ผ่าชีวิตศัลยแพทย์พันล้าน หมอนพรัตน์ย้ำชัด “ผมจะจำเขาแต่ภาพที่ดี”

เล่าเรื่องทุกข์มาเยอะแล้ว เรื่องสุขล่ะมีอะไรบ้าง

หมอนพรัตน์ : สมัยที่ผมเป็นหมอศัลยกรรมทั่วไป ทำให้ผมภูมิใจในอาชีพนี้มากนะ มีหลายเคสมากที่ทำแล้วมีความสุข อย่างตอนที่อยู่เวรดึก มีคนถูกฟันมือขาด คือส่งไปหลายโรงพยาบาลแต่ไม่มีใครรับ เขาเอามือที่ขาดใส่ถุงมา คือเป็นภาพที่ผมรู้สึกว่าจะไม่รักษาคงไม่ใช่ ผมก็รับมาเป็นคนไข้ จัดการต่อกระดูก เอ็น เส้นเลือด และเส้นประสาทให้ ทำอยู่ประมาณ 12 ชั่วโมงจนเสร็จ คือเราภูมิใจมากนะ หนึ่งปีผ่านไปคนไข้คนนี้เขาก็โทร.มาหาว่าเขาได้งานทำแล้วนะ เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง คือผมรู้สึกดีใจกับเขามาก และตัวเองก็อิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก

ชีวิตหนุ่มโสดแบบคุณหมอ วันๆ ทำอะไรบ้าง ถ้าไม่ใช่งาน

หมอนพรัตน์ : ผมว่าข้อดีอย่างหนึ่งของชีวิตผมก็คือเรามาจากคนฐานะปานกลาง พ่อกับแม่ผมเขาก็สอนวิธีการใช้เงินมาตั้งแต่เด็ก และผมเองเป็นคนประเภทชอบหาเงิน ชอบเก็บเงิน ที่ผ่านมาผมพยายามใช้เงินที่หามาได้อย่างระวังมาก คือยังไงก็ต้องมีเก็บด้วย แต่เราทำงานหนักแล้ว ผมก็ต้องแบ่งเงินเอามาเอนเตอร์เทนชีวิตด้วย เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าความสุขของเราอยู่ที่ตรงไหน แค่การหาเงินเยอะๆ เข้าบัญชีหรือเปล่า ผมเลยแบ่งเงินเพื่อความบันเทิงให้ชีวิตตัวเองด้วยประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ที่เราหามาได้

ห้องออกกำลังกายภายในบ้านคุณหมอ มีอุปกรณ์ครบเทียบเท่าฟิตเนสคลับเลยทีเดียว

 5-10 เปอร์เซ็นต์ของคุณหมอก็น่าจะไม่น้อยเลย…

(คุณหมอหัวเราะ) ไม่เยอะหรอกครับ และผมเองเป็นคนชอบเที่ยวต่างประเทศ ผมก็จะพาแม่กับน้องไปด้วย ปีหนึ่งประมาณ 3-4 ครั้งที่ต้องไป ไปทีก็จะซื้อของที่ระลึกมาสะสม ตอนนี้เลยมีหลายคอลเล็คชั่นมาก คือผมก็จะหมดไปกับเรื่องการซื้อแพสชั่นให้ตัวเองนี่แหละ อย่างการซื้อซูเปอร์คาร์ คือผมไม่ได้เป็นคนประเภทชอบสะสมรถนะ แต่มันเป็นความสุขของเรา บางทีไม่ได้ขับบ่อยหรอก แต่แค่นั่งมองมันก็มีความสุขแล้ว เพราะมันสวยถูกใจ เวลาผมจะซื้ออะไรคือคิดแล้วว่าเราต้องไม่ลำบาก เราอยู่ในจุดที่ซื้อได้ก็ซื้อบ้าง

อีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณหมอชอบก็คือการว่ายน้ำ เพราะเจ้าตัวก็เคยเป็นนักกีฬามาก่อนด้วย จึงสร้างไว้ในบ้านด้วยซะเลย
คอร์ดแบตที่คุณหมอสร้างขึ้นมาไว้สำหรับออกกำลังกายในบ้าน

ตอนนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรในชีวิตอีกไหม

หมอนพรัตน์ : ครอบครัวครับ (หัวเราะ) คือในแง่การใช้ชีวิตมันก็โอเคแล้ว ขาดก็แต่ครอบครัว เพราะเราอยากมีภรรยา มีลูก มีความสุข พากันไปเที่ยวนั่นนี่ คือผมนึกภาพไว้ว่าเราต้องมีวันนั้น แต่ตอนนี้มันยังไม่มี มันพลาดไปซะก่อน

เสียดายไหมกับการแต่งงานครั้งแรก

หมอนพรัตน์ : ก็ไม่ได้เสียดายเวลามากครับ แต่เสียดายความรู้สึกที่เรามีให้ไปมากกว่า เพราะสิ่งที่เรามีให้กับความจริงที่ได้มามันคนละเรื่องกันเลย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องย้อนกลับไปแก้ไขอะไรนะ เพราะตอนนั้นเราก็มีความสุข ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามา และเคยได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา คือผมจะจดจำแต่ภาพดีๆ ที่เคยมีความสุขมากกว่า

 

เรื่องงานไปได้สวย ชีวิตก็แสนจะสุขสบายแล้วทุกวันนี้ ขาดอยู่อย่างเดียวคือชีวิตคู่ที่ยังไม่ลงล็อก สาวๆ เตรียมแจกขนมจีบให้คุณหมอด่วน เพราะเจ้าตัวออกปากแล้วว่าอยากมีครอบครัวและมีลูกมากกกก

 

 

เรื่อง : SRIPLOI

ภาพ : วาระ สุทธิวรรณ

 

keyboard_arrow_up