ว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ “เจ้าชายนารุฮิโตะ” ลูกไม้ใต้ต้นแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น

ว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ “เจ้าชายนารุฮิโตะ” ลูกไม้ใต้ต้นแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น… เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ที่ 125 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นจะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน 2019 นี้ เนื่องด้วยพระชนมายุที่มากขึ้น และพระพลานามัยที่อ่อนแรงลง ทำให้ทรงเกรงว่าจะไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการสละราชสมบัติในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปี ของราชวงศ์ดอกเบญจมาศเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ตำแหน่งว่าที่จักรพรรดิพระองค์ที่ 126 จึงตกเป็นของเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าพระองค์จะทรงกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศและประชาชนชาวญี่ปุ่นต่อไปในภายภาคหน้า สำหรับ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น นับว่าเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นของราชวงศ์ดอกเบญจมาศเลยก็ว่าได้ พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ประสูติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1960 ปัจจุบันมีพระชนมายุ 58 พรรษา พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยกะกุชุอิง จากนั้นทรงศึกษาต่อที่วิทยาลัยเมอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร ซึ่งนอกจากด้านประวัติศาสตร์ที่พระองค์ทรงสนพระทัยมากแล้ว ยังมีด้านดนตรีและกีฬา โดยพระองค์ทรงโปรดการสีวิโอลาเป็นอย่างมาก รวมถึงทรงชอบวิ่งจ๊อกกิ้งและปีนเขาในยามว่าง หากเทียบความคล้ายคลึงกันระหว่างว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่กับจักรพรรดิพระองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นพระราชบิดาแล้ว นับว่ามีความใกล้เคียงกันในหลายๆ เรื่อง อย่างแรกคือการเสด็จขึ้นครองราชย์ในฐานะมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ต่อมาคือพระชนมายุในการเสด็จขึ้นครองราชย์ที่ไล่เลี่ยกัน โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมายุ 56 พรรษา ซึ่งในปีหน้านี้เจ้าชายนารุฮิโตะจะทรงมีพระชนมายุ 59 พรรษา นับว่าต่างจากพระราชบิดาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น อีกหนึ่งเรื่องสำคัญอย่างชีวิตความรัก เจ้าชายนารุฮิโตะก็ทรงเจริญรอยตามพระราชบิดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน […]

รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์

หากเอ่ยถึงราชวงศ์ญี่ปุ่นขึ้นมาเมื่อใด ภาพที่หลายคนน่าจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงจะเป็นภาพการเคียงคู่กันของ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ” ประมุขพระองค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น หากนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบรักกันนั้น ก็เป็นเวลายาวนานกว่า 61 ปีแล้วทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้เลยว่า ความรักที่งดงามท่ามกลางราชบัลลังก์ดอกเบญมาศอันยิ่งใหญ่นั้น เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ อย่างสนามเทนนิสเท่านั้นเอง รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1957 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ทรงพบรักกับหญิงสามัญชนนามว่า “มิชิโกะ โชดะ” ที่สนามเทนนิสในเมืองคารุอิซาว่า จังหวัดนากาโนะ ซึ่งในการพบกันครั้งแรกนั้นทั้งคู่เพียงแค่แข่งขันเทนนิสกันอย่างสนุกสนาน แต่ดอกรักจากสนามเทนนิสกลับผลิบาน จนเรียกได้ว่าเป็นแมทช์แห่งรักแรกพบเลยทีเดียว เพราะเจ้าชายอากิฮิโตะทรงสนพระทัยมิชิโกะเป็นอย่างมาก แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด ด้วยฐานะที่แตกต่างกันมากระหว่างว่าที่ประมุขกับหญิงสามัญชน แม้มิชิโกะจะเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยมากก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านความรักครั้งนี้อยู่มาก แถมในช่วงแรกๆ มิชิโกะและครอบครัวก็ยังไม่ค่อยเปิดใจรับความรักจากเจ้าชายอากิฮิโตะสักเท่าไหร่ แต่แล้วความเพียรพยายามของเจ้าชายอากิฮิโตะก็เป็นผลสำเร็จ จนชนะใจมิชิโกะได้ในที่สุด และความมั่นคงในรักแท้ของทั้งคู่ก็ทำให้สามารถฝ่าฝันกระแสดราม่าต่างๆ นานา จนท้ายที่สุดก็ได้อภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1959 ซึ่งการอภิเษกสมรสครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่หญิงสามัญชนได้เป็นพระชายาเอกของสมาชิกราชวงศ์ อีกทั้งมิชิโกะยังสามารถเอาชนะใจชาวญี่ปุ่นได้อย่างไร้ข้อกังขา จนเกิดกระแส “มิชิ บูม” (Mitchi Boom) ที่ยกให้เธอเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นยุคใหม่และประชาธิปไตย […]

สละฐานันดรศักดิ์ “เจ้าหญิงอายาโกะ” แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ประกาศหมั้นและเสกสมรสกับสามัญชน

นับเป็นข่าวน่ายินดีของราชวงศ์ญี่ปุ่นอีกครั้ง เมื่อสำนักพระราชวังอิมพีเรียลของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “เจ้าหญิงอายาโกะแห่งทากามาโดะ” (Princess Ayako of Takamado) จะทรงหมั้นกับพระสหายชาย “นายเคอิ โมริยะ” (Kei Moriya) วัย 32 ปี พนักงานบริษัทส่งออกรายใหญ่ นิปปอน ยูเซน ในกรุงโตเกียว ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ซึ่งความดังกล่าวทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิธีเสกสมรสในวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ที่ศาลเจ้า Meiji Jingu ในกรุงโตเกียว และตามพระราชธรรมเนียมของราชสำนัก เจ้าหญิงอายาโกะจะต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์เป็นสามัญชนตามกฎมณเฑียรบาล  “เจ้าหญิงอายาโกะ” ประกาศหมั้นและเสกสมรสกับสามัญชน พร้อมเตรียมสละฐานันดรศักดิ์ เจ้าหญิงอายาโกะประสูติเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ โรงพยาบาลไอกุ ปัจจุบันมีพระชันษา 27 ปี เป็นพระธิดาพระองค์เล็กในเจ้าชายโนริฮิโตะ เจ้าชายทากามาโดะ ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้วจากอาการพระทัยวาย เมื่อปี 2545 กับเจ้าหญิงฮิซาโกะ เจ้าหญิงทากามาโดะ […]

ครั้งแรกในรอบ 200 ปี สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงสละราชสมบัติ

สื่อแดนอาทิตย์อุทัยรายงานว่า กษัตริย์พระองค์ที่ 125  สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงสละราชบัลลังก์เบญจมาศ ในวันที่ 31 มี.ค.2019 เมื่อกลางปีที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายการสละราชบัลลังก์ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นกษัตริย์พระองค์ที่ 125   สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนม์ 83 พรรษา ซึ่งทรงมีพระประสงค์สละราชบัลลังก์เบญจมาศ เนื่องจากเห็นว่าพระองค์ทรงอยู่ในวัยชราภาพ ทำให้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงนับเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์แรกของประเทศญี่ปุ่นในรอบเกือบ 200 ปี ที่ทรงมีพระราชประสงค์สละราชบัลลังก์ นับตั้งแต่สมเด็จพระจักรพรรดิโคกะกุ สละราชบัลลังก์ เมื่อปี ค.ศ.1817 และเมื่อเร็วๆนี้ เอเอฟพี ได้รายงานเพิ่มเติมว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น อาซาฮีชิมบุน อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาล ซึ่งระบุว่า นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ จะต้องประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นในเดือน พ.ย. ก่อนที่จะประกาศวันอย่างเป็นทางการ ขณะที่พระโอรสองค์ใหญ่ เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารซึ่งมีพระชนมายุ 57 พรรษา จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิเหนือบัลลังก์เบญจมาศในวันที่ 1 เม.ย. ปี 2019 ซึ่งก็คือวันถัดไปนั่นเอง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 60 มีการเปิดเผยว่าหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนถือเป็นสื่อเจ้าแรกที่ออกมาระบุวันสละราชสมบัติ แต่โฆษกสำนักพระราชวังญี่ปุ่นยืนยันกับเอเอฟพีว่า “ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องนี้” […]

สัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นแนบแน่น ‘เจ้าฟ้าชายฟุมิฮิโตะ’ จะเสด็จร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง 26 ต.ค. นี้

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นได้มีการแถลงหมายกำหนดการเดินทางของ เจ้าฟ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าอะกิชิโนะว่า พระองค์จะเสด็จมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงในเดือนตุลาคมนี้ด้วย

keyboard_arrow_up