สิ่งเล็กๆ ที่ทำด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของ “ลุงแขก” ชายที่ตั้งใจจะแจกโรตีไปจนวันตาย

ห้าสิบปีที่แล้ว นายประเวช ปาลีวิวัฒน์ หรือ ลุงแขกวัย 67 ปี เชื้อสายไทย – ปากีสถาน เดินทางออกจากประเทศไทยตั้งใจพาครอบครัวไปตั้งรกรากที่ประเทศปากีสถานแต่กลับต้องพบกับฝันร้ายที่ไม่คาดคิด ที่สุดแล้วครอบครัวของเขาได้มีโอกาสกลับมาแผ่นดินไทยอีกครั้ง เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

“พ่อผมเป็นคนปากีสถาน ตอนอยู่เมืองไทยทำอาชีพยามเฝ้ากงสีพอมีเงินเหลือก็ซื้อวัว ซื้อควาย มาขายต่อ นำเงินที่ได้ส่งไปให้พี่ชายที่อาศัยอยู่ที่ประเทศปากีสถานสำหรับซื้อบ้าน เพราะพ่อวางแผนว่าจะพาแม่และลูก ๆ ทั้ง 8 คนไปอาศัยอยู่ที่บ้านเกิด ที่สุดก็ได้ไปจริง ๆ ตอนนั้นผมอายุประมาณ 8 ขวบ แต่พอไปถึงปากีสถาน ปรากฏว่าพี่ชายพ่อนำเงินที่พ่อส่งให้ไปใช้จนหมด ไม่สนใจไยดีพวกเราเลย พ่อโกรธมากแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานในการจะเอาผิด เราไม่มีบ้าน ไม่มีเงินไม่มีอะไรสักอย่าง พ่อจึงพาครอบครัวเดินทางไปที่เมืองการาจีในสภาพไม่ต่างจากขอทาน ต้องอาศัยขอข้าวชาวบ้านกิน ซึ่งบางคนก็ให้ข้าวบูดแกงบูด ที่เขาไม่อยากช่วยเพราะเขาถือว่าพวกผมไม่ได้เป็นคนที่นั่นเราต้องทนอยู่ในสภาพไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ลำบากมาก พ่อจึงไปสมัครเป็นยามที่สถานทูตไทย แต่พ่อคงคิดมากและเครียด ทำให้หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต ตอนนั้นแม่มืดแปดด้าน จึงตัดสินใจไปที่สถานทูตไทยเพื่อขอความช่วยเหลือจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้พวกเราได้เดินทางกลับประเทศไทย ทางสถานทูตช่วยทำเรื่องถวายฎีกาให้ซึ่งในหลวงท่านทรงพระเมตตาช่วยเหลือ เพราะถือว่าเราเป็นคนไทยสถานทูตไทยจึงดำเนินเรื่องให้ได้ขึ้นเครื่องบินกลับมาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“วันที่ผมรู้ว่าจะได้กลับเมืองไทย ผมดีใจสุดในชีวิตเลย คิดว่ารอดแล้ว ไม่ตายแล้ว นับตั้งแต่นั้นผมรู้เลยว่าพระองค์ท่านคือผู้ที่สร้างชีวิตใหม่ให้แก่ครอบครัวผม ผมยังจำคำที่แม่พูดได้ว่า พ่อหลวงช่วยพวกเราให้กลับมาอยู่เมืองไทย อย่าเนรคุณท่านนะลูก

“พอกลับมาถึงเมืองไทย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเมตตาพระราชทานเงินจำนวน 3,000 บาทให้ครอบครัวผมทุกเดือน แม่พาพวกเราไปอยู่ที่ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่แต่พอไปถึงก็ต้องสร้างบ้านใหม่ เพราะครอบครัวเราคนเยอะ จะไปอาศัยกับญาติคนไหนก็ลำบาก ตอนนั้นได้รับความช่วยเหลือจากคุณลุงท่านหนึ่งช่วยหาไม้มาสร้างบ้าน แม่ทำอาชีพทอดกล้วยแขก ขายซาลาเปา ฯลฯ เพื่อให้ได้เงินผ่านไป 6 เดือน พวกเราก็หยุดรับเงินของพระองค์ท่านโดยไปแจ้งกับทางอำเภอประจำจังหวัดว่าเรามีรายได้เพียงพอที่จะอยู่ได้แล้ว
“ผมไม่เคยเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 เลย จนกระทั่งวันหนึ่งพระองค์เสด็จฯมาที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยประทับบนรถไฟ ซึ่งเส้นทางต้องผ่านตะพานหิน ตอนนั้นผมยังเด็ก สิบกว่าขวบได้ พอรู้ข่าวก็ไปดักรอตรงรางรถไฟ จึงได้มีโอกาสเห็นพระองค์ท่านโบกพระหัตถ์จากหน้าต่างรถแม้จะเพียงแว่บเดียว แต่ก็เป็นบุญตามากและนั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมมีโอกาสเห็นพระองค์ท่าน

untitled-1“ส่วนตัวผมเองเรียนไม่เก่งสอบตกซ้ำชั้นหลายปีจนในที่สุดก็ต้องลาออก ทุกวันนี้ยังอ่านหนังสือไม่ออก จึงยึดอาชีพทำโรตีเลี้ยงชีวิตตั้งแต่อายุ 22 ปี ย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่กับภรรยาช่วยกันทำงานหาเงินจนพอส่งลูก ๆ 4 คนเรียนหนังสือได้จบ และตั้งแต่ปีแรกที่ผมขายโรตี ผมตั้งใจไว้ว่าจะแจกโรตีฟรีทุกวันที่ 5 ธันวาคม และวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ แม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ ในสายตาคนอื่น แต่เป็นสิ่งที่ผมพอจะทำได้ มีชาวบ้านหลายคนขอให้เงินสนับสนุนไปซื้อแป้ง ซื้อนม บางคนก็หาวัตถุดิบมาให้ แต่ผมไม่ยอมรับเงินหรือของเหล่านั้น เพราะผมไม่อยากถูกมองว่าผมทำธุรกิจ ผมอยากจะทำด้วยเงินของผมเองเพราะเจตนาคือการทดแทนพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9
“หลังจากที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ผมเปลี่ยนมาแจกโรตีทุกวันศุกร์ที่ถือเป็นวันสำคัญของศาสนาอิสลาม ปกติจะเป็นวันหยุดของร้านแต่ผมเห็นว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านยังไม่เคยหยุดทำงานเลยสักวันแล้วทำไมเราต้องหยุด หลังจากทำละหมาดเสร็จ ผมจะทำโรตีแจกประมาณ 11 โมงเป็นต้นไป คนที่มารับส่วนใหญ่จะบอกว่า ขอแค่แผ่นเดียวเหลือไว้ให้คนอื่นบ้าง ผมทำแจกจนกว่าของจะหมด มีเด็กมาถามผมว่าลุงมีเงินซื้อของหรือ ผมก็ตอบว่า มีสิ ก็เงินที่พวกหนูเคยซื้อขนมลุงนั่นแหละ ซึ่งผมจะแจกเท่าที่ทำได้ คือมีกำไรเท่าไรก็ซื้อของเท่านั้นไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน เพราะผมยึดเรื่องความพอเพียง ผมไม่ได้ร่ำรวยไม่มีเงินฝากธนาคาร แต่ก็ไม่เป็นหนี้ ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ถ้าให้เลือกระหว่างมีเงิน 100 ล้านแต่เป็นหนี้ กับพออยู่พอกินแต่ไม่มีหนี้ ผมขอเลือกอย่างหลัง ตอนเย็นปิดร้านเข้าห้องก็นอนหลับได้สบาย ชีวิตไม่เดือดร้อน

“ลูกผมเคยบอกให้หยุดขายโรตี แต่ผมบอกว่าถ้าพ่อไม่ขายพ่อคงตายนะ เพราะพ่อไม่มีอะไรทำ ตั้งใจว่าจะขายและแจกโรตีไปจนวันตาย บางวันมีขอทานมาขอเงิน ผมส่งแบงก์ร้อยให้แล้วบอกเขาว่าอย่าเอาในหลวงไปซื้อเหล้านะ (น้ำตาไหล)
“ผมเคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เขาบอกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯคือคนที่รวยที่สุดในโลก แต่ผมเถียงกลับบอกว่าคนที่รวยที่สุดคือในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านมีแต่ให้กับให้รวยที่ว่านี้ก็คือรวยน้ำใจ
“จะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่ช่วยเหลือแม้แต่คนเล็ก ๆ อย่างพวกเรา”

ที่มา : คอลัมน์ LIVE STORIES จากนิตยสารแพรวฉบับที่ 895

keyboard_arrow_up