แพรวสร้างลูกรักให้ฉลาดได้ไม่ยาก…เมื่อสมองลูกมีการเชื่อมโยงที่ดี

อยากให้ลูกเก่ง ฉลาด คือสุดยอดความปรารถนาของคนเป็นพ่อแม่…ยิ่งยุคนี้แต่ละครอบครัวมีลูกกันน้อยลง จึงเลี้ยงลูกด้วยความทุ่มเทและพัฒนาสมองให้ลูกรักกันเต็มที่ด้วยวิธีต่างๆ  เพื่อให้ลูกมีสติปัญญาที่ดีและประสบความสำเร็จในอนาคต แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่รู้ว่ามีวิธีเสริมสร้างสมองที่ดีให้ลูกอย่างถูกต้องอีกอย่างหนึ่งก็คือการให้สมองของลูกทำงานเชื่อมโยงสื่อสารระหว่างกัน หรือมี Brain Connection ที่รวดเร็ว ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาลูกรักให้ฉลาดคิดและใช้ชีวิตทันโลกได้จริง  เมื่อแพรวได้มีโอกาสฟังคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมองมาเผยเคล็ดลับใหม่ ! เราจึงพลาดไม่ได้ที่จะนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ

การทำงานเชื่อมโยงกันของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (Brain Connection) กุญแจสู่สติปัญญา และความเก่งของลูก

โดยมี ผศ. นพ. วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ กุมารแพทย์โรคระบบประสาท อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ ม. มหิดล เผยความรู้อันน่าทึ่งของสมองเด็ก ที่มีการพัฒนาโครงสร้างและการทำงานที่รวดเร็วมากที่สุดตั้งแต่ในครรภ์จนถึงช่วง 2-3 ขวบปีแรก โดยสมองจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ ต้องทำงานกันเป็นทีม มีการสื่อสารส่งสัญญาณระหว่างสมองแต่ละส่วนที่รวดเร็ว จึงจะทำให้กระบวนการทำงานต่างๆ ในการคิด วิเคราะห์ จดจำหรือแก้ปัญหา ประสบความสำเร็จ  ไม่ใช่แค่การทำงานของสมองเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้นเหมือนที่เราเคยเชื่อกันมาตลอด ดังนั้นการเชื่อมโยงสื่อสารระหว่างสมอง หรือ Brain Connection ที่รวดเร็วของลูกนั้น จึงเป็นกลไกสำคัญที่สุดต่อความฉลาด การเรียนรู้ที่ดี และพัฒนาการที่ดีของสมองลูกรัก

เทคโนโลยี MRI ภาพสแกนสมอง ย้ำว่าเรื่องง่ายๆ สมองก็ทำงานหลายส่วน

ลืมความเชื่อเดิมๆ ว่ายกมือซ้าย สมองซีกขวาทำงาน คิดวิชาการใช้สมองซีกซ้ายกันไปได้เลย เพราะเมื่ออาจารย์หมอ ดร. นพ. วิทยา สังขรัตน์  อาจารย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา และศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค AIMC) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงให้ดูผลการตรวจเวลาสมองทำงาน โดยเครื่องตรวจสมอง MRI สุดทันสมัย ทำให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่า  แค่กระดิกนิ้วซ้ายนิ้วเดียว สมองยังทำงานพร้อมกันหลายๆ ส่วน  รวมถึงเห็นภาพสมองกำลังทำงานพร้อมกันมากมาย ๆ ทั้ง ๆ ที่คนนั้นแค่นอนเฉย ๆ ดูคนฉีกกระดาษ แต่สมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อต่าง ๆ ทำงานตามที่เห็น ยิ่งไปกว่านั้นสามารถตรวจหาความสมบูรณ์และเครือข่ายของใยสมอง ซึ่งเชื่อมต่อโยงใยกันอย่างเป็นระบบที่ซับซ้อน อนึ่งใยสมองมีไมอีลิน (Myelin) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ  

นอกจากเราจะได้รู้แล้วว่าสมองทำงานพร้อมกันหลายส่วนจึงทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่เรายังรู้อีกด้วยว่า สมองส่งสัญญาณหากันได้รวดเร็ว ต้องใช้ตัวช่วย  เพราะการสื่อสารในวงจรประสาทจำเป็นต้องอาศัย ไมอีลิน ที่จะช่วยส่งสัญญาณกระแสประสาทให้เป็นไปแบบก้าวกระโดด เปรียบเสมือนมีทางด่วนในสมองนั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้าไมอีลินนี้ จะสร้างได้รวดเร็วและพบมากตั้งแต่ที่คุณแม่ตั้งครรภ์จนถึงช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ตามที่คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าลูกวัยนี้มีพัฒนาการที่ก้าวหน้า ทำอะไรเก่งขึ้นมาก  สาเหตุจากสมองที่สื่อสารได้รวดเร็ว ฉะนั้นช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาทองที่คุณแม่ต้องช่วยสร้างไมอีลิน ด้วยการให้ลูกกินอาหารที่ช่วยเสริมสร้างไมอีลิน คืออาหารกลุ่มไขมัน

โดยเฉพาะ สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) และสารอาหารอื่นๆให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงการเรียนรู้ และการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่นใกล้ชิดอีกด้วย

สารอาหารสำคัญในนมแม่ ช่วยลูกสมองไว ร่างกายแข็งแรง

เพราะนมแม่เป็นแหล่งของไขมันชั้นดีที่ช่วยพัฒนาสมอง รวมถึงมี สฟิงโกไมอีลิน  คุณแม่จึงควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะมีงานวิจัยพบว่าทารกที่กินนมแม่อย่างน้อย 3 เดือนจะมีปริมาณไมอีลินในสมองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้สฟิงโกไมอีลินยังมีมากใน ไข่ และผลิตภัณฑ์นม เช่น ชีส ครีม และนม

คุณแม่รู้อย่างนี้แล้ว…รีบส่งเสริมและเลือกอาหาร เพื่อพัฒนาสมองลูกรักให้ทำงานรวดเร็ว เพื่ออนาคตที่สดใสของคุณหนูกันตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ #สฟิงโกไมอีลิน #BrainConnection

keyboard_arrow_up