วิจิตรตระการตางานประณีต “ศิลป์แผ่นดิน”

นับเป็นโอกาสพิเศษสุดๆ ที่ได้ชื่นชมความงดงามของหัตถศิลป์ชั้นสูง ฝีมือช่างไทยจากสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชราชินีนาถ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน  ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สถานที่จัดแสดงผลงานชิ้นเอกที่รังสรรค์จากสองมือของลูกหลานชาวนาชาวไร่ วันนี้พร้อมเปิดให้เข้าชมในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ที่ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้ชื่อ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน

งานนี้เจ้าภาพหัวใจไทยอย่าง บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนลูกค้าเซเรเนดเข้าชมความงดงามของหัตถศิลป์ชั้นสูงทั้ง 23 แขนง  ซึ่งทีแรกกำหนดจำนวนไว้ 100 ท่าน แต่ด้วยการตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้เอไอเอสต้องตัดสินใจขยายจำนวนเป็น 150 ท่าน ซึ่งพร้อมใจกันแต่งด้วยชุดผ้าไทยมาอย่างสวยงาม

การเข้าชมครั้งนี้ถือเป็นความเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากวันที่เราได้เข้าชมจะเป็นรอบพิเศษ เพราะวันจันทร์เป็นวันปิดทำการของพิพิธภัณฑ์ ทีมเรายังได้รับเกียรติจากอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทย มาเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ บอกเล่าถึงรายละเอียดของผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินด้วย

เมื่อเข้าสู่ภายในอาคารเป็นพื้นที่การจัดแสดงชั้น 1 ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยห้องปีกแมลงทับ ผลงานเครื่องเงินเครื่องทอง หมู่เรือพระที่นั่งจำลองจากขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลอง เรือพระที่นั่งมงคลสุบรรณจำลอง และเรือพระที่นั่งศรีประภัศรไชยจำลอง ถัดมาเป็นฉากจำหลักไม้ขนาดใหญ่ ด้านหนึ่งเป็นเรื่องสังข์ทอง อีกด้านหนึ่งเป็นเรื่องหิมพานต์

เมื่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ต้องตื่นตาความอลังการของฉากถมทอง เรื่อง รามเกียรติ์ 3 ฉาก ซึ่งดึงเค้าโครงเรื่องตอนทศกัณฑ์ลักนางสีดา ตอนทศกัณฑ์ลงสวนเพื่อไปเกี้ยวนางสีดาในปราสาท และตอนพระมงกุฎ-พระลบ จับม้าอุปการ

ส่วนภาพผืนใหญ่ที่ติดบนผนังขนาดเกือบ 10 เมตร คล้ายภาพเขียน แต่แท้จริงเป็นผลงานผ้าปักเส้นไหมน้อย (ไหมที่ละเอียดชั้นในสุดของรังไหม) ปักไล่ระดับสี และแสงเงาทำให้เกิดมิติ โดยช่างฝีมือ143 คน ใช้เวลาปัก 4 ปี บอกเล่าเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่อง อิเหนา นอกจากนี้ยังมีผลงานมาสเตอร์พีชอีกมากมาย อาทิ

บุษบกมาลา จำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระมหามณเฑียร พระบรมหาราชวัง เป็นผลงานที่รวบรวมช่างฝีมือหลายแขนงในการสร้างสรรค์ ได้แก่ งานเครื่องเงิน-เครื่องทอง งานถมทอง งานคร่ำ งานลงยาสี งานแกะสลักไม้ งานตกแต่งปีกแมลงทับ และงานจักสานย่านลิเภา

สัปคับพระคชาธาร  สัปคับจำหลักทองประดับเพชร โครงในเป็นเงินจำหลักลายเทศ และดอกเทศลอยประดับเพชร พื้นซับปีกแมลงทับ ท้ายประกอบเกรินกาบพรหมสิงห์จำหลักทอง ราวพนักลายนาคเกี้ยวพื้นลายเทศ ด้านนอกพนักซ้ายขวาทั้ง 2 ข้าง ตั้งลายปฏิญาณใหญ่ (ใบปรือ) จำหลักทองประดับเพชร     ขาประกอบหน้าสิงห์ขบลายเทศประดับเพชร พื้นดาดทองคำสาน สัปคับนี้จำลองแบบจากพระที่นั่งพุดตานคชาธาร ซึ่งทอดประดับ ณ มุขทิศเหนือ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท อันเป็นสัปคับพระคชาธาร สำหรับออกราชสงคราม

สีวิกากาญจน์ ในภาษาสามัญเรียกว่า เสลี่ยงหรือคานหาม เป็นพระราชยานสำหรับเจ้านายฝ่ายในที่สูงศักดิ์ ระดับสมเด็จพระราชินี สีวิกากาญจน์องค์นี้นำแบบมาจากสีวิกากาญจน์ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท องค์เดิมโครงด้านในเป็นไม้ แต่องค์ใหม่นี้เป็นผลงานช่างฝีมือหลายแผนกจากสถาบันสิริกิติ์ ได้แก่          แผนกเครื่องเงินเครื่องทอง แกะสลักไม้ ตกแต่งปีกแมลงทับ และลงยาสี ใช้ระยะเวลาสร้าง 1 ปี 6 เดือน จำนวนช่างฝีมือ  160 คน

ขันถมทองลายมงคล 108 จัดสร้างในวาระสำคัญอันเป็นมหามงคล ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ได้จัดทำผลงานโดยนำลายมงคล 108 มาผูกประสานกับงานศิลปะแขนงอื่น เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่ง

คุณบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท
แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้กล่าวถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้

“ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เอไอเอส มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมชวนคนไทยมาร่วมสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทยอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ซึ่งนอกจากความงดงามและประณีตในรายละเอียดเชิงศิลปะแล้ว ผลงานต่างๆ ยังบอกเล่าเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของประเทศไทยได้อย่างดีเยี่ยม จนได้รับการยกย่องอย่างสูงในระดับนานาชาติ กิจกรรมในครั้งนี้ เอไอเอส ในฐานะพสกนิกรชาวไทย จึงขอร่วมส่งต่อความภาคภูมิใจผ่านการร่วมเปิดประสบการณ์ให้กับคนไทย ได้เข้ามาร่วมสัมผัสบรรยากาศและเรียนรู้งานศิลป์ชั้นสูงภายในพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ที่เคยจัดแสดงอยู่ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งล้วนเกิดจากพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ ที่ทรงอุทิศพระองค์ โดยทรงงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระราชปณิธานที่จะทำให้พสกนิกรของพระองค์พ้นจากความยากจน และสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมฝีมือของช่างไทย ให้ยั่งยืนคู่แผ่นดินไทยตลอดไป”

เหนือสิ่งอื่นใด ผลงานทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ทรงอนุรักษ์งานศิลปะไทย เกิดขึ้นเป็นงานส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เมื่อปี 2513 โดยวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร การอนุรักษ์และส่งเสริมหัตถกรรมไทยโบราณของชาติมิให้สูญหาย  และทรงต้องการเสริมอาชีพของราษฎรไทยบางพื้นที่  เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  โดยพระองค์ทรงรับลูกหลานชาวไร่ชาวนามาฝึกอาชีพกว่า 700 คน ที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็นช่างศิลป์ที่สร้างสรรค์ผลงานอันประณีต จนกลายเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่าของแผ่นดิน

ลูกค้าเอไอเอสสามารถเข้าชมงาน “ศิลป์แผ่นดิน” โดยรับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าเข้าชม มูลค่า 50 บาท เพียงกดรหัส ณ จุดจำหน่ายบัตร (1 หมายเลขต่อ 1 สิทธิ์ต่อเดือน) ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม พ.ศ.2562 โดยเข้าชมได้ทุกวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 15.30 น.  บัตรราคา 150 บาท นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 75 บาท (แสดงบัตรประจำตัว)

 

 

 

keyboard_arrow_up