คานเย่ เวสต์

คิม เปิดเผยถึงปัญหาสุขภาพจิตของสามี คานเย่ เวสต์ ที่ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์

คิม คาร์ดาเชียน เปิดเผยถึงปัญหาสุขภาพจิตของ คานเย่ เวสต์ ที่ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ ขณะที่ Daily Mail เปิดเผยว่าศิลปินหนุ่มพยายามขอหย่ากับภรรยามาแล้วถึง 2 ครั้ง

คานเย่ เวสต์ แร็ปเปอร์หนุ่มและสามีของดาราสาวชื่อดัง คิม คาร์ดาเชียน ตกเป็นประเด็นข่าวให้คนพูดถึงตลอดหลายสัปดาห์ หลังจากที่เขาประกาศว่าจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2020 โดยก่อนที่เขาจะถอนตัวนั้น เขาได้เดินหน้าหาเสียง และได้มีการแสดงความคิดเห็นใน หลายประเด็น แต่ว่าดูจะไม่เป็นผลดีกับคนใกล้ชิดนัก เพราะเมื่อเขายกตัวอย่าง กลายเป็นว่าไม่พ้นเรื่องราวของเพื่อนและคนในครอบครัว ที่ทำให้ถูกด่าไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขายับยั้งไม่ให้คิมทำแท้ง, โพสต์ว่าคิมพยายามที่จะเอาแพทย์มาจัดการกับเขา ทั้งยังบอกอีกว่าเขาเคยขอคิมหย่ามาแล้วถึง 2 ครั้งด้วย

คานเย่ เวสต์

ล่าสุดภรรยาสุดเซ็กซี่ของเขา คิม คาร์ดาเชียน ได้ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ของสามี คานเย่ เวสต์ ที่ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ เธอเล่าว่าปัญหาสุขภาพจิตเกิดจากการตายของแม่ของเขามันสร้างความกดดันให้กับเขาอย่างมาก ซึ่งหากใครที่สนิทสนมกับเขาจะรู้ว่าความรู้สึกกับหัวใจของเขาไม่ตรงกัน

คิมยังกล่าวอีกว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นผุ้ชายที่สุดยอด แต่ขณะเดียวกันเขาก็มีความสับสนซึ่งเกิดจากโรคดังกล่าว อย่างที่รู้กันว่าพฤติกรรมบางอย่างเขาห้ามตัวเองไม่ได้ คนที่ไม่ได้ใกล้ชิดก็จะไม่เข้าใจเขานัก พร้อมกันนี้เธอยังขอร้องให้สังคมเห็นใจกับเขาด้วย เพื่อให้เขาก้าวผ่านพ้นไปได้ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง และเข้าใจสถานการณ์ในขณะนี้ของเขา


ข้อมูล : variety

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

คิมโกรธหนักมาก! คานเย เวสต์ ขึ้นปราศรัย “ผมห้ามภรรยาที่คิดจะทำแท้งลูกสาว”

คนมีตังค์เอาใจเมียต้องจัดเต็ม เปิดคอนโด 473 ล้านบาท ที่ คานเย่ เวสต์ ซื้อให้ภรรยาสุดที่รัก

BVLGARI ปล่อยภาพเซ็ตแรก ลิซ่า

BVLGARI ปล่อยภาพเซ็ตแรก พร้อมเหตุผลที่เลือก ‘ลิซ่า’ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี BVLGARI เผยเหตุผลที่เลือก ลิซ่า Blackpink เข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด

หลังจาก BVLGARI  ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ลิซ่า Blackpink คือแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของแบรนด์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเช้าวันนี้ (24 ก.ค. 63) BVLGARI ได้เผยแพร่ภาพของลิซ่าพร้อมเซ็ตเครื่องประดับ ที่ทำเอาโลกโซเชียลแตกตื่นและแฮชแท็กลิซ่าขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์เลยทีเดียว ซึ่งเธอมาในลุคสวยหรูและอินเนอร์เกินต้านมากแม่

BVLGARI เลือก 'ลิซ่า'

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังเปิดเผยว่าที่เลือกลิซ่าเข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็เพราะการแสดงที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครของลิซ่า ภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและอินเทรนด์ในฐานะแฟชั่นไอคอนที่เข้ากันได้ดีกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยเหตุผลนี้จึงได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ

ลิซ่าได้เข้าร่วมในแคมเปญดิจิทัลของคอลเล็คชั่น ‘erpenti’ และ ‘Bzero One’ ที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของแบรนด์ วิดีโอของแคมเปญดิจิทัล BVLGARI ที่ลิซ่าเข้าร่วมจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคม ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ BVLGARI และสื่อออนไลน์

BVLGARI เลือก 'ลิซ่า'


ที่มา : m.slist.kr

ภาพ : Bvlgari

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ซื้อตามไหวไหม? ทลายคลังกระเป๋า Louis Vuitton ‘ญาญ่า’ ขุมทรัพย์ที่ต้องชม

ทั้งเซ็ตเท่าไหร่? ‘ชมพู่ อารยา’ กับไอเท็มชิ้นเด็ดจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

น่าสอยมากแม่! โรเซ่ Blackpink เผยโฉม กระเป๋า Solferino ดีไซน์เรียบเท่จาก YSL

‘ปาร์ตี้คืนนี้อาจถูกฉวยโอกาส ควรหาข้ออ้างว่างานยุ่ง’ ดูดวงรายวัน 24 กรกฎาคม 2563

ดูดวงรายวัน 24 กรกฎาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การประนีประนอม เช่น พีอาร์ประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน พนักงานขาย ฯลฯ รวมถึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษา หากคุณกำลังเสนองาน เพื่อเข้าสู่การประมูลงาน หรือเข้าสู่สนามแข่งขัน วันนี้คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้าจนทำได้ทุกอย่าง แม้จะไม่ถูกต้องชอบธรรมนักก็ตาม ก็ต้องระวังสิ่งที่ได้รับอาจทำให้คุณรู้สึกร้อนรุ่มและอึดอัด จนอยากลาออกวันละหลายๆ รอบเลย

การเงิน : อาจได้เงินพิเศษจากงานพิเศษ แต่ก็อาจต้องเสียเงินให้กับคนรัก คนใกล้ชิดมากกว่าที่ได้รับมาอีก

ความรัก : ต้องระวังปัญหาบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซงในชีวิตคู่ วันนี้คุณหึงหวงมาก จนไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ เพราะต่างคนต่างก็พร้อมที่จะมีปากเสียงกัน คนโสด คุณอาจกำลังอยู่ในช่วงที่มีความรัก แต่รักนี้เต็มไปด้วยการต่อสู้แย่งชิง เพราะเขามีเจ้าของอยู่แล้ว

สุขภาพ : สุขภาพกายไม่มีอะไรให้ต้องวิตกกังวล แต่สุขภาพใจที่จำเป็นต้องผ่อนคลาย อย่าคิดวิตกกังวล หรืออาฆาตพยาบาท เพราะตัวเองจะเครียด ปวดไมเกรนตามมา

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  หากคุณกำลังที่จะเริ่มต้นงานใหม่ หรือต้องการโยกย้ายหน่วยงานใหม่ เพื่อผลตอบแทนที่ดีขึ้น ก็อาจต้องใช้ความอดทนมากหน่อย กับความร้อนรุ่มและเบื่อหน่าย จนคุณอยากลาออกรีบไปใจจะขาด ขอให้ใจเย็นอีกนิด วันนี้จะมีผู้ใหญ่ผู้หญิงมาช่วยเหลือและสนับสนุนให้คุณได้ในสิ่งที่ต้องการ

การเงิน : ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่คุณไม่ควรนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือเสี่ยงโชค เพราะเป็นเงินร้อนทำให้เก็บเงินไว้กับตัวไม่ได้นาน คุณอาจร้อนเงิน

ความรัก : ศุกร์หรรษา อาจมีการรวมตัวกันของสมาชิกในครอบครัว เพื่อปาร์ตี้สังสรรค์ ก็ระวังอาจมีปัญหาบุคคลที่สาม ร้อนๆ แทรกเข้ามา แม้คุณจะพยายามไม่หึงหวงเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ แต่ก็อดไม่ได้  คนโสด คุณมีเสน่ห์โดดเด่นเป็นที่จับตาในสังคม แต่คนที่คุณถูกใจ ปรากฎว่า มีเจ้าของแล้ว ซึ่งคุณก็พร้อมที่จะเป็นแม่ยกอุปถัมภ์เขาอีก

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า คุณอาจแพ้น้ำยาหรือสารเคมี ทำให้เกิดตุ่ม และเป็นผื่นคันที่จะมีผลต่อผิวหนัง

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณอาจถูกปิดจ็อบงานเก่าอย่างไม่มีกำหนด จึงเป็นช่วงที่คุณกำลังหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับความสำเร็จ จนไม่เป็นอันปฏิบัติภาระกิจของตัวเองเลย หากวันนี้มีโครงการที่จะไปสมัครงานใหม่ หรือเสนองานใหม่ ก็ยังต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคอีกเยอะ ซึ่งหากอดทนจนผ่านไปได้ก็จะคุ้มกับความเหนื่อยยากลำบากที่ผ่านมา

การเงิน : อาจมีปัญหาในเรื่องของการลงทุน ทำให้มีรายจ่ายเยอะมาก แต่ไม่ควรนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้หน้าที่การงานมัวหมอง

ความรัก : ต้องระวัง อาจมีบุคคลผู้ไม่หวังดีมาเม้าท์มอยว่า คู่คุณมีกิ๊ก ก็อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ  เพราะอาจโกโซบิ๊กให้ถึงกับจบสิ้นความสัมพันธ์เลยทีเดียว คนโสด คุณอาจเพิ่งจะอกหักมา จึงทำให้คุณรู้สึกเบื่อกับความรักแล้ว ขอพักใจก่อน

สุขภาพ : ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ปรุงสุกและสะอาด เพราะอาจทำให้คุณอาหารเป็นพิษ จนท้องเสีย หรือลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  คุณอาจได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการพิเศษของบริษัท ซึ่งเป็นโครงการที่ทุกคนจ้องอยากจะทำ ดังนั้น คุณจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกลั่นแกล้ง เช่น ถูกใส่ร้ายป้ายสีให้ต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หรืออยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องทำงานที่ไม่ได้เลือก วันนี้คุณจึงเบื่อหน่าย และอาจหลีกทางให้คนอื่นทำไปเลยก็ได้

การเงิน :  อย่าหลงเชื่อคำพูดอ่อนหวานที่ชักชวนให้คุณลงทุนในธุรกิจธุรกรรมใดๆ เพราะคุณอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ความรัก : ปกติคุณกับคู่มีทัศนคติในการใช้ชีวิตคู่ขัดแย้งกันมาตลอด วันนี้คู่คุณอาจเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของคุณแล้วบ้าง แต่ก็ยังคงไว้ตัวมีฟอร์มอยู่ คนโสด คุณมีเสน่ห์ แต่ก็มาพร้อมกับความหึงหวง จึงทำให้ไม่สามารถคบกับใครได้นาน

สุขภาพ : โหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน และรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จะเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะ และลำไส้ เดี๋ยวจะกลายเป็นหาเงินมาเพื่อรักษาตัว ไม่คุ้มแน่ๆ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : หากคุณตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็ขวางไม่ได้ ยิ่งวันนี้คุณอาจถูกเจ้านายกดดันให้ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วง แต่เหมือนถูกแกล้ง มีแนวโน้มว่าคุณอาจถูกใส่ร้ายป้ายสีให้รับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หรือตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ได้เลือก

การเงิน : อย่าหลงเชื่อคำพูดอันอ่อนหวานที่จะชักชวนคุณให้ลงทุนในธุรกิจหรือธุรกรรมใดๆ หรือหลงไปพัวพันกับเงินใต้โต๊ะ เพราะคุณอาจถูกหลอก จนชักหน้าไม่ถึงหลังต้องบริหารจัดการเงินอย่างเร่งด่วนเลย

ความรัก : คู่คุณทำหน้าที่เป็นคู่คิดและที่ปรึกษา แนะนำแนวทางที่ดีและมีประโยชน์ให้คุณ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการบังคับให้ทำ ซึ่งคุณไม่ชอบ วันนี้จึงอาจมีหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนโสด คุณมีเสน่ห์ที่มาพร้อมความหึงหวง จนอาจยอมใช้สายมูมาเป็นตัวช่วย

สุขภาพ : หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สด สุกๆ ดิบๆ  เพราะคุณอาจเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ ท้องเสียอย่างรุนแรง รวมถึงมีพยาธิ์ด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  บอกเลยว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะคุณอาจต้องใช้ความสามารถ และเทคนิคในการเจรจาประนีประนอม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยทีเดียว

การเงิน : คุณมีรายได้จากงานที่สร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ก็อาจต้องเสียเงินเพื่อเลี้ยงญาติสนิทมิตรสหายที่มาขอความช่วยเหลือ ซึ่งอาจทำให้เงินสะดุดบ้าง แต่ก็เป็นระยะสั้นๆ

ความรัก : ที่ผ่านมาคุณอาจแบกรับเรื่องราวของคนในครอบครัวไว้จนหนักอึ้ง วันนี้จึงขอไม่รับฟังใดๆ แล้ว เพราะหากคุณทนไม่ไหวแล้วระเบิดออกมา ยิ่งจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาอีก คนโสด คุณมีมาตรฐานในการเลือกแฟนสูงมาก ที่ผ่านมายังไม่เข้าเกณฑ์ที่คุณต้องการเลย ที่คบอยู่วันนี้ก็อาจยังไม่ใช่อีก

สุขภาพ :  หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน เพราะอาจปวดขาตั้งแต่สะโพกลงมา จนถึงข้อหรือเอ็นเสื่อม

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : คุณอาจได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำทีม หรือหัวหน้างาน ก็ควรลดอีโก้และความเชื่อมั่นในตัวเองลงจนไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นเลย เพราะงานที่คุณทำอาจถูกพิจารณาความผิดชอบชั่วดี จนคุณเบื่อหน่ายกับภาวะที่เป็นอยู่ ดังนั้นวันนี้จึงควรระวังคำพูด ใจเย็น แล้วผลที่ออกมาจะดีเกินคาด

การเงิน : ให้ความสำคัญกับตัวงานมากกว่าตัวเงิน คุณจึงอาจถูกเอาเปรียบโดยไม่ทันระวังตัว จึงควรหาแฟนมาช่วยดูแลผลประโยชน์ด่วนๆ

ความรัก : คุณทำงานๆๆ เลิกงานก็เลี้ยงลูกค้าต่อจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ซึ่งคุณก็อาจยึดตามข้อตกลงกันก่อนหน้าจะแต่งงานว่า คนที่จะอยู่กับคุณต้องเป็นช้างเท้าหลัง คอยให้กำลังใจคุณอย่างเดียวก็พอ คนโสด คุณอาจเบื่อกับพวกผู้ชายที่ชอบฉวยโอกาส จนไม่อยากไปสังสรรค์ปาร์ตี้ด้วยแล้ว วันนี้อาจหาข้ออ้างว่างานยุ่งเลย

สุขภาพ : คุณโหมงานหนัก จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดในชีวิตประจำวัน จึงควรพักผ่อนนอนหลับ ไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียจนคุมตัวเองไม่ได้นะคะ

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

หากแฟนเก่ากลับมาขอคืนดี อย่าเพิ่งตกปากรับคำใดๆ เพราะใจคุณไม่นิ่ง ดูดวงรายวัน 18 กรกฎาคม 2563

อย่ามัวแต่ทำงาน เพราะอาจเลยเวลาหาคู่แล้ว ดูดวงรายวัน 19 กรกฎาคม 2563

แค่เพียงสบตาก็หลงเสน่ห์แล้ว แต่ก็แค่ชั่ววูบ ไม่จริงจัง ดูดวงรายวัน 20 กรกฎาคม 2563

เอาใจยาก!! จนอาจจบความสัมพันธ์กับเพื่อนหญิง ดูดวงรายวัน 21 กรกฎาคม 2563

ผู้ใหญ่นัดเดทให้ แต่คุณก็ยังมีความหยิ่ง จึงตัดสินใจลำบาก ดูดวงรายวัน 22 กรกฎาคม 2563

ระวังมือที่สามที่ไม่ใช่ใครอื่น คุณเพื่อนนี่ล่ะ  ดูดวงรายวัน 23 กรกฎาคม 2563

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง 'ธันย่า' ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง ‘ธันย่า’ ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน

‘ธันย่า-ธันยลักษณ์ พรหมมณี’ ผู้มีความรักในแฟชั่นขั้นสุด เธอเปรียบแฟชั่นเป็นงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ เปี่ยมด้วยความงาม เรื่องราว และเสน่ห์

ชื่อของเธอติดอยู่ในลิสต์ท็อปสเปนเดอร์ของแบรนด์ชั้นนำมากมาย กระทั่งวันหนึ่งที่เธอเริ่มค้นหาตัวตน และพบว่าผ้าไทยคือสิ่งที่สะท้อนถึงตัวเธอได้ดีที่สุด และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Tanya Maithai ที่มีชุดผ้าไทยในครอบครองกว่า 400 ชุด

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง 'ธันย่า' ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน
“ชุดนี้ออกแบบและตัดเย็บในช่วงที่ต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อโควิด-19 ธันย่าคิดถึงบรรยากาศสบายๆ ของท้องทะเล จึงเลือกผ้าไหมสีฟ้า แต่งช่วงชายกระโปรงให้มีเลเยอร์คล้ายกับคลื่น”

Fashion & Passion

“ชีวิตของธันย่ามีหลายมุมค่ะ พาร์ตของงานธันย่าทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ สำหรับพาร์ตชีวิตส่วนตัวเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง และอีกพาร์ตคือความรักในแฟชั่น (ยิ้ม) ธันย่ามองว่าแต่ละคนมีความชอบและเลือกลงทุนหรือเลือกใช้เงินในสิ่งที่ชอบต่างกันไป

“สำหรับความชื่นชอบในแฟชั่นค่อยๆ ซึมซับมาทีละนิด ย้อนกลับไปสมัยเด็ก ธันย่าเติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง มีพี่น้อง 3 คน เป็นผู้ชายหมด เราเป็นผู้หญิงคนเดียว เสื้อผ้าข้าวของจึงได้รับการส่งต่อมาจากของพี่ชายบ้าง (หัวเราะ)

“โดยเฉพาะพวกกางเกงขาสั้น เสื้อยืด ซึ่งมุมหนึ่งก็เข้าใจว่าเสื้อผ้าบางชิ้นยังไม่เก่าเลย แต่อีกมุมเราก็อยากใส่กระโปรงฟรุ้งฟริ้งแบบเด็กผู้หญิง จึงบอกคุณแม่ว่าหนูอยากใส่กระโปรงแบบซินเดอเรลลาบ้างค่ะ ซึ่งท่านก็เข้าใจนะคะ จึงไปสั่งตัดให้ในโอกาสต่างๆ นี่เองที่ทำให้รู้สึกว่านี่แหละคือการแสดงความรักอย่างหนึ่ง และความรักสามารถส่งผ่านเสื้อผ้าได้ (ยิ้ม)

“บวกกับการที่เห็นคุณแม่ใส่เดรสกับเสื้อคลุม คุณยายนุ่งผ้าซิ่นกับเสื้อลูกไม้ ซึ่งเรามาเข้าใจทีหลังว่านี่แหละคือแฟชั่น คือสไตล์ของแต่ละคน และพอวันที่เราทำงาน มีกำลังทรัพย์ของตัวเอง จึงเริ่มจากซื้อเสื้อผ้าสไตล์แมสคิวลีนเท่ๆ ที่มีความคลาสสิก ดูเป็นผู้ใหญ่ที่ได้มาจากคนในครอบครัว ทั้งคุณแม่ คุณพ่อ พี่ชาย ผสมกับสไตล์และตัวตนของเรา จึงมีทั้งความเท่และหวานผสมปนกัน

“แต่ธันย่าไม่ได้ยึดติดอยู่กับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งนะคะ แฟชั่นของธันย่าเปลี่ยนไปตามช่วงวัยและบทบาทในขณะนั้น อย่างช่วงวัยรุ่นก็จะใสๆ หน่อย แบบแบรนด์ Morgan, Moschino พอทำงานก็ขยับความเป็นทางการขึ้นมาอีกระดับ Chanel, Dior, Dolce & Gabbana, YSL ต่อด้วย Alexander McQueen, Balmain หรือ Valentino ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่ะ อย่างช่วงตั้งครรภ์เตรียมเป็นคุณแม่ก็มีแฟชั่นอีกแบบนะคะ ซึ่งซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่ชุดคลุมท้องจนถึงช่วงที่ลูกเดินได้ โดยต้องดูเนื้อผ้าที่เหมาะกับการอุ้มลูกด้วย ต้องนุ่มสบาย ไม่บาดผิวเด็ก หรือถ้าตอนป้อนข้าวลูกก็ต้องเช็ดออกได้ ดูแลง่าย ธันย่าจึงไม่ได้แต่งตัวเต็มแน่นตลอด 24 ชั่วโมง แต่จะเลือกให้เหมาะสมตามวาระโอกาสค่ะ (ยิ้ม)

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง 'ธันย่า' ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน
“ไอเดียมาจากช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เต็มไปด้วยความกังวล อยากให้ทุกคนมีพลัง มีกำลังใจ ธันย่าจึงเลือกผ้าไหมสีแดงสดที่สื่อถึงความมุ่งมั่นและพลังในการดำเนินชีวิต”

“พอลูกเริ่มโต เข้าโรงเรียน ทำให้ได้กลับมาทำสิ่งที่ชอบอีกครั้ง เพราะไม่อยากเป็นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอย่างเดียวโดยไม่ดูแลตัวเอง ไม่แต่งตัว เรายังอยากค้นหาตัวตนว่ามีอะไรที่ชอบอีก ซึ่งนั่นก็คือแฟชั่น (ยิ้ม) ธันย่าชอบแมตช์ชุดเตรียมไว้สำหรับโอกาสต่างๆ อย่างลุคโทนสีดำ ลุคสีหวาน หรือลุคสำหรับไปเที่ยวทะเล เสื้อตัวนี้ใส่กับกางเกงนี้ เติมหมวก เติมเครื่องประดับ แล้วแขวนในตู้เสื้อผ้าเตรียมไว้ เมื่อมีโอกาสก็พร้อมหยิบไปใช้ได้เลย ทำให้เห็นด้วยว่าเราซื้อชุดอะไรมาบ้าง มีสีนี้กี่ตัวแล้ว

“คล้ายกับการสร้างคอลเล็คชั่นของตัวเอง (หัวเราะ) อย่างสมมติจะไปเที่ยวทะเลก็แบ่งเป็นชุดต่างๆ ตั้งแต่นั่งรถไปหนึ่งชุด พอไปถึงโรงแรมก็เปลี่ยนอีกชุด ต่อด้วยชุดดินเนอร์ ชุดเดินเล่นริมทะเล หรือรองเท้าก็ต้องมีหลายแบบ ไม่ใช่ว่าไปทะเลแล้วต้องใส่แต่รองเท้าแตะ แต่ต้องเลือกให้เข้ากับชุดนั้นๆ ด้วย ธันย่ามีความสุขและสนุกที่จะได้ทำสิ่งเหล่านี้

“บางครั้งต้องไปทำงานหรือติดต่อราชการที่ต้องการความเป็นทางการหน่อย ก็อาจจะเลือกแบรนด์ดิออร์ที่มีความเรียบโก้ หรือต้องไปต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่แอร์พอร์ตลุคควรเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นประเทศที่เข้มงวดมาก จะใส่ชุดแบบแฟชั่นจ๋าจัดเต็มก็ไม่เหมาะ เพราะ ตม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง) อาจสงสัยได้ (หัวเราะ)

“จึงต้องเลือกเดรสโค้ดให้เหมาะกับประเทศที่ไป อย่างช่วงไปดูแฟชั่นโชว์ที่อิตาลีหรือฝรั่งเศส ก็ใส่แฟชั่นลุคแบบจัดเต็มลงเครื่องไปเลย เพราะเขาจะได้เข้าใจว่าเราเข้าประเทศไปด้วยจุดประสงค์อะไร หรือโรงแรมที่เชิญเราไปพัก ถ้าเป็นระดับ 6 ดาว แม้แต่ชุดลงไปกินข้าวเช้าก็ต้องเลือกนะคะ เพราะเราไม่รู้เลยว่าภายในโรงแรมมีแขกท่านใดบ้าง จึงต้องพร้อมและดูดีเสมอ

“หรือถ้าต้องไปงานกาล่าดินเนอร์ ก็ต้องแต่งตัวให้เข้ากับเดรสโค้ดที่ระบุ เพราะเมื่ออยู่ในงานไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็นใคร แต่การแต่งตัวจะทำให้เขาอยากเข้าหา หรือทำความรู้จักกับเรา เขาจะมองว่าคุณใส่ชุดนี้เพราะอะไร อ๋อ…เพราะแบรนด์นี้มีเรื่องราว ซึ่งก็สะท้อนไปว่าคุณเป็นคนที่ใส่ใจดีเทล สนใจงานศิลปะ ซึ่งเสื้อผ้าเป็นสิ่งแรกที่สื่อสารกับคนก่อนที่เราจะพูดอะไรออกไปเสียอีก”

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง 'ธันย่า' ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน
“ชุดนี้ใช้ผ้าไหมยกดอกสีน้ำตาล ที่เลือกสีนี้ เพราะช่วยขับให้ผิวสีแทนของเราเด่นยิ่งขึ้น สำหรับระบายช่วงล่างสามารถถอดออกได้ด้วย”

ผ้าไทย…แฟชั่นที่สะท้อนตัวตน

“เมื่ออยู่ในวงการแฟชั่นมาสักระยะ คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นกับธันย่าก็คือ จริงๆ แล้วตัวตนของเราคืออะไร มีบางครั้งที่เวลาไปงานแล้วเราใส่ชุดเหมือนคนอื่น เนื่องจากเป็นชุดเด่นของแบรนด์นั้น ซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามว่า จริงๆ แล้วอัตลักษณ์หรือตัวตนของเราคืออะไร

“กระทั่งวันหนึ่งไปงานของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร แล้วมีหัวโขนประดับอยู่ในบู๊ธ จึงสอบถามว่ามาจากที่ไหน ใครเป็นคนทำ ซึ่งคำตอบคือ เป็นงานฝีมือของชาวบ้าน เช่นกันกับผ้าไทยจากชาวบ้านชุมชนต่างๆ ที่มาจัดแสดง ซึ่งการอุดหนุนสินค้าเหล่านี้ นอกจากได้ครอบครองผ้าสวยๆ แล้ว ยังถือเป็นการช่วยชาวบ้านด้วย และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธันย่าสนใจเรื่องผ้าไทยอย่างจริงจัง

“ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ตอนช่วงอายุ 20 ต้นๆ ที่เริ่มทำงาน ธันย่าเลือกใส่กระโปรงผ้าไทยนะคะ เพราะรู้สึกว่าช่วยเสริมลุคให้ดูสง่างาม แต่กลับโดนแซวว่าดูโตเกินวัย ก็เลยต้องพับเก็บเข้าตู้ไป (หัวเราะ) คือความเป็นเด็กทำให้เราอาจจะฟังเสียงคนอื่นมากกว่าใจตัวเอง แต่ตอนนี้เมื่อชัดเจนแล้วว่าเราชอบอะไร จึงอยากนำความชอบในอดีตกลับมาอีกครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความสุขให้ตัวเองแล้ว การใช้ผ้าไทยยังเป็นการสนับสนุนสินค้าไทย ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

“ธันย่าเริ่มจากการซื้อผ้าไทยลายที่ชอบเป็นม้วนๆ มาเก็บไว้ ก่อนจะตัดเป็นชุดเดรสในแบบที่ชอบ คือเป็นเดรสคอกลม กระโปรงบาน ปรากฏว่าพอใส่ไปงานมีคนทักเยอะมากว่าชุดของอะไร ผ้าอะไร อาจเพราะแพตเทิร์นและสีสันที่สะดุดตา ธันย่าไม่ใช่ดีไซเนอร์ วาดรูปไม่เป็น ไม่รู้วิธีการตัดเย็บ แต่มีไอเดียและแรงบันดาลใจ จึงอาศัยวิธีบอกเล่าไอเดียให้ช่างฟัง เลือกผ้า เลือกสีว่าเราต้องการแบบไหน แล้วให้ช่างตัดเย็บออกมา

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง 'ธันย่า' ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน
“ได้ไอเดียมาจากชุดซาฟารีที่ใส่ไปเดินป่า ซึ่งธันย่าตั้งใจออกแบบให้เป็นชุดสำหรับใส่เดินทางไปตามหาผ้าไทยในชุมชนต่างๆ เพราะจะให้ใส่ผ้าไทยทั้งตัวไปลุกๆ นั่งๆ กับพื้น เราก็รู้สึกหวงผ้านะ หรือจะนำผ้ามาคล้องไหล่ก็กลัวหล่นหายระหว่างทาง ธันย่าจึงเลือกนำผ้าไทยมาแต่งบนชุดเทรนช์โค้ต (Trench Coat) สีน้ำตาล จากนั้นจึงคิดว่าเป็นแบรนด์อะไรดี ซึ่งบางแบรนด์ก็ผ้าหนาไป ยาวไป ไม่เหมาะกับเมืองไทย กระทั่งมาเจอโค้ตของแบรนด์ Morgan ทั้งสีและไซส์ตรงกับที่ต้องการ จึงเหมามา 20 ตัวเลยค่ะ สำหรับทำชุดเดินทางนี้ พร้อมด้วยกระเป๋าและผ้ารองนั่งแบบเข้าเซต”

“และเวลาได้รับเชิญไปงานที่ต่างประเทศ ถ้าเป็นงานแฟชั่นโชว์ ตามธรรมเนียมเราก็อาจต้องใส่เสื้อผ้าของแบรนด์เขา แต่ถ้าเป็นงานจิเวลรี่หรืออื่นๆ ธันย่าจะเลือกชุดผ้าไทยที่สะท้อนถึงตัวตนของเราจริงๆ อย่างครั้งที่ไปร่วมงานของแบรนด์ Tiffany & Co. ที่ฝรั่งเศส เป็นงานกลางคืน ธันย่าเลือกใส่ชุดเดรสยาวตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ เมื่อแขกในงานเห็นก็ตื่นเต้น ถามว่าชุดของแบรนด์อะไร เนื่องจากตัวผ้ามีความพิเศษแวววาว ธันย่าตอบไปว่า Thai Silk เขาก็ถามต่ออีกว่าคืออะไร มาจากไหน และซื้อได้จากที่ไหน ธันย่าจึงตัดสินใจตอบไปว่าให้ติดต่อผ่านเรา และบอกเขาไปว่าชื่อ Tanya Maithai (ธันย่าไหมไทย) เพื่อให้เขาจดจำได้ว่าเราใส่ชุดผ้าไทยนะ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับอินสตาแกรมด้วยค่ะ (ยิ้ม) จะได้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการ ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยให้ต่างชาติได้ชื่นชม ซึ่งหลังจากนั้นพอมีคนสนใจติดต่อมา ธันย่าก็ช่วยเสาะหาหรือให้คำแนะนำเขาไป ไม่ได้ตั้งใจทำเป็นธุรกิจค่ะ

“หรือครั้งที่ได้รับเชิญไปร่วมงานของ Van Cleef & Arpels ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ โดยปิดพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ให้แขกคนพิเศษเข้าชม พร้อมเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของเพชรแต่ละชิ้น โดยธันย่าเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับเชิญ จึงเลือกใส่ชุดเดรสที่ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่สีแดง ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากแขกที่มาร่วมงานมากๆ เช่นกันค่ะ ทำให้รู้สึกภูมิใจว่าเราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและผ้าไทยให้ต่างชาติรู้จัก

กระทั่งทางแบรนด์ Dolce & Gabbana ที่ธันย่าเป็นลูกค้าประจำของเขา ทราบว่าตอนนี้ธันย่าสนใจเรื่องผ้าไทย ซึ่งเป็นการช่วยสนับสนุนคนในประเทศ เขาจึงบินมาประเทศไทย และเมื่อทราบว่าเป็นผ้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้เขาประทับใจมาก จึงรับออกแบบตัดเย็บชุดด้วยผ้าไทยให้ธันย่าเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหาผ้าที่เหมาะสมอยู่ค่ะ” (ยิ้ม)

ผ้าไทยสวยยืนหนึ่ง 'ธันย่า' ผู้ครอบครองผ้าไทยห้าพันเมตร ราคาหลักร้อยจนถึงหลักล้าน
“เป็นชุดที่สะท้อนถึงความรัก (ยิ้ม) ให้เหมือนมีความรักมาโอบกอด ธันย่าจึงเลือกผ้าไหมสีชมพูสด พอบอกไอเดียกับช่าง เขาก็ออกแบบให้มีโบตรงช่วงหน้าอก ที่เปรียบเสมือนว่าเราเป็นของขวัญที่ดีที่สุด”

จาก 1 ถึง 100 คอลเล็คชั่นผ้าไทย

“ถ้าถามว่าตอนนี้มีผ้าไทยจำนวนเท่าไร ตอบยากมากค่ะ (ยิ้ม) รวมกันน่าจะประมาณ 5,000 เมตร มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักล้าน (ยิ้ม) โดยธันย่าจะเลือกบางผืนไปตัดเป็นชุดกับช่างประจำที่รู้ใจกันประมาณ 3-4 เจ้า เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้เขามีรายได้

“อย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 รายได้ของช่างแทบจะเป็นศูนย์ พอช่างโทร.มาถามว่า มีชุดอะไรให้เขาตัดไหม ธันย่าจึงปิ๊งไอเดียตัดชุดไทยในคอนเซ็ปต์ Social Distancing ให้มีเลเยอร์ มีโครงชัดเจน กระโปรงบานๆ แบบว่าใส่แล้วไม่มีใครเข้าใกล้ได้เลย (หัวเราะ) จากนั้นก็เลือกผ้าและบอกไอเดียช่างว่าอยากได้แบบไหนบ้าง ซึ่งความจริงช่วงนี้ก็ยังไม่ได้ใส่ออกงานที่ไหน แต่ธันย่าอยากให้ช่างมีรายได้ในช่วงสถานการณ์แบบนี้

“นอกจากความสุขที่ได้ใส่ชุดผ้าไทย อีกหนึ่งอย่างที่ตามมาคือ ธันย่าสนุกกับเรื่องราวระหว่างทาง การเดินทางไปตามหาผ้าไทยใน ชุมชนต่างๆ การที่ได้ศึกษาและลงลึกเกี่ยวกับผ้าแต่ละชนิด รวมถึงการดูแลรักษาผ้าแต่ละชนิดด้วย

“เมื่อก่อนธันย่าจะซื้อผ้าจากงานออกร้านต่างๆ ในกรุงเทพฯที่มีชาวบ้านจากหลายๆ ชุมชน มารวมตัวกัน แต่พอเราเริ่มลงลึกไปถึงลักษณะเฉพาะของผ้าแต่ละชุมชน อย่างผ้าทอจากชุมชนนี้มีเนื้อสัมผัสแตกต่างจากชุมชนนั้นเพราะอะไร ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัดที่ส่งผลต่อการเลี้ยงหม่อนไหม อย่างภาคอีสานจะผลิตใยไหมได้มากที่สุด เนื่องจากอากาศร้อน แต่ถ้าเป็นภาคเหนืออากาศเย็น ไหมจะหดตัว ทำให้มีความเหนียวกว่า รวมถึงการทอลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้ธันย่าอยากเรียนรู้เพิ่มขึ้น และอยากออกเดินทางไปตามหาผ้าที่ต้นกำเนิดด้วยตัวเอง

“และเวลาที่ได้ลงพื้นที่ไปตามชุมชน ยิ่งช่วงที่มีงานเทศกาล ชาวบ้านจะแต่งตัวด้วยผ้าที่ตัวเองทอมารวมตัวกัน ได้เห็นการมิกซ์แอนด์แมตช์ผ้าไทยในหลายแบบ สำหรับธันย่า นี่เป็นเหมือนงานแฟชั่นโชว์เลยนะคะ” (ยิ้ม)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 960

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใช้เงินคุ้มค่า! ชมพู่-อารยา ซื้อเสื้อผ้าลูกแฝดแค่หลักร้อย เพราะเด็กโตไว

เพราะอะไร ปี 2020 ‘ดัชเชสเคท’ ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นมากกว่า ‘ดัชเชสเมแกน’

ไลฟ์สดอวดท้องโต! จีจี้ ฮาดิด จากนางแบบลุคเป๊ะ มาเป็นคุณแม่สายชิลในชุดนอน

คู่ข้าวใหม่ปลามันต้องรู้ 8 เรื่องสำคัญบ่อนทำลายชีวิตหลังแต่งงาน

การแต่งงาน เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะ ชีวิตหลังแต่งงาน นั้นมีอะไรที่คุณและคนรักยังต้องเรียนรู้กันอีก

ก่อนการแต่งงานหลายคู่วาดภาพการใช้ชีวิตคู่ซะสวยหรู แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างที่ฝัน กว่าจะรู้ตัวก็เรียกได้ว่า ครอบครัวเกือบพัง ซึ่งถ้าคุณกำลังจะแต่งงานและไม่อยากเจอสภาพแย่ๆ เหมือนคู่ที่ชีวิตคู่ไม่เป็นอย่างฝันละก็ แพรว wedding อยากให้ลองเช็คความสัมพันธ์ของคุณตอนนี้เลย ถ้ามีข้อใดเข้าข่ายละก็ มาลองปรับเปลี่ยนตัวเองกันดีกว่า เพื่อที่ ชีวิตหลังแต่งงาน ของคุณและคนรักจะได้ราบรื่นยืนยาว 

1. ไม่ให้ความสำคัญกับคู่ชีวิตเป็นอันดับต้นๆ

การแต่งงานไม่ใช่การเข้าคุกหรือโรงเรียนประจำ ดังนั้นคุณจึงยังคงมีอิสระในการใช้ชีวิตส่วนตัว เพียงแต่ว่าคุณควรต้องให้ความสำคัญกับคู่ชีวิตที่คุณเลือกมาเป็นอันดับต้นๆ จะไปไหนทำอะไรขอให้คิดถึงอีกคนเสมอว่า การตัดสินใจของคุณจะมีผลกระทบอะไรกับความรู้สึกของอีกฝ่ายไหม หรือทำอะไรไปแล้วอีกคนรู้เป็นคนหลังๆ ก็ไม่ค่อยเวิร์คนะคะ ซึ่งถ้าคุณนึกอยากจะทำอะไรก็ทำแบบนั้นละก็ ชีวิตแต่งงานไม่แคล้วมีปัญหาชัวร์

2. สื่อสารความในใจกันน้อยเกินไป

คู่ที่คุยกันน้อยเหลือเกินเป็นคู่ที่เสี่ยงชีวิตคู่พังค่ะ เพราะความคิดและความรู้สึกไม่ได้ถูกถ่ายทอดให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ซึ่งถ้าคุณไม่พูด เอาแต่เก็บกดไว้ในใจ แล้วคิดว่าชินซะแล้ว ความในใจที่มี ความอึดอัดที่เกิดจะมีใครรู้แล้วจะช่วยกันแก้ปัญหาได้ยังไงล่ะจริงไหม

3. ไม่รู้จักรักษาความลับ

เรื่องในบ้านก็ควรอยู่แต่ในบ้าน เรื่องส่วนตัวระหว่างคุณกับเขาก็ไม่ควรนำออกไปเม้า ยิ่งเป็นเรื่องความลับที่คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเองคงไม่ชอบแน่นอนที่คนนอกจะรู้เรื่องนั้นๆ ยิ่งต้องเก็บให้มิด ไม่ใช่เที่ยวได้บ่นกับเพื่อนๆ เพราะคิดแค่ว่าต้องหาที่ระบาย ระวังเถอะ เขารู้ว่าคุณเอาไปเม้าเมื่อไหร่ คุณจะไม่ได้รู้อะไรจากเขาอีกเลย ซึ่งถ้าวันหนึ่งเขาไม่คิดจะพูดอะไรให้คุณรู้อีกเลย ครอบครัวของคุณจะยังเป็นครอบครัวอยู่ไหมล่ะ

4. ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างคุณกับครอบครัวของอีกฝ่าย

อย่างที่เคยบอกไปล้านๆ ครั้งแล้วว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น โดยเฉพาะในสังคมไทยที่การแต่งงานคือการรวมความสัมพันธ์ 2 ครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน ฉะนั้นถ้าคุณมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับครอบครัวอีกฝ่าย แล้วคุณคิดหรือว่าชีวิตครอบครัวของคุณจะสมูทได้

5. ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษและยอมรับความผิด

อย่าทำตัวปากหนักประเภทว่ารู้ว่าตัวเองผิดอยู่เต็มอกแต่ก็ไม่เอ่ยปากขอโทษเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพราะสำหรับชีวิตคู่ การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำพลาดไป และรู้จักเอ่ยคำขอโทษออกมาจากใจ จะช่วยให้คุณได้รับความเข้าใจและให้อภัยได้มากกว่าการทำฟอร์มและปล่อยให้อีกฝ่ายคิดว่า ช่างเถอะ เขาก็เป็นแบบนี้

6. ไม่เคยพูดขอบคุณ

จะยากตรงไหนแค่เอ่ยปากขอบคุณในสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องใหญ่โต เพราะอีกฝ่ายจะสัมผัสได้ถึงการรับรู้ต่อสิ่งที่เพียรดูแลและทำให้  แต่ถ้าคุณไม่เคยพูดออกจากปากว่า ‘ขอบคุณ’ คนที่ทำให้จะรู้สึกหมดแรง หมดกำลัง และอาจคิดไปไกลว่า สิ่งที่ทำให้มีคุณค่าอะไรบ้างไหมเนี่ย

7. หึงหวงเกินเหตุ

หึงได้หวงได้ แต่ขอให้อยู่ในความพอดี เพราะถ้ามากไปละก็ อีกฝ่ายจะรู้สึกได้ถึงคำว่า ไม่เชื่อใจกันเลยหรือไง ซึ่งจริงๆ แล้วอีกฝ่ายอาจไม่เคยทำอะไรผิดเลยสักนิด แต่คุณก็หึงหวงมากไปและพาลจับผิดสารพัดจนอีกฝ่ายอึดอัดและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันย่ำแย่โดยไม่รู้ตัว

8. ไม่แน่ใจว่าที่รู้สึกเรียกว่า รักหรือเปล่า

ข้อนี้ออกจะร้ายกาจรุนแรงอยู่สักหน่อย ถ้าอยู่ๆ คุณเกิดตอบตัวเองหรือแม้แต่คนอื่นไม่ได้ว่า ความรู้สึกของคุณที่มีกับอีกฝ่ายยังสามารถเรียกว่า ‘รัก’ ได้เหมือนเดิมไหม เพราะมีหลายคู่ที่อยู่ๆ แล้วรู้สึกเฉยๆ ให้อยู่ด้วยกันก็อยู่ได้อะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าคุณได้คำตอบว่า ้ตัวนะว่า ยังคงใช้ตำว่า ัมผัสได้ถึงการกันไปแล้วความรู้สึกรักในตอนก่อนแต่งงานหายไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าค้นพบว่าคำๆ นี้ไม่อยู่แล้วจริงๆ ลองถามตัวเองค่ะว่า จะทำให้ความรู้สึกนั้นกลับมาได้ไหม และถ้าไม่ได้ ชีวิตคู่ที่ดำรงอยู่ตอนนี้จะไปในทิศทางไหน

ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับเรื่องบ่อนทำลายชีวิตคู่หนักหนาสักแค่ไหน ถ้าคำว่า รัก ยังอยู่ เชื่อเถอะค่ะว่า อะไรๆ ก็จะผ่านไปได้ เชื่อแพรว wedding นะคะ

ภาพ : www.huffingtonpost.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมื่อแฟนทะเลาะกับพ่อแม่ แล้วคนกลางอย่างเราจะวางตัวอย่างไร?

ว่าที่ลูกสะใภ้รู้ไว้ก็ดีจะได้ทำตัวถูกกับ 4 นิสัยพื้นฐานของพ่อสามี

เฉลิมฉลอง “วันจูบสากล” ด้วย ข้อดีของการจูบ ที่คู่รักอาจยังไม่รู้!!

4 วัตถุดิบสำคัญ สมูทตี้ไม่อ้วน เพื่อเจ้าสาวจะปั่นเมนูไหนรับรองอร่อยชัวร์

สมูทตี้ไม่อ้วน กับวัตถุดิบสำคัญ เพื่อเจ้าสาวที่อยากฟิตหุ่นได้เพิ่มความสดชื่นจากเครื่องดื่มปั่นเพื่อสุขภาพ

มาเติมความสดชื่นในวันธรรมดาให้สดชื่นด้วย สมูทตี้ไม่อ้วน ด้วยวัตถุดิบและส่วนผสมไม่ถึง 5 อย่าง ก็สามารถทำเมนูน้ำปั่นที่เต็มไปด้วยรสชาติที่กลมกล่อมได้ ไม่เพียงแค่อร่อยเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มท้องให้อิ่ม พร้อมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และถูกหลักสุขภาพด้วย แพรว wedding ขอแนะนำสูตรน้ำปั่นสมูทตี้ ที่มีแค่ 4 วัตถุดิบสำคัญ ได้แก่

  • นมอัลมอนด์ เพราะเป็นตัวเลือกที่ดี เพื่อแทนโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของนม และมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า อีกทั้งนมอัลมอนด์ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย แล้วรสชาติยังกลมกล่อมกว่านมถั่วเหลืองด้วยนะ
  • น้ำผึ้ง เพราะมีรสชาติที่ให้ความหวาน เหมือนน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม แต่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ด้วยความหวานที่มาจากธรรมชาติ จึงไม่ทำให้อ้วนและให้ผลเสียต่อร่างกาย
  • กล้วยหอม เพราะเมื่อเทียบกับบรรดากล้วยแต่ละชนิดแล้ว กล้วยหอมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการควบคุมน้ำหนัก ด้วยปริมาณน้ำตาลที่น้อยกว่า และยังช่วยให้อิ่มท้องด้วย
  • มะนาว เพราะรสชาติเปรี้ยวของมะนาว เมื่อปั่นเครื่องดื่มแล้ว จะช่วยตัดรสฝาดให้มีรสชาติที่ดีขึ้น และเป็นอีกทางเลือกที่ดีเพื่อทดแทนผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ว่าแล้วก็มาปั่นสมูทตี้ไม่อ้วนกันเลย

1. สมูทตี้สีเหลือง-ส้ม ที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และลูทีน ช่วยบำรุงสายตา และระบบการหมุนเวียนโลหิตและหัวใจ รวมทั้งช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

  • นมอัลมอนด์+น้ำผึ้ง+กล้วย+กีวี่
  • น้ำผึ้ง+กล้วย+แอปเปิ้ล+ส้ม
  • กล้วย+แอปเปิ้ล+ส้ม+แครอท

สมูทตี้

2. สมูทตี้สีแดง อุดมไปด้วยสารไลโคพีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีและกลูต้าไธโอนมากกว่า 100 เท่า จึงช่วยทำให้ผิวพรรรเปล่งปลั่ง และอ่อนเยาว์

  • มะนาว+แอปเปิ้ล+ส้ม+สตรอเบอร์รี่
  • นมอัลมอนด์+น้ำผึ้ง+มะเขือเทศ+สตรอเบอร์รี่
  • กล้วย+มะนาว+แตงโม

สมูทตี้

3. สมูทตี้สีเขียว อุดมด้วยสารคลอโรฟิลล์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยังซ่อมแซมเซลล์เพื่อป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย

  • กล้วย+น้ำผึ้ง+กีวี่+แอปเปิ้ลเขียว
  • กล้วย+แอปเปิ้ลเขียว+แตงกวา
  • นมอัลมอนด์+มะนาว+แตงกวา+สับปะรด

สมูทตี้

4. สมูทตี้สีม่วง อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน มีส่วนช่วยในการชะลอการเสื่อมของเซลล์ ซ่อมแซมระบบหมุนเวียนเลือดที่มีผลต่ออัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง

  • มะนาว+แอปเปิ้ล+บีทรูท+แครอท
  • นมอัลมอนด์+กล้วย+บลูเบอร์รี่
  • กล้วย+แอปเปิ้ล+บลูเบอร์รี่+สตรอเบอร์รี่

สมูทตี้ไม่อ้วน

5. สมูทตี้สีขาว ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย เพื่อให้เซลล์แข็งแรง ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด เพื่อป้องกันเส้นเลือดอุดตัน

  • นมอัลมอนด์+น้ำผึ้ง+กล้วย
  • นมอัลมอนด์+น้ำผึ้ง+งาขาว+ลูกเดือย
  • นมอัลมอนด์+กล้วย+แอปเปิ้ล

สมูทตี้ไม่อ้วน

ข้อมูลประกอบอ้างอิงจาก thaihealth / ภาพจาก Pixabay/ Pinterest

อ่านบทความเพิ่มเติม

มิกซ์ให้แมทช์ทรงผมเจ้าสาวกับชุดแต่งงานในฝัน สวยเป๊ะทุกองศา

รวม 20 แบบ ผมเจ้าสาว เกล้ามวย สำหรับเจ้าสาวทุกลุคแบบจัดเต็ม!

5 เคล็ดลับสวยจากภายในเปล่งประกายสู่ภายนอกในวันแต่งงาน

เริดให้สุดแล้วหยุดที่ปลายเท้า กับการจับคู่รองเท้าชุดไทยสุดเป๊ะ

ใส่ชุดไทยทั้งทีก็ต้องงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และถึงแม้ว่าชุดไทยของคุณจะยาวจนลากพื้น แต่ รองเท้าเจ้าสาว ที่จะใส่ก็ต้องเลือกกันแบบพิถีพิถันสักนิด ใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรให้เข้ากับชุด แพรว wedding มีเทคนิคการจับคู่ รองเท้าชุดไทย มาฝากจ้า

1. เลือกสีรองเท้าให้เข้ากับสีชุด

สิ่งแรกที่คุณว่าที่เจ้าสาวจะต้องทำคือ ดูว่าคุณเลือกใส่ชุดไทยสีอะไร เช่น ถ้าชุดเป็นสีทอง สีน้ำตาล หรือสีโทนอ่อน อาจเลือกสีรองเท้าสีเดียวกันกับชุด หรือรองเท้าสีทองที่เป็นสีกลางๆ ก็ยังเข้ากันได้ แต่ถ้าคุณเลือกใส่ชุดสีโทนเย็น เราแนะนำให้คุณเลือกรองเท้าที่สีเดียวกับชุดเลยจะดีที่สุด ถ้าหาไม่ได้แนะนำให้สแตนบายด์รองเท้าสีกลางๆ อย่าง สีเงิน สีขาว สีเบจ สีครีม หรือสีเนื้ออ่อนไว้ก่อนก็ได้นะคะ

ชุดแต่งงานจากร้าน Vanus Couture

2. ปิดปลายเท้าจะดีกว่า

ใครที่เลือกชุดไทยที่ผ้านุ่งยาวแค่ข้อเท้าหรือหน้าเท้า ไม่ได้กรอมพื้นปิดไปทั้งหมด เราแนะนำว่าให้เลือกรองเท้าที่ปิดหน้าเท้าจะดูสวยและสุภาพมากกว่า โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบหัวแหลมหรือหัวมน ลองดูว่าคุณใส่แบบไหนแล้วไม่เจ็บนิ้วเท้า เดินสบาย ไม่ทรมาน ก็จัดไปเลยค่ะ หรือหากสวมชุดแบบโจงกระเบนก็ควรเลือกรองเท้าแบบหัวปิดเพราะดูสวยและเป็นทางการเข้ากับชุดมากกว่า

หรือหากเจ้าสาวคนไหนที่สวมผ้านุ่งแล้วกังวลในเรื่องรูปร่างกลัวว่าตัวจะดูตันเพราะปิดไปหมด ก็อาจจะเลือกเป็นรองเท้าแบบหัวเปิดก็ได้เพื่อช่วยให้เจ้าสาวดูโปร่งและสง่าขึ้น

3. รองเท้าสีขาว/สีทองกับชุดไทยสมัย ร.5

ชุดไทยสไตล์แขนหมูแฮมพองๆ นุ่งคู่กับโจงกระเบนหลากสี เห็นทีรองเท้าที่จะเข้ากับชุดมากที่สุดคงหนีไม่พ้นรองเท้าส้นสูงสีขาว จะเป็นแบบรัดข้อเท้า คัทชู หัวแหลม หัวมน หรือจะใส่แบบเปิดปลายเท้าให้นิ้วเท้าได้หายใจก็ยังได้ แต่แนะนำว่าอย่าลืมของสำคัญอย่างถุงน่องสีขาวนำมาใส่คู่กันให้ดูสวยเพอร์เฟ็กต์ให้สมกับความเป็นแม่หญิงในยุคนั้นด้วยนะคะ

ชุดจาก Finale Wedding Studio

4. อย่าให้รองเท้าเด่นเกิน

ว่าที่เจ้าสาวต้องตระหนักไว้เสมอว่า ชุดไทยของบ้านเรานั้นมีความเลื่อมลายวิบวับมากอยู่แล้ว ไหนจะดิ้นเงินดิ้นทองที่กระหน่ำปักลงไป ไหนจะลูกไม้ลายพร้อย และเครื่องประดับทองเต็มตัว ฉะนั้นคุณควรเลือกรองเท้าแบบเรียบๆ ไม่ต้องตกแต่งคริสตัลหรือโรยกากเพชรจนเด่นขึ้นมา มิเช่นนั้นคุณจะกลายเป็นเจ้าสาวที่ดูเยอะไปทุกสัดส่วน ระวังคนจะทักว่าไปเล่นลิเกที่ไหนจ๊ะน้องสาว!

5. ส้นเข็มหรือส้นหนา

ลำพังการใส่กระโปรงแล้วเดินบนรองเท้าส้นสูงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย (สำหรับใครที่ไม่ได้ใส่ทุกวัน) แล้วนี่ยังจะต้องมานุ่งผ้าถุงแคบๆ พอดีตัวยิ่งเดินยากเข้าไปใหญ่ เราขอแนะนำให้คุณเลือกส้นรองเท้าที่คุณเดินสะดวก ช่วยให้ทรงตัวได้ดี อาจจะดูเป็นรองเท้าส้นหน้า (แบบรองเท้ารับปริญญา) ก็จะช่วยให้เดินง่ายมากขึ้น แต่ถ้าใครอยากใส่ส้นเข็มแล้วมั่นใจว่าเดินได้ เราก็แนะนำให้ซ้อมเดินซ้อมก้าวให้ชิน ส่วนใครที่คิดจะใส่ส้นตึกคงต้องยอมรับสักหน่อยว่ามันไม่ค่อยจะเข้ากับชุดไทยเท่าไหร่นัก แต่ถ้าผ้านุ่งของคุณยาวจนกร่อมพื้นปิดเท้าทั้งหมดก็อนุโลมให้ใส่ได้

6. เช็คพื้นรองเท้าสักนิด

พิธีไทยในตอนเช้าคุณจะต้องยืน เดิน ลุก และที่สำคัญคือ นั่งพับเพียบ ซึ่งจะทำให้คุณเผยพื้นรองเท้าแบบไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้คุณตรวจสอบพื้นรองเท้าเสียก่อนว่า เรียบไหม ขรุขระดูไม่งามหรือเปล่า พื้นเปิดหรือชำรุดตรงไหน หรือแม้แต่ป้ายราคายังโชว์หราอยู่ไหม อย่าลืมเอาออกแล้วแก้ไขให้เสร็จก่อนวันงานนะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นมาตกม้าตายตอนจบก็หมดสวยกันพอดี

7. เลือกรองเท้าที่ใช้ต่อได้

เราเชื่อว่าจะซื้อรองเท้าทั้งทีคงไม่มีใครอยากซื้อมาใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งให้เสียดายเงินหรอกใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นเราแนะนำให้เลือกรองเท้าสีกลางๆ ที่นอกจากจะแมทช์เข้ากับชุดไทยได้แล้ว หลังเสร็จงานคุณยังสามารถนำไปแมทช์ใส่เข้ากับชุดอื่นๆ ได้ด้วย แบบนี้ก็ถือว่าประหยัดและคุ้มค่าสุดๆ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวไปอีก

7 เทคนิคข้างต้นเราแนะนำมาไว้ให้สำหรับเจ้าสาวคนไหนที่กำลังตัดสินใจเลือกรองเท้าที่จะใส่คู่กับชุดไทย ก็อย่าลืมลองดูด้วยนะคะว่าชุดไทยที่คุณเลือกเป็นชุดสไตล์ไหน สีอะไร และความยาวของผ้านุ่งอยู่ที่ระดับไหน แล้วค่อยออกไปช้อปเลือกคู่ที่ใส่แล้วสวย ใส่แล้วสบาย นิ้วเท้าจะได้ไม่ชาเนอะ แต่ๆ…งานนี้ไม่ได้สงวนไว้แค่เจ้าสาวน้า สำหรับแก๊งเพื่อนเจ้าสาวที่ใส่ชุดไทยก็สามารถนำไปทำตามได้ด้วย

ภาพเปิด : ชุดแต่งงานจากร้านบางแสนมายเลิฟ เวดดิ้งสตูดิโอ จ.ชลบุรี

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไอซ์ อามีนา กับแฟชั่นชุดไทยสวยหรู ได้ลุคเป็นเจ้าสาวสวยสง่าในวันแต่งงาน

มาทำความรู้จัก 14 ช่วงบนของชุดเจ้าสาวก่อนตัดสินใจเลือกกันดีกว่า

10 จุดว่าที่เจ้าสาวต้องเช็คชุดแต่งงานให้ชัวร์ก่อนรับมาใส่ในวันแต่งงาน

Do & Don’t ฮาวทูเดทให้แฮปปี้ ถ้าเริ่มต้นดีรับรองรักนี้ยาวนาน

ความรักคือเรื่องระหว่างคนสองคน แต่จะ เดทให้แฮปปี้ มันมีอะไรมากกว่านั้น

แล้วคนเราจะชอบหรือรักกันได้นั้นต้องทำอย่างไรล่ะ? แค่จ้องตาก็เป็นไปได้แล้วเหรอ? เราว่าคงไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน แต่การจะเข้าใจและรักกันได้ ต้องเกิดจากการพูดคุยต่างหากที่จะสามารถสื่อสารความรู้สึกจากใจเราให้เขารับรู้ได้ ซึ่งการพูดคุยกันระหว่างออกเดทจึงเป็นเหมือนการเปิดโลกของเราให้เขาเข้ามาร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้ต่างฝ่ายได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน หาความเหมือนความแตกต่างเพื่อที่จะได้เข้าใจกันได้มากขึ้นจนเกิดเป็นความรักที่อยากจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป แต่ในการพูดคุยนั้นก็มีทั้งสิ่งที่เราควรถามเพื่อที่จะได้รู้จักเขาให้มากขึ้น และสิ่งที่ไม่ควรถามเพราะอาจจะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเบื้องหลังที่ทั้งเราอาจจะไม่แฮปปี้ และเขาเองก็คงไม่รู้สึกดีเท่าไหร่ แพรว wedding เลยขอมาเป็นเทรนเนอร์หัวใจแบบเฉพาะกิจ กับสิ่งที่ควรและไม่ควรถามขณะออกเดทเพื่อการ เดทให้แฮปปี้ รู้ไว้จะได้ไม่นกเนอะ

DO

1. เขามีความสัมพันธ์กับคนสนิทเป็นอย่างไร?

คนสนิทในที่นี้คือ พ่อ แม่ พี่น้อง และเพื่อนๆ ของเขา เพราะบุคคลเหล่านี้ เป็นคนที่ใกล้ชิดกับเขามาก่อนเรา ทั้งผ่านเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยกันมาทั้งสุขและทุกข์ เพราะฉะนั้นการพูดคุยถึงเหตุการณ์เก่าๆ หรือปัญหาที่เคยประสบพบมากับบุคคลกลุ่มนี้ ก็จะทำให้คุณได้เรียนรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน หรือเมื่อเกิดความขัดแย้งเขาเคยจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เหมือนเป็นการเรียนรู้ภูมิหลังของเขา เพื่อให้เราได้เขยิบเข้าใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง ได้รู้จักตัวตน และได้เรียนรู้ถึงการดูแลเอาใจใส่ความสัมพันธ์ของเขาต่อคนใกล้ตัว และยังเป็นแนวโน้มที่เขาอาจจะปฏิบัติต่อเราด้วย

เดทให้แฮปปี้

2. ถ้าเขายังติดต่อกับแฟนเก่าล่ะ?

เมื่อถึงจุดจบของทุกความสัมพันธ์ ซึ่งมีทั้งจุดจบที่ดีและไม่ดีจนต้องตัดขาดกันไป หากแฟนของคุณยังติดต่อกับแฟนเก่า อาจจะทำให้คุณไม่ชอบใจนัก แต่การที่เขาพูดคุยกับคนเก่า ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะนอกใจคุณ เพราะหลังจากการเลิกลากันไปแล้ว บางคู่ก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือและสนับสนุนกันได้ ซึ่งสิ่งสำคัญของข้อนี้คือ ความเข้าใจระหว่างกันและกัน การที่เขาสม่ำเสมอกับเรา และแยกแยะเรื่องราวในอดีตกับปัจจุบันได้ แบบนี้การันตีได้เลยว่าเขาเป็นคนรักที่ดีได้แน่นอน

เดทให้แฮปปี้

3. แล้วความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป?

อย่างที่ได้พูดไปแล้วว่าการเดท คือ การดูใจระหว่างชายและหญิง เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่คู่รัก และการแต่งงานต่อไป และแน่นอนว่ากว่าจะถึงขั้นนั้นได้ มันต้องเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าความรู้สึกชอบเพียงอย่างเดียว เพราะความชอบ คือความสุขที่ได้อยู่กับเขาและเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ แตกต่างจากความรักที่มาจากความรู้สึกก้นบึ้งของหัวใจ เป็นความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ และแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองจะเป็นอย่างไรต่อไป อย่ารีบร้อนนะ ค่อยๆ ใช้เวลาเรียนรู้กันไป ว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับคุณจริงหรือเปล่า?

เดทให้แฮปปี้

DON’T

1. วันนี้คุณใช้เงินซื้ออะไรไปบ้าง?

ได้โปรดอย่าลืมว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองคนยังไม่ถึงขั้นแต่งงานกันเลย เพราะนั่นยังเป็นชีวิตส่วนตัวของเขาที่เราควรให้ความเคารพและให้พื้นที่ระหว่างกัน คุณจึงไม่ควรถามถึงรายจ่ายในแต่ละวันของเขานะจ๊ะ ก็แหม ยังแยกกระเป๋าตังค์กันใช้อยู่เลย จริงไหม? … แต่ถึงอย่างนั้นเราก็มีเคล็ดลับการถามแบบอ้อมๆ เพื่อประเมินการใช้จ่ายของเขาได้ เช่น อาจจะพูดคุยถึงรสนิยม ไลฟ์สไตล์ หรือการแต่งตัวของเขา เท่านี้ก็ช่วยให้เรารู้รายจ่ายคร่าวๆ ของเขาได้แล้วว่ามีพฤติกรรมในการเปย์แบบไหน

เดทให้แฮปปี้

2. แฟนเก่าของคุณ เธอ/ เขาเป็นอย่างไรเหรอ?

เราเชื่อว่าใครๆ ก็อยากหาความเหมือนและความแตกต่างระหว่างคุณกับแฟนเก่าของเขา แต่ว่าการพูดถึงอดีตจะทำให้เกิดความอึดอัดทั้งสองฝ่าย และอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ด้วย นอกจากว่าเขาจะเต็มใจพูดโดยปราศจากความกดดัน เป็นการพูดแบบเล่าสู่กันฟัง หรือเป็นบทเรียนในชีวิตมากกว่า แต่ยังไงก็ตาม ปัจจุบันสำคัญกว่าอดีตนะจ๊ะ ความสุขในวันนี้เป็นความทรงจำที่สวยงาม เพราะฉะนั้นจงคิดไว้เสมอว่าคุณคือปัจจุบันของกันและกันดีกว่านะ

3. ทำไมเขาถึงติดตามเธอคนนั้นในโซเชียลมีเดีย?

โซเชียลมีเดีย เป็นสังคมที่เชื่อมโยงผู้คนให้เข้าหาและติดต่อกันได้อย่างสะดวก แต่บางครั้งก็สามารถสร้างความขัดแย้งให้กับความสัมพันธ์ได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากเพื่อนของเขาแล้ว เราไม่รู้เลยว่าคนที่เขาติดตามนั้นเป็นใครบ้าง เขาจะแอบชอบใครคนอื่นอีกหรือเปล่า? นี่เขาหักหลังเราจริงๆ เหรอ!! เพราะเราไม่สามารถอ่านใจเขาหรือเธอออกได้ว่าทำไปแบบจริงจัง หรือเผลอไผลโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและลดความเครียดดราม่าที่ทำให้เสียสุขภาพจิต เราอยากแนะนำให้พูด-ถามเขาและเธอไปตรงๆ จะได้เป็นการปรับความเข้าใจที่ชัดเจน

Inspiration : marthastewartweddings.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

ครอบครัวเธอใหญ่ ครอบครัวฉันเล็ก ปัญหาชีวิตคู่ ทำยังไงให้ลงตัว

5 พฤติกรรมชวนยี้ที่คุณอาจต้องเจอหลังแต่งงานแบบไม่ทันตั้งตัว

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

Dailymotion จับมือ Amarin Group กับบริการเทคโนโลยีวิดีโอระดับโลก

เดลี่โมชั่น (Dailymotion) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีวิดีโอโซลูชั่น (Video Solution) ประกาศความร่วมมือการใช้เทคโนโลยีวิดีโอเพลย์เยอร์​ (Video Player) กับอมรินทร์กรุ๊ปซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือนี้ เดลี่โมชั่นนำเสนอเทคโนโลยีวิดีโอชั้นนำของตลาดในฐานะวิดีโอเพลย์เยอร์หลักให้กับแพลตฟอร์มดิจิตัลของอมรินทร์กรุ๊ป

การมีแบรนด์สิ่งพิมพ์มากมายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ในเครือ อมรินทร์กรุ๊ปวางแผนที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีดิจิตอลกับเดลี่โมชั่น ผ่านทางเทคโนโลยีวิดีโอโซลูชั่นของเดลี่โมชั่นที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ รวมถึงบริการการโฆษณาที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยที่อมรินทร์กรุ๊ปสามารถเสริมและสร้างรายได้ให้กับคอนเทนต์ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท เดลี่โมชั่นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างประสบการณ์การรับชมวิดีโออย่างราบรื่นด้วยเทคโนโลยีวิดีโอสตรีมมิ่งขั้นสูง เพื่อที่อมรินทร์กรุ๊ปจะสามารถขยายกลุ่มผู้อ่านให้มากขึ้น และท้ายที่สุดสร้างรายได้สูงสุดจากคอนเทนต์ของอมรินทร์กรุ๊ปเอง

“ในฐานะที่เราเป็นแพลตฟอร์มเกี่ยวกับเทคโนโลยีวิดีโอ ภารกิจหลักของเราคือการช่วยเหลือในกลยุทธ์การจัดการวิดีโอให้กับกลุ่มสื่อต่างๆ เช่น อมรินทร์กรุ๊ป และเราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีวิดีโอโซลูชั่นที่มีความครอบคลุม ทั้งเทคโนโลยีชั้นเยี่ยม และวิธีการเสริมสร้างรายได้ให้กับสื่อต่างๆที่ไม่เหมือนใคร จะช่วยและส่งเสริมให้สื่อนั้นๆ ในการทำแพลตฟอร์ม OTT ที่มีประสิทธิภาพ” คุณอองตวน นาซาเรต รองประธานบริหารของเดลี่โมชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เรามีความปิติยินดีที่ได้ร่วมมือกับเครืออมรินทร์กรุ๊ป ในการเพิ่มมูลค่าของสื่อ และขยายการเข้าถึงผู้ชมต่างๆในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คิดถึงชีวิตที่มีสีสันกันมั้ย? มารีชาร์จ MAKEUP MOOD กัน

แคมเปญล่าสุด MAKEUP MOOD UP จากเมย์เบลลีน นิวยอร์ก แบรนด์เครื่องสาอางอันดับหนึ่งของโลก ที่จะเชิญชวนสาวๆให้กลับมาแต่งหน้า เติมสีสันให้กับชีวิตอีกครั้ง ตอบรับกับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ในสไตล์ของสาวนิวยอร์ก เพราะการใช้เมคอัพคือสิ่งที่จะช่วยทาให้ชีวิตสนุกและมีสีสัน เสริมความมั่นใจ ให้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล ถึงจะต้องใส่มาสก์แต่เมคอัพเราก็ยังต้องเป๊ะไม่มีดรอปด้วยเมคอัพจากเมย์เบลลีน นิวยอร์ก ที่ตอบรับการใช้ชีวิตแบบใหม่ได้เป็นอย่างดี งานผิวหน้าแมทเนียนดูเป็นธรรมชาติ ไม่ลอย ฟิตทุกเฉดผิวสาวไทยด้วยรองพื้น Fit Me Matte & Poreless Liquid Foundation เสริมความคุมมันให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย Fit me Matte & Poreless

Maybelline New York Superstay Matte Ink Liquid Lipstick

Oil Control powder แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น คุมมันกันไปยาวๆ 12 ชั่วโมง รับรองได้เลยว่า #แมทตลอดวันยังไงก็ไม่มัน เนียนไม่ติดมาสก์ และเพราะตอนนี้ดวงตาต้องโดดเด่นปัดขนตาด้วย The Hypercurl Waterproof Mascara ที่จะยกขนตาให้งอนเด้งตลอดทั้งวัน กันน้า กันเหงื่อ ร้อนแค่ไหน ขนตาก็ยังเด้งไม่แคร์อากาศ ปิดท้ายด้วยลิปจิ้มจุ่ม KISS PROOF จูบไม่หลุด 16 ชั่วโมง Superstay Matte Ink Liquid Lipstick ใครว่าใส่มาสก์แล้วไม่ต้องทาปาก เพราะถอดมาสก์ออกมา เราก็ยังต้องสวยแบบสีไม่เลอะ รับรองว่าสีลิปจะติดทนบนปาก และไม่ย้ายไปอยู่บนมาสก์แน่นอน

Maybelline New York The Hypercurl Waterproof Mascara

Maybelline New York Fit Me Matte & Poreless Liquid Foundation

และด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เทสเตอร์เป็นสิ่งที่หายาก สาวๆสามารถลองเมคอัพของเมย์เบลลีนทั้งหมดแบบออนไลน์ได้ที่ www.maybelline.co.th/virtual-try-on ให้ความรู้สึกเหมือนลองที่หน้าร้าน สีตรงเป๊ะ ปลอดภัย ไร้กังวล ลองได้ทุกที่ หรือถ้าไปที่หน้าร้าน ก็สามารถสแกน QR Code ที่จุดจาหน่ายสินค้าของเมย์เบลลีนได้เลย

ภาพจาก Virtual Try-On

นอกจากนี้สาวๆ ยังสามารถมา #เติมเมคอัพชาร์จความเป๊ะ และชอปเมคอัพสุดปังได้ทุกที่ Lazada ลดสูง 60% เข้าชมคลิก https://bit.ly/3bykKIC วันที่ 25 กรกฎาคม 63 ถึง 1 สิงหาคม 63 หรือตาม ดรักสโตร์ วัตสัน/ บู๊สท์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าเช่น เทสโก้ โลตัส และ บิ๊กซี และ ร้านค้าชั้นนาทั่วประเทศ เช่น อีฟแอนด์บอย บิวเทรี่ยม รวมถึง Maybelline Official Online Store แล้วมาเราบูสท์ Make Up Mood Up กันอีกครั้งนะคะซิส

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.maybelline.co.th และติดตามข่าวสารของแบรนด์ได้ทาง Facebook และ Twiiter MaybellineTH

กระเป๋ารุ่น Solferino โรเซ่ Blackpink

น่าสอยมากแม่! โรเซ่ Blackpink เผยโฉม กระเป๋า Solferino ดีไซน์เรียบเท่จาก YSL

Saint Laurent เผยไอเท็มใหม่ กระเป๋า Solferino ที่ได้ โรเซ่ Blackpink มาทำหน้าที่พรีเซ็นความปัง งานนี้วางขายเมื่อไหร่ เตรียมหมดสต๊อกได้เลย

หลังจาก Yves Saint Laurent ได้ออกมาประกาศข่าวดีว่า โรเซ่ Blackpink คือแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ซึ่งถือเป็นไอดอลเกาหลีคนแรกที่อยู่ในแคมเปญระดับโลก ทั้งที่ทาง YSL ไม่มีคนทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์มาหลายสิบปี แต่ก็ตัดสินใจเลือกโรเซ่เข้ามาในที่สุด นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก

กระเป๋ารุ่น Solferino โรเซ่ Blackpink

ล่าสุดแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็ส่งต่อความปังอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่กำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง Saint Laurent ได้นำเสนอแคมเปญกระเป๋า Solferino กระเป๋าใบสำคัญรุ่นใหม่  ซึ่งได้ โรเซ่ จากวง Blankpink มาถ่ายทอดความโดดเด่นของกระเป๋าใบนี้

ด้วยรูปทรงสีเหลี่ยมกระทัดรัด ที่มีให้เลือก 2 ขนาด พร้อมด้วยวัสดุคุณภาพให้เลือกถึงสองแบบ โดยกระเป๋ารุ่น Solferino ในคอลเล็คชั่นนี้ได้มีการเลือกใช้สี และวัสดุมอบความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ตกเเต่งโลโก้ YSL สำหรับการเปิดและปิดกระเป๋า อันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สะท้อนตัวตนของความเป็น Saint Laurent ได้อย่างลงตัว โดยราคาเริ่มต้นที่ 2,490 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79,000 บาท ซึ่งจะวางขายในเดือนสิงหาคมนี้


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทั้งเซ็ตเท่าไหร่? ‘ชมพู่ อารยา’ กับไอเท็มชิ้นเด็ดจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

เพราะอะไร ปี 2020 ‘ดัชเชสเคท’ ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นมากกว่า ‘ดัชเชสเมแกน’

ซื้อตามไหวไหม? ทลายคลังกระเป๋า Louis Vuitton ‘ญาญ่า’ ขุมทรัพย์ที่ต้องชม

 

จับไมค์รอบ10ปี! ดาว โอเกะ ถ่ายทอดเพลง “กลืน” ในละคร “เพลิงนาง”

จับไมค์รอบ10ปี! ดาว โอเกะ ถ่ายทอด กลืน ประกอบละคร เพลิงนาง กับแนวเพลงที่ไม่เคยร้อง

เพลิงนาง

มีกระแสความปังต่อเนื่อง ออกมาให้ได้แซ่บกันตลอด สำหรับละครร้อนแรงแห่งปี “เพลิงนาง” ของสถานีอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 ที่ล่าสุดขอเปิดตัวเพลงประกอบละครเพลิงนาง ใช้ชื่อเพลงว่า “กลืน” ได้อดีตนักร้องดังในตำนาน “ดอดจ์-มุขพล จันทรวงศ์” หรือที่รู้จักกันในนามสมาชิก “โบกี้-ดอดจ์” นั่งแท่น Executive Producer ผู้อำนวยการสร้าง ซึ่งตอนนี้กำลังถูกจัดอันดับให้เป็นเจ้าพ่อเพลงประกอบละครเจนใหม่มาแรงเด็กปั้น “พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” รับหน้าที่ควบคุมการผลิตติวเข้มทุกขั้นตอน

โดยงานนี้ “หนุ่มดอดจ์” ขอคว้าตัวอดีตนักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 “ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร” หรือ “ดาว โอเกะ” กลับมาจับไมค์เต็มตัวอีกครั้งในรอบกว่า10ปี ที่สำคัญยังถือว่าเป็นเพลงประกอบละครครั้งแรกในที่ชีวิตของ “สาวดาว” แถมยังต้องเจอโจทย์หิน ถ่ายทอดอินเนอร์ อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร “พลับพลา” ที่ได้นางเอกควีนออฟดราม่า “พลอย-เฌอมาลย์” มารับบทสุดท้าทายคั่วผู้ชายไม่แคร์เวิล์ดถึง5 คน งานนี้เจ้าของเสียงร้องทรงพลังอย่าง “สาวดาว” เปิดใจถึงผลงานสุดท้าทายในครั้งนี้ว่า

“สำหรับเพลงกลืน เพลงประกอบละครเพลิงนาง ดาวดีใจมาก ที่ได้ถ่ายทอดตัวละครของ พี่พลอย ดาวติดตามผลงานของพี่เค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พอวันนี้ได้มาถ่ายทอดในตัวละครของพี่พลอย ดีใจมาก รู้สึกเป็นเกียรติมาก ดาวไม่ได้มีซิงเกิ้ลเป็นของตัวเองมานานมากแล้ว เกือบ10ปี

เพลงนี้คือการกลับมามีซิงเกิ้ลเป็นของตัวเองอีกครั้ง เรียกว่าตื่นเต้นมากตั้งแต่ก้าวขาเข้าไปห้องอัด รู้สึกถึงความตื่นเต้น รู้สึกมวลพลังงานงานบ้างอย่าง ก็พยายามทำให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด ยังไงอยากให้ติดตามฟังเพลงนี้ รวมไปถึงละครเพลิงนางเรื่องนี้ด้วย ซึ่งตอนแรกที่ทีมงานติดต่อมาให้ร้องเพลงประกอบละครเพลิงนางเรื่องนี้ ก็ดีใจมากเลย เพราะดาวอ่ะ เคยทำงานกับผู้กำกับเรื่องนี้อย่าง พี่ติ๊ก-วศินี และเคยร่วมงานกับพี่พลอยอยู่แล้ว พอรู้ว่าเป็นเพลงประกอบละครเพลิงนางก็ดีใจมาก เพราะละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก

เราเห็นภาพเห็นข่าวตั้งแต่ฟิตติ้งแล้ว พอมีโอกาสได้สวมคาแรคเตอร์ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การถ่ายทอดผ่านทางเสียงก็ตาม ก็ดีใจมากเลย พอได้เพลงนี้มาจากทีมพี่ดอดจ์ ก็คือไม่ฟังเพลงอื่นอีกเลย ก็พยายามซ้อมให้ลงล็อคมากที่สุด พยายามสื่อสารกับการเป็นตัวละครตัวนี้ เพราะทางพี่ฉอดเอง และทางทีมพี่ดอดจ์เองอยากให้เราร้องแบบเป็นตัวละครที่สื่อสารกับคนดู ก็เป็นอะไรที่ยากมาก ต้องใช้เสียงที่หนักแน่นขึ้น เพื่อความเฟียส ความแซ่บของละครเรื่องนี้

ปกติดาวจะเป็นคนที่ใช้เสียงแบบว่าบางหน่อย ก็เรียกว่ายากมากเหมือนกัน ก็เลยเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ อยากให้ทุกคนได้ติดตามกันมากๆ เพลงนี้ดาวตั้งใจร้องมาก รับรองว่าแซ่บเหมือนละครแน่นอน”

เพลิงนาง

ติดตามรับฟังเพลง “กลืน” เพลงประกอบละคร “เพลิงนาง” พร้อมชมละครสุดร้อนแรงได้ในช่วงเวลา “สุดสัปดาห์ช่อง 34 ละครดีสี่ทุ่ม” ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ ทาง อมรินทร์ทีวี ช่อง34 หลังจบรายการทุบโต๊ะข่าว เริ่มออกอากาศตอนแรก 15 สิงหาคม 2563 ไฟลุกหน้าจอแน่นอน


 

จิตดี ศรีดี

เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี ผู้ประกาศข่าวพูดน้อย แต่คุณภาพร้อย 100%

จากจุดเริ่มต้นเสียงตามสายวัด ก้าวเข้าสู่วงการสื่อจากคำแนะนำของเจ้าอาวาส สั่งสมประสบการณ์จนตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี 

เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี ผู้ประกาศข่าวน้ำดี การันตีด้วยรางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงที่สุดแห่งปี 2017 และรางวัลผู้รังสรรค์ข่าวยอดเยี่ยมในปี 2561 จากจุดเริ่มต้นจากเสียงตามสายในวัดและก้าวเข้าสู่วงการสื่อจากคำแนะนำของเจ้าอาวาส สั่งสมประสบการณ์จนได้ขึ้นมาเป็นผู้ดำเนินรายการเคียงบ่าเคียงไหล่คุณพุทธอภิวรรณ ในรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 จนกลายเป็นผู้ประกาศคู่ขวัญที่มีแฟนๆ ให้ความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ล่าสุดทำเอาคอข่าวตกใจกันยกใหญ่เมื่อหน้าที่มีผู้ประกาศข่าวหญิงอีกคนมานั่งเก้าอี้แทน จนเกิดคำถามว่าคุณจิตดีหายไปไหน? แต่ล่าสุดผู้ประกาศข่าวพูดน้อยได้ออกมาไขข้อสงสัยผ่านรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทำไมช่วงหนึ่งถึงหายหน้าไปจากหน้าจอ?

คือตอนนี้ เจี๊ยบ ไม่ได้หายไปไหนนะคะ จริงๆรายการ ทุบโต๊ะข่าว ยังมี แต่เพราะว่าเรามีข่าวเย็นมาผสมรวมกับข่าว ทุบโต๊ะข่าว เราก็เลยมีปรับเปลี่ยนผังกันแล้วก็ปรับเวลาค่ะ จากที่รายการมาหลังข่าวพระราชสำนักใช่ไหมคะ เราก็ขยายเวลาให้ยาวขึ้น ทุบโต๊ะข่าว เราก็เริ่มมาที่ประมาณใกล้ๆทุ่ม 18.50 นาที ทุบโต๊ะข่าว มาเสริมทัพ พี่นก และน้องฝ้าย ก็กลายเป็นว่าขยายเวลาขึ้น ช่วงแรกทุ่มหนึ่งก็จะมี เจี๊ยบ มีพี่พุทธ พี่โจ๊ก ส่วนช่วงทุบโต๊ะข่าว ช่วงที่สองจะเป็นน้องฝ้าย อันนี้น้องฝ้าย จะเลิกดึกขึ้นก็เป็นแบบนี้ คือ คนที่จะชินกับเราตอนสองทุ่มครึ่งเพราะเจอเรากับพี่พุทธ ใช่ไหมคะ ตอนนี้เพียงแค่เราย้ายทีมมาอยู่ช่วงทุบโต๊ะ 1 ก็เลยดูเหมือนว่าบางคนยังไม่รู้เวลา หาไม่เจอ ไม่ได้เปิดมาตอนหนึ่งทุ่มเลยไม่ได้เจอเรา ไม่ได้มีเรื่องอะไรเลย”

อีกอย่างเพราะร่างกายป่วย ร่างกายเราคงฟ้องเพราะเราทำงานหนักมากมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเราทำงาน 7 วันเต็มๆ ตั้งแต่บ่ายสามโมง จนถึงตีสามทุกวัน แต่ตอนนี้ปรับเวลาใหม่แล้วค่ะ ได้เข้าแปดโมงครึ่ง จนรายการจบแล้วเราต้องมาโปรยเหมือนเดิมอีกในข่าวที่เราทำแล้วอัพลงยูทูป ลงเฟสบุ๊ค แต่ต้องให้พี่เขาตรวจเหมือนเดิม เราทำงานอยู่ในออฟฟิศ 12 ชั่วโมงโดยประมาณ แต่พอเราปรับเวลาใหม่ พี่พุทธ เขาให้เรามีวันหยุด คือ หยุดวันศุกร์ ค่ะ”

ทำงานร่วมกับคุณพุทธมากี่ปีแล้ว?

คู่กับคุณพุทธ ที่เก่า 2 ปี มาที่นี่ตั้งแต่เปิด สถานีอมรินทร์  5 ปีย่าง 6  ปีแล้วค่ะ”

 จิตดี ศรีดี

ก่อนมาอ่านข่าวเห็นว่าเราต้องฝึกตัวเองในการออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง คำควบกล้ำแล้วก็มีเทคนิคอะไรหลายๆ อย่าง?

เทคนิคการฝึกของเจี๊ยบเลยนะคะ ในความที่รักตั้งแต่เด็กๆเลย หน้าเสาธงก็จะพูดภาษาไทยวันละคำนะคะ พอมหาวิทยาลัยเราก็จะจัดเสียงตามสายทุกๆเที่ยงจะได้ยินเสียง จิตดี นะคะ อ่านข่าวมหาวิทยาลัย ก่อนจะจบก็จะมีให้ไปสอบใบผู้ประกาศค่ะ ที่กรมประชาสัมพันธ์ และมีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง เจี๊ยบ ฝึกงานก่อนจบไปฝึกในวัดไปจัดรายการเป็นดีเจในวัดแล้วพระอาจารย์ก็แนะนำว่า ทำแบบนี้สิ ตอนนั้นเรายังไม่รู้เลยไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย พระอาจารย์ท่านก็ให้แบบฝึกอ่านออกเสียงมา แล้วท่านก็สอน เราจนเราใช้มาทุกวันนี้ ทำให้เรามีพลังในการใช้เสียงด้วย ทำให้การออกเสียง ของเราชัด ที่ท่านสอนคือ เขาควาย เขากวาง ถามว่าทำไมท่านสองคำนี้ เพราะการที่เราพูดชัดหรือไม่ชัดคือ การที่เราเปิดปาก ถ้าเราเปิดปากคำจะชัด และคำว่า เขาควาย เขากวางจะบริหารกรามของเราให้แข็งแรงเราจะพูดชัด”

ตัวจริงเป็นคนพูดเก่งไหม?

“ถ้าเป็นเพื่อนๆด้วยกันจะรู้ พูดเก่งมาก”

 จิตดี ศรีดี

แต่โดยในสายตาคนไทยทั่วไป คุณจิตดี พูดไม่ทัน คุณพุทธ เคยมีอึดอัดไหม?

“ถ้าถามต้องย้อนกลับที่นั่งอ่านคู่กันแรกๆ อึดอัดมากต้องทำตัวยังไง เพราะว่า การทำงานเป็นทีมต้องเรียนรู้กันว่าผู้จัดด้วยกันกว่าจะมาเป็นคู่หูกันได้เราต้องเรียนรู้กันพอสมควร แรกๆเราก็จะอึดอัดนิดนึง จากที่เราอ่านข่าวผู้ประกาศมาแบ่งข่าว แบ่งวรรค แบ่งเรื่อง แบ่งประเด็นกันพูดใช่ไหมคะ พอเรามานั่งคู่กับคุณพุทธ เขาจะเป็นนักเล่าข่าว สวมวิญญาณเล่า สิ่งที่องค์ความรู้ อยู่ในหัวเขาพรั่งพรูออกมา เราเลยไม่มีจังหวะแทรกด้วยความที่เขา เขารู้มาก รู้เยอะ แล้วก็พูดเยอะ”

เคยบอกคุณพุทธไหม พี่ๆแบ่งให้หนูพูดบ้าง?

“ด้วยเป็นสัญชาตญาณด้วยค่ะ เราให้เกียรติเขา ในเมื่อเขาอยากพูดก็ให้เขาพูดไป เราเสริมตรงไหนได้เราก็เสริม ปรากฎว่าเขากลายเป็นตัวหลัก เราก็เป็นตัวเสริม แบบนี้ค่ะ”

เคยโกรธคุณพุทธ หรือ โมโหบ้างไหม?

“มีค่ะ อารมณ์รู้สึกโกรธ แต่โกรธเราก็เกิดการเรียนรู้อีกค่ะ ก็คือว่า พอบางทีบางมุขมาเล่นแรงหูจะร้อนผ่าวๆมันคือ ปฏิกิริยาทางร่างกาย โกรธอยู่ในใจ พอหลังจบรายการก็อภัยกันก็หาย กลายเป็นการที่เราเรียนรู้ไปอีกว่า เขาเป็นคนแบบนี้แซวแบบนี้ ซึ่งเขาก็ไม่คิดอะไรจบก็คือจบ”

แต่ในการที่เรานั่งอยู่ตรงนั้น เรามีคุยกันไหมเพราะข่าววันหนึ่งมีหลายเรื่อง ใครอ่านอะไร แบ่งกันยังไง?

“ต้องย้อนกลับไปหลายช่วงที่เป็นช่วงแรกๆเลยค่ะ แรกๆก็เคยจะมี พอมีแบบตรงนี้ จะให้เจี๊ยบนะ พอมาวันหนึ่งด้วยความรนด้วยความรีบ ข่าวมันเตรียมไม่ทันสุดท้าย พี่เขาก็ต้องรวบสรุปให้เอง มันเลยกลายเป็นธรรมชาติของเรา บางทีมันอาจจะหนึ่งอาจจะยังไม่ทันเขา ยังช้าอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็วันหนึ่งเขาก็คงเรียนรู้เราเหมือนกัน ก็ช่วยกันให้รายการมันไปได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เนื้อหารายการ ทำยังไงให้คนดูรู้ข่าวสาร ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แล้วมันตอบโจทย์ให้คนรู้ในสถานการณ์นั้นๆ นี่คือ สิ่งที่เจี๊ยบ มองนะคะ มันก็เลย กลายเป็นว่าเราทำงานมาเป็นแบบนี้ แล้วถามว่าแบ่งไหม ไม่ได้มีการแบ่งที่ชัดเจนนะคะ เราต้องหาจังหวะเอาเอง”

เห็นทำงานเข้าขากันแบบนี้ แต่มีวันหนึ่งเราเดินไปลาออกเองเลยจริงไหม เพราะอะไร?

“จริงค่ะ อันนี้ จริงเลย เพราะว่าจากที่ เมื่อก่อนหน้านี้ เราเคยจัดข่าวดึกอันนั้นเราเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่พอมาอยู่ อมรินทร์ทีวี เรากลายมาเป็นลูกน้อง มาอยู่ในทีม เราจะเห็นบทบาท ของคุณพุทธ จะเป็นอีกแบบด้วยความที่เคี้ยวหนักด้วยความที่จริงจัง มุ่งมั่น งานทุกอย่างต้องเป๊ะๆ อันไหนไม่ใช่ต้องไปเปลี่ยน ซึ่งเราต้องปรับเปลี่ยนให้ทันความคิดของเขา ทำให้เราเกิดความกดด้นมาก เครียดมาก ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว เหนื่อยแล้วก็เครียด เราคิดตอนนั้นคงทำไม่ได้แล้วมั้ง ไม่เหมาะกับเราแล้ว อึดอัด โดนกดดันทุกอย่าง สารพัด ทั้งด่า ทั้งดุ เลยคิดว่าไปดีกว่า”

หน้าจอกับหลังจอคุณพุทธเขาเป็นเหมือนกันไหม?

“หน้ากับหลังเหรอค่ะ เราต้องดูบทบาทเพราะว่าพี่เขามีหลายบทบาท เพราะว่าพี่เขามีหลายบทบาทมากอย่างหน้าจอก็คือ ผู้ดำเนินรายการ เราจะเห็นเขาเล่าข่าว แต่เบื้องหลังเขาคือ ทุกสิ่งทุกอย่างของรายการ ทุบโต๊ะข่าว เขาจะคุมหมดเลยภาพนี้ประเด็นนี้ สคริปต์นี้ ตัดต่อแบบนี้ทุกอย่าง เราก็ต้องคอยจับประเด็นให้ทันเขา หาจังหวะแทรกคอยเสริมตรงไหนที่เสริมได้ค่ะ”

มีอะไรอยากบอกคุณพุทธบ้างไหม สิ่งที่เราอยากพูดแต่ไม่กล้าพูด?

“ (น้ำตาเริ่มไหล) ห่วงสุขภาพพี่เขา จะบอกยังไงดี พูดเรื่องนี้มันเป็นความรู้สึกลึกๆเพราะเราอยู่ด้วยกันมานาน อยากให้พี่เขาดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ มากกว่าที่จะห่วงงานบางทีงานมันไปของมันได้ พี่เขาทำงานหนักมาก เพราะเราดูจากร่างกายของเราเองเพราะร่างกายมันฟ้อง อย่างพี่เขาบางทีเขาป่วย แต่เขาก็ยังมาทำงานแล้วเขาก็แสดงว่าเขาไม่ป่วย เป็นสิ่งที่เราห่วงเขามาก (พูดด้วยเสียงสะอื้น) อยากให้พี่รักษาสุขภาพจะได้อยู่กับน้องไปนานๆ ด่าน้อยๆอะไรอย่างนี้ค่ะ รักพี่มากนะ”

งานนี้ ผู้ประกาศสาวคนเก่ง จิตดี ยังฝากทิ้งม้ายไว้อีกด้วยว่า ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบพระคุณรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทุกคนที่ดูช่อง อมรินทร์ ทีวี 34 มาโดยตลอดนะคะ จะบอกว่ากว่าจะมาเป็น ทุบโต๊ะข่าว เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ทั้ง คุณพุทธ เอง ซึ่งเป็นแม่ทัพที่ดี พี่ชายที่ดี พี่เขามีความมุ่งมั่นที่ทำให้เรามีวันนี้ มีทุบโต๊ะข่าว ในวันนี้ แล้วก็สิ่งที่อยากจะฝากคือ ทุบโต๊ะข่าว เราขยายเวลาแล้วนะคะ ตั้งแต่ 18.50 น. คือ ช่วงที่หนึ่ง คือ เจี๊ยบ จะมานั่งอ่านข่าวในช่วงนี้นะคะ  และอีกช่วงคือหลังข่าวพระราชสำนัก และเสาร์ อาทิตย์ ก็จะมานั่งอ่านข่าวเที่ยง อมรินทร์ คือช่วงเวลา 11.00 ถึง 12.00 น. สามารถมาติดตามกันได้นะคะ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ฮยอนบิน คว้างานพรีเซ็นเตอร์ในเมืองไทย ค่าตัวไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ชีวิตในวังของ เจ้าชายจอร์จ วัย 7 ชันษา รัชทายาทลำดับที่ 3 ของสหราชอาณาจักร

ทั้งเซ็ตเท่าไหร่? ‘ชมพู่ อารยา’ กับไอเท็มชิ้นเด็ดจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

Hwanyu State Guest Set Royal Art Inlay Edition

อัจฉริยศิลป์ชิ้นเอก Hwanyu State Guest Set Royal Art Inlay Edition มูลค่า 1 ล้านบาท

ผลงานอัจฉริยศิลป์ชิ้นเอกจาก The history of Whoo Hwanyu State Guest Set Royal Art Inlay Edition มูลค่า 1 ล้านบาท โดยช่างฝีมือระดับบรมครู 

Hwanyu State Guest Set Royal Art Inlay Edition โดดเด่นด้วยงานหัตถศิลป์ฝังประดับด้ายเงินและทองที่แสนล้ำค่า ผลงานชิ้นเยี่ยมที่ได้รับการสร้างสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน มุ่งมั่นและทุ่มเทเป็นเวลานาน โดยต้องอาศัยการตอกขึ้นรูปด้วยค้อนกว่า 90,000 ครั้ง พร้อมประดับลวดลาย นกฟีนิกซ์สีทอง ที่กำลังโบยบินท่ามกลาง หมู่เมฆมงคล ถ่ายทอดความวิจิตรงดงามดุจดั่งสมบัติศิลป์แห่งราชสำนักและความงามอันเป็นนิรันดร์ดุจดั่งจักรพรรดินี

และแบรนด์สกินแคร์สุดหรูจากเกาหลี The history of Whoo ก็นับเป็นต้นแบบในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของราชสำนักเกาหลี ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสุดยอดช่างหัตถศิลป์ชั้นนำระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุด Hwanyu State Guest Set Royal Art Inlay Edition ถือเป็นชุดผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ ที่จะผลิตออกมาเพียงปีละครั้งเท่านั้น

สมบัติศิลป์แห่งราชสำนักเฟื่องฟูด้วยช่างฝืมือ โดยในปี 2020 ได้รับการรังสรรค์โดยช่างฝีมืองานฝังประดับ มร.ชอย คโย จุน (Kyo-Jun Choi) โดยใช้เทคนิคการฝังประดับด้ายเงินและทอง นับเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการนำโลหะเงินและทองมารีดให้เป็นเส้นสายอันบางเฉียบ ฝังประดับลวดลายไปบนผิวโลหะที่มีความแข็งแกร่ง การรังสรรค์ชิ้นงานในแต่ละครั้ง ต้องอาศัยระยะเวลาการตอกขึ้นรูปด้วยค้อนมากกว่า 90,000 ครั้ง จึงเป็นผลงานประณีตศิลป์อันควรค่าแก่พระราชวงศ์ชั้นสูงและชนชั้นขุนนางเท่านั้น

บรรจุภัณฑ์ผลิตจากวัสดุคุณภาพที่มีความคงทนเป็นเลิศอย่างไม้มะเกลือ ซึ่งไม่แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา ตลอดจนฝังประดับด้วยลวดลายนกฟีนิกซ์อย่างปราณีตบรรจง เสมือนดั่งร้อยเรียงเส้นสายเงินและทองอันล้ำค่าบนผิวโลหะ

และตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา ชุดผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ Hwanyu State Guest Set นับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ทั้งในด้านความวิจิตรงดงาม ทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม ทั้งนี้เพราะได้รับความร่วมมือจากเหล่าช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงประจำราชสำนักเกาหลี โดยในปี 2015-2016 ได้นำเสนอผลงานหัตถศิลป์ซึ่งทำจากไข่มุก และเครื่องเคลือบโบราณ ที่มีประวัติยาวนานนับพันปี ไม่เพียงเท่านั้นในปี 2018 ได้นำเอาศิลปะการสลักเขาวัว ซึ่งถือเป็นสมบัติศิลป์ประจำราชสำนักที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว รวมถึงในปี 2019 ได้มีการผสมผสานศิลปะการสลักเขาวัวและงานหัตถศิลป์ฝังประดับ ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญในปี 2019 อีกด้วย

ล่าสุด Hwanyu Imperial Youth Cream Set Special Edition 2020 จึงมาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์อันปราณีตงดงาม วิจิตรล้ำค่า ประดับด้านบนด้วยสัญลักษณ์นกฟีนิกซ์สีทอง นกศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน สัญลักษณ์ความงามอมตะเหนือนิรันดร์ขององค์จักรพรรดินี ซึ่งได้รับการยกย่องเสมือนผลงานอัจฉริยศิลป์ ได้แรงบันดาลใจมาจาก Hwanyu State Guest Set Royal Art Inlay Edition ช่างฝีมือฝังประดับชั้นสูงอย่าง มร.ชอย คโย จุน เจ้าของผลงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หมายเลข 36 เป็นผู้รังสรรค์


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดลิสต์ 3 Beauty Gadget น่าสอย ฟังก์ชั่นเริ่ด ตอบโจทย์คนไม่ค่อยมีเวลา

ภาพถ่ายแนวคิด FACE TO FACE สื่อความหมายลึกซึ้งผ่านผู้หญิงแอฟริกัน

7 น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ หอมหวานชวนหลงใหล ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูละมุนขึ้น

 

แพ้น้ำหอม

อยากตัวหอม แต่กลัวแพ้! แนะ 2 ข้อแนวทางป้องกันผื่นแพ้สัมผัสจากน้ำหอม

ก็อย่างที่เคยบอกไว้ว่า ใครๆ ก็อยากมีกลิ่นหอมกันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าจะฉีดแล้วไม่แพ้ทุกคนนะคะ ถ้ากลัวแพ้แต่ยังอยากตัวหอม เรามีแนวทางป้องกันมาบอก…

น้ำหอม คือสารละลายหอมระเหยของน้ำมันที่สกัดมาจากดอกไม้ในธรรมชาติ หรือสารธรรมชาติอื่นๆ หรือกลิ่นที่สังเคราะห์ขึ้น ในสารละลายแอลกอฮอล์  ซึ่งต้นกำเนิดของน้ำหอมเริ่มต้นเมื่อ 4,000 ปีก่อน โดยชาวเมโสโปเตเมีย เปอร์เซียและอียิปต์ ผู้คนจะใช้กลิ่นหอมในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่พิธีกรรมทางศาสนา การเตรียมฝังศพ จนถึงการนำมาพรมกายให้หอม

โดยชาวอียิปต์เชื่อว่าน้ำหอมคือเหงื่อของเทพแห่งดวงอาทิตย์ และถือว่าน้ำหอมคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ ชาวอียิปต์ยังนับถือเทพเจ้าแห่งน้ำหอมนามว่า เนเฟอร์ตุม ซึ่งมีสัญลักษณ์คือเครื่องประดับศีรษะที่ทำจากดอกวอเตอร์ลิลลี่ ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้ได้กลายมาเป็นส่วนผสมในการทำน้ำหอมที่นิยมกันมากในปัจจุบัน

การให้กลิ่นของน้ำหอมในปัจจุบัน มักจะผสมหัวน้ำหอมชนิดต่างๆ ดังนี้

  • Top note หรือ Head note เป็นกลิ่นของหัวน้ำหอมที่ระเหยออกมาตัวแรกสุด เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็กทำให้กลิ่นระเหยได้ง่าย  จะมีกลิ่นหลังจากฉีดแล้ว 10-20 นาที ส่วนมากใช้ส่วนผสมจากมะนาว ส้ม ดอกลาเวนเดอร์ ตะไคร้ มะกรูด
  • Middle note หรือ heart note เป็นกลิ่นของน้ำหอมตัวหลักของน้ำหอมกลิ่นนั้น จะมีกลิ่นที่กลมกลืนไปกับ base note จะมีกลิ่นติดทนหลังจากฉีด 3-6 ชั่วโมง ส่วนมากจะใช้ส่วนผสมจากดอกไม้ต่างๆ ผลไม้ สมุนไพรและเครื่องเทศที่ให้กลิ่นหอม
  • Base note เป็นกลิ่นน้ำหอม ที่ออกมาหลัง Middle note ให้ความติดทนอาจอยู่นานถึง 24 ชั่วโมงเพราะเป็นโมเลกุลใหญ่ แต่กลิ่นเจือจางอ่อนๆ ส่วนมากใช้ส่วนผสมของเปลือกไม้ วนิลา มัสค์ แอมเบอร์กริสหรืออำพันทะเล หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีก็คืออ้วกวาฬ ซึ่งหายากและมีราคาแพงมาก
  • Bridge เป็นกลิ่นสุดท้ายของผู้ฉีดผสานกับกลิ่นของหัวน้ำหอมที่เจือจาง ออกมาจึงเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของผู้ฉีดเอง

แล้วทำไมน้ำหอมถึงมีราคาแพง

รู้หรือไม่ว่า น้ำหอมกลิ่น Gabrielle Chanel ของ Chanel มีส่วนผสมหายากคือ ดอกซ่อนกลิ่น (Tuberose Absolute) ซึ่งการจะสกัดหัวน้ำหอม 1 กิโลกรัมนั้นจะต้องใช้ดอกซ่อนกลิ่นถึง 6,000 กิโลกรัม ดังนั้น กว่าจะมาเป็นน้ำหอมพร้อมจำหน่ายสักขวดนั้น ผู้ผลิตหลายรายต้องลงทุนลงแรงเตรียมการผลิตล่วงหน้าอยู่นานหลายปี

ส่วนผสมของน้ำหอมที่มีราคาแพง

  • จัสมิน( Jasmine) หรือหัวน้ำหอมจากดอกมะลิ ที่เป็นส่วนผสมหลักในน้ำหอมหลายแบรนด์
  • บัลแกเรียน โรส (Bulgarian Rose) หรือหัวน้ำหอมจากกุหลาบบัลแกเรีย ที่มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ และหอมมากกว่ากุหลาบพันธุ์ใดๆ
  • อู๊ด (Oud) หรือไม้กฤษณา พรรณไม้ในสกุลนี้ปกติมีเนื้อไม้สีขาว เมื่อเกิดบาดแผล ต้นไม้จะหลั่งสารเคมีออกมาเพื่อรักษาบาดแผลนั้น แต่สารเคมีจะขยายวงกว้างออกไปอีก ก่อให้เกิดเนื้อไม้ซึ่งมีสีดำ กลิ่นหอม เรียกว่า “กฤษณา”
  • มัสค์ (Musk) เมื่อก่อนนั้น มัสค์ที่มาจากธรรมชาติต้องสกัดมาจากต่อมเพศของกวางมัสค์ตัวผู้ที่พบได้ในแถบที่ราบสูงของประเทศทิเบต ซึ่งได้สร้างความเจ็บปวดทารุณต่อกวางมัสค์อย่างมาก ปัจจุบันมีกลิ่นไวท์มัสค์เป็นกลิ่นที่สร้างขึ้นมาเลียนแบบกลิ่นของ มัสค์ (Musk) ธรรมชาติ
  • ออริส (Orris) สารสกัดรากต้นออร์ริส (Iris pallida) ปลูกกันมากที่อิตาลี นอกเมือง Florence กลิ่นหอมของออริสได้รับความชื่นชอบจาก Catherine de Medici ในศตวรรษที่ 16 ส่วนการเก็บเกี่ยวลำต้นใต้ดินหรือรากใช้เวลาประมาณ 2 ปี ก่อนสกัดน้ำมันจากรากด้วยการกลั่นไอน้ำ
  • แอมเบอร์กริส (Ambergris) หรืออำพันทะเล หรือ อำพันขี้ปลาเป็นผลิตผลที่มาจากการสำรอกหรือการขับถ่ายของวาฬหัวทุย มีลักษณะเป็นของแข็งซึ่งเป็นก้อนไขมันมีหลายเฉดสีตั้งแต่สีเทาหรือสีดำ ไปจนถึงสีโทนอ่อนอย่างสีส้มหรือสีขาวคล้ายหินอ่อน ที่พบเฉพาะในลำไส้ของวาฬ ซึ่งให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

แพ้น้ำหอม

ประเภทของน้ำหอม

ได้จากการนำหัวน้ำมันหอมที่สกัดมาจากกลิ่นหอมต่างๆ ตามธรรมชาติ หรือสารเคมี มาผสมกับสารละลายแอลกอฮอลล์ โดยสัดส่วนต่างๆ กัน  ดังนี้

  1. Perfume จะมีปริมาณหัวน้ำหอมผสม 30-40%
  2. Eau de Parfum มีปริมาณหัวน้ำหอมผสม 20-30%
  3. Eau de Toilette มีปริมาณหัวน้ำหอมผสม10-20%
  4. Eau de Cologne มีปริมาณหัวน้ำหอมผสม 3-5%

การเลือกซื้อน้ำหอม

  • เลือกกลิ่นที่เราชอบ ไม่ต้องตามใคร ส่วนการเลือกน้ำหอมที่ดีที่สุดคือการฉีดลงไปที่ผิว ไม่ควรดมที่กระดาษ เพราะผิวของเราจะผสมกับกลิ่นน้ำหอมจนเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ แต่ก็ต้องระวังการระคายเคืองต่อผิวด้วย
  • อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อน้ำหอมในตอนที่ลองทันที ควรให้เวลาน้ำหอมออกกลิ่นบางส่วนก่อน สัก 15-30 นาที
  • ผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนมาก ควรเลือกน้ำหอมที่เจือจางน้อย เช่น Eau de Toilette หรือ Eau de Cologne

เมื่อซื้อน้ำหอมมาแล้วควรฉีดที่ตรงไหน ตอนไหน

  • หลังอาบน้ำเสร็จ ผิวจะมีความชุ่มชื่น และกักเก็บกลิ่นหอมได้ดี
  • การฉีดน้ำหอมอย่างพอดี ห่างจากผิวไม่เกิน 5 นิ้ว ตามจุดทั้งร่างกาย และเพียงครั้งเดียวใน 1 จุด
  • บริเวณที่ทำให้น้ำหอมติดทนนาน ได้แก่ ซอกหู ซอกคอ ลำตัว  ข้อพับแขน

แพ้น้ำหอม

สารในน้ำหอมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้

  • พาราเบน (Paraben) เป็นสารกันเสียที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แม้สารดังกล่าวจะได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในปริมาณที่เหมาะสม
  • พาทาเลต (Phthalate) เป็นสารเคมีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่น โลชั่น สบู่ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมในน้ำหอมอีกด้วย
  • หัวน้ำหอมที่สกัดมาจากดอกลาเวนเดอร์ ผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่น มะนาว ส้ม มะกรูด สารสกัดจากโอคมอส อาจส่งผลให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้

ลักษณะผื่นแพ้สัมผัส ที่เกิดจากการแพ้น้ำหอม ใครเป็นลองเช็คดูนะคะ

1.ผื่นแพ้สัมผัสจากสารก่อการระคายเคือง มักขึ้นกับความเข้มข้นหรือปริมาณน้ำหอมที่ฉีด จะยิ่งมีอาการมากขึ้นหากฉีดในปริมาณที่มากหรือใช้หัวน้ำหอมในสัดส่วนที่สูง สามารถเกิดได้กับทุกคน มักเกิดได้ทันทีหรือภายใน 2 วัน  ผื่นอาจมีความแดง แห้ง คันหรือมีอาการลอก ขอบเขตของผื่นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากมีการใช้ซ้ำ

2.ผื่นแพ้สัมผัสแบบผิวหนังอักเสบ ผื่นชนิดนี้ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นของน้ำหอมที่ใช้ และไม่ได้เกิดกับทุกคน บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งแรก แต่เมื่อมีการใช้ซ้ำๆ จะมีอาการแสดงออกมา เช่น ตุ่มแดง พอง มีน้ำเหลือง มักเกิดจากการแพ้สารใดสารหนึ่งในน้ำหอม

แนวทางการป้องกันผื่นแพ้สัมผัสจากน้ำหอม

  1. ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้น้ำหอมโดยตรงกับผิว หากเคยทำการทดสอบโดยการทาบริเวณข้อพับ แล้วมีอาการแสบแดง ระคายเคืองและสำหรับคนแพ้แต่อยากตัวหอมเพราะชอบกลิ่นน้ำหอมนั้นๆ อาจใช้วิธีฉีดน้ำหอมใส่เสื้อผ้า ใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วพกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงแทนได้
  2. ควรหยุดการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมนั้นทันที หากมีอาการแพ้ โดยมากผื่นนั้นมักจะหายภายใน 5-10 วัน แต่หากมีอาการรุนแรงควรรีบปรึกษาแพทย์

ข้อมูล :  พญ. อนิตา นิตย์ธีรานนท์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง สมิติเวช สุขุมวิท
ภาพ : Pexels

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ หอมหวานชวนหลงใหล ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูละมุนขึ้น

มีความยูนีค! 12 น้ำหอมสุดโปรดของ สตรีที่มีชื่อเสียงในตำนาน ทั้งอดีตและปัจจุบัน

7 น้ำหอม แบรนด์ดังสวยหรูควรมีครอบครอง พร้อมเทคนิคฉีดให้หอมฟุ้งไม่ฉุนจมูก

 

 

อร-พัศชนันท์

สาวน้อยแฟชั่นนิสต้า อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติอร แมวน้ำอุ๋งๆ แห่ง BNK48

 อร-พัศชนันท์ แมวน้ำอุ๋งๆ แห่ง BNK48 ถ่ายทอดตัวตนในมุมแฟชั่นนิสต้า เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเอง เพียงแค่มีความมั่นใจ 

อร-พัศชนันท์

อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติอร สาวแฟชั่นนิสต้าที่มาพร้อมรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังบวก แบบเต็มขั้น “ชีวิตเปลี่ยนไปมากเลยค่ะช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน จากที่ปกติต้องออกจาก บ้านทุกวัน เพราะหนูเป็น Extrovert (ชอบเข้าสังคม) ชอบรับพลังงานจากการ ได้เจอคนเยอะ ๆ (หัวเราะ) บางครั้งขอให้ได้อยู่ท่ามกลางผู้คน อย่างออกไปซื้อ ของชิ้นเดียวก็สามารถออกไปได้ทั้งวันเลยนะ นั่งเล่นมือถือ ดูคนเดินผ่านไป ผ่านมา…ก็แฮ็ปปี้แล้ว (หัวเราะ)

อร-พัศชนันท์

อรชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัว จึงชอบ ช็อปปิ้งแบบที่ได้เลือกลองแล้วได้ของกลับบ้านเลย จึงไม่ค่อยชอบช็อปออนไลน์เท่าไหร่ อรจะมีงบสำหรับ ช็อปปิ้งแต่ละเดือนด้วยค่ะ โดยดูว่ามีรายได้เท่าไร เก็บเท่าไร หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเท่าไรค่อยดึงมาเป็น งบในส่วนนี้ (ยิ้ม)

ส่วนสไตล์ที่ชอบคือบอยอิช เพราะมีความเกาหลี หน่อย ๆ อย่างสูท เบลเซอร์ กับเสื้อคร็อปที่มี ความเท่ผสมกับเฟมินีน บวกความเซ็กซี่เบาๆ แบบ Naughty Girl และโชคดีมากๆ ที่มีโอกาส นำความชอบนี้มาทำคอลเล็คชั่นของตัวเองชื่อว่า ‘Crush On You’ โดยทำร่วมกับ Atmos Bangkok ซึ่งที่มาของการทำงานนี้คือ ทางค่ายถามว่าในอนาคต อยากทำอะไร อรบอกว่าอยากทำเสื้อผ้า ซึ่งตอนแรก ค่ายจะให้อรช่วยดูชุดสำหรับภาพรวมของวง แต่ ที่สุดเกิดเป็นคอลเล็คชั่นนี้ของอรขึ้นมาก่อน (เปิดตัว เมื่อเดือนมกราคม)

อร-พัศชนันท์

ก่อนหน้านี้ออรได้ออกแบบเสื้อผ้ามาบ้างตอนเรียน (สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์) แต่ครั้งนี้ถือ เป็นงานจริงจังครั้งแรก อรผสมผสานความเป็นตัวเอง ลงไป มีทั้งความเท่ เซ็กซี่ และสปอร์ต ซึ่งอร อยากให้ทุกคนที่ใส่คอลเล็คชั่นนี้แล้วมีความมั่นใจ สวยในแบบของแต่ละคน (ยิ้ม) อรเชื่อว่าทุกคนมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง อย่างตัวอรคิดว่าเสน่ห์น่าจะ อยู่ที่…ความมั่นใจค่ะ (ยิ้ม) เพราะอรไม่ใช่คนที่สวยที่สุด ไม่ได้เป๊ะที่สุด แต่อร รักตัวเอง ซึ่ง Love Yourself เป็นสิ่งสำคัญนะ เวลาที่เราจะโชว์หรือทำการแสดง อะไร ถ้าไม่มีความมั่นใจก็จะออกมาไม่เต็มที่

“ทุกสิ่งที่อรทำ…จึงมาจากความเชื่อมั่นที่ว่าเราทำได้และตั้งใจทำออกมา ให้ดีที่สุด”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เก่งขึ้นด้วยประสบการณ์ ‘เนย BNK48’ พลิกจากตัวละครลับก้าวสู่ขวัญใจโอตะ

ชีวิตมีความสุขได้ถ้ารู้จักปล่อยวาง จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน

แก้ว-ณัฐรุจา ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะอยากให้คนรอบข้างภูมิใจ

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือ ไทยเบฟเวอเรจ เดินหน้าโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3”

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือ ไทยเบฟเวอเรจ เดินหน้าโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3”

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือ ไทยเบฟเวอเรจ แถลงข่าวโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3” เดินหน้าจุดพลังรักการอ่านให้เด็กไทยครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

(จากซ้าย) 1. ดร.พัชระ งามชัด รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สมุทรปราการ เขต 1 2. ดร.ลาวัณย์ ตรีเนตร ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 4. คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 5. คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสาร องค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 6. คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 7. ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด

จากความมุ่งมั่นในการสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษา ผ่านโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ตั้งเป้าจะนำโครงการเข้าโรงเรียนให้ครบ 77 จังหวัด ภายใน 3 ปี โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่มอบหนังสือพร้อมชั้นวางและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ให้กับโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวม 109 โรงเรียน ในพื้นที่ 60 จังหวัด ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มอบหนังสือรวมแล้วกว่า 113,000 เล่ม เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและติดตามผลลัพธ์ของโครงการอย่างจริงจัง

ซึ่งมีผลการศึกษาของนักเรียนที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 3 บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายหนังสือชั้นนำของเมืองไทยในนาม “ร้านนายอินทร์” ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จับมือร่วมกันจัดแถลงข่าวโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุขปี 3” เดินหน้าตามเป้าหมายขยายการเข้าถึงโครงการไปยังเด็กไทยให้ครบ 77 จังหวัด มอบชั้นวางพร้อมหนังสือ และกิจกรรมอ่านวันละ 15 นาที ไปทั่วประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ผนึกกำลังเพื่อร่วมกันสร้างรากฐานแห่งการอ่านที่ดีสู่การพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยต่อไป

คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการว่า “ จากความร่วมมือกันทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี จนเข้าสู่ปีที่ 3 ยังคงมีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะส่งเสริมให้เยาวชน รักและเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะเชื่อว่าการอ่าน เป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้ และการพัฒนาของเด็ก สามารถสร้างมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ ดังที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน เคยนำมาใช้พัฒนาเด็กนักเรียน โดยเริ่มต้นจากให้ครูอ่านหนังสือให้นักเรียนฟังทุกวัน และต่อมาให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือที่ตนสนใจทุกวัน วันละ 15 นาที วิธีการดังกล่าวทำให้พฤติกรรมของเด็กในโรงเรียนเปลี่ยนไป จากสถานการณ์โรงเรียนที่กำลังจะถูกปิดตัวลง กลายมาเป็นโรงเรียนที่ติดอันดับคะแนนการอ่านได้สูงที่สุดในบอสตัน

ต่อมาในประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนกว่า 3,500 แห่ง ก็ได้นำแนวคิดให้เด็กอ่านหนังสือวันละ 15 นาทีมาใช้ ซึ่งจากรายงานเหล่านี้ แนวทางปฏิบัตินี้ได้รับการยอมรับ และถูกนำมาปฏิบัติในอีกหลายโรงเรียนหลายประเทศ จนเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นตามมาอีกด้วย จึงเป็นแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของการทำโครงการนี้ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่เกิดขึ้นจากโครงการก็ได้เกิดประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เป็นอย่างดี จากการติดตามผลการเรียนของนักเรียนที่เข้าร่วมชมรมรักการอ่าน ในปีที่ 1 พบว่า มีจำนวนนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น 64 % จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 7,632 คน และในปีที่ 2 มีจำนวนนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น 72 % จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 7,582 คน ซึ่งถือเป็นการเติบโตด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นแรงขับเคลื่อนโครงการในปี 3 ในการช่วยผลักดันการสร้างรากฐานแห่งการอ่านให้แก่เยาวชนไทย สู่การพัฒนาด้านการศึกษาต่อไป”

ด้าน คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3 ว่า“ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา ไทยเบฟยังคงมีความมุ่งมั่น และตระหนักถึงความสำคัญ เรื่องการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับเยาวชน ผ่านโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ที่ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง จากผลการดำเนินงาน ที่สร้างสรรค์กิจกรรมการอ่านกว่า 109 แห่งทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าเยาวชนแต่ละโรงเรียนให้ความสนใจในโครงการอย่างมาก และสมัครเข้าร่วมชมรมรักการอ่านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เยาวชนมีความกระตือรือร้นที่อยากอ่านหนังสือมากขึ้น ส่งผลทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ทางไทยเบฟมีความยินดีเป็นยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ขอขอบคุณ กระทรวงศึกษาธิการ อมรินทร์กรุ๊ปและเครือข่ายพันมิตรทุกภาคส่วน เราพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ต่อเนื่องเป็นปี 3 ที่จะร่วมส่งเสริมเยาวชนไทยให้ได้มีหนังสือที่มีคุณภาพดี ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เพราะการอ่านคือรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของเยาวชน อันจะเป็นวิถีที่ยั่งยืนของการพัฒนาตนเอง และสังคมต่อไป

และนอกจากนี้ ทางไทยเบฟ ยังได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน อาทิ โครงการคอนเน็กซ์ อีดี (Connext ED) โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โครงการจัดตั้งธุรกิจจำลอง โครงการครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และอีกหลายโครงการด้วยกัน”

คุณณัฏพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของการอ่านว่า “จากการดำเนินงานของโครงการ “ส่งความ สร้างความสุข” ที่ทางหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดขึ้น ทางกระทรวงศึกษาธิการมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนไทย เพราะมีความเชื่อมั่นว่า “การอ่าน” เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาได้ การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในเด็กและเยาวชน จึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนให้เกิดอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าสามารถพัฒนาให้กลายเป็นทักษะที่นำไปสู่การเรียนรู้จนเกิดศักยภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อในชีวิตประจำได้เป็นอย่างดี

คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 

รวมถึงสามารถพัฒนาให้เยาวชนเติบโตไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพต่อสังคมไทยได้ในอนาคต การปลูกฝังเริ่มได้ง่ายๆ จากการทำกิจกรรมภายในครอบครัว โดยพ่อแม่ผู้ปกครอง และเชื่อมโยงต่อมายังโรงเรียน อันเป็นศูนย์รวมหลักที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่านให้สามารถนำไปใช้เพื่อการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและสนับสนุนส่งเสริมให้โรงเรียนปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในโรงเรียนและสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง การดำเนินโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” แสดงเห็นถึงความร่วมมือ และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนา เสริมสร้างรากฐานการอ่านให้เด็กและเยาวชนไทย ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี และเห็นควรให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนา ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้น จนกลายเป็นประโยชน์ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และการศึกษาให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 

ภายในงานแถลงข่าวโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ (ชั้น2) กระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ ได้มีการจัดแสดงตัวอย่างหนังสือสำหรับใช้เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในโครงการ ซึ่งประกอบไปด้วยหนังสือต่างๆ เช่น พระราชนิพนธ์พระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สื่อการเรียนการสอน หนังสือนิทาน หนังสือความรู้ทั่วไป การ์ตูนเสริมความรู้ การ์ตูนประวัติศาสตร์ ฯลฯ รวมไปถึงหนังสือสองภาษา นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานของนักเรียนในโครงการซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ และการอ่าน รวมไปถึงความประทับใจจากโครงการส่งความรู้สร้างความสุขปี 1 และ 2 อีกด้วย

คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 

สำหรับโครงการส่งความรู้สร้างความสุข ปี 3 ได้มีแผนการดำเนินงานในระยะยาว ซึ่งในปีนี้ได้มีแผนขยายพื้นที่เพื่อมอบโอกาสให้กับโรงเรียนเพิ่มขึ้น โดยจะส่งมอบหนังสือ 51,000 เล่มให้ 51 โรงเรียน จาก 17 จังหวัด เพื่อส่งมอบหนังสือให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2564 โดยยังคงสนับสนุนและติดตามอย่างต่อเนื่องในการให้โรงเรียนจัดกิจกรรม “อ่านกันวันละ 15 นาที” จัดตั้งชมรม “รักการอ่าน” ให้มีกิจกรรมจดบันทึกคะแนนในสมุดบันทึกรักการอ่าน รวมถึงจัดกิจกรรม “พลังนิทานกระตุ้นพลังสร้างสรรค์” ผ่านช่องทางออนไลน์ และการประกวดเด็กสุขสร้างสรรค์ เพื่อวัดผล ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดของนักเรียนในโครงการ และจัดให้มีการเก็บสถิติวัดผลการเข้าใช้ห้องสมุด-ยืมคืนหนังสือ เพื่อมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนที่เข้าห้องสมุด-ยืมคืนหนังสือมากที่สุดโรงเรียนละ 5 รางวัล โดยกิจกรรมทั้งหมด โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3 จะมีการจัดสรรบุคลากรลงพื้นที่และผ่านออนไลน์ ในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือครูผู้ดูแลชมรมเพื่อให้โครงการเกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ไม่ได้เป็นเพียงโครงการที่ส่งมอบหนังสือ แต่มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการคิดแนวทางที่ดีและวัดผลได้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่านและพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยปณิธาน และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ อมรินทร์กรุ๊ป และไทยเบฟเวอเรจ รวมถึงเหล่าพันธมิตร ซึ่งเชื่อว่า นิสัยรักการอ่านคือพื้นฐานของการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดข่าวสาร ประมวลภาพกิจกรรมจากโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข บทความและเคล็ดลับดีดีเกี่ยวกับการอ่าน ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ The Happy Read

คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์จำกัด

คำบรรยายภาพ
01 จากซ้าย 1. ดร.พัชระ งามชัด รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สมุทรปราการ เขต 1 2.ดร.ลาวัณย์ ตรีเนตร ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 4.คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 5.คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสาร
องค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 6. คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 7. ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
02 คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ (ขวา) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ คุณประวิช สุขุม (ขวา) ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงโครงการส่งความรู้สร้างความสุขให้กับ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (กลาง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
03 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินชมหนังสือพร้อมชั้นวางของทางโครงการที่ได้ส่งมอบให้กับโรงเรียน
04-06 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินชมผลงานจากการอ่านส่วนหนึ่งของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ผ่านมา
07 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารจากอมรินทร์กรุ๊ป และ ไทยเบฟเวอเรจ พร้อมด้วยคณะอาจารย์จากโรงเรียนวัดทุ่งสว่าง
08 คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ชมผลงานจากการอ่านของนักเรียนในโครงการ
09 คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวผลความสำเร็จของโครงการ และการก้าวสู่ปีที่ 3
10 คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการสนับสนุนและร่วมผลักดันโครงการ
11-12 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของการอ่านและประโยชน์ของโครงการ
13 คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด
(มหาชน) และ คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
14 จากซ้าย 1. มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด
(มหาชน) 2. ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด 3. คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 4. คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 5. คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
15 คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
16 คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
17 ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์จำกัด
18 จากซ้าย 1. คุณภาค เส็งพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานจัดจำหน่ายหนังสือเล่มและนิตยสาร บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด 2. คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 3. มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
19 ตัวอย่างหนังสือพร้อมชั้นวางที่มอบให้กับโรงเรียนในโครงการส่งความรู้สร้างความสุข
20-24 การจัดแสดงผลงานส่วนหนึ่งจากการอ่านของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

‘ระวังมือที่สามที่ไม่ใช่ใครอื่น คุณเพื่อนนี่ล่ะ’ ดูดวงรายวัน 23 กรกฎาคม 2563

ดูดวงรายวัน 23 กรกฎาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกประเภท วันนี้คุณอาจได้เดินทางไปบุกเบิกงานใหม่ยังสถานที่แปลกใหม่ ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จไว้สูงลิบลิ่ว ก็จะมีปัญหาขลุกขลักบ้าง โดยเฉพาะเอกสารทางราชการ (เกี่ยวข้องกับการเดินทาง) อาจผิดพลาด ทางที่ดีควรให้ผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ทำจะดีกว่า เพราะคุณอาจไม่ชำนาญทุกอย่าง

การเงิน : มีโชคลาภ ชื่อเสียงเงินทองที่ได้มาจากอำนาจและบารมี เพราะฉะนั้นคุณอาจต้องจ่ายเงินเพื่อต่อยอดบารมีนี้ไว้ แต่ก็ไม่ควรให้เขากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันยานพาหนะให้

ความรัก :  คุณมีภาวะผู้นำทั้งงานในบ้าน นอกบ้านก็ช่วยส่งเสริมสนับสนุนหน้าที่การงานของสามี วันนี้ที่คุณยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอาจเพื่อการนี้ก็ได้ ส่วนความรักความสัมพันธ์อาจหมดไปนานแล้ว คนโสด คุณมีเสน่ห์มากมาย วันนี้อาจมีข้าราชการหนุ่มมาชวนคุณเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันยังต่างถิ่นก็ได้

สุขภาพ : อยู่ในช่วงเอ็นจอยอีตติ้ง นอกจากระวังเรื่องน้ำหนักแล้ว ยังต้องระวังโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : บอกเลยความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะคุณอาจเครียดจากการที่ถูกเจ้านายกดดันให้ต้องแบกความรับผิดชอบงานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้คุณไม่สามารถล้อเล่น เพราะเจ้านายคุณไม่ธรรมดา สามารถให้คุณให้โทษได้ในชั่วพริบตา

การเงิน :  จากหน้าที่การงานสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงให้กับคุณ แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินใต้โต๊ะ หรือสินบนต่างๆ เพราะอาจนำความเดือดร้อนมาให้ในภายหลัง

ความรัก : คุณทำงานหนัก อาจเพราะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว วันนี้คู่คุณก็เป็นคู่คิดและให้คำปรึกษา สามารถแนะนำแนวทางที่เป็นประโยชน์ให้กับคุณได้ดีเลย   คนโสด คุณอาจได้พบกับข้าราชการหนุ่มน้อยไฟแรงที่ทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ซึ่งคุณอาจมองที่อนาคตมากกว่าความรักก็ได้

สุขภาพ : คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองดีมาตลอด แต่วันนี้อาจพลาด เพราะโหมงานหนักจนไม่หลับไม่นอน รับประทานอาหารก็ไม่ตรงเวลา ซึ่งไม่ใช่เบาๆ อาจถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อเลยทีเดียว

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน ในกลุ่มของอุปกรณ์สื่อสาร หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นักธุรกิจนำเข้าส่งออก ฯลฯ วันนี้ก็ต้องระวังเพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ชิดแอบแทงข้างหลังให้คุณต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หรือทำในงานที่ไม่ถนัด เพราะงานดีๆ ถูกแย่งไปแล้ว จึงไม่ควรสนิทสนมกับใครจนเกินงาม เพราะเขาจะไม่เกรงใจคุณ

การเงิน : ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการที่ชวนให้คุณลงทุนหรือทำธุรกรรมใหม่ๆ เพราะคุณจะได้ผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม หากร้ายกว่านั้นคือถูกหลอก ถูกต้มตุ๋น จนถึงอาจถูกขโมยเงิน

ความรัก : คุณใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานจนดูเหมือนไม่รักไม่ใส่ใจกันแล้ว วันนี้ต้องระวัง ภายนอกเขาอาจคล้อยตามคุณทุกอย่างจนผิดสังเกตุ ซึ่งคุณอาจจับได้ภายหลังว่า เขากำลังปันใจให้ใครอื่นอยู่ คนโสด ต้องระวังเรื่องมือที่สามนะคะ อาจไม่ใช่ใครอื่น คุณเพื่อนนี่ละ!!

สุขภาพ : เดินทางไปทำงาน ควรพกยาหม่อง ยาดม ยาประจำตัวติดตัวไว้บ้างก็ดีนะคะ เพราะคุณอาจวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมปัจจุบัน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แวดวงศิลปะ วรรณกรรม ดนตรี การออกแบบดีไซน์ ฯลฯ วันนี้อาจมีผู้ใหญ่ผู้หญิงส่งเสริมสนับสนุนให้คุณได้ก้าวหน้าในอาชีพการงาน แต่ขอให้คุณยึดทางสายกลางเป็นหลัก พอดีและพอเพียง ไม่ควรอยากมีหรืออยากเป็นในสิ่งที่เกินกำลัง

การเงิน : คุณมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์สนับสนุน ซึ่งคุณก็ใช้เงินไปกับการสังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ควรเก็บเงินไว้บ้าง เพราะท่านก็อาจช่วยคุณได้ไม่ทั้งหมด

ความรัก : วันนี้อาจมีวาระพิเศษให้สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่กันพร้อมหน้า คุณอาจกำลังคิดถึงสถานที่นัดพบ เพื่อสังสรรค์ ยุคนี้ต้องประหยัด ก็แค่เบาๆ พอหอมปากหอมคอก็มีความสุขแล้ว คนโสด คุณอาจพบคนที่คุยกันแล้วถูกคอ จนยอมเป็นฝ่ายเปย์ทุกครั้ง เพื่อที่เขาจะได้อยู่คุยกับคุณ

สุขภาพ : กำลังเอ็นจอยกับการดื่มและเสาะหาอาหารอร่อยๆ รับประทาน ต้องระวัง!! อาจทำให้คุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร และอวัยวะในช่องท้อง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้คุณอาจต้องใช้ความสามารถของสมองทั้ง 2 ด้าน ทั้งในซีกของความคิดสร้างสรรค์ งานอาร์ตทุกประเภท กับซีกที่คิดวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับทฤษฏี เนื้อหาวิชาการ เพราะงานที่คุณกำลังจะเริ่มต้นอาจมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาให้ต้องแก้ไขตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยทีเดียว

การเงิน : มีความสามารถในการจัดสรรเงิน ยกเว้นแต่จะถูกญาติสนิทมิตรสหายหยิบยืม ที่จะทำให้สะดุด แต่ก็จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เดี๋ยวเขาก็คืน

ความรัก : คุณมีความเป็นผู้นำครอบครัว ขณะเดียวกันก็ยังติดสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงอยู่ วันนี้คู่ของคุณอาจหึงหวงและคาดหวังกับคุณสูง หากกลับบ้านผิดเวลาอาจถูกจิกถามจนตัวเป็นแผลพรุนเลยก็ได้ คนโสด คุณอาจกำลังเจอคนถูกใจเป็นหนุ่มตี๋ หรือโอปป้าที่คงแก่เรียน ก็ดูๆ กันไปก่อน เพราะเขาอาจไม่ใช่ตัวจริงก็ได้

สุขภาพ : อาจมีปัญหาทางการรับประทานอาหาร เช่น เรื่องต่อมน้ำลาย หรือทอนซิล จนถึงหลอดลมอักเสบ ทำให้รับประทานอาหารไม่อร่อย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณเป็นคนที่หากได้ตั้งใจทำงานอะไรแล้วต้องเดินหน้าให้สุดทาง ใครก็ขวางไม่ได้ แต่วันนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะงานอาจไปได้ไม่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้ จึงควรใช้วาทศิลป์หรือคำพูดที่อ่อนหวานเข้าหาเพื่อให้ผู้ใหญ่ และเพื่อนร่วมงานรู้สึกเมตตาเอ็นดูคุณดีกว่าที่จะใช้อารมณ์ เหวี่ยงวีนในการทำงาน

การเงิน : คุณอาจเกิดวิกฤติ จากความใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนตัวเองเดือดร้อนต้องบริหารจัดการเงินอย่างหนัก

ความรัก : หากคุณอยู่ในครอบครัวที่มีแต่ความกดดัน และถูกบังคับฝืนใจให้ต้องทำหรือไม่ทำอะไรตลอดเวลา วันนี้คุณอาจต้องยอมตัดใจยุติกับการทนอยู่ในสภาวะแบบนี้ คนโสด คุณอาจใข้เวลาในการศึกษาดูใจใครคนหนึ่งมากไป ไม่แน่ใจสักที วันนี้เขาจึงโบกมือบ๊ายบายคุณแล้วล่ะ

สุขภาพ : ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด ปรุงไม่สุก ไม่ถูกสุขอนามัย เพราะคุณอาจอาหารเป็นพิษ ท้องเสียขั้นรุนแรง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : น่าจะเรียกว่าเป็นวันของผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกประเภท งานที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม วันนี้จะมีผู้ใหญ่ผู้หญิงให้การสนับสนุนคุณให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดัง

การเงิน : เงินทองไหลมาเทมา แถมยังมีโอกาสได้รับมรดกจากผู้ใหญ่อีกนะเนี่ย โชคดีจริงๆ

ความรัก : อาจมีวาระโอกาสพิเศษที่สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน ซึ่งคุณก็น่าจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของงานนี้ ซึ่งคุณก็ทำได้ดีทีเดียว ทุกคนแฮปปี้ คนโสด คุณมีเสน่ห์ สวยเลือกได้ สามารถที่จะเริ่มใหม่ได้ในทันที หากคบแล้วไม่ใช่

สุขภาพ : วันนี้เรื่องที่เด่นมากก็คือ การรับประทานอาหาร เพราะอาจเป็นช่วงที่คุณต้องออกเดท พบปะลูกค้าบ่อย ก็ระวังน้ำหนักขึ้น หรือไม่ก็อาจมีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหาร และอวัยวะภายในช่องท้อง

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

หากแฟนเก่ากลับมาขอคืนดี อย่าเพิ่งตกปากรับคำใดๆ เพราะใจคุณไม่นิ่ง ดูดวงรายวัน 18 กรกฎาคม 2563

อย่ามัวแต่ทำงาน เพราะอาจเลยเวลาหาคู่แล้ว ดูดวงรายวัน 19 กรกฎาคม 2563

แค่เพียงสบตาก็หลงเสน่ห์แล้ว แต่ก็แค่ชั่ววูบ ไม่จริงจัง ดูดวงรายวัน 20 กรกฎาคม 2563

เอาใจยาก!! จนอาจจบความสัมพันธ์กับเพื่อนหญิง ดูดวงรายวัน 21 กรกฎาคม 2563

ผู้ใหญ่นัดเดทให้ แต่คุณก็ยังมีความหยิ่ง จึงตัดสินใจลำบาก ดูดวงรายวัน 22 กรกฎาคม 2563