จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จับมือ Rap is now ร่วมทำเพลงฮิตให้เป็นเพลงแร็ปกับโปรเจ็กต์ THE RAPISODE

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ในยุคปัจจุบันต้องบอกว่าเพลงแร็ปได้กลับมาคืนชีพอีกครั้ง พร้อมกับศิลปินหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดจากกลุ่มเล็กๆ จนตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการเพลงแร็ปเลยก็ว่าได้ จึงกลายเป็นที่มาของการร่วมมือครั้งสำคัญของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับ Rap is now (แร็ป อีส นาว) ในโปรเจ็กต์ THE RAPISODE (เดอะ แร็ปพิโซด) ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่นำเพลงฮิตของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ทุกยุคมาทำใหม่ให้เป็นเพลงแร็พ รับรองเลยว่าทุกเพลงในโปรเจ็กต์นี้จะต้องโดนใจแฟนๆ ชาวแร็พเปอร์อย่างแน่นอน ที่สำคัญยังเป็นการช่วยยกระดับวงการเพลงฮิปฮอปในไทยอีกด้วย

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

สำหรับโปรเจ็กต์ THE RAPISODE (เดอะ แร็ปพิโซด) ถือได้ว่าเป็นโปรเจ็กต์แรกของการทำงานเพลงร่วมกันของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับ Rap is now (แร็ป อิส นาว) โดยการนำเพลงฮิตของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่มีมากกว่า 50,000 เพลง คัดเลือกให้เหลือ 50 เพลงเพื่อให้แร็ปเปอร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงมาถ่ายทอดเพลงฮิตที่ได้คัดเลือกเอาไว้ให้เป็นเพลงแร็ปในสไตล์ของแต่ละศิลปิน ไม่ว่าจะเป็น  เพลงจิ๊จ๊ะ ศิลปิน Urius (ยูเรียส) x 8Botsboyz (เอท บอท บอย) x Lvrk (แอลวีอาร์เค),  เพลงคิดถึง ศิลปิน Darkface (ดาร์กเฟส) x Jahrom (จารอม), เพลงดาวประดับฟ้า ศิลปิน Blacksheep (แบล็คชีพ) x 20October (ทเวนตี้ออคโทเบอร์) x Neykofear (เนย์โคเฟียร์), เพลงขอให้รวย ศิลปิน Sir Poppa Lot (เซอร์ ป็อปป้า ล็อต) x CDGT (ซีดีจีที), เพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร ศิลปิน Og-anic (ออแกนิค), เพลง Stay ศิลปิน Lazyloxy (เลซี่ล็อกซี่), เพลงไม่ต่างกัน ศิลปิน Blacksheep (แบล็คชีพ), เพลงพันธ์ทิพย์ ศิลปิน Singnoi (สิงห์น้อย) x Ozeeoos (โอซีอู๊ด), เพลงเพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ) ศิลปิน Chitswift (ชิดสะวิบ) ฯลฯ พูดได้เลยว่าทุกเพลงฮิตที่นำมาทำใหม่ให้เป็นเพลงแร็ปจัดเต็มไปด้วยซาวด์ดนตรีที่สนุกสุดเก๋และทันสมัย ผสมผสานกับสไตล์การแร็ปของศิลปินจึงทำให้ทุกเพลงยิ่งทวีคูณความสนุก

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราเชื่อว่าดนตรีมีความสำคัญในทุกๆ ส่วน ซึ่งจริงๆ แล้วเพลงแร็ปเป็นส่วนที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ไม่มี และเราเล็งเห็นถึงการเติบโตของแนวดนตรีในประเภทนี้ จึงทำให้มองเห็นโอกาสและยุทธศาสตร์ของการร่วมมือกับผู้นำตลาดของแนวเพลงแร็ปนั่นก็คือ Rap is now (แร็ป อิส นาว) ซึ่งโปรเจ็กต์นี้อยู่ภายใต้การทำงานที่พึงพอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ในส่วนของ Rap is now (แร็ป อิส นาว) ถือว่าเป็นครีเอทีฟที่ได้มาทำงานร่วมกัน โดยได้ชักชวนศิลปินฮิปฮอปกว่า 30 ชีวิต มาร่วมกันทำเพลงประมาณ 50 เพลงให้กลายเป็นเพลงแร็ป ยิ่งไปกว่านั้นจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะสนับสนุนและช่วยเผยแพร่เพลงทุกเพลงในโปรเจ็กต์นี้ผ่านช่องทางยูทูปของ GMM Grammy Official (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออฟฟิเชียล) ที่มีผู้ติดตามกว่า 13 ล้าน Subscribers (ซับสไครเบอร์) เราเชื่อมั่นว่าการจับมือร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เพลงแร็ปเข้าถึงคนได้มากขึ้นและสร้างความชื่นชอบได้มากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเราตั้งเป้าการรับชมรับฟังเพลงในโปรเจ็กต์ THE RAPISODE (เดอะ แร็ปพิโซด) นี้จะมียอดวิวไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านวิว

ดังนั้น นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือที่เป็นไปตามทิศทางของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คือการเป็น Entertainment Infrastructure ที่สามารถร่วมงานกับผู้ที่มีความสามารถได้ทุกรูปแบบ วันนี้เป็นความร่วมมือการผลิตเพลงแร็ปร่วมกันกับ Rap is now (แร็ป อิส นาว) แต่ในอนาคตมันอาจจะเดินทางไปสู่ Showbiz (โชว์บิซ) หรือ Festival (เฟสติวัล) ร่วมกันก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ เพียงแต่ว่าเป้าหมายใหญ่ก็คือการเติบโตไปด้วยกันแบบต่อเนื่องและยั่งยืน

นายศวิชญ์ สุวรรณกุล Creative & Art Director Rap is now กล่าวว่า ถ้าพูดถึงวงการฮิปฮอปตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยครับ เพราะตลอดหลายๆ ปีที่ผ่านมาก็มีขึ้นมีลง แต่สำหรับผมความสำคัญอีกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบชัดเจนก็คือการมีกลุ่มแฟนเพลงที่เริ่มติดตามผลงานศิลปินฮิปฮอปอย่างจริงจัง เนื่องด้วยมีวงทางเลือกให้เค้ามากขึ้น สามารถตอบสนองรสนิยมและความต้องการของแฟนๆ ซึ่งในอนาคตผมเดาว่าคงจะเริ่มมีแนวเพลงแร็ปที่แตกแขนงออกไปมากขึ้น แบบที่ Base จากศิลปินอย่างชัดเจน เช่น เพลงแร็ปเพื่อชีวิตที่ทำขึ้นเพื่อกลุ่มคนที่ชื่นชอบแนวเพลงเพื่อชีวิตโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นเพลงแร็ปที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าไป รวมถึงเพลงแร็ปแนว Futuristic ที่ใช้ซาวด์แปลกๆ ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา ส่วนเรื่องคุณภาพของผลงานจะต้องมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลาเพราะค่อนข้างมีการแข่งขันเยอะพอสมควรครับ

การทำงานร่วมกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ถือเป็นโอกาสที่ดีของ Rap is now ที่จะทำให้เพลงแร็ปเข้าถึงคนได้มากขึ้นและสร้างความชื่นชอบได้มากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็น Hub ของดนตรี ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยทำสิ่งที่เราคิดให้เป็นจริงได้เร็วขึ้นครับ กับโปรเจ็กต์แรก THE RAPISODE เป็นโปรเจ็กต์ที่นำเพลงฮิตของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ทุกยุคมาทำใหม่ให้เป็นเพลงแร็ป ซึ่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีเพลงฮิตจำนวนมากแบบนับไม่ถ้วนที่จะให้เลือกสร้างสรรค์เป็นผลงานใหม่ได้ เพลงในโปรเจ็กต์นี้มีข้อดีตรงที่มันจะเข้าถึงผู้ฟังได้เร็วขึ้นด้วยเนื้อร้องหรือทำนองที่คุ้นหูอยู่แล้ว เลยเป็นโปรเจ็กต์ที่สนุกมากๆ และยังเป็นการมอบโอกาสให้แร็ปเปอร์รุ่นใหม่ๆ มาลงอีกสนามที่มีผู้ฟังจำนวนมหาศาลครับ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่มอบโอกาสให้ทีม Rap is Now ครับ และฝากถึงคนที่กำลังสนใจและชื่นชอบเพลงแร็พ ไม่ว่าจะเพิ่งมาชื่นชอบหรือชื่นชอบมานานแล้ว เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวังครับ

keyboard_arrow_up