ดีแทคพลิกไทย โครงการระดมไอเดียดีๆ เพื่อพลิกสังคมให้ดีกว่าเดิม

บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ ดีแทค ประกาศผล ดีแทคพลิกไทย แพลทฟอร์มออนไลน์สำหรับโครงการเพื่อสังคม เปิดตัว 10 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบระดมทุนต่อไป พร้อมมอบเงินรางวัลตั้งต้นเพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้เกิดขึ้นได้จริง

หลังจากโครงการ “ดีแทคพลิกไทย” เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ได้รับความสนใจจากผู้มีไอเดียกว่า 500 โครงการ นำเสนอแนวคิดที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนใดชุมชนหนึ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดที่เน้นการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ ได้ประกาศผลเข้ารอบ 10 โครงการสุดท้าย

1. โครงการพัฒนาเครื่องช่วยสอนพิมพ์อักษรเบรลล์ โดยสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน
2. โครงการพัฒนาไม้เท้าพยุงปรับระดับ โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. โครงการติดตั้งซูเปอร์ตะบันน้ำ โดยสมาคมเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเทือกเขาเพชรบูรณ์
4. โครงการผลิตสื่อเพื่อป้องกันฟันผุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
5. โครงการโปลิศน้อย หุ่นยนต์เพื่อผู้หญิง โดยสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
6. โครงการโคมไฟแสงอาทิตย์ โดยมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม
7. โครงการ Inskru ออนไลน์แพลทฟอร์มเพื่อการแลกเปลี่ยนหลักสูตร โดยมูลนิธิ Teach for Thailand
8. โครงการสวนเกษตรเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยกลุ่มสวนเกษตรชุมชน ผักไร้สารบ้านพูนทรัพย์
9. โครงการผลิตกระดาษธรรมชาติจากเศษอาหาร โดยโรงเรียนมีชัยพัฒนา
10. โครงการโรงเรียนโรงเล่น พิพิธภัณฑ์ออนไลน์มีชีวิต โดย พิพิธภัณฑ์เล่นได้

ราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริการกลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัว 10 ทีมสุดท้ายของโครงการดีแทคพลิกไทยว่า “การพัฒนาของสังคมโลกและสังคมไทยตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มนุษย์แวดล้อมด้วยปัญหาสังคมมาเป็นเวลานาน แม้จะมีกลุ่มพลเมืองที่มีความตื่นรู้มากขึ้น( Active Citizen) มากมายที่อยากจะสร้างการเปลี่ยนแปลงแต่ยังขาดหัวใจหลักของการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จและยั่งยืน ซึ่งก็คือ ทิศทางที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ทักษะ เงินทุนที่ใช้ขับเคลื่อนและสุดท้ายคือเครือข่ายพันธมิตรที่มีจุดประสงค์เดียวกัน

ดีแทคจึงเข้ามาช่วยเติมเต็มสิ่งที่โครงการพัฒนาต่างๆขาดอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมให้โครงการมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งการระดมทุนออนไลน์และเชื่อมโยงผู้บริจาค ที่นำหลักการของคลาวด์ฟันดิ้งผ่านเว็บไซต์ Taejai.com แพลทฟอร์มระดมทุนออนไลน์เพื่อสังคม เพื่อหาแนวร่วมหรือคนทั่วไปที่คิดเห็นคล้ายกันสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาทั้งยังเป็นแหล่งระดมทุนเพื่อต่อยอดโครงการให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง นี่ถือเป็นบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการเปลี่ยนพลังของคนในสังคมในการเปลี่ยนสังคมและชุมชนให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวในเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม ครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญ”

“อเล็กซ์ เรนเดล” นักแสดงหนุ่ม ที่มีหัวใจและแนวคิดอยากเปลี่ยนแปลงสังคม ตัวอย่างสำคัญของ Active citizen และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง EEC THAILAND (Environmental Education Centre) โครงการที่สร้างการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมทั้งด้าน ป่า ทะเล เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน ให้มีความตระหนักรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว หลังจากได้เห็นทั้ง 10โครงการ ที่คัดเลือกแล้ว ทุกโครงการดีหมด  แต่ส่วนตัวที่ได้ทำงานสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นว่า

“ชอบแนวคิดของซูเปอร์ตะบันน้ำ 4.0 ที่นำชาวบ้านให้รู้จักคิดค้นวิธีของตัวเอง จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ มีหลักการบริหารจัดการที่ดี คือการจะใช้เครื่องมือก็มีเงื่อนไขคือการเปลี่ยนการเกษตรของตัวเองให้เป็นเกษตรที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถลดปัญหาน้ำท่วม และสร้างรายได้ที่มาจากความรู้ของคนท้องถิ่น ผมว่ามันเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์และเท่มาก การอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่าเทคโนโลยี คือการแชร์ข้อมูล การให้องค์ความรู้ ถือเป็นการต่อยอดให้เกิดผลสำเร็จได้จริง อย่างเรื่องการอนุรักษ์ที่ผมทำอยู่ การให้ความรู้กับสังคมเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเป็นแพลทฟอร์ม อย่างน้อยก็กับคนที่เขาเห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ เป็นประโยชน์ในการบอกข้อมูล เพราะฉะนั้นเราต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในด้านที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์มากที่สุด”

นาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศิลปินที่พ่วงบทบาทของนักเศรษฐศาสตร์ มองว่า “เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่จะผลักดันให้หัวใจของการพัฒนาข้อสำคัญคือเรื่องทุน (Funding) ซึ่งเมื่อ 5 ปีก่อนการระดมทุนอาจจะดูเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่กลุ่มสตาร์ทอัพนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ทำการระดมทุนได้ในวงกว้าง และยังทำให้เกิดความตระหนักรู้ให้คนหมู่มากด้วยระบบคลาวด์ฟันดิ้ง คือการสร้างความสนใจด้วยการจุดประกายสิ่งหนึ่งขึ้นมา แล้วถ้าคนได้เห็นแล้วประทับใจ เขาก็อยากมีส่วนร่วมในโครงการ อาจจะอยู่ในรูปของการบริจาคหรือการติดตาม แม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่เมื่อเขารู้สึกสนใจแล้ว เขาก็จะสนใจติดตาม และคิดว่านี่คือเรื่องของเขาด้วย มันเป็นพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ซึ่งผมมองว่าจำเป็น ส่วนเรื่องของจำนวนเงินทุนถ้าบริจาคเล็กๆ น้อยๆ แต่เข้าถึงคนจำนวนมากก็ทำให้เกิดจำนวนเงินมหาศาลได้”

และจาก 10 โครงการพลิกไทยจากดีแทค “รู้สึกประทับใจโครงการภารกิจหาบ้านให้คนไร้บ้านเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการดังกล่าวจะพัฒนาชุมชนให้เขามีที่อยู่ต่อไปให้เขาเป็นเจ้าของ พัฒนาที่รกร้างด้วยการสร้างสวนเกษตร สร้างโรงเพาะเห็ดที่สร้างรายได้ และความมั่นคงให้ชีวิตของคนจนในเมือง การหยิบยื่นเงินอุดหนุนไม่สู้หยิบยื่นอาชีพให้กับเขา บ้านไม่ใช่แค่เงิน ผลักดันให้สินค้าชุมชนออกสู่วงกว้าง ผมว่าจุดที่จะทำให้เขาพัฒนาอย่างยั่งยืน คือการให้ของขวัญอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่ทีมงานโครงการเท่านั้นที่จะมีส่วนร่วมแต่คือคนไทยมีส่วนร่วมได้ผ่านแพลทฟอร์มคลาวด์ฟันดิ้ง ซึ่งเป็นการช่วยที่ยั่งยืนและอยู่ในวงกว้างด้วย”

ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Taejai.com และผ่านการบริจาคทาง USSD ของดีแทค   และเพื่อเป็นการขอบคุณในการร่วมสร้างไทยให้แกร่ง พลิกประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม สำหรับลูกค้าดีแทคที่บริจาคภายใน 31 สิงหาคมนี้ ผ่าน เว็บไซต์ Taejai.com ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ดีแทคขอมอบสิทธิพิเศษในการปรับสถานะ dtac Reward ให้เป็นสถานะ Blue Member แก่ผู้บริจาคที่ใช้เลขหมายของดีแทคเป็นระยะเวลานาน 1 เดือน โดยผู้บริจาคจะได้รับสิทธิพิเศษนี้ภายใน 3 สัปดาห์หลังการบริจาคผ่าน SMS ยืนยันสิทธิพิเศษนี้จากดีแทค พร้อมระบุวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของสถานะ

โครงการที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 โครงการ จะได้รับเงินรางวัลตั้งต้นจากดีแทค  100,000 บาท และได้รับการเทรนนิ่งและพัฒนาโครงการกับผู้เชี่ยวชาญทั้งจากจีแล็บ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากดีแทค สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมโครงการได้ที่ www.dtac.co.th/plikthai

keyboard_arrow_up