“บิ๊กตู่” พลิกกลับมานำ คุณหญิงสุดารัตน์ ผลโพลประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกฯ

“บิ๊กตู่” อับดับ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ อันดับ 2  ผลโพลความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6)”  

เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6)” โดยครั้งก่อนนี้ผลโพลออกมาว่า “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” มาเป็นอันดับ 1 ขณะที่นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” มาเป็นอันดับ 2 แต่ว่าผลโพลล่าสุดมีการพลิก โดย “พลเอกประยุทธ์” กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 26.20 ตามมาด้วย “คุณหญิงสุดารัตน์” ร้อยละ 22.40

โดยก่อนหน้านี้นิด้าโพลได้เคยเผยผลสำรวจในหัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน” มาแล้วถึง 5 ครั้ง ซึ่ง 4 ครั้งแรกอันดับ 1 เป็นชื่อของ “พลเอกประยุทธ์” ขณะที่ครั้งที่ 5 เป็นชื่อของ คุณหญิงสุดารัตน์ เท่านั้น

คุณหญิงสุดารัตน์

และผลโพลในครั้งนี้นอกจากทั้ง 2 ท่านที่กล่าวไปแล้ว ยังมีคนอื่นๆ ที่ได้คะแนนโหวตด้วย อันดับ 3 ร้อยละ 11.56 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 4 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อันดับ 5 ร้อยละ 7.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อันดับ 6 ร้อยละ 7.28 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 7 ร้อยละ 3.28 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย อันดับ 8 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อันดับ 9 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล และอันดับ 10 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น นายวิษณุ เครืองาม

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล 10 อันดับแรก พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 32.72 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 24.16 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 3 ร้อยละ 14.92 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 11.00 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 5 ร้อยละ 5.76 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 0.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ อันดับ 9 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย และอันดับ 10 ร้อยละ 0.52 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

สำหรับปัญหาที่อยากให้นายกคนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.80 ระบุว่า ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 21.96 ระบุว่า ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ร้อยละ 8.92 ระบุว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 4.80 ระบุว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ ร้อยละ 3.44 ระบุว่า ปัญหาการควบคุมราคาสินค้า ร้อยละ 2.16 ระบุว่า ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในปัจจุบัน ร้อยละ 2.08 ระบุว่า ปัญหาการว่างงานและแรงงานนอกระบบ ร้อยละ 1.56 ระบุว่า ปัญหาด้านสุขภาพการรักษาพยาบาล และการคุ้มครองความเสี่ยงของผู้บริโภค ร้อยละ 2.16 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ปัญหาด้านการคมนาคม ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาด้านราคาน้ำมัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และมลพิษทางอากาศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า การส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และร้อยละ 0.12 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

ด้านความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.88 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 32.28 ระบุว่า เชื่อมั่น ร้อยละ 9.80 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.04 ไม่ระบุ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการไปลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) ของประชาชน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 98.40 ระบุว่า ไปลงคะแนนรองลงมา ร้อยละ 1.08ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.52 ระบุว่า ไม่ไปลงคะแนนในจำนวนของผู้ที่ระบุว่า จะไปลงคะแนน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.62 ระบุว่า ไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งรองลงมา ร้อยละ 6.34 ระบุว่าไปลงคะแนนเสียงล่วงหน้า และร้อยละ 0.04 ระบุว่า ไม่แน่ใจ


ข้อมูลจาก : http://nidapoll.nida.ac.th/

keyboard_arrow_up