คริปโตเคอร์เรนซี่

อนาคต “คริปโตเคอร์เรนซี่” จะเป็นอย่างไร by ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล

Alternative Textaccount_circle
event
คริปโตเคอร์เรนซี่
คริปโตเคอร์เรนซี่

มาถึงวันนี้ “คริปโตเคอร์เรนซี่” (Cryptocurrency) เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางตลาดที่ขึ้นลงเป็นรถไฟเหาะ แต่หลายคนยังยอมเสี่ยงกระโดดเข้าร่วมวง เพราะพวกเขาเชื่อว่าคริปโตเคอร์เรนซี่คือโลกอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงวงการการเงินโลก เรื่องนี้คงต้องฟังผู้เชี่ยวชาญอย่าง คุณแบงค์- ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งซิปเม็กซ์ (Zipmex) ประเทศไทย

อนาคต “คริปโตเคอร์เรนซี่” จะเป็นอย่างไร by ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล

Q1 : สินทรัพย์ดิจิทัลจะเปลี่ยนแปลงโลกการเงินอย่างไร

“ผมขออธิบายแบบนี้นะครับ คริปโตเคอร์เรนซี่นั้นเกิดจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือรหัสคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยซัพพอร์ตให้การประกอบธุรกิจและการดำรงชีวิตสะดวกสบาย ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เมื่อก่อนถ้าจะโอนเงินต้องไปธนาคารให้พนักงานโอนให้ กระทั่งมีตู้เอทีเอ็ม พนักงานก็ลด บทบาทไป  พอมาถึงยุคคริปโตเคอร์เรนซี่  ซึ่งมีเทคโนโลยี ‘บล็อกเชน’ [การเก็บ ข้อมูลในรูปแบบบล็อก (Block)  ซึ่งเชื่อมโยงกันบนเครือข่ายเหมือนห่วงโซ่ (Chain) โดยทุกคนในเครือข่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน เมื่อมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น ข้อมูลจะถูกบันทึกลงในบล็อกนั้นๆ] อยู่เบื้องหลัง ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยน มูลค่ากันบนอินเทอร์เน็ตได้เร็ว สะดวกและง่ายขึ้น โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคาร แต่ให้คนในเครือข่ายช่วยกันประมวลผลและยืนยันธุรกรรมที่เกิดขึ้น เป็นการกระจายอำนาจให้แต่ละคนจริงๆ ทำให้ตัวกลางอย่างธนาคารยิ่งมีบทบาทน้อยลง ซึ่งธนาคารอาจไม่ได้หายไปไหน แต่เปลี่ยนจากผู้ให้บริการ (Service Provider) เป็นผู้ให้บริการทางเทคโนโลยี (Technology Provider) แทน

“ซึ่งในอนาคตผมเชื่อว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตคนมากขึ้น  โดยอาจจะเริ่มจากการดำเนินธุรกิจหลากหลายรูปแบบ  โดยเฉพาะการ ยืนยันธุรกรรม ระบบการนำเข้า -ส่งออกสินค้า ไปจนถึงการชำระเงินและการโอน ข้ามประเทศให้ง่ายขึ้น ไร้พรมแดน และสะดวกรวดเร็วมากขึ้นไปอีก หรือสามารถใช้ลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็น Global หรือระดับโลกจริงๆ อย่างตอนนี้มีบิทคอยน์แล้ว ในอนาคตคนไทยอาจข้ามไปลงทุนในโปรเจ็กต์ของประเทศบราซิลหรือ รัสเซียแบบไม่ต้องผ่านตัวกลาง เช่นเดียวกับที่บริษัทเหล่านั้นสามารถระดมทุนจากทั่วโลกได้เลย โดยไม่จำกัดแค่ในประเทศเขา ดังนั้นช่องทางการเข้าสู่ตลาดและการหาเงินเข้าตลาดก็จะเร็วมากขึ้น โลกจะเป็นหนึ่งเดียวแบบโลกาภิวัตน์จริงๆ

“หรืออีกไม่นานอาจไม่มีโฉนดที่ดินแบบกระดาษ แต่จะเป็นโฉนดที่ดินดิจิทัล โดยอาจมาในรูปของ NFT (Non-Fungible Token เหรียญที่สามารถสร้างทรัพย์สินขึ้นมาชิ้นเดียวในโลก ไม่สามารถทำซ้ำ แต่สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเป็นเจ้าของและนำไปซื้อขายต่อหรือโอนสิทธิ์ได้) เช่น นาย ก. จะโอนที่ดินให้นาย ข. ก็สามารถโอนผ่านบล็อกเชนได้เลย เพราะสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานและลดคนทำงานในสำนักงานที่ดินได้เยอะ จ่ายค่าธรรมเนียมเท่าไร ก็โอนเข้ารัฐได้ทันทีแบบเรียลไทม์ เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม แม้ตอนนี้เราอาจยังเห็นภาพไม่ชัด แต่ผมเชื่อว่าเทรนด์ในอนาคตจะไปทางนี้ คือ เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามาเพื่อทำให้ทุกอย่างรวดเร็วสะดวกสบายขึ้น”

 

Q2 : ในอนาคตคริปโตเคอร์เรนซี่จะเติบโตไปในทิศทางใด  จะสามารถใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าแทนเงินสด ได้จริงไหม 

“ผมมองว่าเราจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) กันมากขึ้น  เงินในปัจจุบันจะกลายเป็นเงินรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น  โดยแบ่งเป็นสองโลก คือโลก Centralized (รวมอำนาจ) ที่รัฐบาลต้องการควบคุมการไหลของเงิน ต้องการรู้ว่าเงินอยู่ที่ใคร ใช้จ่ายอย่างไร โอนไปที่ไหนบ้าง ผ่าน CBDC (Central Bank Digital Currency) หรือเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของรัฐ เช่น เงินบาทดิจิทัล หรือเงินหยวนดิจิทัล ซึ่งจะใช้แทนเงินสดได้เลย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นอุปกรณ์ควบคุมของภาครัฐ เพราะสามารถมอนิเตอร์และติดตามตรวจสอบได้หมดทุกอย่าง ถือเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลทั่วโลกอยากควบคุมเพื่อปกป้องประชาชน ส่วนอีกโลกหนึ่งคือ Decentralized (การกระจายอำนาจ) ที่ไม่มีอำนาจส่วนกลาง สามารถโอนเงินให้กันได้โดยไร้การตรวจสอบจากรัฐ  คือโลกของบิทคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีไว้สำหรับลงทุน เนื่องจากมีคนอีกฝั่งที่เชื่อว่า  ทรัพย์สินที่เขาหามานั้นเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะนำไปใช้ทำอะไรก็ได้ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ มาควบคุม เพราะเขาเชื่อในอิสระและเสรีภาพของทรัพย์สินส่วนบุคคล ก็คงเป็นสองโลกคู่ขนานกันไปแบบนี้ครับ”

คริปโตเคอร์เรนซี่

Q3 : ท่ามกลางกระแสการแบนหรือควบคุมคริปโตเคอร์เรนซี่ จากรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก  อุปสรรคหรือความท้าทายที่เกิดขึ้นใน โลกการเงินดิจิทัลคืออะไร  และอะไรที่จะเป็นเกณฑ์ตัดสินว่า คริปโตเคอร์เรนซี่ตัวไหนจะไปรอดในระยะยาว

“ต้องบอกว่าความท้าทายที่เกิดจากการถูกภาครัฐเพ่งเล็งหรือแบนสินทรัพย์ ดิจิทัลนั้นถือเป็นเรื่องปกติ  เพราะหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการที่เป็นนวัตกรรมหรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มักต้องต่อสู้กับกฎเกณฑ์และกติกามาโดยตลอด แน่นอนว่าอะไรที่รัฐบาลควบคุมได้ก็ต้องอยากจัดการเป็นปกติ ซึ่งอีกหน่อยผมเชื่อว่าภาครัฐก็คงเข้ามากำกับดูแลมากขึ้น แต่จะแค่ไหน อย่างไร ก็คงต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นจะเข้ามา เพื่อคืนอำนาจให้ประชากรทั่วโลกในระดับหนึ่ง

“ส่วนที่ว่าอะไรจะเป็นปัจจัยชี้วัดว่าคริปโตเคอร์เรนซี่ตัวไหนจะอยู่ได้ใน ระยะยาว ปัจจุบันมีคริปโตเคอร์เรนซี่อยู่ 12,000 สกุลเหรียญ แต่บอกได้เลยว่า 95 เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ได้ทำประโยชน์หรือแก้ปัญหาอะไรในชีวิตได้จริง  ส่วนใหญ่มีประโยชน์แค่ใช้ในการเทรดและการลงทุน  แต่ผมเชื่อว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีมูลค่าที่แท้จริงก็ต่อเมื่อมีประโยชน์ต่อบริษัท กิจการ สังคม หรือตอบโจทย์อะไร บางอย่างทำให้ผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้นจริงๆ สินทรัพย์นั้นจึงจะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ ที่เห็นชัดในตอนนี้ก็คือบิทคอยน์ที่สามารถลงทุน ในระยะยาวได้เหมือนทอง หรือ Ethereum ที่ใช้จ่ายเป็นค่าแก๊สหรือเติมน้ำมันในเครือข่าย เป็นต้นครับ”

 

Q4 : หลังจากระดมทุนรอบล่าสุด Zipmex มีแผนจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ใดอีกบ้าง 

“การระดมทุนครั้งที่ผ่านมาเพื่อให้เราสามารถลุยต่อกับวิสัยทัศน์ของเรา คือการให้คนทั่วไปในภูมิภาคนี้เข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงินแบบดิจิทัลให้มากที่สุด โดยเราไม่ได้มีแค่การเงินดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังผูกเข้ากับเรื่องไลฟ์สไตล์ด้วย เราจึงเป็นแพลตฟอร์มที่ทั้งซื้อขายได้ ออมได้ ลงทุนในโปรเจ็กต์ต่างๆ และใช้จ่ายได้ เพื่อสร้างระบบนิเวศให้มีความครบถ้วน รวมถึงการพัฒนาระบบให้ปลอดภัย สะดวก และดีกว่าเดิม เจาะตลาดให้มีผู้ใช้งานมากขึ้น อย่างตอนนี้เรามีโปรดักส์ใหม่คือ ZLaunch แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ใช้งาน Zipmex กับโปรเจ็กต์โทเคนที่จะเปิดตัวใหม่ โดยหากคุณมี ZMT (Zipmex Token) จำนวนหนึ่ง แล้วล็อกเหรียญ ZMT ไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดแต่ละครั้ง ก็จะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ เช่น ได้รับโทเคนใหม่จำนวนหนึ่ง เป็นต้น ซึ่งได้เปิดให้ใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา (https://zipmex.com/th/zlaunch/) นอกจากนี้ ก็ยังมีโปรดักส์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างเกม E-sport ให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจ รวมถึง NFT ซึ่งจะกลายเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญมาก อยากให้รอติดตามกันครับ

“แม้ Zipmex ประเทศไทยเปิดตัวมาได้แค่ปีกว่า แต่เราเติบโตขึ้นมาเป็นพันเปอร์เซ็นต์แล้ว เฉพาะในไทยก็ 5 แสนกว่าบัญชี ถ้าทั่วโลกก็ล้านกว่าบัญชี ซึ่งเรายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แน่นอนว่าเราไม่ได้มุ่งแต่หาลูกค้าอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลความรู้แก่ลูกค้าด้วย อย่างที่ผ่านมาลูกค้าบางคน ไม่เคยลงทุนมาก่อน แต่กระโดดเข้ามาในสินทรัพย์ดิจิทัลเลย กลายเป็นว่าเขาได้ เรียนรู้ด้านการออมและการลงทุนไปกับเรา จนสามารถหารายได้เพิ่มนอกจากอาชีพหลัก อีกทั้งมีวินัยในการออมและลงทุนมากขึ้น ถือเป็นฟีดแบ็กที่ทำให้ผม ประทับใจมาก หวังว่าเราจะได้เติบโตไปด้วยกัน รับรองว่าปีหน้าจะมีอะไรมาให้ว้าวอีกแน่นอนครับ”

คริปโตเคอร์เรนซี่


 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up