วงการนางงามฟิลิปปินส์ โรงงานความฝันของสาวตากาล็อก

วงการนางงามฟิลิปปินส์ โรงงานความฝันของสาวตากาล็อก
วงการนางงามฟิลิปปินส์ โรงงานความฝันของสาวตากาล็อก
ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ชาวฟิลิปปินส์ล้วนเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ที่ตัวแทนสาวงามสามารถสร้างชื่อให้ประเทศได้ จากการคว้ามงกุฎ Miss Universe เพราะเวทีประกวดนางงามถือเป็นสิ่งที่คนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ
มีการฝึกสอนเพื่อผลิตนางงามอย่างจริงจัง ทั้งยังเปรียบเสมือนตั๋วรถด่วนขบวนพิเศษสำหรับหญิงสาว ในการยกระดับฐานะและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ประเทศฟิลิปปินส์ เริ่มส่งสาวงามเข้าสู่เวทีประกวดตั้งแต่ช่วงต้นปี 1900 แต่คนในชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจและคลั่งไคล้อย่างจริงจัง ในปี 1969 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ Gloria Diaz สาวน้อยชาวฟิลิปปินส์ วัย 18 ปี ครองมงกุฎ Miss Universe หลังจากนั้นเป็นต้นมา กระแสนางงามก็แผ่กระจายไปทั่วประเทศ

GettyImages-502142230
นำมาสู่จัดตั้งเวทีประกวดค้นหาสาวงามนานาประเภท ทั้งการค้นหาสาวงามปกติทั่วไป สตรีข้ามเพศ เด็กหญิง เด็กชาย แม่บ้านสุดสวย ไปจนถึงเวทีประกวดผู้สูงวัยก็มีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Little Miss Philippines, Mr Handsome, Little Miss Handsome, Miss Gay Philippines, Miss Supranational, Manhunt International, Mr Marketplace, Super Mermaid ฯลฯ อีกมากมายหลายเวที

นอกจากความคลั่งในการประกวดนางงามของประเทศแล้ว ฟิลิปปินส์ยังเทียบได้เป็นผู้เล่นรายใหญ่สำหรับเวทีระดับโลกด้วย และการครองตำแหน่ง Miss Universe ของ Pia Wurtzbach สาวสวยวัย 26 ปี ในปี 2016 นี้ ก็ทำให้ฟิลิปปินส์ได้รับการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นชาติที่ชนะการประกวดในเวทีนี้มา 3 ครั้งแล้ว แม้ว่าสถิติจะยังไม่อาจเทียบเท่ากับกลุ่มประเทศเจ้าเวที อย่างสหรัฐอเมริกา เวเนซูเอล่า หรือ เปอร์โตริโก้ แต่ฟิลิปปินส์ ก็มีสถิติในการครองมงกุฎที่ดีกว่าชาติอื่น ๆ ในโลก โดยสามารถดูสรุปจำนวนมงกุฎได้ดังนี้

  • MISS UNIVERSE

ครองมงกุฎจำนวน 8 ครั้ง : สหรัฐอเมริกา
ครองมงกุฎจำนวน 7 ครั้ง : เวเนซูเอล่า
ครองมงกุฎจำนวน 5 ครั้ง : เปอร์โตริโก้
ครองมงกุฎจำนวน 3 ครั้ง : ฟิลิปปินส์ และสวีเดน
ครอง มงกุฎจำนวน 2 ครั้ง : โคลอมเบีย, เม็กซิโก, ญี่ปุ่น, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อินเดีย, ตรินิแดด แอนด์ โตบาโก้, ประเทศไทย, ฟินแลนด์, บราซิล และแองโกล่า

  • MISS WORLD

ครองมงกุฎจำนวน 6 ครั้ง : เวเนซูเอล่า
ครองมงกุฎจำนวน 5 ครั้ง : อินเดีย และอังกฤษ
ครองมงกุฎจำนวน 3 ครั้ง : สหรัฐอเมริกา
ครองมงกุฎจำนวน 2 ครั้ง : จีน, รัสเซีย, เปรู, ออสเตรีย, เยอรมนี, อาร์เจนติน่า และเนเธอร์แลนด์

  • MISS INTERNATIONAL

ครองมงกุฎจำนวน 7 ครั้ง : เวเนซูเอล่า
ครองมงกุฎจำนวน 5 ครั้ง : ฟิลิปปินส์
ครองมงกุฎจำนวน 3 ครั้ง : สเปน, โคลอมเบีย, โปแลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
ครองมงกุฎจำนวน 2 ครั้ง : เปอร์โตริโก้, เม็กซิโก, นอร์เวย์, คอสตาริก้า และอังกฤษ
ครอง มงกุฎจำนวน 1 ครั้ง : ญี่ปุ่น, เอกวาดอร์, เลบานอน, ปานามา, โปรตุเกส, กรีซ, อังกฤษ, กัวเตมาลา, ฝรั่งเศส, ยูโกสโลวะเกีย, ฟินแลนด์, บราซิล, อาร์เจนติน่า, เยอรมนี, ไอซ์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์

  • MISS EARTH

ครองมงกุฎจำนวน 3 ครั้ง : ฟิลิปปินส์
ครองมงกุฎจำนวน 2 ครั้ง : เวเนซูเอล่า และบราซิล
ครองมงกุฎจำนวน 1 ครั้ง : สาธารณรัฐเช็ค, เอกวาดอร์, อินเดีย, แคนาดา, ชิลี, ฮอนดูรัส, เคนย่า, บอสเนีย และเดนมาร์ก

GettyImages-502134468

หญิงสาวชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ จะเริ่มเข้ามาฝึกการเป็นนางงามตั้งแต่อายุ 18 ปี ส่วนใหญ่เป็นสาวที่มาจากครอบฐานะยากจน หรือชนชั้นแรงงาน การประกวดนางงามในประเทศฟิลิปปินส์ จึงเปรียบเสมือนการชิงตั๋ว ที่จะนำพาหญิงสาวหน้าตาและบุคลิกภาพดี ขึ้นรถด่วนขบวนพิเศษ ไปสู่ระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้

ที่สำคัญ ฟิลิปปินส์สามารถสร้างชื่อของประเทศให้เป็นที่จดจำได้ในเวทีสาวงามระดับโลก ไม่แพ้บราซิลที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากความสามารถและทักษะทางด้านฟุตบอล ทั่วทั้งฟิลิปปินส์ จึงมีการจัดค่ายฝึกสอนและอบรมนางงามอย่างเป็นจริงเป็นจัง ทั้งการเทรนนิ่งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อเบนเข็มประเทศให้เข้ามาโดดเด่นและโลดแล่นในเวทีขาอ่อนโลก

โดยสื่อสำนักใหญ่จากสิงคโปร์ The Straits Times ก็ให้ความสนใจและเข้าไปถ่ายทำสกู๊ปเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตนางงามในฟิลิปปินส์ด้วย ซึ่งสถานที่ที่ The Straits Times เลือกเข้าไปถ่ายทำและสัมภาษณ์นั้น เป็นสถาบันหรือศูนย์ฝึกนางงามชื่อว่า Kagandahang Flores ณ ย่านเกซอนซิตี้ ในกรุงมะนิลา ที่ปรับสถานที่จากสนามบาสเก็ตบอลในร่ม มาเป็นสตูดิโอฝึกซ้อม มีการติดตั้งกระจกเงาสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เพื่อใช้ส่องสะท้อนให้สาว ๆ ให้เห็นการฝึกฝนของตัวเองได้อย่างชัดเจน

โดยหญิงสาวที่มีความสูงสง่า รูปร่างสะโอดสะอง จะเข้ามารับการฝึกสอนอย่างเข้มข้น ทั้งด้านการเดินบนรองเท้าส้นสูงราว 7 นิ้ว ให้ได้อย่างมั่นคง การแต่งหน้าและทำผม เมื่อผ่านขั้นนี้ไปแล้ว ก็จะเป็นการฝึกวิธียืน วิธียิ้ม วิธีวางท่าทางให้ดูเซ็กซี่หรืออ่อนหวาน วิธีการรับมือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันบนเวที วิธีการตอบคำถามอย่างฉลาดและรวดเร็ว ซึ่งหญิงสาวเหล่านี้ จะใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 9 ชั่วโมง ในการฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ให้คุ้นชิน เป็นธรรมชาติ

GettyImages-502142716

Rodgil Flores ชายวัย 49 ปี ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือผลิตนางงามอันดับต้น ๆ ของฟิลิปปินส์ เจ้าของสถาบันฝึกสอนดังกล่าว สามารถส่งสาวงามไปสู่ระดับนานา ชาติได้แล้วหลายรางวัล อาทิ Lara Quigaman (ตำแหน่ง Miss International 2005) Bea Rose Santiago (ตำแหน่ง Miss International 2013) Karla Henry (ตำแหน่ง Miss Earth 2008), Jamie Herrell (ตำแหน่ง Miss Earth 2014) และ Angelia Ong (ตำแหน่ง Miss Earth 2015)

โดย Rodgil Flores ระบุว่า เมื่อสาว ๆ ได้รับรางวัล เขาและทีมฝึกสอนไม่ได้หักเงินรางวัลที่พวกเธอได้รับมาเข้ากระเป๋า   แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้รับคือค่าตอบแทนที่ตกลงกันไว้ หรือค่าเปอร์เซ็นต์จากการออกงานอีเวนต์ งานถ่ายโฆษณา หรือละครทีวี “เราทำงานอย่างหนักเพื่อฝึกฝนสาว ๆ เมื่อพวกเธอชนะ นั่นจึงเป็นโบนัสของเรา”

แม้ว่าผู้ที่เข้ามาฝึกฝนในการเป็นนางงามมืออาชีพส่วนใหญ่ จะหวังพลิกฐานะและชีวิตให้ดีขึ้น แต่ก็มีหญิงสาวบางกลุ่ม ที่ระบุว่า พวกเธอไม่ได้เข้ามารับการฝึกฝนเพื่อหวังความมั่งคั่งทางการการเงินจากการประกวด แต่อยากได้รับเกียรติประวัติจากการได้สวมครองมงกุฎ เพราะว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถสวมมงกุฎระยิบระยับแบบนั้นได้ง่าย ๆ

ใน แต่ละปี จะมีหญิงสาวมาที่สตูดิโอของ Rodgil Flores เพื่อฝึกการเป็นนางงามราว 100 ราย แต่จะมีเฉลี่ยราว ๆ เพียง 30 รายในแต่ละรุ่น ที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า และอาจจะสามารถคว้ารางวัลจากเวทีในประเทศได้ แต่เมื่อฝึกไปจนครบปี อาจจะเหลือเพียง 1 หรือ 2 รายเท่านั้น ที่มีแววจะเข้าสู่ไฟนอลลิตส์สำหรับเวทีใหญ่ ๆ ได้

อย่างไรก็ดี การทุ่มเทเหล่านี้เป็นเวลาแรมปี ช่วยคัดเค้นและบ่มเพาะสาวงามของฟิลิปปินส์ มาจนสู่ชั่วโมงสุดท้ายแห่งการตัดสินบนเวทีประกวดจริง ที่หญิงสาวส่วนใหญ่เฝ้าฝันว่าจะสามารถเปลี่ยนผู้หญิงสวยคนหนึ่งที่พบได้ในสังคมทั่วไป ให้กลายเป็นผู้หญิงสวยที่ถูกจดจำไปตลอดกาล

เรื่อง : Ladyfern
Source: The Straits Times

keyboard_arrow_up