“วี, โมบายล์, น้ำหนึ่ง, ปูเป้” BNK48 ทุ่มสุดตัวในภาพยนตร์ “ผ้าผีบอก”

event

แค่เปิดตัวมาก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังสนั่น สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “ผ้าผีบอก” ภาพยนตร์ฮาปนสยอง กับความสนุกจัดเต็ม พร้อมปมปริศนาชวนลุ้น ที่นำแสดงโดย “วี, โมบายล์, น้ำหนึ่ง, ปูเป้ และจีจี้ วง BNK48” พร้อมด้วย นักแสดงสุด Hot “หยิ่น อานันท์ & วอร์ วนรัตน์

ครั้งนี้ แพรว ได้มีโอกาสคุยกับ “วี, โมบายล์, น้ำหนึ่ง และปูเป้” กับบทสัมภาษณ์ถึงการทำงาน พร้อมด้วยภาพ #PraewDigitalCover สุดพิเศษ เพื่อแฟนๆ ทุกคน

“วี, โมบายล์, น้ำหนึ่ง, ปูเป้” BNK48 ทุ่มสุดตัวในภาพยนตร์ “ผ้าผีบอก”

เล่าถึงการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อยค่ะ

          โมบายล์           “เปิดมิติใหม่ในการทำงาน และเป็นบรรยากาศแปลกใหม่และสนุกสนานค่ะ เป็นการทำงานกับศิลปินคนอื่นๆ อย่าง และเป็นการร่วมงานภาพยนตร์กับ พี่หยิ่น พี่วอร์ ครั้งแรก ซึ่งพี่ๆ น่ารักค่ะ และด้วยความที่พี่ๆ 2 คนถ่ายซีรี่ส์กันมาเยอะ ดูแบบโปรมาก (ยิ้ม) และเต็มที่กับงานมากๆ ค่ะ ซึ่งก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราตั้งใจทำงานด้วยเช่นกัน”

บทบาทในเรื่องของแต่ละคนเป็นอย่างไรคะ

            โมบายล์         “หนูรับบทเป็น ‘เก็ดถะวา’ เป็นหญิงสาวที่เรียบร้อย อ่อนแอ และป่วยง่าย จากทีเซอร์ที่ออกมาจึงเห็นว่า ใส่หน้ากากอยู่ตลอด ในเรื่องนี้แต่ละคนจะมาจากคนเมือง โดยจะมีสีประจำตัวด้วย อย่างหนู เป็นสีแดง เพราะมาจากเมืองที่ร่ำรวย”

            น้ำหนึ่ง             “น้ำหนึ่ง รับบทเป็น ‘สาระปี’ เครื่องแต่งกายเป็นสีชมพู เพราะมาจากเมืองดอกไม้ ซึ่งค่อนข้างขัดกับคาแรคเตอร์ เพราะว่าคาแรคเตอร์จะเป็นเจ๊ปากแจ๋ว ปากแซ่บ แบบว่าเท้าเอววีน (หัวเราะ) ถ้าไม่พอใจอะไรคือ ด่าเลย และไม่ค่อยสุงสิงอะไรกับใคร จะอยู่แต่กับ จีจี้ (รับบท ‘คำเคิบ’) ซึ่งเป็นคนติดตามของเรา”

            ปูเป้     “ปูเป้ รับบทเป็น ‘สะบันงา’ เป็นเจ้าหญิงชอบดื่ม (หัวเราะ) แบบว่าคอแห้งค่ะ ต้องพกขันติดตัวตลอด และค่อนข้างเจ้าเล่ห์ ฉลาดเกมส์โกง สีประจำเมืองคือ สีน้ำเงิน การแต่งกายก็มีจะเครื่องประดับเงิน พร๊อพแน่น”

            วี          “หนูรับบทเป็น ‘อัญญานางหอมนวล’  แม่หญิงจากเมืองนครผางาม แถบอีสาน คาแรคเตอร์ค่อนข้างเรียบร้อย แต่ไม่ยอมคน ใครร้ายมา ร้ายกลับ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนดีนะคะ ซึ่งในเรื่องจะเป็นการไขปมปริศนาว่าใครเป็นคนฆ่า อัญญานางหอมนวล”

          น้ำหนึ่ง           “ซึ่งผู้ต้องสงสัยก็จะคือ 1 ในพวกเรานี่เอง”

ในการแสดง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ

            น้ำหนึ่ง “ก่อนแสดงเราได้เวิร์คช้อปด้วยกัน 1 ครั้ง เพื่อทำความเข้าใจตัวละคร โดยมีพี่มะเดี่ยว (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล โปรดิวเซอร์และผู้เขียนบทภาพยนตร์) ช่วยให้คำแนะนำ และอธิบายดีเทลต่างๆ ให้เราเข้าใจบทมากขึ้นค่ะ”

ในเรื่องมีการทอผ้าด้วย ต้องฝึกกันก่อนไหมคะ

            “ฝึก วันถ่ายทำเลยค่ะ” ตอบพร้อมกัน

            น้ำหนึ่ง           “อย่างถ้าวันนั้นมีถ่ายทำซีนทอผ้าตอนตีสาม ตอนทุ่มนึง เรากำลังฝึกทอกันอยู่เลยค่ะ” (หัวเราะ)

แล้วเรื่องภาษา อย่างภาษาเหนือ อีสาน ยากไหมคะ?

           วี          “ยากค่ะ วีนั่งท่องทั้งคืนเลย ซึ่งหนูเป็นคนโคราชก็จริง แต่ไม่ได้พูดภาษาอีสาน ฉะนั้นคืนก่อนวันถ่าย ก็ต้องขอคำปรึกษาจากพี่ๆ ในกอง ว่าคำนี้ต้องพูดอย่างไร สำเนียงแบบไหน ยิ่งซีนที่ต้องใช้อารมณ์ หรือเป็นคำด่า ยิ่งยากมากๆ ค่ะ”

            น้ำหนึ่ง             “ส่วนของพวกเราต้องด่าเป็นภาษาเหนือ ก็ยากเหมือนกันค่ะ ยิ่งคำเฉพาะต่างๆ พวกหนูก็ต้องให้พี่ๆ ทีมงานที่เป็นคนเหนือช่วยติวให้ เพราะว่าเรื่องนี้เราถ่ายทำกันที่เชียงใหม่”

          วี          “ในกองถ่าย มีทีมพี่ๆ สไตลิสต์ที่เป็นคนเหนือ ส่วนพี่ช่างไฟเป็นคนอีสาน  จึงเหมือนมีโค้ชช่วยติว 2 ภาษาเลยค่ะ” (ยิ้ม) 

            โมบายล์         “ส่วนของหนู บทจะค่อนข้างฉายเดี่ยว ไม่ค่อยได้เข้าซีนกับเพื่อนๆ และในเรื่องพูดภาษากลางค่ะ”

อะไรยากที่สุดในการแสดงเรื่องนี้คะ

            ปูเป้     “ยากที่สุดของหนูคือ การแสดง การพูดบทให้ดูไม่เหมือนท่อง การเล่นให้เป็นธรรมชาติที่สุด”

            น้ำหนึ่ง             “น้ำหนึ่งก็คล้ายๆ กันค่ะ เพราะประสบการณ์ด้านการแสดงของเรา (หันไปหาปูเป้) ค่อนข้างน้อย อย่างหนูกับปูเป้ก็จะไปด้วยกันทุกเรื่อง เป็นบทเสริม นิดๆ หน่อยๆ เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีบทพูดเยอะที่สุด จึงค่อนข้างกังวลว่า เราจะพูดเป็นธรรมชาติหรือเปล่า”

            โมบายล์           “สำหรับหนู คิดว่าเป็นเรื่องการสื่อสาร แสดงอารมณ์ทางสายตา เพราะหนูรู้สึกว่า ตาตัวเอง แบ๊ว ยิ่งซีนที่ต้องแสดงออกทางสายตาเยอะๆ จึงต้องฝึกในส่วนนี้เพิ่มขึ้นค่ะ อย่างบางวันก็จะนั่งหน้ากระจก แล้วฝึกถลึงตาดูค่ะ” (หัวเราะ) 

            วี          “เป็นเรื่องการพูดเหมือนกันค่ะ เพราะหนูพูดไม่ชัด และในเรื่องเป็นเหมือนคนดำเนินเรื่อง บทพูดเยอะมาก จึงต้องฝึกค่อนข้างเยอะค่ะ อีกอย่างคือเรื่องบุคลิกค่ะ อย่างการเดิน เพราะตัวจริงหนูค่อนข้างห้าวๆ อาจจะเดินไม่เรียบร้อย แต่ในเรื่องต้องใส่ชุดไทย ก็ต้องฝึกเดินให้เรียบร้อยขึ้น”

เม้าบรรยากาศในกองถ่ายหน่อยค่ะ ทำงานกับ “หยิ่น & วอร์” เป็นอย่างไรบ้าง

          วี          “ถ้าเรื่องสนุกๆ ขำๆ ต้องฝั่งแก๊งยูทูปเบอร์ในเรื่องเลยค่ะ อย่างพี่บอส (สหรัฐ หอมแสง) ที่รับบทเป็นหมอผี เขาเล่นหนังแนวนี้มาเยอะ และเขาเป็นผู้บ่าวอีสาน ทำให้เขามีมุกขำๆ เยอะมาก ยิ่งมุกไม่หยุดเลยค่ะ หรืออย่างเวลาพักกอง เขาก็จะมีเรื่องมาเล่า ทำให้ขำตลอด”

            โมบายล์         “ใช่ๆ เขาจะไม่ปล่อยให้เรานั่งนิ่งๆ เลยค่ะ (หัวเราะ) และตั้งแต่หนูรู้จักพี่วอร์ ทำให้หนูรักสัตว์โลกทุกชนิดขึ้น 100%”

            “เพราะพี่วอร์รักธรรมชาติมากกกกก” ทุกคนช่วยยืนยันเป็นเสียงเดียว

          วี        “เราทุกคนเป็น มัมหมีพี่น้องวอร์ แม้ว่าพี่เขาจะโตกว่าก็ตาม” (ยิ้ม)

            ปูเป้     “อย่างเวลาว่างๆ ไม่ได้เข้าฉาก พี่วอร์จะเดินไปดูมด ดูแมลง แล้วก็ตั้งชื่อให้ทุกตัวเลย”

            โมบายล์         “ส่วนพี่หยิ่น เหมือนเป็นเพื่อนแก๊งเดียวกับพวกเรา คุยกันได้ทุกเรื่อง สนุกสนานมากค่ะ”

บนเส้นทางการทำงานในฐานะ BNK48 คิดว่าตัวเองเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง และมีอะไรที่อยากลองทำอีกไหม

            น้ำหนึ่ง           “ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา จนถึงวันนี้ รู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นเยอะมากๆ มีหลายอย่างที่ได้ทำ นอกเหนือจากการเป็นไอดอล ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่หาโอกาสใหม่ๆ ให้พวกเราเสมอ อย่างล่าสุดผู้ใหญ่บอกว่า เห็นว่าน้ำหนึ่งมีความโจ๊ะ ตั้งแต่ออดิชั่นเข้ามาแล้ว ก็เลยจะได้งานที่เน้นความสนุกสนานมาตลอด (ยิ้ม) จึงทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะมาก

            “และถ้าถามว่ามีอะไรที่อยากลองอีกไหม จริงๆ ตั้งแต่ทำงานก็ได้ลองอะไรมาเยอะมากเลยค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากลองงานด้านแสดงเพิ่ม … อยากไปให้สุดกว่านี้ค่ะ” (ยิ้ม)

            ปูเป้     “ตั้งแต่เข้ามาเป็นเมมเบอร์ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ร้องเพลงภาษาอีสาน รวมถึงได้แสดงภาพยนตร์ ซึ่งพอทำงานมาเรื่อยๆ หนูได้ทำอะไรหลายอย่างมาก ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ หนูดีใจมากๆ ที่ได้เข้ามาอยู่ใน BNK48 เพราะถ้าไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ ก็คงไม่ได้ทำอะไรมากมายแบบนี้

            “รู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นเยอะมาก บวกกับได้มีโอกาสทำงานเบื้องหลังค่อนข้างเยอะ ได้เรียนรู้การทำงานในหลายๆ ตำแหน่ง ชอบที่สุดน่าจะเป็น การโปรดิวคอนเสิร์ต คิดรูปแบบ คอนเซ็ปต์ของโชว์ ชอบที่ได้คิดว่าจะทำอย่างให้คนดูสนุก และตื่นเต้นไปกับโชว์นั้น” (ยิ้ม)

            วี        “ของหนูก็คล้ายๆ กันค่ะ จากเมื่อก่อนที่คิดว่า อยากเป็นนักแข่งเกมส์ แต่พอได้เข้ามาตรงนี้ ก็ได้ทำอีกความฝันหนึ่ง นั่นคือ การเป็นศิลปิน ได้ร้องเพลง เต้น ได้แสดง รวมถึงการแต่งเพลงด้วย ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะทำได้ หนูจึงดีใจมากๆ ที่ได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ ขอบคุณ BNK48 มากๆ ที่ให้โอกาสหนูได้ทำอะไรเยอะมาก

             “และถ้ามีโอกาสก็อยากลองเล่นหนังบู๊ค่ะ (ยิ้ม) ก่อนหน้านี้มีช่วงหนึ่งหนูอินกับการเข้าฟิตเนส เล่นเวท ซึ่งเป็นช่วงก่อนถ่ายภาพยนตร์ ผ้าผีบอก ซึ่งนี่เองที่เป็นอุปสรรคในการแสดง ก็คือ รูปร่าง หนูรู้สึกว่าหุ่นตัวเองบึกไปหน่อย แขนเป็นกล้ามเลย (หัวเราะ) แต่เหตุผลที่เริ่มเข้าฟิตเนสตอนนั้น ก็เพราะว่าหนูอยากไปแข่งมวยรายการ 10 Fight 10 ค่ะ” (ยิ้ม)

           โมบายล์         “หนูรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นเยอะมาก เพราะว่าเข้ามาตั้งแต่อายุ 13 ปี ฝันอยากเป็นนักร้อง ชอบร้องเพลง ชอบเต้น แต่พอได้เข้ามาเป็นศิลปิน ก็ได้ทำงานที่หลากหลายขึ้น จำได้ว่าตอนที่ได้เป็น MC ครั้งแรก ยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเลยค่ะ แต่ก็ได้ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนูเติบโต และแข็งแรงขึ้น ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แม้ว่าบางช่วงอาจจะมีเป๋ๆ ไปบ้าง เพราะว่ายังเด็ก แต่โชคดีที่มีเพื่อนๆ ในวง แฟนคลับที่รักเรา และผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ คอยซัพพอร์ต ทำให้หนูเติบโตมาถึงจุดนี้ได้ค่ะ

            “ส่วนเรื่องที่อยากทำ ถ้ามีโอกาสก็อยากออกซิงเกิ้ลเดี่ยวค่ะ (ยิ้ม) ความฝันสูงสุดคือ อยากเป็นศิลปิน มีคอนเสิร์ตของตัวเอง” (ยิ้ม)

ปิดท้าย…ฝากภาพยนตร์ “ผ้าผีบอก” สักนิดค่ะ

          น้ำหนึ่ง           “ผ้าผีบอก เป็นภาพยนตร์ที่ครบทุกรส สามารถดูได้ทุกเพศ ทุกวัย เชื่อว่าทุกคนมาดูแล้วต้องได้รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกลับไปอย่างแน่นอน และเรื่องนี้พวกเราทุกคนเต็มที่มากๆ จัดหนัก จัดเต็ม ทั้งชุด เสื้อผ้า หน้าผม โปรดักชั่นต่างๆ รวมถึงทีมงานทุกคนทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ก็เต็มที่กันมากๆ อยากฝากให้ทุกคนมาชมกันในโรงภาพยนตร์เยอะๆ นะคะ”

ติดตามชม ภาพยนตร์ “ผ้าผีบอก” วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน นี้ ทุกโรงภาพยนตร์

 

ภาพยนตร์ “ผ้าผีบอก”

          มะเดี่ยว –  ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล โปรดิวเซอร์และผู้เขียนบทภาพยนตร์ เผยว่า “ภาพยนตร์เรื่อง “ผ้าผีบอก” ทุ่มทุนสร้างโดย บริษัท อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ iAM (ไอแอม) ต้นสังกัดกลุ่มศิลปินไอดอลหญิงวงBNK48  ในการมาร่วมทำงานโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์และผู้เขียนบทภาพยนตร์ จึงเกิดแรงบันดาลใจเรื่องราวนำนวัตกรรม ศิลปะ ผู้หญิง ความลึกลับทูตผีปีศาจปูเรื่อง ดีไซน์ให้ภาพรวมภาพยนตร์ ผ้าผีบอก ตระหนักให้ผู้ชมดูแล้วไม่เกิดความเครียด ไม่น่ากลัวจนเกินไป  จึงเป็นแนว คอมเมดี้ สร้างพล็อตเรื่องให้น่าติดตามและผูกเรื่องให้น่าสนใจในเรื่องราวปมปริศนา “ผ้า” ล้านนากับล้านช้าง

         “จินตนาการเรื่องราวเชื่อมโยง 2 ยุค สร้างสรรค์ผลงานย้อนยุคไปกว่า 1,000 ปี และยุคปัจจุบัน  ให้มีความสนุกอย่างลงตัว จุดเด่น เสื้อผ้ายกเครดิตให้ทีมดีไซน์เสื้อผ้านักแสดงเป็นน้องทีมงานรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทศึกษาข้อมูลและออกแบบสร้างสรรค์เสื้อผ้านักแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ให้เอกลักษณ์ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมภาคเหนือและภาคอิสาน นับว่าเสื้อผ่าส่งเสริมคาแรคเตอร์นักแสดงให้โดดเด่นอย่างมาก”


เรื่อง Minim

ช่างภาพ วรสันต์ ทวีวรรธนะ

ผู้ช่วยช่างภาพ ภาดร ขจรฤทธิ์

Praew Recommend

keyboard_arrow_up