Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล

บทสัมภาษณ์ 4 นักแสดง Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล

Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล
Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล
หลังจากที่ปล่อยให้รอคอยกันมานาน ในที่สุดภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ไซไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล ได้ฤกษ์เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีผู้กำกับ “โจซองฮี” และ 4 นักแสดงนำ ซงจุงกิ ,คิมแทรี , ชินซอนกยู และยูแฮจิน ร่วมให้สัมภาษณ์ ถึงผลงานล่าสุดของพวกเขาชิ้นนี้

บทสัมภาษณ์ 4 นักแสดง Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล

ช่วยเล่าถึงเรื่อง Space Sweepers ให้เราฟังหน่อยได้ไหม?

ซงจุงกิ : Space Sweepers เป็นเหตุการณ์ของโลกอนาคตในปี 2092 ที่มนุษย์โลกต่างอพยพไปตั้งรกรากอยู่บนดาวอื่นแล้ว เนื้อเรื่องพูดถึงกลุ่มคนที่ทำหน้าที่เก็บขยะในอวกาศ โดยยาน Victory ก็เป็นยานที่รวมเอาคนคาแรกเตอร์แปลกๆ เอาไว้ด้วยกัน แต่สุดท้ายแล้วคนกลุ่มนี้ก็กลายมาเป็นผู้ที่ช่วยกอบกู้โลกของเราครับ

คุณได้แรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ Space Sweepers มาอย่างไรบ้าง?

ผู้กำกับโจซองฮี : เมื่อราว 10 ปีก่อน ผมได้คุยกับเพื่อน เกี่ยวกับขยะอวกาศที่เกิดจากภารกิจท่องอวกาศต่างๆ ของมนุษย์โลก ซึ่งมันเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว มีความอันตราย และยากที่จะกำจัด ผมเริ่มต้นโปรเจกต์นี้จากคอนเซปต์ของคนทำงานในอวกาศที่มีหน้าที่เก็บกวาดขยะอวกาศเหล่านี้

งานแถลงข่าว Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล

อะไรทำให้คุณตัดสินใจเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้

ซงจุงกิ : สำหรับผมกับ โจซองฮี (ผู้กำกับ) เราเคยร่วมงานกันมาก่อนแล้วในภาพยนตร์เรื่อง A Werewolf Boy เมื่อ 10 ปีก่อนเขาเคยเล่าไอเดียนี้ให้ผมฟังครับ ซึ่งผมก็คิดว่าน่าสนใจมาก เป็นไอเดียที่เฟรช และใหม่มาก หลังจากผ่านมา 10 ปี จากไอเดียเริ่มต้นนั้นมันกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริงๆ และผมก็สนใจกับการทำหนังแนวนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกของเกาหลีอีกด้วย ทำให้ผมตัดสินใจร่วมงานได้ไม่ยากเลยครับ

คิมแทรี : หลังจากอ่านสคริปต์แล้ว ฉันพบว่ามันสุดยอดมากเลยค่ะ หลังจากที่ฉันได้เจอกับผู้กำกับ ฉันพบว่าเขาเป็นคนที่มี passion มาก และเห็นภาพที่ชัดเจน ทำให้การเตรียมงานในแต่ละขั้นตอนมีความละเอียดสูง เราทำงานได้ง่ายมากค่ะ

ชินซอนกยู : ผมตัดสินใจรับเล่นตอนที่ได้เจอกับผู้กำกับเลยครับ ผมยอมใจในแพชชั่นของเขาจริงๆ

ยูแฮจิน : ตอนผมได้อ่านสคริปต์ครั้งแรกมันบันเทิงมากเลยครับ ช่วงแรกผมกังวลนิดหน่อยเกี่ยวกับบทของผม แต่พอได้พูดคุยกับผู้กำกับ ผมก็พบว่าเขามีทักษะอย่างเหลือเชื่อ มีวิสัยทัศน์ และมีภาพในหัวที่ชัดเจนมาก งานกำกับภาพต่างๆ ของเขาทำให้ผมทึ่งมากจริงๆ และการทำงานกับเขาเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากครับ

Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล

ตัวละครแต่ละตัวมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนมากๆ บางคาแร็กเตอร์ออกจะแปลกประหลาดด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคาแร็กเตอร์ที่ผู้ชมต้องหลงรัก คุณช่วยอธิบายคาแร็กเตอร์ที่คุณได้รับหน่อยได้ไหม?

ซงจุงกิ : ผมรับบทเป็น คิมแทโฮ ในอดีตเขาเป็นผู้นำของกองทหารพิเศษของ UTS แต่มีเหตุการณ์พลิกผันที่ทำให้เขาต้องออกจากงาน จนเขาได้มาพบกับเหล่าสมาชิกของยาน Victory โดยมีชีวิตที่ค่อนข้างยากลำบาก ซึ่งเขามีภารกิจกับตัวเองบางอย่างที่จะต้องพยายามทำให้สำเร็จ และเขายังทำหน้าที่เป็นนักบินหลักของยาน Victory นี้ด้วย

สำหรับเรื่องนี้ เป็นโปรเจกต์ที่ 2 ของผมกับผู้กำกับโจซองฮี ซึ่งเขาไม่เคยให้ผมได้เล่นบทหล่อๆ เลยครับ (หัวเราะ) ในเรื่องนี้ผมมักจะมีคราบน้ำมันและฝุ่นสกปรกอยู่เสมอ ส่วนเรื่องก่อนหน้านี้ ผมก็มักจะสกปรกไปด้วยโคลน แต่ผมคิดว่าผมตกหลุมรักตัวละครประเภทนี้นะ บุคลิกของตัวละครที่เล่นนั้นบริสุทธิ์มาก และมีจิตใจที่อบอุ่นที่สุด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงชอบทำงานกับผู้กำกับโจซองฮีครับ

คิมแทรี : ฉันรับบทเป็น กัปตันจาง ซึ่งเคยเป็นอดีตกัปตันของเหล่าโจรสลัดอวกาศมาก่อน แต่เนื่องจากเหตุการณ์บางอย่างทำให้ลูกเรือและสหายโจรสลัดคนอื่นๆ ถูกฆ่าตายหมด และกัปตันจาง ก็มาลงเอยกับทีมนี้ เธอมีความฝันพิเศษบางอย่างที่อยากจะเติมเต็ม แต่ก่อนที่ความฝันเธอจะเป็นจริงได้ เธอต้องเก็บขยะอวกาศเพื่อหารายได้ให้เพียงพอเสียก่อน

หลายๆ คนบอกว่าในเรื่องนี้ฉันดูเท่และคูลมาก (หัวเราะ) แต่นั่นไม่ใช่ตัวจริงของฉันเลยค่ะ โดยส่วนตัวฉันคิดว่าฉันออกจะเป็นคนซุ่มซ่าม แต่กัปตันจางเป็นคนที่มุ่งมั่น และสมบูรณ์แบบเสมอกับทุกสิ่งค่ะ

การมารับบทในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกมากค่ะ ฉันได้ตะโกนใส่เหล่าลูกเรือคนอื่นๆ ด้วย (หัวเราะ) ฉันได้รับคำแนะนำที่ดีหลายอย่างจากผู้กำกับ และกัปตันจางเป็นคาแรกเตอร์ที่น่าดึงดูดมากค่ะ

ชินซอนกยู : ผมรับบทเป็น ไทเกอร์พัค เขาดูเป็นคนที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่มีหัวใจอบอุ่นมาก เป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว รักเด็ก เขาเป็นทั้งวิศวกรที่ดูแลเครื่องยนต์ของยานอวกาศ และยังรับหน้าที่เป็นเหมือนแม่บ้าน ที่คอยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของยาน Victory อีกด้วย

ฉากถ่ายทำกับเครื่องยนต์ของยานอวกาศ ผมต้องไปถ่ายทำในห้องเครื่องของเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเรือจริงๆ เลยครับ ทั้งผมและทีมงานทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะถึงแม้เรือจะจอดที่ท่า แต่เครื่องยนต์ก็ยังต้องทำงานอยู่ ซึ่งเสียงดังมากจริงๆ ดังนั้นคุณจะไม่ได้ยินเสียงผู้กำกับตะโกนสั่งเลย ดังนั้นผมต้องพึ่งพาสัญชาตญาณของผมเอง มันท้าทายและยากมากครับ ผมว่าผมน่าจะรับบทหนักที่สุดแล้วแหละ

ยูแฮจิน : รับบทเป็น Bubs หุ่นยนต์ดรอยด์ แต่ไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาทั่วไป เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีนะครับ แต่เขาไม่ค่อยเข้าใจตัวเลขสักเท่าไหร่ (หัวเราะ) และถึงแม้เขาจะเป็นหุ่นยนต์ แต่เขาก็มีจิตใจที่อบอุ่นเหมือนมนุษย์ และมีทักษะเชี่ยวชาญกับการขว้างหอก เขาเป็นหุ่นยนต์น่ารักมาก นอกจากนี้ Bubs ยังมีความฝันของตัวเองที่อยากจะทำให้สำเร็จด้วยครับ

การรับบทเป็นหุ่นยนต์ Bubs ต้องใช้เทคนิคโมชั่นแคปเจอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้จากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเท่านั้น แต่ตอนนี้เราได้เห็นมันในภาพยนตร์เกาหลีแล้ว มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผมเลยครับ ตอนแสดงอยู่หน้ากล้อง ผมอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่ามันปรากฏบนหน้าจอได้อย่างไร ผมตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่นี้มาก แต่ทีมงานคนอื่น ๆ ทั้งหมดต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคอันมากมาย พวกเขาต้องถ่ายทำฉากปกติโดยที่ไม่มีผมอยู่ แล้วก็ต้องมาถ่ายกับผมอีกครั้ง ดังนั้นผมจึงเห็นความยากลำบากของทีมงานทุกคนครับ

4 นักแสดง Space Sweepers 

Space Sweepers เป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ไซไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี และชื่อของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกตั้งเป็นภาษาเกาหลีก่อน คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?

ซงจุงกิ : ผมไม่อยากรู้สึกกดดันว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเกาหลี ตอนผมอ่านบทครั้งแรกรู้สึกว่าได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง มันทำให้ผมนึกถึงตอนที่ได้ดูภาพยนตร์แนวผจญภัยในตอนเด็กๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัยเช่นกัน โดยมีเรื่องราวเกิดขึ้นนอกอวกาศ รู้สึกถึงความตื่นเต้นของการเริ่มต้นผจญภัยครับ

คิมแทรี : เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้นึกถึงภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เราคุ้นเคย ฉันมักจะคิดเสมอว่าภาพยนตร์ไซไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลีที่สร้างโดยคนเกาหลีจะเป็นยังไง หลังจากแสดงเรื่องนี้ฉันคิดว่าเรื่องนี้มีความเป็นเกาหลีมากค่ะ ฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเป็นผลงานที่พวกเราตั้งใจทุ่มเททำงาน และถ้าฉันเป็นผู้ชม ฉันก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ

ชินซอนกยู : ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมรู้สึกราวกับว่าผมเล่นภาพยนตร์เพื่อชาติเลยครับ

ยูแฮจิน: ผมคิดว่าเราทำผลงานออกมาได้ดี สำหรับผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ยอดเยี่ยมและผมภูมิใจกับมันมาก ผู้กำกับทุ่มเทและตั้งใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้มากครับ

ภาพยนตร์เรื่องแรกของเกาหลีนี้มีความยากในการถ่ายทำหรือแตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง?

ผู้กำกับโจซองฮี : ขั้นตอนก่อนถ่ายทำในเรื่องนี้ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้ เราต้องเตรียมตัวหลายอย่างและตอนถ่ายทำเวลาอยู่ในกองถ่าย เราต้องใช้จินตนาการเยอะมาก เรื่องนี้เป็นผลงานที่มีความท้าทายและผมรู้สึกตื่นเต้นว่าผลงานที่เสร็จเรียบร้อยจะออกมาเป็นยังไงครับ

ในฐานะที่เป็นภาพยนตร์เนื้อหาเกาหลี ความแตกต่างของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่คุณต้องการจะสื่อคืออะไร?

ผู้กำกับโจซองฮี : ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างเป็นภาษาเกาหลี ผมต้องการจะสร้างในรูปแบบที่ผู้ชมคุ้นเคยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

ความท้าทายในการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง?

คิมแทรี : มีแน่นอนค่ะ ตามที่ผู้กำกับได้พูดก่อนหน้านี้คือพวกเราต้องใช้จินตนาการในการแสดงค่อนข้างมาก พวกเราจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและถามผู้กำกับตลอดว่าอยากให้แสดงออกมาเป็นอย่างไร

ชินซอนกยู : ตอนแรกค่อนข้างยาก ตอนถ่ายทำผมมักจะคิดว่าผมควรต้องมองตรงไหน ผมจะถามผู้กำกับและผู้กำกับก็บอกรายละเอียดได้เป็นอย่างดี ต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยแต่พอถ่ายทำไปเรื่อยๆผมก็เริ่มมองเห็นภาพอวกาศว่าจะออกมาเป็นยังไงบนหน้าจอครับ

ซงจุงกิ : ผมคิดว่าการถ่ายทำไม่ได้ยากมากสำหรับผม เพราะทีมงานได้เตรียมตัวในขั้นตอนต่างๆเป็นอย่างดี มันจึงไม่ยากที่จะจินตนาการฉากและเอฟเฟกต์ต่างๆ ผมคิดว่าฉากแรกที่ผมขับขึ้นไปบนอวกาศค่อนข้างท้าทาย ฉากที่ทุกคนอยู่ออกนอกยานอวกาศค่อนข้างยาก เพราะข้างนอกมีแรงโน้มถ่วง รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ที่ค่อนข้างท้าทายมากครับ

ยูแฮจิน : ตอนแรกค่อนข้างท้าทาย ต้องปรับตัวและถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สนุกมากครับ

ยูแฮจิน

ทำไมคุณถึงเลือกนักแสดงทั้ง 4 ท่านนี้เป็นนักแสดงนำในเรื่องนี้?

ผู้กำกับโจซองฮี : ผมอยากจะบอกว่า ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับพวกเขา ผมคิดว่าผู้กำกับทุกคนในเกาหลีอยากร่วมงานกับพวกเขา เหตุผลที่ผมได้รับโอกาสนี้ก็เพราะว่านักแสดงที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เลือกที่จะมีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับทุกคนครับ

หลังจากเรื่อง The Werewolf Boy เมื่อหลายปีมาแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรกับการได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง?

ซงจุงกิ : ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรใหม่หรือแตกต่างไปจากเดิม ทุกวันนี้หลายๆ คนก็ยังถามถึงบทที่ผมเคยได้รับเมื่อตอนเล่น The Werewolf Boy อยู่เลย ผมว่าเพราะนั่นเป็นตัวละครที่มีชีวิตอยู่ในใจของผู้ชม และผมคิดว่าผู้กำกับก็เป็นแบบนั้นสำหรับผมเหมือนกัน ถึงจะผ่านมาเป็น 10 ปี แต่เขาอยู่เคียงข้างผมมาตลอด ผมคิดว่านั่นคือความสัมพันธ์ที่เรามี ผู้กำกับโจก็ยังเป็นคนเดิม เป็นคนเงียบๆ เหมือนเดิม แต่ก็ยังสนุกกับการทำงานอยู่เสมอ ผมรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากวันเก่าๆ เลยครับ

ผู้กำกับโจซองฮี : ซงจุงกิก็ยังเป็นคนเดิมเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนครับ เป็นคนเฟรนด์ลี่ มีความเป็นผู้นำเมื่อเวลาเข้าฉาก บางทีผมก็ทำพลาดบ้าง แต่เขาก็มีความเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี ผมต้องพึ่งพาเขาในหลายๆ เรื่องเลยครับ ผมมอบความไว้วางใจให้เขาเต็มที่ และรู้สึกอุ่นใจเมื่อมีเขาอยู่ด้วยครับ

จากในเรื่อง กัปตันจางมีอายุน้อยกว่าคนอื่นๆ และเธอก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามเธอยังคงประสบความสำเร็จในการควบคุมยานอวกาศ และควบคุมทุกคนรอบๆ ตัว คุณตีความคาแร็กเตอร์ตัวละครกัปตันจางอย่างไร และคุณโฟกัสอะไรในการแสดงของคุณ?

คิมแทรี : ทีแรกฉันรู้สึกว่า คาแร็กเตอร์ของกัปตัน มักจะต้องเป็นคนตัวใหญ่ มีไหล่กว้าง และต้องมีเสน่ห์มากด้วย พอได้มาพูดคุยกับผู้กำกับแล้ว ส่วนหนึ่งฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นสไตล์ของผู้กำกับโจ ที่อยากจะเปลี่ยนภาพจำแบบเดิมๆ และฉันคิดว่ามันมีพลังและน่าสนใจมากค่ะ และเมื่อคุณดูเสื้อยืดที่กัปตันจางสวมใส่ในเรื่อง มันจะมีดีเทลที่น่ารักอยู่ค่ะ ทั้งสีสัน และลายเส้นที่น่ารักมาก นั่นคือตัวละครที่ฉันคิดว่ากัปตันจางเป็น ซึ่งผู้กำกับโจทำให้ตัวละครเป็นรูปธรรมมากที่สุด และเป็นตัวละครแรกที่ผู้กำกับโจทำงานด้วยค่ะ สำหรับฉัน กัปตันจางเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมาก เธอใช้ชีวิตเหมือนโจรสลัด แต่เธอมีสิ่งสำคัญที่เธอยึดเหนี่ยวไว้ และคุณจะรู้ว่าฉันพูดถึงอะไรเมื่อคุณดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเธอได้รับแรงผลักดันจากสิ่งที่อยู่ในใจของเธอค่ะ

คุณชินซอนกยู คุณเล่นเป็นคนที่มีหัวใจที่อบอุ่นมากและฉันคิดว่าตัวละครนี้เหมาะกับคุณอย่างที่สุด ร่างกายของคุณก็ดูฟิตและเท่มากด้วย คุณพอใจกับร่างกายของคุณมากแค่ไหน?

ชินซอนกยู : ผมว่าผมพอใจถึง 120% กับสิ่งที่ปรากฏบนจอนะครับ ตอนถ่ายทำผมพยายามทำให้ร่างกายของผมดูใหญ่โตขึ้นกว่าปกติ แล้วเมื่อผมเห็นตัวเองในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันดูเท่กว่าที่ผมคาดไว้อีก ผมพอใจมากเลยครับ

ชินซอนกยู

คุณยูแฮจิน คุณตีความคาแร็กเตอร์ Bubs นี้อย่างไร และการแสดงกับเทคนิคโมชั่นแคปเจอร์ หรือเทคโนโลยีการจับการเคลื่อนไหวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในฮอลลีวู้ด มีปัญหาอะไรไหม? คุณเคยดูภาพยนตร์หรือตัวละครจากต่างประเทศเพื่อใช้อ้างอิงหรือไม่?

ยูแฮจิน : สำหรับคาแร็กเตอร์ Bubs นี้ ผมไม่ได้อ้างอิงกับตัวละครจากเรื่องอื่นเลยครับ ผมคิดว่า Bubs เป็นหุ่นยนต์ที่ทำจากโลหะ แต่มันมีหัวใจที่อบอุ่น นั่นคือวิธีที่ผมตีความ Bubs ให้เป็น ส่วนในด้านอื่นๆ ผมก็พยายามอย่างเต็มที่เหมือนที่ทำมาตลอด และผมคิดว่านั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำงานเสมอ ทีมงานทุกคนก็ช่วยซัพพอร์ตผมในทุกขั้นตอนเป็นอย่างดีครับ

 คุณซงจุงกิ ในฐานะตัวละครที่ช่วยให้เนื้อเรื่องดำเนินไปข้างหน้า แต่ก็ต้องไม่มากเกินจนกลบตัวละครอื่น คุณทำความเข้าใจกับบทของแทโฮได้อย่างไร?

ซงจุงกิ : ตอนที่ผมอ่านบทครั้งแรก และพยายามตีความบทแทโฮ ผมนึกถึงคำว่าเศร้าโศกสิ้นหวัง เพราะเขาหมดหวังในชีวิต เขายอมแพ้ในทุกสิ่ง ในเรื่องนี้แทโฮต้องประสบกับหตุการณ์หนักๆ หลายอย่าง แต่เขาก็ยังสามารถเรียกสติกลับมาได้ และได้มาพบกับเหล่าลูกเรือคนอื่นๆของยาน Victory ผมอยากจะเรียกพวกเขาว่าเป็นพวกนอกคอก แต่พอรวมกันแล้วกลายเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เกิดเป็นความหวังแวบหนึ่ง และเขาก็เริ่มมีความกระตือรือร้นในชีวิตอีกครั้ง ผมคิดว่าเหล่าสมาชิกของยาน Victory มีส่วนช่วยให้แทโฮกลับมายืนได้อีกครั้ง ดังนั้นผมจึงพยายามถ่ายทอดความแตกต่างนั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผู้กำกับโจซองฮี

ดูเหมือนผู้กำกับโจซองฮี จะมีความสามารถในการคัดเลือกนักแสดงเด็กที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา คุณมีวิธีการคัดเลือกนักแสดงเด็กอย่างไร และคุณบอกเด็กๆ เกี่ยวกับการแสดงของพวกเขาอย่างไร?

ผู้กำกับโจซองฮี : โดยธรรมชาติแล้ว เด็กจะไม่ทำตามที่คุณบอกหรอก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ฝึกฝนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ล่วงหน้า เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกสบายใจ และจะง่ายขึ้นสำหรับคนทำงาน ผมคิดว่าส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำงานกับนักแสดงเด็ก คือ ผู้ใหญ่จะต้องมีความเข้าใจ และมีน้ำใจต่อพวกเขา ผมคิดว่าเหล่าลูกเรือของยาน Victory ของเราทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในเรื่องนี้ (ยิ้ม) พวกเขารักเด็ก มีความเข้าอกเข้าใจนักแสดงเด็กมาก และสิ่งนี้ช่วยได้มากในการถ่ายทำครับ

 ไม่เพียงแต่ยานอวกาศ Victory เท่านั้น แต่รวมถึงงานในอวกาศทั้งหมด และเมือง UTS ผู้กำกับโจซองฮีสร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างพิถีพิถันและอลังการมาก ฉันคิดว่าฉากไล่ล่าและฉากต่อสู้ใกล้เคียงกับมหากาพย์สตาร์วอร์สเลยทีเดียว และคุณภาพนั้นน่าประทับใจมาก คุณใช้ CGI ที่ไม่เหมือนใครโดยเฉพาะหรือไม่?

ผู้กำกับโจซองฮี : ทีมงานของเราใช้ความพยายามอย่างมากที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้มีคุณภาพและน่าประทับใจครับ พวกเราพยายามทำให้ภาพออกมาดูสมจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนอกจากนี้พวกเราพยายามนึกถึงภาพความเร็วที่แท้จริงของยานอวกาศที่กำลังเดินทางไปนอกอวกาศ สิ่งที่เราเน้นมากที่สุดคือการใช้เทคนิคต่างๆให้มีความสมดุลครับ

ผู้กำกับโจซองฮี

ในตอนแรกภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 จึงเปลี่ยนมาออกอากาศพร้อมกันทั่วโลกทาง Netflix แทน คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง รู้สึกเสียใจบ้างไหม?

ซงจุงกิ : สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารกับผู้ชม พวกเราอยากให้ผู้ชมได้ชมผลงานของพวกเราให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ อีกไม่กี่วันทุกคนก็จะได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ผมหวังว่าทุกคนจะชื่นชอบครับ

คิมแทรี : แน่นอน ฉันรู้สึกเสียใจนิดหน่อยค่ะ เพราะหลายคนคงอยากชมเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ แต่ฉันก็รู้สึกดีใจที่เรื่องนี้จะเข้าฉายใน Netflix ตอนทุกคนดูเรื่องนี้ ฉันแนะนำให้เปิดเสียงดังเพื่อจะได้รับอรรถรสที่เพิ่มขึ้นในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้นะคะ

ชินซอนกยู : พวกเราจะได้ชมภาพยนตร์พร้อมกันทั่วโลกผ่านทาง Netflix ผมหวังว่าทุกคนจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกับครอบครัวและเพื่อนๆ ในพื้นที่กว้างๆ พร้อมกับปิดไฟ เพราะมันจะสามารถช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการรับชมได้มากยิ่งขึ้นครับ

ยูแฮจิน : ผมคิดว่าเทคโนโลยีและเสียงอุปกรณ์ต่างๆทุกวันนี้ก้าวหน้ามาก และภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกของผมที่ผู้ชมทั้งหมด 190 ประเทศทั่วโลกจะได้รับชมพร้อมกัน ผมหวังว่าพวกคุณจะสนุกกับภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

ผู้กำกับโจซองฮี : ผมไม่รู้สึกเสียใจที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ และผมดีใจมากที่จะได้พบกับผู้ชมจาก 190 ประเทศทั่วโลก ผมอยากให้ทุกคนได้ชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีเรื่องนี้ครับ

สุดท้ายนี้ช่วยฝากผลงานให้กับแฟนๆ ที่รอติดตามชมภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อยค่ะ?

ผู้กำกับโจซองฮี : ภาพยนตร์ Space Sweepers จะออกอากาศให้รับชมเป็นวันแรกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้แล้วนะครับ ผมหวังว่าทุกคนจะได้รับความสนุกและความบันเทิงจากเรื่องนี้ เพื่อผ่อนคลายในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ครับ

ยูแฮจิน : ไม่เพียงแต่นักแสดงบนเวทีนี้เท่านั้น แต่ทีมงานทุกคนต่างทุ่มเทให้กับผลงานเรื่องนี้ ผมหวังว่าทุกคนจะรักและสนุกกับภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

ชินซอนกยู : พวกเราทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโปรเจ็กต์นี้มาก และเรื่องนี้จะออกอากาศทั่วโลกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผมหวังว่าทุกคนจะมีความสุขและสนุกในการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

คิมแทรี : เป็นภาพยนตร์ที่สามารถรับชมได้ทั้งครอบครัวและขอบคุณทุกคนมากที่มาร่วมงานกับเราในวันนี้ค่ะ

ซงจุงกิ : Space Sweepers จะสามารถรับชมได้ในอีกไม่กี่วันนี้ ผมหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นของขวัญสำหรับพวกคุณทุกคน ผมคิดว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นตลอด 2 ชั่วโมงที่รับชมนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไม่ช้าครับ


ข้อมูลและภาพจาก : Netflix 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ผลงานสุดเจ๋งของ สามีแห่งชาติ ซงจุงกิ เปลี่ยนบุคลิกอินได้ทุกบทบาท

หน้าเด็กเป็นสไตล์! เปิดสูตรผิวใส “ซงจุงกิ” ดูกลาสสกินแบบวาววับกระแทกใจ

ประกาศฉาย Space Sweepers หนังไซไฟทริลเลอร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี ซงจุงกิ แสดงนำ!

Praew Recommend

keyboard_arrow_up