หรือนี่คือเหตุผลที่พระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ต้องแบ่งบรรจุ ๒ วัด

จากข่าวรายละเอียดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีการระบุว่า เวลา ๑๐.๓๐ น. ของวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐ จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิพระเจ้าแผ่นดินทุกรัชกาล โดยริ้วกระบวนที่ ๕ ส่วนเวลา ๑๗.๓๐ น. เป็นพระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคาร(เถ้ากระดูก)ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยริ้วกระบวนที่ ๖ ซึ่งพันโทหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านำในริ้วขบวนนี้ ทำให้มีบางคนสงสัยว่า เหตุใดพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงต้องแบ่งไปบรรจุถึง ๒ วัด เพราะตามราชประเพณีโบราณ การถวายพระเพลิงพระบรมศพและการบรรจุพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคารนั้น มีธรรมเนียมว่าหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว ในวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จมาทรงเก็บพระบรมอัฐิลงพระโกศด้วยพระองค์เอง โดยจะทรงเก็บพระบรมอัฐิอย่างละชิ้นจนครบพระสรีระ จากนั้นอัญเชิญใส่พระโกศเพื่อไปประดิษฐานที่ “หอเก็บพระบรมอัฐิ” ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนพระบรมอัฐิที่เหลือ จะมีทั้งที่ให้พระราชโอรส พระราชธิดา และพระประยูรญาติใกล้ชิดทรงเก็บไปบูชา และให้เจ้าหน้าที่ทำการแปรสภาพเป็นพระบรมราชสรีรางคาร […]

ริชชี่พาย้อนรอย การเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙ ผืนป่าเขียวขจีที่ถูกพลิกฟื้นด้วยน้ำพระทัย

นางเอกช่อง 3 ริชชี่ ทายาทรุ่นที่ 4 ผู้สืบเชื้อสายชาวเขาเผ่าลาหู่ เผยเรื่องราวการเสด็จดอยปู่หมื่นของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงพลิกป่าฝิ่นให้กลายเป็นไร่ชาอัสสัม พืชเศรษฐกิจที่นำป่าเขียวขจีและความร่มเย็นมาสู่ชาวดอย นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร เสด็จฯที่บ้านดอยปู่หมื่น ในปี 2513 เพื่อเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าลาหู่หรือมูเซอร์ ทั้งยังได้พระราชทานไก่ หมู แพะ ลิ้นจี่ มะม่วง ให้แก่นายจะฟะ ไชยกอ ซึ่งเป็นบิดา ผู้นำหมู่บ้านในขณะนั้น เพื่อไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ 2515 พระองค์ท่านได้นำชาพันธุ์อัสสัมซึ่งเป็นชาต้นแรกพระราชทานให้แก่นายจะฟะ ไชยกอ คุณตาของนางเอกสาว ริชชี่ – อรเณศ ดีคาบาเลส ผู้นำหมู่บ้านในขณะนั้น เพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ตัดไม้ทำลายป่า นับตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ผ่านไปกว่า 45 ปีแล้วที่พื้นที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาพลิกฟื้นด้วยน้ำพระทัยได้กลายเป็นไร่ชาอัสสัม พืชเศรษฐกิจที่นำรายได้มาสู่ชาวเขา ซึ่งวันนี้ริชชี่ – อรเณศ ดีคาบาเลส นางเอกช่อง 3 เคลียร์คิว พาขึ้นดอยบ้านเกิด พบปะชาวเขาเผ่าลาหู่บนดอยปู่หมื่น จ.เชียงใหม่ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็บอกว่าเป็นปลื้มแบบสุดๆ […]

รำลึกไว้ในดวงใจ! อุ๋ม – อาภาศิริ เหมือนฝัน ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงถ่ายรูปด้วยฝีพระหัตถ์

 อุ๋ม – อาภาศิริเผย 20 ปีในฐานะนางแบบผ้าไหมไทยกับการถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมเล่าความประทับใจสูงสุดของชีวิต ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงถ่ายรูปด้วยฝีพระหัตถ์ มีคนในวงการบันเทิงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ซึ่งอุ๋ม – อาภาศิริ นิติพน เป็นหนึ่งในคนบันเทิงที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะนางแบบผ้าไหมให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงรับเป็นประธานกรรมการบริหารของมูลนิธิ โดยอุ๋ม – อาภาศิริเผยผ่านรายการเอกกี้ ซอย 34 ออกอากาศทางช่อง AMARIN TV ว่าชีวิตนี้ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าอาชีพนางแบบจะทำให้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “เริ่มต้นชีวิตในวงการเดินแบบเมื่อปี 2532 และได้มีโอกาสจากหม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ให้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี 2539-2540 ซึ่งเราก็ไม่คิดเหมือนกันว่าอาชีพนี้จะทำให้เรามีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน รู้สึกภูมิใจในอาชีพที่ตัวเองทำ ถ้าทำงานถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ ตรงๆไม่เคย เคยถวายงานกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แล้วในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินด้วย ซึ่งทุกครั้งที่เราเดินออกมาบนเวที สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็จะปรบพระหัตถ์ให้กำลังใจโดยตลอด” อุ๋ม […]

เมื่อ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเล็งพระแสงปืนใส่หนุ่มคาวบอย

เมื่อครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ทรงฉายร่วมกับมิสเตอร์ริชาร์ด บูน (Richard Allen Boone) ดาราคาวบอยชื่อดังจากซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Have Gun Will Travel  แต่นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์นี้แล้ว ยังปรากฏหลักฐานเป็นบันทึกงานเขียนของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เจ้าของนามปากกา ‘ว.ณ.ประมวญมารค’  ผู้ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙  มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ และได้โดยเสด็จในฐานะราชเลขานุการส่วนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อคราวที่ทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๑๔ มิถุนายน-๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ในบันทึกนั้นผู้เขียนทรงเล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๓ ที่ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ เยือนโรงถ่ายพาราเม้าท์พิกเจอร์ส์ และห้วงตอนหนึ่งได้ทรงทอดพระเนตรการถ่ายทำภาพยนตร์กลางแจ้งด้วย โดยมีใจความว่า… “…เมื่อทรงพระดำเนินไปตามถนนเมืองคาวบอยนั้นสักครู่ ก็ทอดพระเนตรเห็นคาวบอยร่างใหญ่ สูงโย่ง มีหนวด คาดปืน มีลูกกระสุนเต็ม สวมหมวกปีกใหญ่สีดำ เดินส่ายอาดเข้ามาเฝ้า […]

อีกด้านของชีวิต เหมี่ยว – ปวันรัตน์ กับการวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.๙ มาตลอด 11 ปี

เหมี่ยว – ปวันรัตน์ เตรียมจัดนิทรรศการพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้ประชาชนได้ชมในระหว่างวันที่ 19 ต.ค. – 19 พ.ย. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ  สยามสแควร์วัน เป็นนักแสดงที่อยู่กับวงการบันเทิงเมืองไทยมานานเลยทีเดียวสำหรับเหมี่ยว – ปวันรัตน์ นาคสุริยะ แม้เราจะเคยเห็นความสามารถในหลากหลายด้านของเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งการเล่นละคร การเป็นพิธีกร แต่ยังมีอีกมุมหนึ่งที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่าเธอเป็นศิลปินวาดภาพด้วย โดยเหมี่ยว – ปวันรัตน์ได้เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 19 ต.ค. – 19 พ.ย. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน เธอเตรียมนำผลงานศิลปะตลอด 11 ปีมาจัดนิทรรศการพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙  ให้ประชาชนได้ชมกัน ทั้งนี้นักแสดงสาวยังได้เผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ได้เริ่มวาดภาพพระองค์ท่านมา 11 ปีแล้ว เมื่อในหลวงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี เมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นปีแรกที่เริ่มวาดรูปในหลวง ขนาดภาพเล็กมาก เป็นกระดาษขนาดโปสต์การ์ด นี่เป็นชุดแรกที่วาดในปีนั้น หลังจากเห็นพระองค์ท่านเสด็จฯออกมาโบกมือให้ประชาชนที่ไปเข้าเฝ้าฯแน่นจนล้นจากหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมไปสุดลูกหูลูกตา จำได้ว่าปีติเหลือเกิน […]

เปิดพระราชดำรัส ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เรื่องหญ้าแฝกที่ทำให้สมเด็จย่าทรงหายเซ็ง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงรักและกตัญญูต่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ ‘สมเด็จย่า’ ยิ่งนัก ความข้อนี้เป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้วในใจไทยทุกดวง นั่นทำให้ที่ผ่านคนไทยได้รับรู้เรื่องราวที่ถ้าพูดในมุมชาวบ้านก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราว ‘น่ารักๆ ระหว่างแม่กับลูก’ ของ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จย่าอยู่เนืองๆ แม้กระทั่งเรื่องการทรงงานอันแสนหนักหน่วงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แต่หากพระราชภารกิจนั้นมีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นการทรงงานร่วมกันระหว่างพระองค์กับสมเด็จพระบรมราชชนนีแล้วไซร้ ก็มักจะปรากฏเป็นหลักฐานที่ในวันนี้ได้กลายเป็นรอยจารึกอันงดงาม ตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทย ดังเช่น พระราชดำรัสเล่าถึงความมหัศจรรย์ของหญ้าแฝก ที่พระองค์พระราชทานแก่ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และคณะผู้ปฏิบัติงานโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ความตอนหนึ่งว่า “…น่ามหัศจรรย์ที่หญ้าเพียงบางชนิดได้ประโยชน์ในที่ต่างๆ หญ้าแฝกบางชนิดได้เกิดประโยชน์ในที่ลักษณะเป็นที่ราบ บางแห่งก็ได้ประโยชน์ในที่ต่างกัน เช่น บนภูเขา ดินลึกก็มี ดินตื้นก็มี เรื่องดินลึกนั้นได้ปรากฏว่ารากได้หยั่งลึกลงไปถึงห้าหกเมตร แล้วก็ลงไปได้ ซึ่งแต่ก่อนนี้ไม่ได้นึกว่าหญ้าจะลงไปลึก ข้อสำคัญ หญ้านี้ได้หยั่งลงไปห้าหกเมตร และไม่ได้แผ่ออกไปข้าง ๆ […]

keyboard_arrow_up