ : Grtty Image

ราชนิกุลสุดสง่า 5 เรื่องเกี่ยวกับ เจ้าชายอับดุล มาทีน นอกเหนือจากซิกแพคของเขา

 

 

เสริมดวงความรักให้มั่นคง ด้วย 7 ไม้มงคลไว้ปลูกในเรือนหอ

เสริมดวงความรัก ง่ายๆ แค่ปลูกต้นไม้ก็พอ

คนโบร่ำโบราณมักมีความเชื่อว่าต้องปลูกอันสิถึงจะดี แต่อันนี้ห้ามปลูกนะ ซึ่งต้นไม้มงคลตามความเชื่อนั้นมีทั้งแบบที่เป็นไม้ดอกและไม้ประดับ บางชนิดปลูกแล้วงานรุ่ง บางต้นปลูกแล้วมีเงินถุงเงินถัง แพรว wedding เลยจัด 7 ไม้มงคล เสริมดวงความรัก มาให้บรรดาคู่รักได้เลือกช้อปกัน รับรองว่าปลูกแล้วความรักผลิบานยิ่งกว่าดอกเห็ดแน่นอน

ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว

เริ่มที่ต้นแรกกันเลยค่ะ แค่ชื่อก็กินใจกันแล้ว ด้วยความหมายที่ว่าถ้าคู่รักคู่ไหนได้ปลูก จะช่วยเพิ่มความนิยมชมชอบ เพิ่มเสน่ห์น่าหลงใหล และส่งเสริมให้ชีวิตคู่ราบรื่น ยืนยาว เสมอต้นเสมอปลาย

เสริมดวงความรัก

บานไม่รู้โรย

ขนาดชื่อยังบอกว่าบานไม่รู้โรย แล้วความรักที่มีให้กันจะบานขนาดไหนละคะ เพราะดอกบานไม่รู้โรย หมายถึงความรักที่ยั่งยืนไม่มีวันโรยรา ผูกพันมั่นคง ไม่ลดน้อยลงและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

เสริมดวงความรัก

สวาด

คำว่า สวาด พ้องเสียงกับคำว่า พิศวาส คนโบราณจึงเชื่อว่าเปรียบเสมือนกับ ความพิศวาส ความเสน่หาของคู่รักที่จะมีให้แก่กันไม่มีวันเลือน

สวาด

กุหลาบแดง

เป็นดอกไม้ที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ที่นิยมใช้แทบทุกมุมโลก ซึ่งดอกกุหลาบมีหลากหลายสีสันและหลากหลายความหมาย ซึ่งกุหลาบสีแดงมีความหมายคือ ความรักที่สวยงาม มีความหอมละมุนและอ่อนโยนดั่งกลิ่นกุหลาบ และสีแดงเปรียบเสมือนความรักที่แสนจะลึกซึ้ง มั่งคง ไม่จืดจาง และความสุขที่ยั่งยืน

กุหลาบ

หน้าวัว (สีเขียว)

หน้าวัว อาจเป็นชื่อที่ฟังดูไม่ไพเราะหูมากนัก แต่หากรู้ความหมายของต้นไม้ชนิดนี้แล้วละก็ต้องไปหาซื้อมาครอบครองแน่นอน เพราะวัวคือพาหนะของพระศิวะ ดอกหน้าวัวสีเขียวจึงหมายถึง รักอมตะ เมื่อเริ่มเพาะปลูกเปรียบเสมือนรักที่เริ่มต้น และเมื่อออกดอกจึงเปรียบเสมือนรักที่เบ่งบานนิรันดร

หน้าวัว

แก้ว

ต้นไม้ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนในยามค่ำคืน เสมือนความรักที่สุขงอมและหอมหวาน ซึ่งสีของดอกแก้วนั้นเป็นสีขาวบริสุทธิ์ เสมือนความรักที่ซื่อสัตย์และอ่อนโยนนั่นเอง

แก้ว

บัว

นอกจากจะมีความหมายที่สำคัญทางด้านศาสนาแล้ว ดอกบัวยังเป็นดอกไม้ที่เสริมในเรื่องความรักอีกด้วย เพราะความหมายของดอกบัวนั้น เปรียบเสมือนกับความรักสูงส่งเต็มไปด้วยความห่วงใย ความมั่นคงในชีวิตคู่ และความเอื้อเฟื้อต่อกัน

บัว

แต่ละต้นความหมายดีขนาดนี้ เราขอแนะนำให้เลือกสักหนึ่งชนิดแล้วหามาปลูกไว้ประดับบ้านก็ดีนะคะ จะได้ชวนคนรักมารดน้ำพรวนดินก็กลายเป็นกิจกรรมยามว่างกระชับรักไปอีกแบบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น เพราะไม่ว่าคุณจะปลูกครบทั้ง 7 ไม้มงคล หรือปลูกเป็นร้อยเป็นพันต้น แต่ถ้าคู่รักไม่มีความเคารพและซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน งานนี้เห็นทีต้นไม้ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้นะคะ

ภาพ : saimherbal.blogspot.com , certificatepra.com, bloggang.com, theodysseyonline.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข้อดีของสาวๆ ที่ แต่งงานอายุ 30+ ช่วงชีวิตดีๆ ที่สาววัยเอ๊าะมีแต่จะอิจฉา

รู้ทันผู้ชาย กับหลากหลายเล่ห์เหลี่ยม และลูกเล่นเอาตัวรอดสุดแพรวพราว

ว่าที่เจ้าสาวจงทำตาม 7 วิธีนี้รับรองเพื่อนเจ้าสาวไม่มีน้อยอกน้อยใจ

7 เทคนิคกระชับพื้นที่ใจ ให้รักทางไกลได้ใกล้กว่าที่เคย

รักทางไกล ของหลายคู่ที่ต้องทำงานหรือเรียนกันคนละที่ ทำให้โอกาสที่จะได้เจอกันนั้นลดน้อยลงไปด้วย จนระยะทางที่ไกลกันอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ และทำให้ความรักที่มีให้กันสั่นคลอนได้ในที่สุด วันนี้เราจึงหยิบเอา 7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณรักษาความสัมพันธ์ระยะไกลไว้ได้มาฝากกันค่ะ ลองดูไว้ไม่เสียหาย แถมทำตามได้ไม่ยากเกินความสามารถและความรักที่คุณมีให้กันแน่นอนค่ะ 😉

1. ไว้ใจกันและกัน

มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระยะไกลพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น หากปราศจากความไว้ใจกันนะคะ เอาเป็นว่าทั้งสองฝ่ายควรหันมาเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ของอีกคนให้มาก เพื่อสร้างความไว้ใจ โดยการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญเข้าไว้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดระยะห่างทางใจได้มากเลยทีเดียว

2. คอยอัพเดทเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้เสมอ

เนื่องจากว่าคุณสองคนต้องอยู่ห่างไกลกัน ทำให้การนัดเจอเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้คุยกันไม่ว่าจะผ่านโทรศัพท์หรือแชทออนไลน์ ก็ควรคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่แต่ละคนประสบมา ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนรักของคุณบ้าง เพราะหากไม่มีการพูดคุยกันมากพอ ก็เป็นเรื่องยากที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่มีต่อกันได้นะคะ

3. คุยแบบเห็นหน้ากันให้บ่อยเข้าไว้

แม้ว่าคุณจะคุยกับแฟนเป็นประจำ แต่นั่นก็เป็นแค่เสียงหรือข้อความเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต่างคนก็ย่อมอยากจะเห็นหน้ากันด้วยความคิดถึงอยู่แล้ว ดังนั้นลองเปิดเว็บแคมหรือเฟซไทม์คุยกันก็ได้ นอกจากจะได้เห็นหน้าค่าตากันแล้ว คุณยังทำหน้าตาตลก ๆ และหยอกล้อกันได้ด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้คุณสองคนรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นนั่นเองค่ะ

4. เจอกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การนัดเจอกันอาจเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตารางเวลาไม่ตรงกันหรืออยู่ไกลกัน แต่เมื่อมีโอกาสดี ๆ อย่างในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพิเศษแล้วละก็ รีบคว้ามันเอาไว้เลย แล้วนัดเจอกัน เพื่อไปเดินเล่น ดูหนัง และกินข้าวกันสองคน จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะมันทำให้คุณและคนรักรู้สึกดีและผ่อนคลายมากขึ้นจากความคิดถึงที่มีให้กันนั่นเอง

5. อย่าทำตัวขี้หึงเกินไป

แน่นอนว่าเมื่อคุณทั้งสองอยู่คนละที่ แถมมีสังคมที่แตกต่างกัน แต่ละฝ่ายย่อมมีโอกาสเจอคนหน้าใหม่อยู่เรื่อย ๆ จนอาจทำให้เกิดความหึงหวงขึ้นมาได้ และเมื่อหึงมาก ๆ อาจทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทนไม่ไหวถึงขึ้นต้องเลิกกันในที่สุด ทางที่ดีคุณทั้งคู่ควรไว้ใจกันให้มากและไม่หึงพร่ำเพรื่อเกินไป ก็จะช่วยให้ความรักของของคุณดำเนินต่อไปได้แล้วล่ะค่ะ

6. ทำให้แต่ละฝ่ายมั่นใจในความรักที่มีให้กัน

หากว่าคนรักของคุณกำลังรู้สึกแย่หรือเครียดจากเรื่องต่าง ๆ คุณก็ควรแสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้และมั่นใจว่าจะอยู่เคียงข้างเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม วิธีนี้จะช่วยให้คนรักของคุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้นจนคุณอาจคิดไม่ถึงเลยก็ได้ แถมช่วยให้คุณทั้งสองรักกันมากกว่าเดิมอีกต่างหาก

7. รู้จักปล่อยวางและให้อภัยกัน

ทุกคนสามารถทำเรื่องผิดพลาดกันได้ คนรักของคุณก็เช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าความผิดนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่แค่ไหน ก็ควรคุยกันแบบเปิดอกตรงไปตรงมาด้วยเหตุผล โดยไม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ รวมถึงเรียนรู้ที่จะให้อภัยกันและทิ้งปัญหาเหล่านั้นไว้ข้างหลังบ้าง แล้วปรับความเข้าใจกันใหม่ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์ทางไกลของคุณทั้งสองยั่งยืนได้อย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ

cr : lovepanky.com, sheknows.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

หนุ่มๆ จงฟังถ้าไม่อยากแป้ก! วิธีขอแต่งงานอย่างไรให้ได้ใจสาว

9 วาจาสุดหวานหูที่ชายสุดที่รักมักทำให้สาวใจอ่อนแบบไม่รู้ตัว

“รักเราไม่เก่าเลย” 5 วิธีดูแลความรักให้สดใสอยู่เสมอ

L’OREAL REVITALIFT TRIPLE ACTION แฟนเพจรู้ บิวตี้บล็อกเกอร์รู้ ครีมลดริ้วรอยที่เห็นผลเริ่ดเว่อร์ ไม่จำเป็นต้องหนาหนัก!!!

ขอเม้าท์นิดหนึ่งในฐานะที่พัดชาอยู่ในวงการเครื่องสำอางมาอย่างยาวนาน ผ่านครีมบำรุงแถมยังบิวตี้คลีนิคมาสารพัดชนิดจนเรียกตัวเองว่าเป็น สายแข็งเหมือนกับสาวๆ อีกหลายคนที่รักในสกินแคร์ ลองมาทุกอย่างจนมโนไปเองว่าของเบาๆ จะไม่เห็นผล ก็คนมันสายแข็งนี่เธอส่วนผสมก็ต้องจัดหนักสุด ครีมต้องหนาสุด ทาเยอะที่สุดถึงจะเอาอยู่ ยิ่งเป็นจำพวกลดเลือนริ้วรอย แอนตี้เอจจิ้งอยู่แล้ว ยิ่งต้องจัดให้หนัก

อันนี้ต้องขอเคลียร์กับสาวๆ เลยว่าแนวคิดนี้เกิดจากอาการมโนล้วนๆ เพราะแท้จริงแล้วหากเลือกสกินแคร์ที่ใช้ส่วนผสมอย่างชาญฉลาด แก้ปัญหาตรงจุด ไม่จำเป็นต้องหนา หนัก เยอะ ก็สามารถปิดจ๊อบได้อย่างไร้ริ้วรอย

โบฯ หมด แบบนี้เรียกหาใครดีแม่!!

อย่างชิ้นที่พัดชากำลังอินอยู่ช่วงนี้คือสูตรใหม่จากตระกูล L’OREAL REVITALIFT ที่เคยประทับใจอยู่แล้ว นางคือ L’Oreal Revitalift Triple Action DAY Lotion SPF30 ชิ้นเบาๆ แต่เอาอยู่ที่ได้โอกาสหยิบขึ้นมาใช้เพราะพิษโควิด

เกี่ยวอะไรกับโควิด ยัยพัดชาเพ้อเจ้อไปใหญ่ ก็ช่วงโควิดที่คลีนิคปิดยาวนั่นไง นานจนทำให้โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ พอหน้าจริงกลับมารีบวิ่งหาแอนตี้เอจจิ้งสกินแคร์แทบไม่ทันเลยจ้า เอารูปมาโชว์เพราะทนไม่ไหวจริงๆ  เคสของพัดชาที่หนักที่สุดคือหน้าผาก หัวคิ้วและใต้ตา ที่เมื่ออยู่เฉยๆ ก็ไม่อะไรมาก แต่พอแสดงอารมณ์เท่านั้นแหล่ะ…มาเต็มไม่ต้องโทรนัด ก่อนหน้านี้ใครเจอตัวจริงเห็นนิ่งๆ ไม่ใช่ว่าหยิ่งนะจ๊ะ พี่แค่กลัวกามาทักทาย นี่ยังไม่นับรวมผิวที่หมองลงเพราะความเครียดจากสารพัดปัญหาในช่วงที่ผ่านมา

สามส่วนผสมแห่งยุคที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ

เลยมีโอกาสหยิบตัวนี้มาใช้หวังปิดจบปัญหา L’Oreal Revitalift Triple Action DAY Lotion SPF30 ขวดสีแดงสวยโมเดิร์น ตัวนี้เป็นสูตรกลางวัน มี SPF30 เหมาะกับสาวไทยที่ต้องสู้กับแสงแดดในทุกฤดู ทีเด็ดของนางอยู่ที่ส่วนผสมที่ ‘น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้’ เห็นผลอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องใส่ส่วนผสมอะไรไร้สาระให้แพงเล่น L’OREAL เลือกส่วนผสมหลัก 3 อย่างที่แพทย์ผิวหนังให้การรับรองว่าปลอดภัยและเห็นผลจริงอย่าง ไฮยาลูรอน โปร-เรตินอล และวิตามินซี แต่ละตัวคือเนื้อๆ เน้นๆ เป็นเทรนด์ของวงการสกินแคร์จริงๆ

  • ไฮยาลูรอน ในช่วงปีที่ผ่านมาด้วยกระแสผิวฉ่ำวาวราวกับกระจกแบบที่เรียกกันว่า ‘Glass Skin’ คุณสมบัติเด่นตัวนี้ คือช่วยเป็นโปรตีนคอลลาเจนและอิลลาสติน ที่ช่วยนำสารอาหารเข้าสู่ผิวที่ให้ผิวแข็งแรง โชว์ความอิ่มฟู เรียบเนียนดูฉ่ำน้ำออกมาอย่างเด่นชัด
  • โปรเรตินอล กรดวิตามินเออีกส่วนผสมยอดฮิตที่ L’OREAL เลือกใช้ชนิดคุณภาพสูงไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว ตัวนี้ช่วยฟื้นบำรุงริ้วรอยร่องลึกได้อย่างเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
  • วิตามินซี อันนี้ต้องมีหากอยากมีผิวกระจ่างใสอ่อนเยาว์ ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ

L’Oreal Revitalift Triple Action DAY Lotion SPF30 เบาๆ แต่เอาอยู่

ต้องบอกว่าแอบเลิฟในแพคเกจจิ้งของนางซึ่งเป็นระบบปั๊มที่มีล็อคสำหรับปิด ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวก เมื่อปั๊มออกมาเนื้อสัมผัสเป็นสีขาวทึบ นึกว่าจะข้นหนึบหนับ แต่เกลี่ยปั๊บจะพบว่าบางเบาสุดๆ ซึมซาบรวดเร็วจนทำให้ปิดจบบิวตี้รูทีนยามเช้าได้ว่องไวเชียว กลิ่นหอมออกแนวหวานละมุนช่วยให้รู้สึกเฟรชสดใสในยามเช้า

ผลลัพธ์สุดปังริ้วรอยหายไม่บอกไม่กล่าว

เมื่อใช้ติดต่อกันแค่ 1สัปดาห์ก็เริ่มติดใจในผิวที่ดูเรียบเนียนกระจ่างใสขึ้นและริ้วรอยที่เริ่มจางลง ให้ผลไวแบบนี้ชีวิตยังมีหวัง ต่อให้ไม่ต้องมีน้องโบฯ โลชั่นตัวนี้ก็เยียวยาเราได้ พัดชาว่าเขาเป็นโลชั่นบำรุงผิวที่มีความเป็นเซรั่มสูง คือบำรุงได้อย่างล้ำลึกและรวดเร็ว ที่เลิฟมาก คือความรู้สึกสบายผิวเพราะเนื้อสัมผัสที่บางเบา แถม SPF ที่อยู่ในเนื้อโลชั่นก็ไม่ได้ทำให้หน้าลอย หน้าว่อกแต่อย่างใด

พอติดใจแบบนี้เลยต้องมีน้องๆ ในแฟมิลี่ของนางตามมา  ผลิตภัณฑ์กลุ่ม L’Oreal Revitalift Triple Action นี้มีอยู่ด้วยกัน 5 ชิ้น มาทำความรู้จักอีก 4 ชิ้นกันเลยดีกว่าจะได้อ่อนเยาว์แบบจัดเต็ม

L’Oreal Revitalift Triple Action Day Cream

ใครชอบแนวครีมกระปุกมากกว่าก็มาทางนี้ เนื้อสัมผัสสีขาวใสกว่าตัวโลชั่น อินเลิฟกับความรู้สึกเย็นๆ สบายผิว ทาลงไปปุ๊บซึมหายไปแบบบางเบา แนะนำว่าอย่าลืมทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ รู้สึกสบายแถมริ้วรอยหายไปพร้อมกัน

L’Oreal Revitalift Triple Action Renewing Anti-Aging Serum

ตัวนี้คือเซรั่มที่ช่วยเสริมกำลังกับเดย์และไนท์ครีมเป็นอย่างดี เนื้อสัมผัสใสบางเบาเมื่อทาบนผิวแล้วดูฉ่ำวิบวับ แต่สามารถซึมซาบได้อย่างรวดเร็ว ตัวนี้แหล่ะที่ช่วยเน้นเรื่องการฟื้นฟูริ้วรอยร่องลึกด้วยส่วนผสมจาก อดิโนซีนและเอลเอชเอ  และ 3% โปร-ไซเลนที่ช่วยให้ผิวนุ่มเด้งขึ้น ที่ปลาบปลื้มคือเมื่อใช้ต่อเนื่องจะสัมผัสได้ถึงผิวที่กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ที่เกิดจากการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

L’Oreal Revitalift Triple Action Eye Cream

ตัวนี้คือปลื้มหนักมากแม่!!! เพราะพัดชามีปัญหากับใต้ตาที่มักบวมและมีริ้วรอยเล็กๆ ซึ่งมักทำให้คอนซีลเลอร์ตกร่องเป็นรอยแห้งๆ ดูเพิ่มวัยไปอี๊ก พอเจออายครีมตัวนี้บอกเลยว่าปิดจ๊อบ ใต้ตาเรียบเนียนสมูธแต่งหน้าง่ายขึ้นเยอะ เพราะเขามีส่วนผสมจากอะดิโนซีน ช่วยลดเลือนริ้วรอย คาเฟอีน ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเต่งตึง และ3% โปร-ไซเลน ช่วยให้ผิวดูกระชับอ่อนเยาว์

ขอเม้าท์ว่าแอพพลิเคเตอร์คือดีมากเว่อร์ ตัวนี้แหล่ะที่ช่วยลดอาการบวมได้อย่างรวดเร็ว ด้วยโลหะเมทัลลิคเนื้อเย็นฉ่ำดีไซน์รับกับกระบอกตา ทำให้ใช้ง่ายรู้สึกผ่อนคลายไม่เจ็บเวลากดหรือนวดคลึง

L’Oreal Revitalift Triple Action Night Cream Mask

ปิดจบค่ำคืนด้วยการบำรุงสุดล้ำลึก อย่างที่ชื่อบอกเลยว่าเป็นไนท์ครีมกึ่งมาส์กที่ไม่ต้องล้างออก สามารถล็อคความชุ่มชื้นยาวนาน ที่เซอร์ไพรส์คือเขาสามารถบำรุงล้ำลึกเข้มข้นแต่เนื้อสัมผัสจริงๆ คือเบาสบายผิวมากๆ พอตื่นเช้ามายังสัมผัสได้ว่าผิวนุ่มฉ่ำ ดูสดใสแบบเห็นผลตั้งแต่คืนแรกที่ใช้เลยเชียว

บทสรุปของคอลเล็คชั่น L’Oreal Revitalift Triple Action นี้ทำให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย ที่ดี ไม่จำเป็นต้องหนาหนัก ไม่จำเป็นต้องประโคมเยอะ เบาๆ แต่เอาอยู่นั้นมีจริง มันขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ตรงประเด็นเข้าเป้าต่างหาก

พัดชาใช้ตัวนี้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงวิกฤติโควิด พอปลดล็อคปุ๊บมาเช็คเรื่องริ้วรอยอีกทีบอกเลยว่าดีขึ้นมากถึงมากที่สุด ริ้วรอยที่จางหายไปทำให้ตอนนี้กล้ายิ้ม เลิกคิ้ว แสดงอารมณ์ได้ไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยร่องลึกบนหน้าผากเหมือนเคย พอผิวดีตอนนี้ยิ้มกว้าง หัวเราะดัง หายหยิ่งไปเลยนะเธอ

ผลิตภัณฑ์ ขนาด 50 มล. ราคา 999 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมที่
Website : https://bit.ly/2VT4OuS

ปิดจบปัญหาริ้วรอยช้อปเลยที่
Watsons, Boots, Eveandboy, ร้านค้าชั้นนำทั่วไป และ ช่องทางออนไลน์ Lazada , Shopee

ฮันโซฮี

ฮ็อตใช่เล่น! ฮันโซฮี ผิวสวยลุคดี เป็นนางแบบเกาหลีคนแรกให้สกินแคร์จากสวิสฯ

ฮ็อตใช่เล่น! ฮันโซฮี เปิดทริคผิวดีจนได้เป็น นางแบบเกาหลีคนแรกให้สกินแคร์จากสวิสฯ

สวยลุคดี ใครๆ ก็ชอบสำหรับนักแสดงสาวสวยชาวเกาหลีใต้ ฮันโซฮี (Han So Hee) กับบทบาท ยอดาคยอง ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น จากซีรีส์สุดฮ็อต A World of the Married ที่ลาจอไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ซึ่งต้องบอกเลยว่าถึงซีรีส์จะจบไปสักพักแล้ว แต่ความนิยมในตัวนักแสดงแต่ละคนกลับฮ็อตแรงดีไม่มีตก ล่าสุด ฮันโซฮี ยังได้รับโอกาสเป็น นางแบบเกาหลีใต้คนแรก ให้กับสกินแคร์แบรนด์ Weleda จากสวิสเซอร์แลนด์ที่ก่อตั้งมากว่า 100 ปีอีกด้วย

โดยเธอยังได้เผยเคล็ดลับดูแลผิวพรรณว่า “ที่เห็นเธอดูสดใส ผิวดีมีชีวิตชีวา แม้ว่าจะตารางงานยุ่ง แต่เธอก็ไม่ลืมที่ดูแลตัวเอง อย่างแรกเลย เธอจะทานวิตามินซีทุกวัน เพื่อบำรุงผิวพรรณภายใน และเมื่อมีเวลาว่าง เธอจะนอนพักทันที แม้ว่าจะในรถก็ตาม เพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างน้อย 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เพราะถ้าช่วงไหนที่นอนหลับไม่เพียงพอ จะเกิดรอยคล้ำ ดูโทรม เนื่องจากมันทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว ซึ่งทำให้บริเวณนั้นมีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดสิว เพราะฮอร์โมนไม่ปกติ

และเมื่อถามว่าดูแลรูปร่างของตัวเองอย่างไร เธอก็บอกว่า “เธอพยายามหาเวลาว่าง เพื่อออกกำลังกายเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การปั่นจักรยาน และฝึกความยืดหยุ่นร่างกายมากขึ้น”

 

ฮันโซฮี ฮันโซฮี ฮันโซฮี ฮันโซฮี


ข้อมูล : popcornfor2.com
ภาพ IG : xeesoxee

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

10 นักแสดงหญิงเกาหลีใต้ที่เกิดช่วง 70s / 80s แต่สวยและดูเด็กกว่าอายุจริงมาก

เทียบภาพ ฮันโซฮี เมียน้อยแสนสวยหน้าคล้าย ซงฮเยคโย และ ดิว อริสรา

เปิดลุคสวยใสวัยมัธยม “ฮันโซฮี” ก่อนโด่งดังในบทชู้รักจากซีรีส์สุดแซ่บแห่งปี

เปิดความพิเศษลิปสติกชนวนหย่าร้างที่ ยอดาคยอง ชอบทา สวยดี แถมมีทีเด็ด!!

 

 

 

อันแจฮยอน

จากลาอย่างแฮ็ปปี้ อันแจฮยอน & คูฮเยซอน ยินดีสนับสนุนกันและกันในอนาคต

อดีตคู่รักคู่หวานของวงการบันเทิงเกาหลี อันแจฮยอน และ คูฮเยซอน หย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ตัวแทนฝ่ายกฎหมายเปิดเผยทั้งคู่ยินดีสนับสนุนกันและกันในอนาคต

อันแจฮยอน

เมื่อช่วงประมาณสิงหาคม-กันยายนปี 2562 วงการบันเทิงเกาหลีใต้ร้อนระอุ เมื่อคู่รักสุดหวานชื่นที่พบรักกันจากซีรีส์ “Blood” อันแจฮยอน และคูฮเยซอน เกิดอาการรักข่มปี๋ เมื่อนางเอกสาวออกมาเปิดเผยผ่านโลกโซเชียลมีเดียว่าสามีสุดที่รักยื่นฟ้องหย่ากับเธอ ท่ามกลางกระแสข่าวลือรักพังเพราะมือที่ 3

ซึ่งทันทีที่มีข่าว แจฮยอนก็ถูกสาธารณชนรุมตำหนิอย่างรุนแรง รวมถึงกระทบต่อผลงานใหม่ของเขาเรื่อง People with Flaws ด้วย นั่นจึงทำให้เขาออกมาโต้ข่าวลือ แต่เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัว ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนสาวไส้ให้กากิน ทั้งคู่ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังชีวิตการแต่งงานที่มันไม่ได้หวานชื่นอย่างในละคร  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ค่าใช้จ่าย เบื้องหลังการเซ็นสัญญากับต้นสังกัด แม้กระทั่งความสัมพันธ์บนเตียงก็เอาออกมาเปิดเผยแทบหมดเปลือก จนไม่คิดว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ดีๆ หลงเหลืออยู่อีกไหม

อันแจฮยอน

แต่ว่าล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 มีรายงานว่าอันแจฮยอนและคูฮเยซอน ได้ตกลงหย่ากันอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากไกล่เกลี่ยกันมานานเกือบ 1 ปี สื่อท้องถิ่นรายงานว่าตัวแทนทางกฎหมายของทั้งคู่มาเป็นตัวแทนในการประชุม ทั้งสองเห็นด้วยกับการหย่าร้าง

ตัวแทนทางกฎหมายของทั้งแจฮยอนและฮเยซอนบอกว่า พวกเขาจะไปตามเส้นทางของตัวเองและจะสนับสนุนกันและกันในอนาคตด้วย และต้องขออภัยที่ทำให้ประชาชนมารับรู้เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของพวกเขา ขณะที่ตัวแทนฝั่งแจฮยอนกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาอยากให้คดีนี้จบโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมานักแสดงหนุ่มต้องเจอกับความยากลำบากเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม มีเพียงรายงานข่าวเกี่ยวกับการหย่าอย่างเป็นทางการเท่านั้น ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินแต่อย่างใด


ข้อมูลจาก : koreaboo

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

“อันแจฮยอน” ถูกถอดจากพรีเซ็นเตอร์เพราะสิ้นภาพลักษณ์หนุ่มโรแมนติก

ช้ำใจอย่างต่อเนื่อง “คูฮเยซอน” เผยว่าสามีต้องการหย่าเพราะเธอหัวนมไม่เซ็กซี่

เก็บตกภาพความประทับใจ “GMM ONLINE FESTIVAL” คอนเสิร์ตไร้พรมแดน

ที่สุดแห่งประสบการณ์ออนไลน์คอนเสิร์ต ให้แฟนๆ ได้ฟินเต็มอิ่มจุใจผลงานความร่วมมือระหว่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)  และ แอปพลิเคชั่นออนไลน์ชื่อดังจากเกาหลีใต้  VLIVE ประเดิมครั้งแรกด้วย “GMM ONLINE FESTIVAL” ออนไลน์คอนเสิร์ตเฟสติวัลครั้งแรกบน VLIVE+ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4-5 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จัดเต็มศิลปินกว่า 21 ศิลปิน ระยะเวลายาวนานที่สุดกว่า 18 ชั่วโมง ยอดการชมพร้อมกันทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ โดยมีผู้ชมสูงสุดจาก 5 ประเทศนี้คือ ไทย, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และ จีน โดยมีซับไตเติล 2 ภาษาคือ อังกฤษ และ จีน รองรับตลอดการรับชม และมีจำนวนการกดส่งหัวใจ มากกว่า 200 ล้านหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้กับศิลปิน บนความยิ่งใหญ่ของ Production เสมือนจริงในระดับเฟสติวัล ถึง 4 เวที ประกอบด้วย Main Stage ที่จัดเต็มในรูปแบบ Full Production ทั้ง LED และ Lighting Effect ต่างๆ ส่วนเวที Cube Stage เวทีที่มีความเก๋ ด้วยการดีไซน์เป็น LED ทั้ง 4 ด้าน บน ล่าง และด้านข้างทั้งสองฝั่งของเวที Prop Stage เป็นเวทีที่แต่ละโชว์จะใช้ Prop ที่แตกต่างกันไป ตามคอนเซ็ปของโชว์นั้นๆ และเวทีสุดท้าย Green Stage เวทีนี้ไม่ธรรมดาตรงที่ใช้ Oversize Green Screen เข้ามาทำให้เวทีดูยิ่งใหญ่อลังการมากขึ้นโดยคอนเสิร์ตครั้งนี้มีการนำเทคโนโลยี AR และ CG ในการสร้างเทคนิคของภาพที่เราจะได้เห็น ตาม Concept ที่แตกต่างกันไปของแต่ละศิลปิน ซึ่งมาจากจินตนาการและไอเดียของศิลปิน

เริ่มต้นความสนุก “GMM ONLINE FESTIVAL” กันที่เวที Prop Stage กับวงดนตรีแนวอินดี้ ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน Safeplanet (เซฟแพลนเน็ต) เปิดตัวมาภายใต้คอนเซ็ป On The Spaceship  (การแสดงจากบนอวกาศ) พร้อมขนเพลงฮิตอย่าง ห้องกระจก, ดินแดน ใส่ชุดใหญ่ด้วยแสงสีเสียง  บรรยากาศลึกลับ ตื่นเต้น ได้อย่างลงตัว จากนั้นถึงคิวค่าย สนามหลวงมิวสิก นำโดยศิลปิน KORDYIM/ BLUES TAPE/ ZEE / CLOCKWORK MOTIONLESS  ออกมาวาดลวดลายสไตล์ดนตรีในแบบของตัวเอง ภายใต้คอนเซ็ป The Realm of Geometric (ดินแดนเรขาคณิต) ต่อเนื่องความสนุกกันที่เวที Prop Stage กับวง THE YERS (เดอะเยอร์ส) มาภายใต้คอนเซ็ป The Confession Room (ห้องสารภาพบาป) ขยี้อารมณ์ด้วยลิสต์เพลงฮอตอาทิ ระหว่างขับรถ, ห้องที่ไม่เคยสว่าง, การสื่อสาร พร้อมโชว์เทคนิคมุมกล้องสุดเจ๋ง ไปดื่มด่ำบรรยากาศความสนุกกันต่อ บนเวที Cube Stage และ Green Stage กับค่าย YUPP! ขนแร็ปเปอร์ขวัญใจวัยรุ่น LAZYLOXY+MILLI+MAIYARAP มาปล่อยเพลงเนื้อหาเข้มข้นและบีทหนักๆ

ส่งต่อความสนุกกับศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศวง Getsunova (เกทสึโนวา) โดยคอนเซ็ปของโชว์ครั้งนี้ Journey From The Moon ที่มาจากชื่อวงที่แปลว่า “ดวงจันทร์” พาผู้ชมแฟนเพลงทุกคนเดินทางจากดวงจันทร์มายังโลกกับเพลงฮิตขึ้นหิ้งมากมาย ไกลแค่ไหนคือใกล้, พระเอกจำลอง, โดดเดี่ยวด้วยกัน, คนไม่จำเป็น, แตกต่างเหมือนกัน โดยระหว่างทางจะเต็มไปด้วย Effect ที่ให้อารมณ์เหมือนเรากำลังดูหนัง Sci-Fi อยู่ ต่อด้วยวงร็อกสายว๊าก LOMOSONIC (โลโมโซนิค) วงดนตรีที่เล่นสดได้สนุกที่สุดวงหนึ่งของไทยขนพลังเอเนอร์จี้มาเต็ม กับคอนเซ็ป The darkest spot On the Sun (จุดดับบนดวงอาทิตย์) ปล่อยพลังด้วยเพลงฮิตใส่ยับจัดหนักจัดเต็มตามสไตล์เช่นเคย เติมสีสันของโชว์ให้น่าสนใจกับ CG การเดินทางในจักรวาลมาจนถึง Sun ไปสนุกกันต่อกับวง 25hours มาในคอนเซ็ป Timeless space of the Light (ห้วงแสงไร้เวลา) ก่อนจะถึงช่วงเวลาที่หัวใจทุกคนต้องเต้นแรงสุดๆ กับ เป๊ก ผลิตโชค ที่ยังคงฮอตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้  เป๊ก ผลิตโชค ได้มาภายใต้คอนเซ็ป Imaginary World มีการใช้ Lighting กับ LED Room ที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง โดยในแต่ละเพลงมีการใช้  Graphic, Lighting + AR เข้ามาช่วยเติมสีสันของโชว์ให้น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง จนละสายตาไม่ได้เลย หรืออย่างเพลง A Little Thing ที่ใช้เวที Green Screen ทำให้ดูยิ่งใหญ่ด้วยฟังก์ชั่น Oversize Green Screen ภาพที่ออกมาจึงเหมือนกับว่า เป๊ก ผลิตโชค  กำลังอยู่บนดวงจันทร์   จนเหล่านุชต้องกรี๊ดไม่หยุด

สตาร์ทบ่ายวันอาทิตย์พร้อมเสิร์ฟความฟินกับศิลปินสุดฮิต Tilly Birds เจ้าของเพลงฮิต คิดแต่ไม่ถึง ภายใต้คอนเซ็ป Colors of the Sky (ฟ้าหลากสี) เวอร์ชั่นนี้ทำเอาสาวๆหัวใจเต้นแรงไปตามๆกัน จากนั้นถึงคิวของวง  Three Man Down (ทรีแมนดาวน์) ในคอนเซ็ป Distortion of the Space (สุญญที่บิดเบี้ยว) งานนี้ทำเอาแฟนๆ ที่ดูและฟังอยู่ได้แอบอมยิ้มไปพร้อมกับจังหวะเหงาแสนน่ารักของหนุ่ม Three Man Down จากนั้นถึงคิววงอินดี้เพื่อชีวิต Taitosmith (ไททศมิตร) เปิดตัวด้วยเสียงกีตาร์เข้มๆ จัดเต็มตั้งแต่เพลงแรกจนจบโชว์ ด้วยคอนเซ็ป Into HUMAN’s mind (จิตใต้สำนึก) ดึงอารมณ์ผู้ชมให้อินไปตามเพลงได้อย่างลงตัว พักอารมณ์เพื่อชีวิตไปฟังเพลงแบบชิวๆ นักร้องหนุ่มหล่อใส MEYOU ในคอนเซ็ป Secret Room in the Night Sky (ห้องลับในราตรี) พร้อมโชว์เพลงฮิตที่คนทั่วไปรู้จักกันดี ภาวนา  บอกได้คำเดียวว่าเท่สุดๆ มาต่อกันที่ฝั่งร็อกอย่างวง Cocktail (ค็อกเทล) ที่มาภายใต้คอนเซ็ป The equilateral land เต็มไปด้วยความ Innovative ของการโชว์อย่างเต็มรูปแบบ แสดงครบทั้ง 4 เวที ครบทุกเทคนิคและความทันสมัย ทำให้ผู้ชมได้รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในโลกเกม  เติมดีกรีความฮอตให้พุ่งปรี๊ดเมื่อหนุ่มเสียงดี อะตอม ชนกันต์ ก้าวออกมาปล่อยเพลงฮิต อ้าว, ทางของฝุ่น, พลีส (Please), แผลเป็น และ อย่าบอก ในคอนเซ็ป The Box of Light (กล่องแสง) โชว์เทคนิค CG ตื่นตาตื่นใจที่หนุ่ม  อะตอม นั่งในรถร้องเพลง รถคันเก่า มาต่อที่ วงKlear (เคลียร์) ออกมาจัดเต็มแบบอัลลิมิต โดยครั้งนี้นอกจากขนเพลงฮิตทั้ง คำยินดี, รักไม่ต้องการเวลา, สิ่งของ, พันหมื่นเหตุผล, จะรักหรือจะร้าย ฯลฯ

ปิดท้ายคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยวงที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนขั้นสุด อย่างวง Paradox (พาราด็อกซ์) ที่ไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวัง เปิดตัวมาด้วย เพลง ผงาดง้ำค้ำโลก ที่ส่งปลาหมึกยักษ์ออกมาให้ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนเพลง รด Dance ก็ได้นำเพื่อนๆ เหล่าว๊ากเกอร์ของวง ออกมาเต้นไปด้วยกัน ไม่เสียชื่อวงพาราด็อกซ์ที่ทำให้เราอดยิ้มตามไม่ได้ ในทุกครั้งที่ได้ดูโชว์ของพวกเขา

งานนี้คงต้องยอมรับจริงๆ ว่า การสร้างสิ่งใหม่สำหรับวงการบันเทิงบ้านเราในยุคดิจิตอลและ NEW NORMALนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะสร้างให้ดี มีคุณภาพ และทำให้ผู้ชมยอมรับ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ด้วยความเป็นผู้นำในด้านความบันเทิงของแกรมมี่ ได้พิสูจน์ให้เห็นในครั้งนี้แล้วว่า สามารถทำให้ดีได้ อย่างไม่มีข้อกังขา

กระเป๋า PRADA Pre-Fall 2020 หยางมี่ ชมพู่

ตัวแม่เลือกแล้ว! รู้จักกระเป๋า PRADA ใบเด่นของ หยางมี่-ชมพู่ จาก Pre-Fall 2020

ไอเท็มที่ตัวแม่แดนมังกรและไทยเลือกใช้ กระเป๋า PRADA จากคอลเล็คชั่น Pre-Fall 2020 ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว เพราะใช้งานง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยอีกค่ะคุณ 

กระเป๋า PRADA ใบโดดเด่นจากคอลเล็คชั่น Pre-Fall 2020 คือผลงานดีไซน์อันลงตัวระหว่างความสวยงามแบบเรียบง่ายและความทันสมัย ตัดเย็บขึ้นจากหนังวัวในรูปทรงโฮโบอย่างประณีต พร้อมประทับโลโก้โลหะที่สอดคล้องไปกับดีไซน์มินิมอลของกระเป๋า

กระเป๋า PRADA หยางมี่ ชมพู่
กระเป๋า PRADA Pre-Fall 2020 ใบสีเหลืองสวยเก๋มากๆ

ภายในกระเป๋าเน้นออกแบบให้ช่องสัมภาระกว้างและจุของส่วนตัวได้มากมาย ตอบโจทย์กระเป๋าที่เหมาะกับหญิงสาว สำหรับใช้งานจริงได้ในทุกวัน มีทั้งหมด 4 สีคือ สีดำ สีขาว สีส้ม และสีเหลือง มาในราคาใบละ 77,000 บาท (ราคาในช็อปไทย)

แน่นอนว่าคุณสมบัติแน่นขนาดนี้ มีเหรอเหล่าตัวแม่จะพลาด เพราะทั้งนางเอกดังแดนมังกร หยางมี่ และแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ของไทย ชมพู่ อารยา ต่างหยิบออกมาสะพายกันเป็นว่าเล่น รวมถึงแอน ทองประสม , ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ก็ฟาดมาครอบครองเหมือนกัน

กระเป๋า PRADA หยางมี่ ชมพู่
หยางมี่เช็คอินสนามบินกวางโจวเพื่อเดินทางไปหางโจว
กระเป๋าใบสีขาวแมตช์ได้ง่าย ขนาดกำลังเหมาะกับการถือขึ้นเครื่องเลย
คนนี้ชิคตลอด! แม่ชมมาพร้อมกระเป๋าใบสีส้มและชุดลายดอก
กระเป๋า PRADA หยางมี่ ชมพู่
เป็นกระเป๋าที่ดีไซน์ดูเข้ากับทุกอย่างได้ง่ายจริงๆ
ต้าเหนิงกับ Prada ใบสีเหลือง ทำให้ลุคดูเด่นขึ้น
กระเป๋าใบสีขาวก็เข้าได้กับทุกชุดจริงๆ เรียบหรูสุด

หากใครกำลังมองหากระเป๋าแบรนด์เนมในราคาหลักหมื่น Prada ใบนี้ก็คุ้มค่าเลยจ้า เพราะจุของได้เยอะมากกกก ดีไซน์เรียบง่าย หยิบออกมาใช้ได้ตลอด เป็นใบที่ไม่ตกเทรนด์ง่ายๆ มีความคล้ายโท้ทแต่น่ารักกว่า น่ารักจนเหล่าตัวแม่ยังต้องมี งานนี้ใครงบถึงก็ต้องจัดแล้วไหมล่ะ เอาสีไหนดีคะคุณ


ภาพ : IG@chomismaterialgirl , @yangmi_th , @annethong , @thanaerngnin

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เหตุผลไม่ซับซ้อน ทำไม ‘ควีนเอลิซาเบธที่ 2’ ทรงสวมถุงมืออยู่เสมอ

ซื้อตามไม่ยาก! รองเท้า Converse ของมาดามตั๊ก ราคาน่ารักจนต้องอยากสอย

ไม่เคยละเลย! ควีนเลตีเซียแห่งสเปน สวยทุกลุคแม้อยู่ภายใต้แมสก์

ชุดนี้มีเรื่องเล่า แม่ชม เกือบไม่ได้ใส่เดินพรมแดงคานส์ เพราะเซเลบเบอร์ใหญ่จอง!

สวยหรูมีสไตล์! ซูมแบรนด์เนมใบเก่ง ‘พอช่า พัชรมนต์’ ลูกสะใภ้ ‘มูนา’ เศรษฐีนีดูไบ

แต่งตัวกระชากวัย! ส่องลุค Vera Wang ดีไซเนอร์ระดับโลก ในช่วงอายุ 70 ปี

ใบนี้สอยตามได้! กระเป๋า Longchamp ของ ‘จีซอนอู’ รุ่นเด็ดประจำซีซั่น

เข้าครัวให้เหมือนไปคานส์! ‘ชมพู่ อารยา’ แมตช์ชุดแบรนด์เนมแต่งลุคเซ็กซี่

ดัชเชสเคท สนับสนุนแบรนด์เพื่อนน้องสาว ฟีเวอร์จนต้องเปิด Pre Order

ที่มาไม่ได้สวยงาม ‘เทียร่า Belgian Sapphire’ ของควีนเอลิซาเบธ เคยมีเรื่องอื้อฉาว

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

ยกอันดับ 1 ให้เลย! สื่อเกาหลีพูดถึงสไตล์ ‘ลิซ่า’ แฟชั่นนิสต้าที่ได้รับการยอมรับ

 

แกรนด์ แอสเสทฯ ยกระดับการท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจ ชวนเที่ยวไทยกับ 6 โรงแรมรีสอร์ทชั้นนำ

แกรนด์ แอสเสทฯ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ด้วยบริบทใหม่ด้านสุขอนามัย เพิ่มความมั่นใจด้วยการเป็นครั้งแรกของโรงแรมไทยที่ติดตั้งเครื่อง TytoCare และบริการแพทย์ออนไลน์โดยโรงพยาบาลพญาไท นำโซลูชั่นทันสมัยจากเอไอเอสมาใช้คัดกรองผู้เข้าพัก พร้อมเอาใจนักเดินทางด้วยบัตรกำนัลแทนเงินสดเพิ่มมูลค่าใช้บริการโรงแรมรีสอร์ทหรูได้ 6 แห่งในกรุงเทพ หัวหิน ปราณบุรี ภูเก็ต ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาพิเศษ ประกันโควิด19 จากทิพยประกันภัย สำหรับผู้ซื้อบัตรกำนัล และสิทธิประโยชน์จากไอซีบีซี และบัตรเครดิตกรุงไทย

กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน – แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้  บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แถลงถึงความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ โดยมี นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ และ นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการประสานงานฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลกลุ่ม Phyathai- Paolo Medical Campus  นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล  หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย นายวัน ฮัท โจเซฟ เชีย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจสาขา ธนาคารไอซีบีซี(ไทย) จำกัด(มหาชน) และนางสาวปริม ปัญญาเสรีพร ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต (โรงแรม) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงถึงความร่วมมือในครั้งนี้

นายวิชัย ทองแตง เปิดเผยว่า นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญขององค์กรเอกชนชั้นนำ ในการจับมือกันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยวันนี้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในการเป็นประเทศที่สามารถควบคุมและขจัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอันดับสองของโลก ส่งผลให้การเดินทางและจองห้องพักกลับมาคึกคักอีกครั้ง  นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สำหรับโรงแรมในเครือ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังได้ยกระดับการท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสูงสุด โดยนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษด้วยบริบทใหม่ด้านสุขอนามัย และเป็นครั้งแรกในวงการโรงแรมไทยที่มีการนำวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งมาตรการต่างๆ นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศอีกด้วย

นายวิทวัส วิภากุล เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แกรนด์ แอสเสทฯ มีความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพ  มีการร่วมมือกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท  เอไอเอส  และ ทิพยประกันภัย ทั้งการติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ TytoCare บริการแพทย์ออนไลน์โดยโรงพยาบาลพญาไท นำโซลูชั่นทันสมัยจากเอไอเอสมาใช้คัดกรองผู้เข้าพัก ประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย ด้านการท่องเที่ยว เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพันธมิตรชั้นนำ ทั้ง ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากธนาคารไอซีบีซี  และบัตรเครดิตกรุงไทย นอกจากนี้ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยการจัดทำชุดบัตรกำนัลเพิ่มมูลค่า ที่สามารถเลือกใช้บริการโรงแรมและรีสอร์ทระดับห้าดาวได้ถึง 6 แห่ง ทั้งในกรุงเทพ หัวหิน ปราณบุรี และภูเก็ต โดยเป็นโรงแรมในเครือแกรนด์ แอสเสทฯ 5 แห่ง  ได้แก่  ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท,  รอยัล ออคิด เชอราตัน,  เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา, เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า และโรงแรมพันธมิตรอีก 1 แห่งได้แก่ อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ภูเก็ต โดยบัตรกำนัลราคา 6,000 บาท มีมูลค่า 10,000 บาท และบัตรกำนัลราคา 12,000 บาท มีมูลค่า 20,000 บาท ใช้ได้ทั้งห้องพัก รับประทานอาหาร และบริการสปา ซื้อได้ที่โรงแรมทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฏาคมนี้ สามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่มียกเว้นวันหยุด จนถึง 23 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สามารถนำบัตรกำนัลไปเลือกใช้กับเชนโรงแรมที่ต่างกันได้

สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพจากเครือโรงพยาบาลพญาไท  นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย กล่าวว่า เครือโรงพยาบาลพญาไท มีบริการทางการแพทย์เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าพัก โดยเป็นครั้งแรกของโรงแรมในเมืองไทยที่จะมีการติดตั้งเครื่องTytoCare” เทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดที่สามารถตรวจร่างกายผู้ป่วยเบื้องต้น และส่งข้อมูลสุขภาพ อาทิ ปอด หัวใจ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ช่องปาก ช่องหู ผิวหนัง ไปให้แพทย์วินิจฉัย ควบคู่กับบริการ “Clinic Connect” ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้จากโรงแรม โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล มีความร่วมมือในการจัดการด้านสุขอนามัย และการตรวจคุณภาพอากาศภายใต้ระบบ Indoor Air Quality การวัดคุณภาพอากาศ โดยเป็นการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ การตรวจวัดอุณหภูมิ ในพื้นที่จุดสำคัญหลักของโรงแรม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาวะสุขภาพของผู้เข้าพัก ความปลอดภัยของเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงแรม ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การรับรองโดยกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท รวมถึงการอบรมด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยให้พนักงานโรงแรม โดยเฉพาะส่วนงานบริการ ทั้งห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุม สระว่ายน้ำ และยกระดับความปลอดภัยและการให้บริการอาทิ การอบโอโซนในห้องพัก รถพยาบาลพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง เป็นต้น

ด้าน นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล เปิดเผยว่า “เอไอเอส” มีความร่วมมือในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าพัก โดยนำ “ระบบอ่านอุณหภูมิบนใบหน้า (Thermal Face Recognition)” มาใช้คัดกรองผู้มาใช้บริการโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการตรวจสอบอัตลักษณ์ใบหน้า ด้วยระบบ Face Recognition ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลอัตลักษณ์และอุณหภูมิที่ตรวจสอบได้ในคราวเดียวกัน และสามารถแสดงจำนวนผู้มาใช้บริการแบบเรียลไทม์ พร้อม “ระบบติดตามตัว (Traveler Tracking Solution)” อุปกรณ์ติดตามการเดินทางของนักท่องเที่ยว ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT ทำให้สามารถทราบข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ต้องมีการสอบสวนโรค มีระบบสามารถกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนกรณีที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว มีปุ่มกดฉุกเฉินแจ้งให้ระบบรับทราบกรณีเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทั่วไป   สามารถซื้อบัตรกำนัลเงินสดของแกรนด์ แอสเสทฯ ผ่านแอพพลิเคชั่น“จองสบาย” พร้อมมอบส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด อีกด้วย

ผู้ซื้อชุดบัตรกำนัล ยังจะได้รับประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย โดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ทิพยประกันภัย พร้อมมอบความคุ้มครองให้แก่ผู้ใช้บริการโรงแรมที่ซื้อบัตรกำนัลแทนเงินสด ด้วยแผน “ประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา” ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด 100,000 บาท พร้อมค่าชดเชยการเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สูงสุด 100,000 บาท และยังมีความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีก 100,000 บาท  โดยลูกค้าจะได้รับความคุ้มครอง เป็นระยะเวลา 30 วัน

พร้อมกันนี้ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังมีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ เปิดเผยว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้ ไทยแอร์เอเชีย ได้มอบบัตรโดยสารราคาพิเศษเส้นทางบินภายในประเทศให้กับผู้ที่จองห้องพักโรงแรมในเครือแกรนด์ แอสเสทฯ เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายจะนำเอาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการมาร่วมกันนำเสนอให้ผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือจากพันธมิตรด้านการเงิน ได้แก่ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) โดย นายวัน ฮัท โจเซฟ เชีย เปิดเผยว่า ธนาคารจะมอบสิทธิพิเศษให้ผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคาร ที่ซื้อบัตรกำนัลของแกรนด์ แอสเสทฯ โดยสิทธิพิเศษนี้เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิตไอซีบีซีที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งมีทั้งลูกค้าชาวไทย และนักธุรกิจชาวจีนในเมืองไทยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวสูง ในส่วนของ บัตรเครดิต เคทีซี โดย นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร กล่าวว่า บัตรเครดิตเคทีซี มอบสิทธิพิเศษคุ้มค่า เพื่อให้สมาชิกบัตรได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่พิเศษสุด  โดยผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท เมื่อซื้อบัตรกำนัลของแกรนด์ แอสเสทฯ  จะได้รับส่วนลดทันที 4% หรือ ผ่อนชำระ 0% 5 เดือน สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตที่ซื้อบัตรกำนัลผ่าน KTC World Travel Service Center ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฏาคม 2563 สามารถเลือกรับส่วนลดทันที 4% หรือ เลือกผ่อนชำระ 0% นาน 5 เดือน และยังสามารถแลกคะแนนเท่ายอดซื้อ เพื่อเป็นส่วนลดเพิ่มอีก 12% ได้อีกด้วย

‘Wraith Kryptos Collection’ ยนตรกรรมวงกตแห่งรหัสลับ

  • โรลส์-รอยซ์ เชิญชวนลูกค้าให้มาร่วมถอดรหัสลับที่ซ่อนอยู่ภายในยนตรกรรมคอลเลกชันรุ่นใหม่ล่าสุด
  • เรธ คริปโทส คอลเลกชัน (Wraith Kryptos Collection) คือยนตรกรรมที่มาพร้อมกับชุดรหัสลับ
  • มีเพียง 2 คนในโลกเท่านั้นที่รู้คำตอบและความลับเบื้องหลังรหัสดังกล่าว
  • กุญแจไขรหัสลับนี้ถูกใส่ซองปิดผนึกอยู่ในตู้เซฟของประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรลส์-รอยซ์

โรลส์-รอยซ์ คอลเลกชัน คาร์ส คือศูนย์รวมของศิลปะและทักษะที่งดงามราวบทกวี เนรมิตขึ้นด้วยมือของทีมนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จของแบรนด์  เป็นดั่งภาพสะท้อนของความเชี่ยวชาญในศาสตร์และศิลป์ของทีมนักออกแบบ Bespoke Collective อีกทั้งยังเป็นสินค้าสุดพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด โรลส์-รอยส์ คอลเลกชัน คาร์ส ตกแต่งโดยใช้วัสดุที่ดีที่สุด พัฒนาขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่มีแรงผลักดันมาจากความหลงใหลและทักษะทางเทคนิค ยนตรกรรมเหล่านี้เข้าถึงจินตนาการของลูกค้าทั่วโลก ร้อยเรียงเข้าเป็นมหากาพย์ของยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

โดยธรรมชาติแล้วความพยายามในเชิงสร้างสรรค์ล้วนมีจุดเริ่มต้นที่การออกแบบ และสำหรับคอลเลกชันใหม่ของ เรธ คริปโทสความหลงใหลในศาสตร์การเข้ารหัส หรือ cryptography ของนักออกแบบท่านหนึ่ง ก็ได้ทำให้ยนตรกรรมเรธกลายเป็นผืนผ้าใบอย่างดีสำหรับการออกแบบที่ละเอียดประณีตและลึกลับ เรธ คริปโทส คอลเลกชัน ซึ่งจะประกอบไปด้วยยนตรกรรมเพียง 50 คัน ได้รวมเอาเขาวงกตแห่งรหัสลับที่ซับซ้อนไว้ภายใต้รูปโฉมที่มีเสน่ห์

คัทริน เลห์มันน์ นักออกแบบบีสโป๊กของโรลส์-รอยซ์กล่าวว่า “ชื่อ คริปโทส (Kryptos) นั้นได้มาจากภาษากรีกโบราณ หมายถึงสิ่งที่มองไม่เห็น ซ่อนเร้น ถูกเข้ารหัส ไปจนถึงสิ่งที่มีอยู่แค่ในตำนาน การเข้ารหัสเป็นกลเม็ดที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้ตั้งแต่หลายพันปีก่อน ทั้งในยามสงบและยามสงคราม และเป็นสิ่งที่เหล่าบุคคลที่ปราชญ์เปรื่องที่สุดในโลกหลงใหล ในฐานะนักออกแบบ ดิฉันรู้สึกหลงใหลกับความคิดที่ว่า คุณสามารถส่งข้อความที่มีเพียงคนวงในไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเข้าใจ โดยใช้สัญลักษณ์ อักษรภาพ และรหัส ทั้งหมดนี้ทำให้การค้นหากุญแจไขรหัสกลายเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายที่สมบูรณ์ของบางสิ่งบางอย่าง ที่หากมองผ่านๆ แล้วก็อาจเป็นเพียงแค่งานศิลปะชิ้นหนึ่ง”

ยนตรกรรมในชุด เรธ คริปโทส คอลเลกชัน ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ที่ผ่านการเข้ารหัส กระจายไปตลอดทั่วทั้งตัวรถ โดยหวังให้ลูกค้าได้มีความพึงพอใจและความเพลิดเพลิน เสมือนได้ออกเดินทางเพื่อไปค้นหาและพบสิ่งน่าสนใจที่ซ่อนอยู่ สำหรับคนทั่วไป รหัสเหล่านี้อาจจะเป็นเพียงแค่การออกแบบที่ดึงดูดสายตา มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อสุนทรียภาพ และยากที่จะมองให้ออกเป็นรูปร่าง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มองลึกลงไปกว่านั้น และสำหรับคนเพียงไม่กี่คนที่ครอบครองกุญแจไขรหัส การออกแบบนี้คือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่นำไปสู่ข้อสรุปที่กระจ่างชัด

มร. ทอร์สตัน มูเลอร์ออทเวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส กล่าวว่า “มันสมองที่ยอดเยี่ยมและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบบีสโป๊กของโรลส์-รอยซ์ ได้พิสูจน์ความเป็นเลิศของพวกเขาอีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยได้สร้างยนตรกรรมเรธที่ไม่ธรรมดา ร่วมสมัย และทรงพลัง เมื่อได้เห็น เรธ คริปโทส คอลเลกชัน เป็นครั้งแรก เราอาจคิดว่านี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่แสดงถึงพลวัต แต่เมื่อมองให้ละเอียด เราจะเห็นชุดข้อความที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้รหัสลับของโรลส์-รอยซ์ ผมตั้งตารอด้วยความตื่นเต้นว่าจะมีลูกค้าของเราท่านใดสามารถถอดรหัสรหัสได้บ้าง”

แท้จริงแล้ว รหัสลับขั้นสุดยอดนี้มีบุคคลเพียง 2 ท่าน ณ Home of Rolls-Royce ในกู๊ดวูดเท่านั้นที่ทราบคำเฉลยและลำดับของรหัสที่สมบูรณ์ ได้แก่ ผู้ออกแบบและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คำตอบนั้นอยู่ในซองปิดผนึกที่เก็บในตู้เซฟของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ณ Home of Rolls-Royce ในกู๊ดวู้ด เวสต์ซัสเซ็กส์ และเราขอเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมถอดรหัสผ่านและส่งคำตอบได้ทาง วิสเปอร์ส แอปพลิเคชันที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับสมาชิกครอบครัวโรลส์-รอยซ์เท่านั้น

การเดินทางเพื่อไขรหัส เริ่มต้นที่สัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี ซึ่งประดับอยู่บนฝากระโปรงของยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์มานานกว่าหนึ่งศตวรรษ ที่ฐานของสัญลักษณ์นี้จะพบรอยสลักลึกลับที่ตกแต่งด้วยการเคลือบสีเขียว นอกจากนี้เมื่อมองต่ำลงมาจะเห็นว่าบริเวณแผงกันชนของตัวรถได้ถูกออกแบบขึ้นใหม่ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทั้งบุคลิกและท่วงท่าของยนตรกรรมเรธอย่างแนบเนียนเพื่อให้คอลเลกชันนี้มีเอกลักษณ์พิเศษเป็นของตัวเอง

คู่สีที่สวยงามของคอลเลกชันก็ยังช่วยสื่อเป็นนัยถึงความลับที่ลึกล้ำที่สุดภายในตัวรถ สีภายนอกคือสีเทาเดลฟิก เกรย์ (Delphic Grey) เป็นสีสั่งผลิตพิเศษซึ่งประกอบด้วยสีพื้นคือสีเทาแอนธราไซต์ (solid Anthracite) และเพิ่มเทคนิคพิเศษที่จะเผยให้เห็นเกล็ดของแร่ไมกาสีฟ้าและเขียวเมื่อมีแสงแดดตกกระทบ ลูกเล่นนี้ถูกขับให้เด่นด้วยเส้นโค้ชไลน์แบบคู่ที่วาดด้วยมือ เส้นบนใช้สีคริปโทส กรีน (Kryptos Green) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ในขณะที่เส้นล่างช่วยเล่นแสงเงาด้วยสีเทาเข้ม (Dark Grey)  ทั้งสองสีต่างเป็นคำใบ้ที่เกี่ยวโยงไปถึงรหัสที่ซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสาร อีกสิ่งหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มความสุนทรีย์ด้านนอกตัวถังรถก็คือล้อแม็กซ์ขัดเงา ตรงกลางเป็นสีเทาออร์บิต เกรย์ (Orbit Grey) ตกแต่งด้วยแถบพินสไตรป์ที่มีสีสัน

เมื่อก้าวข้ามแผ่นป้ายโลหะที่ส่องสว่างเข้าไปยังด้านในของตัวรถ จะพบกับรหัสลับที่แฝงตัวอยู่ในองค์ประกอบต่างๆ สิ่งที่สะดุดสายตาเมื่อเปิดประตูเข้ามาคือเบาะหนังแท้สีเซลบีย์ เกรย์ (Selby Grey) หรือแอนธราไซต์ (Anthracite) ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งไฮไลท์สีคริปโทส กรีน (Kryptos Green) ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อให้เกิดลูกเล่นแบบเมทัลลิก ในส่วนต่อมา ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นคำใบ้ที่ชัดเจนที่สุด คือ องค์ประกอบของรหัสที่ถูกปักลงบนพนักพิงศีรษะของเรธ แทนที่สัญลักษณ์โมโนแกรมตัว R คู่ที่เราคุ้นเคย และเพื่อความเพลิดเพลินของผู้ขับขี่ ในยนตรกรรมยังมีลวดลายที่น่าสนใจวิ่งไปทั่วทั้งแผงหน้าปัดที่แผ่เต็มความกว้างของตัวรถด้านใน

เรธ คริปโทส คอลเลกชัน เพิ่มความรื่นรมย์ให้กับผู้โดยสารด้วยแสงไฟจากเฮดไลเนอร์แบบสองสีที่ทำขึ้นอย่างงดงามและพิถีพิถัน สะท้อนแนวคิดศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกระแสของข้อมูลที่กำลังหลั่งไหล ช่องเก็บของตรงประตูมีไฟส่องสว่าง แต่งด้วยหนังทอของโรลส์-รอยซ์และด้ายสีคริปโทส กรีน เผยให้เห็นแสงสว่างที่ทั้งแนบเนียนและคาดไม่ถึงในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปบริเวณฐานของช่องเก็บของ ช่องเก็บของตรงกลางได้รับการเย็บอย่างประณีต ล้อไปกับเส้นแนวนอนของช่องเก็บของที่ประตู และยังเป็นการสื่อให้เห็นถึงคุณลักษณะที่เน้นผู้ขับขี่เป็นสำคัญของยนตรกรรมแสนพิเศษคันนี้ด้วย

ชีวิตสีเข้มของ 'เต้ย-จรินทร์พร' ในวัยเลขสาม ตกตะกอนความคิดเพื่อก้าวต่อไป

ชีวิตสีเข้มของ ‘เต้ย-จรินทร์พร’ ในวัยเลขสาม ตกตะกอนความคิดมากขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

คุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ ‘เต้ย-จรินทร์พร’ ชีวิตสีเข้มๆ ในวัยเลยสาม โตขึ้น สงบขึ้น ตกตะกอนความคิดมากขึ้น เพื่อก้าวเดินต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

ความอะเมซิ่งสำหรับ “เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ” ก็คือ ภาพจำของวันแรกๆ ที่ทุกคนเห็นตอนเธอเป็นเด็กสาวอายุ 17 ปี ว่าเป็นอย่างไร เวลาผ่านไปจนถึงวัย 30 ปี ความน่ารักสดใสเปี่ยมพลังของเธอก็ยังคงเหมือนเดิมอย่างนั้นไม่มีเปลี่ยน

ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตปริญญาโทอีกครั้งนะคะ

“ขอบคุณค่า (ยิ้ม) ในที่สุดก็ทำสำเร็จ เรียนจบปริญญาโท สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแล้วค่ะ (ยิ้มกว้าง) จริงๆ เต้ยอยากจบตั้งนานแล้ว แต่ด้วยงานและเวลาหลายๆ อย่าง ซึ่งปีนี้เวลาบังคับ (ปีที่ 5) ว่าต้องจบแล้วจริงๆ บวกกับสถานการณ์โควิด เลยทำให้มีเวลาว่างทำวิทยานิพนธ์จนสำเร็จ ในหัวข้อ ‘พฤติกรรมการอนุรักษ์เต่ามะเฟืองของประชาชนในตำบลท้ายเหมือง จังหวัดพังงา’ ค่ะ (ยิ้ม)

“ต้องเล่าจุดเริ่มต้นของการเรียนปริญญาโทก่อนค่ะ คือเมื่อประมาณ 5 ปี ที่แล้วที่เต้ยและอเล็กซ์ (อเล็กซ์ เรนเดลล์) ได้รู้จักกับครูกต (ดร.อลงกต ชูแก้ว) ตอนที่เต้ยช่วยช้างขวัญเมืองที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เขาใหญ่ จากนั้นมีโอกาสไปดำน้ำกับครูกตที่พังงา ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่ครูพาเด็กๆ ดำน้ำไปเรียนรู้โลกใต้ทะเล เพื่อศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“การดำน้ำครั้งนั้นทำให้เต้ยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ฉันชอบธรรมชาติ ชอบไปเที่ยว ชอบดำน้ำ แต่ไม่รู้เรื่องการอนุรักษ์เลย เต้ยกับอเล็กซ์เห็นตรงกันว่า เรามาทำอะไรด้วยกันเถอะ จึงเกิดเป็นค่าย EEC โดยนำสิ่งที่ครูกตสอนมาขยายความจริงจัง และความที่ EEC เป็นองค์กรที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เต้ยกับอเล็กซ์จึงคิดว่าเราควรไปเรียนต่อด้านนี้เพิ่มเติมด้วย เพื่อเสริมองค์ความรู้ให้แข็งแรงขึ้นแบบเจาะลึก จนมาถึงช่วงที่ต้องทำวิจัย ต้องเดินทางไปเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง ซึ่งช่วงนั้นเต้ยยังมีงานหลายอย่าง ติดถ่ายละครด้วย จึงใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเรียนจบ” (ยิ้ม)

ชีวิตสีเข้มของ 'เต้ย-จรินทร์พร' ในวัยเลขสาม ตกตะกอนความคิดมากขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

งานของเต้ยใน EEC เป็นประมาณไหน

“ช่วงแรกเต้ยกับอเล็กซ์ทำกันเองหมดทุกอย่างเลยค่ะ ทุกอย่างจริงๆ นะ ตั้งแต่ทำโลโก้ ออกแบบภาพรวม เต้ยดูแล Art Direction ทั้งหมดขององค์กร ทำเฟซบุ๊ก ไอจี เว็บไซต์ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสื่อสาร รวมทั้งคิดว่าควรมีคอร์สเรียนอะไรบ้าง จนถึงการติดต่อประสานงาน อย่างติดต่อหาสถานที่พักเวลาจะพาเด็กๆ และผู้ปกครองไป เรื่องบัญชีก็ต้องเรียนรู้ด้วยว่าต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง คือดูแลด้านการจัดการเป็นหลักค่ะ

“ตอนนั้นเราสองคนคิดเหมือนกันว่าในการจะเริ่มทำอะไรสักอย่างควรต้องรู้ดีเทลจริงๆ เหมือนการปลูกต้นไม้ต้องมุ่งให้รากแข็งแรงก่อน จึงทำกันเองทุกอย่าง อย่างเวลาไปออกค่าย เมื่อก่อนเต้ยจัดเตรียมของ แบกของ จนถึงล้างจาน ฯลฯ เพื่อจะได้รู้ปัญหาในทุกจุด ส่วนเรื่องการเรียนการสอนก็ยกให้เป็นงานของครูอลงกตไป

“ขณะที่อเล็กซ์รับหน้าที่ Managing Director และตอนนี้เป็น CEO ดูภาพรวมทั้งหมด เรามีทีมงานประมาณ 20-30 คนที่คอยดูแลงานในส่วนต่างๆ (ยิ้ม) เต้ยเป็น Co-founder และเป็นเหมือนที่ปรึกษาเวลามีเรื่องที่ต้องช่วยกันตัดสินใจ สำหรับด้านการบริหารจัดการคน เต้ยเน้นการใช้ Soft Side ของตัวเอง ในการแก้ปัญหา ซึ่งจริงๆ ปัญหาส่วนใหญ่อเล็กซ์จัดการได้เองอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าเจอเรื่องที่ใหญ่จริงๆ หรือต้องการอีกเสียงช่วยตัดสินใจ เต้ยก็จะช่วยตรงนั้น โดยมองจากมุมนอกเข้าไป เพราะบางครั้งอเล็กซ์เขาอยู่ใกล้เกินไป อาจมองไม่เห็นในบางมุม เต้ยก็จะช่วยมอนิเตอร์ดูอยู่รอบๆ เรียกว่าคอยช่วยอยู่เบื้องหลัง ประมาณนั้นค่ะ” (ยิ้ม)

สถานะความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปมีผลกับการทำงานไหม

(ส่ายหน้า) “เหมือนเดิมทุกอย่างค่ะ เราค่อนข้างแฮ็ปปี้มาก (ยิ้ม) เพราะเต้ยกับอเล็กซ์ไม่ได้ใช้ความรู้สึกด้านอารมณ์มาปน เราแยกได้ ไม่มีว่าเลิกกันแล้ว ต้องไม่คุยไม่คบ เราไม่เคยคิดไม่ดีต่อกันเลย ที่สำคัญคือ ไม่ดราม่าใส่กัน เพราะฉะนั้นการทำงานด้วยกันจึงค่อนข้างชิลมากค่ะ และเต้ยก็เชื่อว่าอเล็กซ์เขาเก่งมากอยู่แล้ว (ยิ้ม)

“อย่างล่าสุดเขาเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีแห่งชาติด้านสิ่งแวดล้อมคนแรกของไทยจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เต้ยดีใจกับเขามากๆ เพราะเขาพร้อมอยู่แล้ว ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท นี่เป็นสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับเขามากเลยค่ะ” (ยิ้ม)

ชีวิตสีเข้มของ 'เต้ย-จรินทร์พร' ในวัยเลขสาม ตกตะกอนความคิดมากขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

การทำงานบันเทิงตั้งแต่อายุ 17 จนถึงตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะ

“สำหรับในวงการบันเทิง เต้ยไม่รู้จริงๆ ว่าจะตั้งเป้าตัวเองอย่างไรดี ถ้าในแง่รางวัลเราก็เคยได้รับ ละครและภาพยนตร์ก็เล่นมาหลายบทบาท และบางครั้งเราไม่ได้เป็นคนกำหนดงานของตัวเอง แต่มาจากผู้ใหญ่เลือกให้ รวมทั้งผู้จัดละครและลูกค้า

“อย่างเมื่อก่อนเคยคิดว่าในอนาคตอยากเป็นผู้กำกับหรือผู้จัดฯ แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบให้ตัวเอง รู้แค่ว่าเราแฮ็ปปี้กับสิ่งที่ทำอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ อย่างเร็วๆ นี้กำลังจะมี Youtube Channel ชื่อ เต้ย จรินทร์ ซึ่งคิดมานานมากแล้วว่าทำดีไหม คนรอบข้างทุกคนเชียร์ให้ทำ แต่ที่ลังเลเพราะเต้ยรู้สึกว่าถ้าไปเที่ยวแล้วต้องถือกล้องถ่ายตัวเองตลอดจะทำได้เหรอ แต่สุดท้ายก็ขอลองดูค่ะ

“เพราะจริงๆ แล้วเต้ยอยู่ได้ด้วยแพสชั่นประมาณหนึ่ง เวลาที่ทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ ก็เป็นธรรมดาที่รู้สึกเบื่อบ้าง แต่ไม่ได้ท้อนะ ก็แค่หาอะไรอย่างอื่นทำเพิ่ม สำหรับงานการแสดงคงพักไม่ได้ ต้องทำไปเรื่อยๆ ใช้วิธีปรับมุมมองใหม่ๆ ถ้ารู้สึกเบื่อก็ลองชาลเลนจ์ตัวเองดู แม้บทอาจจะคล้ายเดิม แต่เราลองหามุมใหม่ๆ ให้ได้ท้าทายตัวเอง มันก็สนุกขึ้นนะ ซึ่งการแสดงมีความแปลกอย่างหนึ่งนะคะ ถ้าตั้งใจเกินไปก็ไม่ดี ไม่ตั้งใจเลยก็ไม่ได้ ประมาณว่าต้องตั้งใจแบบไม่ตั้งใจ (หัวเราะ) ฉะนั้นต้องทำการบ้านมาให้แน่น ซึ่งก็คือความตั้งใจ แต่พออยู่หน้าเซต เราจะต้องปล่อยให้ตัวละครไหลลื่นไปเอง ซึ่งที่ผ่านมาเต้ยสู้กับตัวเองตลอด อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุดก็ได้รับบทที่สนุกมากๆ ในเรื่อง ทุ่งเสน่หา ทำให้รู้สึกว่าแพสชั่นที่เริ่มจะมอดกลับมาลุกโชนใหม่อีกครั้ง

“เรื่องนี้ตัวละครมีพัฒนาการชีวิตค่อนข้างเยอะ เต้ยจึงต้องทำการบ้านมากๆ ปกติเต้ยท่องบทก่อนไปถึงกองอยู่แล้ว หมายถึงว่าท่องให้แม่นตั้งแต่ก่อนวันถ่าย เพราะไม่อยากให้เวลาทำงานจริงแล้วคนอื่นต้องมารอเพราะเราพูดไม่ได้ อารมณ์ไม่มา เทคนิคของเต้ยคือ เติมสีให้ตัวละครไว้ในบทแต่ละช่วง เพื่อแทนความรู้สึกและความคิดในช่วงเวลานั้น เช่น ตัวละครยุพินช่วงแรกอาจเป็นสีชมพูสดใส แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มมีสีอื่นเข้ามาผสม อย่างสีน้ำเงิน สีเทา เพราะบางครั้งเต้ยถ่ายละคร 2 เรื่องพร้อมกัน เรื่องหนึ่งเป็นเหมือน กระต่าย มีความซอฟต์มาก อีกเรื่องสตรองเชียว ฉะนั้นเราต้องแยกให้ออกว่าตัวละครแต่ละตัวกำลังรู้สึกอย่างไร ผ่านอะไรมาบ้าง โดยดูจากสีที่เราแต้มไว้ในบท”

แล้วชีวิตจริงตอนนี้เต้ยเป็นสีอะไรคะ

“….มีหลายสีเลยค่ะ แต่ออกไปทางโทนเข้มๆ หนักๆ หน่อย อย่างสีเอิร์ธโทน สีคราม หรือสีที่ดูนิ่งสงบ คือไม่ได้เจอเรื่องหม่นหมองนะ แต่เหมือนเริ่มตกตะกอนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต แต่ก็ยังต้องตกตะกอนไปอีกเยอะเลย

“หลายคนอาจจะดูเหมือนเต้ยเป็นสีรุ้งใช่ไหม แน่นอนว่ามุมร่าเริงก็มีค่ะ เพียงแต่ค่อนไปทางจริงจังและมุ่งมั่นมากกว่า และจริงๆ แล้วเบื้องลึกค่อนข้าง Introvert (เก็บตัว) การชาร์จพลังของเต้ยคือการอยู่นิ่งๆ ได้เห็นต้นไม้งอกออกมาทีละนิด นี่คือสิ่งที่ทำให้มีความสุขมาก เต้ยรู้สึกว่าการที่ได้อยู่นิ่งๆ เหมือนเราได้เคลียร์ใจ เต้ยเชื่อว่าทุกคนมีถังขยะในตัวเอง พอเจอเรื่องนู่นนี่นั่นก็จะเก็บมาใส่ในถังไว้ ฉะนั้นการชาร์จพลังของเต้ยคือการกลับมาอยู่กับตัวเอง แล้วดูว่าตอนนี้เรามีขยะอะไรบ้าง เพื่อหยิบทิ้งออกไป ให้จิตใจได้พัก และโล่งขึ้น

“หลายคนบอกว่าเต้ยชอบคิดชอบทำอะไรแก่ๆ (หัวเราะ) ชอบอยู่นิ่งๆ เข้าวัดปฏิบัติธรรม จึงคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นสีคราม สีน้ำตาลอ่อน สีเบจ แล้วก็มีสีเหลืองปนนิดหน่อย (ยิ้ม) แบบบาลานซ์ทั้งเรื่องจริงจังและความสนุก”

ชีวิตสีเข้มของ 'เต้ย-จรินทร์พร' ในวัยเลขสาม ตกตะกอนความคิดมากขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

ปีนี้เข้าสู่เลข 3 แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง

“เปลี่ยนไปเยอะมากค่ะ ช่วง 25-30 ของเต้ยมีความซัฟเฟอร์หนัก ซึ่งหลายคนก็น่าจะเป็นเหมือนกัน คือต้องการหาตัวเอง แบบว่าเราต้องมีโน่นมีนี่ มองหาความมั่นคงอะไรบางอย่าง

“พอปีนี้อายุ 30 แล้ว เต้ยคิดว่าเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้วนะ จึงเป็นปีที่เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน จากเมื่อก่อนตั้งโกลระยะสั้นๆ เพราะเวลาตั้งเป้าสั้นๆ แล้วทำสำเร็จ เราจะแฮ็ปปี้ แตพอยิ่งโตขึ้น ด้วยอายุ ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้เรามีช่องว่างของเป้าหมายกว้างขึ้น เช่น เมื่อก่อนเป้าสั้นๆ ของเต้ยคือซื้อรถให้คุณพ่อ ซื้ออะไรให้คนนี้คนนั้น แต่พอ 25 เป้าหมายใหญ่ขึ้น ต้องใช้เวลานานขึ้น อย่างสร้างบ้าน เรียนปริญญาโท ความรู้สึกคล้ายกับที่กว่าต้นไม้จะออกผล ต้องใช้เวลา และปีนี้บ้านสร้างเสร็จ เรียนจบปริญญาโทสำเร็จ ก็ถือว่าแฮ็ปปี้ค่ะ (ยิ้ม)

“เพราะจริงๆ แล้วเต้ยเป็นคนจริงจัง และยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ จนช่วง 28 29 30 คือจริงจังแบบพีคสุดๆ ค่อนข้างซีเรียสนะคะ (หัวเราะ) เรียกว่ามีความมุ่งมั่นมากกว่า ชอบก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอด ชอบพัฒนาตัวเองเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ประมาณหนึ่ง แต่พอเราเรียนรู้มาเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าบางอย่าง ถ้าเราอยากได้มากๆ ก็อาจจะไม่ได้ แต่ถ้าลองนิ่งแล้วมองดูดีๆ มันอาจจะอยู่ตรงนั้นแล้วก็ได้ ทำให้เราต้องกลับมามองและเรียนรู้ตัวเองจริงๆ ว่าชีวิตเราต้องการอะไรกันแน่ แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นแน่ๆ คือ เต้ยเรียนรู้ผู้คนมากขึ้น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงการเรียนรู้ข้างในใจของเราเองและสนุกกับการได้มองเห็นมุมมองต่างๆ จากปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตค่ะ

“เพราะเต้ยทำงานมาตั้งแต่เด็ก ชอบหาอะไรใหม่ๆ ทำ ตั้งแต่ EEC ทำเสื้อผ้า ทำแหวนขาย และช่วงปลายปีนี้ก็กำลังจะเปิดธุรกิจใหม่ด้วย แต่ยังบอกไม่ได้ (ยิ้ม) ทั้งหมดนั้นทำให้ได้เรียนรู้การแก้ปัญหาใหม่ๆ อยู่ตลอด ทั้งจากคนอื่นและตัวเอง เช่น ที่ผ่านมาเราเคยรับมือกับปัญหานี้อย่างไร และวันนี้เรารับมือกับปัญหาแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ อย่างไรบ้าง

“ซึ่งนี่คือเป้าหมายต่อไปในชีวิตของเต้ย คือการรวบทุกอย่างใน 30 ปีที่ผ่านมา เหมือนการจัดชั้นวางของในตัวเราใหม่ให้เรียบร้อยขึ้น เพื่อที่จะก้าวต่อไปสู่อีกสเต็ปของชีวิตให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเรานิ่งขึ้นกว่าเดิม มองเห็นภาพหลายๆ อย่างชัดกว่าเดิมแล้ว การตัดสินใจจะดีขึ้นกว่าเดิม”

เวลามีปัญหาปรึกษาใคร

“ชอบปรึกษาแก๊งพี่ๆ ค่ะ อย่างพี่โอปอล์ (ปาณิสรา อารยะสกุล) ที่พร้อมจะคุยกับเราได้ทุกเรื่องจริงๆ ส่วนใหญ่เรื่องที่ทำให้เต้ยเครียดคือเรื่องความรับผิดชอบที่เต้ยยึดถือมาตั้งแต่เด็ก ทั้งงาน ธุรกิจ ครอบครัว

“แต่ที่ทำให้รู้สึกเครียดจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องคนค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ อย่างความคิดเห็นของคน ทุกวันนี้เต้ยยังไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองฟื้นคืนชีพจากเหตุการณ์นั้นหรือยัง (จากข่าวเรื่องความรัก) มันยากมากจริงๆ เพราะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้”

ชีวิตสีเข้มของ 'เต้ย-จรินทร์พร' ในวัยเลขสาม ตกตะกอนความคิดมากขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

หมายถึงคอมเมนต์ต่างๆ ในโซเชียล

“ใช่ค่ะ ซึ่งจริงๆ เต้ยคิดว่าตัวเองก็โชคดีระดับหนึ่งแล้วนะที่โดนไม่เยอะ แต่พอตอนโดนก็เจ็บมากนะ เพราะเต้ยค่อนข้างแคร์คนอื่น ก่อนหน้านั้นเคยโดนมาแล้วรอบหนึ่ง ก็พยายามทำความเข้าใจว่าเราไม่สามารถไปห้ามความคิดใครได้ นานาจิตตัง แล้วแต่คนคิด ซึ่งพอคิดแบบนั้นได้ ก็เรียนรู้ที่จะปล่อย ไม่เอาใจไปจับ ไม่โฟกัสกับคอมเมนต์ต่างๆ แค่ทำตัวเองให้ดีก็พอ ซึ่งเต้ยก็อยู่อย่างนั้นมายาวๆ เลยนะ กระทั่งโดนอีกรอบ ชีวิตเลยสะดุด แต่ตอนนี้ก็โอเคขึ้นแล้ว ถือเป็นอีกสิ่งที่เราได้เรียนรู้ และรู้ว่าสมัยนี้รุนแรงกว่าเมื่อก่อนมาก (ยิ้ม)

“เต้ยเคยคุยกับคนในวงการหรือคนที่รู้จัก อย่างบางคนที่ดูสตรองมากๆ เวลาเจอคอมเมนต์ร้ายๆ เขาก็เจ็บนะ เต้ยเชื่อว่าไม่มีใครที่โดนแล้วจะไม่รู้สึกหรอก แม้กระทั่งคนที่คอมเมนต์เอง ถ้าเขาโดนบ้างก็ต้องรู้สึก แต่ทำไมผู้คนยังปาเรื่องเหล่านี้ใส่กัน ทั้งที่เวลาโดนเราก็เจ็บเหมือนกัน”

แล้วกับแก๊งเพื่อนๆ คนอื่นๆ ล่ะคะ

“เจมส์ก็ใช่ค่ะ วันนี้จึงดีใจมากที่ได้ทำงานด้วยกันอีกครั้ง เพราะไม่ได้เจอกันนานเลยค่ะ ล่าสุดตั้งแต่ตอนไปเล่นสโนว์บอร์ดด้วยกันที่ญี่ปุ่น จากนั้นพอเป็นช่วงกักตัวก็มีโทรศัพท์คุยกันบ้างนิดหน่อย เต้ยรู้จักกับเจมส์มานานหลายปี ตั้งแต่ตอนที่น้องเพิ่งเข้าวงการและได้เล่นหนังด้วยกัน เจมส์เป็นน้องคนหนึ่งที่เต้ยรักค่ะ เราคุยกันได้ในหลายๆ เรื่อง และเขาก็เป็นคนที่รู้เรื่องของเต้ยเยอะด้วย (หัวเราะ) เต้ยเอ็นดูเจมส์นะ คือรักนางแหละ (ยิ้ม)

“ส่วนสาวๆ แก๊งเฟอร์บี้เรามาสนิทกันตอนทำงานของช่อง 3 ส่วนใหญ่จะนัดสังสรรค์ เป็นสายเฮฮา อีกแก๊งที่สนิทมานานมากๆ คือแก๊งญาติมิตร อย่างพี่โอปอล์ รู้จักกันมากว่า 10 ปีแล้ว พี่อ้อม (สุนิสา สุขบุญสังข์) ก็รู้จักกันตั้งแต่เต้ยเข้าวงการใหม่ๆ พี่จ๋า (ยศสินี ณ นคร) พี่ป๋อมแป๋ม (นิติ ชัยชิตาทร) เวลาเจอจะมีเรื่องคุยกันประมาณล้านหัวข้อ (หัวเราะ)

“เต้ยเคยฟังที่พี่นิ้วกลม (สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์) บอกว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องถ่ายเทความรู้สึกซึ่งกันและกัน การที่เราไม่ได้พูดออกมาก็เหมือนเราไม่ได้เทถังขยะ ซึ่งวันหนึ่งมันอาจจะระเบิดได้ ฉะนั้นเราต้องหมั่นทบทวนตัวเอง เทถังขยะ และคุยกับใครสักคนเพื่อเปิดมุมมองของตัวเองให้เพิ่มขึ้น รับฟังความคิดของคนอื่น

“เต้ยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่มีคนรอบข้างเป็นแรงบันดาลใจที่ดี เวลาเจอกันก็มีแต่จะส่งพลังบวกให้กัน มีความสุขและสบายใจ เต้ยเชื่อว่าชีวิตของคนเราต้องมี Safe Zone หรือมีใครที่ไว้ใจได้จริงๆ สำหรับให้เราเล่าอะไรได้ให้เราเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจ ซึ่งเต้ยโชคดีที่มีตรงนี้ มีคนที่เราสามารถคุยได้ทุกเรื่อง คิดแบบไหนก็พูดออกมา โดยเราอาจไม่ต้องเป็นคนดีเต็มร้อย แต่เป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นการได้ทบทวนตัวเองด้วย อย่างที่บอกไปว่า เต้ยกำลังจัดชั้นวางของในตัวเองใหม่ เตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไปของชีวิตค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 960

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

8 ปี บนเส้นทางมายา ‘เจมส์-จิรายุ’ ไม่ยึดติดบทพระเอก พร้อมบรรเลงตามจังหวะชีวิต

เปิดดวง12 ราศีครึ่งปี 2563 กับพยากรณ์หนุ่มสุดหล่อ”หมอแชมป์”เงิน งาน ความรัก ปังหรือแป้ก!

ชีวิตบนความคาดหวัง เผยแผลศัลยกรรมตาสองชั้นของ ‘หมอรวงข้าว’

เทรนด์ชุดเจ้าสาว จากร้าน The Classic Studio & Planner สวยหรูดูมีระดับ

เทรนด์ชุดเจ้าสาว สวยหรูดูมีระดับ จากร้าน The Classic Studio & Planner

ก่อนหน้านี้ลูกเล่นบนชุดแต่งงานมีทั้งโบ, ชุดแต่งงานเฉดสีต่างๆ, ชุดแต่งงานแบบกางเกง และชุดแต่งงานประดับดอกไม้ ซึ่งเทรนด์เหล่านี้ก็จะยังไม่ได้หายไปไหนเรายังจะได้เห็นอีกในปี 2020 ไปจนถึงปีหน้า และนี่คือ เทรนด์ชุดเจ้าสาว จาก The Classic Studio & Planner ที่เหมาะกับว่าที่เจ้าสาวที่ต้องการความเรียบหรู ดูดี คลาสสิคไม่มีตกยุค

เทรนด์ชุดเจ้าสาว

เทรนด์ชุดเจ้าสาว

เทรนด์ชุดเจ้าสาว

ดูแบบชุดแต่งงาน The Classic Studio & Planner เพิ่มเติม คลิกเลย!

เสื้อผ้า : The Classic Studio & Planner
ถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)
โทร. 0-2381-4959 กด 0
เว็บไซต์ : www.theclassicstudio.co.th
เฟซบุ๊ก : The Classic Studio & Planner

ต้องมนตร์ขลัง จิเวลรี่จาก ศิลปะแลคเกอร์ (ญี่ปุ่น) งานแฮนด์เมดฝีมือชั้นเยี่ยม

ต้องมนตร์ขลัง จิเวลรี่จาก ศิลปะแลคเกอร์ (ญี่ปุ่น) งานแฮนด์เมดฝีมือชั้นเยี่ยม สู่งานศิลปะที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ

นอกจากงานศิลปะแลคเกอร์ (ญี่ปุ่น) จะปรากฏอยู่ในของประดับตกแต่งบ้านสุดหรูในคอลเล็คชั่น Eastern Curiosities – Lacquer Collection จาก โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ แล้ว ทางแบรนด์ยังได้รังสรรค์งานศิลปะชั้นสูงให้มาอยู่ในรูปแบบของงานจิเวลรี่ที่มีความวิจิตร งดงาม ที่สำคัญคือมีหนึ่งเดียวในโลกอีกด้วย

สำหรับคอลเล็คชั่น Eastern Curiosities – Lacquer Collection ทางแบรนด์โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ ได้รังสรรค์ศิลปะแลคเกอร์ออกมาในรูปแบบเครื่องประดับ อาทิ

ศิลปะแลคเกอร์

Japanese Lacquer Bangle with Pink Tourmaline Frog กำไลเคลือบญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยลวดลายใบบัว เพิ่มความเก๋ด้วยรูปกบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำและความอุดมสมบูรณ์ ประดับ ทัวร์มาลีน สีชมพู 1.15กะรัต และดวงตาของกบประดับด้วยเพชร 0.11 กระรัต เจียระไนทรงโรส-คัท

ศิลปะแลคเกอร์

Japanese Maki-e Lacquer Ring with Diamond and Emerald แหวนไม้ญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคมากิ-เอะ แลคเกอร์ การสร้างลวดลายด้วยการโรยผงทอง ผสานกับเทคนิคเรเด็น แลคเกอร์ การสร้างลวดลายโดยการประดับด้วยมุก (เปลือกหอยมุก) โดดเด่นด้วยลายหางนกยูง สัญลักษณ์แห่งความสุขและความสง่างาม ประดับด้วยเพชร 0.01 กะรัต และมรกต 0.07 กะรัต

Teak Wood Loop Necklace with Japanese Lacquer Centerpiece สร้อยคอไม้สักพร้อมจี้สไตล์ญี่ปุ่น ดีไซน์เก๋ด้วยลวดลายใบเมเปิ้ลหลากสี ตกแต่งด้วยเพชร 1.64 กะรัต ทัวร์มาลีน สีชมพู 1.61 กะรัต ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกใบเมเปิ้ลว่า Momiji หมายถึง ใบไม้เปลี่ยนสี ดึงดูดสายตาด้วยเปลือกหอยมุกแกะสลักเป็นรูปงูสามตัวพันเกี่ยวกันเป็นเกลียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจและสติปัญญา

Cinnabar Lacquer Earrings with Dangling Pearls and Black Agate ต่างหูสีแดงชาด ศิลปะแลคเกอร์สไตล์จีน (ไชนีส ซีนาบาร์ แลคเกอร์) สวยเด่นด้วยลวดลายแกะสลักลายน้ำเต้า ซึ่งชาวจีนเชื่อว่า น้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เพิ่มความหรูหราด้วยการประดับเพชร น้ำหนักรวม 4.02 กะรัต โดดเด่นด้วยโคมระย้าไข่มุกน้ำจืดประดับ แบล็คอาเกต (Black Agate) เป็นหินที่นำโชคด้านชัยชนะ

Cinnabar Lacquer Earrings with Diamond ต่างหูสีแดงชาด ศิลปะแลคเกอร์สไตล์จีน (ไชนีส ซีนาบาร์ แลคเกอร์) สวยเด่นด้วยลวดลายแกะสลักลายใบน้ำเต้า ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรง โรส-คัท น้ำหนักรวม 1.88 กะรัต

Antique Japanese Fan Necklace สร้อยคอดีไซน์เก๋ รูปทรงพัดโบราณญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยศิลปะแลคเกอร์สไตล์จีน (ไชนีส ซีนาบาร์ แลคเกอร์) ประดับมุก และเพชร 11.310 กะรัต ตรงกลางประดับด้วยมรกต 1.060 กะรัต สำหรับชิ้นงานศิลปะแลคเกอร์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นของสะสมของรอล์ฟ วอน บูเรน นั้นมีหลากหลายชิ้นแต่ละชิ้นมีอายุยาวนานแต่ยังคงความสวยงดงามจนน่าครอบครอง


 

คิมเบอร์ลี่ ผมสั้น

ลุคใหม่สุดชิล “คิมเบอร์ลี่” หั่นผมสั้นทำสีประกายธรรมชาติ หน้าเด็กลงแต่ดูเปรี้ยวขึ้น

ลุคใหม่สุดชิล คิมเบอร์ลี่ ผมสั้น ทำสีเป็นแบบประกายธรรมชาติ กระชากวัยให้ดูหน้าเด็กลง แต่กลับดูเปรี้ยวขึ้นไม่เบา

ไหนๆ ก็ปิดกล้องละครเรื่องใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่รอช้านางเอกสาวสวย คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ก็เลยขอหั่นผมสั้น อัพลุคใหม่กระชากวัยกว่าเดิม ซึ่งก็นับว่าเป็นลุคที่แปลกตามาก ถ้าไม่รวมการเมคโอเวอร์ลุคผมสั้นที่เคยเห็นผ่านๆ มา เรียกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าวงการมา ที่สาวคิมหันมาหั่นผมสั้นขนาดนี้

และ คิมเบอร์ลี่ ยังได้โพสต์แซวตัวเองในลุคนี้ว่า “What’s her name again?” พร้อมข้อความขอบคุณทีมที่มาอัพลุคใหม่ให้เธอว่า “Big thanks to my huge makeover team” ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น คุณก้อง Hive Salon แฮร์สไตลิสต์ชื่อดัง ที่สาวคิมเองก็สนิทมากด้วยเช่นกัน และคุณก้องยังโพสต์ข้อความไว้ว่า “เปลี่ยนลุคให้น้องคิมด้วยกันกับจิ้บบี้ งานฝอจ๋วยๆ ^^ หวังว่าจะชอบลุคใหม่ของน้องกันนะครับ”  โดยที่สาวคิมก็ได้เข้ามาคอมเม้นต์ว่า “ขออภัยคุณลูกค้าทุกท่านในร้าน ที่กรี๊ดเสียงดังตอนตัดนะคะ btw you always bring out the best in me Love chuuu ❤️❤️❤️”

และโททัลทุคที่สวยเฉียบจะขาดเมคอัพอาร์ติสต์คนสนิทที่รู้ใจอีกคนไปไม่ได้ นั่นคือ จิ๊บ JiBbie Rubiie ช่างแต่งหน้าและบล็อกเกอร์สาวสวยที่ดาราในวงการต่างก็ชื่นชอบในฝีมือการแต่งหน้าเธอมาก โดยสาวจิ๊บ ก็ได้โพสต์ข้อความลงว่า “@kimmy_kimberley ผมสั้นละค้าาเปรี้ยวมากก เปลี่ยนลุคโดย พี่ก้อง @gonghivesalon24 และ makeup by @jibbierubie ผมสั้นทำสีแบบเป็นประกายธรรมชาติเหมือนผมจริง สวยมาก ก ก ส่วนเมคอัพ สายฝ แต่ยังคงงานผิวแบบ signature look”

และสำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากเปลี่ยนลุคหั่นผมสั้นแบบสาวคิมบ้าง แต่ไม่มั่นใจ ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะผมประบ่า คือทรงที่น่าลองที่สุดค่ะ ไม่สั้นเกินไป และก็ไม่ยาวเกินไป เรียบๆ แต่ก็ซ่อนความเก๋ไว้เพียบนะจ๊ะ เพราะไม่ได้สั้นมาก ยังสามารถครีเอตลุคได้หลายทรง อยากดูหวานก็ทำได้ อยากดูเท่ก็ทำได้ หรืออยากดูเปรี้ยวก็ยังทำได้ เพียงแค่ลองม้วนลอนจัดแต่งทรงใหม่ หรือแสกข้างใหม่ หรือรวบครึ่งศีรษะด้านบนก็ดูเริ่ด เหมือนได้เปลี่ยนลุคทุกวันแล้วแต่ครีเอตเลยค่ะซิส


ภาพ IG : kimmy_kimberley , gonghivesalon24 , jibbierubie

 

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยชิคทุกทรง! ส่องลุคผมสั้นสไตล์ต่างๆ ของ ซอเยจี ดาเมจแรงโดยไม่มีอะไรกั้น

พอกันทีหน้าเทา! รวมทริคแต่งหน้าให้เข้ากับโทนสีผิว รับรองสวยรอดเริ่ด

ทริคแต่งหน้าเทรนด์ยุค 90 ให้สวยโมเดิร์นไม่หลุดยุค จากเมคอัพอาร์ติสต์ระดับท็อป

 

 

AP เดินหน้าเข้มแข็ง โชว์แบ็คล็อกกว่า 56,100 ล้าน พร้อมรุก 5 หัวเมืองใหญ่ด้วยแบรนด์ ‘อภิทาวน์’

  • ยกสินค้าแนวราบซูเปอร์สตาร์ของปี ครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท 
  • ส่งแบรนด์ใหม่ ‘อภิทาวน์’ ลุยตลาดต่างจังหวัด ชูจุดเด่นเรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้สอยและนวัตกรรมความปลอดภัย นำร่อง 5 จังหวัด นครศรีธรรมราช ระยอง ขอนแก่น อยุธยา และเชียงราย เริ่ม 1.5-9 ล้านบาท
  • ครึ่งปีแรกกวาดยอดขาย 15,085 ล้านบาท หลังเซนติเมนต์ลูกค้าเป็นบวก ดีมานด์คอนโดยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น

เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้าไปต่อ หลังตลาดเริ่มฟื้นเซนติเมนต์เป็นบวก เชื่อดีมานด์ คอนโดฯ ยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น ยกให้สินค้าแนวราบเป็นซูเปอร์สตาร์ของปี เตรียมพร้อมมูฟออนตามโรดแมพ MASTERPLAN FOR TOMORROW ขยายขอบเขตในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ด้วยการเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท พร้อมปั้น ‘อภิทาวน์’ แบรนด์ใหม่บุกตลาดต่างจังหวัด นำร่อง 5 จังหวัด พร้อมเตรียมโอนฯ 2 คอนโดใหม่ LIFE อโศก-พระราม 9 และ ASPIRE อโศก-รัชดา เติบโตอย่างมั่นคงด้วยแบ็คล็อกในมือมากกว่า 56,149 ล้านบาท รับรู้รายได้จนถึงปี 2566

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า “วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เปรียบเหมือนเป็นซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก สร้างผลกระทบที่ใหญ่และรุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนในอดีต ซึ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินงานด้วยความระมัดระวังควบคู่ไปกับการปรับแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยมี EMPOWER LIVING เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญขององค์กร ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายรวมได้ทั้งสิ้น 15,085 ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 15,500 ล้านบาท และจากโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการขายอีกกว่า 100 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 70,000 ล้านบาท พร้อมประสบความสำเร็จในการโอนกรรมสิทธิ์ LIFE ลาดพร้าว คอนโดมิเนียมร่วมทุนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยส่งมอบเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าดีมานด์คอนโดยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามโรดแมพ MASTERPLAN FOR TOMORROW  ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ด้วยการเดินหน้าขยายขอบเขตในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งการอยู่อาศัยคุณภาพให้ครอบคลุมความต้องการของคนไทยที่มากขึ้น ผ่านแผนการเปิดตัวโครงการแนวราบใน 5 จังหวัด ด้วยแบรนด์ ‘อภิทาวน์’ มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท ได้แก่ นครศรีธรรมราช ระยอง อยุธยา ขอนแก่น และเชียงราย ในรูปแบบโครงการแบบมิกซ์ โปรดักส์ (Mix Products) ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งในแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 1.5 – 9 ล้านบาท พร้อมแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ อีกจำนวน 21 โครงการ โดยเป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 7,970 ล้านบาท และทาวน์โฮม 13 โครงการ มูลค่า 13,330 ล้านบาท รวมครึ่งปีหลังบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 26 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท

“อภิทาวน์ จะเป็นชื่อแบรนด์สินค้าในกลุ่มต่างจังหวัดที่เพิ่มเข้ามาในพอร์ตเอพี ซึ่งสื่อถึงความตั้งใจของเอพีที่จะสร้างและส่งมอบมาสเตอร์แพลนแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพให้กับคนไทยทุกคน ด้วยการผสาน 2 จุดแข็งหลัก ได้แก่ 1. การเป็นผู้นำในเรื่องของสเปซดีไซน์ (Leading in SPACE Design) โดยรูปแบบบ้านในแต่ละโครงการจะได้รับการออกแบบเพื่อให้สอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมของคนในแต่ละจังหวัดตามคอนเซ็ปต์ Dynamic Personalized Model และ 2. Tech-Life Management การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ในการอยู่อาศัย ด้วยการติดตั้งนวัตกรรมคัดสรรภายในโครงการ ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการความปลอดภัยภายในหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่คัดสรร ดูแลความปลอดภัยในทุกมิติของการอยู่อาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรร ผ่านระบบแพลตฟอร์มอัจฉริยะ โดยพร้อมเปิดตัวโครงการแรกที่ อภิทาวน์ นครศรีธรรมราช พรีเซลในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน และโครงการอื่นๆ ในช่วงเดือนตุลาคม” นายวิทการ กล่าวเสริม

สำหรับสินค้าคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลังนี้บริษัทฯ มีคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ในแผน การส่งมอบอีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 9,800 ล้านบาท สถานะยอดขาย 94% พร้อมส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ และ ASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท ยอดขาย 95% พร้อมส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังมีแบ็คล็อกคอนโดมิเนียมที่รอรับรู้ไปในอีก 3 ปีข้างหน้า (จนถึงปี 2566) มูลค่ามากถึง 42,915 ล้านบาท ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย บริษัทฯ มีคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถึงแม้จะส่งผลให้ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนระยะสั้นชะลอการตัดสินใจลงทุน แต่ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวก็ยังคงเห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น และถึงแม้บริษัทฯ จะขยับแผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ออกไป แต่ทีมงานทุกคนยังคงทำงานตามแผนเดิม เพื่อให้โครงการพร้อมเปิดตัวทันทีหากสถานการณ์ในไตรมาส 4 มีทิศทางที่ดีขึ้นหรือมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ

“ผลกระทบครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต เรายังคงอยู่กับสภาวะความผันผวนเช่นนี้ต่อไป แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมไม่เหมือนเดิม Challenge ที่น่าสนใจคือ วันนี้คำว่า New Normal ที่เราพูดถึงกันนั้น ยังเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์แบบ  วิกฤตยังเดินไปไม่ถึงตอนจบ ยังไม่รู้ว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปต่อท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ นอกจากความพร้อมของคนในองค์กร การบริหารกระแสเงินสดแล้ว แผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นคือหนทางที่จะผ่านวิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการภายใต้แบรนด์ AP มีพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว สะท้อนได้จากกราฟการเข้าเยี่ยมชมโครงการและยอดขายที่มีสัญญาณเป็นบวก โครงการแนวราบก็มีสัดส่วนการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ LIFE ลาดพร้าวที่เริ่มทยอยโอนในเดือนมีนาคม จึงเชื่อว่าภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเข้าสู่ภาวะสมดุลในเร็ววัน” นายวิทการ กล่าวเสริม

สรุปแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2563 ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ทั้งปี 2563 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 41,500 ล้านบาท จำนวน 40 โครงการ โดยแบ่งเป็นสินค้าบ้านเดี่ยวจำนวน 18 โครงการ มูลค่ารวม 20,470 ล้านบาท ทาวน์โฮม 17 โครงการ มูลค่า 16,330 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า 4,700 ล้านบาท และมีสินค้าคอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 33,500 ล้านบาท  ตั้งเป้ารายได้รวม 100% โครงการร่วมทุน 40,550 ล้านบาท เปิดตัวไปแล้วในครึ่งปีแรกจำนวน 14 โครงการ มูลค่าประมาณ 15,500 ล้านบาท สร้างยอดขายครึ่งปีแรกเท่ากับ 15,085 ล้านบาท

ในปีนี้บริษัทฯ มีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จเตรียมส่งมอบจำนวน 4 โครงการ เริ่มส่งมอบไปแล้วในครึ่งปีแรก ได้แก่ LIFE ลาดพร้าว มูลค่า 8,000 ล้านบาท และ ASPIRE สุขุมวิท-อ่อนนุช มูลค่า 1,600 ล้านบาท และเตรียมส่งมอบในครึ่งปีหลังอีก 2 โครงการ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่า 9,800 ล้านบาท และ ASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่า 2,900 ล้านบาท

ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2563 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่ามากถึง 56,149 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 13,234 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม มูลค่า 42,915 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 15,602 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566