ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า ในหมู่คนทำงาน บ่อนทำลายสุขภาพที่ไม่ควรละเลย

ร่างกายเหนื่อยล้า
ร่างกายเหนื่อยล้า

ความเครียด หรือ ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า ถือเป็นปัญหาที่พบมากในหมู่คนทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาการเหล่านี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากอาการเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลร้ายอย่างเฉียบพลัน

หลายคนต้องประสบกับอาการหลงๆ ลืมๆ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การศึกษาวิจัยได้สรุปออกมาว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจะค่อยๆ ลง โดยทั่วไปจะการทำงานของสมองจะเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่ออายุ 30 ปี และจะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่ออายุ 50 ขึ้นไป นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี อายุรแพทย์ด้านประสาทวิทยา ศูนย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้แนะนำว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น และทำให้สมองและจิตใจมีความกระตือรือร้นตลอดเวลาและจะสามารถช่วยลดหรือชะลออาการหลงๆ ลืมๆ ตามวัยได้อีกด้วย 

อาการหลงๆ ลืมๆ ถึงแม้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแก่ตัว แต่ก็สามารถเป็นผลจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้เช่นกัน  อย่างเช่น ความเครียด หรือ ภาวะร่างกายเหนื่อยล้า ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่พบมากในหมู่คนทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาการเหล่านี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากอาการเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลร้ายอย่างเฉียบพลัน

“ภาวะร่างกายอ่อนล้านั้น เป็นภาวะที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง เซื่องซึม และซบเซา ภาวะร่างกายเหนื่อยล้าเป็นสาเหตุหลักของอาการหลงๆ ลืมๆ ชั่วคราวในหมู่คนวัยกลางคน และจะดีขึ้นได้เองเมื่อสุขภาพดีขึ้น

“ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า เป็นบ่อนทำลายสุขภาพเป็นอย่างมาก จึงไม่ควรละเลย”

คุณหมอเขษม์ชัย ยังได้แนะนำอีกว่า หากคุณกำลังประสบอาการหลงๆ ลืมๆ บ่อยๆ และติดต่อกันเป็นเวลานาน หนทางที่ดีที่สุดก็คือ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง

ปรับรูปแบบการดำเนินชีวิต เพื่อเพิ่มสมรรถนะของความจำให้ดีขึ้น

ทุกคนต้องมีอาการหลงลืมบ้างในบางที แต่อาการหลงลืมไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยในการมีสุขภาพที่ดีของเรา ถึงแม้ว่าเมื่อร่างกายเราแก่ตัวไปจะไม่สามารถป้องกันอาการหลงๆ ลืมๆ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การดูแล และเพิ่มสมรรถนะของสมองให้ทำงานได้ดีเยี่ยมตลอดเวลาอาจจะช่วยให้ความจำมีประสิทธิภาพได้ยาวนานขึ้นได้

คุณหมอเขษม์ชัย ยังได้แนะนำอีกว่า วีถีการดำเนินชีวิตต่อไปนี้ จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพสมองให้แข็งแรง

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยมีสุขลักษณะการนอนที่ดี
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอ และสมดุลกับความต้องการของร่างกาย อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายย่อมมีประโยชน์ต่อสมองด้วยเช่นกัน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังจะช่วยให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดี ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เข้าสังคม มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนบ่อยๆ จะช่วยให้สมองได้ทำงานสม่ำเสมอ และยังช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงความเครียดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าหักโหมใช้สมองมากจนเกินไป
  • ดื่มน้ำเยอะๆ

อาหารสมอง

อาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกายแล้ว ยังมีผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของสมองอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวของอาหารที่จะช่วยการป้องกันอัลไซเมอร์ หรือโรคเกี่ยวกับสมองอื่นๆ แต่การรับประทาน “อาหารสมอง” บางชนิด จะช่วยให้รักษาระดับความจำเมื่อเราแก่ตัวไปได้

การรับประทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และวิตามินบางตัว เช่น วิตามินบี12 วิตามินซี วิตามินอี จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองอยู่ในภาวะที่ดีที่สุด

  • ปลาทะเลต่างๆ เช่น แซลมอน ปลาเทราท์ ปลาทู มีปริมาณโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการทำงานของสมองสูง
  • ถั่วและเมล็ดธัญพืชต่างๆ ที่มีวิตามินอีสูง ซึ่งจะช่วยป้องกันความจำเสื่อม โดยเฉพาะในหมู่ผู้สูงอายุ
  • พืชผักใบเขียว เช่น บร๊อคโคลี่ ผักโขม ผักคะน้า มีปริมาณวิตามินอี สูง
  • อโวคาโด เป็นอาหารที่มีวิตามินอีและสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้

ภาพ : Pexels

keyboard_arrow_up