ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

กูรูตัวแม่ “หมอของขวัญ” เผยทุกเม็ด ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนมยังไงให้สุดปัง

Alternative Textaccount_circle
event
ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม
ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่คู่ควรกับการลงทุนทั้งในยามวิกฤติและยามปกติ เนื่องจากผู้คนในวงการรู้ดีว่า “ยังไงก็ขายได้” นั่นคือกระเป๋าแบรนด์เนมที่สร้างความฮือฮาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบางรุ่นที่ตัวเลขราคาดีดตัวขึ้นเท่าตัวในช่วงเวลาไม่กี่ปี เพียงแค่ต้องรู้ข้อมูลและรู้จักเลือก อย่างที่ คุณหมอเคท – แพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เซเลบนักช็อปและนักลงทุนด้านกระเป๋าแบรนด์เนมมากว่า 20 ปี ด้วยดีกรีความเอกซ์เปิร์ตระดับสิบ และถือได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย นำข้อมูลมาฝากถึงมือใหม่หรือผู้ที่กำลังคิดจะกระโจนมาลงทุนในสนามสุดหรูนี้

กูรูตัวแม่ “หมอของขวัญ” เผยทุกเม็ด ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนมยังไงให้สุดปัง

ผ่านบทเรียนแรก

“ส่วนตัวหมอมีความเข้าใจในแบรนด์เนมมานานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะกระเป๋าแอร์เมส เหมือนหมอสักคำว่าแบรนด์เนมไว้ตรงหน้าผากเลย (หัวเราะ) ฉะนั้นอยากจะบอกมือใหม่หรือผู้ที่สนใจทุกคนว่า ทุกการลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจ ในสิ่งที่จะลงทุนอย่างแท้จริง ไม่เล่นตามกระแส เพราะคำว่า ‘ชื่นชอบ’ ‘ฟุ่มเฟือย’ และ ‘การลงทุน’ มีความต่างกันแค่เส้นบาง ๆ เท่านั้น

“เมื่อ 10 ปีก่อนหมอให้สัมภาษณ์คอลัมน์ Unexpected ในนิตยสาร แพรว ถึงคอนโดกระเป๋าแบรนด์เนมของตัวเอง ทุกคนคงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเงินอย่างเดียว คงทำไม่ได้ ทำไมกล้าซื้อกระเป๋า Herms Himalaya ใบละกว่า 2 ล้านบาท แต่วันนี้ กระเป๋าใบนั้นราคาขึ้นมาที่ 7 ล้านบาทแล้วนะคะ หมออยากจะบอกว่าคนที่มีแต่เงิน แล้วไม่รู้เรื่องคงไม่มีความสามารถในการหาเงินมาซื้อของพวกนี้ได้ หมอขอถาม กลับว่าระหว่างซื้อกระเป๋าราคาหลักหมื่น ใช้ไปแล้วขายได้หลักพัน กับซื้อกระเป๋า ใบละ 2 ล้านบาท ใช้ไปแล้วแต่สามารถขายได้ 7 ล้านบาท แบบไหนฉลาดกว่ากัน

“ฉะนั้นใครที่อยากจะลงทุนกับ Luxury Investment ต้องถามตัวเองก่อน ว่ามีครบทั้งสามข้อนี้หรือไม่ อันดับแรกคือ มีความเข้าใจแบบองค์รวมในสิ่งที่ จะเอาเงินไปลงทุน อย่างบางคนชอบรถซูเปอร์คาร์ ทราบอยู่แล้วว่า ‘รถ’ อย่างไรก็ ‘ลด’ แต่รถคือความสุขในการขับขี่ ถ้าคิดจะลงทุนกับรถ คุณต้องมองคลาสสิกคาร์ ซึ่งราคาแพงกว่ารถที่เพิ่งออกใหม่เสียอีก ดังนั้นเราต้องเข้าใจและให้เวลา เป็นไปไม่ได้ เลยที่จะซื้อวันนี้แล้วได้กำไรวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างต้องมีเวลาของการที่จะได้กำไร ยิ่ง ธุรกิจใหญ่ ใช้เงินก้อนโตในการลงทุน กว่าจะได้กำไรต้องใช้เวลานาน แต่หลังจาก คืนทุนแล้ว ต่อไปคือกำไรมหาศาล

ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

“สอง มีความรู้อย่างถ่องแท้ว่าสิ่งที่เราลงทุนนั้นเป็นของจริง ตอนนี้คนนิยม ใช้คำว่า Luxury Investment กันเยอะ บางคนตั้งตัวเองมาเป็นกูรูด้านนี้ หมออยากถามว่าประสบการณ์คุณมีแค่ไหน เหมือนกับการฝึกขี่จักรยาน ถ้าไม่ล้มก็จะ ขี่จักรยานไม่เป็น ถ้าไม่เคยซื้อของปลอมก็จะไม่เอกซ์เปิร์ต ตัวหมอเองเคยซื้อ กระเป๋าปลอม จนวันนี้สามารถดูได้ว่าแท้หรือปลอม ยังจำได้ตอนซื้อกระเป๋าปลอม ใบแรกเป็นกระเป๋าแอร์เมสหนังจระเข้ เบอร์กิ้น ไซส์ 30 สี Vert Anis ซื้อมา ในราคา 1.75 ล้านบาท พอดีช่วงนั้นหมอซื้อกระเป๋าแอร์เมสมาเก็บไว้เยอะ และยัง ดูของไม่ขาด อีกทั้งไว้ใจคนขาย เพราะเห็นว่าเปิดร้านมาเกือบ 10 ปีในตอนนั้น (2557) พอซื้อมาก็เก็บไว้มาหนึ่งปี จนมาเปิดดูถึงรู้ว่าเป็นของปลอม เพราะหนัง Cherve ด้านในกระเป๋าสีผิดเพี้ยน ไม่ใช่ Vert Anis ปกติสีของหนังข้างในและ ข้างนอกต้องใช้สีเดียวกัน เมื่อโทร.หาที่ร้าน เขาบอกว่าจะต้องให้ช็อปที่ปารีสรับรอง ว่าเป็นของปลอม เขาจึงจะรับผิดชอบ หมอเดินทางไปช็อปแอร์เมสที่ปารีสเลย แล้ว หักอะไหล่เพื่อส่งให้รีแพร์เซ็นเตอร์ ถึงได้รับการยืนยันว่าเป็นกระเป๋าปลอม แต่ปรากฏว่า กลับมาเมืองไทยแล้วติดต่อกับทางร้านไม่ได้อีกเลย เพราะเขาบล็อกหมอทุกช่องทาง

“จึงอยากจะบอกว่าร้านขายของแบรนด์เนมบางแห่งมีการขายของปลอม อาจจะด้วยความไม่รู้ แต่คุณควรรับผิดชอบด้วยการคืนเงินลูกค้า อันนี้สำคัญ ถ้าใครสักคนลงทุนกับกระเป๋าราคา 1 ล้านบาท ซึ่งอีก 10 ปีราคาอาจเป็น 5 ล้านบาท แล้วกระเป๋าใบนั้นกลับเป็นของปลอม คือจบเลยนะ

“ข้อ 3 ต้องมีแพสชั่น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจ อย่างหมอชวนพี่ คนหนึ่งให้มาลงทุนในของแบรนด์เนม เขาอาจจะบอกว่าไม่ชอบแบรนด์เนม นั่น แสดงว่าเขาไม่มีแพสชั่น ถ้าจะให้นั่งอ่านข้อมูลแบรนด์เนมทั้งวันทั้งคืนคงเป็นไป ไม่ได้ แต่เรามีแพสชั่นก็จะสนุกกับการศึกษา เมื่อมีข้อมูลก็เกิดความเข้าใจ เมื่อ มีความเข้าใจก็พลาดยาก

“แต่ไม่ใช่ของแบรนด์เนมทุกใบที่หมอซื้อแล้วได้กำไรนะคะ อย่างที่เคยเล่าว่า กระเป๋าแอร์เมสบางรุ่นเมื่อก่อนราคา 1 ล้านบาท วันนี้ขายได้ 3 ล้านบาท แต่บางใบ ที่ซื้อมา 5 ล้านบาท ตอนนี้ลงเหลือ 2 ล้านบาทก็มี แต่ที่ไม่มีใครพูดถึงเพราะ กลัวว่าตัวเองดูไม่ดี แต่หมอมองว่านั่นคือบทเรียนชีวิต หมอใช้หลักอย่างนี้ค่ะ ถ้า บวก บวก ลบ ลบ แล้วเรายังบวก ถือว่าโอเค”

ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

มองให้ขาด…แท้หรือเทียม ?

“ต้องเข้าใจก่อนว่าการจะบอกว่าแบรนด์เนมใบไหนแท้หรือปลอม พิสูจน์ ยาก และต้องใช้ประสบการณ์สูง อย่างกระเป๋าแอร์เมส ถ้าหมอบอกว่ากระเป๋า ที่คุณซื้อมาเป็นของปลอม อาจจะมีผลทางด้านจิตใจ แต่ไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะหมอไม่ใช่แอร์เมสไทยแลนด์ แล้วแอร์เมสไทยแลนด์ก็คงไม่รับดูให้ด้วย เรา ไม่สามารถส่งกระเป๋าเข้าช็อปไทยเพื่อให้ SA หรือ Sale Assistant ดูให้ได้ ซึ่ง เราแน่ใจได้อย่างไรว่า SA มีประสบการณ์เพียงพอที่จะบอกได้หรือไม่ว่าใบไหนแท้ หรือปลอม

“วิธีเดียวคือต้องบินไปปารีสแล้วหักอะไหล่เพื่อเข้ารีแพร์เซ็นเตอร์เท่านั้น เท่าที่ทราบกระเป๋าแอร์เมสทุกใบจะมีโค้ดว่าช่างคนไหนเป็นคนทำ ถ้าช่างคนนั้น ออกไปแล้ว เขาจะส่งรายละเอียดทั้งหมดของการทำกระเป๋าใบนั้นให้ช่างที่มาดูแล คนต่อไป หมอไม่ทราบว่าเขามีวิธีตรวจกระเป๋าแท้หรือปลอมอย่างไร แต่หมอเชื่อว่า เขามี อาจจะฝังชิปไว้ที่กระเป๋าก็ได้ ซึ่งหมอไม่ทราบจริงๆ แต่ถึงทราบก็คง ขออนุญาตไม่บอกนะ เพราะจะทำให้ของปลอมสามารถปลอมได้เหมือนยิ่งขึ้น จนหมอของขวัญดูไม่รู้แล้วก็ได้ (หัวเราะ) นี่คือเหตุผลที่หมอไม่ทำคลิปสอนวิธี ดูกระเป๋าแท้หรือปลอมแบบละเอียดยิบ

“วิธีดูกระเป๋าว่าแท้หรือปลอมต้องใช้ทุกโสตประสาท ไม่ว่าจะตา มือสัมผัส ดม และประสบการณ์ จึงถือเป็นความสามารถเฉพาะทาง ในอนาคตอันใกล้นี้ถ้า หมอว่างจากงาน ขอย้ำนะคะว่า…ถ้าว่าง หมอจะเปิดศูนย์ Expert Brandname เพื่อช่วยดูให้ว่ากระเป๋าใบนี้แท้หรือปลอม เกิดจากประสบการณ์ที่หมอเก็บเกี่ยว กับกระเป๋าแบรนด์เนมมา 20 ปี มีกระเป๋าแบรนด์เนมผ่านมือหมอไม่ต่ำกว่า หนึ่งหมื่นใบ เฉพาะแอร์เมสมีไม่ต่ำกว่าพันใบแน่นอน โดยเฉพาะรุ่น Himalaya หมอมีในครอบครองเกิน 10 ใบ โดยอาจคิดค่าดูนิดหน่อย อย่างกระเป๋าใบละ 5 แสนบาท หมออาจจะคิดค่าดู 5,000 บาท อย่างน้อยจะได้ช่วยสร้างความมั่นใจ ให้อีกระดับหนึ่ง

“หมอเคยเจอกระเป๋าที่กำลังประมูลในไลฟ์ ตอนนั้นราคาขึ้นไปที่ 3 ล้าน บาท หมอมองก็รู้ว่าเป็นของปลอม จึงทักเจ้าของเพจไปว่าปลอมนะคะ เขาอ่าน แต่ไม่ตอบ แถมยังบล็อกหมออีกด้วย หมอสงสารคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ กระเป๋า ใบนั้นอาจจะเป็นใบแรกและใบเดียวในชีวิตของคนที่ได้รับไปก็ได้”

ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

ทริคการเลือกกระเป๋าเพื่อลงทุน

“ช่วงนี้ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทุกประเทศปิด การผลิตลดลง ทำให้ ราคาสูงขึ้น และไม่แน่ใจว่าหลังจากเปิดประเทศได้แล้วราคาจะตกลงไปขนาดไหน อย่างนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ เมื่อก่อนราคาขึ้นสูงมาก พอเพิ่มจำนวนการผลิต ทำให้ราคาตกลงทันที ฉะนั้นเราต้องเข้าใจตลาดก่อน

“อย่างหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้คือหมอไม่เคยเห็นราคากระเป๋าแอร์เมสขึ้นแรง ขนาดนี้มาก่อน อย่างสีเบสิกราคาขึ้นเป็นเท่าตัว ถ้าใครมีแพสชั่นแล้วอยากได้ กระเป๋าแบรนด์เนมมากๆ ตอนนี้แนะนำให้ซื้อแบบเซฟโซนค่ะ เริ่มตั้งแต่สีควรเป็น สีเบสิกที่เข้าได้กับทุกชุด อย่างสีดำ สีขาว สีครีม สีน้ำตาล สีเทา ถ้าแอร์เมส ก็ต้องเพิ่มสีแคลร์และสีอีทูป สำหรับชนิดของหนังนั้นอาจจะคาดเดาได้ยาก เพราะเป็นไปตามยุคสมัยและความนิยมในช่วงเวลานั้น อย่างตอนนี้ใครมีกระเป๋าหนัง ลิซาร์ด ขอให้เก็บไว้ให้ดี ราคาขึ้นแน่นอน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์หนังที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้นำเข้ามาในเมืองไทยแล้ว ภายใต้ระเบียบการควบคุมของไซเตส หรืออนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ อย่างแอร์เมสเบอร์กิ้น รุ่น Ombre Lizard จากราคา 7 – 8 แสนบาท วันนี้ขายได้ 3.5 ล้านบาท

“ส่วนไซส์ของกระเป๋าก็เป็นตัวแปรสำคัญ เมื่อก่อนวิกตอเรีย เบ็คแฮม ถือเบอร์กิ้นไซส์ 35 แล้วฮิต ทุกคนถือตามกันหมด ทำให้เบอร์กิ้นไซส์ 25 ไม่ได้รับ ความสนใจ ราคาตอนออกมาจากช็อปจึงถูกมาก แต่วันนี้ราคาแพงที่สุด ต้อง เข้าใจก่อนว่าต่างชาติไม่ค่อยนิยมของแบรนด์เนมเท่ากับคนเอเชีย และคนเอเชีย รูปร่างเล็ก ทำให้กระเป๋าแอร์เมสรุ่นเบอร์กิ้นและรุ่นแคลลี่ไซส์ 25 ราคาจึงดีดขึ้นไปมากตามความต้องการ

“ตอนนี้เทรนด์กระเป๋าเล็กๆ จิ๋วๆ กำลังมา อะไรที่โอเวอร์ไซส์ขายไม่ได้ ถ้าถามว่าอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สิ่งที่หมอคาดการณ์คือจะเป็นไป ตามกระแส ถ้าวันหนึ่งใครที่ดังมากๆ ออกมาถือกระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิ้น ไซส์ 35 แล้วสวยเหมือนวิกตอเรีย เบ็คแฮม กระเป๋าโอเวอร์ไซส์อาจจะกลับมาได้รับความ นิยมอีกก็ได้

“แต่ถ้าจะให้หมอทำนายนะคะ กระเป๋าแบรนด์เนมปีนี้ที่มาแน่ๆ ก็คงต้องกระเป๋าชาเนลใบเล็กๆ ตอนนี้ขายกันในหลัก 7 – 8 หมื่นบาท หมอคาดว่าน่าจะขึ้น ถึงหลักแสนบาทได้ไม่ยาก หมอซื้อเก็บไว้ 20 ใบ มีทุกสีเลย เพราะเวลาที่เราจะ ลงทุนอะไรอาจจะต้องหว่านแบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าแจ็กพ็อตจะออกที่สีไหนที่ทำให้ ราคาขึ้นเป็นเท่าตัว”

ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

มือใหม่เชิญทางนี้

“ถ้าอยากจะเริ่มต้นลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนมใบแรก หมอขอให้เริ่มจาก Used Like New หรือของมือสอง เพราะมีคนเจ็บตัวมาก่อนเราแล้ว อย่างกระเป๋า ใหม่ที่ออกจากช็อป แค่ถือครั้งเดียวก็กลายเป็น Used Like New ราคาตกลงมา 30 เปอร์เซ็นต์ทันที แล้วทำไมเราไม่ซื้อ Used Like New แต่ถ้าคุณคิดจะลงสนาม Luxury Investment คุณต้องซื้อไว้เก็บแล้วไม่ใช้เลย หมอก็มีกระเป๋าบางใบ ที่ซื้อมาสองปีแล้วยังไม่เคยเปิดจากกล่อง (ยิ้ม)

“สิ่งสำคัญคือคุณมีงบประมาณเท่าไร หมอจึงจะสามารถไกด์คุณได้ อย่างถ้ามี งบประมาณ 20,000 – 30,000 บาท หมอแนะนำให้ซื้อ Used Like New มือสอง ของหลุยส์ วิตตอง รุ่น Speedy Monogram ถ้ามี 100,000 – 200,000 บาท ซื้อ Used Like New ชาเนล รุ่นคลาสสิกสีดำ หนังคาเวียร์ ถ้ามี 1 – 2 ล้านบาท แอร์เมสรุ่นเบอร์กิ้นสีดำ หนังจระเข้ ราคากว่าล้านบาท สำหรับหมอแนะนำ ให้เลือกซื้อจากร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบ ถ้าเป็นของปลอมเขาต้องยินดีคืนเงิน อย่างร้าน Dearbrandshop ที่ซอยทองหล่อ 13 ครึ่งหนึ่งของกระเป๋าหมอมาจากร้านนี้ อีกร้านคือ Famous Bag ที่ขายกระเป๋าแบรนด์เนมทางออนไลน์ ทั้งสองร้านมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าสูงมาก

“ส่วนข้อนี้สำคัญที่สุดคือ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองด้วยการกู้หนี้ยืมสินมาซื้อแบรนด์เนม อย่าลืมว่าการลงทุนอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องคิดถึง Best Case คือขายแล้วได้กำไรกลับมาเท่าไร แล้วถ้า Worst Case ล่ะ คุณอาจจะต้อง ขาดทุนเท่านี้ คุณรับได้ไหม ถ้าคุณรับไม่ได้ อย่าก้าวเข้าไป เพราะคุณมีสิทธิ์จะเจอ Worst Case ได้ ใครจะไปรู้ว่าสามปีที่แล้วจะมีโควิดที่คนทั่วโลกติดกัน 300 – 400 ล้านคนขนาดนี้ ทำเศรษฐกิจพินาศไปทั่วโลก แล้วยังไม่รู้ว่าบทสรุปจะเป็นแบบไหนด้วย”

ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

คำเตือนจาก Expert Brandname

F“สิ่งหนึ่งที่หมอยากเตือนคือ อย่าเอาไข่ใส่ตะกร้าใบเดียว ให้แยกใส่หลาย ตะกร้า สมมติว่าคุณมีเงิน 100 บาท จะลงทุนกับแบรนด์เนม 100 บาทเลยไม่ได้ ควรแยกเงินลงทุนกับกองทุน 20 บาท แบรนด์เนม 20 – 25 บาท ทองแท่ง 20 บาท สำหรับทำธุรกิจอีก 10 บาท ที่เหลือเก็บเป็นเงินสด เป็นต้น

“ตอนนี้วงการแบรนด์เนมกำลังน่าเป็นห่วงมาก เพราะมีของปลอมปะปนอยู่ ในตลาดเพียบ แต่ก่อนถ้าซื้อจากร้านค้าสามารถที่จะติดตามได้ เพราะเปิดร้านขาย เป็นหลักแหล่ง เดี๋ยวนี้พอขายทางไอจี เฟซบุ๊ก เผลอแป๊บเดียวปิดหนีและตามไม่ได้อีก เมื่อ 5 ปีที่แล้วหมอเคยเปิดศูนย์ดูกระเป๋าแบรนด์เนม ทำให้ทราบว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งโดนหลอกให้ซื้อกระเป๋าปลอมไปกว่า 30 ล้านบาท ส่วนคนขาย ปิดไอจีหนีไปเลย

“ท้ายที่สุดที่หมออยากจะบอกคือ ถ้ามีเงินเหลือแล้วมีความสุขก็ใช้ไปค่ะ อย่าไปคิดเยอะ แต่ถ้าตรงข้ามก็อย่าค่ะ อย่างที่พูดกันว่า คงน่าเสียดายมาก ถ้าตายแล้วใช้เงินไม่หมด แต่ที่น่าสลดคือเงินหมด แต่ยังไม่ตาย”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 980

ภาพเพิ่มเติม : @doctorkatekate

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หรูหรา สมการรอคอย ยลโฉม 9 เรือนเวลาโมเดลใหม่จาก คาร์เทียร์ ประจำปี 2022

โนดอกไม้! 6 แหวนแบรนด์จิเวลรี่สุดหรู ของขวัญวันวาเลนไทน์สุดปัง

คัดเน้นๆ 10 สนีกเกอร์ Luxury Items แบรนด์เนมดังระดับโลก

Praew Recommend

keyboard_arrow_up