มิว นิษฐา

เปิดใจเอ็กซ์คลูซีฟ “มิว-นิษฐา” กับบทบาทใหม่ จาก #HappyMew สู่ #HappyMom

Alternative Textaccount_circle
event
มิว นิษฐา
มิว นิษฐา

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 “น้องมาริน” ลูกสาวสุดที่รักของ “มิว-นิษฐา” ได้มารายงานตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแฟชั่นและบทสัมภาษณ์ใน แพรว ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดใจครั้งแรกของเธอไม่กี่วันก่อนจะเป็นคุณแม่เต็มตัว

วันนั้นมิวเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวดิ้นเก่ง “ตอนนี้ดิ้นทุกวันเลยค่ะ ส่วนใหญ่ชอบดิ้นตอนที่มิวกำลังจะนอน เหมือนแกล้งแม่เนอะ (หัวเราะ) พอเรากำลังจะหลับ เขาจะตื่น แต่ไม่ถึงกับเจ็บนะคะ แค่ตุ้บๆ ในท้อง ซึ่งมิวชอบนะคะ รู้สึกว่านี่เป็นการแสดงว่าเขาแข็งแรงสมบูรณ์ดี” (ยิ้ม)

มิว นิษฐา

เปิดใจเอ็กซ์คลูซีฟ “มิว-นิษฐา” กับบทบาทใหม่ จาก #HappyMew สู่ #HappyMom

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับแฟชั่นและสัมภาษณ์กับ แพรว ที่ถือเป็นการถ่ายแบบตอนท้องครั้งเดียวของมิว

“ใช่ค่ะ จริงๆ ตอนแรกก็ลังเลนะคะ เพราะใกล้จะคลอดแล้ว แต่เมื่อ แพรว ชวน ยอมรับว่าอยากถ่ายมากๆ เพราะท้องก็ใหญ่กำลังดี ถือเป็นการทำงานโค้งสุดท้ายก่อนจะคลอด ซึ่งมิวก็ปรึกษากับพี่เซนต์ (ธราภุช คูหาเปรมกิจ) คุณแม่ ทั้งครอบครัวฝั่งเราและฝั่งเขา ซึ่งทุกคนโอเค จะได้มีรูปสวยๆ ตอนท้องไว้ให้ลูกสาวดู ซึ่งรูปออกมาสวยถูกใจมากๆ แฮ็ปปี้ค่ะ” (ยิ้ม)

มิว นิษฐา

ตั้งแต่วันที่รู้ว่ามีน้องจนถึงช่วงใกล้คลอด ต้องปรับหรือเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ

“จริงๆ มิวไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าไรนะคะ การใช้ชีวิตยังเหมือนเดิม แค่เพิ่มเติมเรื่องการดูแลตัวเองและระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะด้วยเรื่องของฮอร์โมน สภาวะร่างกายที่เปลี่ยนไป แต่โชคดีอย่างหนึ่งที่มิวไม่มีอาการแพ้ท้องเลย ร่างกายก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเยอะ คือกินอาหารทุกอย่างได้ตามปกติ โดยเน้นที่มีประโยชน์ และพยายามนอนหลับพักผ่อนให้มากขึ้น ไม่เครียด น่าจะเป็นในมุมของการดูแลตัวเองเหล่านี้มากกว่าที่มิวตั้งใจทำเป็นพิเศษ

“อ้อ มีเรื่องข้าวของต่างๆ ของลูกที่ซื้อเตรียมไว้เยอะเหมือนกันค่ะ (ยิ้ม) ทั้งของใช้สำหรับตัวเองกับของใช้ของลูก ความยากก็คือด้วยสถานการณ์โควิด–19 ต้องซื้อของทุกอย่างผ่านออนไลน์ ไปเลือกไปสัมผัสของจริงไม่ได้ และทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับมิว เรายังไม่รู้ว่าของอะไรดี ไม่ดี จึงพยายามถามและศึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนว่าอะไรยี่ห้อไหนดี อย่างเรื่องพี่เลี้ยง มิวปรึกษากับมาร์กี้ว่าควรเลือกอย่างไร มีดีเทลอะไรที่ต้องพิจารณาบ้าง

“สำหรับตัวเอง มิวรู้สึกว่าเราต้องมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม จากเมื่อก่อนมีคุณแม่คอยดูแล วันนี้เราเป็นแม่ ต้องเป็นคนจัดเตรียมเองบ้าง มิวรู้สึกว่าต้องพัฒนาในส่วนนี้ และคิดว่าช่วงหลังคลอด ตอนนั้นน่าจะต้องปรับเยอะเลยค่ะ ทั้งเรื่องเวลา การนอน การกิน การใช้ชีวิตทุกอย่าง”

คุณแม่ให้คำแนะนำอย่างไรบ้างคะ

“ท่านให้คำแนะนำตลอดเลยค่ะ แต่ตอนนี้หลายอย่างเปลี่ยนไป ตอนที่คุณแม่ท้องมิว ท่านบอกว่าค่อนข้างสบายๆ ชิลๆ พอตอนนี้ทั้งอุปกรณ์ ข้าวของต่างๆ มีให้เลือกเยอะ อย่างผ้าอ้อมที่มีหลายแบบ อุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ หรือคาร์ซีตที่ตอนมิวเป็นเด็กยังไม่มี แต่ตอนนี้มีให้เลือกหลายยี่ห้อ จนกลายเป็นเยอะเกินไป เลือกไม่ถูกอีก (หัวเราะ)

“นอกจากให้คำปรึกษา คุณแม่ยังช่วยดูแลเรื่องข้าวของเครื่องใช้ ความสะอาดต่างๆ พวกแอลกอฮอล์หรือของตกแต่งบ้าน บางทีก็ส่งดอกไม้มาให้ อยากให้มิวสดชื่นสบายใจ (ยิ้ม) ส่วนคุณแม่คุณเซนต์จะจัดอาหารที่มีประโยชน์ เน้นเรื่องการบำรุง อย่างกระเพาะปลา ผัก ผลไม้ ส่งมาให้ตลอดเลยค่ะ”

มิว นิษฐา

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับบทบาทการเป็นคุณแม่ที่รออยู่คะ

“น่าจะยากทุกเรื่องเลยค่ะ (หัวเราะ) คือตอนเขาอยู่ในท้องมิวคิดว่าไม่ยากนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่าไม่แพ้ ไม่มีอาการอะไร แต่พอเขาออกมา…คือของจริงแล้ว ทุกอย่างคือเรื่องใหม่ที่เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลาไปพร้อมๆ กับลูก

“เขาจะมีพัฒนาการ มีความเปลี่ยนเปลง เราก็ต้องปรับตัวไปกับเขาในทุกๆ ย่างก้าว ทุกช่วงวัย เป็นเรื่องที่เราจะต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่วันแรกที่เจอลูก”

มีกังวลบ้างไหมคะ

“ไม่ค่อยค่ะ อย่างมิวตั้งใจคลอดธรรมชาติ ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลขนาดนั้น มิวมองว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาตินั่นแหละ พยายามไม่อ่านรีวิวอะไร เพราะมีวันหนึ่งเปิดไปอ่านเรื่องการคลอดธรรมชาติ ดูว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร พออ่านเยอะๆ แล้วรู้สึกกลัว จึงเลิกอ่าน ไว้วันที่เจ็บท้องไปโรงพยาบาล คุณหมอให้ทำอะไรก็ทำตามนั้น ปล่อยไปตามความรู้สึกเลย”

อีกอย่างที่หลายคนอิจฉาคือแม้จะท้อง 9 เดือน แต่ยังสวยเป๊ะ มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

“มิวปรึกษากับคุณหมอตั้งแต่แรกว่าตั้งท้องเดือนไหนน้ำหนักควรขึ้นเท่าไร จึงจะไม่เป็นภาระในการลดหลังจากคลอดลูกแล้ว ซึ่งคุณหมอก็คำนวณจากน้ำหนักตัวเดิม และบอกว่าให้ขึ้นได้ประมาณ 9 กิโลกรัม ซึ่งมิวก็พยายามรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์นั้น

“คุณหมอบอกด้วยว่าสามารถออกกำลังกายด้วยการเดินวันละประมาณ 4 กิโลเมตร สัปดาห์ละ 2-3 วัน เพื่อให้ร่างกายได้เบิร์นบ้าง ไม่อย่างนั้นจะกินแล้วนอนอย่างเดียวเลย ควรให้ร่างกายได้ขยับบ้าง และทุกครั้งที่มิวไปหาคุณหมอก็จะชั่งน้ำหนักเพื่อดูว่าลูกหนักเท่าไร อาหารที่เรากินเข้าไปอยู่ที่เรากี่กิโลกรัม อยู่ที่ลูกกี่กิโลกรัม เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารที่กินเข้าไปถึงลูกจริงๆ นะ

“ส่วนสิ่งที่คุณแม่หลายคนกังวลคือผิวแตกลาย โดยเฉพาะผิวช่วงท้องที่ขยายขึ้นเยอะ มิวใช้วิธีทาครีมวันละ 2 ครั้ง พยายามดูแลตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่อยากปล่อยตัวเองให้เป็นคุณแม่ที่โทรม มีจังหวะก็แต่งตัวบ้าง ดูแลตัวเองให้ดูสดใสอยู่ตลอด” (ยิ้ม)

มิว นิษฐา

หลังจากคลอด วางแผนเรื่องงานไว้อย่างไรคะ

“อาจรับงานที่ใช้เวลาสั้นๆ ก่อนค่ะ สำหรับละครคงยังไม่ไหว เพราะถ่ายคราวละ 6-8 เดือน แต่ดีว่าตอนนี้มีละครที่ถ่ายไว้กำลังออนอยู่ เรื่อง ดวงตาที่ 3 แฟนๆ น่าจะรู้สึกว่าเราไม่ได้หายไปนาน”

ได้เห็นมิวเป็นยูทูบเบอร์ด้วย

“ค่ะ เหมือนเป็นงานประจำเลยนะคะ (ยิ้ม) เพราะมีคลิปออกมาอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้มิวไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ (หัวเราะ) เพราะค่อนข้างรักษาความเป็นส่วนตัว อย่างตอนที่ยังไม่แต่งงาน แทบไม่มีใครได้เห็นรูปคู่กับพี่เซนต์เลย

“แต่พอแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ มิวรู้สึกว่ามีเรื่องดีๆ มากมาย และบางเรื่องก็อยากแชร์ให้คนอื่นได้เห็น จึงรู้สึกว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมลงตัวที่จะแชร์มุมส่วนตัวบ้าง บวกกับพี่เซนต์ก็โอเคที่จะแชร์ด้วย จึงลองทำดู ปรากฏว่าผลตอบรับดี จึงทำมาเรื่อยๆ

“ซึ่งเนื้อหาที่นำเสนอแต่ละคลิปเราคิดกันเองหมดเลยค่ะ ส่วนใหญ่มาจากเรื่องที่เราเจอ แล้วคัดว่าเรื่องไหนที่น่าจะมีประโยชน์กับคนดูหรือรู้สึกว่าน่าสนใจค่ะ”

เช่น เราได้เห็นคลิปมิวเข้าครัวครั้งแรก

“ใช่เลยค่ะ (หัวเราะ) คือเมื่อก่อนขนาดพวกตระกูลไข่ ไข่ดาว ไข่เจียว มิวยังไม่ทำเลยนะคะ (หัวเราะ) แต่พอแต่งงานรู้สึกว่าอยากลองทำ น่าจะสนุก อย่างปอกผลไม้ เมื่อก่อนปอกไม่เป็น เพิ่งจะมาฝึก จนตอนนี้ปอกเป็นทุกอย่างแล้วค่ะ ยกเว้นทุเรียน ซึ่งมิวเคยลองแล้วนะ แต่ทำได้แค่พอถูไถ

“ส่วนอาหาร พอจะทำเมนูง่ายๆ ได้แล้วบ้าง คือไม่ถึงกับฝึกหรือเรียนจริงจังนะคะ อาศัยถามจากคุณแม่มิวบ้าง คุณแม่คุณเซนต์บ้าง อย่างถ้าอยากทำข้าวต้มหมู ก็โทร.ถามคุณแม่ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง ทำยังไง ใส่อะไรก่อน แล้วลองทำดู ซึ่งไม่ยากมาก ออกมาโอเคเลยค่ะ (ยิ้ม) หรือข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น แค่ไปซื้อก้อนแกงกะหรี่สำเร็จรูปกับซื้อเนื้อมาก็จบเลย กินได้ (หัวเราะ)

ขอ 1 เมนูเด็ดที่มิวภูมิใจนำเสนอหน่อยค่ะ

“มีไหมนะ (หัวเราะ) น่าจะเป็นข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นมั้งคะ เคล็ดลับคือซื้อเนื้อดีๆ อร่อยๆ มา ส่วนซอสญี่ปุ่นก็ซื้อที่เป็นขวดสำเร็จ จากนั้นแค่ผัดๆ ใส่ต้นหอม หัวหอม ปรุงรสนิดหน่อยก็อร่อยแล้วค่ะ (ยิ้ม) มิวเคยทำให้พี่เซนต์ทานอยู่สองสามครั้ง เขาก็ชมว่าอร่อยน้า” (หัวเราะ)

สามีเคยรีเควสต์อยากกินอาหารฝีมือภรรยาบ้างไหมคะ

“ไม่มีเลยค่ะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เราเห็นตรงกันว่าสั่งจากร้านหรือให้ที่บ้านส่งมาให้ดีกว่า ความจริงพี่เซนต์ ทำอาหารได้บ้างนิดหน่อย เพราะเขาเคยทำกินเองตอนเรียนต่างประเทศ แต่นานๆ ทีเราจะนึกอยากทำอาหารเอง แต่อารมณ์เหมือนเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เน้นทำสนุกๆ มากกว่าค่ะ เพราะเราไม่ได้ชอบเข้าครัวทำอาหารทั้งคู่”

ล่าสุดเห็นว่าปลูกผักกินเองด้วย

“ใช่ค่ะ คือคุณแม่คุณเซนต์ชอบปลูกผักสวนครัวไว้กินเองที่บ้าน มิวจึงอยากลองบ้าง อย่างผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง พอโตได้ที่ก็นำมาผัดน้ำมันหอยแบบง่ายๆ มันเป็นความรู้สึกภูมิใจนะคะ ได้กินผักที่ตัวเองปลูกเอง” (ยิ้ม)

ตั้งแต่ครอบครัวเพิ่มเป็น 3 คน ในมุมความหวานของมิวและเซนต์เหมือนเดิมหรือเพิ่มขึ้นไหมคะ

“มิวว่าเพิ่มขึ้นค่ะ (ยิ้ม) อาจจะเพราะช่วงนี้เขาทำงานที่บ้านเป็นหลัก จึงเหมือนมีเวลาให้กันมากขึ้น อยู่ด้วยกันมากขึ้น แล้วพอมิวท้อง เขาก็สวีตขึ้นด้วย คือคอยห่วง เอาใจใส่มากกว่าเดิม ทั้งที่เดิมมิวก็รู้สึกว่าพี่เซนต์น่ารักและหวานมากๆ อยู่แล้ว แต่เพิ่มระดับขึ้นอีก เวลามิวจะลุกจะนั่ง เขาก็ช่วยพยุง และคอยเอนเตอร์เทนคุยกับลูก เต้นท่าตลกๆ บอกว่าทำให้ลูกดู อบอุ่นและน่ารักมากๆ ค่ะ

“หรือเวลามิวสระผมเสร็จ เขาจะคอยเป่าผมให้ จนบางครั้งมิวก็เกรงใจ อย่างเขานั่งทำงานอยู่ พอได้ยินเสียงเปิดดรายร์เป่าผมปุ๊บ ก็เดินมาช่วยทำให้มิวทันที ซึ่งเรื่องนี้เขาทำให้ตั้งแต่ก่อนท้องอีกนะคะ”

มิว นิษฐา

ระหว่างมิวกับเซนต์ ใครเห่อลูกมากกว่ากันคะ

“น่าจะพี่เซนต์นะคะ อย่างวันก่อนก็เพิ่งจัดกระเป๋าเตรียมสำหรับวันคลอด และความที่เป็นลูกสาว คุณพ่อก็เตรียมทุกอย่างเป็นสีชมพูหมดเลย ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า ของใช้ แม้แต่หน้ากากอนามัยก็สีชมพู

“ส่วนคุณย่าคุณยายก็เห่อเหมือนกันค่ะ สแตนด์บายรอเจอหลาน มิวคิดว่าทุกคนตื่นเต้นยิ่งกว่ามิวอีก คงเพราะเป็นหลานคนแรกของทั้งสองบ้านด้วยค่ะ

“รวมถึงเพื่อนๆ ในแก๊ง (แก๊งเฟอร์บี้ แต้ว, เต้ย, แมท, มิ้นท์) เพราะมิวแต่งงานเป็นคนแรกของกลุ่ม ทุกคนจะคอยถามว่าสรุปลูกชื่ออะไร จะคลอดวันไหน อยากเล่นกับหลานแล้ว เดี๋ยวจะมาช่วยเลี้ยงนะ” (ยิ้ม)

มีภาพในใจหรือยังคะว่ามิวจะเป็นคุณแม่ใจดี ดุ หรือชิล

“เรื่องนี้มิวเคยคุยกับพี่เซนต์ว่าเวลาที่ลูกทำผิด ใครจะเป็นคนดุ เพราะเรา ใจดีทั้งคู่ ที่สุดคิดว่าคงเป็นพี่เซนต์แหละ เขาบอกว่าดูโหงวเฮ้งแล้ว มิวดุไม่เป็นเลย อย่างมิวเลี้ยงสุนัข 2 ตัว บางทีมันทำนิสัยไม่น่ารัก ฉี่ผิดที่ มิวยังดุไม่ลง หรือบางทีดุไปแล้วก็จะรู้สึกผิดมาก (หัวเราะ)

“จึงคิดว่าถ้าเป็นลูก เราต้องไม่กล้าดุแน่ๆ ถ้าสถานการณ์จำเป็นอาจต้องมีบ้างค่ะ แต่หลักๆ คงยกหน้าที่นี้ให้พี่เซนต์รับบทร้าย ดุแทนมิวนิดนึง (หัวเราะ)

“เราคุยกันว่าจะเลี้ยงลูกแบบให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่บังคับ และพอเริ่มคุยรู้เรื่อง มิวจะคุย สื่อสารกับเขาเยอะๆ เขาจะได้รู้สึกว่ามีอะไรก็สามารถคุยกับแม่ได้ทุกเรื่องนะ เพราะบางทีถ้าขาดการสื่อสารกัน จะทำให้เขาคิดเอง ทำอะไรเอง ซึ่งเรื่องนี้สำคัญค่ะ

“หลักๆ คงยึดการเลี้ยงลูกด้วยเหตุและผล ไม่ถึงกับต้องตีกัน น่าจะคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า เพราะมิวก็ถูกเลี้ยงมาอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่เคยโดนตีเลย ถ้าทำอะไรผิด เราจะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกัน

“หรือบ้านพี่เซนต์เองก็เช่นกัน เขาโตมากับการสอนด้วยเหตุและผล ให้ลองทำ แล้วถ้าสิ่งไหนดีหรือไม่ดีก็เรียนรู้ไป ไม่นิยมการบังคับให้อยู่ในกรอบ หรือดุกันตลอด ซึ่งจะทำให้เด็กขาดความมั่นใจจนไม่กล้าทำอะไร”

มิว นิษฐา

คิดว่าจะมีลูกคนที่ 2 ไหมคะ

“คิดค่ะ (ยิ้ม) มิวอยากมี 2 คน อาจเว้นสักปีสองปีแล้วมีคนที่ 2 มิว อยากให้ลูกมีพี่น้อง เพราะทั้งมิวและพี่เซนต์มีพี่น้องทั้งคู่ มิวรู้สึกว่าการมีพี่น้องสายเลือดเดียวกันเป็นอะไรที่พิเศษ เขาจะมีมากกว่าความเป็นเพื่อน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะมีใครอีกคนอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่เหงาด้วยค่ะ”

แฮชแท็กที่มิวใช้ประจำคือ #HappyMew และตอนนี้กำลังจะเป็น #HappyMom คิดว่าคำนี้มีความหมายอย่างไรคะ

“มิวมองตัวเองเป็นแม่ที่มีความสุขนะคะ อยากเลี้ยงลูกด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อยากให้บรรยากาศในบ้านรื่นรมย์ แฮ็ปปี้ตลอดเวลา ไม่อยากมีช่วงตึงเครียด อย่างเคยเห็นแม่ดุลูกจนร้องไห้ มิวไม่อยากให้มีอะไรแบบนั้นเลย

“พอจะเป็นแม่เต็มตัวแล้ว เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะ อย่างการอุ้มท้องมาตลอด 9 เดือน ทำให้เราเข้าใจถึงความเป็นแม่ที่ต้องปรับตัว ระมัดระวังเพื่อใครอีกคนหนึ่งในท้อง เป็นความรักอีกแบบที่เรายังไม่เคยสัมผัส

“ถ้าเปรียบคือมีใครคนหนึ่งที่เราไม่เคยเห็นหน้า แต่เรายอมทำทุกอย่างให้ได้ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากๆ ตอนนี้มิวเฝ้ารอวันที่จะได้เห็นหน้า ได้กอดเขา ทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีต่อใจมากๆ ค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 975

ภาพเพิ่มเติม : @mewnittha

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แฟชั่นหลังคลอด คุณแม่ มิว-นิษฐา จัดเต็มชุด Chanel โชว์ท้องแบนราบ

น่าเอ็นดู! น้องมาริน คูหาเปรมกิจ ทายาทคนแรกของนางเอก มิว-นิษฐา

“มิว-นิษฐา” เปิดชีวิตหลังแต่งงานของสะใภ้ใหญ่แห่ง คูหาเปรมกิจ

Praew Recommend

keyboard_arrow_up