ต้นแบบคุณพ่อที่น่ารัก พระจริยวัตรแสนอบอุ่นของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

ต้นแบบคุณพ่อ และ สามีที่น่ารัก ในพระจริยวัตรแสนอบอุ่นและเรียบง่ายของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ที่ทรงมีต่อ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ พระชายา และ เจ้าหญิงไอโกะ พระธิดา สำหรับ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ทรงเป็นพระโอรสองค์โตของอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงอภิเษกสมรสกับสตรีสามัญชนคือ  มาซาโกะ โอวาดะ ปัจจุบันคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ท่ามกลางกระแสการต่อต้าน และไม่เห็นด้วย เพราะในขณะนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงพระอิสริยยศเป็นถึงมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น จึงทำให้หลายคนคิดว่าอาจจะเป็นการไม่เหมาะสมมากนัก ที่จะให้หญิงสามัญชนก้าวขึ้นมาเป็นว่าที่จักรพรรดินี ความรักชนะทุกสิ่ง! ถึงแม้ว่าจะเผชิญอุปสรรคต่างๆ แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะก็ยังทรงฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนทั้งสองพระองค์ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรส ทั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ได้ทรงให้คำมั่นสัญญากับสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะว่า “คุณอาจจะหวาดกลัวและกังวลในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ แต่ผมจะปกป้องคุณตลอดทั้งชีวิตของผม” ภายหลังงานอภิเษกสมรส ความกดดันที่มีก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่คลายลง โดยสาเหตุมาจากการที่พระองค์ทรงถูกกดดันให้มีรัชทายาทเป็นพระโอรส เพื่อที่จะได้สืบสันตติวงศ์ ความเครียดที่เกิดขึ้นจึงทำให้พระองค์ทรงแท้งรัชทายาทพระองค์แรก จนกระทั้งสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงให้ประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนคาดหวัง จึงทำให้เจ้าหญิงมาซาโกะทรงเครียดหนักกว่าเดิม จนเกิดภาวะโรคซึมเศร้า พระองค์ต้องรักษาตัวนานถึง 10 ปีกว่าจะหายขาด ซึ่งในระหว่างนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะะทรงเป็นอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจพระชายาเรื่อยมา ถึงแม้ว่าทั้งสองพระองค์จะทรงเผชิญกับความเครียด และความลำบากใจที่เกิดขึ้น แต่นับตั้งแต่เจ้าหญิงไอโกะ  มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่นทรงประสูติ  เรียกได้ว่าทรงเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเกษมสำราญ และทรงเป็นกำลังใจสำคัญให้กับพระบิดา และ พระมารดา […]

ชาวญี่ปุ่นโล่งใจ “จักรพรรดินีมิชิโกะ” ทรงรับการผ่าตัดมะเร็งพระถันโดยสำเร็จลุล่วง

จากข่าวที่สร้างความกังวลใจให้กับราชวงศ์ญี่ปุ่นและพสกนิกรชาวญี่ปุ่น สำหรับพระอาการประชวรของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ซึ่งทรงเข้ารับการตรวจพระวรกายแล้วพบว่าทรงเป็นโรคมะเร็งพระถัน (มะเร็งเต้านม) ระยะเริ่มต้น เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2562 โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาตรวจพบเนื้องอกบริเวณพระถันข้างซ้าย และวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งพระถัน (มะเร็งเต้านม) ระยะเริ่มต้น แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายลุกลามของมะเร็ง จึงจะถวายการรักษาด้วยการผ่าตัด ล่าสุดสำนักพระราชวังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การผ่าตัดมะเร็งพระถันของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะเสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่นและปลอดภัยแล้ว ในช่วงบ่ายของวันที่ 8 กันยายน 2562 ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว เพื่อทรงเข้ารับการผ่าตัดมะเร็งพระถัน ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กันยายน 2562 โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้นการผ่าตัดมะเร็งพระถันเริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 8 กันยายน 2562 และใช้เวลาในการผ่าตัดทั้งสิ้นประมาณ 4 ชั่วโมง ในการนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จพระราชดำเนินมาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว เพื่อทรงเป็นกำลังพระทัยแก่สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะด้วย ทั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ จะประทับ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียวอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อให้คณะแพทย์ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งสำนักพระราชวังญี่ปุ่นจะแถลงการณ์ความคืบหน้าของพระอาการให้ได้ทราบต่อไป   ข้อมูลและภาพ : Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย, www3.nhk.or.jp, www.scmp.com, […]

สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงประชวร มะเร็งพระถัน ในระยะเริ่มต้น

สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงประชวร มะเร็งพระถัน ในระยะเริ่มต้น หลังพระองค์ทรงเข้ารับการตรวจพระวรกายประจำเดือนกรกฎาคม และแพทย์ได้ตรวจพบเนื้องอกบริเวณพระถันด้านซ้าย นับเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับพสกนิกรชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมากเมื่อ สำนักพระราชวังของญี่ปุ่นได้ออกมาแถลงการณ์ เรื่องพระอาการประชวรของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ หลังจากคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้วินิจฉัยโรคมะเร็งพระถัน (มะเร็งเต้านม) ระยะเริ่มต้น หลังจากได้ตรวจพบเนื้องอกบริเวณพระถันด้านซ้าย หลังจากเสด็จพระราชดำเนินตรวจพระวรกายเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยังไม่มีการแพร่กระจายของมะเร็ง จึงจะทรงเข้ารับถวายการผ่าตัดต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะแพทย์ได้ตรวจพบพระอาการลิ้นพระหทัยรั่ว ก่อให้เกิดโรคพระหทัยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้สื่อออนไลน์ประเทศญี่ปุ่นอย่าง japantoday ยังเผยอีกด้วยว่า สำนักพระราชวังของญี่ปุ่น ได้รายงานการตรวจของคณะแพทย์ที่ทำการตรวจพระวรกายให้กับสมเด็จพระจักพรรดินีมิชิโกะ ว่าพระองค์นั้นทรงสูญเสียน้ำหนักเป็นอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา อันเนื่องมาจาก พระองค์ทรงงานอย่างหนักในการเตรียมการ และการมีส่วนร่วมในพิธีสละพระราชสมบัติของ สมเด็จพระจักพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งเจ้าหน้าที่พระราชวังยังกล่าวเสริมว่า พระองค์ทรงต้องการฟื้นพระวรกายให้กลับมามีพระพลานามัยให้ทรงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ข้อมูล : royalworldthailand, japantoday ภาพ : Getty Image ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงประชวรด้วยพระอาการพระสมองขาดเลือด ยุควิกฤตของราชวงศ์ญี่ปุ่น จำนวนสมาชิกลดลง ส่งผลต่อการปฏิบัติพระกรณียกิจ ชาวญี่ปุ่นน้อมส่งกำลังใจ ขอให้ “จักรพรรดินีมิชิโกะ” ทรงหายประชวรโดยไว ชาวญี่ปุ่นซึ้งใจ สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ทรงหยุดรถเพื่อให้รถพยาบาลขับไปก่อน เป็นกันเองเกินไป! ทรัมป์ […]

พระบรมฉายาลักษณ์ล่าสุด “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” หลังพระอาการประชวรดีขึ้น

นับเป็นภาพที่สร้างความปลาบปลื้มใจแก่พสกนิกรชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก สำหรับพระบรมฉายาลักษณ์ล่าสุดของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักนาสึ จังหวัดโทชิกิ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากทรงมีพระอาการประชวรดีขึ้นแล้ว โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระอาการพระสมองขาดเลือดอย่างหนัก ในช่วงก่อนเสวยพระกระยาหารค่ำ พระองค์ทรงทรุดลงกับพื้น สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะจึงทรงติดต่อแพทย์หลวงทันที ซึ่งจากการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่า พระอาการดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงอ่อนล้าจากการตรวจพระวรกาย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 จากนั้นมีรายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระอาการดีขึ้น และทรงเข้ารับการตรวจพระวรกายอีกครั้ง พร้อมกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 อีกทั้งก่อนหน้านี้ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะก็ทรงประชวรด้วยพระอาการของโรคพระหทัย (โรคหัวใจ) และทรงเข้ารับการถวายการผ่าตัดต้อกระจกที่พระเนตร จากนั้นมีรายงานล่าสุดว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักนาสึแล้ว  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 และทรงปรากฏพระองค์ ณ สวนดอกไม้ของพระตำหนักนาสึ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 โดยทั้งสองพระองค์ทรงเดินเล่นและทอดพระเนตรดอกไม้อยู่ประมาณ 15 นาที ในช่วงเวลาราวๆ […]

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงประชวรด้วยพระอาการพระสมองขาดเลือด

เป็นอีกครั้งที่ประชาชนชาวญี่ปุ่นต้องร่วมกันส่งกำลังใจถวายแด่ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เพื่อให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยไว เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงประชวรด้วยพระอาการพระสมองขาดเลือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะก็ทรงประชวรด้วยพระอาการของโรคพระหทัย (โรคหัวใจ) และทรงเข้ารับการถวายการผ่าตัดต้อกระจกที่พระเนตร ทั้งนี้สำหรับพระอาการประชวรของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะนั้น สำนักพระราชวังของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงประชวรด้วยพระอาการพระสมองขาดเลือด แต่ขณะนี้ทรงมีพระอาการดีขึ้นแล้ว โดยเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระอาการพระสมองขาดเลือดอย่างหนัก ในช่วงก่อนเสวยพระกระยาหารค่ำ พระองค์ทรงทรุดลงกับพื้น ดังนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะจึงทรงติดต่อแพทย์หลวงทันที ซึ่งจากการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่า พระอาการดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงอ่อนล้าจากการตรวจพระวรกาย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ล่าสุดสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นเปิดเผยเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระอาการดีขึ้นแล้ว และทรงเข้ารับการตรวจพระวรกายอีกครั้ง พร้อมกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 และสำหรับผลการตรวจจะมีการเปิดเผยให้ทราบต่อไป   ข้อมูลและภาพ : NHK WORLD-JAPAN Thai, Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย   ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ ยุควิกฤตของราชวงศ์ญี่ปุ่น จำนวนสมาชิกลดลง ส่งผลต่อการปฏิบัติพระกรณียกิจ ชาวญี่ปุ่นน้อมส่งกำลังใจ ขอให้ “จักรพรรดินีมิชิโกะ” […]

ชาวญี่ปุ่นน้อมส่งกำลังใจ ขอให้ “จักรพรรดินีมิชิโกะ” ทรงหายประชวรโดยไว

ภายหลังจากพระราชพิธีสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 ซึ่งนับเป็นการยุติการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ อย่างเป็นทางการของพระองค์ รวมถึงสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะด้วย ดังนั้นทั้งสองพระองค์จะไม่ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะเป็นประจำอย่างที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น จะทรงเข้ารับการตรวจพระทัยและพระโลหิต ณ โรงพยาบาลสำนักพระราชวัง กรุงโตเกียว หลังจากพบความเสี่ยงต่ออาการพระหทัยวาย โดยทรงหายพระหทัยติดขัดในระหว่างทรงพระดำเนินบริหารพระวรกาย ซึ่งมีความผิดปกติบ่อยขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำหรับครั้งล่าสุดที่ทรงเข้ารับการตรวจรักษาคือเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ด้วยการสแกนทางคอมพิวเตอร์ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว หลังจากมีพระอาการปวดพระหทัย ผลการตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากไม่มีพระโลหิตเพียงพอไปหล่อเลี้ยงพระหทัย โดยหลังจากนั้นไม่กี่วัน สำนักพระราชวังของญี่ปุ่นก็ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงมีพระอาการโรคพระหทัย (โรคหัวใจ) หลังจากที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเข้ารับการตรวจพระหทัยหลังจากตรวจพบความดันพระโลหิตสูง โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการตรวจได้รายงานว่า ทรงมีพระอาการลิ้นพระหทัยรั่ว จากความผิดปกติที่ทำให้ลิ้นพระหทัยปิดไม่สนิท เป็นสาเหตุให้พระโลหิตไหลย้อนกลับ อีกทั้งพบว่าพระชีพจรเต้นไม่ปกติด้วย สาเหตุอาจมาจากความเครียดสั่งสมเป็นเวลานาน คณะแพทย์ถวายคำแนะนำให้เข้ารับการถวายการตรวจสม่ำเสมอและลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเครียดลง นอกจากนี้พระองค์ยังมีกำหนดการเข้ารับการถวายการผ่าตัดต้อกระจกที่พระเนตร ในวันที่ 16 และ 23 มิถุนายน 2562 อีกด้วย ด้วยเหตุนี้พสกนิกรชาวญี่ปุ่นจึงพร้อมใจกันส่งกำลังใจถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เพื่อขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการประชวรโดยเร็ว และทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง   ข้อมูลและภาพ : Royal World Thailand – […]

ย้อนชมภาพตราตรึงใจ พระราชไมตรีดุจพี่น้อง “ในหลวง ร.9 – จักรพรรดิอากิฮิโตะ”

ย้อนชมภาพตราตรึงใจ พระราชไมตรีดุจพี่น้อง “ในหลวง ร.9 – จักรพรรดิอากิฮิโตะ”… ปีนี้นับเป็นปีมหามงคลของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุอันเป็นมงคลเดียวกัน นั่นคือการเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการของพระประมุขพระองค์ใหม่ นั่นคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 และเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 และจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้อีกหนึ่งความน่าปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง คือการที่พระราชบิดาของทั้งสองพระองค์ นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงมีพระราชไมตรีต่อกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว อีกทั้งยังทรงมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นประดุจพระเชษฐาและพระอนุชาเลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้ราชวงศ์ไทยและราชวงศ์ญี่ปุ่นเปรียบดั่งมิตรแท้ รวมถึงยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านอื่นๆ อีกด้วย ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ แพรวดอทคอม จึงขอพาทุกคนย้อนไปชมภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยาวนานของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองพระองค์ ความสัมพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2506 เมื่อครั้งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ […]

เรียบง่ายแต่สุขล้น ชีวิตหลังสละราชบัลลังก์ของ “จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น”

เรียบง่ายแต่สุขล้น ชีวิตหลังสละราชบัลลังก์ของ “จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น”… นับเป็นเวลาร่วม 30 ปีแล้วที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จขึ้นครองบัลลังก์เบญจมาศ ด้วยพระชนมายุที่มากขึ้น บวกกับพระพลานามัยที่อ่อนแอลง โดยเคยทรงผ่านการผ่าตัดพระหทัยและการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้ว  ซึ่งเป็นสาเหตุให้พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการสละราชสมบัติครั้งแรกในช่วงกลางปี 2559  และรัฐบาลญี่ปุ่นก็มีมติผ่านร่างกฎหมายพิเศษเพื่อรับรองการสละราชสมบัติของพระองค์ โดยจะมีพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2562 จากนั้นเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารจะขึ้นทรงราชย์ทันทีในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เกี่ยวกับเรื่องสละราชสมบัตินี้ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงมีลายพระอักษรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา(20 ตุลาคม 2559) ว่าพระองค์ทรงทราบว่าพระจักรพรรดิได้ทรงหารือกับพระราชโอรสทั้งสอง คือ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ และเจ้าชายอากิชิโนะแล้ว แต่ถึงกระนั้น… “เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นคำว่า ‘สละราชย์ทั้งยังมีพระชนม์ชีพ’ บนหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ทำให้รู้สึกตกใจ ซึ่งคงจะเป็นเพราะว่าข้าพเจ้าไม่เคยเห็นถ้อยคำเช่นนี้แม้แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ และใน 1-2 วินาทีแรกนั้นข้าพเจ้าทั้งตกตะลึงและเจ็บปวด บางทีข้าพเจ้าอาจจะอ่อนไหวมากไปก็ได้” แน่นอนว่าความตกพระทัยของสมเด็จพระจักรพรรดินีเป็นแค่ความไม่ทรงคุ้นต่อวิธีการใช้ถ้อยคำของสื่อฯ ที่มีธรรมเนียมว่าต้องใช้ภาษาทางการเมื่ออ้างอิงถึงสถาบันพระจักรพรรดิ เพราะถ้าพิจารณาในแง่ว่าพระองค์กับพระราชสวามีจะทรงมีเวลาส่วนพระองค์มากขึ้น จะทรงสามารถเข้าครัวปรุงอาหาร  หรือเล่นเปียโนคู่กับพระราชสวามีที่โปรดการทรงเชลโล กับเมื่อเวลาผ่านไปอีกสักหน่อยอาจจะสามารถเสด็จฯเข้าไปในร้านหนังสือมือสอง หรือไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ โดยไม่ต้องใช้ผ้าคลุมล่องหนอย่างที่พระองค์เคยทรงอยากเป็นเจ้าของตอนที่อ่านวรรณกรรมเรื่อง Harry Potter นี่ยังไม่นับรวมกับที่ทุกๆ เช้าทั้งสองพระองค์ทรงจับจูงกันไปเดินเล่นในสวน ภายในพระราชวัง ทรงชี้ชวนกันดูสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนผันไปตามฤดูกาล และบางสุดสัปดาห์ก็จะทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถด้วยการทรงฉลองพระองค์ชุดเทนนิสเพื่อลงสนามเล่นกีฬาโปรด กีฬาที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นแห่งรัก กว่าหกสิบปีนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบกันครั้งแรก […]

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผย พระยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเข้าสู่รัชศกเรวะ

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผย พระยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเข้าสู่รัชศกเรวะ… ตามที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงประกาศสละราชบัลลังก์ ซึ่งจะมีพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศชื่อรัชศกใหม่ว่า “เรวะ”  (Reiwa – 令和) ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ล่าสุดสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นได้เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงการออกพระยศใหม่ของสมเด็จพระจักรพรรดิ สมเด็จพระจักรพรรดินี รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ เมื่อมีการเปลี่ยนรัชกาลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 นี้ ซึ่งทางเพจ Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย ได้รับความรู้จากสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นเกี่ยวกับการออกพระยศทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังได้รับอนุญาตให้แจงรายละเอียดพระยศของพระบรมวงศ์แต่ละพระองค์เพื่อเป็นความรู้ ดังนี้ โดยหลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะสละราชสมบัติแล้ว ตามพระราชธรรมเนียม จากที่ทรงดำรงพระบรมราชอิสริยยศจากเดิม “เท็นโน (天皇 / Tennō = จักรพรรดิ)” สู่การเป็น “ไดโจ เท็นโน […]

เหตุผลที่ “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเปรียบดั่งสันติสุขแห่งยุคเฮเซ

แม้ใกล้ถึงวันสุดท้ายของยุคเฮเซ ซึ่งเป็นยุคของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ 125 แห่งญี่ปุ่น ในวันที่ 30 เมษายน 2562 นี้แล้ว แต่ประชาชนชาวญี่ปุ่นยังคงรัก ผูกพัน และมีความสุขกับยุคสมัยนี้เป็นอย่างมาก หลายคนพยายามเก็บตวงความสุขของช่วงเวลานี้ไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่เห็นได้ชัดล่าสุดคือมีการอัดอากาศของยุคเฮเซเก็บไว้ในกระป๋อง เพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึกเก็บไว้ในความทรงจำ นับว่าเป็นไอเดียของที่ระลึกที่น่ารักและน่าประทับใจมาก ทั้งนี้เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเป็นที่รักของพสกนิกร ทรงเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นยุคใหม่ และทรงเป็นผู้สร้างสันติสุขให้กับยุคเฮเซในตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติบนบัลลังก์เบญจมาศ โดยตลอดห้วงเวลาแห่งการครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระองค์ทรงพยายามจะทำให้ช่องว่างระหว่างราชวงศ์กับประชาชนลดลงด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมหลากหลายโครงการ  รวมทั้งทรงดำเนินกิจกรรมด้านสวัสดิการสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการทั่วประเทศญี่ปุ่น ยามเสด็จฯเยี่ยมราษฎร ก็ทรงมีพระราชดำรัสด้วยถ้อยคำธรรมดา และมักจะประทับบนพื้นระดับเดียวกับประชาชน โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงอยู่เคียงข้าง ทุกครั้งที่ญี่ปุ่นประสบกับโศกนาฏกรรมและวิบัติภัยทางธรรมชาติ ทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจผู้ประสบภัยด้วยพระองค์เองเสมอ และที่น่าคารวะที่สุดคือการที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงออกมายอมรับความผิดของพระราชวงศ์ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก ด้วยการรับสั่งแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียของทุกฝ่าย ทั้งหมดนี้ช่วยให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในสายตาประชาชนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย โดยเมื่อปี 2557 ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 80 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ พระองค์ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้สื่อมวลชนชาวญี่ปุ่นเข้าเฝ้าฯ พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ซึ่งพระราชดำรัสตอนหนึ่งสะท้อนถึงการที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อิมพิเรียลยุคใหม่ได้อย่างดีเลิศ “…มีเหตุการณ์ที่ประทับใจข้าพเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้คือ เช้าวันหนึ่ง หลังการผ่าตัดของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินอยู่ในเมืองฮายามา มีชายคนหนึ่งหยุดรถริมถนน แล้ววิ่งข้ามถนน […]

บทพิสูจน์รัก “จักรพรรดินีมิชิโกะ” ซินเดอเรลล่าญี่ปุ่น ชีวิตในวังที่โรยด้วยขวากหนาม

รักหวานในสนามเทนนิส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความรักที่แสนยาวนานจวบจนทุกวันนี้ของ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ดูเหมือนจะลงเอยแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้งในสายตาของใครๆ ด้วยพระราชพิธีอภิเษกสมรสอันแสนงดงามและตราตรึงใจ หลังจากที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคความรักต่างๆ นานามาไม่น้อย แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตจริงช่างแตกต่างจากในนิยายรัก เพราะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไปตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ “มิชิโกะ โชดะ” (พระนามเดิมของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ) ซึ่งเปรียบดั่งซินเดอเรลล่าแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จากหญิงสามัญชนสู่เจ้าหญิง และพ่วงตำแหน่งว่าที่จักรพรรดินีในอนาคต อีกทั้งยังเป็นหญิงสามัญชนคนแรกของญี่ปุ่นที่ต้องพลิกชีวิตเข้าสู่รั้ววังหลวงที่เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีหลังการอภิเษกสมรส มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ และเจ้าหญิงมิชิโกะ ทรงย้ายเข้าไปประทับอยู่ที่พระราชวังโทงู ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตในวังของเจ้าหญิงมิชิโกะต้องทรงพบเจอกับอะไร ยิ่งข่าวที่แพร่ออกมานอกรั้ววังเป็นระยะมีแต่เรื่องน่ายินดี เช่น หลังอภิเษกสมรสได้เพียงปีเดียว เจ้าหญิงก็ทรงสร้างความเบิกบานใจให้แก่ประชาชนด้วยการให้กำเนิดพระโอรสองค์แรก เจ้าชายนารุฮิโตะ (มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นองค์ปัจจุบัน ซึ่งจะทรงขึ้นครองราชสมบัติในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562) ต่อด้วยเจ้าชายอากิชิโนะ และเจ้าหญิงซายาโกะ (ปัจจุบันคือ นางซายาโกะ คุโรดะ)หรือการที่มกุฎราชกุมารและมกุฎราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระองค์นอกกรอบจารีตของวังหลวงด้วยการเลี้ยงพระโอรสเอง โดยไม่พึ่งข้าราชบริพาร ต่างจากเดิมที่ต้องแยกพระโอรสจากพระชนก พระชนนี เพื่อให้พระพี่เลี้ยงเป็นผู้ถวายการดูแล รวมทั้งการที่เจ้าหญิงทรงเลี้ยงพระโอรส-ธิดาด้วยพระเกษียรธารา (น้ำนม) ของพระองค์  ส่งพระโอรส-ธิดาเข้าศึกษาที่โรงเรียนแทนการจ้างครูมาสอนในวัง เรื่องราวเหล่านี้คือมิติของ ‘ญี่ปุ่นใหม่’ ที่ประชาชนต่างรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้รับรู้และเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะสวรรคตในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2532 แล้วมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะเสด็จฯขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ […]

เบื้องลึกรักหวานในสนามเทนนิส จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น สู้ฟันฝ่าม่านประเพณี

เบื้องลึกรักหวานในสนามเทนนิส จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น สู้ฟันฝ่าม่านประเพณี… เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้เห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์คู่ของ สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ในหลายๆ ครั้ง คงเกิดความตื้นตัน อิ่มเอมใจ และประทับใจในรักแท้ที่มั่นคงและยาวนานของทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่เพิ่งผ่านพ้นงานฉลองราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี แบบเรียบง่าย และใกล้จะถึงวันสละราชสมบัติ ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 ซึ่งล่าสุดสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ไปในการพระราชพิธีกราบบังคมทูลลาสละราชสมบัติ ณ ศาลเจ้าอิเสะ จังหวัดมิเอะ ศาลเจ้าที่นับถือว่าเป็นบรมบรรพบุรุษต้นราชตระกูลแห่งพระราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยข้าราชบริพารในพระองค์ได้อัญเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 องค์ ได้แก่ พระแสงดาบวิเศษคุซานางิ และสร้อยลูกปัดยาซาคานิ ออกจากศาลเจ้าในพระราชวัง เพื่อร่วมประกอบในพระราชพิธีนี้ด้วย ส่วนกระจกยาตะเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์องค์ที่ 3 ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วิหารหลวงในศาลเจ้าอิเสะเป็นการถาวร สำหรับเรื่องราวความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น โดยรวมต้องเรียกว่างดงามดุจเทพนิยาย แม้เส้นทางแห่งรักช่วงแรกจะมีกลิ่นอายของม่านรักประเพณีแทรกเจืออยู่บ้างก็ตาม อย่างที่หลายคนอาจทราบกันมาบ้างว่าการอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะเมื่อ 60 ปีก่อน คือการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นการอภิเษกสมรสครั้งแรกระหว่างคนในราชวงศ์กับหญิงสาวสามัญชน กลิ่นอายของม่านรักประเพณีจึงมาจากสาเหตุหลักที่ว่านี่ไม่ใช่ธรรมเนียมของวังหลวงที่เคยปฏิบัติกันมาแต่เก่าก่อนเลยสักนิด ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2500 ณ สนามเทนนิสในเมืองคะรุอิซะวะ จังหวัดนากาโนะ เมื่อมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ทรงพบกับนางสาวมิชิโกะ โชดะ […]

รักแท้ 60 ปี จักรพรรดิ-จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ฉลองราชาภิเษกสมรสแบบเรียบง่าย

รักแท้ 60 ปี จักรพรรดิ-จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ฉลองราชาภิเษกสมรส แบบเรียบง่าย… เรื่องราวความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น เดินทางมาอย่างยาวนาน จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ จวบจนเมื่อวานนี้ (10 เมษายน 2562) ทั้งสองพระองค์ทรงเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี โดยทั้งสองพระองค์ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกันเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2502 ซึ่งขณะนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะยังดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะเดิมเป็นหญิงสามัญชนนามว่า “มิชิโกะ โชดะ” ทำให้การอภิเษกสมรสครั้งนั้น นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่หญิงสามัญชนได้อภิเษกสมรสกับพระบรมวงศานุวงศ์ของญี่ปุ่น สำหรับงานฉลองราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี ของทั้งสองพระองค์ จัดขึ้นแบบเรียบง่ายภายในพระราชวังอิมพีเรียล โดยมีพระราชโอรสและพระราชธิดาของทั้งสองพระองค์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่น นำโดยนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา เข้าถวายพระพร จากนั้นมีการพระราชทานเลี้ยงอาหารเย็นที่พระราชวังอิมพีเรียล ทั้งนี้สำหรับงานฉลองราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะแห่งญี่ปุ่น นับเป็นครั้งสุดท้ายในขณะที่ทั้งสองพระองค์ยังทรงครองราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ก่อนที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน 2562 ที่จะถึงนี้ ซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดยุคเฮเซที่ดำเนินมายาวนานกว่า 30 ปี จากนั้นเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น จะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ในวันที่ […]

จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ เสด็จชมดอกซากุระสุดท้ายแห่งรัชศกเฮเซ

นับเป็นช่วงเวลาก่อนการสละราชบัลลังก์ที่งดงามยิ่ง และเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2562 สมเด็จพระ จักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปในการทอดพระเนตรดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง บริเวณภายนอกพระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อันเป็นสถานที่ประทับของทั้งสองพระองค์ในช่วงนี้ เพื่อทรงเข้าร่วมพิธีสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับการสละราชสมบัติ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2562 ทั้งนี้การเสด็จชมดอกซากุระของทั้งสองพระองค์นับเป็นเรื่องปกติที่ทรงทำเป็นประจำทุกปี แต่ความพิเศษของการเสด็จชมดอกซากุระในครั้งนี้ คือนับเป็นดอกซากุระสุดท้ายแห่งรัชศกเฮเซ เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการประชุมคัดเลือกชื่อรัชศกใหม่ สำหรับว่าที่สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ซึ่งรัชศกใหม่นั้นมีชื่อว่า “เรวะ”  (Reiwa – 令和) โดยจะเริ่มใช้รัชศกใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป รวมถึงเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ ก็จะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 นี้ด้วยเช่นกัน    ข้อมูลและภาพ : Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย, อัพเดทญี่ปุ่น โดย […]

ต้นแบบคุณพ่อที่น่ารัก พระจริยวัตรแสนอบอุ่นของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

ต้นแบบคุณพ่อ และ สามีที่น่ารัก ในพระจริยวัตรแสนอบอุ่นและเรียบง่ายของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ที่ทรงมีต่อ เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายา และ เจ้าหญิงไอโกะ พระธิดา สำหรับเจ้าชายนารุฮิโตะ ทรงเป็นพระโอรสองค์โตของ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงอภิเษกสมรสกับสตรีสามัญชนคือ  มาซาโกะ โอวาดะ ปัจจุบันคือ เจ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแสการต่อต้าน และไม่เห็นด้วย เพราะในขณะนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงพระอิสริยยศเป็นถึงมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น จึงทำให้หลายคนคิดว่าอาจจะเป็นการไม่เหมาะสมมากนัก ที่จะให้หญิงสามัญชนก้าวขึ้นมาเป็นว่าที่จักรพรรดินี ความรักชนะทุกสิ่ง! ถึงแม้ว่าจะเผชิญอุปสรรคต่างๆ แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะก็ยังทรงฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนทั้งสองพระองค์ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรส ทั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ได้ทรงให้คำมั่นสัญญากับสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะว่า “คุณอาจจะหวาดกลัวและกังวลในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ แต่ผมจะปกป้องคุณตลอดทั้งชีวิตของผม” ภายหลังงานอภิเษกสมรส ความกดดันที่มีก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่คลายลง โดยสาเหตุมาจากการที่พระองค์ทรงถูกกดดันให้มีรัชทายาทเป็นพระโอรส เพื่อที่จะได้สืบสันตติวงศ์ ความเครียดที่เกิดขึ้นจึงทำให้พระองค์ทรงแท้งรัชทายาทพระองค์แรก จนกระทั้งสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงให้ประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนคาดหวัง จึงทำให้เจ้าหญิงมาซาโกะทรงเครียดหนักกว่าเดิม จนเกิดภาวะโรคซึมเศร้า พระองค์ต้องรักษาตัวนานถึง 10 ปีกว่าจะหายขาด ซึ่งในระหว่างนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะะทรงเป็นอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจพระชายาเรื่อยมา ถึงแม้ว่าทั้งสองพระองค์จะทรงเผชิญกับความเครียด และความลำบากใจที่เกิดขึ้น แต่นับตั้งแต่เจ้าหญิงไอโกะ  มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่นทรงประสูติ  เรียกได้ว่าทรงเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเกษมสำราญ […]

รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์

หากเอ่ยถึงราชวงศ์ญี่ปุ่นขึ้นมาเมื่อใด ภาพที่หลายคนน่าจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงจะเป็นภาพการเคียงคู่กันของ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ” ประมุขพระองค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น หากนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบรักกันนั้น ก็เป็นเวลายาวนานกว่า 61 ปีแล้วทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้เลยว่า ความรักที่งดงามท่ามกลางราชบัลลังก์ดอกเบญมาศอันยิ่งใหญ่นั้น เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ อย่างสนามเทนนิสเท่านั้นเอง รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1957 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ทรงพบรักกับหญิงสามัญชนนามว่า “มิชิโกะ โชดะ” ที่สนามเทนนิสในเมืองคารุอิซาว่า จังหวัดนากาโนะ ซึ่งในการพบกันครั้งแรกนั้นทั้งคู่เพียงแค่แข่งขันเทนนิสกันอย่างสนุกสนาน แต่ดอกรักจากสนามเทนนิสกลับผลิบาน จนเรียกได้ว่าเป็นแมทช์แห่งรักแรกพบเลยทีเดียว เพราะเจ้าชายอากิฮิโตะทรงสนพระทัยมิชิโกะเป็นอย่างมาก แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด ด้วยฐานะที่แตกต่างกันมากระหว่างว่าที่ประมุขกับหญิงสามัญชน แม้มิชิโกะจะเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยมากก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านความรักครั้งนี้อยู่มาก แถมในช่วงแรกๆ มิชิโกะและครอบครัวก็ยังไม่ค่อยเปิดใจรับความรักจากเจ้าชายอากิฮิโตะสักเท่าไหร่ แต่แล้วความเพียรพยายามของเจ้าชายอากิฮิโตะก็เป็นผลสำเร็จ จนชนะใจมิชิโกะได้ในที่สุด และความมั่นคงในรักแท้ของทั้งคู่ก็ทำให้สามารถฝ่าฝันกระแสดราม่าต่างๆ นานา จนท้ายที่สุดก็ได้อภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1959 ซึ่งการอภิเษกสมรสครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่หญิงสามัญชนได้เป็นพระชายาเอกของสมาชิกราชวงศ์ อีกทั้งมิชิโกะยังสามารถเอาชนะใจชาวญี่ปุ่นได้อย่างไร้ข้อกังขา จนเกิดกระแส “มิชิ บูม” (Mitchi Boom) ที่ยกให้เธอเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นยุคใหม่และประชาธิปไตย […]

83 พรรษา สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ สามัญชนคนแรกที่ได้เป็นควีนแห่งประเทศญี่ปุ่น

วันนี้ (20 ต.ค.60) ถือเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งปีนี้ทรงเจริญพระชนมายุ 83 พรรษา (เสด็จพระราชสมภพ 20 ตุลาคม พ.ศ.2477) ซึ่งในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อิมพิเรียล สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงถือเป็นสตรีสามัญชนคนแรกที่อภิเษกสมรสกับพระบรมวงศานุวงศ์ญี่ปุ่น ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงเข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีนางาโกะ จึงเข้าสู่ตำแหน่งเจ้าหญิงมกุฎราชกุมารี ครั้นสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะสวรรคต มกุฎราชกุมารอะกิฮิโตะจึงสืบราชสมบัติเป็นจักรพรรดิ และมกุฎราชกุมารีมิชิโกะจึงดำรงพระอิสริยยศเป็นจักรพรรดินี ตามลำดับ โดยจัดพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 ณ พระราชวังโตเกียว พระองค์มีพระนามเดิมว่า “มิชิโกะ โชดะ” เป็นบุตรสาวคนโตของฮิเดะซะบุโร โชดะ กับฟุมิโกะ โซะเอะจิมะ บิดาเป็นประธานและประธานกิตติมศักดิ์ของบริษัทนิชชิน พระองค์เติบโตในโตเกียวโดยได้รับการปลูกฝังด้านการศึกษาจากครอบครัวทั้งแบบดั้งเดิมและตะวันตก มีการเรียนภาษาอังกฤษและเปียโน ทรงเรียนรู้ในศิลปะด้านงานเขียน การทำอาหาร และโคโด (ศิลปะการใช้เครื่องหอม) เรียกได้ว่ามีพระปรีชาสามารถหลากหลายด้าน อีกทั้ง พระองค์เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นด้วยมีพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการบำเพ็ญเพียรทางศาสนาร่วมกับพระราชสวามี อาทิ ทรงสักการะศาลเจ้าอิเซะและศาลเจ้าชินโตอื่น ๆ รวมทั้งการสวดภาวนาภายในสุสานหลวงเพื่ออุทิศพระราชกุศลแด่บูรพมหากษัตริย์และสมาชิกในราชวงศ์ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งยังเป็นนักเปียโนหญิงที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมาทั้งสองพระองค์จะทรงเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ข้อมูล : wikipedia รูปภาพจาก FB : Royal World Thailand

ฐานันดรมิอาจกั้น! 9 เจ้าหญิงญี่ปุ่น ยอมทิ้งพระยศเพื่อความรัก

ข่าว เจ้าหญิงญี่ปุ่น เจ้าหญิงมะโกะแห่งอะกิชิโนะ จะทรงสยุมพรกับชายหนุ่มสามัญชน โดยพระองค์จะต้องละจากความเป็นสมาชิกราชวงศ์ ทิ้งพระยศเพื่อไปใช้ชีวิตเยี่ยงประชาชนเคียงข้างคู่ครองตลอดไป นับว่าครึกโครมอยู่ไม่น้อย ทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เจ้าหญิงญี่ปุ่น ตัดสินพระทัยสมรสกับสามัญชน แม้รู้ว่าต้องสละทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นยศฐาบรรดาศักดิ์ ครอบครัว ความสุขสบายในพระราชวัง และอภิสิทธิ์พิเศษ ลิสต์นี้แพรวจึงขอไล่เลียงประวัติศาสตร์ตั้งแต่รายแรกมาถึงรายล่าสุด คือเจ้าหญิงมะโกะ เพื่อให้คุณรู้ไว้เป็นข้อมูล 1.เจ้าหญิงคะซุโกะ เจ้าทะกะ  พระราชธิดาพระองค์ที่สามในสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุง และทรงเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ พระประมุของค์ปัจจุบัน ทรงเสกสมรสกับนายโทะชิมิชิ ทะกะสึกะซะ  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ทรงอภิเษกสมรสกับสามัญชน ทำให้ต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ตามกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น ที่ถูกประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2490 ทว่าแม้เจ้าหญิงจะทรงทำเพื่อความรักขนาดนี้ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าชีวิตรักของพระองค์ดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นนัก ทั้งคู่ไม่มีบุตร-ธิดา ด้วยกัน และในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2509 มีคนพบศพนายโทะชิมิชิ ทะคะสึกะซะ สวามี เสียชีวิตด้วยคาร์บอนโมโนไซด์ในอพาร์ตเมนต์ของอนุภริยาลับที่ชื่อมิชิโกะ มาเอะดะ ในย่านกินซ่า ซึ่งหลายคนเชื่อว่าโทชิมิชิฆ่าตัวตาย  ความโชคร้ายของอดีตเจ้าหญิงยังไม่หมดแค่นั้น ถัดจากการเสียชีวิตของสวามีเพียง 7 เดือน ในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2509 ได้มีคนบุกรุกเข้าไปยังบ้านและกระทำชำเราพระองค์ เหตุการณ์นี้สร้างความตกพระทัยให้กับจักรพรรดิโชวะเป็นอย่างมาก จึงมีรับสั่งให้อดีตเจ้าทะกะย้ายไปประทับที่พระราชวังโทงู […]

keyboard_arrow_up