กระเป๋าสตางค์ กอมม์ เดส์ การ์ซงส์

ซื้อเก็บเงิน! กระเป๋าสตางค์ 2 รุ่นใหม่จาก Comme des Garçons สวยเรียบหรูทุกใบ

วางขายแล้ววันนี้! Comme des Garçons (กอมม์ เดส์ การ์ซงส์) ขนมาทั้งคอลเล็คชั่น กระเป๋าสตางค์ 2 ดีไซน์ใหม่ มีแบบให้เลือกจุใจ ใครชอบสไตล์ไหนเตรียมฟาดได้เลย

คอลเล็คชั่นกระเป๋าสตางค์ กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ขอนำเสนอกระเป๋าสตางค์สองแบบใหม่ที่จะมีวางจำหน่ายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ในรุ่น Fat Tortoise และ รุ่น Intersection

รุ่น Fat Tortoise มาใน 5 ทรง 5 แบบมาตรฐาน โดยภายนอกมีการใช้เทคนิคการเย็บโพลีเอสเตอร์แบบควิลท์ คือการเย็บนวมแบบตาราง ซึ่งในรุ่นนี้จะมาในเฉดสีดำทั้งหมด

ในส่วนของรุ่น Intersection ทั้งภายในและภายนอกทำจากหนัง soft leather มีมาให้เลือกกันถึง 3 เฉดสีได้แก่ ดำ น้ำเงิน และแดง ซึ่งรุ่นนี้มาด้วยกันทั้งหมดใน 7 ทรงคลาสิกของกอมม์อีกด้วย และทั้งสองรุ่นมีวางจำหน่ายที่ร้าน COMME des GARCONS ทุกสาขา

 


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แว่นตาพับได้! ROAV แบรนด์น้องใหม่จากอเมริกา น้ำหนักเบา บาง แต่แข็งแรง

นักวิ่งสายสปีดไม่ควรพลาด! รองเท้าเรซซิ่งจาก ASICS น้ำหนักเบา ซัพพอร์ตดี

สีจี๊ดแต่ราคาเบา! SWATCH รุ่นใหม่ BIG BOLD Jelly Neon ดีไซน์สะดุดตา

 

‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ทรงเดินหน้าโครงการกำลังใจ เสด็จเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน

‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ทรงเดินหน้าโครงการกำลังใจ เสด็จเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเดินหน้าโครงการกำลังใจ เสด็จเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน

เฟซบุ๊กเพจ โครงการกำลังใจ เผยแพร่พระฉายาลักษณ์ขณะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น. ซึ่งเสด็จเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน โดยมีผู้บริหารของกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดลำพูน ร่วมรับเสด็จ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปยังอาคารสถานพยาบาล เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการของเรือนจำจังหวัดลำพูน และโรงพยาบาลลำพูน ทอดพระเนตรการสาธิตของอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ชาย ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง และพระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังชายชราและผู้ต้องขังชายป่วย (จำนวน 15 ราย)

ต่อมา เสด็จไปทอดพระเนตร “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข” ซึ่งมีหนังสือที่ได้รับบริจาคมาจากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และโรงพยาบาลต่างๆ เช่น โรงพยาบาลลำพูน โรงพยาบาลนครพิงค์ เป็นต้น โดยผู้ต้องขังสามารถเข้ามาอ่านหนังสือได้ทุกวัน อีกทั้งยังมีห้องสมุดเคลื่อนที่ไปให้ผู้ต้องขังได้อ่านในวันเสาร์และอาทิตย์ ทั้งแดนชายและแดนหญิง โดยทางเรือนจำอนุญาตให้ผู้ต้องขังยืมหนังสือและนำขึ้นไปอ่านบนเรือนนอนได้ โดยมีกำหนดส่งคืนหนังสือที่ยืมอ่านภายใน 1 วัน

จากนั้น เสด็จไปยังแดนหญิง เสด็จเข้าศาลาโครงการพัชรธรรม ทรงพบพระอาจารย์ อารยวังโส และจุดธูปเทียน ทรงประเคนเครื่องไทยทาน รวมถึงหลั่งทักษิโณทก ซึ่งในโครงการนี้มีผู้ต้องขังที่บรรพชาอุปสมบทที่วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ในพระราชูปถัมภ์ จำนวน 7 คน ต่อมา เสด็จไปทอดพระเนตรการเรียนคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องขังหญิง เสด็จไปยังห้องแม่และเด็ก พระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องต้องขัง (จำนวน 2 ราย) จากนั้น เสด็จไปยังห้องพยาบาลในแดนหญิง ทอดพระเนตรการสาธิตของอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) หญิง ในการช่วยเหลืองานห้องพยาบาล พระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังหญิงป่วยและผู้ต้องขังหญิงชรา (จำนวน 11 ราย)

ต่อมา เสด็จไปยังบริเวณการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิง ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิง และผลงานต้นแบบของผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจ เสด็จไปทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังชาย จากนั้น เสด็จเข้าสู่อาคารอเนกประสงค์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยนายเถลิงศักดิ์ ตระกูลหวังวีระ ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้บริหารฝ่ายนิติกรรมและจดทะเบียนสิทธิ์ ทูลถวายเงิน เพื่อทรงใช้สอยตามพระอัธยาศัย ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง (จำนวน 2 ชุด) ได้แก่ ชุดที่ 1 ฟ้อนรำหริภุญไชย และชุดที่ 2 ดนตรีไทยประยุกต์ (เพลงรักจริงให้ติงนัง และเพลงสามสิบยังแจ๋ว)


ข้อมูลและภาพ : โครงการกำลังใจ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจ้าหญิงผู้กตัญญู ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ทรงสร้างความสุขให้ ‘พระองค์เจ้าโสมสวลี’ ในวันสำคัญ

ยลโฉมเครื่องประดับ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง-สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ’ ทรงเคยสวมใส่

ทรงเมตตาต่อสัตว์เสมอ ‘พระองค์หริภา’ ทรงช่วยเหลือสุนัข 48 ตัว จากฟาร์มปิดกิจการ

อัพเกรดงานแต่งงานด้วยไอเดียดอกไม้ในงานแต่ง ที่ไม่ต้องเยอะก็สวยได้

ไอเดียดอกไม้ในงานแต่ง So Cute

แต่งงานครั้งเดียวในชีวิตว่าที่บ่าวสาวก็ล้วนอยากให้งานแต่งงานของตัวเองออกมาดูดี ไม่เชย และที่สำคัญไม่อยากซ้ำใคร ซึ่งนอกจากธีมงาน สีสันในการแต่ง และการตกแต่งแล้ว ไอเดียดอกไม้ในงานแต่ง ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยให้งานแต่งงานของบ่าวสาวโดดเด่นได้ แพรว wedding เลยนำไอเดียดอกไม้เจ๋งๆ ที่ไม่ต้องถมให้เต็มทั้งงาน แต่ก็ช่วยให้งานแต่งงานออกมาดูดีได้

ดอกไม้ห้อยระย้าลงมาจากด้านบน

ไอเดียดอกไม้ในงานแต่ง

ก่อนอื่นต้องสำรวจดูก่อนว่าสถานที่แต่งงานที่บ่าวสาวเลือกมานั้นสามารถห้อยดอกไม้ลงมาจากด้านบนได้หรือไม่ ถ้าได้ก็จัดไปโลด รับรองว่าเก๋กว่าการให้ดอกไม้อยู่แค่บนโต๊ะอาหารหรือบนพื้นเท่านั้น โดยอาจจะห้อยไว้เหนือทางเดินเข้างาน บนเวที หรือเหนือโต๊ะอาหารของแขกก็ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สามารถดึงดูดความสนใจของแขกที่มาร่วมงานให้เข้าสู่บรรยากาศงานแต่งงานของบ่าวสาวได้เป็นอย่างดี และยังสามารถใช้เป็นลูกเล่นในการเพิ่มความสวยงามให้กับโครงสร้างสถานที่ และแสงไฟภายในงานได้อีกด้วย นอกจากนี้การประดับดอกไม้ไว้ด้านบนยังช่วยทำให้งานแต่งของบ่าวสาวดูนุ่มนวลขึ้น และยังช่วยทำให้สถานที่แต่งงานขนาดเล็กดูใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย

ดอกไม้ในค็อกเทล

ไอเดียดอกไม้ในงานแต่ง

เพิ่มความสดชื่นสดใสให้กับเมนูเครื่องดื่มด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆ น่ารักๆ ซึ่งดอกไม้ชนิดนั้นไม่จำเป็นต้องรับประทานได้ก็ได้ (แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มียางหรือสารพิษใดๆ นะคะ) เพราะเราเพียงแค่ต้องการให้เมนูนั้นดูมีสีสันน่าดื่มมากขึ้น แถมเมื่อวางเรียงรายกันอยู่บนโต๊ะหรือบนถาด ก็ยังเป็นเหมือน decoration ชั้นดีให้กับบรรยากาศในงานแต่งงานของบ่าวสาวได้ด้วย โดยบ่าวสาวอาจจะเลือกสีดอกไม้ให้ให้เป็นเฉดสีเดียวกับเครื่องดื่ม หรือจะเลือกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสขณะดื่มก็ได้เช่นกัน

ช่อดอกไม้สไตล์มินิมอล

ไอเดียดอกไม้ในงานแต่ง

ช่อดอกไม้ช่อตู้มๆ ที่บังชุดเจ้าสาวเกือบมิดอาจจะเอ้าท์ไปแล้ว เพราะช่อดอกไม้เล็กๆ เรียบๆ สไตล์มินิมอลกำลังได้รับความนิยมในหมู่เจ้าสาว โดยเน้นไปที่ดอกไม้ดอกเล็กๆ เพียงไม่กี่ดอกแล้วนำมาเข้าช่อกับใบไม้ดีไซน์สวยได้อารมณ์ประมาณว่า “น้อยแต่มาก” แต่กลับส่งลุคของเจ้าสาวให้ดูสวยงามและโดดเด่นในช่อไม้เรียบๆ นี้ได้ แถมยังไม่บังดีเทลของชุดแต่งงานเจ้าสาวด้วย

ติดตามไอเดียดีๆ เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานอีกเพียบที่นี่ คลิกเลย!

ภาพ unsplash.com, pinterest

15 เทคนิคพิชิต รักทางไกล ถึงตัวจะไกลแต่ใจยังใกล้กันเสมอ

หลายๆ คู่ไม่ว่าจะเป็นคู่รักหรือคู่สามีภรรยาที่มี รักทางไกล ต้องอยู่ไกลกันทั้งคนละจังหวัดหรือคนละประเทศ มักมีปัญหาให้หวั่นไหวในความรัก จนต้องยอมแพ้เลิกลากันไป เราในฐานะแพรวเวดดิ้งจึงยอมไม่ได้ ขอมอบ 15 เทคนิค ที่แม้ตัวจะห่างแต่ใจเราจะใกล้กันเสมอ

1. เชื่อใจ ความเชื่อใจคือสิ่งสำคัญเสมอ โดยเฉพาะกับรักทางไกล ทางที่ดีคือ เลิกเป็นคนขี้มโน ถ้าเห็นอะไรที่ตะขิดตะขวงใจ สิ่งที่ควรทำคือถามและพูดคุย

2. ทำตัวให้น่าไว้วางใจ เมื่อได้รับความเชื่อใจจากคนรักแล้ว ก็จงทำตัวให้สมกับความเชื่อใจที่ได้รับด้วย อย่าขยันทำให้อีกฝ่ายคิดระแวงไปไกล อาจต้องลดความขี้เล่นลงหน่อยสำหรับคนที่มีความเฟนรด์ลี่สูง

3. วางแผนสำหรับอนาคต ถึงแม้จะอยู่ไกลกันในตอนนี้ แต่หากวางแผนสำหรับอนาคตที่จะกลับมาอยู่ด้วยกัน ก็ทำให้หัวใจของทั้งคู่ไม่แห้งเหี่ยว

4. ไม่ขาดการติดต่อ เดี๋ยวนี้การติดต่อทำได้ง่ายๆ แถมทำให้เห็นหน้ากันก็ยังได้ เพราะฉะนั้นหมั่นคุยกัน เฟสไทม์หากันตลอดๆ นะ

5. ใส่ใจ ก็แค่ระยะทางที่ห่างกัน ไม่ได้ทำให้ความใส่ใจลดน้อยลง เรายังสามารถดูแลและเป็นห่วง รวมไปถึงเซอร์ไพรส์กันได้เหมือนคู่รักปกติรักทางไกล

6. อย่าท้อ ถึงรักทางไกลจะทำให้ใจท้อแค่ไหนก็อย่าหวั่นไหว อย่าเพิ่งหดหู่และสิ้นหวัง เพราะความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้ความรักจางหายได้ ให้คิดถึงวันข้างหน้าที่เราจะได้อยู่ด้วยกันเข้าไว้ แล้วจะช่วยเยียวยาจิตใจได้

7. หากิจกรรมทำ ลองออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่เคยทำ หรือขุดงานอดิเรกที่เคยชอบมาทำใหม่ ก็จะช่วยลดความเหงา ความฟุ้งซ่านลงไปได้

8. ยอมรับในความเหงา อาจจะมีบางคืนที่ต้องนอนร้องไห้ หรือบางวันที่รู้สึกว่าฟ้าหม่น ให้เข้าใจว่านั่นคือความเหงา แต่อย่าจมจ่อมไปกับมัน แล้วเราจะผ่านไปได้

9. บอกรักกันบ่อยๆ อย่างที่บอก ถึงตัวจะห่างแต่ใจยังใกล้กัน หมั่นบอกรักให้หัวใจชุ่มฉ่ำอยู่เสมอ อย่ามัวแต่เขินอาย หรือคิดว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด เพราะยังไงคนที่รอคำนี้ ถึงจะรู้ว่ารักแต่ก็ยังอยากได้ยินอยู่ดี

10. อยู่เคียงข้างกัน การเป็นกำลังใจของกันและกัน รับรู้แบ่งปันทุกข์และสุข จะทำให้ใจเขยิบเข้ามาใกล้กัน ไม่ห่างเหมือนตัวที่อยู่กันคนละที่รักทางไกล

11. ออกไปสนุก แม้จะอยู่ไกลกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องนั่งเหงาหงอยอยู่คนเดียว ออกไปเที่ยว ไปสนุก ไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนๆ ก็ได้ แต่แน่นอนว่าต้องบอกให้อีกคนรู้ด้วยนะ อย่าปล่อยให้เขาต้องมีคำถามในใจเด็ดขาด

12. อย่าสงสัยในปริมาณความรัก อย่าแม้แต่จะเริ่มเอะใจว่าความรักที่ได้รับกำลังลดน้อยลงหรือเปล่า เพราะความรักแบบนี้ต่อให้อยู่ใกล้กัน ก็ทำให้ความรักเดินไปสู่จุดสิ้นสุดได้นะ

13. คิดถึงวันแรก หากกำลังเจ็บ หรือท้อใจกับรักทางไกล ก็จงนึกถึงวันแรกที่เริ่มต้นรักทางไกลว่าทำไมวันนั้นถึงยอม เพราะรักมากหรือเปล่า นั่นล่ะ คือคีย์เวิร์ดที่จะทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไปกับรักทางไกลนี้

14. หาเวลาให้กัน เมื่อเป็นรักทางไกล ก็ต้องหมั่นหาเวลาให้แก่กัน เดินทางไปหากันบ้าง ก็จะช่วยบรรเทาความคิดถึงลงได้นิดนึง ระหว่างนั้นก็คิดถึงวันที่จะได้เจอกันก็ทำให้ใจกระชุ่มกระชวยแล้ว

15. ชดเชยให้แก่กัน รักทางไกลเมื่อได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ก็จงชดเชยให้แก่กันอย่างเต็มที่ อย่าเสียเวลาไปกับอะไรที่จะทำให้ใจหม่นหมองอีกเลย แล้วจงใช้เวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อเก็บเป็นกำลังใจยามต้องห่างกันอีกครั้ง

15 เทคนิคนี้ ถ้าใครทำตามรับรองว่า ถึงตัวจะห่างแต่ใจไม่ห่างตามแน่นอน และทำให้ความคิดถึงไม่ต้องทำงานหนักจนเกินกำลังจะรับไหว ส่วนใครที่ยังมีปัญหารักแบบอื่นๆ เรามีคำตอบอีกสารพัดปัญหาความรัก >> มาตามอ่านได้เลย คลิกเลย! <<

ภาพ unsplash.com

เพื่อนเจ้าสาว ตำแหน่งนี้ควรทำอะไรให้เจ้าสาวบ้าง เรียนรู้กันแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่พลาด

เพื่อนเจ้าสาว ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นกันได้ ใครได้ครอบครองตำแหน่งนี้แสดงว่า ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าสาวพอสมควร เพราะฉะนั้น เราก็ควรทำหน้าที่ของเราให้ดีให้สมกับที่เจ้าสาวเขาเลือกเรานะ ซึ่งสิ่งที่ เพื่อนเจ้าสาว ควรทำเพื่อเจ้าสาวของเรา มีดังนี้

1. จัดระบบกลุ่มเพื่อนเจ้าสาว

เมื่อคุณรู้แล้วว่าใครเป็นเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมด ให้สร้างไลน์กลุ่มขึ้นมา เอาไว้คุยกันเรื่องงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ค้นหาสิ่งที่ต้องทำและเริ่มแบ่งปันความคิดซึ่งกันและกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่า โน้ตต่างๆ เอาไว้ใช้ร่วมกันกับเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นๆ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้

2. เข้าไปมีส่วนร่วม

เจ้าสาวมักจะยุ่งอย่างเหลือเชื่อ คุณควรช่วยเหลือเธอในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ อย่ารอให้เธอขอให้คุณทำอะไร

เพื่อนเจ้าสาว

3. ยอมรับในค่าใช้จ่าย

คุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ของการเตรียมตัวที่จะเป็นเพื่อนเจ้าสาว ยอมรับ และเริ่มเก็บออมซะเถอะ

4. บอกความจริง (กรณีที่เจ้าสาวถาม)

เวลาเจ้าสาวมาขอคำปรึกษาต่างๆ กับคุณ อย่างเช่น เรื่องชุด เรื่องการแต่งหน้าทำผม คุณควรตอบและแนะนำด้วยความจริงใจ เพื่อให้เธอดูดีที่สุด แต่ว่าโปรดระวังคำพูดสักหน่อย ควรเลือกใช้คำพูดที่ละมุน และถนอมน้ำใจเจ้าสาวที่สุด

5. อย่าทำตัวเป็นปัญหา

เมื่อเวลาเจ้าสาวร้องขอให้คุณทำอะไรให้ ควรทำอย่างเต็มที่ อย่าทำตัวให้เป็นปัญหารบกวนใจเจ้าสาว

6. ไม่ขี้บ่น

อย่าบ่นเรื่องเงินที่คุณต้องจ่าย หรือความพยายามที่คุณต้องใช้ หรือเรื่องอื่นๆ ให้เจ้าสาวฟัง

7. มีความสนุก แต่ไม่สนุกมากจนเกินไป

ในวันงาน ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ว่าเพื่อนเจ้าสาวแต่ละคนต้องทำอะไรบ้าง และสนุกสนานไปกับงานแต่งงาน แต่อย่าสนุกมากจนไม่มีสติ เพราะคุณต้องช่วยเพื่อนสาวของคุณดูแลความเรียบร้อยในงานด้วย

เพื่อนเจ้าสาว

7 ข้อง่ายๆ แค่นี้ คำว่าเพื่อนเจ้าสาวที่ดี อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

ต้นกำเนิดของเพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาวนั้น

เมื่อสมัยอารยธรรมโรมโบราณ เพื่อนเจ้าสาวในสมัยนั้น จะแต่งตัวด้วยชุดแบบเดียวกัน กล่าวคือ คนในยุคนั้นค่อนข้างมีความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่พอสมควร โดยในพิธีแต่งงานแต่ละครั้ง จะต้องมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาว มาทำหน้าที่ป้องกันเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจากวิญญาณร้ายที่อาจจะมาทำร้ายหรือลักพาตัวพวกเขาไป 

เรียบเรียงจาก weddingchicks / เครดิตภาพ : pinterest

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนเจ้าสาวเพิ่มเติม คลิกเลย <<

รับได้ไหมเมื่อสามีเป็นเกย์ แล้วภรรยาอย่างเราควรอยู่ต่อหรือโบกมือลา

ถ้าคุณต้องเลือกระหว่างการประกาศตัวอย่างชัดเจนจากสามีสุดที่รักของคุณว่า “ผมเป็นเกย์” กับการค้นพบด้วยตัวคุณเองว่า “ สามีเป็นเกย์ ” คุณจะเลือกแบบไหน

แน่นอนว่าก่อนที่คุณจะตั้งสติได้คงต้องผ่านกระบวนการคิดและความรู้สึกสุดสับสนมากมาย จากนั้นอาจตามมาด้วยความโกรธแถมพ่วงความแค้นลงไปอีก ซึ่งความจริงในใจของเกย์หลายคนนั้นก็กลัวคนรอบข้างจะรู้ความจริง ทั้งที่ใจนั้นอยากจะเปิดปากบอกทุกคนออกไป จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่จะสืบให้แน่ใจตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์กับเขาว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นเกย์หรือไม่

สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งก่อนที่จะโกรธแค้นคือ พูดคุยกับเขาให้ชัดเจนว่า เขารู้ตัวมาก่อนหรือไม่ว่าเป็นเกย์ก่อนที่จะตัดสินใจแค้นเขาแบบฝังลึก แต่กับบางคนแม้จะสืบจนแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงก็ยังคงไม่ยอมรับ กลับโทษตัวเองว่าที่ผ่านมาทำตัวไม่ดี ไม่ดูแลจนเขาต้องเปลี่ยนไปจึงพยายามต่อรองเพื่อให้เขากลับไปเป็นเหมือนเดิมให้ได้ โดยลืมไปว่าการเป็นเกย์ไม่ใช่โรคติดต่อที่จะพาไปพบแพทย์เพื่อเยียวยารักษาได้

ดังนั้น เมื่อไม่สำเร็จ คุณก็จะตกอยู่ในห้วงความเศร้าเป็นปีๆ แม้เขาจะพยายามอธิบายด้วยความรู้สึกผิดมากเพียงใดก็ไม่สามารถทำให้คุณเปลี่ยนความรู้สึกเศร้าในใจได้

ลองมาดูมีคำแนะนำจาก แพทย์หญิงสุกฤตา พิบูลภาณุวัธน  แพทย์จิตเวชศาสตร์ คลีนิคกู้ใจ โรงพยาบาลตากสิน กันสักนิด ก่อนจะตัดสินใจอยู่หรือไปกับคนข้างกาย

เรียนรู้ตัวเอง : ทั้งคุณและเขาควรที่จะค่อยๆ เรียนรู้อารมณ์ ความคิด และความรู้สึก  จงตั้งสติโดยใช้เหตุผลคิดไตร่ตรองปัญหาที่เกิดขึ้น  เพื่อรวบรวมเหตุผลที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าจะเลิกหรืออยู่ต่อ

คุยหาข้อสรุป : คุณและเขาควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อเปิดใจรับรู้ถึงความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของกันและกัน เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นไปได้และรับได้ของทั้งสองฝ่ายในการดำเนินชีวิตบนความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่คุณมีลูกด้วยกันแล้ว การพูดคุยนั้นควรหาข้อสรุปเผื่อลูกของคุณด้วย

อยู่กับปัจจุบัน : พยายามเตือนตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด จงยอมรับว่า สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นและมีข้อสรุปที่ตกลงกันแล้ว คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่ามองกลับหลังคิดแต่สิ่งที่เป็นอดีต เพราะไม่ว่าจะทำให้คุณรู้สึกแย่ลง ขอให้พยายามยอมรับและมุ่งหน้าที่จะก้าวเดินต่อไป

เยียวยาด้วยตนเอง : นึกถึงความภูมิใจที่ตัวเองมีอยู่ และเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอีกครั้งเพราะแม้คุณจะสูญเสียครอบครัวในฝันไป แต่คุณยังมีหน้าที่การงานและเพื่อนที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณมีลูกที่น่ารักและครอบครัวของคุณเองที่มีทั้งพ่อแม่และญาติพี่น้องผู้พร้อมจะมอบความรักให้คุณเสมอ

หาตัวช่วย : อย่าจมอยู่กับตัวเองควรออกไปพบเจอและร่วมกิจกรรมกับเพื่อนพูดคุยกับคนไว้ใจหรือปรึกษาหมอเพื่อระบายความทุกข์ของตนเองออกไป บางคนใช้หลักศาสนาเข้าช่วยโดยฝึกนั่งสมาธิเพื่อหาความสงบให้จิตใจ

สุดท้ายนี้ เราขอบอกว่า แม้จะรู้สึกโกรธสามีมากเพียงใด ก็อย่านำความโกรธนั้นถ่ายทอดมาสู่ลูก ขอให้คิดเสมอว่าความเป็นสามีนั้นเลิกได้แต่ความเป็นพ่อของลูกนั้นเลิกไม่ได้ จงปล่อยให้ลูกได้สังเกตและเรียนรู้ด้วยตนเองไปก่อน เมื่อถึงวันที่ต้องอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้นขอให้คุณเช็คความคิดความเข้าใจของเขาแล้วจึงอธิบายตามสถานการณ์ที่ควรดำเนินไป

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตคู่เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย <<

เบื้องหลังเส้นทางสู่แม่ทัพ "เปิ้ล-ขัตติยา" CEO หญิงคนแรกของกสิกรไทย

เบื้องหลังเส้นทางสู่แม่ทัพ “เปิ้ล-ขัตติยา” CEO หญิงคนแรกของกสิกรไทย

เจาะลึกเบื้องหลังเส้นทางการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพ “เปิ้ล-ขัตติยา อินทรวิชัย” CEO หญิงคนแรกของธนาคารกสิกรไทย

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย มีข่าวใหญ่ที่สร้างเสียงฮือฮาในวงการการเงินเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คือการลาออกจากทุกตำแหน่งบริหาร ในธนาคารกสิกรไทยของ “บัณฑูร ล่ำซำ” ผู้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกสิกรไทย มาเป็นประธานกิตติคุณ (Chairman Emeritus) พร้อมประกาศชื่อ “ขัตติยา อินทรวิชัย” นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ในวันที่ 3 เมษายน ถือเป็นซีอีโอหญิงคนแรกของกสิกรไทย

จึงเป็นที่สนใจของทั้งในแวดวงธุรกิจ สื่อมวลชน และสังคมคนทำงานว่า ภายใต้การนำของแม่ทัพหญิงคนใหม่ ธนาคารกสิกรไทยจะเป็นไปในทิศทางใด วันนี้ แพรว มีโอกาสพิเศษในการพูดคุยกับคุณเปิ้ล-ขัตติยา ผู้หญิงเก่งอีกคนที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

เบื้องหลังเส้นทางสู่แม่ทัพ "เปิ้ล-ขัตติยา" CEO หญิงคนแรกของกสิกรไทย

เล่าความรู้สึกเมื่อทราบว่าจะต้องรับช่วงงานต่อจากคุณบัณฑูร เป็นซีอีโอหญิงคนแรกของกสิกรไทยสักนิดค่ะ

“ความจริงพอจะทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว จำได้ว่าตอนที่คุณบัณฑูรบอกก็รู้สึกชาๆ ไปนะคะ ผ่านไปสัก 2-3 ชั่วโมง จึงเริ่มคิดอะไรออก (หัวเราะ) แต่ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าเราไม่ได้ถูกเลือกมาทำงานอยู่คนเดียว แต่เป็นการเลือกผู้บริหารทั้งทีม หมายถึงบอร์ดคณะกรรมการธนาคารทั้งหมด ซึ่งแต่ละท่านล้วนแล้วมีความสามารถสูง ทัศนคติที่ดี และมีความรู้สึกอยากช่วยเหลือสังคมไปในแนวทางเดียวกัน ในการเลือกทีมบริหารก็คือการดูว่าการทำงานร่วมกัน ภายใต้การนำของผู้บริหารคนไหนน่าจะไปได้ดีที่สุด ซึ่งท่านอาจจะเห็นแล้วว่าเราสามารถทำงานกันเป็นทีมกับกลุ่มนี้ได้ดี จึงน่าจะนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จได้

“อีกอย่างคุณบัณฑูรดูแลธนาคารมาจนประสบความสำเร็จขนาดนี้ คงยากที่จะหาใครมาเทียบได้ ท่านคือตำนานจริงๆ แต่ท่านยังไม่ได้ไปไหนไกลนะคะ ยังอุ่นใจได้ว่าท่านยังคงให้คำปรึกษาได้ในยามที่ต้องการในฐานะประธานกิตติคุณ” (ยิ้ม)

ขออนุญาตย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นว่าคุณเปิ้ลเข้าสู่สายงานธนาคารได้อย่างไรคะ

“เพราะคุณพ่อ (ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย) เลยค่ะ ท่านแนะนำให้เข้าทำงานที่กสิกรไทย (ยิ้ม) ต้องเล่าย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่า ดิฉันเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ คุณพ่อเป็นคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนคุณแม่ (คุณยาใจ อินทรวิชัย) ทำงานที่สภาการศึกษาแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บ้านเราเน้นสอนเรื่องความพยายามและขยันเป็นหลัก

“สารภาพว่าสมัยเด็กเคยอยากเป็นสถาปนิก ชอบอ่านนิตยสารบ้านและสวนมาก (หัวเราะ) แต่พอตอนจะสอบเอนทรานซ์ ถ้าจะเข้าคณะสถาปัตย์ต้องใช้ วิชาเคมีและฟิสิกซ์ ซึ่งแม้เราจะเรียนสายวิทย์-คณิตที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แต่ไม่ถนัดวิชานี้เท่าไร จึงเบนเข็มมาเข้าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแทน ซึ่งก็สอบเข้าได้ ระหว่างเรียนก็ไม่ได้ขยันมาก แต่ความที่เลือกเรียนเอกการตลาด ซึ่งสนุกและเราชอบ จึงเรียนได้ค่อนข้างดี

“พอเรียนจบ ตอนแรกคิดว่าจะทำงานด้านเอเจนซี่โฆษณา แต่คุณพ่ออยากให้ลองเริ่มทำงานกับธนาคารกสิกรไทยสัก 1-2 ปีก่อน แล้วค่อยไปเรียนต่อ ก็เลยตามใจท่าน เราโชคดีที่มีคุณพ่ออยู่ในแวดวงการศึกษา คอยเป็นโค้ช คอยแนะนำให้ โดยเริ่มแรกได้เข้าทำงานด้าน Relationship Manager คือออกเยี่ยมลูกค้า ดูแลสินเชื่อ ทำ Cash Flow Projection อะไรพวกนี้ ทำอยู่เกือบปี ธนาคารก็เปิดรับสมัครชิงทุนเพื่อไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน MBA ที่ University of Texas at Austin ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าใครได้ทุนกสิกรไทยนี่ถือว่าสุดยอด เพื่อนๆ พนักงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบมาก็สมัครทุนนี้กันหมด เราก็เลยลองสมัครตาม โดยเพื่อนๆ ก็ช่วยติวด้วยการนำข้อสอบเก่ามาแบ่งกันทำแบบฝึกหัด ทำให้รู้ตัวว่าไม่รู้เรื่องเลย” (หัวเราะ)

แล้วทำอย่างไรคะ

“โชคดีว่าคุณพ่อช่วยกระตุ้นค่ะ ท่านเห็นว่าเราสมัครชิงทุนแล้ว แต่ยังชิลอยู่ จึงเตือนว่าต้องขยันให้มากกว่านั้น แล้วให้ลองสอบเข้า MBA (บริหารธุรกิจ) ของธรรมศาสตร์ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เห็นว่าถ้าจะไปเรียนแข่งกับคนอื่นที่ต่างประเทศ น่าจะต้องแข่งในเมืองไทยให้ผ่านก่อน ซึ่งการจะเข้า MBA เราต้องสอบ TOEFL และ GMAT ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ มหาวิทยาลัยจึงจะรับ ก็ปรากฏว่าสอบอยู่หลายครั้งกว่าคะแนนจะถึงเกณฑ์ เตรียมตัวอยู่ราวๆ 3 เดือน ก็สอบชิงทุน ซึ่งมีทั้งสอบแบบทำข้อสอบกับสอบสัมภาษณ์ ซึ่งอย่างหลังนี่โหดสุด

“จำได้ว่ามีคณะกรรมการทั้งหมด 6 ท่าน มาจากหลายแห่งและเป็นกรรมการภายนอกทั้งหมด บางท่านก็มาจากกรมสรรพากร บางท่านเป็นคณบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ และคุณบัณฑูรซึ่งมาแทนหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ไม่สะดวกมาวันนั้น ดิฉันตื่นเต้นมากจนกินข้าวไม่ลง ส่วนใหญ่เป็นคำถามที่เราเตรียมตัวมาแล้ว เช่น อยากไปเรียนด้านนี้เพราะศึกษามาแล้วว่าถ้าเป็นด้าน MBA ต้องที่นี่เท่านั้น เพราะเขาเชี่ยวชาญด้านนี้ เป็นต้น ส่วนถ้ามีคำถามไหนที่ตอบไม่ได้จริงๆ เช่น กรรมการท่านหนึ่งถามเรื่องกฎหมายภาษี ก็ตอบไปตรงๆ ว่าไม่ทราบเรื่องนี้

“ส่วนคำถามสุดท้ายมาจากคุณบัณฑูร ซึ่งนั่งเงียบมาตลอดการสัมภาษณ์ว่า ‘คุณจะเหมือนนักเรียนทุนกสิกรไทยคนอื่นหรือเปล่า ที่พอใช้ทุนหมดแล้วก็ ลาออกไปทำงานที่อื่น’ ซึ่งดิฉันเตรียมคำตอบมาอยู่แล้ว จึงเรียนท่านไปว่า คุณพ่อสอนให้กตัญญู ถ้าธนาคารยังให้คุณค่ากับเรา เราก็จะอยู่ไปตลอด (ยิ้ม) สุดท้ายผลการสอบสัมภาษณ์คือผ่านค่ะ แม้คะแนนจะไม่ถึงกับดีมาก แต่คิดว่าผ่านมาได้ เพราะเตรียมตัวดี ตรงไปตรงมา ข้อไหนตอบไม่ได้ก็บอกตรงๆ ไม่พยายามจะแถ รวมถึงคำตอบสำหรับคำถามคุณบัณฑูร”

ชีวิตการเรียนที่อเมริกาเป็นอย่างไรบ้างคะ

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะเรียน MBA เมเจอร์การตลาด แต่พอไปถึงแล้วเกิดสนใจเรื่องตลาดหุ้น ตลาดทุน ตราสารอนุพันธ์ของที่นั่นทั้งใหญ่และหลากหลาย มาก เป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา รู้สึกว่าโอ้โฮ อุตส่าห์ไปถึงที่อเมริกาแล้ว ต้องเรียนแล้วละ สุดท้ายจึงจบมาสองเมเจอร์ คือด้านการตลาดกับ Investment Banking ซึ่งสนุกมากจริงๆ เรียกว่าอเมริกาช่วยให้ประสบการณ์และเปิดมุมมองความคิดเราในหลายๆ ด้าน”

เรียนนานไหมคะ กว่าจะกลับมาทำงานที่เมืองไทย

“เรียนอยู่ 2 ปีก็กลับมาทำงานและได้พบคุณบัณฑูรอีกครั้ง ต้องบอกว่าท่านให้ความสำคัญกับเรื่องคนมากๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นมาตั้งแต่สมัยคุณบัญชา คุณพ่อ ของท่านแล้ว อย่างเวลามีการรับผู้อำนวยการใหม่เข้ามา ท่านจะขอพูดคุยด้วยแบบตัวต่อตัวตลอด ดังนั้นพอนักเรียนทุนกลับมา คุณบัณฑูรจึงขอพบทุกคน ซึ่งท่านก็จำได้ว่าเราเรียนด้านการตลาด จึงให้การบ้าน 1 ชิ้น ถือเป็นงานแรกเลย คือให้นำซีดีเพลงพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 7 (เช่น เพลงค้างคาวกินกล้วย) ซึ่งบรรเลงเป็นเพลงแจ๊สโดยนักดนตรีไทย อาจารย์สุกรี เจริญสุข ไปขาย โดยรายได้มอบให้การกุศล ซึ่งเราก็งงว่า เอ๊ะ นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับการธนาคารเลย (หัวเราะ) แต่เข้าใจว่าท่านคงอยากรู้ว่าเราจะทำการตลาดอย่างไร”

เบื้องหลังเส้นทางสู่แม่ทัพ "เปิ้ล-ขัตติยา" CEO หญิงคนแรกของกสิกรไทย

แล้วการตลาดของผลงานชิ้นแรกเป็นอย่างไรคะ

“เราก็คิดซื่อๆ เลยค่ะ พอดีตอนนั้นรายการทไวไลท์โชว์ ของคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ กำลังดัง จึงติดต่อขอให้นักดนตรีได้เล่นโชว์ในรายการ มีทั้งแซกโซโฟน เชลโล ไวโอลิน ซึ่งคุณไตรภพก็สัมภาษณ์ด้วย จนกลายเป็นที่รู้จักไปเลย ขณะเดียวกันตอนนั้นเราก็ติดต่อไปทางทรู ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นชื่อ UBC โดยขอให้เขาเปิดเพลงบรรเลงจากซีดีของเราคลอในช่วงคั่นระหว่างรายการที่ขึ้นตารางรายการทีวีในแต่ละช่วง โดยทั้งหมดนี้ไม่ใช้เงินเลยนะ (หัวเราะ) เพราะไม่มีงบ ใช้วิธีขอไปตรงๆ ว่าช่วยเปิดได้ไหม ซึ่งบังเอิญว่าตัวเพลงนั้นดีอยู่แล้ว ประกอบกับเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 7 ด้วย จึงได้เปิดบ่อยจนคุ้นหูกันไปเลย หลังจากนั้นทำเนียบรัฐบาลติดต่อมาเชิญวงไปเล่นเวลามีการจัดงาน ซึ่งก็ทำให้เราสามารถขายซีดีได้จำนวนหนึ่ง แล้วก็ปิดจ๊อบแรกไป ซึ่งคุณบัณฑูรก็ไม่ได้ว่าอะไร”

หลังจากนั้นทำอะไรต่อคะ

“ไปประจำอยู่ที่ Investment Banking หรือวาณิชธนกิจค่ะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมเจอร์ที่เรียนจบมา แต่ทำได้ไม่นานคุณบัณฑูรเรียกไปคุย บอกว่าจะตั้งฝ่ายใหม่ขึ้นมา ชื่อฝ่ายนโยบายเครดิต (Credit Policy) ให้ช่วยเซตอัพหน่อย ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเห็นอะไรในตัวเรา อาจจะเห็นว่าให้ไปขายซีดีก็ขายได้ และด้วยความที่เราเองชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จึงตอบตกลงทันที โดยมีหัวหน้าอีกท่านหนึ่ง มาเซตอัพด้วยกัน ก็เริ่มจากหาทีมเข้ามาทำงานก่อน โดยดูว่าพื้นฐานความรู้ต้องพอได้ มีประสบการณ์พอใช้ และคนในทีมต้องหลากหลาย สองคือต้องมีทัศนคติ ช่วยกันคิดช่วยกันทำ และตั้งใจเดินไปด้วยกัน ถ้าไม่สำเร็จเราก็ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ เราต้องการทีมที่พร้อมจะลุยไปด้วยกัน โจทย์ของฝ่ายนโยบายเครดิตในตอนนั้นเกิดขึ้นช่วงก่อนต้มยำกุ้ง ยังไม่มีหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อและการบริหาร ความเสี่ยงที่ชัดเจน พอตั้งฝ่ายนี้ขึ้นมาเพื่อดูแลความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรม และกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเครดิตที่ดี เมื่อเข้าสู่วิกฤติช่วงต้มยำกุ้งจึงส่งผลให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นสถาบันการเงินเพียงไม่กี่แห่งที่เพิ่มทุนได้

“หลังจากนั้นก็เหมือนจะได้ไปอยู่ในฝ่ายที่ต้องเซตอัพใหม่เสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายยุทธศาสตร์องค์การ เป็นช่วงวิกฤติพอดี ตอนนั้นทำงาน หนักมาก มีการเพิ่มทุน ทำให้เรียนรู้ว่าเงินทุนหรือ Capital เป็นสิ่งสำคัญมาก พอหมดวิกฤติก็เริ่มวางยุทธศาสตร์ใหม่ ตั้งฝ่ายใหม่ นำ Balance Score Card มาใช้เป็นที่แรกๆ ในไทย อยู่ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์การได้ประมาณ 5 ปี กำลังเขียนจดหมายขอคุณบัณฑูรย้ายฝ่าย แต่ยังไม่ทันยื่น คุณบัณฑูรก็ชวนให้ทำงานใหม่พอดี เป็นการข้ามไปทำระบบไอที ซึ่งปัจจุบันก็คือ Data Analytic หรือ Big Data ได้ทำโครงการใหญ่ของธนาคาร K-Transformation ส่วน KOC (Know Our Customer) ถือเป็นการนำดาต้ามาใช้

“จากนั้นก็ไปทำฝ่าย Retail Banking คือรับผิดชอบดูพวก Credit Card สินเชื่อบุคคล Housing Loan จากนั้นก็ย้ายไปทำ Marketing Communication แล้วจึงค่อยเข้ามาสู่บทบาท CFO (Chief Financial Officer หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน) ดูแลด้านการเงินของบริษัท ก่อนจะมาเป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งตอนนั้นมีหลายท่าน แต่ละท่านก็จะดูในสายงานของตัวเอง อย่างตอนนั้นดิฉันดูด้านการเงิน Product Management และ Service Quality หรืองานด้านบริการ แล้วพอดีว่ามีรองกรรมการผู้จัดการท่านหนึ่งต้องไปช่วยงานอีกด้าน ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน ดิฉันจึงต้องดูงานด้าน HR หรือฝ่ายบุคคลควบไปด้วย รวมๆ แล้วกว่าจะมาเป็นซีอีโอก็ผ่านมาแล้วประมาณ 9 สายงาน” (ยิ้ม)

การต้องเปลี่ยนไปทำงานในหลากหลายสายงานแทนที่จะเป็นเรื่องเฉพาะทางที่ถนัด มีวิธีรับมือหรือปรับตัวอย่างไรคะ

“อืม…อย่างที่บอกว่านิสัยเราชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นการได้ย้ายไปในฝ่ายเซตอัพใหม่หมดจึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหม่ที่น่าเรียนรู้ ไหนๆ ผู้ใหญ่ก็ ให้โอกาสแล้ว สิ่งสำคัญคือเราต้องดูว่าจะเพิ่มคุณค่าให้กับงานของฝ่ายนั้นได้อย่างไร ซึ่งใช้ได้ในการทำงานทุกฝ่าย ยกตัวอย่างตอนเป็น Relationship Manager ในสายงานแรกนี่เราเด็กสุดเลยนะ พี่ๆ เขาเก่งกันหมด เราจะทำอย่างไรที่จะช่วยให้งานเขาง่ายขึ้น ก็ต้องหาข้อมูลลูกค้ากว่า 100 รายมาเก็บไว้ พอพี่ๆ จะออกเยี่ยมลูกค้าก็สามารถหยิบข้อมูลเหล่านี้มาใช้ได้ทันที หรือตอนอยู่ Credit Policy ก็ต้องตีความโจทย์ว่าทำอย่างไรหน่วยงานนี้จะเพิ่มมูลค่าให้องค์กรได้ คือไปที่ไหนต้องอย่าแค่ไปตามกระแส แต่ต้องมองหาว่าเราจะช่วยเพิ่มคุณค่าของงานตรงนั้นได้อย่างไร แล้วก็อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่สำเร็จ แปลว่ายังพยายามไม่พอ ต้องหาวิธีใหม่ไปเรื่อยๆ”

มีประสบการณ์ครั้งไหนในการทำงานที่กลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญไหมคะ

“ตอนทำงานเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์การค่ะ ซึ่งเป็นฝ่ายใหม่อีกเหมือนกัน เกิดจากช่วงนั้นเป็นหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง ทางแบงก์คิดว่า เราควรมียุทธศาสตร์ใหม่ จึงตั้งฝ่ายยุทธศาสตร์องค์การขึ้นมา โดยมีเรากับหัวหน้าเป็นชุดเริ่มต้น ซึ่งตอนทำอยู่ที่นี่ก็มีประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้เยอะ เพราะเป็นช่วงที่ทำงานหนักมาก ต้องคอยมอนิเตอร์โครงการยุทธศาสตร์ตลอด และมีการนำเสนอต่อคณะผู้บริหารอยู่เรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอในตอนเช้า แต่ข้อมูลมักจะมาถึงเราตอน 6 โมงเย็นของวันก่อนหน้า จึงต้องอยู่ทำงานกันจนเกือบเช้า แล้วเตรียมพรีเซ้นต์ต่อ

“มีวันหนึ่งดิฉันต้องอยู่ทำคอนเซ็ปต์ตัวใหม่ เป็น Balance Score Card รายงานผลประกอบการ (Performance) ในรูปแบบ Dashboard คือเป็นรายงาน เกี่ยวกับตัววัดในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเงิน ด้านที่เกี่ยวกับลูกค้า ด้านไอที และด้าน HR ว่าสอดคล้องกันไหม อยู่ทำจนค่ำ ซึ่งช่วงนั้นคุณพ่อเป็นโรคหัวใจ ต้องอยู่ CCU ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ใจคิดว่าเดี๋ยวรีบทำงานให้เสร็จแล้วจะไปหาคุณพ่อ แต่ปรากฏว่าทำงานไปจนเลยสองทุ่ม หมดเวลาเยี่ยมแล้ว เลยไม่ได้ไปพบท่าน ปรากฏว่าคืนนั้นคุณพ่อเสีย (นิ่ง) ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ว่าเราต้องหาสมดุลเรื่องงานกับชีวิตส่วนตัวให้ได้ จริงอยู่ว่างานก็สำคัญ แต่บางเรื่องเราก็ไม่สามารถผัดวันประกันพรุ่ง อย่างเรื่องครอบครัวที่บางครั้งอาจไม่มีวันพรุ่งนี้ให้เริ่มใหม่ ถ้าจำเป็นจริงๆ เราอาจต้องฝากคนอื่นให้ทำงานแทน เราต้องหาทางบริหารจัดการตรงนี้ให้ดีค่ะ”

งาน 9 สาขาที่ทำมา มีงานไหนที่รู้สึกว่าท้าทายที่สุดคะ

“ตอนที่เป็นซีเอฟโอค่ะ ดูแลด้านการเงินของบริษัท ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเราจะมาอยู่ตรงนั้นได้ เพราะเรียนจบเอกมาร์เก็ตติ้ง วิชาบัญชีเรียนมานิดหน่อย คะแนนก็ไม่ได้ดี พอทำงานก็ไม่ได้เติบโตมาในสายนี้ และที่ผ่านมาเราอยู่ในฝ่ายที่เซตอัพขึ้นมาใหม่เสียส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้ต้องมาอยู่ในทีมที่เขาเพียบพร้อมอยู่แล้ว มีแต่คนเก่งๆ และประสบการณ์สูง พอได้รับมอบหมายช่วงแรก ก็งงว่าจะไปอย่างไรดี ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เลย แต่พอลองมาศึกษาดูก็พบว่า มันเป็นเทรนด์นะที่คนเป็นซีเอฟโอต้องมีความรู้หลากหลาย เราจึงเลือกนำประสบการณ์จากสายงานต่างๆ เช่น Relationship Manager มาร์เก็ตติ้ง และ Investment Banking มาประมวลดูว่าจะเพิ่มมุมมองและวิธีคิดให้สายการเงินเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างไร ซึ่งก็คือการ Add Value ประสบการณ์ที่หลากหลายของเราลงในสายงานนั่นเอง

“อย่างครั้งหนึ่งคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะหาตัววัดทางอื่นก่อนล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอรายงานสรุปทางการเงินตอนสิ้นเดือน เช่น วัดจากจำนวนลูกค้าใหม่ ซึ่งเราจะเห็นได้ทุกวัน ถ้าเห็นแล้วว่าไม่มีลูกค้า ก็แปลว่าการตลาดหรือสินค้ายังไม่ดี อย่างน้อยเราก็แก้ได้ทันการณ์ นี่คือการเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนระบบการติดตาม และการจัดการ แล้วจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับทิศทาง ซึ่งเมื่อทำได้ จึงมีอิมแพ็คสูงกับองค์กร ทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปอย่างสอดคล้องกัน ทั้งเรื่องเงิน งบประมาณที่สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจที่จะไป ทำให้เดินไปได้เร็วและก้าวหน้า

“ขณะเดียวกันการทำงานในสายการเงินที่เราไม่ถนัดก็ทำให้ได้คิดว่า เราไม่สามารถทำในสิ่งที่เรารักได้ตลอด วันหนึ่งเราต้องรักในสิ่งที่ทำและงานที่รับผิดชอบตามหน้าที่อยู่ให้ได้ ซึ่งหลังจากทำได้แล้ว ต้องบอกว่ากลายเป็นสายงานที่ชอบมากที่สุดงานหนึ่ง เพราะเพิ่มคุณค่าให้สายงานได้จริงๆ

“นอกจากนี้การเป็นซีเอฟโอคือช่วงสำคัญที่เตรียมให้เราพร้อมจะเป็นผู้นำ จริงๆ จำได้ว่าช่วงมาทำงานตำแหน่งนี้ใหม่ๆ มีคนบอกว่า เมื่อเป็นซีเอฟโอแล้ว คุณจะไม่มีเพื่อนเลย เพราะคุณจะไม่เลือกใครเลยนอกจากองค์กร คือดูที่ผลลัพธ์ขององค์กรอย่างเดียว ซึ่งจริงในแง่หนึ่ง คือเราจะแน่วแน่มากว่าเน้นองค์กรเป็นหลัก แต่เราก็ยังมีเพื่อนในองค์กรอยู่นะ เพราะทุกการตัดสินใจของเราตอนเป็นซีเอฟโอ เราอธิบายเหตุผลได้หมดเลยว่าทำไมจึงเลือกแบบนี้หรือตัดสินใจแบบนี้ คือโปร่งใสมากว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจุดนี้กลายเป็นการเตรียมการให้เราปรับตัวได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องมาเป็นซีอีโอ”

วันนี้ที่ได้ทำงานในฐานะซีอีโอเป็นอย่างไรคะ

“เนื่องจากทราบเรื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงมีเวลาเตรียมตัวอยู่พอสมควรค่ะ เราก็ขอเวลาไปพบคุณบัณฑูรสัปดาห์ละครั้ง เพื่อปรึกษางานพร้อมกับให้ท่านช่วยแนะนำและโค้ชว่าควรจะมองเรื่องไหน อย่างไร และทำอะไรบ้าง ส่วนตัวเราเองก็มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานเกือบครบทุกด้านแล้ว เหลือแค่เขียนโปรแกรมไอทีและกฎหมาย (หัวเราะ) แต่ละสายงานก็เตรียมความพร้อมเรามาพอสมควร ความพยายามก็ไม่แพ้ใคร และสามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้ สุดท้ายคือเรามองประโยชน์ขององค์กรเป็นสำคัญ สังเกตตัวเองมาแล้วว่าเราไม่มีอีโก้เลย หมายถึงเวลาทำงานไม่เคยคิดว่าต้องได้เครดิต ได้หน้า หรืออยากโดดเด่นอะไร เมื่อเราไม่มีอีโก้ เราจึงทำงานกับใครก็ได้ เพื่อโจทย์เดียวคือส่วนรวม”

ถ้าให้มองตัวเอง คุณเปิ้ลเป็นผู้นำแบบไหนคะ

“เป็นผู้นำแบบ Lead by Example กับ Lead by Design ค่ะ สำหรับคำแรก Lead by Example หมายถึงทำตัวให้เป็นตัวอย่าง เช่น เมื่อเห็นแล้วว่าทักษะ ที่เรามีอยู่ในตอนนี้อาจใช้ไม่ได้กับโลกยุคหน้า จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพิ่มเติม จึงไปลงเรียนออนไลน์ด้าน Design Thinking คือการออกแบบโดยการเข้าใจผู้ใช้จริงๆ ซึ่งเราสามารถนำคอนเซ็ปต์นี้มาใช้กับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของธนาคารได้ด้วย เมื่อเรารู้สึกว่าต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมก็ต้องหาทางเรียนรู้และทำให้ได้ อยากให้พนักงานรู้สึกว่าเขาก็น่าจะทำได้เหมือนกัน

“ส่วน Lead by Design คือดีไซน์เพื่อจัดองค์กรให้สามารถทำงานกันเอง และค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง ซึ่งบางองค์กรจะต้องรอนายสั่ง ก่อนจึงจะทำ แต่ถ้าเราสามารถ Lead by Design คือทำให้ทุกทีมสามารถค้นพบวิธีการทำงานแบบใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้เอง ซึ่งดีกว่ารอเรา เพราะเราคนเดียวจะไปเก่งขนาดนั้นได้อย่างไร แต่ถ้าได้คนเก่งหลายๆ คนมารวมกัน ผลักดันให้องค์กรไปข้างหน้า ก็จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเราชอบการทำงานเป็นทีม จึงพยายามทำให้แต่ละทีมที่แตกต่างกันทั้งทักษะความรู้และประสบการณ์สามารถทำงานร่วมกันได้ คือเดิมเราอาจจะเคยทำงานกันแบบให้โจทย์มา แล้วแต่ละแผนกแต่ละทีมก็ค่อยๆ คิดกันมา เช่น ผ่านทีมขาย แล้วค่อยไปผ่านทีมเครดิต แล้วค่อยไป Back Office แล้วไปโน่นไปนี่ แต่เราทำใหม่เป็น Objective Base คือใช้ทีมผสมหรือที่เรียกว่า Multi-disciplinary ชวนคนจากทุกฝ่ายเข้าไปร่วมระดมความคิดกันแก้โจทย์ให้จบในทีเดียว จะได้ประหยัดเวลา ไม่ต้องคอยนัดหรือส่งต่องานกันไปมา”

หากมองย้อนกลับไปแต่ละช่วงของชีวิต อยากแนะนำอะไรกับคนรุ่นใหม่บ้างคะ

“ถ้าอิงจากประสบการณ์ชีวิตตัวเอง ช่วงอายุ 20 เรียนจบมาใหม่ๆ เราจะรู้สึกว่าเราแจ๋วสุดแล้วในโลกนี้ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ชีวิตเราเพิ่งเริ่มต้น ฉะนั้น จงพยายามอ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมที่จะเรียนรู้และเปิดรับอะไรใหม่ๆ หมั่นสังเกตว่าอะไรที่จะทำและนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้ คือคนรุ่นใหม่มักถามเสมอว่าทำแล้วได้อะไร ในขณะที่ถ้าเป็นรุ่นเราคงไม่ถาม มีแต่ลุยทำให้สำเร็จ จึงอยากปลูกฝังเรื่องความเป็นผู้นำ เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าตัวเอง รู้จักคิดภาพรวมให้เขา รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น บางเรื่องเราทำไปอาจจะยังไม่ได้วันนี้ แต่จะได้ในวันหน้า อย่างตอนที่เราทำ Data Analytic ทำไปแล้วกว่า 10 ปี จึงมีการใช้กันเยอะ ฉะนั้นคุณไม่มีวันรู้หรอกว่าสิ่งที่เราทำอยู่วันนี้จะได้ใช้เมื่อไร แต่มันเป็นต้นทุนของคุณ และสุดท้ายประสบการณ์เหล่านั้นจะทำให้เรามีวันนี้ เราคงแชร์ได้ประมาณนี้ ที่เหลือก็ต้องให้เขาคิดได้เอง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องหาวิธีโน้มน้าวให้เขาอยากทำงานให้ดี โดยอาจมีผลตอบแทนให้ชัดว่าถ้าทำสำเร็จแล้วจะเป็นอย่างไรให้ไปด้วย

“พอวัย 30 ทำงานมาพักหนึ่งแล้ว เราจะเริ่มรู้แล้วว่าเราไม่รู้อะไรเลย มีเรื่องต้องรู้เต็มไปหมด ก็อย่าไปตกใจกับมัน คุมสติไว้ให้มั่น แล้วก็พยายามเรียนรู้ไป ให้เวลากับตัวเอง อย่ากดดันตัวเองมากไป เรื่องบางอย่างต้องค่อยๆ สะสมไป จึงจะสร้างมาได้ อีกอย่างคือวัยนี้จะเริ่มมีครอบครัว ก็มีความกดดันทั้งจากหัวหน้างานและครอบครัว เราต้องบริหารเวลาชีวิต จิตใจ และทำความเข้าใจคนรอบข้างให้ดีที่สุด

“พอถึงช่วงวัย 40-50 เป็นต้นไป เราจะเริ่มปรับตัวได้แล้ว เพราะเป็นหัวหน้างาน มีประสบการณ์ต่างๆ มาเยอะแล้ว ก็เป็นช่วงที่จะต้องคืนสิ่งดีๆ ให้สังคม ไปทำกิจกรรมช่วยเหลือคนอื่น ยิ่งในวัย 50 ยิ่งต้องสร้างอะไรดีๆ ให้ทั้งองค์กรและส่วนรวม ถ้าไปถึงประเทศชาติได้ยิ่งดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราอยู่ในองค์กรขนาดนี้ ที่มีกำลัง มีดีเอ็นเอ มีทีมที่เก่งขนาดนี้ ต้องสร้างสิ่งดีๆ ในระดับที่ใหญ่ขึ้นค่ะ”


ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 960

ต่าย เพ็ญพักตร์

นางพญามากแม่! ต่าย เพ็ญพักตร์ ในลุคผมสีม่วงพาสเทล สวยเปรี้ยวดูอินเตอร์

เต็ม 10 ไม่หัก นางพญามากแม่! ต่าย เพ็ญพักตร์ ในลุคผมสีม่วงพาสเทล สวยเปรี้ยวดูอินเตอร์

เป็นที่คุ้นตากันดีสำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่  “ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล” สาวสองพันปีที่มักมาในลุคผมยาวตรงสลวยและรวบตึงมัดหางม้าทรงสูง และน้อยครั้งมากที่พี่ต่ายจะปล่อยผมหรือทำทรงอื่น แต่เมื่อต้นปีก็เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาพี่น้องในวงการและเหล่าแฟนคลับในลุคผมสั้นสุดเฟี๊ยส และหลายคนก็ชอบลุคนี้ของพี่ต่ายมาก

แต่ก็ต้องบอกว่าด้วยเหตุผลที่ถ่ายละครหลายเรื่องทำให้พี่ต่ายไม่สามารถตัดผมได้จริงๆ เป็นเพียงแค่ใส่วิกเท่านั้น โดยล่าสุดก็ทำเอาฮือฮาอีกครั้งในลุคผมสั้นสีม่วง Ultra Violet ดูนางพญามากๆ พร้อมแคปชั่นว่า “ขอบคุณผู้จัดน้องใหม่ @warattaya ที่เปลี่ยนลุคให้พี่นะจ๊ะชอบๆมากๆคุยกันไว้ตั้งแต่งตอนถ่ายละครเพลิงรักเพลิงแค้นว่าอยากจะเปลี่ยนลุคอยากตัดผมสั้นให้แต่ยังติดละคร เรี่องอื่นอยู่ น้องจุ๋ยเลยสั่งทำวิกเลยเป็นวิกที่ดีใส่แล้วไม่เจ็บแล้วเนียนมากกกขอบคุณนะจ๊ะน้อง @warattaya #จังหวะหัวใจนายสะอาด”

ซึ่งเอาตรงๆ ผมเฉดสีม่วง Ultra Violet ใช่ว่าใครทำแล้วจะรอดทุกคนนะคะ แต่พี่ต่ายรอด!!! และดูเก๋อินเตอร์มาก ใครอยากลองสีนี้บ้าง แนะนำให้ทำสีม่วงหม่นปนเทานิดๆ จะยิ่งช่วยอัพเกรดผมสีม่วงให้ดูสวยแพงขึ้นไปอีก แต่สาวๆ อย่าลืมว่าการที่มีสีเทาปนอยู่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เพราะกว่าจะได้สีนี้เส้นผมคงต้องผ่านหลายขั้นตอนน่าดู ที่สำคัญต้องแต่งหน้าทุกวันด้วยนะจ๊ะ

 

 

View this post on Instagram

 

ขอบคุณผู้จัดน้องใหม่ @warattaya ที่เปลี่ยนลุคให้พี่นะจ๊ะชอบๆมากๆคุยกันใว้ตั้งแต่งตอนถ่ายละครเพลิงรักเพลิงแค้นว่าอยากจะเปลี่ยนลุคอยากตัดผมสั้นให้แต่ยังติดละคร เรี่องอื่นอยู่ น้องจุ๋ยเลยสั่งทำวิกเลยเป็นวิกที่ดีใส่แล้วไม่เจ็บแล้วเนียนมากกกขอบคุณนะจ๊ะน้อง @warattaya #จังหวะหัวใจนายสะอาด ❤️❤️❤️❤️

A post shared by penpak sirikul (@penpakss) on

และด้วยความเป็นสาวสองพันปีไม่ยอมแก่ง่ายๆ แม้ว่าจะอายุ 59 กะรัตแล้ว (เกิด 31 มกราคม 2504) แต่ก็ยังสวยไม่สร่าง เพราะมาจากการดูแลตัวเองต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังสาวๆ ปัจจุบันเมื่อใครถามเคล็ดลับความงาม พี่ต่ายก็จะย้ำเสมอว่าให้ความสำคัญกับการกินและการนอน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ต้องนอนให้พอเพียง และเน้นทำจิตใจให้แจ่มใส สุขภาพจิตดี อะไรๆ ก็ดีตามนั่นเอง

ส่วนเรื่องเคล็ดลับการรักษารูปร่างให้ยังเป๊ะปังเหมือนตอนสาวๆ นั้น แค่เพียงหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ไม่หักโหม ชอบทำงานบ้านเองทุกอย่าง และชอบใส่กางเกงยีนส์ไซส์เดิม ถือเป็นการบังคับไม่ให้ตัวเองกินเยอะจนเกินไป และอย่างสุดท้าย ลองหากิจกรรมแปลกใหม่ ทำอยู่เสมอๆ นี่ละค่ะ เคล็ดลับความสวยไม่สร่างตามสไตล์ของสาวสองพันปี

ต่าย เพ็ญพักตร์ ต่าย เพ็ญพักตร์ ต่าย เพ็ญพักตร์ ต่าย เพ็ญพักตร์


ภาพ IG : penpakss

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

“เป้ย ปานวาด” ตัดผมสั้นประบ่า กระชากวัย สวยสดใสสไตล์โกมุนยอง

ลุคใหม่สุดชิล “คิมเบอร์ลี่” หั่นผมสั้นทำสีประกายธรรมชาติ หน้าเด็กลงแต่ดูเปรี้ยวขึ้น

สวยชิคทุกทรง! ส่องลุคผมสั้นสไตล์ต่างๆ ของ ซอเยจี ดาเมจแรงโดยไม่มีอะไรกั้น

 

 

มินมิน-รชยา

แรงขับเคลื่อนความฝัน มินมิน-รชยา BNK48 เพราะแฟนคลับคือพลังให้ก้าวต่อไป

แรงขับเคลื่อนเส้นทางแห่งความฝัน มินมิน-รชยา ทัพพ์คุณานนต์  BNK48 “เพราะแฟนคลับคือพลังที่ช่วยเติมให้หนูอยากทำตัวเองให้ดีขึ้น”

มินมิน-รชยา

มินมิน-รชยา ทัพพ์คุณานนต์  สาวสวยออร่ากระจายที่เคยข้ามฝั่งไปเล่น ละครมาบ้างแล้ว ดูเหมือนไม่ว่าเธอจะมาในบทบาทไหน มินมินก็ชนะใจกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นเชียร์เต็มที่ตลอด

ช่วงที่ไม่ได้ออกไปทำงานข้างนอกนาน ๆ พวกเรา คิดถึงแฟน ๆ มากค่ะ จึงคุยกันว่าจะทำคอนเทนต์อะไรดี ให้แฟน ๆ ได้เห็นว่าเราไม่ได้หายไปไหน ที่สุดตกลงทำเป็น Vlog หรือคลิปสั้น ๆ เช่น หนูถ่ายคลิปที่ตัวเองทำยำ ก็มีแฟน ๆ เข้ามาถามว่ามีขายไหม ทำส่งหรือเปล่า เลย คิดว่า…หรือเราน่าจะหารายได้จากตรงนี้ดี (หัวเราะ)

ตั้งแต่มาอยู่กับวง BNK48 ความคิดหนูเปลี่ยนไป เยอะเลยค่ะ เคยแอบคิดว่าอยากแต่งงานก่อนอายุ 30 เพราะอยากมีลูกที่โตทันกัน แต่ตอนนี้อายุ 23  อยู่กับ BNK48 มาได้แค่ 2 ปี รู้สึกว่ายังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย เพราะยังมีอะไรอีกมากมายที่อยากทำ เช่น เล่นภาพยนตร์แนวไซไฟ อยากรู้ว่าภาพยนตร์ต่างจากละครอย่างไร แล้วก็อยากเล่น บทแบบแปลงร่างได้ ที่ต้องใช้จินตนาการล้ำลึกหน่อย (ยิ้ม)

มินมิน-รชยา

ตัวจริงของมินเป็นแนวสดใส เจออะไรก็ขำได้ ขนาดเศร้า ร้องไห้อยู่ยังขำตัวเองเลย หลายคนเลยมองว่า มินไม่ค่อยคิดอะไร ต้องเป็นคนสนิทจริง ๆ ถึงจะดูออกว่า เราอาจจะเครียดอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงานค่ะ อย่าง ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ต้องปรับตัวหนักมาก เพราะไม่ชอบการ แข่งขันเลย พยายามหลีกเลี่ยงมาทั้งชีวิต ตอนเด็ก ๆ เคย โดนจับไปประกวดนางนพมาศก็ไม่ชอบเลย พอมาอยู่ตรงนี้ ยิ่งงงหนัก ทำตัวไม่ถูก เพราะทุกคนก็เป็นเพื่อนกันด้วย แต่พอถึงจุดหนึ่งก็พบว่าเราโตแล้ว จะหนีไม่ได้แล้ว ไม่ว่า จะอยู่ในสังคมไหนก็จะต้องเจอการแข่งขัน จึงพยายาม ปรับตัว เรียนรู้ ให้อยู่ในจุดที่พอดี ไม่อึดอัด แต่ครั้งไหน ที่เครียดมาก ๆ หนูจะระบายกับเพื่อนและรุ่นพี่ที่สนิทที่ให้ คำปรึกษาเราได้ ทำให้รู้สึกว่ามีคนรอบข้างที่รักและเป็น กำลังใจให้อยู่ หนูจึงติดเพื่อนมาก ถ้าให้เรียงความสำคัญ ในชีวิตก็จะเป็นครอบครัว งาน เพื่อน ความรัก

ส่วนแฟนคลับจะชมว่าคุยกับหนูแล้วสบายใจ บ้างก็บอกว่าชอบที่หนูฟันใหญ่ ดูเด่น ฟันหนูสดใส (หัวเราะ) แฟนคลับของหนูน่ารักนะ เข้มแข็งและสามัคคีเป็นกลุ่มก้อน คอยอยู่เป็นกำลังใจตลอด เขาชอบบอกว่าเราคือกำลังใจ ของเขา จึงอยากเห็นหนูมีความสุขและอยู่ในจุดที่ดี หนู ก็อยากบอกเขาว่า เขาคือกำลังใจที่ดีมาก ๆ ของหนูเหมือนกัน หลายครั้งที่หนูอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพราะ จินตนาการไปว่าเขาจะเดินเข้ามาหาเราแล้วบอกว่า ‘มินมิน ดีใจด้วยนะ ดีใจด้วยจริง ๆ’ ความสุขของเขาคือพลัง ที่ช่วยเติมให้หนูอยากทำตัวเองให้ดี เพื่อให้ทุกคนภูมิใจ อยากเห็นรอยยิ้มของเขาบ่อย ๆ เยอะ ๆ เพราะหนูชอบจำ ภาพรอยยิ้มของแฟนคลับ “ไม่รู้ว่าเขาจะรู้กันไหม” (ยิ้ม)

มินมิน-รชยา

มินยิ้มเก่ง มีเรื่องอะไรก็ขำได้ตลอด ขนาดบางทีเศร้ามาก ๆ พอ ร้องไห้ไปสักพักก็ขำตัวเองที่ร้องไห้อีก คนอื่นจึงมองว่ามินไม่ค่อย คิดมาก ไม่เครียด แต่บางครั้งก็มีเรื่องกังวลอยู่ในใจนะคะ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สาวน้อยแฟชั่นนิสต้า อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติอร แมวน้ำอุ๋งๆ แห่ง BNK48

แก้ว-ณัฐรุจา ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะอยากให้คนรอบข้างภูมิใจ

“เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกโอกาส” วีรยา จาง สาวหน้าหวานที่มาพร้อมบุคลิกเท่ๆ

ROAV เผยโฉมแว่นตาพับได้ที่เบาและบางที่สุดในโลก

แว่นตาพับได้! ROAV แบรนด์น้องใหม่จากอเมริกา น้ำหนักเบา บาง แต่แข็งแรง

ROAV เผยโฉมแว่นตาพับได้ที่เบาและบางที่สุดในโลก เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าเมืองไทย กับคอนเซ็ปต์ NEW GADGET , NEW VISION

หากพูดถึงไอเท็มสุดชิคที่ใส่ได้ทุกฤดูของเหล่าแฟชั่นนิสต้า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “แว่นกันแดด” เป็น MUST HAVE ITEM ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต้องมีไว้พกติดกระเป๋าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะใส่เพื่อปกป้องดวงตาจากแสงแดดแล้ว แว่นกันแดดยังช่วยเติมเต็มสไตล์ของผู้สวมใส่อีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบันมีแบรนด์แว่นตากันแดดมากมายที่ตอบโจทย์เรื่องของเทรนด์แฟชั่น แต่สำหรับ ROAV แบรนด์แว่นตาน้องใหม่สัญชาติอเมริกา มีวิสัยทัศน์การออกแบบใหม่ที่เป็นมากกว่าแว่นตา มาพร้อมกับดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใคร ทั้งความโมเดิร์น โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย และฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ROAV แบรนด์แว่นพับได้สัญชาติอเมริกาที่เบาและบางที่สุดในโลก ด้วยความหนาเพียง 8 มม. และหนักเพียง 15 กรัมเท่านั้น โดยตัวกรอบเป็นเลเซอร์คัตจากสแตนเลสสตีลที่มีความทนทาน มาพร้อมกับนวัตกรรมการออกแบบที่พิเศษของข้อต่อและบานพับที่ถูกจดลิขสิทธิ์ ทำให้แบรนด์แว่นของ ROAV ต่างจากแว่นทั่วไป เพราะแว่นพับได้ของ ROAV สามารถพับได้ขนาดเล็กที่สุด บางที่สุด และแข็งแรงทานทานที่สุด นอกจากตัวกรอบที่มีนวัตกรรมสุดล้ำแล้วตัวเลนส์ยังสามารถป้องกันแสง UVA + UVB อีกด้วย

ความสมบูรณ์แบบของแว่นตาสไตล์เรียบหรูของแบรนด์ ROAV ที่มีดีนอกเหนือจากฟังก์ชั่นการใช้งานสุดล้ำที่ไม่เหมือนใคร แว่นพับได้ของ ROAV มาพร้อมกับแฟชั่นดีไซน์สุดชิค 5 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว

แว่นกันแดดพับได้ทรงคลาสสิก (Origin Collection) ดีไซน์สุดวินเทจ เรโทร ที่ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยก็ไม่ตกเทรนด์แฟชั่นแน่นอน เหมาะทั้งกับสาวๆ เเละหนุ่มๆ ไม่ว่าจะมีรูปหน้าแบบไหนรับรองใส่ทรงนี้แล้วดูดีแน่นอน

แว่นกันแดดพับได้ขอบอะซิเตท (Origin 83 Collection) ที่มีความแฟชั่นล้ำสมัย สามารถนำไปจับคู่กับการเเต่งตัวได้เกือบทุกสไตล์ รับรองว่าคุณจะต้องโดดเด่นและตกเป็นเป้าสายตาของใครอีกหลายคนแน่นอน

แว่นกันแดดพับได้ทรง Oversize (Superstar Collection) เป็นทรงที่ฮ็อตฮิตมากในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา และก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้าสมัยเลย เป็นทรงที่ช่วยปกปิดดวงตาให้กับสาวๆ เพิ่มความเป็นเซเลบริตี้ทั้งยังช่วยครีเอตลุคเฟมินีน เซ็กซี่เล็กๆ อีกด้วย

แว่นกันแดดพับได้มาพร้อมซองสายคล้องแว่น (Odyssey Collection) ถ้าใครไม่อยากเอ้าท์ ต้องคอลเล็คชั่นนี้เลย เพราะตอนนี้เทรนด์แฟชั่นสายคล้องแว่นเป็นไอเท็มเด็ดที่นอกจากจะมีประโยชน์ช่วยไม่ให้แว่นตกหล่นแล้ว ยังช่วยเสริมให้การสวมแว่นมีความโดดเด่นขึ้นมาอีกด้วย

คอลเล็คชั่นแว่นสายตาพับได้ (Vision Series) กรอบแว่นสายตาพับได้แบบคูลๆ ด้วยดีไซน์การออกแบบกรอบแว่นรูปทรงเรขาคณิต ที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม หรือทรงเหลี่ยม ไม่ว่าคุณจะมีรูปหน้าแบบไหน รับรองว่ารอด


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สายแฟต้องมี! ส่องคอลเล็คชั่นใหม่ “แว่นของญาญ่า” ดีไซน์แต่ละแบบคือเก๋และชิค

สีจี๊ดแต่ราคาเบา! SWATCH รุ่นใหม่ BIG BOLD Jelly Neon ดีไซน์สะดุดตา

ลวดลายอาร์ตน่าจดจำ! Coach Spring 2020 ปล่อยไอเท็มน่าช้อปออกมาเพียบ

ตั๊ก ลีลา

หุ่นสับ แซ่บซู้ดปาก ตั๊ก-ศิริพร New Look สวยอินเตอร์สไตล์สายฝอ

ทำเอาเกือบจำไม่ได้เลยสำหรับลุคล่าสุดที่เมคอัพอาร์ทิสชื่อดัง น้องฉัตร พลิกโฉม นักร้อง,นักแสดง และตลกหญิงชื่อดัง ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด กลายเป็นสาวฮ็อตสายฝอ

ถือเป็นหนึ่งในดาราหญิงที่ยิ่งอายุเยอะยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ ตั๊กลีลา หรือ ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด นักร้อง,นักแสดง และตลกหญิงชื่อดัง แม้ปีนี้เธอจะมีอายุเข้าปีที่ 48 แล้ว แต่รูปร่างกลับดูดีกว่าแต่ก่อนนี้เสียอีก และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้เธอได้งานถ่ายพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้ารายหนึ่ง ซึ่งต้องบอกว่ากลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มากๆ เนื่องจากการปรากฏตัวในลุคใหม่ที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง 

ทรงผมบ็อบสั้นที่กำลังมาแรงเข้ากันได้ดีกับการแต่งหน้าในสไตล์สายฝอ ขนตาที่ดูฟูฟ่องยิ่งขับให้ดวงตาของตั๊กสวยมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ความสวยที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือรูปร่างที่ดูฟิตแอนเฟิร์ม แม้อยู่ในชุด Latex แนบเนื้อสุดเซ็กซี่ ก็ยังสวยโดดเด่น นี่ถ้าไม่บอกก็อาจจะคิดไปไกลว่า อาจจะเป็นลุคใหม่ในอัลบั้มอินเตอร์ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามการพลิกลุคล่าสุดนี้ของตั๊กลีลาเธอได้รับความช่วยเหลือจากเมคอัพอาร์ทิสชื่อดัง น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ ที่มาสะบัดแปรงเนรมิตรความงามให้กับเธอ

ตั๊ก-ศิริพร

ตั๊ก-ศิริพร

ตั๊ก-ศิริพร

ตั๊ก-ศิริพร


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

“อยู่วงการนี้ได้ต้องโลกสวย” เปิดใจ! น้องฉัตร เมคอัพอาร์ติสต์คิวทองแห่งปี

เลิกรุงรัง! น้องฉัตรสะบัดแปรงใส่เจ๊น้ำคนดัง สวยแบบร้ายๆ สไตล์แม่ค้า4G สุดแซ่บ

“น้องฉัตร” แปลงโฉมเหยื่อสาดน้ำกรด เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลับมาสวยอีกครั้ง

เครื่องประดับ 'โกมุนยอง' หลักแสนจนถึงหลักล้าน

ลุคสวยหรูต้อง ‘โกมุนยอง’ ถอดไอเท็มหลักแสนจนถึงหลักล้าน มีแต่ของชิ้นเด็ด!

ถอดลุคสวยแพงของ โกมุนยอง หรือ ซอเยจี จากซีรีส์เรื่องดัง It’s Okay to Not Be Okay ที่มีแต่ไอเท็มชิ้นเด็ดราคาหลักแสนไปจนถึงหลักล้าน

ในเวลานี้มาแรงแบบไม่มีใครต้านได้จริงๆ กับ ‘โกมุนยอง’ นางเอกสุดฮ็อตจากซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay ที่รับบทโดยนักแสดงสาว ‘ซอเยจี’ เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจและติดกระแสลมบนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเป็นที่กล่าวถึงในเรื่องการแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม นาฬิกา เครื่องประดับ ปังสุดๆ จนฉุดไม่อยู่ทุกลุคเลยจริงๆ

ในเรื่องโกมุนยองได้เลือกเสริมลุคสวยด้วยเครื่องประดับและนาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง เพียเจต์ (Piaget) ขอบอกเลยว่าแต่ละชิ้น แต่ละไอเท็มสวยหยดย้อยมากแม่ แถมราคายังทำเอาตะลึง แต่ระดับโกมุนยองก็ต้องสวยหรูเอาไว้ก่อน ขนาดกระเป๋าไซส์จิ๋วใบเดียวยังเกือบ 3 หมื่นบาท แล้วนี่เครื่องประดับสุดหรู มีเหรอมูลค่าจะธรรมดา

เริ่มกันที่นาฬิกา Extremely lady ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18k ประดับเพชรเม็ดงาม 24 เม็ด (1.46 กะรัต) สนนราคา 1,990,000 บาท

ต่อกันที่แหวน Piaget Rose ไวท์โกลด์ 18k ประดับเพชร 143 เม็ด (1.20 กะรัต) สนนราคา 488,000 บาท และกำไล Possession Open Bangle Bracelet ไวท์โกลด์ 18k ประดับเพชรเม็ดเล็กรายล้อม 30 เม็ด (0.38 กะรัต) สนนราคา 196,000 บาท

 

สุดท้ายเป็นสร้อยคอ Possession Pendant ไวท์โกลด์ 18k ประดับเพชร 55 เม็ด (0.68 กะรัต) สนนราคา 333,000 บาท


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไซส์จิ๋วแต่ราคาโหด! กระเป๋า D&G ‘โกมุนยอง’ ใบเดียวใช้งานได้คุ้ม

ออร่าเจ้าสาวจับ! ‘ตู่ ปิยวดี’ ฟิตติ้งชุดแต่งงาน พร้อมโพสต์ภาพเรียกน้ำย่อย

สวยเก๋มากแม่! มาดามแป้ง ใส่ชุดผ้าไหมดีไซน์โมเดิร์นร่วมงานแต่ง

‘หวังให้เป็นหัวหน้าครอบครัว แต่ต้องเจ็บเพราะรักซ้อน’ ดูดวงรายวัน 30 กรกฎาคม 2563

ดูดวงรายวัน 30 กรกฎาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ครูบาอาจารย์ แพทย์ ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน นักวิจัย นักค้นคว้า ฯลฯ วันนี้แม้คุณจะทำงานหนักจนสายตัวแทบขาดแค่ไหน แต่คุณก็ยังอยู่ในาความรู้สึกอึดอัดและร้อนรุ่มจนอยากลาออกวันละหลายๆ รอบเลย

การเงิน : รายได้มาจากผู้ใหญ่และทีมงานที่ดี กับการทำงานหนัก แต่คุณก็จะมีรายจ่ายเยอะจนชักหน้าไม่ถึงหลัง ซึ่งอาจต้องหยิบยืมเงินคนอื่นเพื่อมาหมุนก่อน

ความรัก : อาจมีปัญหาบุคคลที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายในครอบครัว แม้คุณจะแต่งงานอยู่ด้วยกันเพราะต้องข้องเกี่ยวกันเรื่องงาน แต่ก็ห้ามไม่ให้คุณหึงหวง จนปรับความเข้าใจกันไม่ได้ วันนี้จึงอาจแยกย้ายกันไปทางใครทางมัน คนโสด คุณอาจเปลี่ยนแนวมาชอบแบ๊ดบอย หากชอบแนวนี้ก็ต้องทำใจ เพราะเขาเจ้าชู้ มีแฟนเยอะ

สุขภาพ : ระวังความเครียด กับอารมณ์ทางด้านลบ เช่น ความโกรธ โมโหร้าย อาจทำลายสุขภาพกายและจิต เช่น ปวดไมเกรน

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานช่างฝีมือทุกประเภท นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ฯลฯ ซึ่งคุณอาจกำลังสร้างสรรค์นวัตกรรมชิ้นสำคัญที่จะมอบให้กับสังคม วันนี้คุณอาจต้องฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามาจากหลากหลายทาง แต่ควรเลือกใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวจะมีแนวโน้มพบกับความสำเร็จได้ดีกว่า

การเงิน :  การลงทุนใดๆ อาจพบกับปัญหาติดขัดในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านไปได้ก็จะได้ผลตอบแทนอย่างเป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้อย่างงดงาม

ความรัก : คุณมีอุดมการณ์มีไฟในการทำงาน แต่อาจขัดแย้งกับชีวิตคู่ เพราะคู่ก็ต้องการให้คุณอยู่กับครอบครัว พูดเรื่องนี้ทีไรก็ต้องทะเลาะกันทุกที ยิ่งวันนี้ต่างก็อารมณ์รุนแรง เสี่ยงต่อการลงไม้ลงมืออย่างมาก คนโสด คุณเป็นหัวหน้าครอบครัว เพราะฉะนั้นหากจะมีแฟนก็ต้องเป็นช้างเท้าหลัง คอยเป็นกำลังใจ แต่วันนี้อาจได้เจอแบบรักซ้อนซ่อนรัก

สุขภาพ : หากคุณนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ จะทำให้ปวดตามแนวกระดูกสันหลัง ตึงยึดตั้งแต่คอบ่าไหล่ ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ หรือไม่ก็หาหมอนวดฝีมือดีๆ มานวดแก้อาการบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านจัดสรร ที่ดิน และการเกษตร วันนี้งานของคุณอาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งส่งผลให้คุณอึดอัดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ จึงควรใจเย็นและระวังคำพูด เพราะอาจทำให้เกิดการขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน ที่สุดแล้วคุณนั่นละที่จะมานั่งเสียใจในภายหลัง

การเงิน : อาจได้เงินจาการซื้อ-ขายบ้านและที่ดิน แต่ก็ควรตรวจดูให้ดีว่าโปร่งใสหรือเปล่า เพราะอาจเป็นเงินร้อนทำให้อยู่กับตัวได้ไม่นาน

ความรัก : คู่คุณอาจไม่ใช่คนอย่างที่ฝันไว้คือช่วยกันทำมาหากิน สร้างเนื้อสร้างตัว จนวันนี้คุณเริ่มเปรียบเทียบครอบครัวตัวเองกับครอบครัวอื่นแล้ว  คนโสด หากคิดว่าได้เจอคนที่ถูกใจ คิดไปถึงการสร้างอนาคตด้วยกัน แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงแค่อารมณ์ที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร

สุขภาพ : ไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์ เที่ยวกลางคืนติดต่อกัน เพราะจะทำให้ร่างกายหมดสภาพ สูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการให้บริการ เช่น การโรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สปา ฯลฯ วันนี้อาจต้องใช้คำพูดหรือวาทศิลป์อย่างหนัก เพราะอาจได้ร่วมงานกับคนที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณในทุกๆ เรื่อง แต่หากคุณสามารถทำให้พวกเขายอมรับได้ก็จะเท่ากับแสดงศักยภาพให้เขาเห็นเลยทีเดียว  

การเงิน : คุณใจดี อาจต้องเสียเงินเลี้ยงขนมนมเนยลูกหลานในบ้าน หรือส่งเสียอุปการะเป็นประจำเดือนเลยทีเดียว

ความรัก : วันนี้คุณอาจอยากมีสมาชิกใหม่ อาจเป็นเด็กน้อย หรือเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักมาสร้างบรรยากาศในบ้านให้สดชื่นขึ้น แต่คู่คุณก็อาจมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งก็ได้ ซึ่งคุณก็กำลังกล่อมให้เขายอมตามใจคุณอยู่ คนโสด คุณเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ จึงทำให้โลเล ลังเล ไม่กล้าตัดสินใจเริ่มต้นรักใครสักที

สุขภาพ : ควรนัดทันตแพทย์บ้างนะคะ เพราะสุขภาพปากและฟันมีผลต่อหลอดลมและทางเดินหายใจ จึงควรตรวจเช็กเป็นประจำ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานทางด้านออนไลน์ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เครื่องมือสื่อสาร ฯลฯ วันนี้คุณอาจกำลังหมกมุ่นครุ่นคิดถึงความสำเร็จ จนไม่เป็นอันปฏิบัติภาระกิจอื่นใดเลย ก็ควรต้องปล่อยวางบ้าง เดินทางสายกลาง ทำเท่าที่กำลังของตัวเองจะพอรับไหว เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงานอย่างเดียว เดี๋ยวทุกอย่างจะรวนไปหมด

การเงิน : ไม่ควรคิดแต่จะหาเงิน หาเงิน เพื่อซื้อวัตถุให้มีทัดเทียมกับคนอื่น ควรแบ่งปันให้กับสังคม ให้กับพุทธศาสนาบ้าง  

ความรัก :  คุณอาจแต่งงานกับครอบครัวที่มีชาติมีตระกูล มีแบบแผนในการดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นแผนที่สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวมากที่สุด วันนี้จึงควรปล่อยวางบ้าง ทำตามกำลังที่มี คนโสด วันนี้คุณมุ่งมั่นทำแต่งาน จนไม่ได้สนใจเรื่องความรักเลย ซึ่งก็อาจเป็นที่พอใจของครอบครัวคุณก็ได้

สุขภาพ : ภูมิแพ้มาแล้วจ้า คุณหักโหมทำงานอย่างหนักจนอ่อนเพลีย เปิดโอกาสให้ร่างกายรับเชื้อโรคเข้ามาได้ง่าย วันนี้อาจเกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ จนถึงไซนัส และเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณมีความรู้ ความสามารถ และมีบารมีที่สะสมมาตลอดการทำงานพร้อมที่จะรับอาสาเจ้านายไปทำงานที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง วันนี้อาจต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพราะคนที่เคยไว้ใจกลับเปลี่ยนท่าทีมาทรยศหักหลังคุณ ทำให้คุณอยู่ในสภาพอึดอัดและร้อนรุ่ม จนอยากลาออกวันละหลายๆ รอบ

การเงิน : ก็ยังหาทางเคลียร์หนี้สินไม่ได้ วันนี้จึงอาจต้องยอมเป็นหนี้เพิ่มเพื่อมาหมุนเงิน

ความรัก : อาจมีปัญหาบุคคลที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายในครอบครัว แม้คุณจะหึงหวง แต่ยังหยิ่งในศักดิ์ศรีที่จะตามไปงอนง้อขอให้เขากลับมา ก็อาจปล่อยเลยตามเลยก็ได้  คนโสด คุณเก่ง หาเลี้ยงตัวเองได้ หากวันนี้จะเจอกับความรักที่ไม่ซื่อสัตย์ก็ไม่มีผลใดๆ กับชีวิต

สุขภาพ :  ระวังอารมณ์ทางด้านลบ เช่น ความโกรธ เกลียด พยายาบาท โมโหร้ายจะทำลายสุขภาพสุขภาพใจ ซึ่งคุณคงไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็ต้องดับตั้งแต่ต้นทางค่ะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือกำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ที่เกี่ยวกับกับการติดต่อประสานงาน เช่น พีอาร์ประชาสัมพันธ์ พนักงานขาย สื่อสารมวลชน วันนี้คุณอาจเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับงานบุญงานกุศล หรืองานจิตอาสาเพื่อสังคม

การเงิน : อาจได้โชคลาภหรือลาภลอยอย่างไม่คาดคิด แต่ก็คงต้องทำบุญทำกุศล บริจาคคืนกลับสู่สังคมด้วย

ความรัก : คุณได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว ซึ่งเป็นครอบครัวที่มีชาติมีตระกูล มีกฏระเบียบที่เคร่งครัด ซึ่งคุณก็ปรับตัวได้แล้ว วันนี้ก็ถือว่าแฮปปี้ดี  คนโสด คุณกำลังมีความรักและมีความพร้อมอย่างมากที่จะออกเรือน แต่จะสมหวังหรือไม่ก็อยู่ที่ผู้ใหญ่ในครอบครัว

สุขภาพ : ภูมิแพ้มาแล้วจ้า อากาศเปลี่ยนทีไรคุณก็จะมีปัญหาในเรื่องของการหายใจ จนถึงไซนัส หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ นอกจากนั้นยังต้องระวังการเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำ อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้หากประมาท

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

ตั้งใจเซอร์ไพร์สผู้ใหญ่ใจดี แต่อาจถูกเซอร์ไพร์สกลับ ดูดวงรายวัน 25 กรกฎาคม 2563

มีดวงกิ๊กกับรุ่นพี่ผู้หญิง แต่เปิดเผยไม่ได้ เพราะ? ดูดวงรายวัน 26 กรกฎาคม 2563

อ่อนไหวกับความรัก อาจเซ็งกับพวกรักแรงหึงแรง ดูดวงรายวัน 27 กรกฎาคม 2563

มีเสน่ห์แต่กับพวกที่มีเจ้าของแล้วทั้งนั้น ก็จำต้องเท ดูดวงรายวัน 28 กรกฎาคม 2563

บื่อผู้ชายแล้ว ลองคบเพื่อนสนิทผู้หญิงบ้างดีกว่า ดูดวงรายวัน 29 กรกฎาคม 2563

5 ชุดเจ้าบ่าว แตกต่างแบบมาดแมนแฮนด์ซั่มหล่อไม่ซ้ำใคร

ภาพเจ้าบ่าวที่เราคุ้นตาคือชายหนุ่มใน ชุดเจ้าบ่าว สีดำสไตล์คลาสสิค ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอะไรที่ดูดีไม่มีตกยุค แต่ตอนนี้เทรนด์ยูนีคที่ต้องการความแตกต่างไม่ซ้ำใคร และการแสดงออกถึงตัวตนและบุคลิกกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ และก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีของคุณเจ้าบ่าว ไม่ว่าจะเป็น เฉดสีสดใสแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นทางการ แต่ก็เป็นตัวตนของเจ้าบ่าวได้ในเวลาเดียวกัน เช่น เฉดสีเบอร์กันดีหรือเฉดสีน้ำเงิน เป็นต้น แพรว wedding เลยนำ 5 สีชุดเจ้าบ่าวสุดชิคที่เป็นเฉดสีมาแรง แบบว่า..ไม่ใส่ไม่ได้นะ!!

ชุดเจ้าบ่าว

สีเบอร์กันดี

เป็นอีกหนึ่งเฉดสีที่ได้รับความนิยมจากหนุ่มๆ ไม่แพ้กับชุดสูทสีดำ เพราะเป็นเฉดสีที่ใส่แล้วดูดีไม่มีตกยุค แถมยังช่วยเพิ่มลุคผู้ชายอบอุ่นและแสนจะโรแมนติกให้กับสไตล์ของเจ้าบ่าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นงานที่ทางการหรือไม่ทางการก็สามารถใส่ได้แบบผู้ใหญ่ไม่ติ

สีเขียวกลิ่นพาสเทล

สำหรับคุณเจ้าบ่าวที่อยากได้ลุคแบบวินเทจนิดๆ เฉดสีเขียวอมพาสเทล นี่แหละที่ตอบโจทย์ที่สุด และอย่าลืมแมตช์ด้วยรองเท้าหนังสีน้ำตาล เท่านี้ก็ได้ลุคแคชชวลแบบไม่เชยแล้ว

สีน้ำเงิน (Chambray Blue)

Chambray เป็นชื่อเรียกของผ้าชนิดหนึ่งที่มีสีและรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับผ้าเดนิม และเป็นอีกหนึ่งสไตล์และเฉดสีที่เราไม่อยากให้ว่าที่เจ้าบ่าวต้องพลาด และเหมาะมากหากเจ้าบ่าวจัดงานแต่งงานริมทะเลหรืองานแต่งแบบเอ้าท์ดอร์ เพราะเฉดสีน้ำเงินยีนส์อ่อนๆ นี้จะช่วยให้ลุคของเจ้าบ่าวดูขี้เล่น สนุกสนาน และความเพอร์เฟกต์แบบเจ้าบ่าวสุดเนี้ยบในเวลาเดียวกัน

เล่นสีแบบทู-โทน

ชุดสูทสีขาว ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่เจ้าบ่าวเท่าไหร่นัก แถมยังมีความคล้ายคลึงกับเจ้าสาวเข้าไปอีก แต่ถ้าเจ้าบ่าวอยากได้ลุคเรียบหรูแบบคุณชายในสูทสีขาว เราขอแนะนำให้เบรกความไม่นิยมและเพื่อไม่ให้ดูกลืนไปกับเจ้าสาวด้วย การเพิ่มแจ็กเก็ตสูทผ้าสักหลาดเข้าไป เท่านี้ว่าที่เจ้าบ่าวก็ยังได้ลุคคุณชายแต่ไม่กลืนไปกับชุดเจ้าสาวแล้ว

ลายตารางสีน้ำเงิน

หากคุณมีความฮิปสเตอร์อยู่ในตัว ก็ไม่ต้องเขินอายหากจะใส่ชุดเจ้าบ่าวสไตล์นี้ และยังดูเข้ากันได้ดีหากคุณจัดงานแต่งในธีมฮิปสเตอร์เหมือนกัน และอาจจะเพิ่มบูโทเนียร์ด้วยดอกไม้สีสันสดใสเพื่อช่วยให้ลุคนี้ของเจ้าบ่าวโดดเด่นมากขึ้น

Read More หล่อปังทรงพลังทั้งแก๊ง กับเทคนิคการเลือกชุดเจ้าบ่าวและผองเพื่อน

CR. polkadotbride.com, stylemepretty.com

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a 

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a

8 อาหารเผาผลาญไขมัน อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะทำให้คุณสวยสุขภาพดี

อาหารเผาผลาญไขมัน สารอาหารจากธรรมชาติที่จะช่วยให้คุณสวยจากภายในโดดเด่นสะกดทุกสายตา

หากคุณต้องการรีบูทระบบเผาผลาญร่างกาย การควบคุมอาหารอย่างถูกหลักอนามัยเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยไปกว่าการออกกำลังกายเลยทีเดียว ซึ่งการควบคุมอาหารเป็นการดูแลร่างกายจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทาน อาหารเผาผลาญไขมัน ที่จะทำให้ไทรอยด์ทำงานได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการดีท็อกซ์ร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

การเลือกรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนดีและไขมันดี มีส่วนในการทำให้มวลกล้ามเนื้อและร่างกายเรียวกระชับ อาการอยากอาหารลดลง และช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงตาม จึงเป็นกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ได้ดีที่สุด อีกทั้งร่างกายยังนำสารอาหารที่ได้รับไปใช้ซ่อมแซมและบำรุงส่วนต่างๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

สิ่งที่สำคัญคือ ควรมีวัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหารที่ถูกหลักอนามัยและดีต่อสุขภาพติดตู้เย็นในบ้านของคุณไว้อยู่เสมอ พร้อมทั้งกำหนดมื้ออาหารในแต่ละวันเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรักสุขภาพอย่างยั่งยืน และยังจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการควบคุมอาหารอีกด้วย แพรว wedding เลยจะมาแนะนำอาหารเผาผลาญไขมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณว่าที่เจ้าสาวกลับมาสดชื่นและสวยเปล่งปลั่งสำหรับงานวิวาห์เลยล่ะ … งานนี้จะชวนว่าที่เจ้าบ่าว หรือแก๊งเพื่อนสาวมาเข้าโปรแกรมด้วยกันก็ได้นะ

1. อโวคาโด

อาหารเผาผลาญไขมัน

อโวคาโดมีไขมันประเภทไม่อิ่มตัว เป็นตัวกระตุ้นฮอร์โมนในการเผาผลาญ นอกจากนี้อโวคาโดยังมีกุญแจสำคัญในการลดน้ำหนักคือ Mannoheptulose ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ช่วยลดการหลั่งอินซูลีน และเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แคลอรี่ต่ำ และอุดมไปด้วยวิตามิน จากการศึกษาที่เผยแพร่ใน Nutrition Journal รายงานว่า หลังจากที่กลุ่มตัวอย่างรับประทานอโวคาโดครึ่งลูกในมื้อเที่ยง จำนวน 40% มีอาการอยากอาหารลดลงเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ก็ควรเพิ่มอาหารบางอย่างในมื้ออาหารประจำวันเพื่อรักษาระดับกลูโคส และการตอบสนองของอินซูลินเพื่อให้อาหารอยู่ท้องอิ่มนานขึ้น

2. ชาเขียว

อาหารเผาผลาญไขมัน

เพิ่มการเผาผลาญในร่างกายด้วยชาเขียวที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีคาเฟอีนต่ำกว่ากาแฟ ชาเขียวช่วยเพิ่มการทำงานของกลไกสมอง ควบคุมความอยากอาหาร และนอกเหนือจากการเผาผลาญไขมันตามธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้อารมณ์ดีอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง แต่เราแนะนำให้จิบชาเขียววันละไม่เกิน 4 แก้วนะจ๊ะ หรือลองทำเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชาเขียวก็ได้ งานนี้นอกจากจะช่วยเผาผลาญแล้ว ยังเป็นการดีท็อกซ์ร่างกายตามธรรมชาติอีกด้วย

3. ไข่

อาหารเผาผลาญไขมัน

ประกอบไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ช่วยกระตุ้นอินซูลีน และทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงตามธรรมชาติ ไข่จึงเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม แถมยังอุดมด้วยกรดอะมิโน 9 ชนิดและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน มีส่วนช่วยลดการอักเสบ โดยยับยั้งการผลิตเอนไซม์ที่กัดกร่อนกระดูกอ่อนในร่างกาย สำหรับการเลือกไข่ที่ดีในการบริโภค ควรเลือกจากตลาดเกษตรกรในท้องถิ่นที่สดใหม่และมีคุณภาพนะจ๊ะ

4. พริก

อาหารเผาผลาญไขมัน

อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี บี6 และเค รวมทั้งโพแทสเซียม ซึ่งสารประกอบไขมันที่เผาไหม้ในพริกคือ แคปไซซิน หลังการบริโภคไป 20 นาที จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ส่งผลให้เผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายอีกด้วย เห็นทีงานนี้คนกินเผ็ดจะมีชัยไปกว่าครึ่ง

5. เนยกี

อาหารเผาผลาญไขมัน

เนยกี เป็นเนยใสจากประเทศอินเดียที่ทำมาจากนมล้วนๆ แตกต่างจากเนยทั่วไปที่ไม่เหมาะต่อการควบคุมน้ำหนัก แต่เนยกีเป็นเนยดี ที่ย่อยง่ายและประกอบไปด้วยวิตามินเอ ดี อี และเค หากรับประทานเนยกีเป็นประจำก็จะได้รับกรด Conjugated Linolenic และกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มมวลร่างกายให้เรียวกระชับ และเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักด้วย

6. เกรปฟรุต

อาหารเผาผลาญไขมัน

Timothy Ferris นักเขียนหนังสือทำอาหารชื่อดังแนะนำว่า ควรรับประทานเกรปฟรุต 1 โดส ก่อนอาหารจานหลัก เพราะน้ำเกรปฟรุตช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ชดเชยการเพิ่มขึ้นของอินซูลินที่เกิดจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้เกรปฟรุตยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้นานขึ้น นั่นจึงทำผลไม้มักถูกเสิร์ฟก่อนอาหารจานหลัก หรือจะรับประทานน้ำเกรปฟรุต 1 แก้วก่อนก็ได้เหมือนกัน ซึ่งไม่ว่าจะกินแบบไหนก็ล้วนช่วยให้คุณรับประทานอาหารได้ลดลง

7. ถั่วงอก

การรับประทานอาหารด่าง (Diet Alkaline) จะช่วยให้ร่างกายดีท็อกซ์และเผาผลาญไขมันได้ตามธรรมชาติ อาหารด่างคือ อาหารที่มีค่าความเป็นด่าง ซึ่งจะช่วยปรับระดับกรดด่างของของเหลวในร่างกายให้สมดุล ซึ่งถั่วงอกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เต็มไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และอี อีกทั้งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก ที่สำคัญไม่มีไขมันนะจ๊ะ และยังเป็นแหล่งพลังงานที่ดีของวิตามินบี2 ช่วยในการเผาผลาญไขมันและย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. มันเทศ

มันเทศ เป็นหนึ่งในอาหารจากธรรมชาติที่ต้านการอักเสบดีที่สุด มีเส้นใยสูง วิตามินเข้มข้น และอุดมด้วยแร่ธาตุ เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ประกอบไปด้วยวิตามินบี6 และซี รวมถึงเบตาแคโรทีน และแมงกานีส ช่วยในต้านอาการการอักเสบ แถมยังมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ และสามารถนำมาประกอบอาหารได้ง่าย และยังอร่อยด้วยล่ะ

การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็จะช่วยให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล และยังควบคุมน้ำหนักไปในตัวอีกด้วยนะ นอกจากนี้แล้วเราอยากแนะนำ 8 อาหารวิเศษสำหรับว่าที่เจ้าสาว กินได้ไม่อ้วน! 

แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก byrdie / ภาพจาก Pinterest/ Time/ dietdoctor/ yogadigest/ jamieolive

18 เคล็ดลับที่คู่รักต้องมีเพื่อชีวิตแต่งงานอยู่ยืดอยู่ยาวไม่มีเบื่อ

การตกหลุมรัก คบหาดูใจ และตัดสินใจแต่งงานนั้นอาจดูเป็นเรื่องง่าย แต่หลังจากแต่งงานไปแล้วจะประคับประคองชีวิตคู่ให้ประสบความสำเร็จมันคงไม่ง่ายเหมือนในตอนแรก แพรว wedding เลยมี 18 เคล็ดลับสำหรับคู่สามีภรรยาที่อยากประสบความสำเร็จใน ชีวิตแต่งงาน มาฝากกัน

1. แชร์ทุกอย่างระหว่างกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ความคิด และเรื่องราวที่คุณมีต่อกันและกัน เพราะการเปิดใจพูดคุยในเรื่องต่างๆ จะช่วยทำให้คุณและคนรักเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น

2. ไม่ว่าเรื่องร้ายจะผ่านเข้ามาให้คุณทั้งคู่ได้พบเจอมากเท่าไหร่ จงร่วมใจเผชิญหน้า และบอกกันเสมอว่า “เดี๋ยวมันจะผ่านไป”

3. เพื่อป้องกันความห่างเหินระหว่างกัน ถ้าเป็นไปได้ จงอย่าอายที่จะกอดกันทุกวัน บอกรักกันก่อนเข้านอน และมอร์นิ่งคิสเบาๆ ในยามเช้า แล้วความรักของคุณจะแนบสนิทและหวานชื่นอยู่เสมอ

4. อย่าเก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาทะเลาะ ให้เป็นเรื่องใหญ่ ยอมกันได้ก็ต้องยอมบ้าง อย่าเอามาใส่ใจให้เกิดปัญหาระหว่างกัน เพราะความรักของคุณสองคนมีค่าเกินกว่าที่จะปล่อยให้เรื่องขี้ปะติ๋วมาทำพัง

5. เอาใจกัน ง่ายๆ ด้วยของอร่อยๆ ที่คนรักชอบทาน ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ขนมหวาน หรือน้ำอัดลม มีติดตู้เย็นไว้บ้างคงไม่ยากเกินกำลังหรอกเนอะ

6. เว้นที่ว่างให้คิดถึงกันบ้าง เราไม่ได้หมายความให้คุณแยกกันอยู่นะคะ แต่หมายถึงว่าให้คุณและเขาได้มีเวลาที่เป็นส่วนตัว ได้ทำสิ่งที่แต่ละคนชอบเพื่อเติมเต็มความสุขของตนเอง เอ็นเตอร์เทนตัวเองบ้างจะได้ไม่เครียด

7. มีปัญหาให้รีบเคลียร์ อย่าสาดความเงียบใส่กันและอย่าเอาแต่งอนตุ๊บป่องจนไม่เปิดปากพูด แต่ในขณะเดียวกันคุณและเขาก็ต้องค่อยๆ คุยกันด้วยน้ำเสียงนุ่ม มีเหตุผล และและพยายามเข้าใจกันและกันให้มากที่สุด

8. เรื่องไหนที่รบกวนใจ ถ้ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากก็ ลืมๆ ไปบ้าง และอย่าไปนึกถึงมันให้รกสมอง

9. ปัญหาหลายๆ อย่างก็ต้องใช้การ ประนีประนอมระหว่างกัน ถ้าแต่ละคนดึงดันจะทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างเดียว ความรักก็คงแตกหักได้ง่าย เพราะฉะนั้นหาจุดกึ่งกลางระหว่างกันให้ได้จะดีที่สุด

10. อ่อนโยนและใจดี กับคนข้างกายให้มาก ถึงแม้ว่าบางครั้งคุณจะโมโหจนอยากจะหยิก จะตี และตะโกนโวยวายดังๆ ใส่เขาก็ตาม ยิ้มและใจเย็นเข้าไว้นะคะ

11. หากิจกรรมทำด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเที่ยว ไปดูหนัง ปลูกต้นไม้ หรือช่วยกันทำอาหารเพิ่มโมเม้นต์หวานๆ เพื่อกระชับสัมพันธ์รักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

12. อยากได้อะไรให้บอกกัน อย่าเก็บอมพะนำ แล้วเอามาน้อยใจว่าเขาไม่สน เขาไม่ทำให้ จำไว้นะคะว่าเขาก็เป็นคนธรรมดา ไม่สามารถอ่านใจคุณได้ เพราะฉะนั้นเปิดปากบอกกันซะนะคะ

13. เปิดใจคุยเรื่องเงินด้วยกัน เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คู่รักเลิกกันมานักต่อนัก ดังนั้นวางแผนการเงินและชีวิตให้ดีว่า ในอนาคตครอบครัวของคุณจะเดินหน้าไปทางไหน รวมถึงปรึกษากันเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกๆ ด้วยนะ

14. สร้างเซอร์ไพร้ส์เล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกเหมือนตอนเป็นแฟนกันใหม่ๆ อาจจะเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ หรือจดหมายบอกรักแผ่นน้อยๆ ก็ได้

15. เป็นกำลังใจให้กันและกัน คอยซัพพอร์ตในสิ่งที่เขาฝันและอยากทำ ให้เขาเชื่อมั่นว่าเขาทำได้

16. สร้างเสียงหัวเราะกันบ้าง อย่าเอาแต่ทำหน้าเครียดใส่กันอยู่ตลอดเวลา ชีวิตไม่จำเป็นต้องจริงจังในทุกนาที เริงร่าไร้สาระกันบ้างก็ได้

17. ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง เพราะการตามติดคนรักตลอดเวลาก็อาจจะทำให้เขารำคาญ รวมถึงเวลาที่อาจต้องไกลกัน การออกไปลั้นลากับเพื่อนๆ ก็ช่วยลดความคิดถึงได้ดีเหมือนกัน

18. ระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ตกหลุมรักกัน ในครั้งแรกก็สามารถช่วยให้ความรักหวานชื่นได้ ไม่ว่าคุณจะพบเจอกันโดยบังเอิญ หรือรู้จักกันมาก่อน เรื่องแบบนี้ก็มีคุณค่ากับความสัมพันธ์ไม่น้อย

สุดท้ายนี้ขอแนะนำว่า อย่าลืมเติมเต็ม ชีวิตแต่งงาน ด้วยความรักและความอบอุ่นของกันและกัน ใส่ใจในทุกรายละเอียดของคนข้างกายให้มากที่สุด ดูแลกันและกันอย่างดีเพื่อทำให้ทุกวินาทีของชีวิตมีความสุข เพียงเท่านี้ชีวิตแต่งงานของคุณก็จะอยู่ทนอยู่นานจนคนอื่นอิจฉาเลยทีเดียว

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย! <<

เรียบเรียง : www.popsugar.com
ภาพ : www.newhdwallpapers.in

เซอร์ไพรซ์นี้ต้องรอด!! ขอแต่งงาน ยังไงให้ว่าที่เจ้าสาว Say Yes

หนุ่มๆ คนไหนที่ไปงานแต่งที่ใดก็เป็นได้แค่แขกรับเชิญ ทั้งๆ ที่มีตัวจริงควงไปออกงานแต่งด้วยกันทุกครั้ง แถมในใจลึกๆ ก็คิดอยากจะออกเรือนด้วยการขอหญิงข้างกายที่หมายปองให้มาดองเป็นครอบครัวเดียวกัน แพรว  wedding ขอแนะนำให้คุณอ่านคำแนะนำทั้ง 5 ข้อนี้ให้ดีเสียก่อนที่จะจัดเซอร์ไพรซ์ชุดใหญ่เพื่อ ขอแต่งงาน รับรองว่าที่เจ้าสาวของคุณจะพยักหน้าเซย์เยสแน่นอน

1. อย่าผลีผลาม สังเกตอาการก่อน

อย่าเพิ่งใจร้อนบุ่มบ่ามนะคะหนุ่มๆ ทั้งหลาย รอดูทีท่าของสาวเจ้าก่อนว่าหากขอแล้วเธอมีสิทธิ์เซย์เยสกับคุณแน่นอน ไม่อย่างนั้นแผนที่เตรียมไว้ว่าจะปัง อาจจะพังทั้งแผนหน้าทั้งหน้านะคะ เพราะถ้าคุณอุตส่าห์เตรียมโปรดักชั่นกะว่าจะถ่ายคลิปแผนเซอร์ไพรซ์ แต่สาวเจ้าดันตอบว่า ‘ขอโทษนะ เรายังไม่พร้อม’ ก็เป็นอันจบเห่ เพราะฉะนั้นลองเปรยๆ เลียบๆ เคียงๆ ถามสาวเจ้าถึงแผนในอนาคต หรือจะเปรยเรื่องอนาคตของคุณกับเขาดูก็ได้เพื่อดูปฏิกิริยาว่าเขามีทีท่า (แอบ) ตื่นเต้นดีใจแสดงผ่านทางแววตาหรือไม่ และถ้าหากคุณสัมผัสได้ว่าเธอดีใจ คราวนี้ก็จัดโปรดักชั่นชุดใหญ่จัดเซอร์ไพรซ์ขอแต่งงานไปเลยจ้า!!

2. จัดเซอร์ไพรซ์อลังการดีจริงหรือ?

สำหรับว่าที่เจ้าบ่าวที่อยากเก็บสตางค์ไว้ทุ่มจัดงานแต่ง ก็อาจจะไม่ต้องจัดเซอร์ไพรซ์ขอแต่งงานแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบก็ได้นะจ๊ะ เพราะจริงๆ แล้วความมุ่งมั่นตั้งใจและจริงใจของคุณนั่นแหละที่สำคัญกว่าการจัดฉากใหญ่ๆ เสียอีก จงใช้ความเป็นธรรมชาติและขอแต่งงานเจ้าหล่อนไปแบบเรียบง่ายแต่จริงใจเราว่านี่แหละดีที่สุด เพราะถ้าว่าที่เจ้าสาวเห็นความจริงใจของคุณที่แสดงผ่านแววตาออกมาแล้วล่ะก็ รับรองงานนี้เซย์เยสชัวร์

3. อย่าลืมเก็บภาพโมเม้นต์สุดประทับใจ

นาทีที่สาวเจ้าพยักหน้าเซย์เยส เราเชื่อว่าโมเม้นต์นั้นจะต้องตราตรึงอยู่ในใจเจ้าบ่าวไปตลอดแน่นอน  แต่จะดีกว่าไหมหากคุณได้เก็บภาพความประทับใจเหล่านั้นเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวก็จัดไปเถอะค่ะ โดยอาจจะนัดแนะให้เพื่อนสนิททำหน้าที่ถ่ายคลิปกับถ่ายภาพไว้ให้ก็ได้ คราวนี้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนหากได้ย้อนกลับมาดูช่วงเวลานี้ด้วยกันอีกทีรับรองว่ามีฟินกันอีกรอบแน่นอน

4. เลือกสถานที่ให้ดูดีสักนิด

อันนี้อาจจะต้องไปเซอร์เวย์กันไว้ก่อนนะจ๊ะหนุ่มๆ ว่าโลเคชั่นที่หมายหมั้นปักหมุดไว้นั้นเหมาะกับการขอแต่งงานหรือไม่ และหากเป็นสถานที่แบบเอ้าท์ดอร์ก็อาจจะเช็กสภาพอากาศในวันนั้นสักนิดว่าจะมีฝนหลงฤดูเข้ามาหรือไม่ หรืออีกหนึ่งไอเดียที่จะช่วยเพิ่มความโรแมนติกให้กับโมเม้นต์ได้อีก ก็อาจจะเลือกไปยังสถานที่ที่มีความหมายกับคุณทั้งคู่ เช่น ที่ที่เจอกันครั้งแรก, ที่ที่ออกเดทกันครั้งแรก, ที่ที่ไปเที่ยวด้วยกันทริปแรก หรือจะเลือกสถานที่ที่เธอชอบก็ได้ รับรองงานนี้หวานกว่าคู่จิ้นชัวร์

5. อย่าลืมแก๊งเพื่อนซี้

ถ้าคิดไม่ออกว่าจะขอคนรักแต่งงานยังไงให้น่าประทับใจดี งานนี้เราว่าแก๊งเพื่อนสุดซี้อาจจะช่วยคุณได้นะคะ แต่งานนี้อาจจะต้องร่วมด้วยช่วยเหยียบเป็นความลับให้มิดที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้าความแตกก่อนถึงวันงานล่ะก็ คราวนี้คนที่เซอร์ไพรซ์อาจจะเป็นคุณว่าที่เจ้าบ่าวเองก็ได้นะจ๊ะ

Read More >> 10 ดาดฟ้าขอแต่งงานให้เธอมาเซย์เยส

ภาพ : theknot.com

รักษาสิว

กู้หน้าสิวให้สวยด้วย 7 ไอเท็มเด็ด ช่วยลดรอยสิว ยุบเร็วแห้งทันใจ สิวไหนก็เอาอยู่

#PraewIconicBeauty2020 #IconicBeautySelected ครั้งนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องสิวๆ ปัญหากวนใจอันดับหนึ่งของผู้หญิง

ถึงจะดูเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ กับทุกเพศทุกวัยก็เถอะ แต่พอสิวมาเยือนก็หมั่นเขี้ยวทุกที อดไม่ได้ที่จะแคะ แกะ เกา เผลออีกทีกลายเป็นสิวอักเสบไปถึงจุดด่างดำ หนักกว่าเดิมอีก ช้ำใจไหมล่ะทีนี้ และสำหรับคุณผู้หญิงบางคนก็อาจจะคิดว่าทำความสะอาดผิวดีแล้วนะ ทำไมสิวยังขึ้นอีก อาจจะมาจากหลายสาเหตุ เพราะในชั้นผิวหนังมีรูขุมขน ต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อเพื่อระบายของเสียทั่วใบหน้า เมื่อรูขุมขนเผชิญกับมลภาวะและฝุ่นพิษที่นำพาสิ่งปรกอื่นๆ มาด้วย จึงก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้ง่าย ทำให้ต่อมไขมันอุดตันจนน้ำมันในรูขุมขุนไม่สามารถระบายออกมาได้ สะสมเกิดเป็นคอมีโดน จนกลายเป็นสิวอุดตัน และอาจถูกรบกวนซ้ำจากเชื้อแบคทีเรีย จนกลายเป็นสิวอักเสบซ้ำซ้อน

ดังนั้น ไม่รอช้าค่ะ พริมพี่ก็เลยขอเสนอ 7 ตัวช่วยลดรอยสิวในระยะเบื้องต้นสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสิวรุนแรงมาแนะนำ แต่อย่างไรก็ตามการ รักษาสิว ในระยะแรกด้วยวิธีนี้ สิวอาจจะลดลงและหายไปจนเห็นได้ชัด แต่ผู้มีปัญหาสิวก็ต้องหมั่นดูแลผิวหน้าให้สะอาด และปรับสมดุลให้ผิวหน้ากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และหากในคนที่เป็นสิวรุนแรงและหนักมาก แนะว่าควรใช้ยาตามแพทย์สั่งหรือเภสัชกรเป็นผู้จัดยาให้ เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้ยาและผลข้างเคียงจะดีกว่านะคะ

THE KLINIQUE Acne Spot XT

ครีมรักษาสิวอักเสบสูตรเร่งด่วน ผสานสารสกัดเข้มข้นมากกว่า 7 ชนิด ในการลดการสะสมเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ต้นเหตุของสิวอักเสบ ซึ่ง 7-Actives Synergy Anti-Acne พัฒนาประสิทธิภาพโดยทีมแพทย์เดอะคลีนิกค์ พร้อมช่วยลดอาการแดงอักเสบและการระคายเคือง ทำให้สิวแห้งและยุบลงได้อย่างรวดเร็ว โดยคัดเลือกสารสกัดธรรมชาติที่มีความจำเพาะในการเข้าแก้ไขปัญหาสิวอักเสบ หรือสิวหัวหนอง และรอยอักเสบแดง ช่วยทำให้สิวแห้งยุบลงได้เร็ว

อีกทั้งยังช่วยลดรอยแผลสิวได้ดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Purefix-G3 ด้วยคุณสมบัติ GREEN SYNERGY จากสารสกัดพืชสีเขียว 3 ชนิดในการลดเซื้อแบคทีเรีย, Tea Tree Oil รักษาและป้องกันการเกิดสิว, Mulberry Extract ลดเลือนรอยสิว ปรับสีผิวให้กระจ่างใส, Mushroom Extract ลดการระคายเคืองจากสิว พร้อมช่วยกระชับรูขุมขน และ Centella Asiatica Extract ปลอบประโลมผิวจากการอักเสบแดงและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว ใช้ง่ายๆ เพียงแค่ทาเนื้อครีมบางๆ เฉพาะบริเวณสิวอักเสบ ตอนก่อนนอน หรือตามที่แพทย์แนะนำ

 

Oxe’cure Acne Clear Potion (15 มล. / 189 บาท)

โพชั่นแต้มสิวสูตรใหม่จากญี่ปุ่น เข้มข้นด้วย Salicylic Acid 2% และส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพนานาชนิดช่วยบำรุงผิวที่มีปัญหาสิว จุดด่างดำแลดูจางลง ด้วยนวัตกรรม Encapsulated Multi Acne Care เหมาะสำหรับผิวผสมและผิวมัน ที่มีปัญหาสิวอุดตัน ผิวที่ไม่สม่ำเสมอ หรือผิวที่รู้สึกสกปรกระหว่างวัน เนื้อแป้งสีชมพู ให้ความสดชื่น ไม่มัน ให้ความชุ่มชื่นสบายผิวยาวนาน ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีน้ำมัน หลังทำความสะอาดผิวหน้า เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นจุ่มคอตตอนบัดลงไปในขวดถึงชั้นเนื้อแป้งสีชมพู แต้มบริเวณที่เป็นสิวทุกคืนก่อนนอน โดยไม่ต้องเขย่าขวดก่อนใช้ หากเขย่าแล้วแค่วางไว้จนกว่าเนื้อแป้งแยกชั้น แล้วสามารถใช้ต่อได้ทันที

THE BODY SHOP Tea Tree Oil (10 มล. / 440 บาท)

น้ำมันแต้มสิวตัวดัง กลิ่นหอมผ่อนคลาย เด่นด้วยส่วนผสมจากทีทรีสกัดจากธรรมชาติมีคุณสมบัติฆ่าเชื่อแบคทีเรีย ช่วยแก้ไขปัญหาสิวอักเสบได้อย่างตรงจุดและสิวยุบตัวลงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง ใช้แต้มสิว 3-4 หยด เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย และยังสามารถใช้ 6 หยด ผสมน้ำอุ่นแช่เท้า เพื่อคลายความเมื่อยล้าได้ หรือจุดบนเตาอโรมาเพื่ออากาศที่สะอาดสดชื่น

Neal’s Yard Remedies Clarifying Mahonia Skin Gel (10 มล. / 1,290 บาท)

เจลลดการอักเสบของผิว มีฤทธิ์กำจัดแบคทีเรียได้ภายใน 2 นาที พร้อมช่วยปลอบประโลมผิวแห้งลอกเป็นขุยให้กลับชุ่มชื่น เพื่อคืนสมดุลให้กับผิว อุดมด้วยคุณค่าจากมาโฮเนียและคาเลนดูล่า ผสานกับกรดไฮยาลูรอนิกจากธรรมชาติ โดยหลังทำความสะอาดผิวหน้าแล้วเช็ดให้แห้งแล้ว บีบเจลเพียงเล็กน้อยลงบนปลายนิ้ว แต้มเฉพาะบริเวณที่ผิวมีปัญหา สามารถใช้ได้กับผิวทุกประเภท เหมาะสำหรับใช้เป็นทรีทเม้นท์ เพื่อลดปัญหาสิวอักเสบ ที่สำคัญไม่ทำให้ผิวเกิดรอยดำหรือลอกอีกด้วย

OLD ROCK acne Spray (15 มล. / 129 บาท)

สเปรย์บำรุงสำหรับผิวเป็นสิว สะดวกกับการใช้ทั่วทั้งใบหน้า ตามคอนเซ็ปต์ ลดสิว ผิวเย็น หน้าไม่มัน ด้วยสารสกัดจากหินน้ำมันฝรั่งเศสที่มีความบริสุทธิ์สูง ผ่านการทดสอบการแพ้ระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังแล้ว และไม่มีส่วนผสมของ BHA ซึ่งมีความเป็นกรดสูง จึงอ่อนโยนต่อผิวไม่ทำให้ผิวแห้งลอก ไม่ไวต่อแสง สามารถใช้ได้กับผิวเป็นสิวทุกประเภท นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยลดรอยแดงและอาการคันจากการเป็นสิว และสามารถใช้สเปรย์ก่อนการแต่งหน้า เพื่อเพิ่มความสดชื่นในระหว่างวันได้อีกด้วย

LA ROCHE-POSAY Effaclar A.I (15 มล. / 890 บาท)

เจลแต้มสิว ลดรอยสิวหลอดจิ๋ว พกพกสะดวก ช่วยดูแลปัญหาสิวสูตรอ่อนโยนพิเศษ ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ และลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียด้วย ช่วยทำให้สิวยุบอย่างค่อยเป็นค่อยไป และดีตรงที่ทาแล้วผิวไม่แห้งลอก หรือระคายเคือง

EUCERIN PRO Acne Solution A.I. Clearing Treatment (40 มล. / 1,100 บาท)

ทรีทเม้นท์จัดการหัวสิว สิวอุดตัน ด้วย 10% Hydroxy Acid ช่วยลดความมันในร่องรูขุมขน พร้อมนวัตกรรม A.I. จากสารสกัดธรรมชาติ ลิโคชาลโคน ช่วยฟื้นบำรุงเซลล์ผิว บอบบางให้ผิวเรียบเรียนใส ไม่ไวต่อการเกิดสิวซ้ำ


เรื่อง : Primphy_praewnista

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิธีลดปัญหาสิวบุกสไตล์ ‘โคลอี้’ เห็นหน้าใสแบบนี้ เคยเป็นสิวหนักมาก!

ชี้เป้า 9 สกินแคร์ออร์แกนิค สู้ฝุ่นพิษ ตัวการปัญหาผิวเป็นสิว และหมองคล้ำ

วิธีใช้ ยารักษาสิว ตามระดับความรุนแรง หลังหน้าสวยเป็นสิว เมื่อเผชิญ PM 2.5