ประชาธิปัตย์ไม่ถูกใจสิ่งนี้! อภิสิทธิ์ลาออก ยุติบทบาท ส.ส. คะแนนโหวตหาย

เพราะเลือกเส้นทางไม่ได้ว่าจะไปซ้าย หรือขวา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดปัญหาประกาศลาออก ยุติบทบาท ส.ส. ในสภา งานนี้พรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ถูกใจมากนัก เพราะคะแนนโหวตหายไปหนึ่ง

เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์เด่นของวันนี้ที่หลายคนตั้งตารอคอย สำหรับการแถลงจุดยืนของนายอิภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติที่จะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนให้ พลเอกประยุทธ์ จันนทร์โอชา ประชาชนชาวไทยหลายคนก็รอดูท่าทีว่านายอภิสิทธ์จะทำเช่นไร จะรักษาคำพูดตามที่ได้ประกาศในขณะที่เป็นหัวหน้าพรรคและกำลังหาเสียงในช่วงเลือกตั้ง ว่าจะไม่สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่?

แต่ล่าสุดในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงชัดว่าจะขอลาออกจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเขาได้ให้เหตุผลว่า

ก่อนการเลือกตั้ง ผมได้แสดงจุดยืนทางการเมืองไปยังประชาชนทั้งประเทศว่าไม่สนับสนุน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายก การแสดงจุดยืนของผมในขณะนั้น เป็นการแสดงจุดยืนในฐานะพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้น แน่นอนว่า สอดคล้องกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และสอดคล้องกับเป้าหมายที่พรรคเสนอต่อประชาชน ว่า ประชาชนะเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต และเชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา พรรคไม่ประสบความสำเร็จ และผมตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ผมขอบคุณประชาชน 4 ล้านคน ที่สนับสนุนจุดยืนของผมในขณะนั้น เป็นหน้าที่ของผมที่จะทำให้สิ่งที่ประชาชนสนับสนุนเป็นจริงให้ได้ ตั้งแต่การเลือกตั้งผ่านมา ก็ยังมุ่งมั่นในจุดยืน และให้สมาชิกพรรครักษาจุดยืนดังกล่าว

สิ่งที่เราประสบในช่วงการเลือกตั้ง ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน หรือ พฤติการณ์สรรหา ส.ว. แทรกซึมสื่อมวลชนบางแขนง ทำให้นิติบัญญัติทัดทานตามกติกาไม่ได้ยังมีอยู่จริง ทำให้การสืบทอดอำนาจยังมีอยู่จริง ไม่ต่างกับปี 2548 ที่ผมยืดหยัดต่อสู้กับระบอบทักษิณ ถ้านึกไม่ออกให้ไปอ่าน แอนนิมอลฟาร์ม จะเข้าใจว่า พฤติการณ์ต่อต้านอำนาจบางสิ่งบางอย่าง แต่กลับทำสิ่งเดียวกับสิ่งที่ต่อต้าน คงไม่ต้องแนะนำให้ไปอ่านหนังสือเล่นต่อไป 1984

บัดนี้ประชาธิปัตย์ มีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ผมไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว แต่บอกที่ประชุมแล้ว ถ้าพรรคเห็นเช่นใด สมาชิกพรรคก็ต้องเห็นด้วยเช่นนั้น ยังแอบหวังลึกๆ ว่า จะมีแก้รัฐธรรมนูญ แอบหวังว่า คนที่พรรคไปพายเรือให้จะกลับใจ

โดยเสียดายว่า โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ จะกลายเป็นพรรคขนาดกลาง เป็นพรรคที่เป็นกลาง เป็นฝ่ายที่ 3 อะไรที่ดีพรรคก็สนับสนุนได้ อะไรไม่ดีพรรคก็สามารถตรวจสอบ ถ่วงดุลได้ พร้อมกับเสียดายโอกาสการมีพื้นที่เริ่มต้นเล็กๆ ให้เติบโตเป็นทางสายหลักของประชาธิปไตย โดยไม่ให้ใครอ้างประชาธิปไตยมาบังหน้า เสียดายที่ประเทศไทยไม่สามารถหลุดพ้นการบีบบังคับให้เลือกข้าง กลัวเผด็จการหรืออำนาจทักษิณ

ประการแรก ขอโทษประชาชนที่เลือกประชาธิปัตย์ โดยเข้าใจว่าพรรคจะรักษาจุดยืนคำพูด
ประการที่สอง สิ่งที่ต้องทำใน ส.ส. คือการเลือกตั้ง นายกฯ คงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและลงคะแนนขัดต่อพรรคได้ ผมเป็นนักการเมืองที่สนับสนุนระบอบพรรค ซึ่งทราบดีว่า นักการเมืองต้องมีวินัย แต่จะให้เดินเข้าไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำไม่ได้

คนที่เสนอให้ผมงดออกเสียง ผมได้ตอบไปในที่ประชุม ว่า พรรคไม่มีหน้าที่ รักษาเกียรติภูมิของใคร การรักษาเกียรติภูมิของผมเป็นหน้าที่ของผม แต่ปัญหาจะไม่จบในวันนี้ ทุกสัปดาห์จะเผชิญกับเรื่องนี้ ที่ผ่านมา ไม่เคยอึดอัดขนาดนี้ เหมือนตอนที่ต้องลงมติให้เลื่อนการประชุมสภาครั้งที่ผ่านมา แต่ผมต้องการทำตามมติพรรค

มาถึงวันนี้ ผมเหลือทางเดียวที่ต้องรักษา ไม่ใช่แค่เกียรติภูมิผม แต่เป็นเกียรติภูมิของพรรค ตามคติพรรค ที่ต้องรักษาคำพูด ผมเชื่อว่าการยึดมั่นอุดมการณ์และหลักการถึงจะเดินต่อได้ โดยมหาตะมะคานธี ได้เขียนจดหมายถึงหลาน ว่า บาป 7 ประการ  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การเมืองที่ไม่ยึดหลักการ ผมตัดสินใจลาออกจาก ส.ส. พรรค ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ถึงแม้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะแถลงชัดว่าขอลาออกจากการเป็น สมาชิกผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ได้มีการประกาศชัดว่าจะลาออกการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เลือกตั้งคราวหน้าเราจะได้เห็นเขาคัมแบ็คคืนสู่เส้นทางการเมืองหรือเปล่า ต้องรอติดตาม

อยู่บนเส้นทางการเมืองแล้วมันเครียด เลือกทางไหนก็มีแต่ช้ำใจ กลับไปเป็นทาสแมว อยู่กับนุ้งทิกกุ มิ้ง คาเวียร์ และผองเพื่อน ดีกว่าเนอะพี่มาร์ค


 

keyboard_arrow_up