กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม

กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ประกาศให้กำลังใจแก่คนทั่วโลกด้วยการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมประจำปี 2561 ด้วยคำขวัญว่า –  #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

การต่อสู้กับมะเร็งเต้านมโดยมุ่งไปที่เวลาและการลงมือทำถือเป็นเรื่องด่วน

ทุกๆ 19 วินาที บางแห่งบนโลกใบนี้จะมีผู้หญิงหนึ่งคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม  การต่อสู้กับโรคนี้มีความก้าวหน้าไปมาก ทว่าการทำงานก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเลขที่น่าวิตกนี้     การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ (การรณรงค์) ปีนี้จัดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จำเป็นต้องรีบดำเนินการทันที โดยใช้ข้อความที่เรียบง่ายแต่เป็นสากล นั่นก็คือ #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม เวลาเป็นสิ่งมีค่ามาก , มีจำกัด และไม่สามารถซื้อได้  เกือบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประเทศ, อายุ, วิถีชีวิต หรือค่านิยมใดๆ ต่างยังคงได้รับผลกระทบจากโรคนี้ที่ไม่มีคำว่าขอบเขต   ด้วยการณรงค์ในปีนี้ กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ยังคงยึดมั่นกับพันธสัญญาของบริษัทที่ว่า ถึงเวลาที่จะต้องสนับสนุนการวิจัย, การศึกษาและการบริการต่างๆ ทางการแพทย์ให้มากขึ้น เพื่อที่จะนำเราให้เข้าไปใกล้กับวิธีการรักษาได้มากขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยทั่วโลกได้มีเวลามากขึ้นที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดีและแข็งแรงขึ้น

ในปีพ.ศ. 2535  เอเวอลิน เอช. ลอเดอร์ได้ร่วมสร้างสรรค์ริบบิ้นสีชมพูอันเป็นสัญลักษณ์ และได้เริ่มการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์  โดยจัดทำเป็นการรณรงค์ระยะยาวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ไม่เฉพาะให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังให้กับผู้คนนับล้านๆ คนที่ได้รับความทุกข์ทุกปีจากมะเร็งเต้านม  หนึ่งปีต่อมาเธอได้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม® (บีซีอาร์เอฟ) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อระดมทุนให้กับการวิจัยเรื่องโรคมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะ  ปัจจุบัน การรณรงค์ได้ระดมทุนได้มากกว่า 76 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก, บีซีอาร์เอฟได้มอบทุนเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ไปแล้ว 250 ทุน (เป็นเงิน 62 ล้านดอลลาร์จากจำนวนเงินทั้งหมดที่ระดมได้)  และยังคงดำเนินการอยู่ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

ความก้าวหน้าในการที่จะต่อสู้กับมะเร็งเต้านมยังคงดำเนินต่อไป และผลจากการรณรงค์ก็แพร่ขยายออกไป  อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้ลดลงร้อยละ 39 นับตั้งแต่ปลายปี 2533 เป็นต้นมา

และอัตราการรอดชีวิตในระยะเวลา 5 ปีก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 90 หากมีการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก  การเยียวยาและการผ่าตัดก็ก้าวหน้าขึ้นด้วย  ขณะนี้การรักษาเยียวยาก็กำลังทำให้เหมาะกับประเภทของมะเร็งเต้านมของแต่ละคน และการผ่าตัดก็ไม่ได้เป็นวงกว้างเหมือนก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีงานที่ต้องทำอีก   วิลเลียม พี. ลอเดอร์ ประธานบริหารของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ ยังคงให้การสนับสนุนงานของคุณแม่ของเขาผู้ล่วงลับไปแล้วอย่างแข็งขัน โดยกล่าวว่า “การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมได้นำสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำในฐานะที่เป็นบริษัทไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและชุมชนต่างๆ ทั่วโลก   ตอนที่คุณแม่ของผม, เอเวอลิน ลอเดอร์, เริ่มการรณรงค์นี้ในปี 2535 เธอมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า จะต้องทำให้มะเร็งเต้านมหมดสิ้นไป ด้วยการสนับสนุนอย่างมั่นคงของพนักงาน, หุ้นส่วนและผู้บริโภคของเราทั่วโลก เราจึงได้เข้าไปใกล้วิธีการรักษาได้มากขึ้นเรื่อยๆ และใกล้ที่จะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง ด้วยการลงทุนอย่างยั่งยืนในด้านการศึกษาและวิจัย”

เพื่อระลึกถึงการเริ่มต้นเดือนแห่งการตระหนักถึงโรคมะเร็งเต้านมในเดือนตุลาคมนี้ การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์จะนำเสนอวิดีทัศน์ที่เป็นตอนๆ ต่อเนื่องกัน เรื่อง “ทุกวินาทีมีค่า” ซึ่งจะสร้างการรับรู้ได้มาก  ในช่วงเวลาที่ใครสักคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ย่อมเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป เวลาจะช้าลง ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย งดงามและเป็นจริง การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมปี 2561 ให้ความสำคัญกับแนวความคิดเรื่องเวลาและผลกระทบที่มะเร็งเต้านมมี ทั้งจากมุมมองส่วนตัวและที่เป็นสากล  ในวิดีทัศน์ทั้งเรื่องยาวและสั้นนี้ เราจะเห็นภาพชีวิตจากมุมมองของผู้ที่ต้องเผชิญกับมะเร็งเต้านม วิดีทัศน์เรื่องนี้บรรยายโดยเอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ซึ่งเป็นทูตในการณรงค์นี้ทั่วโลกมาเป็นเวลานาน เธอกล่าวว่า “ทุกๆ 19 วินาที บางแห่งบนโลกใบนี้จะมีผู้หญิงหนึ่งคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม” และกล่าวปิดท้ายด้วยการกระตุ้นให้ร่วมกิจกรรมอย่างเร่งด่วนว่า “ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว”

เฮอร์ลีย์กล่าวว่า “ดิฉันโชคดีที่ได้เห็นผลอย่างมหาศาลจากการรณรงค์ทั่วโลกด้วยตาของดิฉันเอง  เริ่มตั้งแต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ดิฉันฟังว่า เธอไปตรวจแมมโมแกรมเพราะเธอได้ยินข้อความสำคัญที่เรารณรงค์ออกไปเกี่ยวกับการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก  ไปจนกระทั่งถึงการเห็นว่าการวิจัยที่ให้เราให้ทุนสนับสนุนนั้นส่งผลต่อวิทยาศาสตร์, การรักษาและเยียวยาผู้ป่วย – ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะพาเราให้เข้าไปใกล้กับการรักษาได้มากขึ้น  การทำการวิจัยเพื่อรักษามะเร็งเต้านม และการสนับสนุนการศึกษาและการบริการต่างๆ ทางการแพทย์ให้ก้าวหน้าขึ้นนั้น สร้างความหวังให้กับหลายๆ คนที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้ มะเร็งเต้านมส่งผลกระทบต่อเราทุกคนจริงๆ และดิฉันก็ภูมิใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ทั่วโลกในเรื่องนี้ ซึ่งจะยังคงนำเราไปสู่ความหวังเพื่อให้โลกนี้ปลอดจากมะเร็งเต้านม”

การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์นั้นกำลังตั้งเป้าหมายที่จะระดมทุนให้ได้ 8 ล้านดอลลาร์และกำลังริเริ่มความพยายามต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้มีการดำเนินการ, ทำให้มีการศึกษาและการรับรู้มากขึ้น และหาเงินทุนสนับสนุน:

  • การเปิดไฟตามอาคาร, อนุสาวรีย์และสถานที่สำคัญต่างๆ ให้สว่างไสวด้วยไฟสีชมพูเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพของเต้านม – รวมทั้งอาคารเอ็มไพร์สเตท ในมหานครนิวยอร์ก, หอไอเฟลในกรุงปารีส และหอลอตเต้ เวิล์ดในกรุงโซล
  • การกระตุ้นให้ร่วมกิจกรรมทางสังคมเพื่อร่วมกันทำพันธกิจในการสร้างโลกนี้ให้ปลอดจากมะเร็งเต้านม โดยการสร้างบันดาลใจให้ประชาคมโลกได้ส่งต่อข้อความที่ว่า เพราะเหตุใดจึง #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว และการติดแท็ก @esteelaudercompanies
  • การแจกจ่ายโบรชัวร์ที่ให้ความรู้และริบบิ้นสีชมพูที่เคาน์เตอร์ผลิตภัณฑ์เสริมความงามแบรนต์ต่างๆ ของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ทั่วโลก
  • ระดมกำลังพนักงานจำนวน 46,000 คนเพื่อสร้างผลกระทบให้กับชุมชนต่างๆ และรวมกันดำเนินการต่างๆ ในทางสร้างสรรค์
  • ผลักดันให้มีการบริจาคให้กับบีซีอาร์เอฟโดยผ่านทาง ELCompanies.com/BreastCancerCampaign

ฟาบริซิโอ เฟรดา, ประธานและหัวหน้าสูงสุดฝ่ายบริหารของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ได้อุทิศตนเพื่อรังสรรค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั่วโลก เพราะได้เห็นตัวอย่างจากการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นงานที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ  เราขอมีส่วนรับผิดชอบที่จะให้ความสำคัญกับการเป็นพลเมืองที่ดีของโลก และการรณรงค์นี้ถือเป็นเสาหลักที่สำคัญแห่งค่านิยมของครอบครัวเรา เราเพียรพยายามเสมอที่จะทำให้พันธกิจแห่งการรณรงค์นี้ประสบผลสำเร็จ เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกนี้ปลอดจากมะเร็งเต้านม”

แบรนด์ต่างๆ ของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ที่จะสนับสนุนพันธกิจของการณรงค์มีดังต่อไปนี้: AERIN, Aveda, BECCA, Bobbi Brown, Bumble and bumble, Clinique, Darphin, DKNY, Donna Karan, Estée Lauder, GLAMGLOW, Jo Malone London, La Mer, Lab Series, Origins, Prescriptives, Smashbox, Tom Ford Beauty and Tory Burch. แต่ละแบรนด์จะให้การสนับสนุนด้วยการขายสินค้าที่มีริบบิ้นสีชมพู หรือจะบริจาคให้กับบีซีอาร์เอฟ และ/หรือองค์กรการกุศลอื่นๆ ทั่วโลก  ความหลากหลายนี้จะแตกต่างกันไปตามประเทศและองค์กร

การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์นี้ ต้องการให้ทุกคนทราบว่า: ถึงเวลาแล้ว  ถึงเวลาแล้วที่จะเดินหน้าสร้างการตระหนักรับรู้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความรู้มากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องไขปริศนาเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีป้องกันให้มากขึ้น  การรณรงค์นี้จะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ด้วยข้อความที่ไม่มีอะไรมากไปกว่า: “ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว”

หากท่านต้องการสนับสนุนการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ โปรดเข้าไปเยี่ยมชมที่ ELCompanies.com/BreastCancerCampaign  และติดตามสื่อสังคมได้ที่ @esteelaudercompanies และใช้ #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

เรื่องราวเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์

การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ (ซึ่งแต่เดิมรู้จักกันในนาม การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม) ได้ผนึกกำลังและเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกเข้ามาร่วมในพันธกิจของการรณรงค์นี้ เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกนี้ปลอดจากโรคมะเร็งเต้านม  เอเวอลิน เอช. ลอเดอร์ผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้เริ่มการรณรงค์นี้ขึ้นในปี 2535 พร้อมกับได้เริ่มจัดทำริบบิ้นสีชมพูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมเป็นการริเริ่มโครงการเพื่อการกุศลในนามของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ และยังคงดำเนินการอยู่ในกว่า 70 ประเทศ  การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมได้ระดมทุนได้กว่า 76 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัย, การศึกษาและการให้บริการต่างๆ ทางการแพทย์ทั่วโลก โดยมอบให้กับมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม® (บีซีอาร์เอฟ) ไปแล้วกว่า 62 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นทุนการวิจัยทางการแพทย์ 250 ทุนทั่วโลก หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม โปรดเข้าไปเยี่ยมชมที่ ELCompanies.com / BreastCancerCampaign  หรือติดตามได้ที่ @esteelaudercompanies ในเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ลิงกต์อิน, ยูทูป และที่ทวิตเตอร์ @elcompanies มาร่วมสนทนากันเรื่อง #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์

กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและนักการตลาดชั้นนำของโลกด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการถนอมผิว, ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า, น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม   ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศและอาณาเขตต่างๆ โดยใช้ชื่อต่างๆ ได้แก่ Estée Lauder, Aramis, Clinique, Prescriptives, Lab Series, Origins, Tommy Hilfiger, M·A·C, Kiton, La Mer, Bobbi Brown, Donna Karan New York, DKNY, Aveda, Jo Malone London, Bumble and bumble, Michael Kors, Darphin, Tom Ford, Smashbox, Ermenegildo Zegna, AERIN, Tory Burch, RODIN olio lusso, Le Labo, Editions de Parfums Frédéric Malle, GLAMGLOW, By Kilian, BECCA and Too Faced.

keyboard_arrow_up