It’s ME “MOBYE” ตัวตนของ “โมบาย พิมรภัส”

account_circle

#PraewDigitalCover หลังจากรอมานาน ในที่สุดแฟนๆ ก็ได้เห็น “โมบาย – พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค” ในฐานะศิลปินเดี่ยวเต็มตัว

โมบาย เป็นที่รู้จักการเป็นสมาชิก BNK48 ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นฝีมือ ความสามารถ ที่พัฒนาขึ้นอยู่ตลอด จนมาถึงวันนี้กับบทบาทใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยวของค่าย LOVEiS พร้อมลุคใหม่และตัวตนที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

อัพเดตชีวิตกันหน่อย ปีนี้ของโมบายเป็นอย่างไรบ้าง

“ต้องบอกว่า เหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ในสายอาชีพนี้เหมือนกันค่ะ แม้จะมีสิ่งที่เราเคยทำแล้ว อย่างออกสื่อ สัมภาษณ์ เดินสายโปรโมทเพลง แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ยิ่งครั้งนี้เราทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว ก็มีหลายอย่างที่แตกต่างจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การทำเพลง การโชว์ รวมถึงภาพลักษณ์ ความเป็นตัวตนของเรา”

การทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้างคะ

            “ที่ชัดเจนคือ ตัวตนของเรา เมื่อก่อนจะมีกรอบหรือมีสิ่งที่ต้องทำกันเป็นทีม แต่พอออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว ตัวตนเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ช่วงแรกก็มีเขวบ้าง เพราะชอบหลายอย่าง อันนั้นก็ใช่ อันนี้ก็อยากทำ พี่ๆ ทีมงานจึงบอกว่า ให้ลองทำการบ้านก่อน ว่าชอบทางไหน อยากให้ภาพของตัวเองเป็นอย่างไร อยากให้คนจำได้ว่าโมบายคือ คนนี้นะ เป็นแบบนี้ ซึ่งแรกๆ ก็ยากอยู่ค่ะ

“ในพาร์ทการทำงานก็เริ่มจากประชุมเรื่องเพลงกับพี่ๆ ทีมงาน คุยกันว่าอยากทำเพลงแนวไหน คือหนูชอบฟังเพลงหลายแนว ตอนแรกก็คิดว่าจะไปทางร้องอย่างเดียว แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นตัวเอง และเวลาไปออกงานร้องเพลง โมบายชอบร้องเพลง T-Pop เพราะรู้สึกว่าเข้ากับตัวเรา และแฟน ๆ ก็ชอบ ก็เลยรู้สึกว่า เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวตนจากเดิมขนาดนั้น ค่อย ๆ เปลี่ยนดีกว่า จึงเลือกเป็นทั้งร้องและเต้นด้วย

“ความจริงโมบายก็ชอบเพลงเศร้านะคะ แต่ถ้าเปิดเพลงแรกมาเศร้าเลยคงไม่เหมาะ อยากเปิดมาด้วยตวามสดใส (ยิ้ม) ก็เลยค่อยๆ ลองไปเรื่อยๆ ดีกว่า เพราะโมบายอยากให้ทุกเพลงออกมาจากตัวตน จากความรู้สึกของเรา อยากให้คนฟังได้เห็นเราในหลายๆ มุม”

เพลง “มีใจทำไมไม่จีบ” มีที่มาอย่างไรคะ

            “ตั้งแต่ช่วงเริ่มเตรียมทำเพลง โมบายได้แชร์ไอเดีย ความชอบของตัวเอง เพื่อผสมผสานเข้าด้วยกัน ซึ่งเพลงนี้พี่มุก (MUKU หรือ มุก นิตา) แต่งไว้ และแชร์ไอเดียกันว่าอยากให้ภาพของโมบายออกมาเป็นอย่างไร เพราะพี่ๆ เขาก็อยากให้เราดูแตกต่างจากลุคเดิม

“จากเมื่อก่อนที่ดูเป็นสาวหวาน แบ๊ว ๆ แต่ครั้งนี้จะดูโตขึ้น เป็นฟีลผู้หญิงที่มีชั้นเชิงตามชื่อเพลงเลยค่ะ มีใจทำไมไม่จีบ แบบว่า ถ้าเธอชอบเราก็มาจีบสิ” (ยิ้ม)

อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดตอนนี้คะ

“ส่วนการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ชอบมาตลอดตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยอมรับว่ามีความไม่มั่นใจอยู่บ้าง จากเริ่มแรกที่เรามั่นใจว่าเราร้องเพลงได้ ร้องเพลงเพราะ และเราก็ทำงานมาหลายปีแล้ว แต่ว่าโตขึ้นได้เห็นโลกกว้างขึ้น ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ได้เก่งขนาดนั้น ยังต้องฝึกต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างตั้งแต่เข้ามาอยู่ค่าย LOVEiS เรียนร้องเพลงทุกสัปดาห์ รู้สึกว่าเราต้องเก่งกว่านี้ ต้องพัฒนาขึ้น ซึ่งเวลามีใครชมว่าร้องเพลงเก่งขึ้น ก็ดีใจนะคะ (ยิ้ม)

“คือพยายามพัฒนาให้ดีขึ้น แต่ไม่ได้กดดันตัวเองจนเกินไป คือทำทุกอย่างมาจากความชอบและแพสชั่น อย่างเวลาเราเห็นนักร้องต่างประเทศ โชว์คอนเสิร์ต มีแฟนคลับไปดูเยอะๆ มันเหมือนการเล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง เขาสามารถพาแฟนคลับทุกคนเดินทางไปกับเขาได้ ซึ่งเรามองว่าเจ๋งมาก อยากทำให้ได้แบบนั้นบ้าง ก็เหมือนเป็นแรงผลักดันให้ฝึกฝนตัวเอง ค่อยๆ พัฒนาสกิลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

“สิ่งที่ชอบและทำแล้วมีความสุข น่าจะเป็นเรื่องศิลปะค่ะ ชอบถ่ายรูป ชอบแต่งตัว มิกซ์แอนด์แมทช์ วาดรูป หรืออะไรที่เกี่ยวกับศิลปะ รู้สึกว่าทำได้ดีในระดับที่ตัวเองชอบและมีความสุขที่ได้ทำค่ะ”

 อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ใน คอลัมน์ Special Interview นิตยสารแพรว มิ.ย. 67

  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • Digital Editor : Minim
  • Project Manager : paul_fai  
  • เสื้อ : Milin , TandT
  • สไตลิสท์ : ViewC.
  • แต่งหน้า : Jeerasak Srimongkon
  • ทำผม  : prawpan pongpet

Praew Recommend

keyboard_arrow_up