จิตดี ศรีดี

เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี ผู้ประกาศข่าวพูดน้อย แต่คุณภาพร้อย 100%

จิตดี ศรีดี
จิตดี ศรีดี

จากจุดเริ่มต้นเสียงตามสายวัด ก้าวเข้าสู่วงการสื่อจากคำแนะนำของเจ้าอาวาส สั่งสมประสบการณ์จนตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี 

เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี ผู้ประกาศข่าวน้ำดี การันตีด้วยรางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงที่สุดแห่งปี 2017 และรางวัลผู้รังสรรค์ข่าวยอดเยี่ยมในปี 2561 จากจุดเริ่มต้นจากเสียงตามสายในวัดและก้าวเข้าสู่วงการสื่อจากคำแนะนำของเจ้าอาวาส สั่งสมประสบการณ์จนได้ขึ้นมาเป็นผู้ดำเนินรายการเคียงบ่าเคียงไหล่คุณพุทธอภิวรรณ ในรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 จนกลายเป็นผู้ประกาศคู่ขวัญที่มีแฟนๆ ให้ความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ล่าสุดทำเอาคอข่าวตกใจกันยกใหญ่เมื่อหน้าที่มีผู้ประกาศข่าวหญิงอีกคนมานั่งเก้าอี้แทน จนเกิดคำถามว่าคุณจิตดีหายไปไหน? แต่ล่าสุดผู้ประกาศข่าวพูดน้อยได้ออกมาไขข้อสงสัยผ่านรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทำไมช่วงหนึ่งถึงหายหน้าไปจากหน้าจอ?

คือตอนนี้ เจี๊ยบ ไม่ได้หายไปไหนนะคะ จริงๆรายการ ทุบโต๊ะข่าว ยังมี แต่เพราะว่าเรามีข่าวเย็นมาผสมรวมกับข่าว ทุบโต๊ะข่าว เราก็เลยมีปรับเปลี่ยนผังกันแล้วก็ปรับเวลาค่ะ จากที่รายการมาหลังข่าวพระราชสำนักใช่ไหมคะ เราก็ขยายเวลาให้ยาวขึ้น ทุบโต๊ะข่าว เราก็เริ่มมาที่ประมาณใกล้ๆทุ่ม 18.50 นาที ทุบโต๊ะข่าว มาเสริมทัพ พี่นก และน้องฝ้าย ก็กลายเป็นว่าขยายเวลาขึ้น ช่วงแรกทุ่มหนึ่งก็จะมี เจี๊ยบ มีพี่พุทธ พี่โจ๊ก ส่วนช่วงทุบโต๊ะข่าว ช่วงที่สองจะเป็นน้องฝ้าย อันนี้น้องฝ้าย จะเลิกดึกขึ้นก็เป็นแบบนี้ คือ คนที่จะชินกับเราตอนสองทุ่มครึ่งเพราะเจอเรากับพี่พุทธ ใช่ไหมคะ ตอนนี้เพียงแค่เราย้ายทีมมาอยู่ช่วงทุบโต๊ะ 1 ก็เลยดูเหมือนว่าบางคนยังไม่รู้เวลา หาไม่เจอ ไม่ได้เปิดมาตอนหนึ่งทุ่มเลยไม่ได้เจอเรา ไม่ได้มีเรื่องอะไรเลย”

อีกอย่างเพราะร่างกายป่วย ร่างกายเราคงฟ้องเพราะเราทำงานหนักมากมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเราทำงาน 7 วันเต็มๆ ตั้งแต่บ่ายสามโมง จนถึงตีสามทุกวัน แต่ตอนนี้ปรับเวลาใหม่แล้วค่ะ ได้เข้าแปดโมงครึ่ง จนรายการจบแล้วเราต้องมาโปรยเหมือนเดิมอีกในข่าวที่เราทำแล้วอัพลงยูทูป ลงเฟสบุ๊ค แต่ต้องให้พี่เขาตรวจเหมือนเดิม เราทำงานอยู่ในออฟฟิศ 12 ชั่วโมงโดยประมาณ แต่พอเราปรับเวลาใหม่ พี่พุทธ เขาให้เรามีวันหยุด คือ หยุดวันศุกร์ ค่ะ”

ทำงานร่วมกับคุณพุทธมากี่ปีแล้ว?

คู่กับคุณพุทธ ที่เก่า 2 ปี มาที่นี่ตั้งแต่เปิด สถานีอมรินทร์  5 ปีย่าง 6  ปีแล้วค่ะ”

 จิตดี ศรีดี

ก่อนมาอ่านข่าวเห็นว่าเราต้องฝึกตัวเองในการออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง คำควบกล้ำแล้วก็มีเทคนิคอะไรหลายๆ อย่าง?

เทคนิคการฝึกของเจี๊ยบเลยนะคะ ในความที่รักตั้งแต่เด็กๆเลย หน้าเสาธงก็จะพูดภาษาไทยวันละคำนะคะ พอมหาวิทยาลัยเราก็จะจัดเสียงตามสายทุกๆเที่ยงจะได้ยินเสียง จิตดี นะคะ อ่านข่าวมหาวิทยาลัย ก่อนจะจบก็จะมีให้ไปสอบใบผู้ประกาศค่ะ ที่กรมประชาสัมพันธ์ และมีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง เจี๊ยบ ฝึกงานก่อนจบไปฝึกในวัดไปจัดรายการเป็นดีเจในวัดแล้วพระอาจารย์ก็แนะนำว่า ทำแบบนี้สิ ตอนนั้นเรายังไม่รู้เลยไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย พระอาจารย์ท่านก็ให้แบบฝึกอ่านออกเสียงมา แล้วท่านก็สอน เราจนเราใช้มาทุกวันนี้ ทำให้เรามีพลังในการใช้เสียงด้วย ทำให้การออกเสียง ของเราชัด ที่ท่านสอนคือ เขาควาย เขากวาง ถามว่าทำไมท่านสองคำนี้ เพราะการที่เราพูดชัดหรือไม่ชัดคือ การที่เราเปิดปาก ถ้าเราเปิดปากคำจะชัด และคำว่า เขาควาย เขากวางจะบริหารกรามของเราให้แข็งแรงเราจะพูดชัด”

ตัวจริงเป็นคนพูดเก่งไหม?

“ถ้าเป็นเพื่อนๆด้วยกันจะรู้ พูดเก่งมาก”

 จิตดี ศรีดี

แต่โดยในสายตาคนไทยทั่วไป คุณจิตดี พูดไม่ทัน คุณพุทธ เคยมีอึดอัดไหม?

“ถ้าถามต้องย้อนกลับที่นั่งอ่านคู่กันแรกๆ อึดอัดมากต้องทำตัวยังไง เพราะว่า การทำงานเป็นทีมต้องเรียนรู้กันว่าผู้จัดด้วยกันกว่าจะมาเป็นคู่หูกันได้เราต้องเรียนรู้กันพอสมควร แรกๆเราก็จะอึดอัดนิดนึง จากที่เราอ่านข่าวผู้ประกาศมาแบ่งข่าว แบ่งวรรค แบ่งเรื่อง แบ่งประเด็นกันพูดใช่ไหมคะ พอเรามานั่งคู่กับคุณพุทธ เขาจะเป็นนักเล่าข่าว สวมวิญญาณเล่า สิ่งที่องค์ความรู้ อยู่ในหัวเขาพรั่งพรูออกมา เราเลยไม่มีจังหวะแทรกด้วยความที่เขา เขารู้มาก รู้เยอะ แล้วก็พูดเยอะ”

เคยบอกคุณพุทธไหม พี่ๆแบ่งให้หนูพูดบ้าง?

“ด้วยเป็นสัญชาตญาณด้วยค่ะ เราให้เกียรติเขา ในเมื่อเขาอยากพูดก็ให้เขาพูดไป เราเสริมตรงไหนได้เราก็เสริม ปรากฎว่าเขากลายเป็นตัวหลัก เราก็เป็นตัวเสริม แบบนี้ค่ะ”

เคยโกรธคุณพุทธ หรือ โมโหบ้างไหม?

“มีค่ะ อารมณ์รู้สึกโกรธ แต่โกรธเราก็เกิดการเรียนรู้อีกค่ะ ก็คือว่า พอบางทีบางมุขมาเล่นแรงหูจะร้อนผ่าวๆมันคือ ปฏิกิริยาทางร่างกาย โกรธอยู่ในใจ พอหลังจบรายการก็อภัยกันก็หาย กลายเป็นการที่เราเรียนรู้ไปอีกว่า เขาเป็นคนแบบนี้แซวแบบนี้ ซึ่งเขาก็ไม่คิดอะไรจบก็คือจบ”

แต่ในการที่เรานั่งอยู่ตรงนั้น เรามีคุยกันไหมเพราะข่าววันหนึ่งมีหลายเรื่อง ใครอ่านอะไร แบ่งกันยังไง?

“ต้องย้อนกลับไปหลายช่วงที่เป็นช่วงแรกๆเลยค่ะ แรกๆก็เคยจะมี พอมีแบบตรงนี้ จะให้เจี๊ยบนะ พอมาวันหนึ่งด้วยความรนด้วยความรีบ ข่าวมันเตรียมไม่ทันสุดท้าย พี่เขาก็ต้องรวบสรุปให้เอง มันเลยกลายเป็นธรรมชาติของเรา บางทีมันอาจจะหนึ่งอาจจะยังไม่ทันเขา ยังช้าอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็วันหนึ่งเขาก็คงเรียนรู้เราเหมือนกัน ก็ช่วยกันให้รายการมันไปได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เนื้อหารายการ ทำยังไงให้คนดูรู้ข่าวสาร ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แล้วมันตอบโจทย์ให้คนรู้ในสถานการณ์นั้นๆ นี่คือ สิ่งที่เจี๊ยบ มองนะคะ มันก็เลย กลายเป็นว่าเราทำงานมาเป็นแบบนี้ แล้วถามว่าแบ่งไหม ไม่ได้มีการแบ่งที่ชัดเจนนะคะ เราต้องหาจังหวะเอาเอง”

เห็นทำงานเข้าขากันแบบนี้ แต่มีวันหนึ่งเราเดินไปลาออกเองเลยจริงไหม เพราะอะไร?

“จริงค่ะ อันนี้ จริงเลย เพราะว่าจากที่ เมื่อก่อนหน้านี้ เราเคยจัดข่าวดึกอันนั้นเราเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่พอมาอยู่ อมรินทร์ทีวี เรากลายมาเป็นลูกน้อง มาอยู่ในทีม เราจะเห็นบทบาท ของคุณพุทธ จะเป็นอีกแบบด้วยความที่เคี้ยวหนักด้วยความที่จริงจัง มุ่งมั่น งานทุกอย่างต้องเป๊ะๆ อันไหนไม่ใช่ต้องไปเปลี่ยน ซึ่งเราต้องปรับเปลี่ยนให้ทันความคิดของเขา ทำให้เราเกิดความกดด้นมาก เครียดมาก ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว เหนื่อยแล้วก็เครียด เราคิดตอนนั้นคงทำไม่ได้แล้วมั้ง ไม่เหมาะกับเราแล้ว อึดอัด โดนกดดันทุกอย่าง สารพัด ทั้งด่า ทั้งดุ เลยคิดว่าไปดีกว่า”

หน้าจอกับหลังจอคุณพุทธเขาเป็นเหมือนกันไหม?

“หน้ากับหลังเหรอค่ะ เราต้องดูบทบาทเพราะว่าพี่เขามีหลายบทบาท เพราะว่าพี่เขามีหลายบทบาทมากอย่างหน้าจอก็คือ ผู้ดำเนินรายการ เราจะเห็นเขาเล่าข่าว แต่เบื้องหลังเขาคือ ทุกสิ่งทุกอย่างของรายการ ทุบโต๊ะข่าว เขาจะคุมหมดเลยภาพนี้ประเด็นนี้ สคริปต์นี้ ตัดต่อแบบนี้ทุกอย่าง เราก็ต้องคอยจับประเด็นให้ทันเขา หาจังหวะแทรกคอยเสริมตรงไหนที่เสริมได้ค่ะ”

มีอะไรอยากบอกคุณพุทธบ้างไหม สิ่งที่เราอยากพูดแต่ไม่กล้าพูด?

“ (น้ำตาเริ่มไหล) ห่วงสุขภาพพี่เขา จะบอกยังไงดี พูดเรื่องนี้มันเป็นความรู้สึกลึกๆเพราะเราอยู่ด้วยกันมานาน อยากให้พี่เขาดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ มากกว่าที่จะห่วงงานบางทีงานมันไปของมันได้ พี่เขาทำงานหนักมาก เพราะเราดูจากร่างกายของเราเองเพราะร่างกายมันฟ้อง อย่างพี่เขาบางทีเขาป่วย แต่เขาก็ยังมาทำงานแล้วเขาก็แสดงว่าเขาไม่ป่วย เป็นสิ่งที่เราห่วงเขามาก (พูดด้วยเสียงสะอื้น) อยากให้พี่รักษาสุขภาพจะได้อยู่กับน้องไปนานๆ ด่าน้อยๆอะไรอย่างนี้ค่ะ รักพี่มากนะ”

งานนี้ ผู้ประกาศสาวคนเก่ง จิตดี ยังฝากทิ้งม้ายไว้อีกด้วยว่า ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบพระคุณรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทุกคนที่ดูช่อง อมรินทร์ ทีวี 34 มาโดยตลอดนะคะ จะบอกว่ากว่าจะมาเป็น ทุบโต๊ะข่าว เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ทั้ง คุณพุทธ เอง ซึ่งเป็นแม่ทัพที่ดี พี่ชายที่ดี พี่เขามีความมุ่งมั่นที่ทำให้เรามีวันนี้ มีทุบโต๊ะข่าว ในวันนี้ แล้วก็สิ่งที่อยากจะฝากคือ ทุบโต๊ะข่าว เราขยายเวลาแล้วนะคะ ตั้งแต่ 18.50 น. คือ ช่วงที่หนึ่ง คือ เจี๊ยบ จะมานั่งอ่านข่าวในช่วงนี้นะคะ  และอีกช่วงคือหลังข่าวพระราชสำนัก และเสาร์ อาทิตย์ ก็จะมานั่งอ่านข่าวเที่ยง อมรินทร์ คือช่วงเวลา 11.00 ถึง 12.00 น. สามารถมาติดตามกันได้นะคะ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ฮยอนบิน คว้างานพรีเซ็นเตอร์ในเมืองไทย ค่าตัวไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ชีวิตในวังของ เจ้าชายจอร์จ วัย 7 ชันษา รัชทายาทลำดับที่ 3 ของสหราชอาณาจักร

ทั้งเซ็ตเท่าไหร่? ‘ชมพู่ อารยา’ กับไอเท็มชิ้นเด็ดจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!