หย่าแก้เคล็ด

ป๋อ&เอ๋ หย่าแก้เคล็ด ช่วยฟื้นชีวิตคู่ให้กลับมาหวานชื่นได้จริงไหม?

หย่าแก้เคล็ด
หย่าแก้เคล็ด

ตามประสาลิ้นกับฟัน เชื่อว่าคู่รักหลายคู่คงเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แต่จะหนักหรือเบาก็แตกต่างกันไป บางคู่ทะเลาะกับเรื่องเล็กน้อย แต่บ่อยๆ ขณะที่ บางคู่ทะเลาะกันน้อย แต่บ้านแตกเลยก็มีให้เห็นมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะขอพูดถึงวิธี หย่าแก้เคล็ด ที่ถึงจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ริเริ่มและจะได้ผลจริงไหม  แต่ก็ได้รับความนิยมไม่น้อย โดยหนึ่งในคู่ทดลองจริง! และยอมออกมาเปิดปากเล่าเรื่องนี้ผ่านรายการ คุยแซ่บShow ให้ฟังคือ ป๋อ-ณัฐวุฒิ กับ  เอ๋-พรทิพย์ ที่ทั้งคู่ยอมรับว่าพวกเขาตัดสินใจหย่ากัน 6 เดือน

ป๋อ&เอ๋ หย่าแก้เคล็ด ช่วยฟื้นชีวิตคู่ให้กลับมาหวานชื่นได้จริงไหม?

ป๋อ-ณัฐวุฒิ กับ  เอ๋-พรทิพย์

ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกันตลอดเวลาจริงไหม?

ป๋อ : ตอนนั้นหนัก เป็นช่วงที่ภูดิศขวบสองขวบ คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราได้กลับมาเป็นตัวเอง และเริ่มเกลียดกัน พูดไม่เข้าหูกัน เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งแย่ ยิ่งเคลียร์ก็ยิ่งไปกันไม่ได้ แล้วเรื่องที่ทะเลาะก็จะคล้ายๆ เรื่องเดิม คือตอนนั้นเราก็คิดว่าอาจจะมีการหย่า เพราะมันดูเหมือนไปไม่ได้ แต่เราก็คิดถึงลูกแหละ ก็เลยคุยกับเอ๋ว่า เอ๋เห็นไหมว่าคนจะเลิกกันตอนลูกขวบหรือ 2 ขวบทั้งนั้นเลยนะ ก็ลองไปไหว้พระก่อน คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัวที่เราไม่เคยพูด

เอ๋ : ตอนนั้นก็แยกห้องกันนอน คือเวลาพี่ป๋อเขาอารมณ์ไม่ดี เขาจะขึ้นเร็วและแรง เขาก็เลยไปนอนอีกห้องหนึ่ง ส่วนเอ๋นอนกับลูก เรื่องที่ทะเลาะกันเป็นเรื่องจุกจิก คือเอ๋เป็นคนเลี้ยงลูกเองด้วย เราก็จะเหนื่อย เราก็งอนว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา

แล้วไปปรึกษาใคร?

ป๋อ : คือผมก็มีพระอาจารย์ที่นับถืออยู่ คือบางครั้งเราไปไหว้พระเราก็สบายใจ แล้วเราก็รู้สึกว่าการได้ถ่ายทอดปัญหาของเรากับคนกลาง คนกลางก็จะช่วยได้ ผมก็เลยไปปรึกษาท่าน ท่านก็บอกว่างั้นก็ไปหย่าสิ อีก 6 เดือนค่อยมาแต่งกันใหม่ ตอนแรกผมก็คิดว่ามันต้องเป็นการแก้เคล็ดเป็นเรื่องไสยศาสตร์แน่ๆ ผมเพิ่งมารู้ตอนหลังว่ามันเป็นกุศโลบายของท่าน เพื่อเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องหย่ากันจริงๆ ตอนที่เราเซ็นมันเกิดความรู้สึกบางอย่างเหมือนกัน คือตอนนั้นผมรู้สึกกลัวไป กลัวเขาจะมีคนใหม่ กลัวเขาจะชอบชีวิตที่ไม่มีผม เราก็เลยทำข้อตกลงกันว่า หนึ่งคือเอ๋ห้ามมีคนอื่น สองเอ๋ห้ามไปเที่ยวและเปิดโอกาสให้ตัวเองมากเกินไป สามก็ต้องย้อนกลับมาข้อหนึ่งอีกคือเอ๋ต้องรักพี่คนเดียวเท่านั้นนะ

เอ๋ : คือตอนที่ฟังข้อตกลง เอ๋ก็งงมาก เพราะปกติเขาเป็นคนแข็งๆ เขาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้เลย แต่ก็รู้สึกว่าดีเหมือนกันเพราะเขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงไม่ใช่คนที่จะต้องเป็นฝ่ายยอมอย่างเดียว แต่เอาจริงๆ ก็คือเขาก็รักเรานั่นแหละ ส่วนตอนที่ไปเซ็นใบหย่าเราก็รู้สึกสั่นๆ เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แล้วว่าอีก 6 เดือน อย่างไรก็ต้องกลับมาจดทะเบียนกันอีกที ตอนนั้นรู้สึกใจหายว่าจริงเหรอ แล้วก็คิดต่อว่าถ้าอนาคตเรายังทะเลาะกันเหมือนเราแล้วเราจะกลับมาจดทะเบียนกันอีกไหม

หลังเซ็นใบหย่าสถานการณ์ดีขึ้นไหม?

ป๋อ : ดีขึ้นมาก คือเหมือนท่านให้เราไปสัมผัสกับสถานการณ์จริง ว่าถ้าหย่ากันจริงจะรู้สึกอย่างไร ตอนนั้นเราไม่อยากหย่าเพราะเรารักลูก เราไม่อยากให้พ่อไปทางแม่ไปทาง พอกลับมาเซ็นใหม่เราเลยเลือกที่จะปรับตัวเอง

หย่าแก้เคล็ด

แล้วอาการคลั่งเมียนี้ตอนไหน?

ป๋อ : ก็ช่วง 6 เดือนที่เซ็นใบหย่านี่แหละ เพราะผมเปลี่ยนอะไรเขาไม่ได้เลย ควบคุมเขาไม่ได้สักอย่าง คือผมก็เริ่มคิดได้ว่าในเมื่อเขาไม่สนใจเรา เราก็สนใจเขาแทน แล้วผมก็เริ่มเปลี่ยนตัวเอง โดยเริ่มจากลงรูปเขาสวยๆ

เอ๋ : พอเขาเปลี่ยนเราก็งงและเริ่มกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า คือจากคนที่ไม่เคยลงรูปเอ๋เลย ไม่เคยถ่ายรูป ไม่เคยขอรูป ไม่อะไรทั้งสิ้น ตอนนี้มีหมด บางทีเอ๋ยังไม่ได้ลงเลย เขาก็เอารูปเราไปลง ช่วง 6 เดือนที่หย่ากันพี่ป๋อเปลี่ยนแทบทุกอย่าง จากเป็นคนที่รักตัวเอง เขาก็ทำให้เราเห็นว่าเขารักเรา  จากที่ชอบดูทีวี ชอบดูหนังก็ดูน้อยลง มาช่วยดูลูกมากขึ้น

พี่ป๋อเปย์หนักมาก?

ป๋อ : ผมก็จัดทุกเทศกาล อย่างคริสต์มาส ปีใหม่ วาเลนไทน์ และยังมีวันเกิดเขาอีก ผมก็จะรวบมัดตึงแล้วจ่ายเช็ค 1 ใบ เป็นหลักล้านแน่นอน แต่ผมขอเอ๋อย่างเดียวว่าจะโพสต์อะไรก็ได้แต่อย่าโพสต์เงิน คือเราไม่อยากให้ใครมองว่าเราไม่ดี คือผมเห็นว่าเขาทำงานหนัก แล้วผมเคยซื้ออะไรให้เขา เขาก็ไม่ชอบก็ให้เป็นเช็กดีกว่า ให้ไปซื้อเอง

เอ๋ : เราก็ชอบมาก เรารู้สึกได้เลยว่าเขาใส่ใจเรามากขึ้น

เห็นว่าตอนนี้กลายเป็นว่าพี่ป๋อคอยตามจิกเมียตลอด?

ป๋อ : ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนไม่หึงเลย เพราะเอ๋เป็นคนไม่เปิดโอกาสให้ใครเลย แต่ช่วงหลังเขาสวยขึ้นมาก  บางครั้งเราก็เป็นห่วง บางครั้งก็งี่เง่าบ้าง ผมเชื่อว่าเขารำคาญ

เอ๋ : คือถ้าเทียบกับแต่ก่อนแบบนี้ก็ดี ดีกว่าที่เขาไม่สนใจเราเลย

หลังเซ็นใบแต่งอีกครั้งเป็นอย่างไร

ป๋อ : บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น เพราะอีก 6 เดือนที่ผ่านมาเราเริ่มไม่ทะเลาะกันแล้ว แล้วเราก็ได้ข้อคิดว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ คนข้างนอกอาจจะมองว่าครอบครัวเราดี ก็ยอมรับว่าบางครั้งมันก็เป็นภาพที่เราสร้างขึ้นมา คนเราคงไม่มีใครลงเรื่องไม่ดีให้คนอื่นเห็นหรอก แต่ทุกคนก็ต้องเจอปัญหาในการใช้ชีวิตทุกครอบครัวต่างมีปัญหาของตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะใช้สติฝ่าฟันไปได้อย่างไร

เอ๋ : เอ๋ว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะลูกด้วย แล้วเราก็คบกันมานาน ที่สำคัญเอ๋คิดว่าการที่เราจะไปเริ่มกับใครใหม่มันไม่ได้หมายความว่ามันจะโอเคแล้วไปได้ตลอดรอดฝั่ง ในเมื่อเรารักกันอยู่แล้วเราก็มาปรับจูนกันดีกว่า แต่เอ๋ขอเขานะ ว่าพี่เอ๋ขอใช้นางสาวได้ไหม แต่เขาไม่ให้

หย่าแก้เคล็ด


ข้อมูล : รายการ คุยแซ่บShow

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

Praew Recommend

keyboard_arrow_up