กระเป๋า Judith Leiber

บุกคลังแสงกระเป๋า Judith Leiber ใบจิ๋วราคาหลักแสนของ จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์

Alternative Textaccount_circle
event
กระเป๋า Judith Leiber
กระเป๋า Judith Leiber

สิ้นสุดการรอคอย สำหรับคอลเล็คชั่นของสะสม ซึ่งเป็น “ที่สุด” ในใจของเซเลบริตี้แฟชั่นนิสต้า จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์ อย่าง กระเป๋า Judith Leiber  ที่เธอเปิดให้ แพรว ชมเป็นครั้งแรก

บุกคลังแสงกระเป๋า Judith Leiber ใบจิ๋วราคาหลักแสนของ จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์

Blink Blink สไตล์ จุ๋ม วชิรา

“จุ๋มชอบกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ มานานกว่า 15 ปีแล้ว ชอบแบรนด์นี้เพราะมีดีไซน์โดดเด่นสวยงาม ประดับด้วยคริสตัล เพชร หรือพลอย ทำให้เป็นกระเป๋าที่ดูวิ้งๆ ฟรุ้งฟริ้ง เป็นสไตล์ที่จุ๋มชอบ เพราะส่วนตัวชอบเพชรอยู่แล้ว กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ จึงเป็นเหมือนของสะสมที่มีมูลค่าในตัวเอง ทำให้กระเป๋าบางใบหายากมาก เพราะมีขายเฉพาะบางช็อปในบางประเทศเท่านั้น” เธอเปรยให้ฟังก่อนเล่าเพิ่มเติมว่า

“ความที่ตอนนั้นจุ๋มอยากรู้จักคาแร็คเตอร์แบรนด์จูดิธ ลีเบอร์ ว่าเป็นอย่างไร จึงทำการบ้านค้นคว้า จนรู้ว่ามิสจูดิธ ลีเบอร์ ซึ่งเป็นสไตลิสต์ชาวอเมริกัน-ฮังการี เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ในปี 1963 ที่ประเทศฮังการี จึงเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 58 ปีแล้ว กระเป๋าแต่ละใบเป็นแฮนด์เมดที่ทำด้วยความละเอียดพิถีพิถัน ทำให้กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ มีความหรูหราสง่างาม ซึ่งการออกแบบช่วงแรกๆ เป็นการทำเลียนแบบคัพเค้ก ขนมเค้ก สัตว์ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

“สมัยนั้นยังไม่มีช็อปหรือผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย แต่ที่มีขายเยอะๆ และป็อปปูลาร์มากคือที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จุ๋มเห็นดาราฮอลลีวู้ดหลายคน เช่น นิโคล คิดแมน, เอ็มม่า วัตสัน ฯลฯ ถือกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ รูปลักษณ์ต่างๆ หน้าตาน่ารัก ตกแต่งด้วยคริสตัล ไปออกงาน จึงเสิร์ชหาว่าแบรนด์นี้มีขายที่ไหนบ้าง ซึ่งการหาซื้อที่ง่ายที่สุดในตอนนั้นคือประมูลจากเว็บไซต์อีเบย์ เพราะแต่ละแบรนด์ยังเข้าไม่ถึงช็อปปิ้งออนไลน์เหมือนเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องหาว่าเจ้าของคนไหนขายกระเป๋ามือหนึ่ง คนไหนขายมือสอง ยิ่งหายากยิ่งมีเรื่องราว เนื่องจากกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ แต่ละคอลเล็คชั่นเกือบจะเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น เพราะทำออกมาจำนวนน้อย จนบางครั้งถ้าหากระเป๋ามือหนึ่งไม่ได้ ก็ต้องยอมซื้อกระเป๋ามือสอง ซึ่งถ้าเทียบกับค่าเงินสมัยนั้นต้องถือว่าราคาแรงมาก ตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป บางใบ 4 แสนบาทก็มี”

กระเป๋า Judith Leiber

หลักในการเลือกสะสม จูดิธ ลีเบอร์

“อย่างที่รู้กันว่ากระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ แต่ละคอลเล็คชั่นมีความหลากหลายมาก เพราะฉะนั้นจุ๋มจะเลือกตามความชอบก่อน คือมีความเป็นตัวเราและมีคุณค่าสำหรับเรา

“จากนั้นจึงดูที่รูปลักษณ์ ซึ่งต้องมีคาแร็คเตอร์แบรนด์ชัดเจน ดีไซน์ไม่โมเดิร์นมากเกินไปจนหลุดจากความเป็นตัวเรา ซึ่งคอลเล็คชั่นแรกๆ ที่ออกแบบมาเป็นการเลียนแบบคัพเค้กและสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น สุนัข หมี แมว ประดับคริสตัล มีความน่ารักฟรุ้งฟริ้ง บางคอลเล็คชั่นออกแบบเป็นกระเป๋ารูปแบงก์ดอลลาร์ ปลาคาร์ป ปลาทอง กระต่าย หมา แมว ล่าสุดเป็นคอลเล็คชั่นใหม่ รูปมือชูสองนิ้ว ให้อารมณ์ประมาณว่า ‘สู้ ๆ’ หรือชูนิ้วเดียวก็มี บางรุ่นออกแบบเป็นโทรศัพท์มือถือ เรียกว่าเป็นแบรนด์ที่ไม่มีขีดจำกัดของการออกแบบ และทำให้เรารู้สึกท้าทายตลอดเวลาว่าเขาจะหยิบจับสิ่งไหนรอบตัวมาดีไซน์อีก นับวันคาแร็คเตอร์ของจูดิธ ลีเบอร์ ยิ่งดูเปรี้ยว เป็นวัยรุ่นขึ้น สนุกขึ้น

“ปัจจุบันจะสังเกตว่ามีหลายคนถือจูดิธ ลีเบอร์ กับชุดสูทหรือชุดทำงาน ตอนหลังจุ๋มจึงเลือกซื้อกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ให้เข้ากับชุดสไตล์อื่นๆ นอกจากชุดออกงานด้วย เช่น เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กางเกงยีน สะพายกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ เก๋ๆ เพิ่มความแซ่บ มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ทำให้เป็นกระเป๋าที่ใช้งานได้จริง ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องใช้ถือกับชุดเดรสยาว เสร็จงานต้องรีบเก็บในตู้โชว์ เพราะดูเหมือนเป็นของโชว์ที่มีดีไซน์สวยเก๋

“พอตอนหลังมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย การจับจองกระเป๋าทำได้ง่ายขึ้น จุ๋มจึงเก็บสะสมแต่ละคอลเล็คชั่นมาเรื่อยๆ และเริ่มอยากได้กระเป๋าที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งบางใบต้องสั่งล่วงหน้าแล้วรอนาน 3-6 เดือน”

กระเป๋า Judith Leiber

“คัพเค้กสีชมพู” ใบแรกที่ต้องมี

“กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ใบแรกที่นักสะสมต้องมีคือ ‘คัพเค้กสีชมพู’ จุ๋มใช้เวลากว่า 2 ปี ตามหาจนเจอในเว็บไซต์อีเบย์ ซึ่งเราต้องประมูลสู้กับคนอื่นด้วยนะ (หัวเราะ)

“ความที่อยากได้มาก จึงประมูลมาในราคากว่า 2 แสนบาท ซึ่งในกระเป๋าติดป้ายว่า ‘Establish 1963’ (คุณจุ๋มเปิดกระเป๋าชี้ให้ดูป้าย) หลังจากคัพเค้กรุ่นนี้แล้ว ตอนหลังก็มีการพัฒนาคัพเค้กรุ่นใหม่ที่สีสันสดใสขึ้น ดูทันสมัยขึ้น

กระเป๋า Judith Leiber

“ส่วนใบที่สองของจุ๋มเป็น ‘เค้กสามชั้น’ ตกแต่งด้วยดอกไม้ เป็นงานลงยาแฮนด์เมด กว่าจะหามาได้ยากมาก (ลากเสียง) ใช้เวลากว่า 2 ปีเช่นกัน เดินทางไปซื้อที่ฮ่องกง ราคาใบละเกือบ 3 แสนบาท พอได้กระเป๋าทั้งสองใบนี้มา จุ๋มพากระเป๋าคัพเค้กไปงานแต่งงานคุณก้อง กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี เป็นครั้งแรก ส่วนเค้กสามชั้นถือไปงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้อง พอเสร็จงานที่เป็นพิธีรีตอง ก็รีบนำไปเก็บในรถ กลัวกระแทก (หัวเราะ)

“ส่วนกระเป๋ารูปสัตว์ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นแรกๆ ที่ออกมา เป็นงานละเอียดที่นักสะสมจูดิธ ลีเบอร์ ต้องมี เป็นคอลเล็คชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้ ดูไม่ค่อยเข้ากับสไตล์การแต่งตัวของเราเท่าไหร่ จึงเก็บสะสมไว้ดูสวยๆ ในตู้มากกว่า จุ๋มเริ่มจากได้กระเป๋าหมีมาก่อน จากนั้นถึงได้นกฮูกและน้องหมา ตามด้วยแมวสวมหมวกเบเรต์ เพราะวางแผนว่าจะไปแต่งตัวทำเปรี้ยวที่อังกฤษ โดยใส่หมวกเบเรต์แล้วสะพายกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ รูปแมวที่สวมหมวกเบเรต์เหมือนกัน แต่สุดท้ายไม่ได้หิ้วไป กลัวแตก” (หัวเราะ)

กระเป๋า Judith Leiber

เพราะรัก กี่บาทก็สู้

“ใบที่แพงที่สุดคือ ‘น้ำพุเจ้าหญิง’ ราคาประมาณ 350,000 บาท ซึ่งจุ๋มคิดแล้วว่าต่อให้ราคาเท่าไรก็จะซื้อ ส่วนหนึ่งเพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าแพงแน่นอน เพราะใช้คริสตัลประดับมากที่สุด ด้านบนของน้ำพุใช้คริสตัลผลึกเม็ดใหญ่มาก ครั้งแรกที่เห็นกระเป๋า จุ๋มมั่นใจว่าต้องได้มาครอบครอง รีบสั่งทันที เพราะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว และจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ไม่เคยเห็นใครถือเลย กระเป๋าใบนี้เป็นเหมือนประติมากรรมชิ้นเยี่ยมในความคิดจุ๋ม ดูเป็นตัวเรามาก เพราะจุ๋มชอบความวิบวับของเพชร หลังจากออร์เดอร์วันแรกที่เปิดตัว ต้องรอ 4-5 เดือนทีเดียวกว่าจะได้มา พาไปออกงานแรกคืองานแต่งงานเช่นกัน”

กระเป๋า Judith Leiber

หายากสุด

“ ‘ม้าหมุน’ (Carousel Dans Le Parc) ชิ้นนี้หายากมาก เห็นครั้งแรกจากเว็บต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศได้โควตาน้อยมาก รอเกือบปีกว่าจะได้ เฉพาะในไทยได้โควตาไม่เกิน 5 ใบ มี 2 สี คือสีดำและสีโทนชมพู ชิ้นนี้ราคากว่า 2 แสนบาท ได้มาครั้งแรกหิ้วไปดินเนอร์ฉลองครบรอบแต่งงาน 7 ปีกับสามีที่ร้านเลอวองโดม แต่สามีไม่เก็ต ถามจุ๋มว่าถือของโชว์ในตู้มาทำไม (หัวเราะ) ต้องค่อยๆ เล่าให้เขาฟังว่าเป็นกระเป๋าที่หายากมาก พอเขารู้ว่าเป็นกระเป๋า หลังๆ จึงเริ่มบ่นว่าแพง” (หัวเราะ)

กระเป๋า Judith Leiber

สุดแซ่บ

“จุ๋มยกให้ ‘ป็อปคอร์น’ เป็นใบที่แซ่บที่สุด เพราะสวยสุด ได้มาจากการฟาดฟันในการประมูลงานเปิดตัวรถยนต์ BMW ซึ่งในงานมีการนำกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ มา ประมูล นำเงินมอบให้มูลนิธิเด็กพิการ ที่แซ่บไปกว่านั้นคือรุ่นนี้เป็นคอลเล็คชั่นที่มีน้อยอยู่แล้ว ยิ่งสีนี้ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก เราจึงต้องประมูลแข่งกับคนอื่น ซึ่งคนที่ประมูลสู้กัน อาทิ คุณเอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส, คุณเหลี่ยน โสฬัส อมาตยกุล, คุณเอ๋ ภูวดี คุณผลิน นอกนั้นมีผู้ชาย 2-3 คน ที่คงจะประมูลไปให้ภรรยา แต่ในที่สุดเราก็ประมูลมาได้ในราคา 240,000 บาท ซึ่งป็อปคอร์นรุ่นนี้มีในเมืองไทยไม่เกิน 3 ใบ”

กระเป๋า Judith Leiber

เก๋สุด

“จุ๋มชอบมาริลีน มอนโร ใส่ชุดขาว ทาปากสีแดง ใบนี้เป็นกระเป๋าคลัตช์ ช่วงเปิดตัวคอลเล็คชั่น ‘มาริลีน มอนโร’ ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก แต่เราอยากได้ชิ้นที่ถือได้บ่อย ไปไหนก็ถือได้ จึงจบลงที่กระเป๋าใบนี้ ซึ่งออกแบบเป็นรูปรองเท้า และลิปสติกสีแดง ถือเป็นคลัตช์ที่เก๋ มีความคลาสซี่ลงตัว”

กระเป๋า Judith Leiber

คอลเล็คชั่นล่าสุด

“จุ๋มมีสองใบ ใบแรกเป็น ‘โหลไข่หมุน’ (Gumball Machine Red) เพิ่งได้มาเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563 ราคากว่า 1 แสนบาท ที่ผ่านมาจุ๋มจะให้รางวัลในการทำงานกับตัวเองเป็นกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ทุกปี แต่ปีที่ผ่านมาจุ๋มไม่ได้ให้รางวัลตัวเองเลย เพราะเจอสถานการณ์โควิด-19 ด้วยความที่ธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับการจัดแสดงสินค้า ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ไม่สามารถจัดงานได้ แต่สุดท้ายก็ซื้อกระเป๋าใบนี้เป็นรางวัลตัวเองสักหนึ่งใบ รับเข้ามาอยู่ในแกลเลอรี่ของเรา

กระเป๋า Judith Leiber

“ส่วนอีกชิ้นเป็น ‘เพชรน้ำหนึ่ง’ (Diamond Flawless) ดูจากขนาดแล้วน่าจะ 300 กะรัตได้ (หัวเราะ) เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ในไทยมีชิ้นเดียว อยู่ในคอลเล็คชั่นเดียวกับที่ทำเป็นกระเป๋าชูสองนิ้วค่ะ”

กระเป๋า Judith Leiber

Limited Edition

“จุ๋มมีเก็บสะสมเป็นธีมแฟรี่เทลด้วย ในเมื่อมีม้าหมุน น้ำพุ เจ้าชายกบแล้ว จุ๋มก็คิดรอไว้เลยว่าคอลเล็คชั่นนี้ของเรายังขาดปราสาทเจ้าหญิง ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาทำ ‘ปราสาทเจ้าหญิง’ (Castle Once Upon) ออกมาจริงๆ พอเห็นในอินเทอร์เน็ตปุ๊บ ออร์เดอร์ทันที เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น มีแค่ 2 ใบในไทย ตอนนี้ก็เลยรออัศวินม้าขาวที่จะมาเติมเต็มในคอลเล็คชั่นนี้ของเรา ต้องรอดูว่าเขาจะทำออกมาไหม ถ้ามีต้องมาอยู่ในตู้เรา (ยิ้ม)

กระเป๋า Judith Leiber

“อีกชิ้นเป็น ‘เรือใบ’ ในไทยมีไม่เกิน 3 ใบ ความที่เราทำธุรกิจให้เช่าเรือยอช์ต จึงรอวันที่เขาจะทำเป็นเรือบ้าง ซึ่งพอมีออกมา จุ๋มซื้อทันที ราคาประมาณ 2 แสนบาท ได้มาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็รอว่าแบรนด์จะทำเรือแบบอื่นออกมาอีกไหม”

กระเป๋า Judith Leiber

Top of Classic Style

“วันหนึ่งอยากได้กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ที่ทำเลียนแบบเครื่องดนตรี แต่ไม่ชอบกีตาร์ เคยเห็นเขาทำเป็นฮาร์ป (พิณฝรั่ง) แต่ก็ยังไม่ถูกใจ จนมาเห็น ‘Violin’ ชอบมาก และเขาทำเป็นตลับยา (Peel Box) คู่กัน จึงซื้อมาทั้งคู่ เพราะชอบความคลาสสิกอยู่แล้ว มีสีดำและทอง ซึ่งเป็นสีที่เราชอบด้วย จึงเป็นใบที่ใช้บ่อยที่สุด เพราะไม่ว่าจะไปอีเว้นต์ไหน เราชอบแต่งตัวสไตล์สีแบบนี้อยู่แล้ว”

กระเป๋า Judith Leiber

Peel Box

“พอมาดูคอลเล็คชั่นที่สะสมไว้ ยังไม่มีผลไม้เลย แต่จุ๋มคงไม่เลือกเชอร์รี่ หรือสตรอว์เบอร์รี่มาเก็บ พอเห็นกระเป๋าลูกสับปะรด ก็ชอบที่เขาออกแบบสีสันได้สวยดี แต่เราก็ยังหาซื้อไม่ได้สักที กระทั่งเขาออกแบบกล่องยา (Peel Box) เป็นสับปะรดลูกเล็กๆ จึงซื้อมาเก็บไว้หนึ่งชิ้น ผ่านไปสักพักไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยากได้สับปะรดลูกใหญ่มากไปหรือเปล่า พอเห็นกล่องยารูปสับปะรดอีกก็ซื้อซ้ำมา โดยลืมไปว่าเคยซื้อมาแล้ว (หัวเราะ) จึงกลายเป็นมีกล่องยาเหมือนกันสองชิ้น และยังหากระเป๋ารูปสับปะรดลูกใหญ่ไม่ได้อยู่ดี”

กระเป๋า Judith Leiber

My Collection = My Happiness

“ความสุขที่สุดของการสะสมคือตอนนำมาเช็ดและจัดเรียงในตู้ ทำไปก็มองไปด้วยความชื่นชม เพราะเหมือนเป็นการมองความสำเร็จของจุ๋มเอง จากตอนแรกที่อายุ 20 กว่าๆ อยากได้กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ใบแรก ต้องทำงานเก็บหอมรอมริบ รวมทั้งต้องเสาะแสวงหาอีกต่างหาก ซึ่งพอมาถึงตอนนี้เราสามารถหามาเป็นของขวัญให้กับการทำงานของตัวเราเองได้ทุกปีแล้ว

“จุ๋มไม่ได้ซื้อตามแฟชั่น แต่ซื้อเพื่อเป็นรางวัลชีวิตจากการทำงาน รวมทั้งเป็นการสะสมเรื่องราวและความสุขของเรา ตู้นี้จึงเปรียบเหมือนตู้แห่งความสำเร็จ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 968

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไลฟ์สไตล์สุดหรูของ 7 “ซูเปอร์ ริชคิดส์” ทายาทมหาเศรษฐี แห่งเกาะสิงคโปร์

มาเป็นกุรุส เปิดคลังกระเป๋า แอร์เมส “นวลพรรณ ล่ำซำ” ผู้นำเข้าหนึ่งเดียวในไทย

เป็นคนเยอะ อย่ามาง่าย! เปิดบ้านริมน้ำบางปะกง อาณาจักรความสุขของ “ทิปปี้ สุพรทิพย์”

Praew Recommend

keyboard_arrow_up