เก้า-จิรายุ ละอองมณี

เก้า-จิรายุ ละอองมณี เปิดเบื้องหลังความสำเร็จในชีวิตได้ดีเพราะ “คุณแม่ก้อย”

เก้า-จิรายุ ละอองมณี
เก้า-จิรายุ ละอองมณี

นับว่าเป็นสองแม่ลูกคู่ซี้ เก้า-จิรายุ ละอองมณี และ คุณแม่ก้อยวรณัชชา ละอองมณี ที่เปิดใจคุยกันถูกเรื่อง แชร์ความรู้สึกกันทุกอย่าง ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนกันมาคุยถึงความสนิทตั้งแต่เด็กจนโต ให้ได้ฟังแบบผ่านรายการ แฉ ทางช่อง GMM25 ตั้งแต่เรื่องการงอนกันแบบข้ามจังหวัด เรื่องหัวใจของลูกชาย และรวมไปถึงเรื่องที่เก้าเคยโดนทำของใส่จากคนเคยใกล้ชิด

เก้า-จิรายุ ละอองมณี เปิดเบื้องหลังความสำเร็จในชีวิตได้ดีเพราะ “คุณแม่ก้อย”

 ก่อนหน้านี้มีแฟนไหม?

เก้า : ก็มีๆ มาบ้างครับ ตามปกติ ตามวัย คุยมาเรื่อยๆ แล้วแต่ความสัมพันธ์ เราไปทำไม่ดีกับเขาก็อกหัก รสชาติชีวิต ประสบการณ์ของชีวิต

เวลามีแฟนจะเล่าให้แม่ฟังทุกคนหรือเปล่า?

เก้า : ส่วนใหญ่แม่จะรู้จักทุกคนครับ แม่จะเห็นอยู่แล้วอ่ะครับ ถ้าเรียกว่าคบเป็นแฟนมันก็จะต้องมีแบบอะไรมาให้เจอบ้างอยู่แล้ว ไม่ปิดบัง แต่ถ้าคุยแล้วแบบอาจจะไม่ได้คบกันนานก็แบบไม่ทันได้เจอก็ไปซะแล้ว

 แม่ลูกคู่นี้สนิทกันมากคุยปรึกษาอะไรกันก็ได้ แม่ถึงขั้นถามว่าแม่สักหลังลายมังกรดีไหม?

คุณแม่ก้อย : เราก็ไม่เคยสัก เก้าก็ถามว่าอยากสักอะไร เราก็เลยตอบว่าอยากสักมังกร คือถ้าเราสักมังกรได้มันคงเท่น่าดู แต่สุดท้ายก็สักลายแรกเป็นลายลูกชายเราเอง เป็นรูปน้องเก้าถือกีตาร์ คือมีความรู้สึกว่ารูปแรกที่เราจะสัก เราไม่รู้เราไม่เคย สักอะไรดีละที่มันจะอยู่บนร่างกายเรา เราแค่รู้สึกว่าอันนี้มันคือรักแท้ เขาอยู่กับเราตลอดไปแน่นอนก็เลยเป็นลายนี้ ถ้าเป็นชื่อแฟน เลิกกันไปก็จะทำยังไงดีละ ตอนแรกเขาเข้าใจว่าเราพูดเล่น จนเรามาทำ Youtube กันแม่ก็เลยสักเลยเป็นรูปนี้เลย

แม่ก้อย-วรณัชชา

เรียกได้ว่าความสำเร็จทุกวันนี้มาจากแม่เลย?

คุณแม่ก้อย : ถ่ายโฆษณาชิ้นแรกจริงๆ อายุแค่ขวบเดียวเองนะ ฟลุ๊คค่ะ พาลูกของเพื่อนอีกคนไปเพื่อถ่ายรูป แล้วไอ้ตัวนี้ไปด้วยแบบหัวฟูเลย แล้วเขาชี้คนนี้ว่าขอถ่ายรูปเก็บไว้ได้ไหม พออีกอาทิตย์เดียวเขาโทรมาบอกได้งานภาพนิ่ง ตอนนั้นขวบเดียวเอง

 แม่รู้ไหมว่าวันหนึ่งลูกจะเป็นดาราดัง?

คุณแม่ก้อย : ไม่คิดเลย เราแค่รู้สึกว่าเราไม่ได้รวย ถ้ามันจะมีรายได้ส่วนหนึ่งเข้ามาจากการถ่ายโฆษณาก็โอเคนะลองดู เขาเก่งมาก เพราะตัวของเขาเลย เก้ามีพรสวรรค์ คือทุกอย่างพอมันถึงสเต็ป ตอนเด็กๆ บอกเลยว่า พอเล่นละครเต็มเรื่องเสร็จ แล้วมีละครให้ไปเล่นวันละ 2,000 บาท สมัยก่อนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เยอะนะ ไม่ให้ไปเล่นนะจ๊ะ เพราะว่าเขาไม่ได้เล่นเป็นพระเอก ไปเล่นเป็นเด็กคนหนึ่งในเรื่อง ไม่ให้เล่น (คุณเริ่มเล่นเป็นผีขี้เหงา) คือโพซิชั่นที่เราตั้งใจไว้ คือเรามีความรู้สึกว่าถ้าคุณไปวันละ 2000 เนี่ยเรื่องนี้มีตั้ง 10 คิว ไปเถอะ ได้ตั้ง 20,000 แต่แม่ให้ลูกไปโรงเรียนแล้วแม่ไปเปิดท้ายขายของได้กำไรวันละ 1000 ดีกว่า ถ้าบทไม่น่าสนใจ ไม่เอาไม่รับ นี่คือความตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเลยกล้าพูดเลยว่าเราทำแบบนี้ แม่ไม่เคยบังคับ ตอนถ่ายละคร จะนั่งคุย ถามกันตลอดเลย เก้าครับ เก้าอยากทำมั้ย ตอนโตขึ้นมาหน่อยช่วง 8-9 ขวบ อยู่ระหว่างถ่ายนเรศวร มันจะมีคนพูดตลอดเลยว่าหลังจากนี้จะเป็นวัยเบรก เด็กจะไม่มีงานช่วงวัยนี้ ช่วงนั้นแม่จะคิดวางแผนค่าใช้จ่ายเป็นปี สมัยก่อนเราเล่นละครเรื่องหนึ่งจะได้ประมาณแสนสองแสน แล้วก็มีงานอื่นๆ หารออกมาเราจะได้เดือนละประมาณสองหมื่นบาท เรามีบ้าน เราไปกินข้าวกอง เราเก็บเงินได้เป็นก้อนเลยนะ เราคิดแบบนี้เลย เราทำงานหนัง ละครแค่สามสี่เดือน แต่เก้าได้เรียนหนังสือ แม่ได้อยู่กับเก้า คุณโอเคมั้ย ถ้าคุณโอเค เราจะเดินไปด้วยกัน

เก้า-จิรายุ ละอองมณี

สนิทกันขนาดนี้มีช่วงตีกันบ้างไหม?

คุณแม่ก้อย : โอ้!!! ว่าไงจ๊ะ

เก้า :  มีอยู่แล้วครับ มีทุกช่วง

คุณแม่ก้อย :จากประสบการณ์แม่เลยนะ ถ้าลูกวัยรุ่นยังไงก็แล้วแต่ อย่าได้เอาคนอื่นมาพูดแทนคุณเด็ดขาด ถ้าคุณรักเขา คุณพูดไปเลยบอกเขาเลย แสดงความรู้สึกเลย แม่ยอมทะเลาะกับลูก แต่แม่จะไม่ไปบอกคนอื่นให้มาพูดกับลูกให้ทำแบบนั้นแบบนี้ เพราะเราทะเลาะกันตรงนั้นเราเข้าใจกัน พูดตรงๆ ถ้าเราผิดเราขอโทษเลย แต่ทั้งหมดที่แม่พูดแม่ทำอาจจะมีอันไหนไม่ถูกใจ แต่ไม่มีอันไหนเลยที่แม่ไม่รัก ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะแม่รัก

แม่เคยน้อยใจขนาดหนีออกจากบ้านเลย?

คุณแม่ก้อย :หลังๆ เรามีซื้อบ้านที่เชียงใหม่ พอทะเลาะกัน พูดกันไม่รู้เรื่อง งอนกัน แม่ก็จะขับรถออกไปคนเดียว

เก้า :  โทรหาแล้วถามว่าขับรถไปไหนเหรอ

คุณแม่ก้อย : ขับไปเรื่อยๆ (หัวเราะ)

เก้า : ด้วยความที่ผมมีแม่คนเดียว เวลาเขาปวดใจ รู้สึกแย่กับชีวิต เขาเหนื่อยเขาอะไร เขาก็ต้องการเราเป็นที่พึ่ง ก็เลยบอกว่าก็ขับดีๆ สบายใจแล้วก็กลับมานะ เราแค่คิดว่าถ้าสบายใจแล้วเดี๋ยวเขาก็กลับ มันก็จะดีของมันเอง พอกลับมาก็หาอะไรกินกัน มาทำกับข้าวให้กิน เนี่ยแหละคำว่าครอบครัว

คุณแม่ก้อย : ไม่ว่าจะอะไรสักแค่ไหน เราจะไม่ลืมความเป็นแม่ จะโกรธ แต่ถึงมื้อทำกับข้าวให้กิน โกรธ งอน ไม่คุย แต่ถึงเวลามีกับข้าวมาวาง ไม่ใช่ว่าเราโกรธแล้วเราไม่ทำ เราโกรธแต่เรายังทำสิ่งนี้ให้เขาเห็นว่า  ไม่เคยลืมนะถึงฉันจะโกรธแค่ไหน

แม่ก้อย-วรณัชชา

เห็นเก้าเคยโดนทำของใส่เหรอแม่?

เก้า : ผมก็เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งเหมือนกัน ช่วงที่โดนโกงจากผู้จัดการเก่า ช่วงนั่นแหละความสัมพันธ์แม่ลูกจะทะเลาะกันมาก

คุณแม่ก้อย : คือเรากลัวการปะทะกับลูก เวลาพูดคุยกัน เราก็จะไว้ใจ ผู้จัดการให้ไปช่วยคุยกับลูกเรา เช่นถามว่าเขากลับรึยัง เป็นห่วง แต่ ผจก. เขาก็จะบิดไปอีกแบบว่า แม่แกโทรมาเช็กแก มันจะเป็นแบบเนี่ย (คนกลางทำพัง)

เก้า : แล้วในเรื่องที่บอกโดนทำของ ตอนนั้นที่เรารู้ว่าโดนเขาโกงเราก็จะเฟดเขาออกไป เพราะเขาก็อาศัยอยู่ในบ้านเราที่เราซื้อ แล้วเราก็เข้าไปเช็กของในบ้านหลังจากที่เขาออกไปแล้ว ก็เจอรูปผม รูปแม่ แล้วก็รูปเขาประกบกัน แล้วมีสายสายสิญจน์พัน มีหมากพลู แม่บ้านที่ผมใช้ให้ไปเช็กเอามาให้ดู ก็เลยรู้ว่าโดนทำของ

คุณแม่ก้อย : ตอนนั้นตั้งสติแล้วก็พูดกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เรื่องเงินเอาไว้ก่อน ดึงเก้ากลับมาก่อน

ตอนนี้มีเก้าแฟนแล้ว เปลี่ยนไปยังบ้าง?

คุณแม่ก้อย : มีแฟนแล้วเหรอ

เก้า : ผมยังไม่ชินเลยเวลามีคนถามมีแฟนแล้วยัง ปกติมันจะตอบอัตโนมัติเลยว่า โสดครับ โสดครับ

คุณแม่ก้อย : คือจริงๆ แล้วเราไม่เคยห้ามเขาเลย ทำอะไรก็แล้วแต่ให้ถามใจตัวเอง แล้วก็มีสติ ไม่ว่าวันนี้จะเป็นยังไง วันข้างหน้าจะเป็นยังไง รักแท้อยู่ตรงนี้นะ (มือชี้ที่หน้าอกตัวเอง)

แม่ทำให้เห็นว่าอะไรรู้ไหม ซิงเกิ้ลมัมทั้งหลายต้องดูเทปนี้ไว้

คุณแม่ก้อย : เราก็เป็นซิงเกิ้ลมัมที่มีแฟนนะ ต้องขอบคุณพี่วีนะคะ คนที่เขาช่วยดูแลเรามาช่วงเวลาหนึ่ง คือเราไม่ใช่ซิงเกิ้ลมัมที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนเลือกได้ คือเราเลือกที่จะเข้าใจเขา แล้วเขาก็เข้าใจเรา

เก้า-จิรายุ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สวยและเก่งได้แม่ “น้องปราง” ลูกสาวสุดเลิฟ “มาดามแป้ง” คว้าปริญญา 2 มหาลัย

หล่อ เก่ง อนาคตไกล! “ปุณณ์ ปุณณกันต์” ลูกชาย นุสบา สอบติดหมอ

เติบโตอย่างสง่างาม เจด้า ณ ลำเลียง ในวัย 22 ปี ลูกสาวคนเก่งของ คุณแม่จีน่า

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!