เคน - กฤตภาส

เปิดวาร์ปหนุ่มมาดเท่ เคน – กฤตภาส ทายาทรุ่นที่ 3 ครอบครัว “พันธ์เพิ่มเจริญกิจ”

account_circle
เคน - กฤตภาส
เคน - กฤตภาส

เปิดวาร์ปหนุ่มมาดเท่ เคน – กฤตภาส เจเนอเรชั่นที่ 3 ของครอบครัว “พันธ์เพิ่มเจริญกิจ” เจ้าของธุรกิจพลาสติก ผลิตและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจโรงแรมอรุณ ริเวอร์ไซด์ ที่เคนเตรียมนำความรู้สตาร์ตอัพ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่มาพัฒนาธุรกิจให้เติบโตไปอีกขั้น

เปิดวาร์ปหนุ่มมาดเท่ เคน – กฤตภาส ทายาทรุ่นที่ 3 ครอบครัว “พันธ์เพิ่มเจริญกิจ”

จุดเริ่มต้นอาณจักร 500 กว่าล้าน

“จุดเริ่มต้นครอบครัวของผมอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าเตียน สมัยนั้นอากง (คุณ สมชาย พันธ์เพิ่มเจริญกิจ) เห็นว่าที่ตลาดมีการค้าขายหลายอย่าง แต่ยังไม่มีใคร ขายถุงพลาสติก พอลองหาซื้อมาขาย  ปรากฏว่าขายดี  ต่อมาอยากลดต้นทุน จึงลงทุนซื้อเครื่องจักรมาผลิตเอง กระทั่งเกิดเป็นบริษัทสมบัติชายอุตสาหกรรม พลาสติก จำกัด ผลิตและขายส่งพลาสติกสำเร็จรูปทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“จากนั้นขยายฐานการผลิตมาที่ประชาอุทิศ สเกลของธุรกิจก็เริ่มใหญ่ขึ้น เรื่อย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนมือมาสู่รุ่นที่ 2 คือคุณพ่อ (คุณปัญญา) และคุณอา (คุณปรีชา) พร้อมกับเปลี่ยนสถานที่ตั้งโรงงานมาอยู่ที่พันท้ายนรสิงห์ จังหวัด สมุทรสาคร บนพื้นที่ 19 ไร่ ตอนนั้นเคนเรียนอยู่ประถม 5 ส่วนวันที่ธุรกิจ ทำกำไรแตะที่กว่า 500 ล้าน เคนเรียนมัธยม 5  ล่าสุดกำลังจะขยายพื้นที่ บริเวณใกล้เคียงเพิ่มเป็น 26 ไร่แล้วครับ (ยิ้ม)

“ปี2019 เราเปิดตัวโรงแรมอรุณ ริเวอร์ไซด์(ARUN Riverside Bangkok) บนที่ดินของเราเอง อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาและมองเห็นวัดอรุณราชวราราม แม้ ต้องเจอกับสถานการณ์โควิด-19 แต่ด้วยระบบองค์กรที่ดี ธุรกิจจึงรันไปได้ และ กำลังเตรียมเปิดตัวคอร์สอาหารไฟน์ไดนิ่งเร็วๆนี้  

“ผมเห็นคุณพ่อและคุณอาทำงานหนักมากมาตลอด จึงตั้งใจสืบทอดธุรกิจ ของครอบครัว ซึ่งถือเป็นความฝันของผมมาตั้งแต่เด็กเลยครับ อยากผลักดัน ธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นไปอีก เพื่อจะได้เป็นที่ไว้วางใจของคุณพ่อ คุณอา และ เหล่าพนักงาน”

เตรียมรับตำแหน่งทายาทรุ่นที่ 3

“ปัจจุบันผมเรียนปี4 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการ Bachelor of Arts and Science in Integrated Innovation (BAScii) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดิมผมอยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อนำความรู้มาปรับใช้พัฒนาโรงงาน พลาสติกของครอบครัว แต่คิดว่าตัวเองอาจจะไปได้ไม่สุดกับสายนั้น จึงขอ เปลี่ยนแนวมาทางธุรกิจแทน ซึ่งคณะนี้ได้เรียนทั้งการทำธุรกิจ สตาร์ตอัพ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่  

“ก่อนหน้านี้ช่วงปิดเทอมใหญ่ก่อนขึ้นปี4 ผมเคยฝึกงานกับบริษัทของ คุณพ่อเพื่อนที่บริษัทสยาม สตีล กัลวาไนซิ่ง จำกัด เพื่อศึกษาความแตกต่าง กับโรงงานของที่บ้าน ซึ่งก็ได้เรียนรู้เยอะเลย  ทั้งเรื่องระบบต่างๆในโรงงาน อย่าง ระบบการผลิต ระบบบริหารจัดการองค์กร และการดูแลพนักงาน

“ตอนนี้ผมใกล้เรียนจบแล้ว จากนี้วางแผนจะสานต่อธุรกิจครอบครัว ทั้งโรงงานพลาสติกและธุรกิจโรงแรม เพราะคุณพ่อท่านอยากเกษียณแล้ว ผมเริ่มเข้าไปศึกษาดูงานตั้งแต่ปีที่แล้วในแผนกออนไลน์และมาร์เก็ตติ้ง นำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งที่เรียนมาปรับใช้ คุณอาแนะนำว่ายุคนี้ออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญ เป็น ช่องทางเพิ่มลูกค้าใหม่ๆและเพิ่มยอดขาย ปัจจุบันโรงงานเป็นแบบ B2B (Business to Business) แต่ผมอยากขยายไปสู่การเป็น B2C (Business to Customer) อาจจะกำไรไม่มาก แต่จะช่วยสร้างความนิยมและการรับรู้แบรนด์ ส่วนงาน ที่โรงแรมนอกจากช่วยหาลูกค้า ผมช่วยดูงานด้านออนไลน์และดูแลภาพลักษณ์ ด้วยครับ

“ผมให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเอง จึงอยากลงเรียนสถาบันบัณฑิต บริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหาเพื่อนนักธุรกิจรุ่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ได้รับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ ประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้ถือเป็นการพัฒนาตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง

“การเป็นพี่ชายคนโตที่ต้องเข้ามารับช่วงต่อเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ผมไม่ได้ รู้สึกกดดัน เพราะมองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ และไม่ว่า จะมีปัญหาอะไรเข้ามาผมพร้อมสู้ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คนเราได้เรียนรู้และ เติบโตขึ้น โดยยึดถือสิ่งสำคัญในการทำงานคือความรับผิดชอบ ถ้าเราขาดไป ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ ผมไม่มีคนดังเป็นไอดอล แต่มีคุณพ่อและคุณอา เป็นแบบอย่างเรื่องของการไม่หยุดพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านความรู้ การขยายโรงงาน เพิ่มจำนวนเครื่องจักร ฐานลูกค้า และให้ความสำคัญกับการจัดการระบบต่างๆ รวมถึงพนักงานทุกคนต้องได้รับการเทรนเป็นอย่างดี

“ในอนาคตผมมีเเผนพัฒนาโรงงานให้เติบโตไปอีกขั้นด้วยการสร้างทีมงาน คุณภาพ และลดความสูญเสียในการผลิตให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”

วางแผนเพื่ออนาคตที่ดีและมีความสุข

“ผมขอบคุณครอบครัวที่ปลูกฝังหลายสิ่งให้ผม อย่างการให้เรียนที่ โรงเรียนบ้านสานฝัน เน้นสอนเรื่องเชาวน์ปัญญา ทำให้ผมโตมาแบบมีไหวพริบ มีเหตุผล คิดไวทำไว คุณแม่ (คุณปทิตตา) ยังส่งเสริมให้ผมกับน้อง (คีน- กฤติน) มีทักษะด้านดนตรี ให้เราเรียนเปียโนด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะกลายเป็น ความสามารถพิเศษที่ไม่ใช่ว่าทุกคนทำได้ ยังช่วยผ่อนคลายและฝึกสมาธิจากการ อ่านโน้ตเพลง ที่สุดผลจากการอดทนฝึกซ้อมเเละการสอบวัดระดับ ตอนนี้ผม อยู่ที่ Merit Trinity Grade 7 สามารถเป็นครูได้เลยครับ (ยิ้ม)

“นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังปลูกฝังเรื่องความสามัคคีระหว่างผมกับน้อง เวลาท่านให้ของขวัญจะให้เท่ากันทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เราทะเลาะกัน “พอย้อนคิดกลับไปแล้วผมชอบการเลี้ยงดูของครอบครัวมากๆเลยครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 988

Praew Recommend

keyboard_arrow_up