ซีอีโอรุ่นเยาว์ ชิน เดชขจรวุฒ มุ่งมั่น ตามความฝัน เปิดบริษัทตั้งแต่อายุ 20 ปี

Alternative Textaccount_circle

ชิน เดชขจรวุฒ เขาคนนี้วาดเส้นทางชีวิตเพื่อเป็นนักขายตัวท็อป ที่ประสบความสำเร็จให้ได้โดยเร็ว จึงมุ่งมั่นตั้งใจลุยตามเส้นทาง ความฝัน จนสามารถเปิดบริษัทของตัวเองตั้งแต่อายุ 20 ปี!

ซีอีโอรุ่นเยาว์ ชิน เดชขจรวุฒ มุ่งมั่น ตามความฝัน เปิดบริษัทตั้งแต่อายุ 20 ปี

วิ่งตามฝัน

หลังจากเห็นตัวอย่างจากครอบครัวว่าสามารถก้าวหน้าจากการค้าขาย ชิน จึงตัดสินใจก้าวเข้ามาตามหาความสำเร็จในเส้นทางนี้เช่นกัน

“ขอเล่าย้อนกลับไปสมัยอายุ15 ปี ผมเริ่มทำงานครั้งแรก โดยขอคุณพ่อ คุณแม่ไปเป็นพนักงานขายเสื้อผ้าบุรุษยี่ห้อจากัวร์ของบริษัทโมด้า ยูโรปา จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวที่ห้างโตคิว มาบุญครอง ทำอยู่ 2 เดือนได้เรียนรู้การ เข้าหาคนและการคุยกับลูกค้า เป็นประตูที่เปิดให้กล้าเข้าไปพูดคุยกับคนอื่นๆ มากขึ้น พร้อมกับค้นพบว่าเป็นงานที่ถนัด เพราะชอบที่จะพบปะคนอื่น  ปีถัดมา ผมอยากลองขายสินค้าเอง  แต่ไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี  จึงใช้วิธีศึกษาจากการ เข้าสัมมนาต่างๆ อย่างด้านอสังหาฯบ้าง  ธุรกิจออนไลน์บ้าง จนอายุ 17 ปี ได้เรียนคอร์สเครื่องประดับของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ แห่งชาติ  พอเรียนเสร็จก็มาเปิดร้านเป็นงานอดิเรกในอินสตาแกรม @jewelyze. official กับทางยูทูบ Jewelyze  ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมีดีไซน์ที่ต้องการมาสั่งทำ แล้วผมจะไปคัดเลือกเพชรพลอยจากจิเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์มาใช้ นอกจากนี้ยังทำ คอนเทนต์แนะนำเรื่องเครื่องประดับทางแอพติ๊กต็อก @chindkw พูดถึงที่มา ความเชื่อ ความแตกต่างของหินมีค่าแต่ละชนิดด้วยครับ”

นักธุรกิจรุ่นเยาว์

เมื่อชัดเจนในความต้องการ เขาก็มุ่งหาหนทางที่เหมาะสมเพื่อทำให้ความ มุ่งหมายเป็นจริง

“พอเรียนมหาวิทยาลัย (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตร นานาชาติ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ปี2  ผมร่วมมือกับ เพื่อนสนิท 2 คน (ไกด์-กมลวัฒน์ มนูญภัทราชัย และสกาย-รณกร เบ็ญจพงษ์) เปิดบริษัทเดอะชานซ์หวัง (The Chance Wang Co., LTD)  เพื่อความฝัน ที่อยากประสบความสำเร็จเร็ว ๆ ครับ (ยิ้ม) ชื่อเดอะชานซ์หมายถึงโอกาส  เพราะอยากให้ผู้คนเห็นว่าบริษัทเราคือศูนย์รวมโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือ ทำงาน เข้าเป็นพาร์ตเนอร์ หรือขยายธุรกิจไปด้วยกันให้ประสบความสำเร็จ ส่วนคำว่าหวังเป็นการเน้นย้ำว่าเดอะชานซ์จะเป็นโอกาสที่สมหวังครับ

“ผมเสนอไอเดียกับเพื่อนๆแล้วช่วยกันปรับปรุงไอเดียจนใช้ได้จริงว่า บริษัทเราจะทำแบบเทรดดิ้ง คือซื้อสินค้ามาและขายไป  เป็นพ่อค้าคนกลางให้กับ หลายบริษัท โดยรับมาจากผู้ผลิตโดยตรง คือโรงงานหรือคนนำเข้าสินค้าต่างๆ จากนั้นจึงติดต่อบริษัทหรือร้านที่เรามองว่าสามารถเป็นลูกค้าของเราได้ผ่านการโทร. หรืออีเมล หลังจากทำมาปีกว่า ผลตอบรับค่อนข้างดี  จากการที่เราคอยวิเคราะห์ ตลาดและตามหาลูกค้าที่ตรงตามการวิเคราะห์ พร้อมกับหาสินค้าที่ตอบโจทย์ ความต้องการของตลาดตลอดเวลา

 “เราเริ่มกันจากศูนย์ โดยใช้เงินเก็บราวแสนห้า ซึ่งตอนนี้สามารถสร้าง กำไรได้กว่า 4 เท่าของทุน แล้วนำไปลงทุนกับสินค้าเพิ่มเติม พวกเราเรียนรู้ กระบวนการภายในบริษัททุกอย่างกันเองจนสามารถรับผิดชอบทุกหน้าที่ เช่น ฝ่ายขาย บัญชี การตลาด  คิดกลยุทธ์จำหน่ายสินค้า การวิจัยและการพัฒนา

“สิ่งที่ยากที่สุดคือตอนเริ่มต้น เนื่องจากเราไม่รู้เรื่องเอกสารหรือกฎหมายเลย ส่งผลให้มีปัญหาบ้าง เช่น ข้อมูลเช็คผิดพลาด ทำให้ขึ้นเงินไม่ได้ กว่าจะแก้ได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร รวมถึงวิกฤติในการทำงานอื่นๆ เช่น ซัพพลายเออร์ ของขาด ต้องหาสินค้าใหม่มาขายแทน ฯลฯ โชคดีว่าเราสามคนมองว่าทุกวิกฤติ คือโอกาสให้ได้ทำอะไรใหม่ๆ และจะเป็นบทเรียนเพิ่มเติมประสบการณ์ให้เรา

“ที่ผ่านมาสินค้าของบริษัทมีไวน์AVIVA ที่เราเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียง ผู้เดียวของภาคกลาง ชุดตรวจโควิด กล่องลูกฟูก เป็นต้น  ปัจจุบันยังอยู่ใน ช่วงที่ตามหาสินค้าเพื่อขายเพิ่ม รวมถึงนำเข้าและส่งออกด้วย เพราะเห็นว่าเป็นอีก โอกาสที่สามารถสร้างรายได้และความมั่นคง ซึ่งสินค้าเรามีความหลากหลายมาก เพราะคอนเซ็ปต์ของบริษัทที่อยากทำให้เป็นบริษัทเครือข่าย ดังนั้นในอนาคต เราจะเปิดรับลูกทีมเข้ามา แต่ตอนนี้ยังทำกันแค่พวกเราสามคนและยังไม่มี ออฟฟิศเป็นเรื่องเป็นราว เรียกว่าเราเป็นบริษัทใหม่ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น เป้าหมาย สูงสุดในระยะยาวคือเมื่อเติบโตมากขึ้นจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ครับ

“จากที่ได้พบเจอผู้คนจากหลากหลายสังคม และเรียนรู้แนวคิดทางการค้า จากคุณพ่อที่เริ่มต้นทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุน้อยเช่นเดียวกัน ทั้งหมดทำให้พบว่า ผมอยากมีชีวิตที่เรียบง่าย อยากทำอะไรก็ทำ กินอะไรก็กิน เที่ยวที่ไหนก็ได้ มีอิสรภาพทางการเงิน นี่คือนิยามความสำเร็จของผม อาจไม่มีจำนวนเงินกำหนด แน่ชัด แต่ตั้งใจอยากซื้อบ้านและรถด้วยเงินสดให้ได้ก่อนวัย 30 ปี และเกษียณ ก่อนอายุ40 ปี อยากให้เมื่อถึงเวลานั้นเราจะสามารถไปทำอะไรอย่างอื่นที่อยากทำ โดยไม่ต้องทำงานแล้ว  ดังนั้นเมื่อเรามีฝันแบบนี้  อยากมีอะไรเป็นของตัวเอง ซื้อ ทรัพย์สินได้ด้วยกำลังของตน วันนี้จึงควรใช้ความสามารถที่มีเริ่มลงมือทำงาน และวางแผนอนาคต เพื่อจะได้มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น

 “ผมกับเพื่อนๆเห็นพ้องต้องกันในเป้าหมายชีวิต จึงจัดตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จไหมและยังมีความกลัว แต่ขอทำไปก่อน เจอปัญหา อะไรก็ช่วยกันแก้ เพราะเมื่อแก้ได้ เราจะเติบโตขึ้นอีกขั้น แม้ที่สุดแล้วถ้าเจออะไร ที่แก้ไม่ได้ก็ต้องปล่อยผ่านไป  แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้

“ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 984

Praew Recommend

keyboard_arrow_up