นี่แหละคือผม! 7 นิสัยบอกตัวตน จากปากคำ “ชาคริต แย้มนาม”

หากย้อนกลับไปดูเรื่องราวความรักของพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม ชีวิตรักของเขาถูกพูดถึงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะคบกับสาวสังคมไฮโซ หรือสาวสวยระดับนางเอกในวงการบันเทิง

จนกระทั่งหนุ่มชาคริต แย้มนาม มารักกับสาวเจ้าเสน่ห์อย่างวุ้นเส้น ทั้งคู่ดูเข้ากันได้ดี และครั้งนี้ดูเหมือนจะลงตัวที่สุด เพราะถึงขั้นแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ต้องปิดฉากความรักครั้งนี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวยืนยันจากผู้จัดการส่วนตัวอ้างแล้วว่า ทั้งคู่ได้หย่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาคริต แย้มนาม

จาทบทเรียนความรักที่ผ่านมาของเขายังไม่มีลงล็อคเลยสักครั้ง ดูเหมือนว่าจะใช่ที่สุดแต่ก็ยังไม่ใช่ พระเอกหนุ่มคนนี้จะหยุดเลื้อยได้เมื่อไหร่ ใครที่จะมาเป็นรักสุดท้ายของเขาก็อาจจะต้องเรียนรู้ความเป็น ชาคริต แย้มนาม ให้มากขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อ 7 ปีก่อน หนุ่มชาคริต แย้มนาม ได้เคยเล่าถึงนิสัยและตัวตนของเขาลงในคอลัมน์ Men’s Voice ในนิตยสารแพรวเอาไว้ด้วยว่า…

  7 นิสัยนี้แหละ คือตัวตนของเขา… “ชาคริต แย้มนาม”

1. ผมมีจุดที่คนอื่นอาจอยู่ด้วยยาก ผมจู้จี้จุกจิก มีรายละเอียดในตัวเองเยอะ บางทีคิดเยอะกว่าผู้หญิงอีก ขนาดคุณแม่ผมท่านยังบอกว่า ผมเป็นเพื่อนที่ดีได้ แต่เป็นแฟนไม่แนะนำ อาจปวดหัวได้

2. เวลามีใครเข้ามาในชีวิต ผมว่าเราควรต้องไว้วางใจกันและกัน ถ้าเลือกได้ บอกได้ ผมก็อยากให้มองสิ่งที่ผมเป็น ไม่ใช่จากความคิดคนอื่น เพราะนิสัยผม ถ้าทำอะไรผิดไม่ต้องรอให้ใครว่า แต่จะชิงขอโทษก่อนเลย

3. ผมไม่ชอบให้แฟนแต่งตัวโป๊ ไม่มีกาลเทศะ ถ้าใครบอกว่าอยากทำเพื่อความสุข ความพอใจของตัวเองไม่ว่ากัน แต่อย่าโป๊หรือทำศัลยกรรมเพื่อให้ผู้ชายชอบ

4. การที่เราคบกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องเข้าใจและต้องคุยกัน มีอะไรข้องใจต้องถาม อย่าคิดเอง

5. ผมชอบอยู่กับความจริง ไม่ชอบการพูดอ้อมค้อม ไม่ชอบการประชาสัมพันธ์ตัวเอง

6. ผมถือคติว่าเรื่องจริงที่เลวร้ายที่สุดยังสวยงามกว่าเรื่องไม่จริงที่พยายามปั้นแต่งให้คนอื่นรู้สึกดี

7. เราเกิดมาคนเดียว ตายคนเดียว เป็นสัจธรรม ถ้าจะมีเพื่อนร่วมเดินไปจนถึงวันสุดท้ายด้วยก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตแบบอื่นจะหาความสุขไม่ได้ ลองมองความรักของคนในครอบครัวที่เคยมองข้ามไป

*เดินหน้าต่อไปให้สมกับที่มีชีวิตอยู่ดีกว่า*

และนี่แหละคือตัวตนของพระเอกไม้เลื้อย ‘ชาคริต แย้มนาม’

ที่มา : คอลัมน์ Men’s Voice นิตยสารแพรว ปีที่ 30 ฉบับที่ 708 วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552

 

 

 

keyboard_arrow_up