‘เข้าใจว่าตัวเองรักเดียวใจเดียว แต่จริงๆ แล้วอาจคบได้แค่แป๊บเดียว’ ดวงรายวัน 30 ตุลาคม 2565

‘เข้าใจว่าตัวเองรักเดียวใจเดียว แต่จริงๆ แล้วอาจคบได้แค่แป๊บเดียว’

ดวงรายวัน 30 ตุลาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   หากช่วงนี้คุณโชคดี งานดำเนินไปอย่างราบรื่น มีผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดส่งเสริมสนับสนุนให้ทำงานอย่างที่ตั้งใจไว้ จึงเป็นไปได้ว่าคุณจะสตรอง ทั้งบุกและลุยงานอย่างไม่เกรงกลัว นอกจากนั้นยังไม่รับฟังความคิดเห็นของใครด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น ทหารเรือ ตำรวจ การท่าเรือ ประมง อู่เรือ ด้วยแล้ว วันนี้เส้นทางของคุณไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ต้องแลกด้วยกำลังกายและใจอย่างแรงกล้า จึงควรระวังการตัดสินใจที่เฉียบขาดรวดเร็ว รวมถึงการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ เพราะจะทำให้งานผิดพลาดเสียหายได้อย่างไม่น่าเกิดขึ้น   

การเงิน  :  คาดว่าจะได้เงินจากผู้ใหญ่และการลงทุน ซึ่งวันนี้คุณจะมีโชคลาภเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทำงานที่มีผลตอบแทนสูง แต่ก็จะหมดกับการเลี้ยงดูปูเสื่อลูกน้อง ญาติสนิทมิตรสหาย จึงควรเก็บเงินไว้บ้าง  

ความรัก  :  วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะขอเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่สุด โดยไม่แคร์ใคร ซึ่งคู่คุณก็เชื่อใจ ไม่จุกจิกจู้จี้หรือกดดันให้คุณต้องโกหกหรือปิดบัง คนโสด เช่นกันค่ะ คุณเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่สุด ซึ่งวันนี้คุณก็เลือกที่จะคบกับรุ่นน้องไฟแรงที่จะส่งเสริมในเรื่องงาน

สุขภาพ  :  จริงๆ แล้วคุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่วันนี้คุณอาจเอ็นจอยกับการรับประทานพวกของมัน ของทอด ของหวาน เพลินไปนิด ก็คงต้องลดลงบ้าง เพราะเริ่มมีความเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อสื่อสาร โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงงานส่งเสริมการขาย วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ทำงานพิเศษ เป็นไปได้ว่าจะเป็นงานทางด้านสาธารณะกุศล สาธารณะประโยชน์ มูลนิธิ จิตอาสา งานสมาคม ฯลฯ  ซึ่งเป็นงานที่ท้าทาย แต่หากทำได้ก็เท่ากับได้พิสูจน์ความสามารถของคุณให้ทุกคนยอมรับ โดยอาจมีช่องทางสร้างธุรกิจของตัวเองในอนาคตได้เลย

การเงิน  :   วันนี้ยังมีโอกาสมีเงินมีทองเข้ามาเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะใจดี ช่วยเหลือทั้งงานบุญ และงานญาติ จนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าวันนี้ครอบครัวคุณจะอบอุ่น ราบเรียบและราบรื่น ซึ่งคุณเองก็รักเดียวใจเดียว ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว คนโสด  วันนี้คาดว่าคุณจะเลือกคนรักจากความโลเลและลังเล ไม่มั่นใจ โดยเข้าใจว่าตัวเองเป็นคนรักเดียวใจเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วอาจแป๊บเดียวก็ได้

สุขภาพ  :   หากคุณเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร ก็ควรเลือกอาหารที่เคี้ยวง่าย เพราะมีความเสี่ยงที่ฟันจะสร้างปัญหาให้กับคุณ จนมีโอกาสได้พบทันตแพทย์

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณกำลังตกเป็นเป้าของการใส่ร้ายป้ายสี หรือถูกแทงข้างหลัง เพื่อหวังดิสเครดิตงานหรือธุรกิจของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ท่องเที่ยว สปา รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็กด้วยแล้ว คาดว่าวันนี้จะเป็นทีของพวกที่จ้องจะทำร้ายคุณ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะเผชิญกับอุปสรรคและปัญหานานับประการที่รุมกระหน่ำเข้ามา จนไม่ได้ไปต่อ    

การเงิน  :  วันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ดูจะติดขัดไปเสียหมด มีความเสี่ยงที่จะถูกขัดผลประโยชน์ หากจะทวงหนี้ก็ไม่ได้ หรือไม่ก็ถูกขโมยทรัพย์สิน   

ความรัก :   กลับมาคืนดีกันได้ไม่นานก็มีปากเสียงกันอีกแล้ว ซึ่งวันนี้คาดว่าจะเป็นเรื่องมือที่สามที่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตคู่ของคุณ แล้วไม่ได้มาคนเดียว ยังจูงเด็กมาด้วย จึงมีความเสี่ยงที่บ้านจะแตก คนโสด  อย่าเพิ่งวางใจ เพราะวันนี้มีความเสี่ยงที่มือที่สามจะเข้ามาปรากฏตัว พร้อมจูงเด็กมาด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้คุณทะเลาะกันอย่างรุนแรง

สุขภาพ  :   ควรใส่ใจกับการรับประทานอาหาร เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง จึงควรรับประทานผัก ผลไม้ และวิตามินที่ช่วยเสริมแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกและฟัน

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ก็ยังอยู่กับงานหรือธุรกิจในสายศิลปะ ศิลปิน ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ วันนี้นับว่าเป็นวันดีของคุณ เพราะงานจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ ส่วนเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ ซึ่งจะส่งผลให้งานประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงอย่างงดงาม    

การเงิน  : เรียกว่าคุณเป็นที่รักของผู้ใหญ่เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเสี่ย หรือป๋า มีโอกาสเข้าคิวขออุปถัมภ์คุณถึงกับรับนัดไม่หวาดไม่ไหว

ความรัก  :  วันนี้คุณมีแต่ผู้ใหญ่และก็ผู้ใหญ่อยู่ในใจ ซึ่งคุณสามารถรับบทผู้นำทั้งงานในบ้าน และงานนอกบ้านได้ดีไม่มีที่ติเลยทีเดียว คนโสด วันนี้คุณมีเสน่ห์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใหญ่สูงวัยเป็นชาวต่างชาติด้วยสิ มีโอกาสที่เขาจะถูกตาถูกใจคุณถึงขนาดขออุปการะเลย

สุขภาพ  :  เป็นเรื่องการรับประทานเลยนะเนี่ย ดูเหมือนวันนี้คุณจะเอ็นจอยกับการรับประทานจนมีโอกาสที่น้ำหนักขึ้น ซึ่งก็มีความเสี่ยงที่แข้งขาจะรับน้ำหนักตัวไม่ไหว เกิดการบาดเจ็บได้โดยง่าย   

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  หากคุณตั้งเป้าหมายการทำงานไว้ที่เงินทอง ชื่อเสียง และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานแล้วล่ะก็ ทางที่ดีคุณไม่ควรยึดติดในอีโก้ของตัวเอจนไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น เพราะวันนี้เป็นไปได้ว่าจากเพื่อนรู้ใจมีโอกาสทรยศหักหลังคุณอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งจนงานสะดุดหยุดลงกลางคัน แล้วหากงานผิดพลาดเสียหาย คุณนั่นล่ะที่จะถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมอีก

การเงิน  :  คุณเร่งหาเงินๆๆ แต่ยิ่งเร่งก็เหมือนจะมีเหตุให้ต้องใช้ ซึ่งกว่าจะเอาตัวรอดได้ก็ฉิวเฉียดตลอดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มีโอกาสที่จะร้อนเงิน จนเข้าไปยุ่งกับทรัพย์ร้อน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายในภายหลัง

ความรัก  :  วันนี้คุณให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณจะแอบมีความสัมพันธ์แบบลับๆ จนต้องหาเงินเพิ่ม คนโสด วันนี้คุณให้ความสำคัญกับเรื่องเงินทอง ชื่อเสียง และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน จนสามารถไปเป็นลับๆ หรือมีความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ

สุขภาพ  :  หากคุณหักโหมทำงานจนไม่ได้นอนหลับพักผ่อน หรือไม่ได้รับประทานอาหารตรงเวลา วันนี้มีความเสี่ยงที่ระบบย่อยอาหารจะมีปัญหา เป็นโรคกระเพาะ และลำไส้ได้ง่ายๆ   

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ก็ยังคงคาดหวังความสำเร็จในชีวิตสูงมากและวันนี้จะยิ่งมากขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือธุรกิจในสายเอ็นเทอร์เทน งานบันเทิง นักร้อง นักดนตรี สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว เป็นไปได้ว่าเจ้านายคาดหวังว่าจะได้เห็นผลงานที่ดีจนคุณเครียด หากเป็นได้วันนี้ควรหลีกเลี่ยงงานหรือธุรกิจที่ซ่อนเร้นไม่เปิดเผย มีความเสี่ยงสูงมากที่เอกสารทางราชการจะผิดพลาด สามารถเป็นคดีความได้ จึงควรหาเพื่อนรู้ใจหรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยกันทำงานจะดีกว่า  

การเงิน  :  มีโอกาสที่จะหาเงินได้มากจากธุรกิจสีเทาและธุรกิจที่ซ่อนเร้นไม่เปิดเผย แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยง เพราะเงินที่ได้มามากๆ มีความเสี่ยงที่จะนำความเดือดร้อนมาให้ในภายหลัง

ความรัก :  หากคุณกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินกับการหว่านเสน่ห์นอกบ้าน วันนี้คาดว่าคู่คุณจะมีจิตใจงดงามตามใจคุณอย่างดี แต่ลึกๆ แล้วเขาเริ่มคิดไว้แล้วว่าจะอยู่กับคุณแค่เหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง คนโสด  วันนี้มีโอกาสที่คุณจะหอบกระเป๋าตามใครไปอยู่ด้วยกัน ก็ใจเย็นๆ ค่ะ เพราะเขายังไม่ใช่เนื้อคู่ แต่หากจะอยู่กันเพื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งล่ะก็ได้

สุขภาพ  :  หากคุณเป็นนักดื่ม วันนี้อวัยวะที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือหัวใจและโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รวมถึงสายตาด้วย ตระกูลต้อกำลังถามหาแล้ว

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายบันเทิงเริงรมย์ ศิลปะ ศิลปิน ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ  หากในเร็ววันนี้คุณกำลังจะเข้าสู่การประมูลงาน ประกวดผลงาน หรือสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเครียดและกดดันกับความหวังที่คนรอบข้างต้องการได้เห็นความสำเร็จและชัยชนะจากคุณ  

การเงิน  :   มีโอกาสที่คุณจะได้เงินพิเศษ เงินรางวัล ค่าคอมมิชชั่น แต่ทางที่ดีต้องมาอย่างโปร่งใส ไม่ควรเป็นเงินสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ เพราะวันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะเดือดร้อน

ความรัก   :  หากคุณแต่งงานอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน วันนี้คู่คุณจะอยู่บ้านเป็นแฟมิลี่แมนที่น่ารัก ก็อย่าคิดมโนไปไกลให้ใจฟุ้งซ่าน เพราะมีความเสี่ยงที่จะปะทะคารมกันได้ง่ายมาก  คนโสด  แฟนเก่ามีโอกาสติดต่อกลับมา แต่ก็อย่ามโนไปไกล เพราะเป็นไปได้ว่าจะแค่โยนหินถามทาง

สุขภาพ  :  เป็นไปได้ว่าโรคภัยไข้เจ็บที่สะสมอยู่ในตัวมานาน วันนี้มีความเสี่ยงที่จะส่งสัญญาณเตือน  ซึ่งคุณอย่าใจเย็น ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะคาดว่าจะไม่ธรรมดา

จางอี้ชิง

จางอี้ชิง จากไอดอลสู่อาชีพปั้นดาว บทบาทใหม่ของศิลปินหนุ่มมากความสามารถ 

จางอี้ชิง จากไอดอลสู่อาชีพปั้นดาว บทบาทใหม่ของศิลปินหนุ่มมากความสามารถ
10 ปีที่เติบโตบนเส้นทางสายบันเทิง นักร้องหนุ่มชาวจีน จางอี้ชิง ไอดอลหนุ่มขวัญใจแฟนคลับชาวไทย กับก้าวต่อไปในฐานะนักปั้นดาว

นักร้องหนุ่มชาวจีน เลย์ จาง หรือ จางอี้ชิง ถือเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงคุณภาพที่เต็มไปด้วยความสามารถ ไม่ว่าจะในฐานะ นักร้อง โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักเขียนบท นักเต้น นักแสดง รวมถึงเป็นนักธุรกิจหลังมีสตูดิโอเป็นของตัวเอง โดยเมื่อไม่นานมานี้ศิลปินหนุ่มเดินทางมาพบปะแฟนคลับชาวไทยหลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 3 ปี กับทัวร์คอนเสิร์ต Lay Zhang Grandline II (Infinite Lands) ซึ่งจัดขึ้นที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

จางอี้ชิง 03

โดยหลังจากการโชว์ในประเทศไทยศิลปินหนุ่มได้เปิดโอกาสให้กับสื่อมวลชนชาวไทยได้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการเดินทางมาครั้งนี้ ความประทับใจ รวมถึงโปรเจกต์ปั้นดาวที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

จางอี้ชิง 01

พูดถึงคอนเสิร์ต Grandline II (Infinite Lands) ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?

“ดีใจมากครับที่ได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสที่จะมาเมืองไทย เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนผลงานดนตรีกับศิลปินของคนไทยครับ”

คุณได้รับความรักจากแฟนๆ มากมายเลยทีเดียว ความรักครั้งนี้มีผลต่อหัวใจของเลย์อย่างไรบ้าง?

“รู้สึกอบอุ่นมากนะครับ ที่เห็นแฟนคลับคนไทยได้ทำป้ายเขียนว่า ประเทศไทยเป็นบ้านหนึ่งที่อบอุ่นสำหรับผม รู้สึกตื้นตันมาก”

จางอี้ชิง 02

เพลง VEIL เป็นผลงานที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตก ภาษาอังกฤษกับความเป็นจีนได้ลงตัวมาก อะไรคือสิ่งสำคัญที่คุณอยากนำเสนอ?

“ผมเป็นคนจีน ผมก็อยากจะนำทางวัฒนธรรมภาษาต่างๆ ของประเทศจีนมาใส่ในผลงาน เพื่อที่จะสืบทอดเรื่องราวของประเทศจีน แล้วก็คนจีนไกลสู่ทั่วโลก”

คุณเป็นคนที่สอดแทรกวัฒนธรรมในเพลงตลอด คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีน?

“อย่างที่ทราบกัน ประเทศจีนก็มีประวัติศาสตร์มา 5 พันกว่าปี มีเรื่องราวในตำนานให้ทุกคนได้จำได้เยอะแยะมากมาย สมัยนี้ก็จะมีการแสดงศิลปะด้วย ไม่ว่าจะเป็นเต้น ดนตรีก็ตาม ก็อยากจะนำทางเล่าสู่เรื่องราวของจีน สตอรี่บุคคลในประเทศจีน ให้คนรู้จักกันมากขึ้น”

หลายๆ เพลงของคุณมีความน่าสนใจมาก ส่วนมากคุณได้ไอเดียมากจากไหน?

“ก็ต้องทำงานไปเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ ยิ่งทำยิ่งมีแรงบันดาลใจจากหลายๆแหล่ง แต่สำหรับผมเป็นแบบนี้นะ ไม่ต้องพักผ่อน ทำงานไปเรื่อยๆ เลย”

เลย์เป็นศิลปินคนหนึ่งที่ใช้คำว่า Dance matching ได้เลย คุณมีวิธีการดูแลตัวเอง ในการซ้อม มีการดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง?

“เวลาซ้อมเต้นก็ไม่ได้สอนเรื่องร่างกายแล้ว ไม่แนะนำให้เลียนแบบนะครับ เพราะว่าผมก็เต็มที่กับการซ้อมมากๆ”

ในวันนี้กับเลย์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีอะไรที่เหมือนกันและอะไรที่ต่างกัน?

“แก่ขึ้นครับ (หัวเราะ)”

ปีนี้คุณเป็นศิลปินครบ 10 ปีแล้ว มีอะไรที่ตั้งใจทำในอีก 10 ปีข้างหน้าไหม?

“หวังว่าอยากจะให้คนมากขึ้นประสบความสำเร็จ ตอนนี้มีจัดตั้งบริษัทมีเดียที่ชื่อว่า Chromosome เพื่อที่ปั้นเลือดใหม่ หรือสำหรับเด็กวัยรุ่นหรือใครที่มีฝันในวงการบันเทิง ก็ปั้นให้มีเลือดใหม่ในวงการ ถ้ามีเด็กๆ คนไทยคนไหนที่อยากจะล่าฝันทางนี้ ก็สามารถไปจอยที่บริษัท Chromosome ของเลย์ได้เลยครับ”

อะไรคือคุณสมบัติที่ทำให้เลย์วิ่งไล่ตามฝัน กลายเป็นเลย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้?

“จริงๆ ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนะครับ แต่ว่าความมุ่งมั่นแล้วก็ความตั้งใจเป็นสิ่งที่สำคัญ”

ในวันนี้คุณประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน คุณอยากขอบคุณเรื่องราวหรือบุคคลใดๆ รวมถึงอยากขอบคุณตัวเองอย่างไรที่ก้าวมาถึงตรงนี้?

“ตั้งแต่เริ่มแรกที่ก้าวเข้าวงการก็เป็นนักร้อง ก็ได้มีโอกาสมาเป็นนักแสดง ได้มาเปิดบริษัท แล้วก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมการเดินทางในครั้งนี้ จริงๆ ผมยังไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ แต่ว่าก็จะพยายามต่อไป”

ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ เป็นผู้บริหารที่เป็นเมนเทอร์ในรายการแข่งขันมากมาย ช่วยให้คำแนะนำหรืออคำพูดสร้างพลังให้กับคนที่มีความฝันอยากจะทำงานในวงการนี้หน่อย?

“ต้องมุ่งมั่นในความฝันของตัวเอง อย่าท้อถอย อย่ายอมแพ้ง่ายๆ”

อยากทราบปริมาณความคิดถึงที่มีต่อแฟนๆ ประเทศว่า มีมากน้อยขนาดไหน?

“ทุกครั้งที่มาเมืองไทยแฟนคลับเมืองไทยก็จะไปต้อนรับบที่สนามบิน แล้วผมรู้สึกอบอุ่นมากที่การต้อนรับดีงามแบบนี้ เป็นระเบียบ และครั้งแรกที่มาประเทศไทย ก็คือมาออกรายการครับ ตั้งแต่ตอนนั้นแฟนคลับที่ประเทศไทยก็ให้การต้อนรับอย่างดีแล้ว ไม่ทราบว่ารายการตอนนั้นยังมีอยู่หรือเปล่า”

ภาพของแฟนๆ และเมืองไทยในความทรงจำของเลย์เป็นเรื่องราวความประทับใจแบบไหน ทั้งภาพก่อนมาแสดง ทั้งภาพที่จดจำเพิ่มเข้าไปในครั้งนี้?

“คุณน่ารักมากครับ แล้วก็คุณสวยมากครับ ทุกคนก็เป็นคนที่มีจิตใจที่ดี อ่อนโยนในการต้อนรับผม”

สุดท้ายอยากให้ฝากผลงานกับแฟนๆชาวไทยสักนิด?

“ยังไม่มีวันที่แน่ชัดนะครับ คิดว่าในเดือนพฤศจิกายนนะครับ ก็จะมีผลงานใหม่ที่จะออกมา อยากจะฝากให้แฟนคลับไทยทุกคนให้มีความสุขตลอดเวลา แฮปปี้ตลอดแล้วก็รักษาสุขภาพดูแลตัวเองอย่างดี และรอติดตามผลงานด้วยครับ และหวังว่าพี่ๆ สื่อทุกคนมีความสุขมากๆ นะครับในชีวิต

จูน-ชลฤดี

จูน-ชลฤดี เผยโมเม้นต์ถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงาน ซึ้งจนน้ำตาคลอ

ขึ้นแท่นเป็นเจ้าสาวป้ายแดงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับนางเอกสาวสุดฮ็อตจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 อย่าง “จูน–ชลฤดี อมรลักษณ์” ที่ล่าสุดถูกแฟนหนุ่มนักธุรกิจนอกวงการ “เติ้ง–พิภูษณ คุณคุณูปการนันท์” ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอแต่งงาน แดนไกลถึงประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งทั้งคู่ได้ศึกษาดูใจกันนานกว่า 7 ปี โดยงานนี้รายการเผ็ดมันส์บันเทิง จึงไม่รอช้า ต่อสายตรงคุยกับสาวจูนเป็นที่แรก หลังจากที่สาวจูน ได้โพตส์โมเมนต์สุดโรแมนติกผ่านอินสตาแกรมของเธอ พร้อมแคปชันว่า “I Say Yes” ตกแต่งอีโมจิรูปแหวน ทำเอาเพื่อนทั้งใน และนอกวงการบันเทิง พร้อมแฟนคลับ ต่างแห่มาร่วมแสดงความยินดี เรื่องราวจะโรแมนติก แสนหวานขนาดไหน มาฟังความรู้สึกสุดทัชใจของจูนครั้งนี้กัน

เล่าถึงวันที่โดนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานหน่อย?

จูน : จริง ๆ คือพวกเราเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเลย วันนั้นเราไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันมา1สัปดาห์ ซึ่งเราไปด้วยกันกับครอบครัว และเป็นจังหวะที่กำลังแวะสถานที่ท่องเที่ยวรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันเสร็จ เป็นโมเมนต์ธรรมดาๆไม่ได้หวานมากเลยค่ะ เขาก็คุกเข่าขอจูนแต่งงานกลางลานจอดรถ แถมบรรยากาศรอบๆตอนนั้นยังมีสักขีพยานเป็นนักท่องเที่ยวยืนอยู่เยอะมากเขาก็มองว่าเราทำอะไรกันด้วยความสงสัยประมาณนึ้ค่ะ ตอนนั้นเราก็แอบเขินนิดๆนะคะ

จูน-ชลฤดี  001
จูน-ชลฤดี 002

รู้ตัวมาก่อนไหมว่ากำลังจะถูกเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน เขามีพิรุธบ้างไหม ?

จูน : จริงๆ ต้องบอกเลยว่าเขาเซอร์ไพรส์ได้เนียนมาก เพราะเราไม่ทันได้ตั้งตัวเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบวันนี้ ซึ่งจูนเองก็ตกใจมากๆ ก็มีร้องไห้ด้วยนะ แต่ว่าเราไม่ได้ถ่ายภาพไว้ ก็คือเราทำตัวไม่ถูกเลยปกติเคยเห็นหลายคนที่ถูกเซอร์ไพรส์ ไม่คิดว่าครั้งนี้เราเองจะเป็นคนที่โดนขอแต่งงาน คือมันหูดับไปแล้วและก็เขินมากๆ ขนาดตอนนี้เล่าเองยังเขินเองเลย (หัวเราะ)

จูน : คือจริงๆ กับแฟนคนนี้ เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ก็มีคุยกันบ้างไม่ได้คุยกันบ้าง เป็นสถานะเพื่อนกันมาบ้าง พอมาถึงจุดหนึ่งเราก็รู้สึกว่าโอเคคนนี้น่าจะดูแลเราได้ และก็คุยดี นิสัยดี เป็นคนที่ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยวกลางคืน และก็ดูแลเราดีมาก จากเป็นเพื่อนเป็นพี่มา เราก็เลยรู้สึกว่าคนนี้เขาโอเคกับเรานะ

จูน-ชลฤดี  003

คนนี้ใช้ระยะเวลาศึกษากันมากี่ปี?

จูน : เรารู้จักกันมาประมาณ 7 ปี ก็มีคุยบ้างไม่ได้คุยกันบ้างตามประสาคนดูใจกัน จนมาถึงพักหลังๆมา ในปีนี้เลยที่คุยกันแทบจะทุกวันเจอกันตลอด เพราะสายงานที่เขาทำก็เป็นสายงานเดียวกับที่ครอบครัวเราทำ เราสองคนจึงได้มีโอกาสคุยกันและปรึกษากันอยู่บ่อยๆ อย่างเวลาที่เราถ่ายละครจบกลับไปช่วยงานที่บ้าน ก็ได้มาเจอกันก็เลยได้มาปรึกษากันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว บวกกับที่เรารู้จักกันมาสักพักนึงแล้วค่ะ

จะจัดงานแต่งงานเมื่อไรคิดไว้หรือยัง?

จูน : ตอนนี้ก็กำลังจะคิดกันอยู่ว่าจะแต่งช่วงไหนดี เพราะจริงๆ แล้วถ้าเราต้องดูฤกษ์ก็ต้องดูก่อน ก็คงต้องคุยกันก่อนอีก เตรียมจะปรึกษาทางผู้ใหญ่ ให้เขาช่วยดูและสรุปวันเวลาที่เหมาะสมที่สุดดีกว่าเพราะเราก็ยังไม่รีบมาก ถ้าได้ฤกษ์แล้วจะบอกอีกทีว่าจะเป็นช่วงไหน

จูน : ก็ใช่ค่ะ ปกติก็จะได้ไปแต่งานแต่งคนอื่น เพื่อน พี่ๆ แต่พอมาถึงตาเราที่ถูกเซอร์ไพรส์บ้าง ทุกคนก็กรี๊ดดีใจไปกับเราด้วย อยากขอบคุณพี่น้องในวงการและก็เพื่อนๆมาก จูนนั่งก็ไล่อ่านทุกคอมเมนต์เลยนะ ก็รู้สึกดีใจที่ทุกคนมาแสดงความยินดีกับเรา

แล้วงานในวงการเราวางแผนไว้ยังไงบ้าง?

จูน : จริงๆ ก็ยังไม่ได้ทิ้งงานในวงการบันเทิงนะคะ ก็ยังอยากที่จะถ่ายละครเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้เรามาฝึกทำงานกับทางบ้าน เดี๋ยวพอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็อาจจะได้กลับไปเล่นละคร มันก็ยังเป็นงานที่เราชอบเรารักอยู่ และแฟนก็ไม่ได้ปิดกั้นในเรื่องการทำงานของเราเลย เขาให้อิสระในความคิดของเรา ก็ยังติดตามจูนได้ทางช่อง 8 เหมือนเดิมเลยค่ะ

จูน-ชลฤดี 004

แฟนเขาว่ายังไงบ้าง หลังโดนเปิดวาร์ป?

จูน : คือเขาก็ตกใจนิดนึง เพราะปกติเราเป็นคนที่ไม่ค่อยลงรูปคู่อยู่แล้ว และพอเรามาลงรูปเขาก็มีอมยิ้มเวลาอ่านคอมเมนต์ เพราะว่าเพื่อนก็ทักเข้ามาแซวเขาเยอะมาก มีส่งข่าวเข้ามาให้ดูด้วย เขาก็อาจจะไม่ชินในตอนแรก คือเป็นหนุ่มขี้อายไม่ค่อยชอบออกสื่อเท่าไหร่ แต่หลังจากนี้แน่นอนว่าเราจะมาอวดโมเมนต์หวานๆให้มาฝากให้ทุกคนได้ติดตามเราอย่างแน่นอนค่ะ

Under the Queen's Umbrella

Under the Queen’s Umbrella ซีรีส์พีเรียดที่เปี่ยมด้วยรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่

หากคุณยังไม่เริ่มรับชมซีรีส์เรื่อง ใต้ร่มราชินี ( Under the Queen’s Umbrella ) บอกเลยว่าพลาดไม่ได้แล้ว! เพราะขอรับรองเลยว่าพอเริ่มปุ๊บ จะต้องติดซีรีส์เรื่องนี้งอมแงมแน่นอน เพราะหลังจากที่ได้เปิดตัวไป 4 ตอนแรก ใต้ร่มราชินี (Under the Queen’s Umbrella) ก็ได้กลายเป็นกระแสฮือฮาทั้งในประเทศเกาหลี และในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงองค์ราชินี อิมฮวารยอง ที่คอยต่อสู้และปกป้องลูกๆ ของเธอจากเหล่านางสนมตัวร้ายที่หวังจะชิงบัลลังก์ ซึ่งรับบทโดย คิมฮเยซู นักแสดงสาวเจ้าบทบาทผู้มีฝีมือการแสดงโดดเด่น ซึ่งนอกจากพล็อตเรื่องที่วางไว้อย่างซับซ้อนและแยบยล ตัวซีรีส์ยังตีแผ่เล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้แย่งชิงไหวชิงพริบภายกันในวังหลวงอีกด้วย ก่อนไปรับชมกัน Netflix ขอพาทุกท่านมาร่วมเปิดแฟ้มข้อมูลตัวละครและ 4 เหตุผลที่เราอยากให้คุณได้ดูกันเลย!

1. อิมฮวารยอง ไม่ใช่ราชินีธรรมดาๆ ที่คุณเคยเห็นผ่านตามาก่อน

“องค์ราชินี” หรือตัวเอกของเรานั้น เป็นมารดาผู้มีความมุ่งมั่นแรงกล้าที่จะปกป้องคุ้มครองลูกๆ ด้วยความรักท้วมท้น ในฐานะเสด็จแม่ขององค์ชายทั้ง 5 เธอได้แต่ใช้เวลาแต่ละวันง่วนอยู่กับการจัดการกับลูกๆ เจ้าปัญหาที่คอยทำให้นั่งไม่ติดอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วเธอเริ่มตระหนักได้ว่า เหล่าองค์ชายกำลังต้องเผชิญกับมหันตภัยร้ายแรงจากพระพันปี (รับบทโดย คิมแฮซุก) และเหล่าพระสนม ด้วยอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยูใกล้ตัวนี้เอง องค์ราชินีอิมฮวารยองจึงละทิ้งกฎเกณฑ์ของการเป็นราชินีที่อ่อนโยนและสง่างาม และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกๆ ของเธอภายใต้อำนาจทั้งหมดที่มี

Under the Queen's Umbrella 001

2. ซีรีส์ที่ผู้ชมล้วนรู้สึกเชื่อมโยงถึงได้ บอกเล่าในบริบทที่สดใหม่

แม้ซีรีส์เรื่อง ใต้ร่มราชินี จะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 500 ปีที่แล้ว แต่เนื้อหาสุดเข้มข้นเหล่านั้นกลับสะท้อนสังคมสมัยใหม่ได้อย่างน่าประหลาด อย่างเช่นการที่บรรดาพระสนมพยายามมอบการศึกษาชั้นยอดเพื่อให้เหล่าองค์ชายมีอนาคตที่สดใสในภายภาคหน้า เหล่าพ่อแม่ในยุคปัจจุบันเอง ต่างก็พยายามผลักดันลูกๆ ของตนอย่างสุดความสามารถด้วยเช่นกัน เปรียบเทียบได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นเหมือน วิมานวาดฝัน (SKY Castle) เวอร์ชันย้อนยุค ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นว่า ประชากรอันดับต้นๆ เพียง 1% ของประเทศได้รับการศึกษาอย่างไรในแม้ในสมัยโชซอน และท่ามกลางซีรีส์พีเรียดเกาหลีมีอยู่ดาษดื่นบนจอเงิน การได้เห็นซีรีส์ที่เน้นไปที่ประเด็นการอบรมดูแลและการศึกษาของลูกจึงทำให้ซีรีส์ ใต้ร่มราชินี มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นและน่าติดตามสุดๆ 

Under the Queen's Umbrella 002

3. ผนวกความน่าติดตามของซีรีส์ การันตีด้วยกองทัพองค์ชายสุดหล่อ

ซีรีส์เรื่อง ใต้ร่มราชินี พร้อมเปิดวาร์ปข้อมูลของเหล่าองค์ชายเจ้าสเน่ห์ที่มีบุคลิกหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นองค์รัชทายาท (รับบทโดย แบอินฮยอก) โอรสองค์โตสุดเพอร์เฟค พร้อมดีกรีเด็กเรียนเก่ง และเป็นลูกรักขององค์ราชินี องค์ชายซองนัม (รับบทโดย มุนซังมิน) โอรสองค์รองสุดดื้อรั้น ผู้เก็บงำอะไรบางอย่างไว้อยู่ภายใน หรือโอรสองค์ที่ 3 อย่าง องค์ชายมูอัน (รับบทโดย ยุนซางฮยอน) ผู้ที่ให้ความสำคัญกับการแต่งงานและการเกี้ยวหญิงมากเป็นอันดับหนึ่ง

องค์ชายคเยซอง (รับบทโดย ยูซอนโฮ) โอรสองค์ที่ 4 ผู้ซึ่งกำความลับบางอย่างเอาไว้ หรือจะเป็นโอรสพระองค์เล็กขององค์ราชินีอย่าง องค์ชายอิลยอง (รับบทโดย พัคฮาจุน) ผู้มองโลกในแง่ดีและเต็มไปด้วยความอยากรู้อย่างเห็น ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นแค่เพียงพระราชโอรสขององค์ราชินีอิมฮวารยองเท่านั้น ยังมีเหล่าองค์ชายของเหล่านางสนมให้ได้ตามหวีดกันต่ออีกมาก!

Under the Queen's Umbrella 003

4. ความสัมพันธ์ซับซ้อนที่เต็มไปด้วยดราม่าสุดเข้มข้น

ด้วยเหตุที่พระราชามีมเหสีมากกว่า 10 นาง ทำให้มีจำนวนมเหสีและเจ้าชายมากมายในวัง หลายคนปรารถนาที่จะได้เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์รัชทายาท เนื่องจากเป็นอีกหนทางสู่โอกาสในการขึ้นไปแทนที่องค์รัชทายาทมากขึ้น การประลองเพื่อแย่งชิงตำแหน่งดังกล่าวจึงขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดและกลายเป็นเรื่องราวสุดเข้มข้นให้ผู้ชมได้ร่วมลุ้นระทึก นอกจากนี้

ยังมีบทบาทของตัวละครพระพันปี หรือ “ย่า” ที่อาจจะแย่กว่าเหล่าตัวละครย่าที่เราเคยรู้จัก เพราะพระพันปีจาก ใต้ร่มราชินี เป็นทั้งผู้สมรู้ร่วมคิด ทั้งยังไม่เคยสนใจว่าหลานชายคนใดคนหนึ่งของเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ตราบใดที่ตนพึงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยตัวละครที่โดดเด่นมากมาย และทุกๆ ความสัมพันธ์ก็มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง

Under the Queen's Umbrella 004

ตามไปรับชมเรื่องราวย้อนยุคสุดทึ่งใน ใต้ร่มราชินี กับตอนใหม่ๆ ได้แล้ว ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ทาง Netflix เท่านั้น!

ลิ้มรสชาติเมนูประจำ เหมันต์ฤดู ณ รอยัล โอชา ร้านอาหารไทย ไฟน์ ไดนิ่ง

ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับคอร์สเมนูประจำ “เหมันต์ฤดู” หลอมรวมความลงตัวของวัตถุดิบสดใหม่จากทั่วโลก ผสมผสานเข้ากับสมุนไพรไทยที่ รอยัล โอชา ร้านอาหารไทย ไฟน์ ไดนิ่ง

ลิ้มรสชาติเมนูประจำ เหมันต์ฤดู ณ รอยัล โอชา ร้านอาหารไทย ไฟน์ ไดนิ่ง

ก่อนลมหนาวจะพัดผ่าน เพื่อไม่ให้พลาดสัมผัสกับรสชาติแห่งฤดูกาล ล่าสุด Royal Osha (รอยัล โอชา) ร้านอาหารไทย Fine Dining (ไฟน์ ไดนิ่ง) ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ถึง 2 ปีซ้อน และในครั้งนี้สองพี่น้องอย่าง ศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล เจ้าของร้านรอยัล โอชา และ เกวลิน พิทยานุกุล เชฟผู้วิจัยและพัฒนาเมนู ยังได้ร่วมกับ เชฟวิชิต มุกุระ เชฟอาหารไทยชื่อดังเจ้าของมิชลินสตาร์ 1 ดาว นำเสนอเมนู Chef’s Table ใหม่ประจำ “เหมันต์ฤดู” ที่ถูกรังสรรค์มาอย่างละเมียดละไมกับ 8 คอร์สพิเศษ จากสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศประจำฤดูกาลผสมผสานกับวัตถุดิบสมุนไพรไทยที่ยังคงรสชาติอาหารไทยแบบโบราณไว้อย่างครบรส ภายใต้แนวคิด “Classic Thai Elegance Reinvented” ความสง่างามของอาหารไทยรสชาติดั้งเดิมสู่ระดับโลก

ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ถูกตกแต่งอย่างละเมียดบรรจงในสไตล์ไทยวิจิตรโมเดิร์น เสมือนการเข้าไปในพระราชวังสมัยโบราณ ตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมโทนสีเข้มตัดกับสีทองจากทองคำแท้บริสุทธิ์แฝงกลิ่นอายความเป็นไทยไว้ในทุกรายละเอียด ทั้งจิตรกรรมฝาผนังบริเวณชั้นลอยที่บอกเล่าเรื่องราวรามเกียรติ์ และโคมแชน เดอเลียร์รูปชฎาสีทองอร่ามขนาดใหญ่ ที่จะตราตรึง และ สร้างความประทับใจให้กับทุกท่านมิรู้ลืม รวมถึง โซนกลาส เฮ้าส์ สำหรับบริการในรูปแบบ Chef’s Table ที่สามารถเห็นทุกขั้นตอนการปรุงอาหารแบบสดใหม่จานต่อจานของเชฟอย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์โดดเด่นของการทานอาหารแบบ Chef’s Table โดยทุกเมนูสุดหรูที่รังสรรค์ขึ้นได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ทำงานของเชฟวิชิต มุกุระ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ ที่ได้เดินทางไปรอบโลกกว่า 40 ปี

สำหรับเมนู Chef’s Table ของร้านรอยัลโอชาจะหมุนเวียนไปตามฤดูกาล โหมโรงเรียกน้ำย่อยกันด้วย ทองม้วนต้มยำกุ้งคาเวียร์ ทองม้วนขนมขบเคี้ยวดั้งเดิมของคนไทย ถูกหยิบยกมาเล่าใหม่ ด้วยการสอดไส้กุ้งเข้าไปแล้วค่อยไส่มูสต้มยำ ตกแต่งเพิ่มสีสันด้วยมูสต้มยำ ซอสมะม่วง โรยดอกไม้ ใบมะกรูดกรอบ ออกมาเป็นแท่งขนาดพอดีคำ เวลากัดเข้าไปจะมีความเป็นทองม้วนกรอบๆ ผสานกลิ่นอายของต้มยำที่ครบรสและได้ความหอมอบอวลของสมุนไพร

แตงโมหอยสังข์กับบีทรูทปลาแห้ง จานนี้เชฟผู้วิจัยและพัฒนาเมนู ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกุ้งแช่น้ำปลากับแตงโมปลาแห้ง นำแตงโมสดฉ่ำมาท็อปด้วยหอยสังข์จากประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในวัตถุดิบล้ำค่าที่พลาดไม่ได้ หอยสังข์หั่นบางเหยาะเกลือหิมาลัย แล้วนำมาย่างให้เกิดกลิ่นหอมอบอวล เสิร์ฟคู่น้ำจิ้มซีฟู้ด ซุกซ่อนลูกเล่นด้วยการทำอินฟิวส์กับบีทรูท รังสรรค์เป็นกรานิต้าให้สีม่วงแดง รสจัดจ้าน นอกจากจะช่วยตัดเลี่ยนแล้วยังเพิ่มความสดชื่นได้ดี

ถัดมาเป็นจานซิกเนเจอร์ของเชฟวิชิต ยำสมุนไพรตะไคร้มะแขว่นส้มโอกับขาปูทาราบะ มะแขว่นได้รับฉายาว่าราชาเครื่องเทศเมืองเหนือ มีกลิ่นหอมฉุนคล้ายผักชี มีรสเผ็ดเล็กน้อย นำมาคลุกเคล้ากับยำสมุนไพรไทยนานาชนิด อาทิ ตะไคร้ ต้นหอม หอมแดง ผักชีใบเลื่อย ผักแพรว และมีส้มโอเคล้าตัดรส เสิร์ฟคู่กับขาปูทาราบะจากประเทศญี่ปุ่นที่ย่างยั่วกลิ่นหอม

นิยามใหม่ของแกงจืดลูกรอก ต้มลูกรอกฟัวกราส์ไก่ฝรั่งเศสหนังไก่กรอบ ซุปตุ๋นไก่น้ำใสรสเข้มข้น ผ่านกระบวนการตุ๋นตามวิธีการปรุงแบบคนจีน นำมาเคี่ยวกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อดึงความหอมหวานตามธรรมชาติของกระดูกไก่ออกมา ส่วนลูกรอกถูกผสมด้วยฟัวกราส์แล้วค่อยนำไปนึ่ง ตบท้ายด้วยฟัวกราส์หั่นเต๋าที่ผ่านการย่าง ช่วยเติมเต็มรสชาติที่สมบูรณ์แบบ จัดเสิร์ฟอยู่ในถ้วยก่อนเทน้ำซุปร้อนลงไป เพิ่มความกรอบให้กับหนังไก่มากยิ่งขึ้น

แกงเหลืองปลาฮิราเมะ ยอดมะพร้าวอ่อนและก้านทูน กับขนมจีน เป็นอีกเมนูหนึ่งที่เชฟอยากนำเสนอวัตถุดิบแปลกใหม่ และหารับประทานยากในเมืองกรุง นั่นคือ “ก้านทูน” ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับบอน นำมาหั่นแฉลบบางๆ แล้วทำให้สุกกับน้ำแกงเหลือง ยามตักเข้าปากจะได้เท็กซ์เจอร์คล้ายกับสายบัว แต่หวานกลมกล่อมกว่า แกงเหลืองสุดโมเดิร์นจานนี้ เสิร์ฟพร้อมปลาฮิราเมะจากประเทศญี่ปุ่น รับประทานคู่กับขนมจีน และมีของดองจัดวางไว้สำหรับแนม ได้แก่ มะละกอดองพริกเกาหลีและหัวไชเท้า

เข้าสู่เมนคอร์สอย่างเต็มตัว ล็อบสเตอร์ผัดฉ่า แกะย่างจิ้มแจ่วข้าวหอมมะลิแดง  เมนู Surf & Turf อาหารจานหลักที่รวมอาหารทะเลและเนื้อแดงไว้ในจานเดียว ล็อบสเตอร์เนื้อหวานฉ่ำให้อารมณ์ “บัตเตอร์เซียร์” คือนำไปย่างแล้วทาด้วยซอสผัดฉ่าที่มาในรูปแบบเจล มาพร้อมแกะย่างกับข้าวคั่วและพริกแห้ง ข้าวหอมมะลิแดงผัดแล้วคลุกงาขี้ม่อน เพิ่มความอร่อยล้ำและสัมผัสกรุบกรอบอบอวลอยู่ในกระพุ้งแก้ม

ตามตำรับไทย รับประทานของคาวแล้วต้องปิดด้วยของหวาน ที่ร้านรอยัล โอชา เสิร์ฟ เจลลี่ส้มฉุนผลไม้กับมะกรูดเชื่อม ขนมโบราณหากินยาก ซึ่งคนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นเคยกับการใส่ขิงซอยกับหอมเจียวในขนม ทางเชฟจึงพัฒนาสูตรจากน้ำส้มซ่ามาเป็นลอยแก้ว รับประทานพร้อมกับมะกรูดเชื่อมจนเนื้อใส เติมรสชาติความหอมด้วยเจลลี่ส้มซ่า และเรียกความสดชื่นด้วยผลไม้ไทยและญี่ปุ่นตามฤดูกาล ปิดท้ายกับการรมควันหอมเจียวกับขิง ถ้วยนี้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยเท็กซ์เจอร์ที่หลากหลาย

ถั่วแปบ ขนมครกข้าวเหนียวมะม่วง ขนมสอดไส้ เสิร์ฟพร้อมกัน 3 เมนู “ถั่วแปบ” ทำจากแป้งข้าวเหนียวดำ จับตั้งแต่งให้สวยงาม รองด้วยน้ำตาลงา ส่วนขนมครกสูตรของเชฟวิชิต เปลือกนอกจะมีความกรอบ แตกต่างจากขนมครกปกติ หยอดหน้าด้วยข้าวเหนียวมูน ครีมกะทิ แนะนำให้รับประทานทั้งคำมอบรสสัมผัสของข้าวเหนียวมะม่วง บวกกับความกรอบของเปลือกขนมครกด้านนอก และขนมสอดไส้โบราณหน้ากะฉีด ห่อด้วยใบตอง เสิร์ฟบนสาแหรก จบคอร์สอย่างอิ่มเอมภายใต้ความรู้สึกรื่นรมย์ต่อรสสัมผัสแห่งฤดูหนาวตลอดกระทั่งคำสุดท้าย

เมนู Chef’s Table ใหม่ประจำเหมันต์ฤดู มีให้เลือกแบบ 5 คอร์ส ราคา 5,000++ บาท, 8 คอร์ส ราคา 8,000++ บาท และ 12 คอร์ส ราคา 12,000++ บาท บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 มกราคม 2566 

นอกจาก Chef’s Table แล้ว ทางร้านยังมีในส่วน Main Dining ที่บริการอาหาร A La Carte และ Set Menu โดยมีเมนูไฮไลต์ ได้แก่ คร็อกเก้ตำขนุนอ่อนสอดไส้ฟัวกราส์สมุนไพรและส้มซ่ามาโยซอส, ยำมะม่วงเบาหนังหมูกรอบกับกุ้งแม่น้ำย่างน้ำปลาหวาน, แกงเหลืองโชนเนื้อปลาเก๋าแดง, เนื้อสันนอกวากิวย่างซอสน้ำพริกข่า แหนมเห็ดทอดและเห็ดย่าง และ ตูโบ้ แกงบวชธัญพืช และเม็ดบัวงาขาว ทั้งนี้เพื่อให้ทุกท่านได้เลือกทานอาหารไฟน์ ไดนิ่งในแบบที่ต้องการ

“รอยัล โอชา” (Royal Osha) ร้านอาหารไทย ไฟน์ ไดนิ่ง (Fine Dining) ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ ตั้งอยู่ที่ ซอยร่วมฤดี ถนนวิทยุ เปิดทุกวัน มื้อเที่ยง เวลา 11.00 – 15.00 น. และมื้อเย็น เวลา 18.00 –  23.00 น. สำหรับบริการ Chef’s Table โดย เชฟวิชิต มุกุระ กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-256-6555 หรือ อีเมล [email protected]


วังหิ่งห้อย

วังหิ่งห้อย ดินเนอร์สุดโรแมนติก ร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ โดยเชฟนิค- ณัฐพล

วังหิ่งห้อย’ ร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ Fine Dining โดยเชฟนิค- ณัฐพล ภวไพบูลย์ ที่ถักทอเรื่องราวของอาหารเชื่อมโยงกับหิ่งห้อย สัญลักษณ์ของความอุดสมบูรณ์ในธรรมชาติ ตามคอนเซ็ปต์ของร้าน ‘ป่ากลางเมือง’ ที่อยากยกธรรมชาติมาไว้ในเมืองกรุง สร้างบรรยากาศดินเนอร์สุดโรแมนติกในแสงสลัว ที่คุณจะเห็นแสงของเหล่าหิ่งห้อยส่องประกายในความมืด

วังหิ่งห้อย… ดินเนอร์สุดโรแมนติก ร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ โดยเชฟนิค- ณัฐพล

วังหิ่งห้อยเปิดมาตั้งแต่ปี 2017 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากหิ่งห้อยที่เป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม โดยเชฟตั้งใจว่าจะเปิดร้านเพียง 18 เดือนซึ่งเป็นช่วงอายุขัยของหิ่งห้อย เมื่อเขาพิสูจน์ว่า สามารถทำร้านอาหารในสภาพแวดล้อมที่มีหิ่งห้อยเติบโตได้และด้วยรสชาติอาหารที่ดี จนได้รับการตอบรับอย่างมากจากนักชิม ก็ตัดสินใจปิดตัวไป หลังจากนั้นเชฟก็ได้ไปบริหารธุรกิจส่วนตัว อาทิ ร้านเบเกอร์รี่สุดพรีเมียม Eric Kayser ที่มีอยู่หลายสาขา

ผ่านไปพักใหญ่ หลายเสียงเรียกร้องให้กลับมาเปิดร้านอีกครั้ง คราวนี้เขามาพร้อมกับธีม Awake สื่อถึงการปลุกตื่นฟื้นคืน ไม่ว่าจะเป็นการปลุกให้เชฟลุกขึ้นมาเข้าครัวอีกครั้ง หรือ ปลุกกระแสให้ชุมชน จากการช่วยซื้อวัตถุดิบ เช่น ซื้อเครื่องเทศจากชุมชนทางภาคเหนือ อย่าง น่าน ลำพูน ลำปาง ซื้อเป็ดจากราชบุรี กบจากฟาร์มออร์แกนิกจังหวัดอ่างทาง ปูจากชุมพร กุ้งจากกาญจนบุรี โดยมีแผนก QC คอยตรวจตราความสด สะอาดของวัตถุดิบทุกเช้า

“สำหรับเมนู Awake มีทั้งหมด 10 คอร์ส ซึ่งเชฟใช้เวลาในการคิดสูตร นานถึง 8 เดือน ร่วมกับพนักงานในทีม ทุกคนช่วยกันตกผลึกความคิดเพื่อให้เมนูนี้ออกมาอร่อยที่สุด ในรสชาติไทยดั้งเดิม แต่พลิกโฉมหน้าตาอาหารให้โมเดิร์นขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ Modern culture with inspiration โดยคอร์สนี้จะให้ทานจนถึงประมาณเดือนสิงหาคม (โทรจองที่นั่ง สามารถสอบถามรายละเอียดคอร์สกับทางร้านก่อน)  หลังจากนั้นจะเปลี่ยนธีมใหม่ โดยผมขอเก็บเป็นความลับ บอกได้เพียงว่า ใช้เวลาคิดและพัฒนาอาหารนานถึง 9 เดือน”

เริ่มที่เมนู สาคู ที่เชฟได้แรงบันดาลใจจากหิ่งห้อยตัวเมียที่ไปวางไข่ในน้ำ เวลาเขาวางไข่จะเป็นก้อนเหมือนสาคู ข้างในสาคูเป็นหมูออร์แกนิก ผสมกับไส้ถั่ว โรยด้วยกระเทียมโทนทอด ประดับด้วยทอง 18K

จานต่อมาคือตับบด เชฟตั้งชื่อว่า  Circle of life หรือวัฏจักรชีวิต เล่าถึงช่วงชีวิต 3 เดือนของหิ่งห้อย ผ่านหน้าตาอาหาร ประกอบไปด้วยแยม 3 ชนิด ที่ทำจากมัลเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, ส้มยูซุ และขนมปังกับตับไก่ออร์แกนิก เมื่อกินตับบดกินคู่กับแยมรสชาติจะกลมกล่อม ตัดเลี่ยนได้ดี

จานที่สามคือ คั่วขนุน เมนูโบราณทางเหนือที่นำแกงไปคั่วจนหอม เมนูนี้เปรียบเสมือนหิ่งห้อยที่โตเต็มวัยและกำลังจะบินผ่านพ้นน้ำขึ้นมา ตอนที่เขากำลังจะพ้นน้ำ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ ยอดน้ำค้างจากต้นไม้ คั่วขนุนที่ร้านใช้มาจากจังหวัดลำปาง เสิร์ฟพร้อมกะปิ พริกแห้ง แผ่นแป้งเวียดนาม จัดวางอย่างสวยงามบนลูกเดือยป็อปคอร์น จานนี้ให้รสชาติเผ็ดกำลังดี แต่ไม่มีกลิ่นและความคาวของกะปิ

จานที่สี่คือ ลาบเหนือ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ที่หิ่งห้อยต้องการ เช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ เราใช้เนื้อประเภท Angus Beef อย่างดี คลุกเคล้ากับพริกจากภาคเหนือ กระเทียม มะกรูด กินแล้วเผ็ดร้อนขึ้นมาระดับหนึ่ง ส่วนเนื้อก็นุ่มกำลังดี ใครเป็นสายลาบต้องชอบ เพราะได้รสดั้งเดิม

ต่อไปก็คือ ยำขากบ สาเหตุที่ใช้กบ เพราะเป็นศัตรูเพียงหนึ่งเดียวของหิ่งห้อย ใครที่ไม่เคยกินกบอยากขอให้ลองจานนี้ เพราะเนื้อกบนุ่มมากจนนึกว่า ไก่ ทางร้านใช้ขากบออร์แกนิค ส่งตรงจากอ่างทอง เลี้ยงโดยระบบฟาร์มปิด สะอาด อร่อยจนได้ส่งออกไปไกลถึงฝรั่งเศส  โดยกบที่เลี้ยงไม่เคยเดินบนพื้นดิน แต่จะอยู่แค่บนใบบัว ทำให้ขานุ่ม เนื้อไม่แข็ง

จานต่อมาคือ ต้มยำกุ้ง จานโปรดของใครหลายๆ คน ขี้กุ้งเป็นอาหารของหิ่งห้อยในช่วงที่ยังไม่โตเต็มวัย เชฟใช้กุ้งเสื้อชิ้นใหญ่จากฟาร์มที่จันทบุรีเนื้อหวานนุ่ม กินคู่กับมะเขือเทศ พร้อมซุปต้มยำกุ้ง อร่อยจนอยากขอสั่งเพิ่ม  

ต่อมาคือ ปูผัดผงกะหรี่ ที่สื่อว่า ปกติหิ่งห้อยจะมีทั้งชนิดที่เติบโตในน้ำจืดและน้ำกร่อย ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีปูเยอะ เชฟได้ใช้กรรเชียงปูเนื้อใหญ่เต็มคำจากจังหวัดชุมพร เสิร์ฟพร้อมกับซอสผงกะหรี่ที่หอมเครื่องเทศ บอกเลยว่า เนื้อปูใหญ่สะใจมาก

จากนั้นเข้าสู่เมนคอร์ส ที่เราเลือกได้ว่า จะกินแกงเผ็ดเป็ดย่าง, แกงขี้เหล็กเนื้อ หรือ ปลาสามรส ต่อมาคือของหวาน ลอดช่องน้ำกะทิ ที่ทางร้านเคยได้รับรางวัล The world best organic desert 2019 ซึ่งเชฟนิคเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รางวัลนี้และคว้ามาถึง 3 ดาว เชฟได้เปลี่ยนหน้าตาของลอดช่องให้ออกมาสวยและโมเดิร์นจนคิดไม่ถึง ปิดท้ายด้วยขนมเปียกปูน ที่มีไวท์ช็อกโกแลตก้อนกลมสอดไส้สาคู แสดงให้เห็นถึงวังหิ่งห้อยที่ได้กลับไปสู่ผืนดินนั้นเอง สำหรับมูลค่าอาหารอยู่ที่ 2,890++ (ไม่รวม vat และ service charge) ถือว่าคุ้มสุด

สำหรับบรรยากาศของร้าน ต้องบอกว่าโรแมนติกมาก เพราะคุณนั่งท่ามกลางแสงสลัว เมื่อเปิดม่าน จะเห็นแสงสีเขียว ทองจากหิ่งห้อย ผ่านทางกระจกใส ซึ่งสามารถถ่ายรูปได้ (แต่ห้ามใช้แฟลช เพราะจะทำร้ายดวงตาของหิ่งห้อย) ถ้ามาช่วงปลายปีที่อากาศเย็นหน่อย หิ่งห้อยจะออกมานับพัน แต่สำหรับช่วงกลางปีอย่างนี้ จะออกมาวันละ 300-500 ตัวตามสภาพอากาศ
          ประสบการณ์ฟินทั้งสายตา ท้อง และใจแบบนี้ไม่ควรพลาด Location Urban Yard ถนนกำแพงเพชร 7
โทร. 091-979-6226
ร้านเปิด 18.00-21.00 Fb: Wanghinghoi


‘มีดวงได้ผู้ใหญ่ผู้หญิงเป็นแม่สื่อ ช่วยบ่มความรักจนหวานหอมสุกงอมพร้อมรับทาน’ ดวงรายวัน 29 ตุลาคม 2565

‘มีดวงได้ผู้ใหญ่ผู้หญิงเป็นแม่สื่อ ช่วยบ่มความรักให้หวานหอมสุกงอมพร้อมรับทาน’

ดวงรายวัน 29 ตุลาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายบันเทิงเริงรมย์ ศิลปะ ศิลปิน ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม ดีไซเนอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าหรือบริการที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ร่วมงานหรือร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนสนิท (ผู้หญิง) แต่คุณไม่ควรยึดติดในอีโก้จนไม่รับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย เพราะเป็นไปได้ว่าจะเกิดการขัดแย้งกันได้ง่ายๆ แล้วหากงานผิดพลาดเสียหาย ก็มีความเสี่ยงที่คุณจะถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมอีก  

การเงิน  :  มีเข้ามา แต่ก็ไม่ถือว่าร่ำรวย แล้ววันนี้คุณมีคิวจ่ายเงิน ทั้งที่สมัครใจและถูกหลอก เพื่อซื้อความสุขให้ตัวเองจนมีความเสี่ยงที่จะชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องพยายามหาเงินทุกวิถีทาง แม้กระทั่งในทางที่ไม่ถูกต้องด้วย

ความรัก  :  หากคุณครองคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน วันนี้ควรระวังเพื่อนหญิงคนสนิทที่จะแอบมาตีท้ายครัว ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าเธอจะต้องการทั้งสองเป้าหมาย คือไม่คุณก็คู่คุณ คนโสด  มีโอกาสที่แฟนเก่าจะติดต่อกลับมา มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้หญิง หากคุณมีแฟนอยู่แล้ว วันนี้คุณก็จะยังคบเธอด้วย

สุขภาพ  :   มีโอกาสที่คุณจะไม่สบาย ปอดบวม จนถึงเป็นภูมิแพ้  นอกจากนั้นระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองมีความเสี่ยงที่จะทำงานไม่เป็นปกติ จึงควรรับประทานอาหารที่ช่วยในการบำรุงเลือด

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความบันเทิง ความสวยงาม ดีไซเนอร์ สถาปนิก รวมถึงงานด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานที่เกี่ยวกับการบริการ หรือที่เกี่ยวกับเด็กด้วยแล้ว วันนี้คุณมีไอเดียสร้างสรรค์เป็นเลิศ จนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น ทางที่ดีคุณควรทำธุรกิจส่วนตัว หรือรับงานฟรีแลนซ์ดีกว่า เวิร์คกว่าจ้า

การเงิน  :   วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ลาภเฮงๆ ปังๆ จากเด็กๆ แล้วคุณก็เป็นไปได้ว่าก็จะต้องเสียเงินซื้อขนมนมเนยตอบแทนหนูๆ น้องๆ เหล่านั้น

ความรัก  :  หากคุณเป็นคนที่ชอบสังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงมากกว่าอยู่บ้านกับครอบครัว วันนี้ เริ่มโลเลไม่มั่นใจว่า หากจะมีลูก คุณพร้อมแน่ไหม! คนโสด  สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่ม LGBTQ+ หากคุณอยากขอเด็กมาอุปการะ แต่ก็ยังลังเลไม่แน่ใจอยู่ วันนี้เป็นไปได้ว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับความเห็นของสังคมรอบๆ ตัวคุณ

สุขภาพ  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะแพ้อากาศจนเป็นหวัด นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือดและต่อมน้ำเหลือง  เช่น เบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  มีโอกาสที่คุณจะได้พบช่องทางการทำงานใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ร่วมงานหรือลงทุนทำธุรกิจกับครอบครัว หรือคนรู้จักคุ้นเคย ซึ่งก็นับเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้ใหญ่ผู้หญิง จนถึงได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเขียน นักแต่งเพลง นักประพันธ์ หากคุณใช้เวลาในการสร้างสรรค์ผลงานมานาน วันนี้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

การเงิน  :   คุณมีโอกาสได้รับเงินพิเศษ หรือโบนัส เงินปันผล จากผู้ใหญ่ผู้หญิง ซึ่งจะมาเป็นรายเดือน

ความรัก :   มีโอกาสพิเศษที่สมาชิกในครอบครัวจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณกับคู่หรือสมาชิกในครอบครัวที่ห่างหายไปนานจะกลับมาคืนดีกัน หรือเป็นงานมงคลก็ได้  คนโสด  หากความรักของคุณต้องใช้เวลาในการพัฒนาความสัมพันธ์ โดยอยู่ภายใต้การสนับสนุนของผู้ใหญ่ผู้หญิง วันนี้เป็นไปได้ว่าสุกงอมหวานหอมพร้อมแล้ว

สุขภาพ  :   เป็นไปได้ว่าเลือดลมในร่างกายจะทำงานไม่เป็นปกติ มีความเสี่ยงที่จะหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนถึงขั้นเป็นลมล้มวูบได้ง่ายๆ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  วันนี้คุณมีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นศิลปิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความคิดฝันและทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จ หากยิ่งทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงศิลปะ ศิลปิน ความสวยความงาม ด้วยแล้วก็ยิ่งจะส่งเสริมให้คุณไปถึงจุดนั้นได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานที่อยู่นอกเหนือจากข้อตกลง หรือถูกใส่ร้ายป้ายสีเป็นแพะรับบาป ทางที่ดีควรเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย    

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินใช้ตลอดๆ  แล้ววันนี้ยังมีโอกาสหาเงินได้มากอีก แต่ก็มีโอกาสใช้เงินไปกับการสังสรรค์ปาร์ตี้อย่างเต็มที่เหมือนกัน

ความรัก  :  วันนี้จริงๆ คุณอยากชิล ใช้ชีวิตอย่างสำเริงสำราญให้สมกับวันหยุด แต่ก็ยังติดอยู่กับหลักการและเหตุผลของการสร้างครอบครัวที่ดี จึงไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ คนโสด  ก็ยังมีโอกาสที่จะไปเที่ยว กิน ดื่มอยู่ แล้ววันนี้คุณมีเสน่ห์และก็ตามใจตัวเองสุดๆ  จึงเป็นไปได้ว่าคุณก็จะเจ้าชู้สุดๆ เหมือนกัน

สุขภาพ  :  หากคุณกำลังเอ็นจอยกับการรับประทานและดื่มสังสรรค์ วันนี้ควรระวังเรื่องไขมัน ความดัน และเบาหวานนิดนะคะ ยิ่งหากเป็นอยู่แล้วก็ยิ่งควรต้องลด ละ เลิกบ้าง

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เป็นไปได้ว่าความคิดสร้างสรรค์ของคุณจะล้ำเลิศ จนยากที่จะร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นงานหรือธุรกิจในสายบันเทิง นักร้อง นักดนตรี สถานบันเทิง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว วันนี้หากคุณจะตัดสินใจออกมารับฟรีแลนซ์ หรือทำธุรกิจของตัวเอง เป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุน ส่วนเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็จะเมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษด้วย

การเงิน  :  หากรายได้มากจากการทำงานเป็นหลัก วันนี้คาดว่าคุณจะได้เงินพิเศษจากงานสีเทา จนถึงธุรกิจที่ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย ซึ่งจะทำเงินให้คุณอย่างงดงาม

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะชอบพบปะเสวนากับสังคมภายนอก โดยเฉพาะผู้ใหญ่ วันนี้ก็ต้องระวังจะเกิดข่าวไม่ดีไม่งามขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ทั้งข่าวจริงและข่าวลวง คนโสด เช่นกัน หากจะออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง วันนี้มีโอกาสที่คุณจะติดใจผู้สูงวัย จนถึงขั้นตามเขาไปง่ายๆ เลย

สุขภาพ  :   ก็ยังอยู่ที่ผลของการดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะหกล้ม หรือก้าวพลาดจนข้อเท้าพลิก/แพลงได้ง่ายๆ จนได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็น  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  คุณคาดหวังความสำเร็จในชีวิตสูงมาก ที่ผ่านมาคุณก็ทุ่มเททำงานแทบจะเรียกว่าพลีชีพอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้คุณมีความเป็นผู้นำสูงมาก จึงบุกเบิกและลุยงานหนักมากขึ้นอีก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานบันเทิง งานศิลปะ ศิลปิน ความสวยความงาม โดยที่ใครก็ห้ามหรือขัดไม่ได้ด้วย แต่ทางที่ดีควรอดทน รอคอย จังหวะและโอกาสที่จะมาถึงมากกว่าจะใช้อารมณ์ฝืนทำไป เพราะอาจยังไม่ใช่วันของคุณก็ได้  

การเงิน  :  แม้คุณจะมีจุดมุ่งหมายในการทำงานหาเงินเพียงไร แต่คุณก็ยังมีรายจ่ายเยอะเป็นเงาตามตัว จนวันนี้มีความเสี่ยงที่จะไปถึงจุดที่คุณต้องบริหารจัดการการเงินตัวเป็นเกลียวแล้ว

ความรัก :  เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความเป็นตัวตนสูงมาก ซึ่งวันนี้ก็จะอยู่ที่ความสนุกกับการสังสรรค์โดยไม่สนใจใคร ซึ่งคู่คุณและคนในครอบครัวคาดว่าจะปล่อยให้คุณทำตามใจตัวเอง คนโสด  วันนี้คุณมีเสน่ห์นะเนี่ย และมีโอกาสที่จะเจ้าชู้อีกต่างหาก  

สุขภาพ  :  ก็ยังอยู่กับการรับประทานอาหาร การดื่ม ซึ่งวันนี้ควรหลีกเลี่ยงเมนูสุกๆ ดิบๆ ไม่สดสะอาด และไม่ถูกสุขลักษณะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะแพ้อาหาร จนถึงมีพยาธิ์

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะแบกรับภาระงานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยอยู่ภายใต้การติดตามดูแลจากเจ้านายอย่างใกล้ชิดด้วย  ซึ่งอาจเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะประมูลงาน ประกวด สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือลงสนามแข่ง ซึ่งเดิมพันในวันนี้ของคุณอยู่ที่เงินทอง ชื่อเสียง และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน  

การเงิน  :   วันนี้คุณทำงานหนัก ขยัน หนักเอาเบาสู้ เพื่อที่จะให้ได้เงินมากขึ้น ซึ่งวันนี้ผลจากการทำงานหนักก็จะทำให้คุณได้รับในสิ่งที่ต้องการ  

ความรัก   :  มีโอกาสที่คุณจะเลือกทำงานในวันหยุดแทนที่จะอยู่กับครอบครัว เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากขึ้น  คนโสด  เช่นกันค่ะ วันนี้คุณเน้นทำงานๆ เพื่อเงินทอง ชื่อเสียง และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานก่อน แล้วค่อยคิดถึงความรัก

สุขภาพ  :   หากวันนี้คุณทำงานหนัก ยิ่งต้องระวังสุขภาพมากกว่าปกติ เพราะเป็นไปได้ว่าการเจ็บป่วยในวันนี้จะมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และได้รับสารอาหารไม่ครบ ไม่อ้วนไปเลย ก็ผอมไปเลย  

เชฟฟิจิ ปรุงเมนูการกุศล เพื่อบริจาคเงินให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

Fiji x KosuMosu Teppayaki Omakase โดยเชฟฟิจิ ซึ่งเป็นครั้งแรกและเป็นเชฟที่เด็กที่สุด ด.ช.กฤตภาส ศิริพงศ์ปรีดา (น้องฟิจิ) อายุเพียง 11 ขวบ ที่ได้ทำ Teppayaki Omakase ที่เปิดเพียงแค่ 4 รอบละ 6 ท่านเพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อไปมอบให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยนายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พร้อมด้วย นายโชคชัย สุขเหลือง รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ และนางสาวอนงค์นาฎ เอี่ยมสอาด หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป รับมอบเงินบริจาค จำนวน 43,000 บาท เพื่อสนับสนุนภารกิจในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565

เชฟฟิจิ ปรุงเมนูการกุศล เพื่อบริจาคเงินให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

กระโปรงยีนส์ยาวเอวต่ำ

กระโปรงยีนส์ยาวเอวต่ำ แฟชั่นยุค 2000s ที่กำลังกลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้ง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สองนางแบบพี่น้อง จีจี้-เบลล่า ฮาดิด ได้กลายเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ Y2K หรือ กางเกงยีนส์เอวต่ำ และ ล่าสุดกับ กระโปรงยีนส์ยาวเอวต่ำ แฟชั่นยุค 2000s ที่กำลังกลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้งในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

กระโปรงยีนส์ยาวเอวต่ำ แฟชั่นยุค 2000s ที่กำลังกลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้ง

แม้ช่วงก่อนหน้านี้ที่ Miu Miu ได้ส่งกระโปรงไมโครมินิที่กลายเป็นกระแสในวงการแฟชั่น จนมาถึงฤดูกาลนี้กระโปรงยีนส์เอวต่ำยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเทรนด์ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต้องหยิบมาใส่ แต่จากความสั้นจุ๊ดได้เพิ่มความยาวขึ้นในรูปแบบ midi ไปจนถึง maxi อีกทั้งยังมาในสไตล์วินเทจ

Cr :Hypebae

สำหรับกระโปรงสไตล์นี้ไม่เพียงใส่ไปงานปาร์ตี้ได้ แต่ในลุควันสบายๆ สาวๆ ก็สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ ได้เช่นกัน เหมือนกับลุคของ จีจี้ และ เบลล่า


ASAVA Autumn-Winter 2022 Collection Cover

เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ASAVA Autumn/Winter 2022 Collection “Time to focus on what matters”

Asava (อาซาว่า) นำโดย หมู – พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด “Asava Autumn/Winter 2022 Collection” โดยผลงานการออกแบบคอลเลกชั่นประจำปี 2022 ในครั้งนี้ Asava มาพร้อมกับนิยามใหม่อย่าง “Time to focus on what matters” ที่เลือกถ่ายทอดมุมมองและความหมายของคำว่า ‘โฟกัส’ อันเกิดจากการพินิจและสำรวจลงไปถึงแก่นแท้ของรากฐานที่แท้จริงของแบรนด์ การโฟกัสที่เปรียบเสมือนการกำหนดรูปแบบและวิถีการใช้ชีวิต ให้เราไม่ไขว้เขวไปตามการเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งเร้าในระหว่างทาง เพราะเทรนด์แฟชั่นอาจไม่สำคัญเท่ากับสไตล์หรืออัตลักษณ์เฉพาะบุคคล เช่นเดียวกับวิธีการทำงานของแบรนด์ที่เริ่มจากจุดตั้งต้นของปรัชญาที่ชัดเจน และสามารถพัฒนารูปแบบของผลงานให้มีความหลากหลายบนพื้นฐานของความเรียบง่าย ละเอียดอ่อน แต่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผสานกับแนวคิดของผู้หญิงในแบบฉบับอาซาว่าที่ยึดมั่นและโฟกัสในตัวตนและความปรารถนาที่แท้จริง ผ่านการดำเนินชีวิตในแบบที่ตนเองเป็นผู้กำหนด

เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ASAVA Autumn/Winter 2022 Collection “Time to focus on what matters”

อาซาว่าจึงเชื่อว่าเมื่อการโฟกัสของทั้งสองสิ่งระหว่างจิตวิญญาณของผู้สวมใส่และเสื้อผ้ามาบรรจบกัน ก็ยิ่งเป็นการขับเน้นให้ตัวตนของผู้หญิงคนนั้นมีความชัดเจนและกระจ่างชัด สะท้อนผ่านสไตล์การแต่งตัวที่มีความชัดเจนในหลากหลายรายละเอียดและองค์ประกอบที่สามารถสวมใส่ได้จริงในหลายโอกาส แต่ยังคงความเรียบหรู คลาสสิก ที่ไม่ว่าใครได้สวมใส่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสง่างามในแบบของตน

Silhouettes

แนวคิดในการออกแบบโครงชุดในคอลเลกชั่นนี้ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ในการผสมผสานกันระหว่างองค์ประกอบที่มีความเป็น Masculine และ Feminine เข้าไว้ด้วยกันผ่านชุดแพนต์สูท (Pantsuit) ชุดทักซิโด้เดรส (Tuxedo column dress) และเชิ้ตเดรส (Shirtdress) ที่ยังคงปรากฏให้เห็นในคอลเลกชั่น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงชุดที่เป็นดีเอ็นเอของแบรนด์อาทิ โครงชุดเคปเบลาส์ (Cape blouse) โครงชุดไหล่เดี่ยว (One-shoulder) และโครงชุดปาดไหล่ (Off-shoulder) ในรูปแบบที่มีความแปลกใหม่หลากหลาย ไปจนถึงลุคที่มีความลำลอง เช่น กระโปรงทรงบาน (Flare skirt) และเสื้อเบลาส์แขนกุด (Sleeveless blouse) ที่ผสานกับการใช้เนื้อผ้าที่ช่วยสร้างความน่าสนใจ โดยจุดเด่นของโครงชุดในคอลเลกชั่นนี้คือการสร้างวอลุ่ม (Volume) ของเสื้อผ้าทั้งในส่วนของแขนเสื้อและกระโปรงที่ช่วยส่งเสริมรูปร่างของผู้สวมใส่ให้ดูสง่างาม และยังเป็นการสร้างมิติที่น่าสนใจให้กับเสื้อผ้าได้อย่างลงตัว

Techniques & Details

เทคนิคในการออกแบบคอลเลกชั่นในครั้งนี้ยังคงใช้เทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาต่อยอดในหลากหลายรูปแบบ อาทิ เทคนิคการตัดต่อผ้าลายทาง (Striped patchwork color blocking) และการตัดต่อผ้าไล่สี (Striped patchwork gradient color) ในขนาดที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยสร้างมิติให้กับลุคโดยรวม การเดินด้ายแต่งเส้น (Contrast stitch) และการพิมพ์เบิร์นเอาต์ (Burn out printing) ที่ช่วยเพิ่มรายละเอียดและพื้นผิวให้กับเนื้อผ้าในคอลเลกชั่น การตัดต่อทูโทน (Two-tone patchwork) ที่ส่งเสริมรูปร่างของผู้สวมใส่ให้ดูสง่างาม และเทคนิคการตีเกล็ดซ้อนที่ช่วยสร้างพื้นผิวและวอลุ่มที่น่าสนใจให้กับภาพรวมของลุค นอกจากนี้ยังมีการนำเทคนิคการจับเดรปอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาปรับใช้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การจับเดรปจีบหน้าซ้อน การจับเดรปคอปาดไหล่เดี่ยว และการจับเดรปป้ายครึ่งตัวด้านหน้า ที่ให้ภาพของการจับเดรปในทิศทางที่แปลกใหม่ อีกทั้งยังมีการเพิ่มเทคนิคพิเศษ คือ เทคนิคการจับรูดเจาะวงกลม (O-ring cut out) มาใช้เป็นรายละเอียดของชุดที่เป็นการสร้างรายละเอียดที่น่าสนใจให้กับเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้

Fabrics and colors

เนื้อผ้าที่เลือกใช้ในคอลเลกชั่นนี้ประกอบไปด้วย ผ้าคอตตอน ผ้าคอตตอนเนื้อผสม ผ้าเดนิม และผ้าเจอร์ซี่ ที่ให้ความ Casual เมื่อสวมใส่ และเนื้อผ้าอย่างผ้าซาติน และผ้าวูล รวมถึงผ้าทวีดที่ให้ความรู้สึกถึงความหรูหรา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความพิเศษให้กับคอลเลกชั่นได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีการใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้แก่ สีขาว สีเทา สีดำ สีเบจ และสีน้ำเงิน เพื่อตอกย้ำถึงตัวตนของแบรนด์ให้มีความชัดเจนและแข็งแรง อีกทั้งยังมีการเลือกใช้สีพิเศษ เช่น สีฟ้าเบบี้บลู (Baby blue) สีม่วงลาเวนเดอร์ (Lavender) และสีโทนพาสเทล ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับคอลเลกชั่น

พบกับ Asava Autumn/Winter 2022 Collection ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ศูนย์การค้า เอมโพเรียม,ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ชั้น 2 โซนไทยไทย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอทเซ็นทรัลเวิลด์ และ อาซาว่ากรุ๊ป แฟลกชิปสโตร์ ซ.สุขุมวิท 45 รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่
Website : https://asavagroup.com/product-category/asava/collection/aw-2022/
Line Official : @asavagroup
Lazada : https://bit.ly/ASAVA-LAZADA
M Online : https://monline.com/th/asava
Central Online : https://www.central.co.th/th/asava/women
Facebook : https://www.facebook.com/asavathailand/
และ Instagram : https://www.instagram.com/asavagroup/

LADY GAGA

เมคอัพอาร์ติสต์คู่ใจ LADY GAGA เม้าส์ถึงความคลั่งรักบิวตี้ไอเท็มชิ้นหนึ่งที่มีผลต่อใจมาก

เรื่องความรักความชอบเป็นรสนิยมส่วนตัวที่ไม่อาจตัดสินกันได้ ใครจะคลั่งรักสกินแคร์หรือน้ำหอมตัวไหนก็แล้วแต่ สำหรับ ‘เลดี้กาก้า (LADY GAGA)’ ไฮไลเตอร์ถือว่าเป็นชิ้นที่ “มีผลต่อใจ” แม้ใครจะบอกว่าเป็นไอเท็มที่ไม่สำคัญ

ความคลั่งรักของแม่กาก้าที่มีต่อไฮไลเตอร์วิ้งวับนั้นเริ่มตั้งแต่วัยรุ่น ด้วยจริตที่หลงใหลในข้าวของที่มีความระยิบระยับอยู่แล้ว เมื่อได้เห็นไฮไลเตอร์ของแบรนด์ M.A.C เป็นครั้งแรก สาวน้อยกาก้าก็เหมือนถูกมนตร์สะกด ถึงกับรีบทำจ๊อบเก็บค่าขนมมาช็อปจนครบทุกเฉดสี กลายเป็นความฝังใจที่เมื่อโด่งดังเป็นตัวแม่แล้ว กาก้ากลายเป็นผู้รันวงการไฮไลเตอร์ อะไรออกใหม่แม่ต้องมี การันตีโดย Sarah Tanno เมคอัพอาร์ติสต์คู่บุญที่เล่าความคลั่งรักไฮไลเตอร์ของกาก้าชนิดใครก็ห้ามไม่อยู่

เมคอัพอาร์ติสต์คู่ใจ LADY GAGA เม้าส์ถึงความคลั่งรักบิวตี้ไอเท็มชิ้นหนึ่งที่มีผลต่อใจมาก

“ฉันจับสังเกตได้จากเวลาที่เราประชุมกัน สายตาของกาก้าไม่ยอมละจากตลับไฮไลเตอร์ที่ฉันเปิดทิ้งไว้ เธอดูอยู่ไม่นิ่ง คอยหยิบขึ้นมาส่องจนฉันต้องถามว่าเป็นอะไร ถึงได้รู้ว่ากาก้าคลั่งรักไฮไลเตอร์มาก 

“ที่ช็อกคือตอนที่ฉันได้เห็นคอลเล็คชั่นเมคอัพส่วนตัวของเธอที่มีไฮไลเตอร์ทุกแบรนด์ ทุกเฉดสี และทุกประเภท กาก้าเป็นคนรักเมคอัพ แต่ไม่มีชิ้นไหนที่เธอจะคลั่งเท่านี้ เมคอัพแบรนด์ต่างรู้ว่าถ้ามีไฮไลเตอร์ออกใหม่จะต้องส่งถึงมือกาก้าทันที ไม่ต้องถามว่าจะรับหรือไม่ ล่าสุดได้ยินว่ายกพื้นที่เพ้นต์เฮ้าส์ 1 ห้องเอาไว้เก็บโดยเฉพาะ เอากับเธอสิ”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 986
ภาพ : ladygaga

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

cover

ถอดแฟชั่นวัยใสยุค 90 จากภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลี ย้อนวันวานเคล้าน้ำตา

กลับมามีกระแสอีกครั้งกับหนังย้อนเวลาพาเราไปยังยุค 90s กับภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีเรื่อง ’20th Century Girl’ ที่ทำเอาผู้ชมทั้งหลายถึงกับน้ำตานองกันไปถ้วนหน้า แต่ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในหนังแนวโรแมนติก-ดราม่าที่เล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของเด็กวัยมัธยมที่เจือปนไปด้วยมิตรภาพ และความรัก ซึ่งกลิ่นอายทั้งเนื้อหา Mood & Tone ทำให้คนต่างพากันโยงไปถึงซีรีส์เกาหลีอีกเรื่องที่มีชื่อว่า ‘Twenty Five Twenty One’ เพราะทั้งสองมีความเหมือนกันจนสามารถสัมผัสได้

ซึ่งในวันนี้เราไม่ได้จะพาทุกคนไปส่องความเหมือนของเนื้อเรื่อง แต่เราจะพาทุกคนไปหาจุดร่วมของแฟชั่นของวัยรุ่นหญิงในยุค 90s ที่ฝ่ายคอสตูมตั้งใจใส่เอาไว้ทั้งในภาพยนตร์และซีรีส์สองเรื่องนี้

เริ่มต้นด้วย ‘เอี๊ยมยีนส์’ ที่ถือเป็นหนึ่งแฟชั่นไอเท็มสำคัญของยุค 90s ที่สองเรื่องก็หยิบมาให้นาโบรา และนาฮีโดได้สวมใส่ทั้งแบบขาสั้นและขายาว ช่วยมาสร้างความสมจริงในเรื่องของช่วงเวลารวมถึงวัยของตัวละคร

แฟชั่นไอเท็มชิ้นที่สองกับ ‘เสื้อยืดลายทาง’ ไม่ว่าจะสีตัดกันหรือเข้ากันแต่ขอให้เป็นลายทางแนวขวางไว้ก่อน การที่ทั้งสองเรื่องหยิบเสื้อแบบเดียวกันมาใช้ก็คงพิสูจน์ได้ว่าในยุคนั้นแฟชั่นแบบนี้กำลังมาแรงจริง ๆ

ต่อไปขอเสนอการมิกซ์แอนด์แมทช์สุดเก๋กับการหยิบเสื้อแขนยาวใส่ไว้ข้างในก่อนทับด้วยเสื้อยืด Oversize ใส่คู่กับกางเกงขาบานแบบที่นาโบรากำลังทำอยู่ ซึ่งแฟชั่นแบบนี้พบเจอได้ไม่บ่อยในยุคปัจจุบัน อาจจะเจอแค่ในกลุ่มของคนที่รักการแต่งตัวแนววินเทจเท่านั้น

10

และสุดท้ายกับภาพจากโปสเตอร์ซีรีส์ Twenty Five Twenty One ที่ถ่ายทอดแฟชั่นความ 90s ออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งเสื้อครอปท็อปสีฉูดฉาดกับกางเกงทรงหลวม และคาดด้วยเข็มขัดเส้นใหญ่สักหนึ่งเส้น รวมถึงกิ๊บผมหลากสีที่ติดอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังฮิตในยุคสมัยนั้น

11
ชุดเจ้าสาวหลากสี

ฉีกกฎวันแต่งงาน รวมชุดเจ้าสาวหลากสี สวยไม่แพ้สีขาว

ภาพจำของ “ชุดแต่งงาน” คือชุดสีขาว ลากยาวตามแบบฉบับที่ได้รับอิทธิพลมาจากควีนวิกตอเรีย (สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย) แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อครั้งอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ต ในฉลองพระองค์สีขาวในปี ค.ศ. 1840 แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนหน้านั้นชุดแต่งงานที่มีสีสัน อย่าง สีฟ้า สีชมพู ได้รับความนิยมมากกว่าสีขาว อาจเพราะค่านิยมสมัยนั้นที่มองว่า สีขาวเปื้อนง่าย จะนำไปใส่ในโอกาสอื่นได้ยาก คนฐานะร่ำรวยเท่านั้นจึงเลือกใช้เสื้อผ้าสีขาวโดยรักษาให้ยังคงใหม่เอี่ยมอยู่เสมอได้ เรียกว่าเป็นสิ่งอวดฐานะอย่างหนึ่ง สำหรับยุคสมัยนี้ชุดแต่งงานจะเป็นสีอะไรก็ไม่ผิด ขอแค่เลือกให้เหมาะกับตัวเอง ใส่แล้วมีความสุขที่สุดในวันพิเศษก็น่าจะเพียงพอ

ขอเริ่มด้วยการฉีกกฎทลายกำแพงความเชื่อด้วยชุดแต่งงาน “สีดำ” ซึ่งสำหรับหลายคนมันไม่ใช่สีอัปมงคล แต่เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความรักนิรันดร์ ชุดดำมีเสน่ห์ ลึกลับ ชวนค้นหา ยิ่งถ้าเจ้าสาวผิวขาวจะยิ่งช่วยขับผิวให้ผุดผ่องมากขึ้นอีก อย่างงานวิวาห์สุดปังของ Liberty Ross และ Jimmy Lovine ที่เจ้าสาวเลือกชุดวินเทจสีดำจาก Givenchy Haute Couture เข้ากับเวลผ้าตาข่ายสีดำยาว และเครื่องประดับศีรษะสุดอลังฝีมือออกแบบของ Stephen Jones

glamourmagazine

ตัดภาพมาที่งานวิวาห์สุดโรแมนติกที่มีเฉพาะแขกคนสนิทของ Jessica Biel และ Justin Timberlake เจ้าสาวในชุดสีชมพูหวานเกาะอกของ Giambattista Valli Haute Couture หากอยากแสดงออกถึงความรักที่นุ่มนวล อ่อนหวาน อบอุ่น สีนี้เหมาะอย่างยิ่ง

ต่อด้วยงานแต่งเก๋ๆ ไม่เหมือนใคร ให้บรรยากาศสบายๆ เป็นตัวเอง อบอุ่นไปด้วยความรักกับคู่ของ Emily Ratajkowski และ Sebastian Bear-McClard ในงานวิวาห์ที่ขอแค่มีคนรู้ใจกับน้องหมาสุดรักมาเป็นสักขีพยานก็เพียงพอ เอมิลี่ฉีกทุกกฎของลุคเจ้าสาว ด้วยการเลือกชุดสูทสีเหลือง แมทช์กับหมวกปีกกว้างและตาข่ายสีดำ ปล่อยผมลอนเบาๆ และแต่งหน้าในลุคเมคอัพที่ดูเรียบง่าย

ต่อด้วยชุดเดรสสีแดงทรงพลังของนางแบบสาวลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ Chrissy Teigen ภรรยาของ John Legend ชุดนี้ออกแบบโดย Vera Wang ชุดเจ้าสาวสีแดงให้ความรู้สึกเร่าร้อน ตื่นเต้น และน่าหลงใหลในด้านความเชื่อสีแดงยังเป็นสีนำโชคของชาวจีน เป็นสีแห่งความสำเร็จและช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับความรัก

มาทางฝั่งไทยกันบ้างกับงานวิวาห์ของแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ กับ สารวัตรหมี พ.ต.ท ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ แพนเค้กเลือกชุดจากแบรนด์ KANAPOT เป็นเดรสเกาะอกที่มาพร้อมความน่ารัก แต่ยังคงความหรูหรา แฝงด้วยดีเทลงานปักดอกไม้หลากสี ตามคอนเซ็ปต์ Glow beautiful feeling in your heart’s garden เหมือนความรักที่ผลิบานอบอวลเต็มที่

Kanapot Aunsorn
INSTAX SQUARE Cover

ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟนพรินเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด “INSTAX SQUARE Link” สนุกกับเอฟเฟ็กต์ AR สุดล้ำและฟีเจอร์ใส่ข้อความสื่อความรู้สึกแทนใจบนภาพพรินต์คุณภาพสูง

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ตโฟนพรินเตอร์ขนาดพกพารุ่นใหม่ล่าสุด INSTAX SQUARE Link” (SQUARE Link) ให้คุณสั่งพิมพ์รูปถ่ายสุดประทับใจจากสมาร์ตโฟนได้ทันทีในรูปแบบภาพจัตุรัส มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่กับเอฟเฟ็กต์ AR (Augmented Reality) ให้รูปพรินต์ของคุณเป็นมากกว่าภาพฟิล์มหรือเลือกตกแต่งด้วยข้อความโดนใจในทุกโอกาสพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย 16 พฤศจิกายนนี้    

สมาร์ตโฟนพรินเตอร์ตระกูล INSTAX Link ได้รับความนิยมอย่างมากจากหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทั่วโลกด้วยความสามารถในการสั่งงานจากสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน โดยเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธ ให้คุณได้พรินต์รูปถ่ายคุณภาพสูงสีสันสดใสได้ทุกที่ทุกเวลา โดยผลิตภัณฑ์ในตระกูล INSTAX Link นำเสนอเครื่องพิมพ์ที่ครอบคลุมภาพถ่ายทุกรูปแบบ ทั้งรุ่น INSTAX Link WIDE ที่ใช้กับฟิล์มขนาด Wide  และรุ่น INSTAX mini Link 2 ให้คุณได้ภาพฟิล์มขนาดกะทัดรัดเท่ากับนามบัตร

ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟนพรินเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด “INSTAX SQUARE Link” สนุกกับเอฟเฟ็กต์ AR สุดล้ำและฟีเจอร์ใส่ข้อความสื่อความรู้สึกแทนใจบนภาพพรินต์คุณภาพสูง

INSTAX SQUARE Link ใช้กับภาพฟิล์มแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส มาพร้อม 2 ฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพของคุณไปอีกขั้น

(1) AR Print : ใช้เทคโนโลยี AR โดยแอปจะโชว์ภาพเอฟเฟ็กต์ AR ซ้อนขึ้นมาจากภาพพรินต์หรือเซฟภาพหน้าจอเป็นคลิปวิดีโอหรือภาพนิ่งสำหรับแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย

(2) INSTAX Connect : ตกแต่งด้วยข้อความบนภาพพรินต์ ให้คุณได้แชร์ความรู้สึกกับเพื่อน ๆ หรือคนรู้ใจที่อยู่ไกลกันผ่านข้อความแช็ตบนภาพพรินต์

เครื่องพรินต์มีให้เลือก 2 โทนสีทั้ง Ash White เรียบง่ายสไตล์มินิมัลและ Midnight Green ที่สุขุมเรียบหรู ซึ่งทั้งสองสีมอบดีไซน์ที่สวยงามราวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่นภายในห้อง พร้อมกันนี้ ฟูจิฟิล์มยังเปิดตัวเคสใส่พรินเตอร์ (SQUARE Link Printer Case) ในโทนสีที่เข้ากัน และอัลบั้มภาพ (Photo Album) ที่ออกแบบมาสำหรับใส่ภาพฟิล์มรุ่น SQUARE โดยเฉพาะ ซึ่งทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์กำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยพร้อมกันวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565

(1) สมาร์ตโฟนพรินเตอร์ “INSTAX SQUARE Link” (วางจำหน่าย 2 สี)

(2) เคสใส่พรินเตอร์ “INSTAX SQUARE Link”

(3) อัลบั้มภาพ SQUARE

ฟูจิฟิล์มยังมีแผนการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “INSTAX” อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เต็มที่ในทุกกิจกรรมทั้งในและนอกบ้าน โดยที่คุณสามารถพรินต์ภาพหลังถ่ายได้ในทันที

ลักษณะเด่นของตัวเครื่อง

(1) สั่งพิมพ์ภาพถ่ายหรือเลือกช็อตโปรดจากคลิปวิดีโอได้อย่างง่ายดาย

สามารถใช้แอปเพื่อตกแต่งรูปภาพในสมาร์ตโฟนพร้อมฟังก์ชั่นสั่งพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถเพิ่มหรือลดขนาด รวมถึงหมุนภาพ และใช้ฟิลเตอร์หรือปรับค่าความสว่างเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยโดนใจมากที่สุด นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดวิดีโอจากแอปเพื่อเลือกเฟรมภาพที่ต้องการและสั่งพิมพ์ได้ทันที

(2) “AR Print” ฟังก์ชั่นใหม่ที่ให้คุณเติมเอฟเฟ็กต์ AR สุดล้ำลงในภาพพรินต์

ใช้แอปเพื่อใส่เอฟเฟ็กต์ AR ให้ภาพพรินต์ INSTAX ของคุณโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยสามารถเลือกภาพที่บันทึกในสมาร์ตโฟนและใส่เอฟเฟ็กต์ AR ที่ต้องการ แล้วใช้แอปสแกน QR code ที่ปรากฏบนภาพพรินต์ เท่านี้ก็จะได้สนุกกับเอฟเฟ็กต์ AR ที่คุณเลือกไว้

เอฟเฟ็กต์ AR มีให้เลือกถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ “Add special FX,” “Add Photo,” “Add Background,” “Add Doodle และ “Add Text” โดยสามารถสร้างสรรค์เอฟเฟ็กต์ AR ของคุณเองได้ในคำสั่ง “Add Doodle” และ “Add Text”

ผู้ใช้ยังสามารถบันทึกภาพหน้าจอแสดงเอฟเฟ็กต์ AR บนภาพพรินต์ INSTAX ทั้งในรูปแบบวิดีโอหรือภาพนิ่ง เพื่อนำไปแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย

ผสมเอฟเฟ็กต์ AR เข้ากับภาพพรินต์ INSTAX เพื่อเพิ่มอารมณ์ให้กับภาพ หรือจะสร้างสรรค์ข้อความบนภาพพรินต์ได้ในแบบของคุณก็ทำได้หลากหลายสไตล์

ขั้นตอนง่ายๆ ในการใช้ “AR Print”

เลือกเอฟเฟ็กต์ AR  จากเมนูในแอปพลิเคชัน
เลือก “Add Doodle” และสร้างเอฟเฟ็กต์ AR ของตัวเอง
สั่งพิมพ์ภาพด้วย INSTAX ที่มาพร้อม QR code
สแกน QR code เพื่อสนุกไปกับเอฟเฟ็กต์ AR ที่เลือกไว้

(3) “INSTAX Connect” ฟังก์ชั่นใหม่ที่ให้คุณได้สนุกการสร้างสรรค์ข้อความบนภาพพรินต์ INSTAX

ฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยให้คุณตกแต่งภาพด้วยข้อความและสั่งพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ให้คุณได้สื่อความรู้สึกถึงคนพิเศษที่อยู่ไกลได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการ์ดอวยพรพร้อมข้อความแทนใจ หรือส่งภาพหลานๆ พร้อมข้อความน่ารักๆ ให้กับคุณปู่คุณย่าที่อยู่ห่างไกลเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว

ใช้แอปเพื่อวางข้อความลงในภาพและส่งให้เพื่อน ๆ
สั่งพิมพ์ภาพที่ตกแต่งด้วยกล่องข้อความสุดประทับใจ
 

ฟังก์ชั่นอื่น ๆ

INSTAX Camera : ถ่ายภาพด้วยกรอบฟิล์ม INSTAX และสั่งพิมพ์ได้ทันที

Editable Print : สร้างสรรค์ภาพพรินต์ด้วยกรอบสุดแฟนซีหรือเอฟเฟ็กต์ภาพคอลลาจ

Sketch, edit & print : ตกแต่งภาพด้วยลวดลายที่วาดขึ้นหรือใส่ข้อความบนภาพพรินต์

Save Image : บันทึกรูปพรินต์ในกรอบฟิล์ม INSTAX

Enhanced Quality Prints : เลือกพิมพ์ภาพได้ทั้ง “โหมด INSTAX-Rich” เพื่อภาพพรินต์สีสันสดใส หรือ “โหมด INSTAX Natural” เพื่อภาพพรินต์โทนสีแบบฉบับ INSTAX

ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดตัว INSTAX SQUARE Link สมาร์ตโฟนพรินเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากฟูจิฟิล์มได้ที่ Facebook Page : Instax Thailand, IG : @instax_thailand หรือ Line OA : @instaxthailand

รองเท้าเจ้าสาว

ควรค่าแก่การครอบครอง Azia รองเท้าส้นสูงที่แมทช์เข้ากับชุดแต่งงาน

ถ้าให้พูดถึงรองเท้าที่เป็นที่หมายปองของเจ้าสาว สำหรับเอาไว้ใส่เข้ากับชุดแต่งงาน ด้วยดีไซน์ที่มากับความสูงที่ทำให้เมื่อสวมใส่เท้าดูเรียวสวยระหง หนึ่งในนั้นต้องมี ‘Jimmy Choo’ ลักซ์ชัวรี่แบรนด์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติอังกฤษ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และสามารถดึงจิตวิญญาณความสง่างามของผู้หญิงให้มีเสน่ห์น่าหลงใหล สะท้อนความมั่นใจทุกครั้งเมื่อสวมใส่

ล่าสุดได้ออกดีไซน์ใหม่ รุ่น Azia รองเท้ารัดส้นส้นเข็มในแพทเทิร์นปลายหัวตัดแสนโมเดิร์น ซึ่งได้รับความนิยมอยากมากจนกลายเป็นรองเท้าอีกรุ่นหนึ่งของแบรนด์ที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างมาใช้บริการ Made-to-Order เพื่อรังสรรค์รองเท้ารุ่น Azia ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ได้มีดีไซน์ใหม่ของ Azia ในคอลเล็คชั่น Bridal มาสำหรับเจ้าสาวโดยเฉพาะอีกด้วย

ควรค่าแก่การครอบครอง Azia รองเท้าส้นสูงที่แมทช์เข้ากับชุดแต่งงาน

ใครอยากครีเอทรองเท้าในสไตล์ของตัวเองในวันสำคัญ หรือเช็คอินลองรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ ปักหมุดไปช้อปได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944

เรื่อง ‘L.Natk’

หนิง-ศรัยฉัตร

สวยเก่งครบสูตร เบลล่า-กุญช์จารี ลูกสาวคนสวยวัยของ หนิง-ศรัยฉัตร

เบลล่า ลูกสาวคนสวยของหนิงศรัยฉัตร จีระแพทย์ สาวน้อยที่หลงใหลการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ เธอเริ่มเต้นมาตั้งแต่ 4 ขวบ จนทุกวันนี้เบลล่าเต้นมา 10 กว่าปี กวาดรางวัลหลายสถาบันแล้ว

จากการได้พูดคุยกับเบลล่าเราสัมผัสได้ว่า เธอคือเด็กที่มุ่งมั่นไล่ตามความฝัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เธอจะทำทุกสิ่งอย่างสุดความสามารถ

สวยเก่งครบสูตร เบลล่า-กุญช์จารี ลูกสาวคนสวยวัยของ หนิง-ศรัยฉัตร

เต้นนี่แหละ… ใช่เลย

“สมัยเด็กแม่ให้หนูเรียนพิเศษหลายอย่างทั้งเต้น เปียโน และยิม  แต่สิ่งที่หนูชอบมากที่สุดก็คือการเต้น จึงหยุดเรียนอย่างอื่น แล้วมุ่งแต่เต้นอย่างเดียว โดยเริ่มจากบัลเล่ต์ก่อน จนกระทั่งหนู 7 ขวบ ทางโรงเรียนสอนเต้นก็ชวนแข่งเต้นแจ๊สกรุ๊ปราว 20 คน ปรากฏว่า ได้รางวัล ตอนที่แข่งไม่รู้เลยว่าจะอะไรเกิดขึ้น และไม่ได้แข่งเพื่อจะเอาชนะ แต่เพราะเพื่อนประกวดทุกคน ก็อยากสนุกกับเพื่อน พอได้รางวัลก็รู้สึกว่า โอเคค่ะ (ยิ้ม) และนี่เป็นจุดเริ่มต้นให้หนูเต้นต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ประมาณ 80% จะเลิกเต้นหลังจากที่เรียนมาได้ 3 ปี แต่หนูไม่เคยหยุดเลย บัลเล่ต์เป็นความฝันของหนูและต้องการที่จะไปต่อ 

 “หลังจากนั้นหนูก็แข่งเต้นแจ๊สโซโล่ได้ที่ 1 ตอน 8 ขวบ พอรู้ว่าได้รางวัลก็ช็อกมาก เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครชมว่าหนูเก่ง และไม่เคยมีใครคิดว่าหนูจะได้ที่ 1  การแข่งครั้งนั้นพิสูจน์ตัวเองว่า หนูทำได้ สำหรับเวทีนี้หลังจากแข่งที่ประเทศไทยเสร็จ ก็ไปแข่งต่อระดับเอเชียแปซิฟิคได้ที่ 2  จากนั้นก็ไปแข่งรอบสุดท้ายที่ออสเตรเลียได้ที่ 2 เช่นกันค่ะ แค่นี้ก็คือ ดีใจแล้ว

“พอจบจากเวทีนั้น หนูก็ประกวดทุกเวทีเช่น เวที ATOD (Australia teacher of Dancing) แล้วก็มีไปแข่งที่จีน มาเก๊า ฮ่องกง อย่างช่วงก่อนโควิด หนูไปแข่งที่ออสเตรเลียทุกปี เคยได้ที่ 1 มาแล้วด้วย”

ซ้อมแบบเก็บเล็กผสมน้อย  

“เวลาไปแข่งหนูจะเตรียมตัวซ้อมเนิ่นๆ ไม่หักโหม ห้ามอัดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก่อนแข่งจะบาดเจ็บได้ง่าย เช่น สมมุติมีแข่งเดือนเมษายน จะคิดท่าใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซ้อมลากยาวเกือบทุกวัน วันละชั่วโมงครึ่ง แต่ก็ต้องรู้จักบาลานซ์ตัวเอง เพราะมีบางช่วงที่ร่างกายต้องการพัก ถ้าไม่ไหวก็คือหยุด สิ่งที่ดีที่สุดในการซ้อมคือ ต้องมีวันพักและเวลาของตัวเองด้วย ส่วนวันที่ขี้เกียจ เบิร์นเอาท์ ไม่อยากทำอะไร หนูก็มีเหมือนกันนะคะ หนูว่าเด็กทุกคนก็มีอารมณ์นี้ แต่เพราะการเต้นเป็นสิ่งที่หนูรัก มันไม่ใช่งาน หรือการบ้านที่ต้องทำ เลยทำให้หนูมีกำลังใจออกไปซ้อม ไปแข่ง ซึ่งพอได้ไปสุดท้ายก็จะรู้สึกดีกับตัวเอง

“สำหรับเรื่องอาหารการกิน หนูกินปกติเลยค่ะ ด้านการออกกำลังกายเพิ่มเติมแค่อาศัยว่ายน้ำ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด บาดเจ็บน้อยและ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงทุกส่วน สังเกตว่า ช่วงไหนเพิ่งว่ายน้ำมา ครูจะชมว่า เต้นดีขึ้น นอกจากนั้นหนูไม่ออกกำลังกายหนักๆ เลย เพราะแค่เต้นก็หนักแล้ว

“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องไม่บาดเจ็บ นักเต้นมักจะมีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บเยอะ แต่ไม่เคยถึงขั้นเท้าเลือดออก เล็บหลุดเหมือนในหนัง (หัวเราะ) ก็มีบาดเจ็บเหมือนกัน เช่น เนื้อพอง

 “มีอยู่ครั้งนึง หนูบาดเจ็บที่ขาตอนแข่ง ซึ่งตอนนั้นต้องแข่งโซโล่ทั้งหมด  12 งาน หนูตัดสินใจแข่งเหลือแค่ 6 งานเท่านั้น เพราะรู้ตัวว่าทำไม่ไหว อยากมีเวลาพักให้ร่างกายรักษาตัว ที่บาดเจ็บหนักสุดคือ ล้มแล้วเอ็นอักเสบ ตอนนั้นก็คือไปพัก กายภาพ สุดท้ายหมอก็บอกว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการพัก เพราะฉะนั้น อัดไม่ได้ เช่นใกล้ๆ ถึงวันแข่งแล้วซ้อมหนักจนบาดเจ็บแล้วแข่งไม่ได้ เพราะอัดมามากเกินไป

ใจเต้นก่อนขึ้นเวที

“ก่อนขึ้นเวทีหนูเครียดและกลัวเหมือนกันค่ะ ด้วยความที่แม่ไม่สามารถมาอยู่หลังเวทีเป็นเพื่อนได้ หนูต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง ทั้งแต่งหน้า ทำผมเอง มากสุดแม่ก็แค่ส่งเสบียงมาให้ สิ่งที่หนูต้องทำคือ มีเวลาเตรียมใจประมาณ 20 นาที นั่งอยู่คนเดียว บางทีก็นั่งอ่านหนังสือ ไม่ดูคนก่อนหน้าแข่งด้วย เพราะไม่อยากสร้างความกดดันให้ตัวเอง ถึงอย่างนั้นหนูก็ตื่นเต้นอยู่แล้ว  บางครั้งได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นเลย ก็ไม่รู้ว่า นี่กลัวหรือหนาว รู้แค่ว่าเราสั่น

“ทุกอย่างที่เล่ามา หายหมดเวลาขึ้นเวทีค่ะ พอได้ยินเสียงเพลง ร่างกายและสมองของหนูเคลียร์มาก ไม่มีอะไรในหัว หลายคนถามว่า จำท่าเต้นยังไง หนูไม่เคยจำและไม่คิดถึงท่าทาง แค่ปลดปล่อยทุกอย่างออกมา เพราะที่ผ่านมาก็ซ้อมเยอะจนจำได้  ในทางกลับกัน ถ้าหนูพยายามคิดถึงท่า หนูจะลืม ส่วนเหตุการณ์ที่ลืมจริงๆ ก็เคยมี แต่ก็เต้นไปเลยค่ะ การเต้นมีประโยชน์ตรงนี้ที่ได้ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบนเวทีบ้าง เคยมีเพื่อนคนนึงขึ้นไปเต้นแล้ว แต่คนเปิดเพลงให้ผิด ไม่ใช่ที่ซ้อมมา เขาเต้นต่อไปจนจบโชว์ค่ะ และได้รางวัลที่ 3 ด้วย”

เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเวทีแข่ง

“สำหรับเวทีแข่งโซโล่หลักๆ จะมีทั้ง บัลเล่ต์ แจ๊ส คอนเทมโพรารี่ และ Song and Dance ซึ่งการเต้นแบบ Song and Dance เป็นการเต้นที่หนูชอบมากเพราะได้ร้องและเต้นไปด้วย มันสนุก บางคนเขาเต้นเก่งมากแต่อาจจะไม่กล้าร้องเพลง เพราะกลัวไม่เพราะ หนูเองไม่ได้ร้องดีที่สุดนะคะ แต่หนูแค่กล้าร้องเท่านั้นเอง  ซึ่งทุกโชว์จะต้องใช้แอคติ้งผสม และหนูก็ชอบแอคติ้ง สำหรับเวทีนี้ก็ได้ที่ 1 มา 3 ปีซ้อน ที่จริงแล้วเรื่องการแสดงเป็นพื้นฐานในทุกๆ โชว์ เราไม่ได้แสดงแค่ท่วงท่า แต่เราต้องสื่อสารเนื้อหาของเพลงออกมาด้วย เช่น การเต้นคอนเทมโพรารี่ ก็จะร่วมสมัย ก็จะต้องแสดงออกมาดุดันหน่อย

“ถ้าถามว่าชอบเต้นแนวไหนมากที่สุด ตอบยากมากค่ะ เพราะความชอบของหนูเปลี่ยนเกือบตลอดเวลา บางครั้งหนูเห็นคนอื่นเต้น เราก็อยากเต้นแบบนั้นบ้าง จึงขึ้นกับอารมณ์แต่ละช่วง แต่ที่คนนิยมมากในตอนนี้ก็คือ คอนเทมโพรารี่ เพราะเป็นการเต้นที่ไม่อยู่ในกรอบ เป็นไปได้ทุกอย่างและ ไปไกลกว่าการเต้นบัลเล่ต์หรือแจ๊สแล้ว

“เวทีที่ตื่นเต้นที่สุดคือ AGP (Asian grand prix) เป็นการประกวดระดับเอเชียที่ฮ่องกง หนูได้ทุนไปเรียนก่อนแข่งประมาณหนึ่งอาทิตย์ เวทีนี้มีคนเก่งเยอะมาก เราแข่งมาเยอะพอๆ กันและเรียนหนักเท่ากัน แต่ตอนที่หนูไป หนูไม่ได้ไปเพื่อชนะ แต่เอาประสบการณ์ ได้เรียนรู้จากนักเต้นอื่นๆ ที่อาจจะอายุเท่ากันหรือโตกว่า บางคนก็เด็กกว่าแล้วเขาก็เก่งมาก อย่างเด็กเอเชีย มีวินัยสูง โดยเฉพาะจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อย่างรายการนี้หนูเข้ารอบ Semi final แต่ยังไม่ถึงรอบ Final เพราะยากจริงๆ แต่แค่นี้ก็แฮปปี้มากแล้ว เพราะเหนือกว่ารางวัลก็คือประสบการณ์ชีวิต ที่ได้เจอเพื่อนใหม่  ได้เรียนรู้ว่า คนต่างชาติเขาดูแลตัวเองกันยังไง

“อีกประสบการณ์ปีที่แล้วก็ได้ทุนไปเรียนที่นิวยอร์คเป็น Musicle  Theatre ทั้งหมด  3 อาทิตย์ เป็นการเรียนที่หนูประทับใจมาก ชอบมาก พอกลับมาร้องไห้เลย เพราะที่นั่นเพื่อนเรียนกันแบบชิลๆ ไม่มีการแข่งขันอะไร เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน อยากลับไปอีกค่ะ ส่วนที่ออสเตรเลียหนูก็เคยได้ทุนไปเรียน เด็กที่นี่จะชิลๆ ไม่ซีเรียส ซึ่งตรงนี้จะต่างจากเด็กจากฮ่องกงกับจีน ที่ซ้อมหนักมาก หนูชื่นชมวินัยของเขา คือเขารู้ตัวว่า มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ และฝึกซ้อมร่างกายให้แข็งแรง เตรียมพร้อมการเต้น

พักเต้นไว้ก่อน

 “จนถึงทุกวันนี้ หนูเต้นมา 10 ปีแล้ว รู้สึกอิ่มตัว จึงลดการเเข่งขันให้น้อยลง ตอนนี้เหลือแข่งหนึ่งรายการคือ THCCDC ( Thailand Challenge Cup Dance Competition) เป็นเวทีจากฮ่องกง นอกเหนือจากนี้หนูทุ่มเวลาให้กับการเรียนมากขึ้น เพราะเพิ่งย้ายไปเรียนที่โรงเรียน ISB การเรียนก็เข้มข้นด้วย

“ขณะเดียวกันก็ไปหาประสบการณ์อย่างอื่นดูบ้าง เช่น ล่าสุดได้มีโอกาสเดินแบบให้กับห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควาเทียร์ เตรียมตัวตั้งแต่ 7 โมงเช้า ได้เดินเกือบทุ่ม ถึงแม้จะเดินไม่นาน ก็เป็นความสุขนะคะ หนูอยากเก็บพอร์ทไว้ เพราะก็จะอยากเข้าวงการ แค่รอจังหวะเวลาและโอกาสที่ใช่กว่านี้ 

“ถึงอย่างนั้นทุกวันนี้ก็ยังไม่ทิ้งการเต้นะ ทุกเสาร์ อาทิตย์หนูต้องแบ่งเวลาไปเรียนเต้นอยู่ เพราะต้องสอบเก็บวุฒิหลักสูตร ATOD ของออสเตรเลียทุกปี หนูก็สอบเต้นแจ๊สมา 9 แล้ว ส่วนบัลเล่ต์คือสอบต่อเนื่องมาปีที่ 10 อีก 2 ปี หนูสามารถเป็นอาจารย์สอนเต้นได้  อีกอย่างที่ทิ้งการเต้นไม่ได้เพราะถ้าไม่ได้เต้นหนึ่งอาทิตย์ จะยืดตัวไม่ได้  ที่สุดแล้วเต้นมานานมาก ไกลเกินกว่าจะถอยหลัง”

วันว่างของเบลล่า

“หนูชอบอ่านหนังสือมาก ทั้งนิยาย ชีวประวัติบ้าง นักเขียนที่ชอบคือ Jane Austin โดยเฉพาะเรื่อง Pride and prejudice กับ Emma คือหนังสือที่คลาสสิคมาก หนังก็ทำออกมาดีเช่นกัน

 “กิจกรรมที่ครอบครัวที่ชอบทำด้วยกันคือ ดูหนัง แม่คือคนที่ทำให้หนูชอบดูหนังเลยค่ะ เราจะชอบทายว่า เรื่องไหนจะได้ออสการ์ และนี่เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้หนูอยากเป็นนักแสดงด้วย ไอดอลที่หนูชื่นชอบมีหลายหน เช่น Anya taylor-joy, Timothee Chalamet และ Saoirse Ronan

“นอกจากนี้ถ้ามีเวลา ก็จะไปช้อปปิ้งกับแม่ค่ะ แต่เวลาจะซื้ออะไร หนูจะคิดเยอะ เลือกแล้วเลือกอีก เพราะแม่สอนว่า ถ้าจะซื้ออะไรก็ต้องดูให้ทั่ว สมมุติว่า ถ้าอยากซื้อของ 3 ชิ้น อาจจะซื้อกลับบ้านแค่ชิ้นเดียว บางทีไม่ซื้ออะไรเลยก็มี”

คำสอนจากแม่หนิง

“เวลาแม่สอน แม่จะไม่สั่ง แต่เขาจะยกประสบการณ์แล้วให้เราคิดเอง แม่สอนเยอะมาก โดยเฉพาะการทำงาน แม่สอนว่า เวลาไปทำงาน เราต้องเป็นคนน่ารัก อ่อนน้อม ถ่อมตน แม้ช่วงเวลานั้นเราอาจจะอารมณ์ไม่ดีก็ตามก็ต้องระวัง เพราะเวลาคนเขาจำ เขาจะจำข้อเสียตลอดไป First Impression จึงสำคัญมาก อีกอย่างคือต้องมีวินัยและตรงต่อเวลา ที่สำคัญที่สุดคือ เวลาจะโพสต์หรือเขียนอะไรในออนไลน์ก็ต้องระวัง เพราะทุกอย่างในออนไลน์มันอยู่ตลอดไปค่ะ”


เรื่อง Fai

ภาพ วรสันต์

เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา

เปิดวาร์ปสวยเก่งครบเครื่อง เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา แฟนสาวของ หมอสอง-นพรัตน์

ทำความรู้จัก เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา แฟนสาวของ หมอสอง-นพรัตน์ ที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแต่กลับถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ เธอมีดีกรีเป็นเจ้าของตำแหน่ง มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 และ ผู้ประกาศข่าวคนเก่งจากช่อง MONO29

เดินทางถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหมอสอง-นพรัตน์ รัตนวราห แพทย์ศัลยกรรมชื่อดัง และเจ้าของเพจ หมอสองท่องโลก หลังถูกจับตัวเรียกค่าไถ่กว่า 100 ล้านฟรังก์เซฟา (หรือประมาณ 5.7 ล้านบาท) ในพื้นที่สาธารณรัฐมาลี โดยเมื่อวานนี้ หมอสอง ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกือบเอาชีวิตไปทิ้งครั้งนี้ พร้อมเผยถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังและคอยจัดการทุกอย่างให้เขารอดกลับมาได้คือแฟนสาวของเขานั่นเอง

สำหรับแฟนของหมอสองไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เธอก็คือ เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล หรือ ธัญชนก มูลนิลตา เจ้าของตำแหน่ง มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะจีนศึกษา สาขาจีนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  พ่วงด้วยความสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และ จีน

เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา

การประกวดนางงามคือจุดเปลี่ยนในชีวิต ดังนั้นหลังจากที่คว้ามงกุฎแล้วเธอจึงมองหางานในวงการบันเทิง ซึ่งที่หลายๆ คนเห็นอย่างชัดเจนก็คือการเป็นพิธีกร ภาษาจีน เฟร้นช์ฟราย เล่าว่าด้วยความที่เธอไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์ คุณแม่จึงให้คำแนะนำมุ่งในการเรียนด้านภาษาดูและค้นพบว่าเธอชอบภาษาจีน เธอรู้สึกว่าภาษาจีนมีเสน่ห์ในเรื่องของวิธีการพูดและการออกเสียงแล้วก็มีคำตอบให้หมดเลยว่าทำไมถึงเขียนแบบนี้ เพราะอะไรทำไมถึงออกเสียงแบบนี้ ซึ่งการที่เราได้เรียนภาษาจีนส่งผลให้เรามีความโดดเด่นในอาชีพก็คือเป็นพิธีกรที่สามารถพูดภาษาจีนได้ ซึ่งครั้งหนึ่ง เฟร้นช์ฟราย ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ฟ่านปิงปิงนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอภูมิใจมาก ไม่ใช่แค่ได้เจอกับศิลปินที่รักแต่มันยังยกระดับด้านภาษาของเธอไปอีกขั้นหนึ่งด้วย

ปัจจบัน เฟร้นช์ฟราย เป็นผู้ประกาศข่าวรายการ “เรื่องเด่น ประเด็นดัง” (Top Talk Daily) ทางช่อง MONO29 อ่านข่าวคู่กับ แบงค์-พบเอก พรพงเมตตา ออกอากาศทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา17.15-18.00 น.และ เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 16.35-17.20 น. เธอได้เคยให้สัมภาษณ์ถึงการมาทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวว่า

เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา  001

“ถ้าจุดเริ่มต้นแรกๆ เลยนะคะ น่าจะมาจากในครอบครัว เพราะว่าทุกคนชอบดูข่าว เราเลยรู้สึกว่างานข่าวเป็นงานที่มีเสน่ห์ แล้วคนที่จะมารายงานข่าวได้จะต้องเป็นคนที่มีข้อมูลเยอะ ต้องทำการบ้าน เราจึงมองว่าเป็นงานที่ท้าทายและต้องอาศัยความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวกับโปรไฟล์ การศึกษาหรือว่าอย่างไร แต่อยู่ที่คนรายงาน นอกจากต้องมีข้อมูลครบแล้ว พูดรู้เรื่องหรือเปล่าอันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน”

ข้อมูลจาก : รายการ Gossip Talk

ASHLEY GRAHAM นางแบบพลัสไซส์

คลั่งรักกลิ่นนี้! ส่องน้ำหอมกลิ่นโปรดของนางแบบพลัสไซส์สุดฮ็อต ASHLEY GRAHAM

ASHLEY GRAHAM นางแบบพลัสไซส์สุดฮ็อตค้นพบกลิ่นน้ำหอมที่ทำให้คลั่งรักจนอยากให้มีกลิ่นไปทุกหนทุกแห่ง Chloè Love Story คือน้ำหอมกลิ่นเย้ายวนจากดอกไม้สีขาว ผสมกลิ่นสดชื่นจากผลไม้สุกฉ่ำอย่างมะกรูด เกรปฟรุต เลมอน และลูกแพร์

สาวแอชลีย์จัดเป็นระดับเซียนที่ทั้งทดลองและสะสมน้ำหอมมามากมาย ซึ่ง Chloè Love Story ไม่ได้จัดว่าราคาแพงจัดหรือเป็นรุ่นหายาก แต่กลับเป็นน้ำหอมที่ถูกชะตากับเธอมากที่สุดจนอยากมีมันไว้ในพิธีแต่งงาน

คลั่งรักกลิ่นนี้! ส่องน้ำหอมกลิ่นโปรดของนางแบบพลัสไซส์สุดฮ็อต ASHLEY GRAHAM

ฉันรู้สึกว่ากลิ่นนี้สามารถย้อนความทรงจำกลับไปสมัยที่เข้าร้านน้ำหอมกับคุณแม่ ทำให้รู้สึกอบอุ่น แม้กลิ่นจะมีความเซ็กซี่ ได้ลองครั้งแรกก็ชอบมากจนถึงตอนนี้ ในบ้านฉันมีน้ำหอม Love Story วางไว้ในจุดต่างๆ มากกว่า 20 ขวด เป็นกลิ่นที่ฉันเลือกใช้ในพิธีแต่งงาน สำหรับสเปรย์บนการ์ด ของชำร่วย แถมฉันยังสั่งทำเทียนกลิ่นนี้เป็นพิเศษเพื่อมอบให้แขกในงาน กลายเป็นกลิ่นแห่งความรักของฉันไปแล้วค่ะ”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว 986
ภาพ : ashleygrahamtr

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ