อนันดา+มิน พีชญา

สิ่งที่อยากทำก่อนตาย และความหมายในชีวิตของ อนันดา+มิน พีชญา

Alternative Textaccount_circle
event
อนันดา+มิน พีชญา
อนันดา+มิน พีชญา

ได้รับกระแสตอบรับท่วมท้น สำหรับภาพยนตร์ฟีลกู้ดปนซึ้งแห่งปี ‘ไสหัวไป นายส่วนเกิน’ ที่หลายๆ คน ยกให้เป็นหนังไทยที่ดีเกินคาดของ พ.ศ.นี้ นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ มิน -พีชญา วัฒนามนตรี สองพระนางที่มีโอกาสมาเจอกันเป็นครั้งแรก โดยมินต้องมารับบทเป็นผักกาด สาวสวยที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง และ อนันดา ในบทบาทคุณหมอกวินทร์ผู้มีปมในใจ

นอกจากการใช้ชีวิตด้วยการมองโลกในแง่ดี หนังเรื่องนี้ยังสอนเรื่องความไม่แน่นอน การใช้ชีวิตให้เปี่ยมความหมายในทุกๆ วัน เพราะไม่มีใครรู้ว่า พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สิ่งที่อยากทำก่อนตาย และความหมายในชีวิตของ อนันดา+มิน พีชญา

อนันดา+มิน พีชญา

บทบาทที่ได้รับ มีอะไรที่เหมือนหรือต่างจากตัวเองบ้าง

มิน  “เหมือนมินเยอะนะ ผักกาดมองโลกในแง่บวก เพราะเขามีครอบครัวและเพื่อนที่ดี ไม่ว่าทำอะไรทุกคนก็สนับสนุน การที่เขาได้รับพลังจากคนที่เขารักเราอยู่ตลอด ทำให้ความรักล้น เผื่อแผ่ไปรอบๆ”

อนันดา  “ใช่ ผมก็ว่า ผักกาดเหมือนเขาเลย ในขณะที่บทบาทของผม ห่างไกลจากตัวเองเกือบทุกอย่าง ที่เห็นชัดคือนิสัย หมอกวินทร์เป็นคนซีเรียส เครียด เก็บกด จมปลักอยู่ในอดีตและแบกทุกข์อยู่ตลอดเวลา ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคย เพราะแต่ก่อนผมเคยเป็น แต่ทุกวันนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแล้วนะ ผมปล่อยวางขึ้น ไม่เก็บกดเหมือนเมื่อก่อน”

มิน “เพราะอะไรน๊า เพราะมีความรักรึเปล่า…า”

อนันดา “ส่วนนึง (ยิ้ม)  ที่จริงคือทุกอย่างแหละ เหมือนผมคลี่คลายปมบางอย่างไปเรื่อยๆ มาถึงจุดที่ ผมสามารถเป็นตัวละครที่ซับซ้อน ถ่ายทอดดราม่าได้ โดยที่ชีวิตไม่ต้องเครียด ไม่ต้องแบกทุกข์”

ความยากในภาพยนตร์เรื่องนี้คืออะไร

มิน  “ต้องแสดงเป็นคนป่วย เพราะชีวิตจริงเราแข็งแรงและแอคทีฟ  ยิ่งตอนที่ป่วยหนัก เราต้องหัดทั้งวิธีการพูด การแสดงท่าทาง อาการเหนื่อยต่างๆ มันยาก ตอนนั้นต้องอ่านเรื่องผู้ป่วยมะเร็งแบบละเอียดมาก แต่มินว่า เรื่องที่ยากของคนป่วยคือ การแบกความทุกข์ของคนรอบข้าง  อันนั้นคือทรมานสุด  รู้เลยว่า ชีวิตนี้ไม่อยากป่วย เพราะพ่อแม่จะเสียใจมาก มินว่ามะเร็งใกล้ตัวมากขึ้นนะ มีคนใกล้ตัวเสียชีวิตเพราะมะเร็งทุกปี”

อนันดา “ที่ใกล้ตัวสุดคือ ตากล้องที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมะเร็งลำไส้ หลังจากที่ปิดกล้องไป ซึ่งเขาเริ่มรู้สึกผิดปกติตั้งแต่ตอนถ่ายงาน ผมเจอเขาอีกทีจำไม่ได้แล้ว ผอมลงเยอะมาก แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่า เขาโอเคแล้ว”

มิน “มินตกใจมากตอนที่รู้เรื่องนี้ เขาคือคนใกล้ตัวเรามาก ซึ่งการแสดงหนังเรื่องนี้สอนเราอย่างนึงว่า ชีวิตไม่แน่นอน  พรแต่ละอย่างในชีวิตที่ทุกคนได้รับมันไม่เหมือนกัน เป็นหลักในการดำเนินชีวิตมากกว่าว่า เลือกที่จะจม เศร้าไปเลย หรือขอบคุณที่ทุกวันนี้มีลมหายใจ”

อนันดา “ผมว่า สิ่งที่หนังเรื่องนี้กำลังบอกเราคือ การใช้ชีวิตแบบพลังบวก เป็นหนังแง่บวกที่ขึ้นมาในช่วงเวลานี้  ผมคิดว่า คนในยุคนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตจริงๆ ใจอยู่กับอย่างอื่นตลอดเวลา  ไม่ได้มีสติว่า กำลังใช้ชีวิตอยู่ เรามัวแต่ดูมือถือ เสพย์ข่าว เสพย์แง่ลบเยอะ ซึ่งหนังเรื่องนี้มันมาถูกจังหวะ”

ในชีวิตของมินและอนันดา อยากตัด ‘ส่วนเกิน’ อะไรออกจากชีวิตบ้าง

อนันดา “ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตกับอารมณ์เยอะ ก็พยายามตัดการใช้ชีวิตแบบนั้นออกไปให้เยอะที่สุด พยายามมีสติมากขึ้น ซึ่งก็ทำอยู่ในทุกวันนี้นะ”

มิน “ที่จริงมินกลัวความติสท์ของพี่อนันดามากเลยนะ ประมาณว่า ถ้าเล่นๆ อยู่แล้วเขาไม่ชอบ จะเดินหนีออกจากซีนมั้ย (หัวเราะ)”

อนันดา “ถ้าย้อนไป 10 กว่าปีที่แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ทุกวันนี้ไม่เป็นแล้วนะ แต่ก่อนผมเคยจมปลัก อยู่กับอารมณ์ตัวละคร เอาออกไม่เคยได้ ทุกวันนี้ถ้าติดจะเป็นการติดพฤติกรรมตัวละครนั้นๆ อย่างท่าทางการเดิน  เช่น กำลังเล่นเรื่องศรีอโยธยาแต่ติดท่าทางของขุนพันธุ์ เป็นต้น เราก็แค่เปลี่ยนท่าทาง ซึ่งพักหลัง พองานจบ ผมลบบทออกจากหัว จนบางเรื่องปิดกล้องไปแล้ว ลืมว่าตัวเองรับบทอะไร แต่ข้อดีคือ ช่วยเรื่องการแสดงเยอะมาก และดีสำหรับจิตใจ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับบทใหม่”

มิน “สำหรับมินอยากตัดนิสัยที่ ชอบช้อปปิ้ง ไม่อยากบอกเลยว่า ช้อปเยอะขนาดไหน เรียกว่าเป็นวีไอพีทุกแบรนด์ จนพนักงานส่งของรู้จักทางมาบ้านมินดี ทุกวันนี้ต้องมีตระกร้าวางไว้ที่บ้านเลย

ช้อปเยอะจนตู้เสื้อผ้าใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายไม่พอต้องขอให้พ่อช่วยต่อเติมห้องเพราะไม่มีที่เก็บของ พ่อเคยบอกว่า ‘ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ห้อง แต่ปัญหาอยู่ที่ลูก” (หัวเราะ) สุดท้ายต้องใช้วิธีโละของออกจากตู้ปีละครั้งคะ ทุกคนก็แฮปปี้มากเพราะได้ของ ส่วนมินก็แฮปปี้พอตู้ว่างก็ได้ซื้อใหม่ ที่จริงมันคือ วงจรอุบาศว์นะ แต่ตอนหลังก็พยายามลดลงแล้ว”

อนันดา  “การโละของเป็นสิ่งที่ผมทำทุกปีคือ เอาไปบริจาค หรืออะไรที่ไม่จำเป็นก็ทิ้งไปเลย”

ในเรื่อง ผักกาดเป็นตัวละครที่เจออะไรเยอะมากๆ ชีวิตจริงมินเคยเจอเรื่องพีคแบบนั้นมั้ย

มิน “ในหนังผักกาดอายุ 25 อยู่ในวัยเบญจเพศ ตอนมินอายุ 25 ก็เจอเรื่องเพียบเหมือนกัน ทั้งข่าวทั้งอะไรหลายอย่าง แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มองว่า เป็นเพราะเบญจเพศนะ แค่รู้สึกว่า จังหวะเวลามันพอดีจังเลย สุดท้ายเราก็เติบโตแล้วก้าวผ่านมันมาได้อย่างแข็งแกร่ง ก็ต้องขอบคุณทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะทำให้มินเป็นมินในวันนี้”

มีเรื่องประทับใจในกองถ่ายมาแชร์บ้างมั้ย

อนันดา “เยอะ”

มิน “เราเข้าขากันเร็วมากเพราะพี่อนันดาคือตัวหลักที่ต้องเล่นด้วยอยู่แล้ว บวกกับแก๊งเพื่อน เข้าฉากด้วยกันครั้งแรกคือราบรื่นเลย เราสนิทกันตั้งแต่เวิร์คช็อปแล้ว คุยต่อกันได้เหมือนสนิทกันมา 10 ปี พอ เราไว้วางใจพาร์ทเนอร์ที่เล่นด้วยกัน เลยเกิดเป็นส่วนผสมที่วิเศษในการแสดง”

อนันดา “ผมว่า นักแสดงทุกคนในเรื่องนี้เขาเปิดและทุกคนเต็มใจที่จะให้ พอเขาให้เราก็รับได้เต็มที่ ซึ่งทุกคนอยากให้กันเหลือเกิน ผมว่านี่คือเรื่องที่ดี เคยนะกับบางคนที่จูนกันไม่ติดเพราะอีกฝ่ายรอรับจากเราอย่างเดียว แต่กองถ่ายนี้ไม่ใช่เลย พอต้องเล่นบทเครียดๆ แต่นักแสดงทุกคนเชื่อใจกัน อยากให้หนังสำเร็จ มันไม่มีความกังวล ทุกคนพร้อมจะให้  พอเจอฉากยากๆ กลับแสดงง่ายมาก ถ้าไปดูหนังอาจจะคิดว่า ฉากดราม่าแบบนี้ต้องไปนั่งทำอารมณ์แน่เลย เรื่องจริงคือไม่ค่อยนะ”

มิน “จริงค่ะ ทุกคนเปิดใจมาก แม้กระทั่งในชีวิตจริง เวลามากองถ่ายก็ซื้อขนมฝากกัน  ทุกครั้งที่เข้ากองบรรยากาศ good vibe มาก”

อนันดา “สำหรับผม กองถ่ายนี้เป็นกองที่สนุกมาก รู้สึกว่า เราอยู่ในช่วงเวลาที่พิเศษ ทุกอย่างที่เราทำจึงดูพิเศษหมด ผมพูดกับผู้กำกับเรื่อยๆ ว่า นี่เป็นหนึ่งในกองถ่ายที่ vibe ดีที่สุดที่ผมเคยอยู่ จากกองถ่ายหนังมากว่า 30 เรื่องที่ผมเคยแสดง”

อยากให้มินกับอนันดา เม้าท์กันและกันบ้าง

มิน “เวลาพี่อนันดามากองถ่าย เขาตั้งใจจะหยิ่ง ทั้งที่จริงนางเป็นคนน่ารักนะ นางก็พยายามจะคงคาแรคเตอร์นิ่งๆ ตั้งแต่ลงจากรถ ไม่อยากมาคึกคัก ทั้งที่ตัวจริงคืออยากคึกคักมาก…ก”

อนันดา  “คือเราต้องรักษาสมาธิก่อนเข้าฉากไง ต้องมีพื้นที่ให้ตัวเองนิดนึง ผมก็คิดเป็น physical space นะ จะอยู่ห่างจากคนอื่นนิดหน่อย”

มิน “ก็รู้นะ แต่บางทีนางก็จะโป๊ะ ลุกขึ้นมาเล่น  บางวันพี่อนันดาหลุดคาแรคเตอร์แรงมาก” (หัวเราะ)

อนันดา “มันมีบางโมเมนต์ที่ช่วยตัวเองไม่ได้แบบ ขอคลายคาแรคเตอร์ออกมาบ้าง พอเข้าฉากเดี๋ยวก็ดึงกลับมาได้ไม่ต้องห่วง แต่ขอไปทะลึ่งตึงตังกับคนอื่นบ้าง แต่ถ้าให้เม้าท์ถึงมินตอนแรกนะ คือผมกลัวเขามาก รู้สึกว่า เราอยู่คนละโลก เพราะเขาเป็นสายละคร ส่วนผมสายหนัง”

มิน “ที่จริงมินคือรุ่นน้อง เราควรเกร็งเขานะ นี่คืออนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมอ่ะ”

อนันดา “สิ่งที่ผมห่วงคือ ผมจะให้ทุกอย่างกับคุณไปนะ แล้วกลัวว่า จะไม่ได้อะไรกลับมา กลัวมาก แล้วมีคนเคยเม้าท์ให้ผมฟังว่า เขาซีเรียส จุกจิก เป๊ะ เพอร์เฟค ในขณะที่ผมฟรีฟอร์ม หลวมๆ อารมณ์ ‘I am water ‘ (หัวเราะ)  แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยตัดสินใจว่า เอาให้เขาไปหมดก่อน ปรากฏว่า เข้าฉากแรกเขาให้เราคืนกลับมาแบบเต็มเหมือนกัน โอ้โห รอดแล้วเรื่องนี้ สบาย”

มิน “คือพี่อนันดาเข้าใจว่าเรามาจากโลกละครที่แข่งขันกันดุเดือดมาก ถ้าไฟแดงไม่ขึ้น ไม่เล่น ถ้าให้ ร้องไห้ก็หยดซ้ายขวาได้ คิดอย่างนั้นใช่มั้ย”

อนันดา “เออใช่ เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ตลอดเวลา”

มิน  “ที่จริงคือ คิดกันไปเองว่า นักแสดงจากสายละครจะเป๊ะ เชือดเฉือน เขี้ยว ไม่มีความเป็นอาร์ต แต่เรื่องจริงของการถ่ายละครคือ มินเคยโดนเข้าฉากมากสุด 80 ซีนในวันเดียว มันไม่มีเวลาทำอารมณ์มากขนาดนั้น นักแสดงต้องคุมเวลาให้ได้ และต้อง bring out the best  เอาสิ่งที่ดีที่สุดออกมา”

อนันดา “ผมเคยสัมผัสงานละครมาบ้าง ยอมรับว่า ตกใจ เขาต้องสู้กับเวลา กดดัน ทำอะไรเยอะในเวลาอันสั้น คือมันมีเรื่องพวกนี้จริงๆ  ผมเคยเล่นหนังดราม่าอาร์ต เคยถ่ายซีนเดียวไป 17 เทค ถ้ายังแสดงไม่ได้ เราก็หามันไปเรื่อยๆ ไม่เร่ง ผมอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอด เพราะฉะนั้นวิธีการทำงานของผมจึงเตรียมตัวเองล่วงหน้าไม่ค่อยเป็น ต้องไปหน้าเซ็ตแล้วให้เขาทำอะไรกับผมเพื่อให้มันเกิดขึ้น”

สุดท้ายแล้ว หนังเรื่องนี้พูดถึงเรื่องความไม่แน่นอนในชีวิต ถ้ารู้ว่า วันนึงใกล้ตาย อยากจะทำอะไร

มิน “อยากอยู่กับครอบครัวให้เยอะที่สุด จะถอนเงินจากธนาคารและบัญชีการลงทุนทั้งหมด พาที่่บ้านไปเที่ยว แต่ถ้าไม่ตายก็ซวยเหมือนกันนะ “(หัวเราะ)

อนันดา “เออว่ะ (หัวเราะ) จริงๆ เรื่องความตายเป็นสิ่งที่ผมคิดบ่อยนะ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร หรือมีอะไรที่ต้องบรรลุก่อนจะถึงวันนั้นรึเปล่า ไม่รู้สิ ออกไปนอกโลกมั้ง (หัวเราะ)  ใครจะไปรู้ล่ะ เราเพิ่งอายุกันเท่าไหร่เอง อีก 20-30 ปี อิลอน มักส์ อาจจะจัดทัวร์ไปดวงจันทร์ก็ได้  แต่ผมว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ  ครอบครัว ต้องแน่ใจว่า คนรอบข้างรู้ว่าเรารักเขา และไม่มีอะไรค้างคาใจ นั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสบายใจสุด ต้องเคลียร์เครื่องค้างคาออกจากชีวิตให้หมดครับ”

ถึงวันนั้นคงสบายใจ


เรื่อง  Fai ภาพ อิทธิศักดิ์ ผู้ช่วยช่างภาพ สุธนา อายุศนิล

Praew Recommend

keyboard_arrow_up