แก่แบบสุขภาพดี! 4 เคล็ดลับ เสริมเกราะภูมิต้านทาน ให้แข็งแกร่งแม้อายุเริ่มมากขึ้น

นิยาม “การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี” (Healthy Aging) ของแต่ละคนอาจมีความหมายแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการที่สติปัญญายังเฉียบแหลม สมองได้ฝึกคิดตลอดเวลา มีสุขภาพร่างกายที่ยังฟิตและแข็งแรง หรือสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระแม้อายุมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นคำตอบไหน เรื่องการสูงวัยก็ถือเป็นปัญหาความกังวลของใครหลายคน ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งผลสำรวจการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีของ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี 2563 พบว่า  ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องการสูงวัย แต่มีเพียง 3 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะก้าวสู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีได้ เมื่อถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความกังวลใจเรื่องการสูงวัย ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย (ร้อยละ 42) กล่าวว่าความกลัวว่าจะต้องเจ็บป่วยเพราะภูมิคุ้มกันต่ำเมื่ออายุมากขึ้นเป็นปัญหาความกังวลอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยกลัวว่าจะพึ่งพาตัวเองได้น้อยลงเมื่อร่างกายอ่อนแอลง (ร้อยละ 20) และกังวลว่ารูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุมากขึ้น (ร้อยละ 19) ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่เราต้องให้ความสำคัญกับการ เสริมเกราะภูมิต้านทาน ให้แข็งแรง เพื่อช่วยร่างกายต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยและโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น การเสริมระบบภูมิคุ้มกันของเราให้แข็งแรงจึงยิ่งสำคัญมากกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อเราอายุมากขึ้น เคยสังเกตไหมว่าเรามักจะล้มป่วยบ่อยขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น และร่างกายของเราต้องใช้เวลานานขึ้นในการฟื้นตัวจากความเจ็บป่วย สิ่งนี้เป็นผลจากกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียกว่าภาวะ Immunosenescence ซึ่งส่งผลให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของเราเสื่อมถอยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับไวรัสและการติดเชื้อได้น้อยลง และจำนวนเม็ดเลือดขาวของเราก็ลดลง ทำให้ร่างกายรักษาโรคได้ช้าลงเมื่อเราบาดเจ็บหรือเป็นหวัด ยิ่งไปกว่านั้น ความเครียดยังมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อร่างกายเมื่อเราอายุมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ […]

ภูมิต้านทานดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ด้วยเคล็ดลับเสริม ภูมิคุ้มกันร่างกาย ให้แข็งแรง

ภูมิต้านทานดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ด้วยเคล็ดลับเสริม ภูมิคุ้มกันร่างกาย ให้แข็งแรง หน้าที่สำคัญของระบบภูมิคุ้มกันคือ การป้องกันโรคและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย การทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มีแคลอรี่สูงจากน้ำตาล เนื้อสัตว์ต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากนมไขมันเต็ม มักก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ได้แก่ โรคอ้วน และโรคที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายเกิดความไม่สมดุลและอ่อนแอ นิสัยการทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการจะเป็นตัวทำลายระบบภูมิคุ้มกันของเรา เหมือนเวลาที่ข้าศึกโจมตีและทำลายป้อมปราการจนแตกพ่าย และอาจทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ใหม่และ/หรือกลับมาป่วยโรคเดิมซ้ำได้อีก ทำไมภูมิคุ้มกันจึงเป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุด ดร. เคนท์ แบรดลีย์ ประธานที่ปรึกษาด้านสุขภาพและโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ให้คำแนะนำว่า ให้ลองนึกภาพร่างกายของเราเป็นป้อมปราการที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ทุกๆ วัน ร่างกายจะต่อสู้ป้องกันตัวเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นด้วยระบบป้องกันที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ร่างกายจึงสามารถป้องกันและซ่อมแซมตัวเองไปพร้อมๆ กันได้เมื่อมีภัยคุกคาม เซลล์ในร่างกายก็เปรียบเหมือนกองทหารป้องกัน แต่ละเซลล์จะได้รับมอบหมายหน้าที่ที่แตกต่างกันเพื่อช่วยร่างกายป้องกันโรคต่างๆ ถ้าป้องกันไม่สำเร็จ ทหารเซลล์เหล่านี้จะรักษาซ่อมแซมร่างกายเมื่อจำเป็น โภชนาการจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเซลล์ในร่างกายล้วนต้องการสารอาหารประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. กลุ่มสารอาหารหลัก ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน 2. กลุ่มสารอาหารรอง ได้แก่ วิตามิน และเกลือแร่ 3. สายพฤกษเคมี หรือไฟโตนิวเทรียนท์ ที่พบเฉพาะในพืช […]

“ผู้ใหญ่ก็ต้องฉีดวัคซีน” แม้จะเคยฉีดตอนเด็กๆ ป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา

ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าเด็ก แต่สำหรับบางโรค แม้ว่าเราจะเคย ฉีดวัคซีน แล้วตอนเด็กๆ ระดับภูมิคุ้มกันกลับค่อยๆ ลดลงจนไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันโรคอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีโรคที่อุบัติใหม่ขึ้นอยู่เสมอ ทำให้มีการค้นพบวัคซีนใหม่ๆ ดังนั้น วัคซีนจึงไม่ใช่สิ่งที่ใช้เฉพาะเด็กเล็กอีกต่อไป พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จาก Addlife Check-Up Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) จะมาเล่าถึงวัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่นะคะ ว่ามีอะไรบ้าง วัคซีนหัด หัดเยอรมัน คางทูม (Measles-Mumps-Rubella Vaccine : MMR) โดยปกติผู้ที่เคยฉีดวัคซีนครบ 2 ครั้งแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำอีก เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต แต่ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยป่วยเป็นโรคทั้ง 3 นี้มาก่อน รวมทั้งผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 ครั้ง ควรได้รับวัคซีนรวมอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญเจริญพันธุ์ควรได้รับวัคซีนชนิดนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง และหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เป็นเวลา 3 เดือนหลังฉีดวัคซีน   วัคซีนอีสุกอีใส […]

รู้จัก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดฮอดจ์กิน ศัตรูตัวร้ายที่ซุ่มโจมตีระบบภูมิคุ้มกัน

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดฮอดจ์กิน ศัตรูตัวร้ายของระบบภูมิคุ้มกัน หากเปรียบร่างกายเป็นเมืองเมืองหนึ่ง ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ต่างไปจากป้อมปราการที่คอยปกป้องร่างกายจากภัยรุกราน แต่ละหน่วยที่ประกอบขึ้นเป็นระบบภูมิคุ้มกัน จึงไม่ต่างจากหน่วยรบที่คอยเฝ้าระวังภัยให้ร่างกายอยู่เสมอ แต่จะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งหน่วยรบของเราโดนโจมตีจนเจ็บป่วยเสียเอง โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) คือศัตรูตัวฉกาจของระบบภูมิคุ้มกัน เพราะเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับองค์ประกอบสำคัญหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันอย่างระบบน้ำเหลืองซึ่งเป็นระบบที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ระบบน้ำเหลืองประกอบด้วยน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง มีหน้าที่คอยทำลายเชื้อโรคต่างๆ ที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถเกิดขึ้นกับระบบน้ำเหลืองได้ทุกบริเวณในร่างกาย โดยบริเวณที่พบได้บ่อย คือ คอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งมีอาการบ่งชี้เป็นการบวมโตของต่อมน้ำเหลืองที่มักจะไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งง่ายๆ ได้ 2 ชนิด คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma: NHL) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Disease: HD) ซึ่งมีขบวนการการรักษาต่างกัน และอาจมีการตอบสนองต่อการรักษาที่ต่างกันด้วย ดังนั้น การวินิจฉัยเพื่อระบุชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจึงจำเป็นอย่างมากต่อกระบวนการรักษา รศ.พ.อ.นพ. วิเชียร มงคลศรีตระกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา ศูนย์มะเร็ง Horizon โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า “ถึงแม้มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กินจะพบได้น้อยกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน โดยพบได้ประมาณ 12% […]

keyboard_arrow_up