เลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีผิว

บิวตี้ทริคเลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีผิว เพื่อพวงแก้มสวย เรียวเล็ก และไม่โป๊ะ!

บลัชออน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็ม Must Have ที่สาวๆ ทุกคนควรต้องมี เพราะนอกจากจะทำให้พวงแก้มสวยสดใส ดูมีเลือดฝาดแล้ว ยังช่วยปรับโครงหน้าให้ได้รูป ดูเรียวเล็ก สวยโดดเด่นกว่าที่เคย

แต่เคยไหม…เวลาไปเคาน์เตอร์เครื่องสำอางทีไร เป็นต้องละลานตากับบลัชออนที่มีมากมาย หลายเฉดสี แล้วจะเลือกบลัชออนอย่างไร ให้ได้สีที่ถูกใจและไม่โป๊ะ! พริมพี่_แพรวนิสต้า มีคำแนะนำและทริคดีๆ ในการ เลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีผิว มาฝาก

เพราะการแต่งหน้าถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง Make up is Art อย่างแรกที่ต้องทราบคือ ต้องรู้จักสีผิวของตนเองก่อนว่า เป็นผิวสีอะไร จากนั้นมารู้จักทริคการเลือกสีบลัชออนกัน

  • สาวผิวขาว แนะนำบลัชออนโทนสีชมพู ซึ่งหากเป็นบลัชออนแบบโกลว์ จะช่วยให้ดูอ่อนเยาว์และสดใสมากยิ่งขึ้น

 

  • สาวผิวสีเข้มปานกลาง สามารถเลือกใช้บลัชออนได้ 2 สี คือ สีส้มปะการังและสีแดง โดยเลือกเนื้อสัมผัสแบบกึ่งด้าน (Semi-matte) จะช่วยให้ฟินิชลุคดูละมุนยิ่งขึ้น

 

  • สาวผิวสีเข้ม แนะนำให้เลือกสีบลัชออนโทนสีส้มหรือสีเบจ หรือลองใช้บลัชออนที่มีเนื้อสัมผัสแบบแมตต์ในวันพิเศษ จะช่วยเพิ่มสีสันแบบแฟชั่นนิสต้าได้อีกด้วย

เลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีผิว เลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีผิว เลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีผิว

และทริคสุดท้าย ลองจับคู่บลัชออนกับเมคอัพไอเท็มอื่นๆ ของคุณ เพื่อให้ลุคโดยรวมไปในทิศทางเดียวกัน


ข้อมูล : SUQQU Tips , SUQQU POWDER BLUSH COMPACT
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กรี๊ดดดด..แท่งนี้ต้องมี! Pat Mcgrath Labs x Supreme ปากแดงสวยแพงเกินต้าน

อดใจไม่ช้อปไหวหรือ? บิวตี้ไอเท็ม Fall 2020 มาใหม่จุกๆ หลากหลายแบรนด์ดัง

วิธีลดและป้องกัน Maskne สิวที่เกิดจากแมสก์ ปัญหาผิวยอดฮิตในยุคนิวนอร์มัล

 

 

 

NEW MG HS

ซูมดีเทล NEW MG HS รถยนต์ SUV พรีเมียมอย่างคุ้มค่าด้วยนิยาม ELEGANCE

แพรวดอทคอม พาไปซูมดีเทลแบบเจาะลึกของ NEW MG HS รถยนต์ SUV ซึ่งตอบโจทย์ความสวยงาม ความหรูหราพรีเมียม และความคุ้มค่าได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ ภายใต้นิยาม ELEGANCE

เพราะ “รถยนต์” เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจที่จะพาเราเดินทางไปทุกหนทุกแห่ง อีกทั้งยังเป็นเครื่องสะท้อนตัวตน และบ่งบอกไลฟ์สไตล์ ดังนั้นการเลือกใช้รถสักคัน จึงต้องค้นหาที่ใช่ที่สุดให้กับตัวเอง จริงไหมล่ะคะ

สำหรับใครที่เห็นด้วย และกำลังมองหารถที่สมบูรณ์แบบมาเป็นเพื่อนคู่ใจ ทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงาม ความหรูหราพรีเมียมแบบเหนือระดับ และความครบครันคุ้มค่า แพรวดอทคอม ขอเรคคอมเมนด์รถ SUV คันนี้เลย NEW MG HS ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์สุดเริ่ดอย่าง ELEGANCE ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความสำเร็จ แสดงถึงรสนิยมสุดลักซ์ชัวรี่ และบ่งบอกตัวตนที่เพอร์เฟ็กต์ของผู้ขับขี่ ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกด้าน

NEW MG HS

ความ ELEGANCE แรกของ NEW MG HS ที่สะกดสายตาตั้งแต่แรกเห็น คือดีไซน์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน โดยผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่โชว์ความโค้งมนของตัวรถ

NEW MG HS

กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะของ MG มาพร้อมแนวคิด Stella Magnetic Field ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector แถมด้วยไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน ไฟท้ายแบบ Space Light Field อีกทั้งยังมาพร้อมกับไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential เพิ่มความหรูหราอีกระดับด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น C

NEW MG HS

ส่วนภายในห้องโดยสารดีไซน์สวยหรูแบบเล่นระดับ โค้งมนโอบรับสรีระ ตกแต่งด้วยวัสดุที่ให้สัมผัสนุ่ม ครอบคลุมถึงคอนโซลหน้า แผงประตูด้านหน้าและหลัง  เพิ่มความพรีเมี่ยมด้วยเบาะนั่งคู่หน้าที่ปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดง และมีส่วนที่หุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น  X)

NEW MG HS

NEW MG HS

ส่วนเบาะหลังก็นั่งสบาย โดยปรับพับได้แบบ 60:40 และมาพร้อมพนักพิง อีกทั้งยังปรับองศาได้ และมีที่วางแขนขนาดใหญ่ เริ่ดหรูยิ่งขึ้นด้วยไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตู และสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี เยอะมากแม่! แถมยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ได้อีกด้วย และโดนใจสายชิลแบบสุดๆ ด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร

NEW MG HS

NEW MG HS

นอกจากนี้ NEW MG HS ยังมาพร้อมกับความคุ้มค่า ด้วยการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกขณะขับขี่ไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi-Function  Display ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ที่มาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง กุญแจระบบ Smart Key และปุ่ม Push Start อีกทั้งยังติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

NEW MG HS

สำหรับรุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ อีกทั้งขับสนุกด้วยปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น

NEW MG HS

ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ถือเป็นอีกหนึ่งความ ELEGANCE ด้านความคุ้มค่าของ NEW MG HS ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Command ระบบสั่งการที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย แถมมีฟังก์ชั่นการสั่งการที่หลากหลาย เช่น การโทรออก การควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ รวมถึงช่วยค้นหาจุดหมายปลายทางผ่าน Navigator เพื่อวางแผนการเดินทาง และสามารถสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

NEW MG HS

มาต่อกันที่ฟีเจอร์ Smart Connect ที่สามารถค้นหาเพลงฮิตผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารดัง สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารผ่านหน้าจอในรถ อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนสั่งการล็อกหรือปลดล็อกประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ ช่วยค้นหาศูนย์บริการ และบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ

NEW MG HS

ความ ELEGANCE ที่จะขาดไม่ได้เด็ดขาดสำหรับรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ คือระบบความปลอดภัยชั้นเยี่ยม โดย NEW MG HS มาพร้อมกับระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ที่แข็งแกร่ง และติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป หรือ Advanced Synchronized Protection System มากถึง 25 ระบบ ได้แก่ ระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ เช่น ระบบควบคุม การเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

NEW MG HS

นอกจากนี้ NEW MG HS ยังมีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 11 ระบบ ประกอบด้วย ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถคันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) 

NEW MG HS

ที่ขาดไม่ได้เลย คือการเสริมความปลอดภัยอีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด และเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ 

NEW MG HS

ทั้งหมดนี้คือความ ELEGANCE ของ NEW MG HS ที่ แพรวดอทคอม การันตีความดีงามมาฝากกัน เพราะซูมมาแล้วว่าเริ่ดตอบโจทย์คนที่ต้องการรถคู่ใจที่สวยงาม หรูหรา และคุ้มค่า เรียกว่าครบจบในคันเดียว โดยเฉพาะคนที่ชอบรถยนต์ SUV เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  รับรองว่าโดนใจใช่เลยแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจ สามารถตามไปสัมผัสและทดลองขับ NEW MG HS ได้เลยที่โชว์รูม MG ทุกสาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือคลิก https://bit.ly/34kWAi5

 

อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับ MG
เอ็มจี เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรก “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ตอกย้ำความมั่นใจรถกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER พร้อมนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมและหลากข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2019

ของดีจากเหล่าเซเลบฯ แบรนด์เนมน่าช้อป ราคาช็อกทุกไอเท็ม!

ต้องไปแล้วแม่! ช้อป แบรนด์เนม ราคาช็อก ที่งาน CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy

งานดีๆ ที่อยากชวนให้คุณมา CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy โดย นิตยสารแพรว ร่วมกับ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชวนคุณมาช้อปสินค้าคุณภาพ โปรโมชั่นดีๆ กว่า 200 ร้านค้า จากผู้ประกอบการธุรกิจ กลุ่มเกษตรกร และชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมมือสอง จากเหล่าเซเลบริตี้ สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ ราคาดี ที่คัดมาแล้วว่าเริ่ด!

ที่บอกมาไม่ได้โม้จริงๆ นะ เพราะงานนี้คัดแล้วคัดอีก โดยเฉพาะของแบรนด์เนมที่ไม่มีที่ไหนให้ราคาดีแบบนี้แน่นอน และทั้งหมดก็เป็นของมือสองจากเหล่าเซเลบริตี้ที่การันตีได้เลยว่าของแท้ทุกชิ้น และมีหลากหลายแบรนด์ดังระดับโลกให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Chanel, Louis Vuitton, Saint Laurant, Balenciaga, Gucci, TOD’S, FENDI

แค่พูดชื่อก็ว้าวแล้ว และงานนี้ไม่ได้มีเพียงของแบรนด์เนมคุณภาพราคาน่าช้อปเท่านั้น  ยังได้ฟิน & ได้บุญ ไปพร้อมๆ กัน กับกิจกรรมประมูลของรักชิ้นพิเศษจาก 9 หนุ่มฮ็อต “จิมมี่ – ทอมมี่ – ซี, บุ๋น – เปรม, โอห์ม – ฟลุ้ค และหยิ่น – วอร์” ซึ่งรายได้จากการประมูลสมทบทุน มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ มอบให้ มูลนิธิชัยพัฒนา ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากวง 60 mile, เอิ๊ต ภัทรวี, วง Rooftop และนนท์ ธนนท์

งานนี้มีตั้งแต่ วันที่ 26 – 30 ส.ค. 63 @ ชั้น G Central Embassy นะ พลาดแล้วพลาดเลย งานดีๆ แบบนี้ แพรวจัดให้ไม่ผิดหวังแน่นอน

#PraewXEmbassy #Cheerity2020 #CheerForCharity #CentralEmbassy #Praewmag #นิตยสารแพรว


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แพรว x เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy

5 เคล็ดลับ ที่จะทำให้คุณเลือกซื้อ กระเป๋าแบรนด์เนม ใบแรกง่ายขึ้น

เสียตังค์ได้ แต่อย่าเสียรู้! 7 จุดสังเกต กระเป๋าแบรนด์เนม แท้หรือปลอม

แพรว x เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy

แพรว x เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy

“CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy” ชวนทุกคนมาเชียร์ ช้อป แชร์ ร่วมสนับสนุน Local Business ไปด้วยกัน

จากความตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจ ชุมชนท้องถิ่น และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้เดินหน้าต่อไปได้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมเปิดพื้นที่ทั่วศูนย์การค้าฯ จัดงาน “CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy” งานแฟร์ที่ชวนทุกคนมาร่วมเชียร์ ช้อป แชร์ เพื่อเป็นกำลังใจและร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน โดยจะจัดแบ่งงานออกเป็น 2 เฟส คือ ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม และ 7-13 กันยายน 2563

โดยในเฟสแรก เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้เปิดพื้นที่ภายในศูนย์ฯ ตั้งแต่บริเวณชั้น G จนถึง OPEN HOUSE ชั้น 6 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ ให้กับเหล่าผู้ประกอบการ พร้อมจับมือกับ 6 กลุ่มพันธมิตร ได้แก่ นิตยสารแพรว, BKKMENU, SpicyDisc, Intersect Design & Factory, นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงภาคประชาชน ร่วมด้วย ตลาดรวมใจ ไทยช่วยไทย จัดโดย กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกันสร้างโอกาสและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มเกษตรกร และชุมชน กว่า 200 ร้านค้า นำสินค้ามาออกบูธเพื่อเสนอขายสินค้า นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมินิคอนเสิร์ตและกิจกรรมระดมทุนจากเหล่าศิลปินชื่อดัง ตลอดจนการร่วมบริจาคของร้านค้าและประชาชน เพื่อนำรายได้ร่วมสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ผ่านทางมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษจากศูนย์การค้าฯ เฉพาะภายในงาน

 

เริ่มที่ชั้น G ในธีม ‘Pink Syndicate’ กับ CELEBRITY AUCTION & MARKET with PRAEW magazine พบกับร้านค้าจากเหล่าเซเลบริตี้คนดังมากมาย อาทิ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล, บุษกร วงศ์พัวพันธุ์, เกริกพล–นาตาลี มัสยวาณิช, พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์, กรัชเพชร อิสสระ, พิมพ์พยัพ–พลอยพยัพ ศรีกาญจนา ฯลฯ พร้อมใจกันนำสินค้าและของรักของหวงมาร่วมจำหน่ายกิจกรรมประมูลการกุศลของรักของหวงจากเหล่านักแสดงคู่จิ้นแห่งปี 2020 โดยในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. เวลา 16.00–17.00 น. พบกับ จิมมี่-กานต์ กฤษณะพันธ์, ทอมมี่-สิทธิโชค เผือกพูลผล และ ซี-พฤกษ์ พานิช จากซีรี่ย์ Why R U The Series ที่จะร่วมนำของรักของหวงมาประมูล และวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. เวลา 16.00-19.00 น. พบกับ บุ๋น นพณัฐ กันทะชัย, เปรม วรุศ ชวลิตรุจิวงษ์, โอห์ม ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ, ฟลุ้ค ณธัช ศิริพงษ์ธร จากซีรี่ย์ Until We Meet Again ปิดท้ายด้วย หยิ่น อานันท์ ว่อง และ วอร์ วนรัตน์ รัศมีรัตน์ จากซีรี่ย์ En of love ทั้งนี้ ได้คำนึงถึงมาตรการความปลอดภัย จึงกำหนดให้ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมประมูล สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เป็น 1 ใน 50 ท่านแรก และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทางแฟนเพจ www.facebook.com/centralembassy อีกทั้ง ภายในงานยังมีการจำหน่ายเสื้อยืด T-shirt ราคาตัวละ 350 บาท มีให้เลือก 2 ลาย ที่ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนาอีกด้วย พร้อมเพลิดเพลินกับมินิคอนเสิร์ตจาก นนท์ ธนนท์, เอิ๊ต ภัทรวี และศิลปินจากค่าย SpicyDisc ไม่ว่าจะเป็นวง 60Miles และ Rooftop ที่จะมาร่วมส่งมอบความสุขและความสนุกบนเวที

แพรว x เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy

จากนั้นที่ชั้น 2 ช้อปสินค้าและหลากหลายผลิตภัณฑ์คุณภาพ ในโซน “ตลาดรวมใจ ไทยช่วยไทย” จัดโดย กลุ่มเซ็นทรัล ในธีม ‘Green House’ รวมสินค้าดีจากใจคนไทยกว่า 100 รายการ จาก กลุ่มเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อร่วมพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ตอบโจทย์การสร้างอาชีพเสริมรายได้ ตามยุทธศาสตร์ Rebuild Thailand Rebuild Economy โดยมีสินค้าไฮไลต์ อาทิ น้ำพริกนรกไข่ปูเนื้อปู เจ้าเดียวในประเทศ ของกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาชุมชนตำบลบางแก้ว จ.เพชรบุรี ข้าวเม่าหอม จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนม่วง จ.มหาสารคาม ทำจากข้าวเหนียวพันธุ์ดี นำมาแปรรูปด้วยกรรมวิธีท้องถิ่น ได้ข้าวเม่าหอมอร่อย กระเป๋าแฮนด์เมดรักษ์โลก จากแบรนด์ WISHULADA (วิชชุลดา) นำเสนองานศิลปะเพื่อกระตุ้นสิ่งแวดล้อม กระเป๋าดีไซน์เรียบง่าย จาก SALETE (สะเลเต) ที่เผยความงามของผ้าไหมและผ้าทอในมุมมองใหม่ งานแฮนด์เมดหัตถกรรมชุมชน แบรนด์ Good Goods นำเสนอภูมิปัญญาไทยผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัย ทั้งเสื้อ กระเป๋า และอื่นๆ

แพรว x เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน CHEERITY: Let’s Cheer up together at Central Embassy

ถัดมาที่ชั้น 3 พบกับมาร์เก็ตของเหล่านักธุรกิจรุ่นใหม่ ในธีม ‘Red-ucation Student’ โดยกลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมหลากหลายสินค้าและไอเดีย กว่า 20 ร้าน ทั้งแฟชั่น แอกเซสเซอรีเก๋ๆ ของใช้ในบ้าน รวมถึงขนมและเครื่องดื่ม ให้ทุกคนได้เลือกช้อปเพลิน ทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดเล็กได้มีโอกาสเติบโตอีกด้วย

แวะมาเติมพลังให้อิ่มท้องพร้อมช้อปต่อกันที่ชั้น 4 และชั้น 5 กับฟู้ดมาร์เก็ต ในธีม ‘Yellow Mellow’ โดยผู้นำด้าน Food & Lifestyle อย่าง BKKMENU ได้คัดสรรหลากหลายเมนูแสนอร่อย โดยร้านอาหาร ร้านขนมเบเกอรี่ และคาเฟ่ชื่อดังจาก IG กว่า 60 ร้านค้า ที่ใครเห็นก็อยากลอง อาทิ หางเครื่อง by ต้นเครื่อง, รสฤดี, Midnight Madness, PASH Juices, KOKOPAN, greenlicious_bkk ฯลฯ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับร้านค้าเหล่านี้

ขึ้นมาที่ OPEN HOUSE ชั้น 6 ตลาดนัดสินค้าสุดครีเอทีฟ และสินค้าแฮนด์เมด ในธีม ‘Blue Print’ โดย Intersect Design & Factory โซนสำหรับผู้ที่รักงานดีไซน์ มาเดินช้อปของแต่งบ้าน เลือกสรรงานศิลปะ เครื่องประดับ และสินค้าหลากสไตล์ พร้อมสร้างสีสันและบรรยากาศเพลิดเพลินไปกับวงดนตรี ไม่เพียงเท่านั้น ในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่ เวลา 12.00–18.00น. สนุกกับเวิร์กช็อป Cheese Pie Cake ตกแต่งและออกแบบชีสเค้ก และการแต่งหน้าเค้กในรูปแบบของตนเอง (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

อีกทั้งสนุกไปกับกิจกรรมที่มาพร้อมกิมมิกเก๋ ๆ อาทิ “Cheerity Photo Booth” ที่ชั้น 3 เปลี่ยนทุกแชะของคุณให้กลายเป็นการเชียร์ผ่านรูปถ่าย, “Cheerity Workshop” ที่ชั้น 4 กิจกรรมเวิร์กช้อปสกรีนลายลงบนผ้ากันเปื้อนตามแบบ เพียงร่วมบริจาคเงิน 100 บาท เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา และเมื่อสะสมแสตมป์ผ่านใน LINE @CentralEmbassy ครบ 2 ดวง จากการเข้าร่วมทั้ง 2 กิจกรรมดังกล่าว รับฟรีของรางวัล สายคล้องหน้ากาก มูลค่า 100 บาท (จำนวน 300 รางวัล) อีกทั้ง เพียงแต่งตัว Dress Code จากธีมสีของงาน (ชมพู/เขียว/แดง/เหลือง/น้ำเงิน) ที่คุณชื่นชอบ รับเพิ่มของที่ระลึกพวงกุญแจ Life Quest สุดน่ารักไปเลย! รวมทั้งยังมี “Cheerity Stand” ที่ชั้น 6 แลนด์มาร์คที่ให้ทุกคนมาร่วมถ่ายรูปบนแสตนเชียร์เพื่อร่วมส่งกำลังใจ

นอกจากนี้ ทุกคนยังสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมระดมทุน “Share to Cheer” ผ่านทางโซเชียลมีเดีย www.facebook.com/centralembassy ซึ่งทุกๆ ยอดแชร์โพสต์ภาพโปรโมทงานของคุณจะกลายเป็นยอดเชียร์และเงินบริจาค โดย เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จะร่วมสมทบทุน จำนวน 10 บาท ต่อ 1 แชร์

ตลอดจนพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ รับคืนรวม 2,000 บาท เมื่อช้อปสินค้าจากร้านค้าภายในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไข รับฟรี Central Embassy Voucher  มูลค่า 1,000 บาท และรับ Central Gift Voucher เพิ่มอีก 1,000 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Central The 1 ครบ 10,000 บาทขึ้นไป (200 รางวัล) และสิทธิพิเศษต่างๆ จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

สำหรับในเฟสที่สอง พบกับงาน “SACICT เพลิน CRAFT” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน 2563 โดย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ร่วมกับ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และกลุ่มศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป โดยจะเปิดพื้นที่บริเวณชั้น G ให้กลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม นักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมร่วมสมัยของ SACICT นำความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยที่ถูกประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนเมือง และงานหัตถกรรมทั้งแบบดั้งเดิมที่มีความประณีต สวยงาม และงานคราฟต์ร่วมสมัยมาจำหน่ายภายในงานอีกด้วย

ทั้งนี้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้จัดเตรียมงานภายใต้มาตรการการป้องกันตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างรัดกุม เพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ที่มาร่วมงาน วางใจได้ถึงความปลอดภัย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคัก พร้อมเป็นกำลังใจให้คนไทยสู้ต่อ จนผ่านพ้นทุกปัญหาไปด้วยกันได้ในที่สุด


 

ตู่ – นันทิดา แก้วบัวสาย เชิญชวนแฟนคลับและผู้สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “ให้” ด้วยการสมทบทุนซื้อ “Postcard Nantida 1960”

ตู่ – นันทิดา แก้วบัวสาย เชิญชวนแฟนคลับและผู้สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “ให้” ด้วยการสมทบทุนซื้อ “Postcard Nantida 1960”

โปสการ์ดบอกเล่าเรื่องราวความทรงจำสุดพิเศษของ ตู่ นันทิดา ในกลิ่นอายยุค 60s จำนวน 10 ภาพ บรรจุในกล่องดีไซน์สวยหรู จำหน่ายเซตละ 490 บาท รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบทุนการสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช เปิดสั่งจองตั้งแต่ วันนี้ – 26 สิงหาคม 2563

สนใจสั่งจองหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม แอดไลน์ @60Nantida (มีแอดด้านหน้า) หรือ คลิก

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ไม่มีที่สิ้นสุดไปด้วยกันนะคะ

เซเลน่า โกเมซ เลือกชุดให้ Blackpink ในเพลงใหม่

เป็นทุกอย่างแล้ว! เซเลน่า โกเมซ ทำหน้าที่สไตลิสต์ Blackpink ในเพลงใหม่

ทำทุกอย่างแล้ว ล่าสุด เซเลน่า โกเมซ สวมบทสไตลิสต์ ติดต่อร้านเสื้อผ้าหาคอสตูมให้ Blackpink ใส่ในผลงานเพลงใหม่ที่ทำร่วมกัน

เชื่อว่าหลายคนรอคอยอย่างมากกับผลงานเพลงใหม่ของ Blackpink และนักร้องดังระดับโลก เซเลน่า โกเมซ ที่ทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกในชื่อเพลง Ice Cream ซึ่งจะออกมาให้ทุกคนได้รับชมกันในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมนี้แล้ว

โดยเซเลน่าได้รับคำชื่นชมจากแฟนๆ ของ Blackpink เป็นอย่างมาก เพราะเธอคอยโปรโมตเพลงใหม่ที่กำลังจะปล่อยเร็วๆ นี้บนอินสตาแกรมส่วนตัวที่มีผู้ติดตามสูงถึง 189 ล้านคน ทำให้ชื่อของ Blackpink เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น จนบลิ๊งค์พากันแซวว่าเซเลน่าเป็นเหมือนพีอาร์และขายของเก่งมาก

ล่าสุดเซเลน่าก็สร้างความประทับใจอีกครั้ง เมื่อร้านเสื้อผ้า Shop Fluffy ได้เผยว่าเซเลน่าเป็นคนติดต่อทางร้าน เพื่อเลือกชุดให้กับสาวๆ Blackpink ได้ใส่ในเพลงใหม่ด้วยตัวเอง และความพิเศษคือรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลืองานการกุศลของ Black Live Matter อีกด้วย

งานนี้แฟนๆ จะเห็นชุดน่ารักๆ เหล่านั้นในภาพทีเซอร์ที่ทางค่าย YG ได้ปล่อยออกมาให้ชมกันแล้ว โดยค่ายได้บอกว่าเพลง Ice Cream จะทำให้แฟนๆ รู้สึกละลายไปกับทั้ง 5 สาว แต่ก็จะทำให้พวกคุณตาร้อนผ่าวได้เช่นกัน หลังจากเห็นภาพทีเซอร์แล้ว ก็บอกได้เลยค่ะว่าทางค่ายไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะลุคของสาวๆ สวยละลายจริงๆ แถมยังมีกลิ่นอายของยุค 90s รับรองว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ออกมาแล้วเปรี้ยงแน่นอน

ชุดของโรเซ่มาจากร้าน why not us

ภาพ : IG@blackpinkofficial , FB Selena Gomez

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่ตรงปกก็ Sold Out ได้ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ใส่เสื้อกลับด้าน เบรกความเซ็กซี่

นี่แหละทางถนัด ‘ซงฮเยคโย’ ในลุคเรียบเท่ ดูสบาย แต่งตัวน้อยๆ แต่สวยปังมาก

นางแบบหรือจะสู้ ‘จ้าวลี่อิ่ง’ ตัวแม่แห่งแดนมังกร สวยสง่าออกอีเว้นต์ทั้งทีต้องปัง!

 

มิโด อวดโฉมเรือนเวลาใหม่ล่าสุดจากตระกูล มัลติฟอร์ท เพียง 999 เรือนทั่วโลก 

ครั้งแรกกับ Skeleton Style เผยกลไกภายในซับซ้อน ผสานดีไซน์ประวัติศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง Hypnotic skeletonisation – กลไกภายในชวนให้หลงใหล

มิโด (Mido) เผยโฉมเรือนเวลาใหม่ล่าสุดจากตระกูล Multifort ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 999 เรือนทั่วโลก  Multifort  Mechanical Skeleton Limited Edition ผลลัพธ์จากการผสมผสานความล้ำค่าแสนพิเศษ ประวัติศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง
กลไกเรือนเวลาสวยงามสลับซับซ้อน ประกอบด้วยตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบ PVD สีดำ เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 44 มม. หน้าปัด เพื่อเผยความสวยงามของกลไกภายในตกแต่งด้วยลวดลาย Geneva stripes อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่น Multifort เป็นครั้งแรกที่มิโดได้เผยความเป็นผู้ชำนาญการรังสรรค์นาฬิกาอย่างเต็มรูปแบบ ตัวเรือนหรูหราด้วยส่วนประกอบแสนพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 999 เรือนทั่วโลก นี่คือความลงตัวเปี่ยมด้วยพลังงานที่จะทำให้หัวใจของผู้ที่หลงใหลความพิเศษสั่นระรัว

Defying Time – ท้าทายกาลเวลา

คอลเลคชั่น Multifort ของมิโดได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ทั้งคอลเลคชั่น Multifort และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์คือความร่วมสมัย เพราะทั้งสองต่างถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1930s ด้วยการสอดประสานอันสมบูรณ์แบบของสไตล์ที่มาพร้อมแก่นสาร การใช้งานที่คำนึงถึงสุนทรียศาสตร์ มิโดเฉลิมฉลองความแข็งแรงทนทานของสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ด้วยดีไซน์โดดเด่นสะท้อนถึงที่มาแห่งแรงบันดาลใจ Geneva stripes เอกลักษณ์ของรุ่น Multifort ชวนให้นึกถึงสายเคเบิลที่ยึดโยงแนวสะพาน ส่วนความทนทานและความเป็นมาของคอลเลคชั่น ซึ่งได้รับการรังสรรค์ตลอด 85 ปีที่ผ่านมายังแสดงให้เห็นว่า  Multifort คือเรือนเวลาที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน

Hypnotic skeletonisation – กลไกภายในชวนให้หลงใหล

เปรียบดั่งเทียบเชิญให้ดำดิ่งลงลึกถึงกลไกการรังสรรค์นาฬิกามีบาลานซ์สปริงเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งเปล่งประกายผ่านวงแหวนของดีไซน์แบบเปลือยกลไกภายในสีดำสนิทตกแต่งด้วย Geneva stripes แผ่นเพลทของ Multifort Mechanical Skeleton แสดงให้เห็นการทำงานของฟันเฟืองเข็มชั่วโมงและนาทีมีเหลี่ยมมุมสามด้าน ตกแต่งด้วย Super-LumiNova® สีขาว โดดเด่นท่ามกลางกลไกการทำงาน เช่นเดียวกับเข็มวินาทีขนาดเล็กรูปทรงไดมอนด์คัทที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา หน้าแปลนบอกชั่วโมงเป็นสีขาวตัดกับพื้นหลังสีดำ ปิดท้ายความงามอันทรงเสน่ห์ด้วยคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อนแสงทั้งด้านในและด้านนอกเพื่อให้สามารถดูเวลาได้จากทั้งสองด้าน

Mechanical beauty – กลไกอันงดงาม

Multifort Mechanical Skeleton ที่เผยการทำงานของกลไกภายในเป็นครั้งแรกสำหรับมิโด ได้นำขนบการรังสรรค์เรือนเวลามาสู่ข้อมือผู้สวมใส่สืบทอดโดยตรงมาจากกลไกการทำงานสำคัญแบบสวิสที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงปี 1950s (ETA 6498-1) โดดเด่นทั้งเรื่องความทนทานและความไว้วางใจได้ระบบการทำงานแบบไขลานช่วยให้ผู้เป็นเจ้าของรู้สึกผูกพันต่อนาฬิกามากขึ้น หลังจากกำลังลานสำรอง 46 ชั่วโมงหมดลงระบบไขลานจะช่วยให้บาลานซ์สปริงทำงานอีกครั้งเมื่อหมุนเม็ดมะยมส่วนบริเวณด้านหลังการตกแต่งแบบดั้งเดิมประกอบด้วยการขัดมุมและ Geneva stripes เสริมให้ส่วนประกอบที่เคลือบโรเดียมดูเป็นประกาย

มิโดนำเสนอลักษณะทางเทคนิคของ Multifort Mechanical Skeleton Limited Edition ในตัวเรือนไทเทเนียมล้ำค่า บางเบา
และทนทานต่อการสึกกร่อน ขอบตัวเรือนขัดเงา บริเวณด้านข้างขัดลายซาตินเคลือบสีดำ PVD สลักหมายเลขประจำตัวเรือนด้านหลังบ่งบอกถึงหมายเลขประจำเรือนที่มีจำนวนจำกัด 999 เรือน ทุกเรือนบรรจุในกล่องที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษพร้อมระบุหมายเลข
ตอกย้ำความพิเศษล้ำค่าที่มีจำนวนจำกัด สายคาดข้อมือผ้าสีดำมาพร้อมหัวเข็มขัดไทเทเนียม คุณสมบัติกันน้ำของนาฬิกาทนต่อระดับแรงดันถึง 10 บาร์ (100 เมตร/330 ฟุต)

สีดำล้วนของ Multifort Mechanical Skeleton สะท้อนถึงชั้นเชิงแห่งความงามชวนให้หลงใหล มาพร้อมกับขนบดั้งเดิมแห่งการรังสรรค์เรือนเวลาควบคู่กับการใช้นวัตกรรมปัจจุบันพบกับผลงานดีไซน์สุดล้ำค่าจากมิโด ได้ที่เคาน์เตอร์มิโด ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ราคา 68,900 บาท

‘ฟรีสแลนด์คัมพิน่า’ สานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม เข้ารับประกาศนียบัตร โครงการนำร่องซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฯ

กรุงเทพ – บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “โฟร์โมสต์” พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจระดับโลกในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเข้าร่วมในโครงการนำร่องทดสอบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โครงการฯ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้ริเริ่มดำเนินโครงการนำร่องทดสอบระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมหากภาครัฐมีการขับเคลื่อนให้นำระบบดังกล่าวมาใช้ในอนาคต โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายสันติชัย ศิลป์งามเลิศ และ นายสงกรานต์ ปิยะวงศ์รุ่งเรือง ฝ่ายความปลอดภัยชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ได้เข้ารับประกาศนียบัตรจากประธานในพิธีฯ ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้องอินฟินิตี้ โรงแรม พลูแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ 

นายสันติชัย ศิลป์งามเลิศ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ มีนโนบายและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งผลดีต่ประเทศไทยโดยองค์รวม เราดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas : GHG) จากกิจกรรมต่างๆของบริษัทฯ ทั้งโดยทางตรงได้แก่ การเผาไหม้เชื้อเพลิง และการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย และทางอ้อมได้แก่ การจัดการน้ำนมโคสดที่รับจากสหกรณ์โคนม ทั้งนี้เพื่อควบคุม และลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา 2562 ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG ได้ถึง 6.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวโน้มที่ดีทั้งในเรื่องการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” 

แนนโน๊ะ

ดาร์คกว่าเดิม! แนนโน๊ะ กลับมาอีกครั้ง กับเด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2

เตรียมพร้อมชุบชีวิต ‘แนนโน๊ะ’ กลับมาอีกครั้ง กับ เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere S2)

Netflix ประกาศสร้าง เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere S2) ภายใต้ความร่วมมือกับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พร้อมเดินหน้าเริ่มถ่ายทำตอนแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา

Girl From Nowhere Season 2

จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ “เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์” ซีซั่น 1 เมื่อเข้าฉายใน Netflix ทั่วโลก ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม ด้วยพล็อตที่แปลกแหวกแนว ผนวกความแรงของประเด็นสังคม รวมถึงคาแร็กเตอร์ “แนนโน๊ะ” สาววัยรุ่นสุดหลอนและหลุดโลกเกินคาดเดา ทำให้ Netflix เดินหน้าประกาศทุ่มทุนสร้าง เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere S2) ชุบชีวิตแนนโน๊ะขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อกลับมากระชากหน้ากากสังคมจอมปลอม ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วโรงเรียนอีกต่อไป โดยแรงบันดาลใจของเรื่องราวในแต่ละตอนมาจากเค้าโครงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

แนนโน๊ะ
Girl From Nowhere Season 2

เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere S2) เดินหน้าเปิดกล้องถ่ายทำตอนแรกไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยในซีซั่น 2 นี้ แนนโน๊ะ ยังคงรับบทโดย คิทตี้ – ชิชา อมาตยกุล คนเดิม แต่เข้มข้นด้วยดีกรีความดาร์คขั้นกว่า โดยเธอได้เผยถึงความรู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับการกลับมารับบท แนนโน๊ะ อีกครั้งว่า

“ตั้งแต่เด็กใหม่ ซีซั่น 1 ได้ฉายบน Netflix คิทก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ และขอบคุณสำหรับเสียงตอบรับที่ดี คิทเองดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน และยังมีโอกาสได้ฉายไปทั่วโลก ขอบคุณการสนับสนุนของทุกคนเลยค่ะ ที่ทำให้แนนโน๊ะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอน”

แนนโน๊ะ
Girl From Nowhere Season 2

เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere S2) นำเสนอเรื่องราวในรูปแบบ Mystery Fantasy Thriller โดยสามารถรับชมได้เฉพาะใน Netflix เท่านั้น นำแสดงโดย ชิชา อมาตยกุล กำกับโดย 5 ผู้กำกับมากฝีมือ ได้แก่ ไพรัช คุ้มวัน (เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์, สยามสแควร์) คมกฤช ตรีวิมล (เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์, เพื่อนสนิท, สายลับจับบ้านเล็ก) สิทธิศิริ มงคลศิริ (เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์, แสงกระสือ) จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์, กักตัว สตอรี่)  ปวีณ ภูริจิตปัญญา (สี่แพร่ง, บอดี้ศพ#19)

ไพรัช คุ้มวัน
ปวีณ ภูริจิตปัญญา
จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์
คมกฤช ตรีวิมล
สิทธิศิริ มงคลศิริ

สามารถรับชมคลิปวิดีโอประกาศการกลับมาของ เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere S2)  ได้ ที่นี่
สามารถรับชม เด็กใหม่ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 1 (Girl From Nowhere S1) บน Netflix ได้ที่ ที่นี่


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดประวัติ 7 หนุ่มหน้าใสจาก ดั่งลมหายใจ Oxygen The Series

8 โมเม้นต์ละลายหัวใจในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน

วาสนารัก อีกหนึ่งผลงานจักรวาลนครสวรรค์ของ จุฬามณี

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวสายเฮลตี้

5 สถานที่ท่องเที่ยวสายเฮลตี้ ออกกำลังกายได้แม้ตอนไปเที่ยว

ใกล้จะถึงหยุดยาว ชดเชยวันสงกรานต์ปีนี้แล้ว ใครที่เริ่มมองหาที่เที่ยว แต่ก็รักสุขภาพและรูปร่างด้วย แพรวดอทคอม มี 5 สถานที่ท่องเที่ยวสายเฮลตี้ ออกกำลังกายได้แม้ตอนไปเที่ยวมาแนะนำค่ะ

แม้ก่อนหน้านี้ที่ทั้งโลกต้องหยุดชะงักเพราะโควิด กิจวัตรประจำวันอย่างการออกกำลังกายที่หรือการเข้าฟิตเนตก็จำเป็นต้องหยุดลงไปด้วย ผู้คนทั่วโลกต้องหันมาออกกำลังกายที่บ้านเพื่อให้ยังคงฟิตและมีสุขภาพที่ดีที่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายทั้งตัวแบบ HIIT การเล่นหน้าท้อง หรือการเล่นโยคะ คนทั้งโลกต่างพยายามสรรหาการออกกำลังกายแบบสร้างสรรค์ให้หุ่นตัวเองยังเป๊ะแม้ต้องอยู่แต่บ้าน

ก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ผลสำรวจของ Booking.com ชี้ให้เห็นว่าการมีร่างกายที่ฟิตระหว่างเดินทางเป็นอีกหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของนักเดินทางส่วนใหญ่ทั่วโลก (57%) และยังเป็นแรงบันดาลใจของนักเดินทางชาวไทยถึง 79% ขณะนี้ประเทศได้ผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางท่องเที่ยวต่างๆ และนักท่องเที่ยวสามารถออกไปท่องเที่ยวในประเทศได้แล้ว จึงขอเสนอ 5 สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายเฮลตี้ พร้อมที่พักที่มาพร้อมกิจกรรมสำหรับการออกกำลังกายสุดคูล เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวไทยได้ไปออกกำลังกายภายใต้บรรยากาศใหม่ๆ นอกจากในบ้านของตัวเองกันบ้าง

เกาะสมุย

มวยไทย นับเป็นกีฬาประจำชาติไทย หากนักเดินทางคนไหนต้องการมาฝึกศิลปะแม่ไม้มวยไทย อย่าพลาดเดินทางไปเยือนเกาะสมุยที่แสนงดงามและชมการต่อยมวยที่จัดขึ้นเป็นประจำบนเกาะ สำหรับผู้เดินทางที่ต้องการฝึกฝนทักษะการต่อยมวยระหว่างทริป บนเกาะก็มียิมหลายแห่งให้ไปฝึกต่อยมวยได้ นอกจากคลาสสอนต่อยมวยแล้วที่นี่ยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดแสนสวยอันเลื่องชื่อ ต้นมะพร้าวที่ขึ้นอยู่มากมาย ป่าฝนตามขุนเขา ตลอดจนร้านอาหารและบาร์ที่หลากหลาย จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผ่อนคลายด้วยเช่นกัน

ที่พักแนะนำ: เพียงขับรถไปไม่นานจากหาดเชิงมนก็จะพบกับ Samujana Villas ซึ่งให้บริการวิลล่าสุดหรู 23 หลัง พร้อมด้วยสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบอินฟินิตี้ไร้ขอบ ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยแบบโมเดิร์น และมีวิวน่าทึ่ง วิลล่าแต่ละหลังมีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ทำครัวครบครัน รวมทั้งพื้นที่ทานอาหาร ระเบียง และเฉลียงที่สามารถมองเห็นทะเลจึงทำให้การตื่นมารับแสงอาทิตย์ยามเช้านั้นมีบรรยากาศที่ดียิ่งขึ้น ในระหว่างที่เข้าพักผู้เดินทางยังสามารถเพลิดเพลินกับบทเรียนมวยไทย ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ในที่พักซึ่งรวมถึงเทนนิสและโยคะ นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงยังมีกิจกรรมอย่างการเล่นวินเซิร์ฟและดำน้ำลึกให้ได้เพลิดเพลินอีกด้วย

หัวหิน

หัวหินเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าไปลองสัมผัสสำหรับนักเดินทางสายรักสุขภาพตัวจริง หัวหินขึ้นชื่อในเรื่องของชายหาดที่สวยงามและมีกิจกรรมที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว นอกจากจะเป็นชายหาดยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ เพื่อพักผ่อนหลังจากการทำงานและเพลิดเพลินกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกบนชายหาด หัวหินยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นไคท์เซิร์ฟและกีฬาทางน้ำหลายประเภทบนอ่าวไทย ด้วยความสะอาดและลมทะเลอ่อนๆ ยาว 6 กม. สำหรับผู้เล่นเซิร์ฟ และยังมีโรงเรียนสอนเล่นไคท์เซิร์ฟมากมายบนชายฝั่ง

ที่พักแนะนำ: เซิร์ฟ เฮาส์ หัวหิน นำเสนอสไตล์เซิร์ฟเฮาส์แท้ๆ เพื่อลูกค้าที่รักการเล่นกระดานโต้คลื่นไคท์เซิร์ฟและกีฬาทางน้ำ และสามารถเพลิดเพลินไปกับทะเลที่สวยงามหรือมีกิจกรรมให้ลูกค้าเข้าร่วมหลักสูตรการเล่นกระดานโต้คลื่นได้อย่างสะดวกสบายในที่พักพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครัน บ้านพักสำหรับเล่นเซิร์ฟแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดหัวหินโดยใช้เวลาเดินเพียง 2 นาทีจากชายหาด มีบาร์ในห้องพักที่คุณสามารถพักผ่อนและพลาดไม่ได้กับมินิปาร์ตี้เพื่อความบันเทิงและผ่อนคลายหลังจากเล่นกีฬาผาดโผน

กาญจนบุรี

จุดหมายปลายทางสำหรับสายรักธรรมชาติ ห้อมล้อมไปด้วยวิวสีเขียวสบายตาของภูเขาที่โอบล้อมแม่น้ำอันกว้างใหญ่ในขณะที่คุณกำลังพายเรือคายัค กาญจนบุรีนอกจากจะโด่งดังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับนักท่องเที่ยวสายตามรอยประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นจังหวัดที่มีวิวตระการตาของแม่น้ำและภูเขานี้ยังกิจกรรมหลากหลาย สำหรับนักผจญภัยที่หลงใหลในธรรมชาติอีกด้วย และผู้เดินทางที่ยังต้องการฟิตหุ่นและออกกำลังกายระหว่างท่องเที่ยว เพราะมีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกมากมายตั้งแต่ปีนเขา เดินขึ้นเขา เดินป่า และกิจกรรมซิปไลน์ แต่สิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ การพายเรือคายัคบนแม่น้ำที่ยาวสุดลูกหูลูกตาหรือเขื่อนขนาดใหญ่ หากคุณเคยจินตนาการถึงการเข้าพักบนแพท่ามกลางทิวเขา และกระโดดลงแม่น้ำตรงหน้าห้องพักของคุณ! กาญจนบุรีเป็นอีกจุดหมายที่คุณห้ามพลาด

ที่พักแนะนำ: พันวารีย์ รีสอร์ท บังกะโลลอยน้ำบนทะเลสาบ ที่มีเรือคายัคส่วนตัวให้คุณพายเล่นเพื่อสัมผัสธรรมชาติได้อย่างเต็มที่จากหน้าที่พักคุณได้ตลอดทุกวัน ทุกเวลา ที่คุณต้องการ นอกจากนั้นผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ตระการตา และสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ปราศจากมลพิษได้ตลอดทั้งวัน พันวารีย์ รีสอร์ท เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่เบื่อกับการออกกำลังกยแบบเดิมๆ อยู่ที่บ้าน

ภูเก็ต

ภูเก็ตเมืองแห่งสิ่งแวดล้อมที่สงบ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบความสงบและหลีกหนีจากความพลุกพล่าน และพักฟังเสียงคลื่นกระทบหาดทรายแบบชิลๆ กิจกรรมยอดนิยมที่ผู้คนอยู่บนเรือ ซึ่งกำลังลอยอยู่บนทะเลคือ ดำน้ำดูปะการัง ความสดใสของบรรยากาศใต้น้ำเช่นปะการังที่สวยงาม ปลาทะเลหลากสีและน้ำทะเลใสสีฟ้าครามจะคืนความสดชื่นของคุณให้กลับมาอีกครั้ง

ที่พักแนะนำ: เลอ เมริเดียน ภูเก็ต บีช รีสอร์ท ตั้งอยู่บนหาดกะรนที่เงียบสงบ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำตื้นและกีฬาทางน้ำประเภทต่างๆ นอกจากกิจกรรมใต้น้ำแล้ว รีสอร์ทที่สวยงามแห่งนี้มีห้องออกกำลังกายสนามเทนนิสและสนามสควอชเพื่อให้แขกของพวกเขาได้ดูแลสุขภาพที่ดีในวันหยุดท่ามกลางวิวทะเลที่สวยงามอีกด้วย

เชียงราย

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางสายกีฬา เชียงรายเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมล้านนาและสวนสุดตระการตา กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยที่เชียงรายคือซิปไลน์ เป็นกิจกรรมที่ให้นักเดินทางได้สัมผัสกับป่าไม้ แม่น้ำและภูเขาที่สวยงามในระหว่างการโหนสลิง อยู่บนที่สูงท่ามกลางป่าฝนและสำรวจสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในป่าเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยเนื่องจากมีวัดและหมู่บ้านในท้องถิ่นหลายร้อยแห่งที่นักท่องเที่ยวสามารถผ่านไปเดินเล่นหรือขี่จักรยานได้

ที่พักแนะนำ: แอสไปรายา รีสอร์ท สวยงามสมบูรณ์แบบสำหรับแขกที่ชื่นชอบการออกแบบสไตล์บูติกบ้านหลังเล็ก ๆ สีขาวทันสมัยท่ามกลางวิวเขียวขจี รีสอร์ทตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายห่างจากสิงห์ปาร์คซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไม่เกิน 0.7 กม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกีฬาผจญภัยและขี่จักรยานท่ามกลางสวนและป่าได้รวมถึงกิจกรรมซิปไลน์ด้วย หลังจากเล่นซิปไลน์พร้อมชมวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา 360 องศาแล้วผู้เข้าพักสามารถกลับมาที่พักเพื่อพักผ่อนและออกไปเที่ยวอีกครั้งได้

Booking.com มีพันธกิจที่จะช่วยให้ทุกคนออกไปสำรวจโลกกว้างได้ง่ายขึ้น เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยที่จะเดินทางอีกครั้ง จึงได้มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับเดินทางในประเทศ ให้แก่ผู้เดินทางที่ใฝ่ฝันถึงการท่องเที่ยวและพร้อมที่จะออกเดินทางภายในประเทศ เพื่อใช้จองที่พักในฝันของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการจองล่วงหน้าสำหรับวันหยุดยาวหรือการจองที่พักในวินาทีสุดท้ายก่อนออกเดินทาง หรือตัวเลือกที่พักภายในประเทศก็สามารถเลือกรับข้อเสนอนี้ได้ เพื่อรับส่วนลดมากถึง 30% ในที่พักที่ร่วมรายการ


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตามใจปากจนเผละ! ถึงเวลากู้หุ้นพังตามสูตรทั้ง 7 ข้อ ฟิตหุ่นย้วยให้เฟิร์มเพอร์เฟ็ค

แชร์ 10 คำถามที่สายวิ่งอยากรู้ เช่น วิ่งทำให้ขาใหญ่จริงไหม วิ่งยังไงให้เบิร์นไขมัน

7 ข้อดีที่ได้จากการ แพลงก์ หนึ่งในท่าฟิตแอนด์เฟิร์มสุดฮิต ที่ทำง่าย ใช้เวลาน้อย

 

 

‘ไม่ควรกินเด็กในที่ทำงาน เพราะจะเสียการปกครอง’ ดูดวงรายวัน 26 สิงหาคม 2563

ดูดวงรายวัน 26 สิงหาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : บอกเลยว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะวันนี้คุณอาจตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ในเรื่องหน้าที่การงานและผลประโยชน์อย่างดุเดือดที่ทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นคง หรือหวาดระแวงกับสถานภาพการทำงาน วันนี้จึงต้องใช้ความรู้ความสามารถ เพื่อเอาตัวรอด หรือปกป้องตัวเองให้รอดพ้นจากภยันอันตรายที่จะเข้ามา

การเงิน : มีโชคลาภ รายได้มาจากการทำงานที่มีผลตอบแทนสูง แต่ต้องเสียเงินเพื่อการเลี้ยงดูผู้ใต้บังคับบัญชา คนใกล้ชิดมิตรสหาย ยิ่งวันนี้อาจต้องเสียเงินก้อนใหญ่ไปโดยเปล่าประโยชน์

ความรัก : อาจเพราะคุณเคยผิดหวังกับความรักและชีวิตคู่มาก่อน จนวันนี้อาจยิ่งทวีความรุนแรง เพราะถูกดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีซึ่งคุณยอมไม่ได้  คนโสด คุณฝังใจกับความรักที่ผิดพลาดที่ผ่านมา จนไม่สามารถเริ่มต้นกับใครได้ใหม่ วันนี้จึงขออยู่เป็นโสดก่อน

สุขภาพ : คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่วันนี้มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ หรือติดหวัดจากผู้อื่น ยิ่งคุณไม่ชอบไปหาหมอด้วยแล้วจึงทำให้อาการหนักขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  หากคุณเป็นผู้บริหารหรือเกี่ยวข้องกับงานบริหาร วันนี้ต้องขอเตือนเลยว่า คุณควรมีพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะอาจเจอกับศึกหนัก ทั้งปัญหาและอุปสรรคที่จะถาโถมเข้ามาจากทุกๆ ด้าน จนงานต้องปิดจ็อบลงอย่างไม่สวยงาม ส่งผลให้ลูกน้องหมดความนับถือในตัวคุณ

การเงิน : จากเงินที่เคยทำงานสร้างรายได้ที่สูงให้กับคุณ วันนี้อาจพลิกล็อค ทำให้ขาดทุนจนต้องกู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองเพื่อที่จะไปต่อให้ได้

ความรัก : คุณเป็นหัวหน้าครอบครัวจึงอาจเป็นจริงเป็นจังไปเสียทุกเรื่อง จนทำให้สมาชิกอึดอัด ไม่มีความสุข เปรียบเหมือนเยื่อบางๆ ที่พร้อมจะขาดได้ตลอดเวลา ต้องระวังวันนี้อาจมาถึงจุดสิ้นสุดเลยก็ได้  คนโสด อยู่เป็นโสดดีกว่านะคะ เพราะดูแล้วเหนื่อยเหลือเกิน สุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนเคยชินเป็นนิสัย เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องติดต่อประสานงาน เช่น โฆษณาประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน พนักงานขาย หรืองานที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญในภาษา วันนี้คุณตั้งใจและขยันทำงานมาก อาจเพราะมีเป้าหมายที่จะเปิดธุรกิจในอนาคตหรือเปล่า หากใช่ก็มีแนวโน้มว่าจะสำเร็จนะคะ

การเงิน : มีโชคลาภเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน ซึ่งคุณใจดี ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน รวมถึงซื้อของราคาแพงให้บุตรบริวารและคนรัก จนตัวเองเดือดร้อน จึงควรเก็บเงินไว้เพื่อตัวเองบ้าง

ความรัก :  ชีวิตรักและครอบครัวของคุณราบเรียบและราบรื่นดี ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวเป็นอย่างดี แต่อาจติดนิดหน่อยตรงที่คุณขี้งอน ชอบเรียกร้องความสนใจจากคู่ จนอาจทำให้เสียบรรยากาศได้ คนโสด คุณมีเสน่ห์ตรงที่ความเป็นแม่บ้านแม่เรือน และพร้อมจะออกเรือนแล้ว

สุขภาพ : เดินทางไปไหนใกล้ไกลขึ้นรถลงเรือต้องระวัง อย่าประมาท เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่มีรูปแบบการทำงานที่เป็นลูทีน เช่น งานราชการ งานบัญชี  ฯลฯ วันนี้คุณอาจต้องใช้ความรู้ ความสามารถ เพื่อเจรจาต่อรอง หรือประนีประนอมเพื่อให้คุณได้ทำงานที่เดิมต่อไป เพราะคุณไม่ชอบโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงงาน

การเงิน : มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวันนี้คุณจะหมดกับการสังสรรค์ปาร์ตี้ ระหว่างนั้นต้องระวังคำพูดที่มีหลักการและเหตุผลที่จะชักชวนให้คุณลงทุน เพราะอาจถูกหลอก

ความรัก :  คุณแบกรับเรื่องราวของสมาชิกในครอบครัวไว้เยอะมาก วันนี้อาจมาถึงจุดที่คุณรู้สึกว่าอยากปลดปล่อย ด้วยการออกไปกินดื่มกับเพื่อนๆ บ้าง ก็นับเป็นทางออกที่ดี  คนโสด แอบรักใครอยู่หรือเปล่าคะ ดูเหมือนจะเป็นพวกนักท่องราตรีเสียด้วย จึงควรดูให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจ

สุขภาพ : ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน เพราะคุณอาจปวดร้าวตั้งแต่สะโพกลงไป รวมถึงข้อเข่าและข้อเท้าก็เริ่มจะเสื่อม

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายการเกษตร เช่น เกษตรกร นักธุรกิจนำเข้าส่งออกอัญมณี นักออกแบบภูมิสถาปัตย์ ศิลปินพื้นบ้าน งานโอท็อป ฯลฯ วันนี้คุณอาจได้รับมอบหมายให้เป็นหลักของทีมงาน ควรลดอีโก้ และความเชื่อมั่นในตัวเองลงจนไม่สนใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานเลย จึงอาจมีดราม่าเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลร้ายและผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้อย่างกะทันหัน

การเงิน : มีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งผลประกอบการมีกำไร อาจมีการซื้อขายที่ดิน ที่เป็นมรดกตกทอดมาจากผู้ใหญ่ หากคุณขายได้แล้วควรตอบแทนท่านบ้าง

ความรัก : คุณเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของครอบครัว อาจอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งคุณก็ได้รับความรักและเอาใจใส่ให้กินอิ่มนอนหลับ รวมทั้งผู้ใหญ่ก็ให้ความอบอุ่นด้วยดี คนโสด คุณมีเสน่ห์มากมาย ทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มเข้ามาจีบหวังจะแต่งงานกับคุณทั้งนั้น แต่คุณยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ จึงอาจต้องปฏิเสธไปหมด

สุขภาพ : ระวังสะดุดหกล้ม ก้าวพลาดตกจากที่สูง จนเกิดการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะข่วงขาและหลัง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : สำหรับผู้ที่สอบผ่านได้บรรจุงานใหม่ หรือได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงานใหม่ วันนี้บอกเลยว่าความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง ยิ่งหน้าที่การงานของคุณที่ต้องเป็นหลักให้กับทีมด้วยแล้ว ยิ่งต้องรับงานหนักขึ้น จงเตรียมใจให้พร้อม เพราะอาจต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคอีกเยอะ หากผ่านไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับถือว่าคุ้มค่า

การเงิน : มีโชคลาภ มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะอาจทำให้หน้าที่การงานมัวหมองโดยทันที

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัว จึงทำให้เกิดปากหอยปากปูซุบซิบจนมาเข้าหูคุณว่า คู่คุณแอบซุกกิ๊กไว้ ก็อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ ควรสืบหาเบาะแสให้แน่ใจก่อน  คนโสด คุณอยู่ท่ามกลางเด็กหนุ่มไฟแรง มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี แต่หากคิดจะกินเด็กในที่ทำงานก็ดูจะเสียการปกครองนะคะ

สุขภาพ : คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดีมาตลอด แต่เพราะงานยุ่งงานเยอะ จึงทำให้คุณประมาท การ์ดตก จนอาจทำให้ร่างกายติดเชื้อ ซึ่งวันนี้มาทางอาหาร ทำให้คุณท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จึงควรรับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ วันนี้คุณต้องใช้ความรู้ ความสามารถในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด เพราะโครงสร้างองค์กรอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบกับงานที่ทำอย่างต่อเนื่อง คุณจึงควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่ต่างด้วย ไม่เช่นนั้นคุณจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ไม่ได้เลย

การเงิน : วันนี้คุณมีโชค แต่ก็อาจเป็นทุกขลาภ อย่างเช่น คุณอาจได้รับมรดกเป็นที่ดิน แต่ก็อาจเป็นที่ที่ตาบอด ดังนั้น คุณจึงต้องพยายามอย่างมากเพื่อจะขาย เพราะหากเก็บไว้ก็ไม่ได้ราคา

ความรัก : คุณค่อนข้างยึดติดอยู่กับขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นประมาณคอนเซอร์เวทีฟ สมาชิกในครอบครัวคุณจึงไม่ค่อยกล้าทำอะไรหลุดจากกรอบนัก จึงดูแต่คนไม่ค่อยมีความสุขกันเท่าไหร่ คนโสด คุณผิดหวังกับความรักมาจนอ่อนใจ วันนี้ลองคบหาดูใจเพศเดียวกันบ้าง เผื่อจะมีความสุข

สุขภาพ :  ต้องระวังโรคที่มาตามข้อต่างๆ เช่น โรคเก๊า รูมาตอยด์ จนถึงข้อเสื่อม เส้นเอ็นพลิกจนทำให้กล้ามเนื้อผิดรูป

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

ระวัง!! เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ลอบตีท้ายครัวจนแตก ดูดวงรายวัน 22 สิงหาคม 2563

มีเกณฑ์พัวพันเรื่องชู้สาว ทำหน้าที่การงานพัง ดูดวงรายวัน 23 สิงหาคม 2563

หากเคลิบเคลิ้มกับเด็ก คุณอาจตกเป็นมือที่สาม ดูดวงรายวัน 24 สิงหาคม 2563

ขอเตือน หากกำลังมีรักที่ซ่อนเร้น วันนี้อาจถูกจับได้ ดูดวงรายวัน 25 สิงหาคม 2563

จองกุก BTS

หาซื้อไม่ได้แล้ว! ถอดไอเท็มแบรนด์ดังของ ‘จองกุก’ ไอดอลหนุ่มฮ็อตจากวง BTS

ส่องลุคไอดอลเกาหลีชื่อดัง จองกุก (Jungkook) มักเน่สุดฮ็อตแห่งวง BTS ใส่เสื้อแจ็กเก็ตและรองเท้าจาก BALENCIAGA เพื่อเต้นโชว์สเต็ป

BTS ศิลปินบอยแบนด์เกาหลีที่กำลังฮ็อตฮิตอยู่ในช่วงนี้ ได้ออกมา Live เคาท์ดาวน์ก่อนปล่อยผลงาน MV เพลง Dynamite เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดบรรดาสมาชิกก็ออกมาเชิญชวนเหล่าแฟนคลับเต้นเพลง Dynamite ผ่านทาง TikTok ซึ่ง จองกุก (Jungkook) ได้สวมใส่เสื้อแจ็กเก็ตรุ่น Zip-through windbreaker jacket และรองเท้า Balenciaga Gray Triple S Split Colorway จากบาเลนเซียก้า

ขอบอกว่า 2 ไอเท็มจาก BALENCIAGA ที่หนุ่มจองกุกใส่เป็นเหมือนแรร์ไอเท็ม เพราะไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว เนื่องจากตอนนี้ทางหน้าร้านและเว็บของบาเลนเซียก้าไม่มีจำหน่ายสินค้าทั้ง 2 ชิ้นนี้แล้ว สำหรับใครที่อยากจะสอยตามก็คงต้องอดไปตามระเบียบ แต่อาจจะหาซื้อเสื้อและรองเท้ารุ่นอื่นๆ ในแบบที่คล้ายกันทดแทนได้

 


ภาพ : Tiktok @bts_official_bighit , BANGTANTV

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่ตรงปกก็ Sold Out ได้ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ใส่เสื้อกลับด้าน เบรกความเซ็กซี่

นี่แหละทางถนัด ‘ซงฮเยคโย’ ในลุคเรียบเท่ ดูสบาย แต่งตัวน้อยๆ แต่สวยปังมาก

นางแบบหรือจะสู้ ‘จ้าวลี่อิ่ง’ ตัวแม่แห่งแดนมังกร สวยสง่าออกอีเว้นต์ทั้งทีต้องปัง!

3 ขั้นตอนอย่างง่ายสำหรับวางแผนทางการเงินของคนอยากมีคู่

เคล็ดลับ วางแผนทางการเงิน อย่างง่ายสำหรับคนอยากมีคู่

เมื่อคิดจะมีคู่ สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะต้องใช้ในการแต่งงาน ใครที่กำลังมีแผนแต่งงาน ลองสำรวจความพร้อมก่อนแต่งงานว่าเราได้เตรียมวางแผนรับมือกับสิ่งเหล่านี้แล้วหรือยัง วันนี้ แพรว wedding นำคำแนะนำดีๆจากผู้เชี่ยวชาญด้านการ วางแผนทางการเงิน จากไทยพาณิชย์ประกันชีวิตมาแชร์กัน 3 ข้อง่ายๆ มาสละเวลาทำความเข้าใจเพื่อเริ่มต้นบทใหม่แห่งการมีชีวิตคู่อย่างปลอดภัย และยั่งยืนกันเถอะค่ะ

 

ประเมินค่าสินสอดทองหมั้น

ประตูด่านแรกของชีวิตคู่คือสินสอดทองหมั้น เพื่อแทนคำสัญญาของฝ่ายชาย ที่ให้แก่ฝ่ายหญิงและพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเป็นการตอบแทนที่อนุญาตให้ฝ่ายหญิงสมรส ดังนั้นทั้งสองฝ่ายควรตกลงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ชัดเจน ตั้งแต่ขั้นต้นของการวางแผน แล้วจึงวางแผนการออมต่อไป

ประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดงาน

งบประมาณส่วนนี้ไม่ควรเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อปี

ค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงาน เช่น ค่าดูฤกษ์แต่งงาน ค่าถ่ายรูป Pre-wedding ค่าการ์ดแต่งงาน ค่าของชำร่วยงานหมั้นและงานแต่ง ค่าชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวในงานหมั้นและงานแต่ง ค่าแต่งหน้าทำผมค่าเช่าสถานที่ ค่าอาหาร ค่าวงดนตรี ค่าถ่ายรูปและวีดีโอในงาน เห็นรายการจำนวนมากอย่างนี้คนจะมีคู่อย่าเพิ่งท้อ ควรลงมือจดรายการและประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้ให้ละเอียด สิ่งที่สำคัญคือควรตั้งงบประมาณ โดยพื้นฐานจากการประเมินรายได้ของตนเองเพื่อจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเกินไป

ประเมินค่าเรือนหอ

อัตราการผ่อนชำระหนี้สินบ้านไม่ควรจะเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ และไม่ควรกู้เงินซื้อบ้านที่ แพงมากกว่า 3 เท่าของรายได้ต่อปี

สำหรับคนที่เตรียมพร้อมตรงนี้ไว้แล้วก็หายห่วง หรือบางคนที่ไม่ต้องการจะแยกออกมาอยู่ต่างหากงบ ประมาณตรงนี้ก็สบายใจได้ แต่สำหรับคนที่คิดจะสร้างครอบครัวใหม่และคิดที่จะมีเรือนหอส่วนตัวในการเริ่มต้นชีวิตคู่ ควรจะตั้งงบประมาณของเรือนหอที่เหมาะสม นกน้อยทำรังแต่พอตัว ไม่เช่นนั้นอาจจะกลายเป็นการแต่งงานกับหนี้ก้อนโตแทน จนอาจจะมีหนี้ไปตลอดชิวิตคู่ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นมา >> างแผนให้เป๊ะตามนี้ พร้อมข้อควรรู้ก่อนคิดวางเงินเตรียมซื้อเรือนหอ << คลิกเลย

cr : scblifea a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a 

4 ชนิดดอกไม้ในงานแต่งยอดฮิตใช้ได้ทุกฤดู ประหยัดงบแน่แค่เลือกเป็น

แพรว wedding สรุปมาให้กับ ดอกไม้ในงานแต่ง ยอดฮิตที่ไม่ว่าคุณจะไปร่วมงานแต่งงานในฤดูกาลไหน ก็มีดอกไม้เหล่านี้ให้เห็น ซึ่งข้อดีของดอกไม้ที่เรานำมาฝากนี้มีมากกว่าที่คิด เพราะในหนึ่งชนิดมีหลายสายพันธุ์ ฉะนั้นเวลาจะเลือกใช้ก็ไม่ยาก แค่เลือกให้ตรงกันกับช่วงเวลาที่ออกดอกของพันธุ์นั้นก็พอ ดังนั้นเมื่อกำหนดวันแต่งงานได้เรียบร้อยแล้ว ก็ลองดูว่าในช่วงเวลานั้นจะมีดอกไม้อะไรออกมาบ้าง วิธีการนี้จะทำให้คุณมีดอกไม้ในปริมาณที่เพียงพอเพราะหาได้ง่ายตามท้องตลาด และที่สำคัญคือราคาที่สบายกระเป๋าขึ้นอีกเป็นกอง หรือจะลองเลือกดูจาก >> ดอกไม้ 12 เดือน เพื่อวันแต่งงาน 1 วันของคุณ << รับรองว่าต้องมีสักชนิดที่สะกิดใจคุณได้แน่นอน

สุดฮิตชนิดที่ 1 : ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่สามารถเลือกใช้ได้ตลอดทั้งปี แต่หากคุณแต่งงานในช่วงวันวาเลนไทน์ล่ะก็ ราคาของดอกกุหลาบจะแพงโหดมาก หากแต่งงานในช่วงนี้อาจจะหลีกเลี่ยงการใช้ดอกกุหลาบไปก่อน แล้วลองดูพวกดอกเยอบีร่า คาร์เนชั่น ดอกยิปโซ ดอกบัว หรือหน้าวัวที่มีราคาน่าคบหาแถมยังหาได้ตลอดทั้งปีด้วยนะคะ

สุดฮิตชนิดที่ 2 : ดอกไฮเดรนเยียร์ ที่มีแพร่หลายในประเทศไทยนั้นออกดอกทั้งปี แต่จะสวยงามและออกดอกมากที่สุดในช่วงหน้าร้อนถึงช่วงต้น ฤดูฝน เพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวดอกจะเริ่มแคระแกรนไม่เหมาะแก่การใช้งานแล้วค่า

สุดฮิตชนิดที่ 3 : กล้วยไม้ เป็นดอกไม้ที่หาง่ายในบ้านเราและมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก ความสวยงามก็จะแตกต่างกันไป ทั้งนี้กล้วยไม้อาจจะสามารถหาได้ง่ายก็จริง แต่ดอกจะสวยและออกสู่ตลาดในปริมาณมากๆ พร้อมกับราคาถูกสุดๆ ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นนะคะ

สุดฮิตชนิดที่ 4 : ดอกลิลลี่ ปัจจุบันเมืองไทยเราปลูกดอกลิลลี่กันแพร่หลายมากที่ภาคเหนือ และจะออกดอกมากตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงช่วงฤดูหนาวของทุกปี ใครหลงรักลิลลี่ห้ามพลาดเชียว

เป็นยังไงกันบ้างคะ แต่ละชนิด สวยงามอย่างที่หวังทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ

ฟิตหุ่นให้ทันวันวิวาห์ด้วย 10 ของว่างมีคุณค่าแต่ไม่เพิ่มน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก หรือ ฟิตหุ่น เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าสาวหลายคนให้ความสำคัญมาก แต่ก็เป็นเรื่องยากที่หลายคนจะสามารถทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้เช้นกัน ก็เวลาเดินผ่านตู้ขนมทีไรตัวมันก็จะเซๆ ไปจนนิ้วเผลอจะจิ้มเลือกออเดอร์ทุกที แพรว wedding เลยขอสกัดความโหยของคุณเจ้าสาวด้วย 10 ของว่างแสนอร่อยที่ช่วยเพิ่มพลังงานแต่น้ำหนักไม่เพิ่มตามมาฝาก ไปดูกันดีกว่า 10 เมนูนี้จะมีเมนูไหนที่มีของโปรดของคุณกันบ้าง 

1. กรีกโยเกิร์ตและมิกซ์เบอร์รี่

เป็นการควบรวมของว่างที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ เพราะกรีกโยเกิร์ต นั้นให้โปรตีนสูงแต่มีไขมันต่ำจึงเหมาะกับการไดเอตเป็นที่สุด และยังมีแคลเซียมและโพแทสเซียมอีกด้วย ส่วนผลเบอร์รี่นั้นก็เป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระแถมยังหาซื้อง่ายไม่ลำบากอย่างที่คิด เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่ให้ความฟิตไปพร้อมๆ กับผิวที่มีสุขภาพดีกันเลยทีเดียว

ผสมเบอร์รี่ต่างๆ ลงในกรีกโยเกิร์ตประมาณ 3.5 ออนซ์ จะให้โปรตีนประมาณ 10 กรัม และให้พลังงานต่ำกว่า 150 แคลอรี่

2. แอปเปิ้ลและเนยถั่ว

ถึงแม้แว้บแรกอาจจะรู้สึกว่ามันจะเข้ากันเหรอ! แต่เชื่อเถอะว่ารสชาติดีกว่าที่คุณคิด แอปเปิ้ลถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 สำหรับอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเส้นใยอาหาร ส่วนเนยถั่วนั้น ถึงแม้จะให้แคลิรี่ในปริมาณที่สูงสักนิดแต่กลับเต็มไปด้วยเส้นใยและโปรตีน ที่จะช่วยเพิ่มพลังงานทำให้คุณอิ่มได้นานขึ้น ไม่หิวบ่อยๆ ยังไงล่ะคะ

แอปเปิ้ล 1 ลูกนำมาสไลด์ให้เป็นชิ้นพอดีคำ ทานคู่กับเนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงานน้อยกว่า 200 แคลอรี่

3. ก้านเซเลอรี่กับครีมชีส

เป็นของว่างที่เหมาะกับการไอเดตเป็นที่สุดเพราะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำมาก เซเลอรี่นั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ, วิตามินต่างๆ และเส้นใยอาหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยในการย่อยอาหารและลดน้ำหนัก ส่วนการเพิ่มครีมชีสในปริมาณเล็กน้อย ก็เพื่อทำให้อาหารที่มีกลิ่นแรกและทานยากนี้ดูน่ารับประทานและช่วยเพิ่มรสชาติมากขึ้น

ก้านเซเลอรี่ 5-10 ก้าน ทานคู่กับครีมชีสปริมาณ 2 ออนซ์ ให้พลังงานน้อยกว่า 200 แคลอรี่

4. ไข่ต้มสุก

อีกหนึ่งของว่างที่เป็นมิตรกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก และเราเชื่อว่าทุกบ้านต้องมีไข่ติดไว้ในตู้เย็น และหากใครที่รู้สึกว่ากินเฉพาะไข่อย่างเดียวจะดูฝืดๆ หนืดๆ คอไปหรือเปล่า ก็สามารถนำไข่ต้มไปผสมในสลัดผักปวยเล้งที่อุดมไปด้วยโปรตีนก็ยังได้ เพราะไข่จะช่วยให้อาหารสลัดผักมื้อนั้นอยู่ท้องได้นานขึ้น ทำให้ช่วยลดความอยากอาหารหรืออยากทานจุบจิบ แถมไข่ยังอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารชั้นเยี่ยมอีกต่างหาก

ฟิตหุ่น

ไข่ต้ม 2 ฟองให้พลังงานประมาณ 140 แคลอรี่ และให้โปรตีนประมาณ 13 กรัม

ทานของวางคู่กับเมนูเครื่องดื่มสูตรเฮลท์ตี้ตามนี้ >> 4 วัตถุดิบสำคัญ สมูทตี้ไม่อ้วน เพื่อเจ้าสาวจะปั่นเมนูไหนรับรองอร่อยชัวร์

5. โอ๊ตมีลกับเนยอัลมอนด์

ข้าวโอ๊ตเป็นอาหารที่ทำให้อยู่ท้องและมีเส้นใยสูง และหากนำไปผสมเข้ากับเนยอัลมอนด์ที่มีไขมันประเภท monounsaturated และ polyunsaturated ที่ช่วยลดคอเรสเตอรอลและมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ควรเลือกข้าวโอ๊ตที่ไม่มีการปรุงแต่งรสหรือเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานลงไป แต่หากคุณอยากเพิ่มความหวานสักนิดแนะนำให้โรยผงชินนามอนลงไปแทน รับรองว่านอกจากจะหวานแล้วยังได้กลิ่นหอมน่ารับประทานอีกด้วย

ฟิตหุ่น

ข้าวโอ๊ตครึ่งชามผสมกับเนยอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงานน้อยกว่า 250 แคลอรี่

6. ชีสหั่นเป็นชิ้น

งงล่ะสิว่าชีสสามารถนำมาทานเป็นของว่างได้ด้วยเหรอ เรายืนยันว่าได้! เพราะชีสอุดมไปด้วยโปรตีนที่ดี แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะนะตะไม่อย่างนั้นจากให้คุณจะกลายเป็นให้โทษได้ ถึงแม้ว่าชีสนั้นจะไม่มีไขมันที่ดีสักเท่าไหร่ แต่จากผลการวิจัยพบว่าการกินชีสปริมาณเล็กน้อยต่อวันจะไม่ทำให้เกิดผลเสียกับร่างกายหรือระดับคอลเรสเตอรอลแต่อย่างใด

ชีสปริมาณ 2 ออนซ์ ให้พลังงาน 200 แคลอรี่ และให้โปรตีน 14 กรัม

7. บลูเบอร์รี่บานาน่าสมูทตี้

เมนูสมูทตี้เป็นเครื่องดื่มที่ดีที่จะช่วยให้คุณอิ่มก่อนที่จะทานมื้ออาหารต่อไป (แต่ต้องเป็นสมูทตี้เพื่อสุขภาพด้วยนะจ๊ะ) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่จะทานควบคู่ไปกับการลดน้ำหนัก เพราะจะได้ไม่ทำให้คุณฟาดอาหารมื้อหนักแบบไม่รู้ตัว หรือคุณจะนำผลไม้หรือผักสดต่างๆ ที่คุณชื่นชอบมาครีเอตเป็นเมนูเครื่องดื่มประจำวันของคุณเองก็ได้ เพราะในผักและผลไม้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและโปรตีนที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว

ฟิตหุ่น

บลูเบอร์รี่, กล้วย และกรีกโยเกิร์ต นำมาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่มลดน้ำหนักชั้นดีให้พลังงานประมาณ 210 แคลอรี่

8. ดาร์กช็อกโกแลตและอัลมอนด์

เป็นของหวานที่ให้รสชาติหวานๆ มันๆ ที่สนองความโหยของหวานของคนที่กำลังลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะดาร์กช็อกโกแลตนั้นมีไฟเบอร์และแร่ธาตุต่างๆ ผสมกันอยู่เป็นจำนวนมาก และหากนำไปผสมกับอัลมอนด์ 1 กำมือก็จะกลายเป็นของหวานที่ให้พลังงานและไขมันชั้นดี เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีนที่จะช่วยให้คุณอิ่มได้นาน ลดความอยากอาหารก่อนที่จะถึงมื้อหลักได้เป็นอย่างดี

ดาร์กช็อกโกแลต 1 ออนซ์ และอัลมอนด์ 1 ออนซ์ ให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่

9. ถั่วแระญี่ปุ่น

เป็นของว่างที่ปราศจากน้ำตาลและอุมดมไปด้วยโปรตีน ถั่วแระญี่ปุ่น 1 ถ้วยสามารถให้แคลเซียมได้ถึง 10% ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ถือเป็นอีกหนึ่งของว่างที่ดีระหว่างวันที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

ฟิตหุ่น

ถั่วแระญี่ปุ่น 1 ถ้วยให้โปรตีน 17 กรัม และให้พลังงาน 180 แคลอรี่

10. อกไก่และอะโวคาโด

อีกหนึ่งเมนูที่อุดมไปด้วยโปรตีนและปราศจากคาร์โบไฮเดรตโดยสิ้นเชิง โดยสไสล์อะโวคาโดให้บางแล้วนำไปพันกับเนื้อไก่ เท่านี้ก็ได้ของว่างแสนอร่อยแถมยังไม่เพิ่มน้ำหนักอีกด้วย ของว่างชนิดนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์และวิตามิน รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งเมนูของว่างที่คุณจะทานได้ไม่มีเบื่อเลย

ฟิตหุ่น

เนื้อไก่ 4 ชิ้นและอะโวคาโดสไลด์บาง ให้พลังงานประมาณ 350 แคลอรี่

ลดน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ยังไงก็อย่าลืมออกกำลังกายและควบคุมอาหารในมื้ออื่นๆ เสริมไปด้วยนะคะ รับรองว่าหุ่นเป๊ะฟิตแอนด์เฟิร์มแน่นอน

ภาพ : livelearnloveeat.com, www.marthastewart.com, cookingmama.wikia.com, www.pbfingers.com, goldenagecheese.com, www.archanaskitchen.com, www.mysequinedlife.com, wonkywonderful.com

ว่าที่สามี-ภรรยาทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปจดทะเบียนสมรสตามนี้

การจัดงานแต่งสวยๆ อลังการเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของชีวิตคู่ที่คุณและคนรักจะได้เฉลิมฉลองและประกาศให้คนรอบตัวรู้ว่าคุณไม่ได้อยู่ในสถานะโสดอีกต่อไป แต่! ถ้าจะให้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าคุณและคนรักเป็นของกันและกัน เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย การ จดทะเบียนสมรส ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรจะมองข้ามเด็ดขาด

แต่ช้าก่อน! ถ้าคุณคิดว่าการ จดทะเบียนสมรส นั้นทำได้ง่ายๆ แค่เดินไปอำเภอก็จดได้ ขอบอกว่าคิดผิดไปสักหน่อยนะจ๊ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ แต่คุณก็ต้องเตรียมตัว และเตรียมเอกสารให้พร้อม เวลาไปอำเภอจะได้ไม่เสียเที่ยวนะ แต่ไอ้เจ้าเอกสารที่ว่านั้นมีอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง แพรว wedding จะชี้แจ้งให้ฟังจ้า

ส่วนคู่ไหนที่อยากแต่งปุ๊ปจดปั๊ปในวันแต่งงาน คลิกเลย >> จดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ บริการดีๆ ที่รัฐเขามีไว้ให้

คุณสมบัติของผู้ที่จะจดทะเบียนสมรส

เริ่มที่คุณสมบัติของผู้ที่จะจดทะเบียนสมรสก่อน แน่นอนว่าสิ่งที่จะต้องมีอยู่ด้วยกันทั้งคู่ก็คือ “ความรัก” (ฮิ้วววว!) แต่นอกจากความรักแล้ว ฮีบินอยากให้คุณสำรวจตัวเองด้วยว่ามีคุณสมบัติเหล่านี้พร้อมหรือไม่ เริ่ม!

  1. จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้ายังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องมีบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอมด้วย ส่วนสาวๆ หนุ่มๆ คนไหนที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์แล้ว สามารถทำการจดทะเบียนสมรสได้ด้วยตัวเอง ส่วนสาวน้อยหนุ่มน้อยคนไหนที่อายุไม่ถึง 17 ปีบริบูรณ์ แต่อยากจะสมรสสมรักจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลซะก่อน
  2. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ
  3. ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดามารดา (ที่เขาเรียกว่าลูกติดพ่อ ลูกติดแม่นั่นแหละ)
  4. ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น (ผิดศีลธรรมและผิดกฎหมายด้วยนะ)
  5. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้ (พ่อหรือแม่บุญธรรมจะจดทะเบียนกับลูกบุญธรรมไม่ได้นะจ๊ะ)

หมายเหตุ : กรณีผู้ร้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ (20 ปีบริบูรณ์) บิดา มารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครองจะต้องให้ความยินยอมด้วยตนเอง หากไม่สามารถมาด้วยตนเองได้ให้ใช้หนังสือให้ความยินยอมเป็นหลักฐาน

หมายเหตุ : สำหรับผู้หญิงที่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน (หญิงหม้าย) ถ้าจะจดทะเบียนกับชายคนเดิม (สามีคนเดิม) สามารถจดได้เลย แต่! ถ้าจะจดกับชายคนใหม่จะต้อง เว้นระยะเวลาจากการหย่าครั้งล่าสุดอย่างน้อย 310 วัน เว้นแต่
(1) คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
(2) สมรสกับคู่สมรสเดิม
(3) มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
(4) ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้
(5) ชายหญิงที่มีอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ที่ศาลอนุญาตให้สมรสได้

ส่วนผู้ชายถ้าหย่าแล้วสามารถจดทะเบียนใหม่กับหญิงคนใหม่ได้เลยไม่ต้องรอ เพราะผู้ชายท้องไม่ได้จ้า

ภาพจาก : Vin Buddy’s Wedding
ภาพจาก : Vin Buddy’s Wedding

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมไปจดทะเบียนสมรส

  1. บัตรประชาชนตัวจริงของชายหญิง (บัตรที่ยังไม่หมดอายุ) หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้
  2. ทะเบียนบ้านตัวจริงของชายหญิง (ถ่ายสำเนาไปเผื่อด้วยก็ดีนะ)
  3. พยาน 2 คน (พร้อมบัตรประชาชนของพยานด้วย) อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
  4. ใครที่เคยหย่ามาก่อนต้องเอาหลักฐานการหย่ามาด้วย
  5. กรณีคู่สมรสเสียชีวิตคนก่อน ให้ใช้หลักฐานการตาย เช่น ใบมรณะบัตร
  6. สูจิบัตรและทะเบียนบ้านของบุตร (หากมีบุตรที่เกิดก่อนจะมาจดทะเบียนสมรส)
  7. แบบฟอร์ม “คร.1” (ไปเอาที่อำเภอก็ได้)

หมายเหตุ : ใครจะจดทะเบียนสมรสกับคนรักที่เป็นชาวต่างชาติต้องมี สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และ หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือองค์การของรัฐบาลประเทศนั้นมอบหมาย พร้อมคำแปล (ที่มีการรับรองว่าแปลถูกต้อง) มาด้วย

เปลี่ยนคำนำหน้า เปลี่ยนนามสกุล

แถมให้อีกนิดสำหรับฝ่ายหญิงที่คิดจะเปลี่ยนคำนำหน้าจาก “นางสาว” เป็น “นาง” หรือเปลี่ยนไปใช้ “นามสกุลสามี” (สมัยนี้จะไม่เปลี่ยนก็ได้นะ กฎหมายเขาให้เลือกได้จ้า) หลังจากจดทะเบียนสมรสและทำการเปลี่ยนคำนำหน้าและเปลี่ยนนามสกุลเสร็จแล้ว เอกสารที่คุณจะต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีก็คือ “หนังสือสำคัญการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อสกุล (ช.๕)” เพราะมันจะต้องใช้ในการเปลี่ยนชื่อสกุลของคุณกับเอกสารอื่นๆ ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเดินทาง บัตรเดบิต บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร ฯลฯ (ถ้าเจ้าหน้าที่ลืมให้ ช.๕ ต้องรีบทวง!)

การจดทะเบียนสมรสจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยากหรอกนะคะ แต่ก็ใช่ว่านึกจะจดก็เดินไปอำเภอแล้วจะทำได้เลยทันที ของแบบนี้ต้องเตรียมตัวและเตรียมเอกสารให้พร้อมซะก่อน พอถึงฤกษ์ดีจรดปากกาจะได้ไม่ต้องหันรีหันขวางหาเอกสารจนเลยฤกษ์ยามที่กำหนดไว้

การจดทะเบียนสมรสแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ไปจดที่อำเภอกับจดนอกอำเภอ ซึ่งในแต่ละแบบจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. จดทะเบียนที่อำเภอ

การจดทะเบียนที่อำเภอถือเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายมากๆ เพียงแค่คุณเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบพร้อมกรอกรายละเอียดแบบใบคำร้องฯ (คร.1) ให้ครบ พร้อมพยานบุคคลอีก 2 คน ก็สามารถเดินทางไปห้องทะเบียน ในที่ว่าการอำเภอเพื่อติดต่อและยื่นเอกสารคำร้องฯ แก่นายทะเบียนได้แล้ว โดยสามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส หรือหากบ้านใครไม่ได้อยู่ในเขตอำเภอ ก็สามารถไปจดได้ที่กิ่งอำเภอหรือสำนักงานเขตใกล้บ้านก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดที่อยู่ตามภูมิลำเนา

แต่หากคู่สมรสของคุณยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้วละก็ จะต้องให้บิดา-มารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบธรรมมาเซ็นต์แสดงความยินยอมด้วย และถ้าหากคู่สมรสเป็นบุคคลต่างด้าว จะต้องใช้หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานกงสุลหรือสถานฑูตที่ตนสังกัด พร้อมแปลเป็นภาษาไทยและมีคำรับรองการแปล มายื่นพร้อมคำร้องฯ ต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักงานเขต

เมื่อเรายื่นเอกสารหลักฐานและใบคำร้องฯ เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าจะทำการาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องทั้งสองฝ่ายก่อนที่จะใบทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรส ซึ่งในขั้นตอนี้หากคู่รักมีความประสงค์จะให้บันทึกข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินหรือเรื่องอื่นๆ ก็สามารถแจ้งนายทะเบียนให้รับทราบได้ และที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ถี่ถ้วน เพราะหากมีการพิมพ์ออกมาแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก

สุดท้ายหากไม่มีการแก้ไขอะไรแล้ว ทางนายทะเบียนก็จะพิมพ์ตัวทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสเพื่อให้ผู้ร้อง ผู้ให้ความยินยอม และพยานเซ็นต์ชื่อลงในทะเบียนสมรส สำหรับในสำคัญการสมรสนายทะเบียนจะเป็นคนเซ็นต์เอง พร้อมยื่นทะเบียนสมรสให้กับคู่สมรสคนละ 1 ฉบับ เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

2. จดทะเบียนสมรสนอกที่ว่าการอำเภอ

หากบ่าวสาวคู่ไหนที่อยากได้ภาพบรรยากาศการจดทะเบียนสมรสสวยๆ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้นำเอกสารไปจดทะเบียนฯ ภายในงานได้ เพียงแต่จะต้องไปติดต่อที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่โรงแรมนั้นๆ ตั้งอยู่ รวมถึงจะต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าก่อนวันงานอย่างน้อย 7 วัน เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้จัดคิวไปงานของเราได้ถูก

สำหรับเอกสารที่จะต้องนำไปติดต่อ จะต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนของคู่บ่าว-สาว สำเนาทะเบียนบ้านของคู่บ่าว-สาว รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของพยาน 2 คน โดยพยานทั้ง 2 คนจะต้องเป็นผู้ที่มาร่วมงานในวันงานด้วย

ซึ่งรายละเอียดในการทำก็เหมือนกับขั้นตอนของการจดทะเบียนที่อำเภอเกือบทุกขั้นตอน ต่างกันเพียงแค่ขั้นตอนของการเซ็นต์ชื่อรับเอกสารเท่านั้น

ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขข้อตกลง

การจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนที่จดไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าหากจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียนต้องเสียค่าธรรมเนียน 200 บาท พร้อมทั้งต้องจัดยานพาหนะรับ – ส่งนายทะเบียนด้วย และการจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียนในท้องที่ห่างไกลจะต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม 1 บาท

นี่คือขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสทั้ง 2 แบบ สำหรับบ่าว-สาวที่ไม่เคนผ่านการจดทะเบียนสมรสมาก่อน เพราะถ้าหากเป็นหญิงหม้ายเคยผ่านการจดทะเบียนมาแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบหลักฐานการหย่าและหากคู่สมรสตายจะต้องมีหลักฐานการตายมาแสดง รวมถึงจะต้องรอให้การสมรสครั้งก่อนสิ้นสุดไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน ถึงจะสมรสใหม่ได้ เว้นเสียแต่

  • มีการคลอดบุตรไปแล้วในระหว่างที่รอ
  • สมรสกับคู่สมรสเดิม
  • มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
  • ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้

ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสทั้งหมดที่คู่รักมือควรทราบ เพื่อที่เวลาไปจดจะได้ทำอย่างถูกต้องและไม่มีข้อผิดพลาดนะจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.bora.dopa.go.th

ภาพเปิด : งานแต่งงานคุณจุ๋มและคุณเป้ โดย SmallmoonPhoto (www.smallmoonphoto.com)
ภาพงานแต่งคุณกุ๊บกิ๊บ-คุณบี้จาก : Vin Buddy’s Wedding โทร. 08-1199-1119

อ่านบทความเพิ่มเติม

5 กุญแจสำคัญทำธุรกิจกับแฟนอย่างไรไม่ให้แตกหักรักต้องร้าว

4 เรื่องเล็กน้อยแต่สำคัญมากสำหรับใช้ชีวิตคู่สู่ความรักที่ยืนยาว

https://praewwedding.com/love-and-relationships/sex-and-relationship/59596

เจนิส-เจณิสตา

ความรักของนางร้ายสาวรสแซ่บ เจนิส-เจณิสตา เจ็บปวดเพราะคำว่าที่ 1 ค้ำคอ!

ยืนหนึ่ง #มองโลกในแง่ดี เจนิส-เจณิสตา พรหมผดุงชีพ นางร้ายรสแซ่บ! ที่จับได้ว่าแฟนมีคนอื่นแต่ต้องอดทน เพราะคำว่าได้เป็นที่หนึ่งก็พอแล้ว

เจนิส-เจณิสตา

เป็นน้องใหม่นางร้ายที่มาแรงแซงโค้งเลยนาทีนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ เจนิส-เจณิสตา พรหมผดุงชีพ ที่ตอนนี้รายชื่อถูกบรรจุเข้าสมาคม “นางร้าย” เกรดเอเป็นที่เรียบร้อย แต่ถึงแม้ว่า สาวเจนิส จะเข้าวงการมาได้ไม่นาน แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยปกปิด เรื่องหวานใจนอกวงการที่คบกันมานานถึง 4 ปี ล่าสุด สาวเจนิส ที่ได้เป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เปิดหมดเปลือกทุกความรักที่ไม่เคยปิดเป็นความลับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ความรักครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงไหน?

เจนิส : ตอนอยู่ ม.6 ค่ะ เป็นช่วงที่เราไปเรียนติวพิเศษ แล้วมีโอกาสได้ออกจากหอโดยที่แบบว่า ให้แม่เพื่อนมาเซ็นออกให้หน่อย เพราะว่าจะต้องไปเรียนพิเศษจริงๆ แต่ดันไปเจอผู้ชายที่ติวด้วย หนูแบบตื่นเต้นแบบทำตัวไม่ถูก ก็เป็นเพื่อนที่เรียนพิเศษด้วยกันค่ะ คือ เขาเป็นเด็กนอกมาเพิ่งจบ แต่ครอบครัวเขาดี คือดูแล้วรู้เลยว่าเขาถูกเลี้ยงมาแบบประคบประหงม เหมือนผู้ชายพาเราไปเปิดโลก พาไปขึ้น BTS แต่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกันนะคะ

เพราะเราก็ถูกเลี้ยงมาให้อยู่ในกรอบตลอด ซึ่งคุณตาคุณยาย เลี้ยงประกบมาโดยตลอด แล้วได้คบกับคนคนนี้ไหม?

เจนิส : คบสิค่ะ คนนั้น คือ แฟนคนแรกในชีวิตเราเลยค่ะ

แล้วความรักดำเนินต่อไปอย่างไร?

เจนิส : มหาลัย ก็ยังดีที่คนนี้เขาก็รักเรียน เรียนที่มหิดลอินเตอร์ เราก็ตั้งใจอ่านภาษาอังกฤษ ก็ได้เข้าที่เดียวกับเขาค่ะ เราต้องตามผู้ชายอยู่แล้ว (หัวเราะ) เพราะเขาเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับเราเลย ก็ทำตามฝันคือ ไปเรียนตามผู้ชาย คือ เขาเป็นคนดีมากถึงมากที่สุด แต่ตัวเราเอาแต่ใจมาก ไม่พอใจอะไรบอกเลิกๆ เพราะเราคิดเสมอว่าตายายดูแลรักเราขนาดนี้ นี่เรายอมเป็นแฟนเขา เขาต้องดูแลเราตามใจเรามากๆ เป็นเด็กที่เอาแต่ใจทุกอย่าง เรื่องกินก็จุกจิก เขายอมหมดทุกอย่างค่ะ

เจนิส-เจณิสตา

เห็นเขาเอาใจขนาดนี้แล้ว แต่เราในบางครั้งก็ไม่ให้เกียรติเขาเลย?

เจนิส : อยากจะว่าเขาต่อหน้าเพื่อนเขาเราก็ว่าเลย เพราะเรารู้สึกว่าแบบ ยังไงเขาก็ไม่เลิกกับเราแน่นอน เช่นที่ด่าเขาว่า ทำไมโง่ แบบนี้เลย หน้าตาไปหมดเหมือนนางร้ายในละครเลย คือ ด้วยความที่ตอนนั้นเราเด็กด้วย แล้วไม่ได้มีสังคม

แล้วตอนนั้นเรารู้สึกไหมว่าเราเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง เรานิสัยไม่ดี เราวีน รู้ตัวไหม?

เจนิส : รู้ค่ะ แต่เรามีคติในใจว่า ตายายเราเลี้ยงเรามาดีมาก เพราะฉะนั้น คนที่จะมาเป็นแฟนเราต้องดูแลเราได้ ต้องดีได้เหมือนตายาย แต่การที่เขาดีกับเรา แต่เราไม่ดีกับเขาถามว่าเรารู้ตัวไหม รู้ตัวค่ะ แต่ก็คิดว่ายังไงเขาก็คบกับเรา ไม่เห็นเลิกเลย ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดเลย เพราะตอนนั้นเรายังไม่เจอบทเรียนด้วย แล้วคือเราเด็กมากตอนนั้น แล้วตอนนั้นเรารู้สึกว่าเขาเป็นของตายของเล่นเหมือนลูกไก่ในกำมือ

เจนิส : แต่สุดท้ายเราก็จับได้ว่าเขานอกใจ เพราะเขาว่อกแว่กเพราะเขาไปเที่ยวผับ แต่เราก็เคยชินคือกลับมาดึกสุดก็สามทุ่มต้องรีบกลับเข้าบ้าน เพราะตอนนั้นเราอยู่มหาลัยแล้ว ก็ไม่ได้อยู่หอ กลับไปอยู่ที่บ้าน เขาก็ไปเที่ยว ตอนนั้นที่จับได้คือเรากำลังไปห้างกับเขา แล้วมีเพื่อนเขาชื่อ Mark โทรเขามา เราก็ถามเขาว่าใครเขาก็บอกเราว่าเพื่อน เราก็บอกเขาว่าคบกันมา 2 ปีทำไมไม่รู้จักชื่อนี้เลย แล้วเราก็บอกเขาว่าอย่าคิดว่าไม่รู้นะ เราใช้จิตวิทยาถามไป แล้วก็ถามว่าใคร ทำไมไม่รับ รับสิ ไม่งั้นโทรกลับนะ เขาก็มารับสารภาพว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่เจอในผับ

แล้วเราตกใจไหมคนที่คิดว่าเขาคือของตายแต่เขากลับนอกใจ?

เจนิส : ตอนนั้นหนูโมโหเขามาเลยตบเข้ากลาง BTS เลย ผู้ชายเขาก็โมโห แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ หนูก็บอกเสียงดังเลยตอนนั้น ว่าเลิกกันไปเลย ผู้ชายเขาก็เสียใจร้องไห้ เพราะเขารู้สึกผิด แต่ตัวหนูไม่ได้เสียใจนะกับความรักครั้งนั้น

จากความรักที่เอาแต่ใจ แต่เมื่อเจอคนนี้เป็นความรักครั้งหนึ่งของ เจนิส ที่ต้องฝืนความเป็นตัวเองสุดๆขนาดนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้างในความรักครั้งนั้น?

เจนิส : เริ่มต้นจากที่เพื่อนเราไปจับได้ว่าคนคนนี้ที่เราคบอยู่เขาไปมีคนอื่นนะ เพื่อนเราบอกว่าเขายอมเป็นหมาเลย เพราะเขาไม่อยากให้เราโง่ เพราะเพื่อนเห็นว่าคนที่เราคบโอบผู้หญิงคนอื่นอยู่ที่ร้านเหล้า เขาก็ถ่ายรูปส่งมาให้เราดู ตอนนั้นคือเราเสียใจมากอยากพุ่งไปหาเขาตอนนั้นเลย คิดวนอยู่ในหัวมากว่าทำไมเขาทำแบบนี้

เจนิส : แต่เราก็คิดอีกอย่างคือ ความดีของเราน่าจะชนะทุกอย่าง เราโดนความดีครอบงำ เราคิดแค่ว่าแค่เขายกให้เราเป็นที่หนึ่งก็พอ แล้วตอนนั้นเราก็ไม่กล้าที่จะไปแหกหน้าเลย เพราะว่าเดี๋ยวเขาอยู่กับเพื่อนแล้วถ้าเขามาเห็นเราในพาร์ตตัวร้าย ดูไม่เรียบร้อย ไม่น่ารัก ไม่ดี

เจนิส : ตอนนั้น คือก็ร้องไห้อดทนอดกลั้น คิดว่าจะทำยังไงดี พูดยังไงดี เตรียมตัวเตรียมใจ รอไม่ได้หลับไม่ได้นอน พอถึงเช้า เราก็ถามเขาว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาก็บอกว่าเธอไม่เห็นเหรอก็ยังกันตรงขอบราวก็แค่เอามือไปเท้าไว้ กลัวเขาตก เพื่อนเธอตั้งใจที่จะปั่นเราเขาไม่ชอบอะไรเราสองคนแน่ๆเลย เขาก็จะมีวิธีการพูดของเขา

เจนิส : ซึ่งเขาก็ทำให้เราเชื่อค่ะ เพราะโดนครอบงำอยู่ตอนนั้น

แล้วก็พยายามมองโลกในแง่ดีมากจนเกินจริงไป มันมาสิ้นสุดตรงไหน ที่รู้สึกว่าความจริงมันไม่ใช่เลยไหม?

เจนิส : อยู่มาวันหนึ่ง ก็คือคบปกติเลยนะคะ อยู่ๆเขาก็หายไป โทรไปก็ไม่รับ คือ พอเขาไม่รับเราก็ตกใจว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าเราก็โทรหาเพื่อนรอบข้างว่าเป็นอะไรไหม แล้วน้องชายก็มาบอกว่าเจอแฟนเรานะอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งสวยมากเดินจับมือกันอยู่ ก็คือสรุปแล้วที่เขาหายไปเรากังวลใจเป็นสิบๆ วัน สรุปแล้วเขามีคนอื่น

หลังจากที่ผ่านความรักมาหลายรูปแบบ กับการที่เป็นตัวเองสุดๆกับไม่เป็นตัวเองสุดๆ จนในที่สุดก็ได้มาเจอกับรักที่ลงตัว เจอกันได้ยังไง?

เจนิส : ตอนนั้น คือ พอเราเลิกกับแฟนก็มีรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเดี๋ยวกันเขาเป็นแม่สื่อแม่ชักให้พอรู้ว่าเราโสด พี่เขาก็ทักมาหา เราก็บอกว่าจะให้ไลน์เราไปกับคนที่คบอยู่ปัจจุบันนะ พอสองสามวันเขาถึงทักมา เราก็รู้สึกคนนี้มีฟอร์มจังเลย พอเขาแอดมา เขาก็คุยถามเราว่าชอบอะไร คนนี้ ปัจจุบันที่คบเขาค่อยๆ ละลายพฤติกรรมแม้กระทั่งเวลาเขาพาไปเจอเพื่อนเขาไม่ได้พาไปแบบเจอคนเยอะๆ เขาพาไปเจอทีละคน เขารู้สึกว่าไม่อยากให้เราเกร็ง เขาก็แบบให้เกียรติเรามากไม่แตะเนื้อต้องตัวเราเลย ไม่เป็นคนที่ฉาบฉวย คือ คุยกันมาตั้งนานทำไมพี่ถึงไม่จับมือเราเลยเรายังอยากไปจับมือเขาเลย

คนนี้ก็มาเปิดโลกให้เจนิสอีกแล้ว ?

เจนิส : คนนี้เขามาเปิดโลกเราอีกแล้ว คนนี้พาหนูไปผับ หนูไม่เคยเข้าผับเลย มันทำให้เรามีความรู้สึกตื่นเต้น สนุกมากค่ะ แต่เขาดูแลเราดีมากทุกอย่างปลอดภัย ส่งถึงบ้าน สองวันแรกที่เขาพาหนูไปผับหนูก็อ้วกในรถเขา หนูก็พังเลยค่ะ หนูเป็นตัวเองมากอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวอะไรเลยมาส่งเราที่บ้านอีกด้วยซ้ำ

เจนิส : เขายังเปิดโลกพาเราไปเที่ยวหัวหิน เขาก็ถามว่าเราไปอยู่ไหนมา คือว่าเราไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากกลับที่ตรัง กรุงเทพฯ แล้วก็อยู่หอ เขาก็พาเราไปเปิดโลก คือ เราแฮปปี้มาก ทำให้เราถูกใจคนนี้มาก

แต่ไม่ใช่เขาที่เปิดโลกให้กับเราเท่านั้น เรายังเปิดโลกให้กับเขาด้วยในเรื่องของเครื่องสำอางด้วย?

เจนิส : เขาน่าจะเข้าใจนะคะ หนูเวลาไปเดินห้างอะไรอย่างนี้ คือ ถ้าเดินผ่านโซนเครื่องสำอาง คือ ทุกแผนกรู้จักหนูหมดเลย เพราะเวลาเราไปซื้อคือเราจะซื้อเยอะมาก ซื้อทีเราซื้อเป็นแสนแต่หลายแบรนด์รวมกันนะคะ คือเราชอบเครื่องสำอางเยอะมาก

กับคนนี้เกือบจะไม่ทะเลาะอะไรกันเลยยกเว้นเรื่องแต่งหน้า?

เจนิส : ใช่ค่ะ คือ ถ้าวันนี้จะไปเที่ยวกันแล้วเขาขับรถมารับ เขาต้องมานั่งรอเราแต่งหน้า เราก็ชอบเติมโน้นนิด นี่หน่อย คือการแต่งหน้ามันคือศิลปะนะคะ คือเห็นที่แต่งน้อยๆ แบบนี้ ใช้เวลา 3 ชั่วโมงเลยค่ะ เพราะเราแต่งไปลบไป เติมจนกว่าจะพอดี คิ้วต้องให้เป็นธรรมชาติ เพราะหนูอิน หนูชอบ

เจนิส : แต่เพราะเราชอบแต่งหน้า มันก็เลยเกิดเป็นเรื่องราวให้ได้ทะเลาะกัน เพราะหนูเป็นคนไม่ตรงเวลา เวลาเรานัดกับเขาให้เขามารับเขาต้องมารอตลอด แต่อยู่ตรงสิ่งที่เราชอบเราอินแล้ว เราก็อยากเติมแต่งให้เท่าที่เราต้องการ พอเลทบ่อยๆ เขาก็บอกเราว่า เธอต้องเปลี่ยนนะเธอจะแต่งอะไรขนาดนั้น อย่างลิปสติกหนูไม่เคยทาสีเดียวเลยต้องเอามาผสมกัน 4-5 สี

เจนิส-เจณิสตา

กับแฟนคนนี้ อีกเรื่องที่เขาถ้าเลี่ยงได้คือเลี่ยงจะไม่ดูการแสดงละครของเรา เขามีเหตุผลให้เราอย่างไร?

เจนิส : คือ การที่เรามาเล่นอะไรแบบนี้มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไร มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว คนเป็นแฟนกันเขาก็หวง ก็ห่วง เขาก็หึงว่าเธอทำไมเล่นบทแรงจัง เธอจูบกับผู้ชายคนอื่นถ้าเป็นเราล่ะ เราก็บอกว่าเธอจะไปจูบกับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ คือ เขาก็โอเค แต่เขาคือให้เกียรติเรามาก เธอเราทำงานนะ เราเป็นอีกคนนะ เขาก็เข้าใจ แต่เขาก็ไม่ดูงานของเรา


ภาพจาก : IG : @janistarr

ส่องไลฟ์สไตล์ ‘เจ็ท –ณัฐพงศ์’ กับอีกมุมของการเป็นไบค์เกอร์สายเท่

ส่องไลฟ์สไตล์ เจ็ท – ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช กับอีกมุมของการเป็นไบค์เกอร์สายเท่ พร้อมเผยความประทับใจทริปล่าสุด กับที่สุดแห่งซูเปอร์ไบค์ ที่ล้ำไปอีกระดับ

หากนึกถึงคนดังชาย ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เพื่อสะสม หรือเพื่อเอาไว้ขับขี่ไปออกทริปกับแก็งค์เพื่อน เจ็ท – ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช ผู้จัดละคร ค่ายเมกเกอร์ กรุ๊ป แห่งวิกหนองแขม ก็เป็นอีกหนึ่งคนดังที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปออกทริปต่างๆ อยู่เสมอ

เจ็ท –ณัฐพงศ์

โดยล่าสุดคุณเจ็ทก็ได้มีโอกาสทดลองขี่ ร็อกเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT) ของค่ายรถพรีเมียมบิ๊กไบค์สัญชาติอังกฤษอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวที่คุณเจ็ทได้ทดลองขี่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นที่สุดแห่งซูเปอร์ไบค์ของโลก ด้วยเครื่องยนต์ขนาดยักษ์ รูปทรงที่โดดเด่น และแรงบิดที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งคุณเจ็ทได้เผยถึงไลฟ์สไตล์การขับขี่รถซูเปอร์ไบค์ของตัวเอง และความประทับใจที่ได้ทดลองขับขี่ร็อกเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT

จุดเริ่มต้นของความชื่นชอบในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์

เจ็ท –ณัฐพงศ์

ผมเริ่มหลงรักการขี่รถมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มจากการขี่มอเตอร์ไซค์รุ่นเล็กๆ แล้วค่อยขยับมาลองโมเดลที่ใหญ่ขึ้น จนเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ก็ได้เริ่มซื้อรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เป็นของตัวเอง หลังจากนั้นก็ค่อยๆ สะสมรถมอเตอร์ไซค์หลากหลายโมเดลมากขึ้น จนถือว่าเข้าสู่วงการบิ๊กไบค์อย่างเต็มตัว  ซึ่งสไตล์การขับขี่ในเมือง

สำหรับวันไหนที่เราออกกองละครไม่ไกลมาก และแพลนว่าจะเลิกไม่ค่อยดึก ก็จะเลือกขี่มอเตอร์ไซค์ไปกองละคร สลับกับการใช้รถยนต์ รวมทั้งขับขี่ไปออกทริปต่างจังหวัด ซึ่งการเลือกรถมอเตอร์ไซค์สำหรับการขับขี่ในสไตล์ต่างๆ ก็ต้องดูที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ และการออกแบบรูปทรงที่รองรับการขับขี่ในประเภทต่างๆ เช่นกัน

รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจสไตล์ที่ชอบ

เจ็ท –ณัฐพงศ์

จริงๆ แล้วสไตล์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่ชอบเป็นพิเศษจะเป็นรถสายคลาสสิก ด้วยความที่สไตล์การแต่งตัวของเราค่อนข้างออกไปในแนววินเทจ ประกอบกับรถสไตล์คลาสสิกที่มีเอกลักษณ์ของการออกแบบที่สุขุมนุ่มลึก ดูเหนือกาลเวลา และดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เมื่อวัยเราเริ่มโตขึ้น ก็เริ่มหันมาชอบรถสไตล์คลาสสิกมากขึ้นไปด้วย แต่เมื่อเราเข้าสู่วงการขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาสักระยะ ก็ทำให้เรารู้จักเทคนิคการขับขี่ที่หลากหลาย ที่เหมาะกับการขี่ในสไตล์ที่แตกต่างกัน ก็ทำให้อยากเปิดโลกกว้างกับการลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ตระกูลต่างๆ เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่

ทริปล่าสุด กับการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ ร็อกเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT)

ล่าสุดผมได้รับโอกาสจากไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ ประเทศไทย ให้รถรุ่นร็อกเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT) มาทดลองขี่ ซึ่งเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ใหญ่ถึง 2,500 ซีซี นับว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เครื่องใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อได้รับรถมอเตอร์ไซค์สุดพิเศษแบบนี้มาลองขับ ผมเลยแพลนจัดทริปออกต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อน เพื่อทดสอบ Performance ของรถ ซึ่งรถคันนี้เป็นรถสไตล์ cruiser สำหรับขี่ทางไกลโดยเฉพาะ ด้วยชุด handlebar ที่ดึงเข้าหาตัวทำให้ไม่เมื่อย ชุดพักเท้าที่เป็น Forward control เยื้องไปข้างหน้าทำให้การขี่ทางไกลสบายมากขึ้น มี windshields ขนาดเล็กที่ดีไซน์ aerodynamic ออกมาได้ดีมาก ตัดลมที่ประทะตัวออกได้จนไม่รู้สึกเหนื่อยเวลาทำความเร็ว มีพนักพิงหลังสำหรับคนซ้อนที่ปรับระดับความสูงได้ สะดวกสบายสำหรับการใช้มัดกระเป๋าเดินทางไปเที่ยว (ถ้าไม่มีคนซ้อน)

ส่วนเรื่องระบบช่วงล่าง เรียกว่าเหมือนขี่เมฆ โช้คหน้า-หลังสามารถปรับได้ อย่างละเอียด ทั้ง preload-rebound-compressed เบรคก็จัด Brembo ตัวเทพมาให้ทั้งคู่หน้าและหลัง มีโหมดในการขับขี่ให้เลือกหลายแบบ มี cruise control ให้ใช้ในทางยาวๆ มาถึงเครื่องยนต์ 2500 ซีซี ที่ใครๆก็อยากรู้ว่าแรงแค่ไหน พูดเลยว่าแรงมากแต่ไม่ได้ควบคุมยากอย่างที่คิด แรงแบบผู้ดี ออกนิ่มๆ แต่มาเร็วมากๆ สไตล์รถสปอร์ตเลย ล้อหลังที่ใหญ่ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าเวลาเข้าโค้งจะลำบากไหม จะเลี้ยวเข้าหรือเปล่า บอกเลยว่า เบาสบายเข้าโค้งได้ดีไม่มีเหวอ ไม่มีขืน

เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดประทับใจ และเป็นที่สุดในอีกระดับของคุณเจ็ท ซึ่งก่อนจะทิ้งท้ายกันไป หนุ่มเจ็ทเองก็อยากชวนคนที่รักในความเร็ว แรง และชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การขับขี่ และสนุกกับการค้นหาสไตล์การขับขี่ที่ใช่ไปด้วยกัน อีกทั้งสามารถมาร่วมแชร์ประสบการณ์ และเทคนิคการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบของตัวเองกันได้ที่อินสตาแกรม jettmaker