“ก็ปลื้มใจ ปลื้มใจว่ามีแม่ที่คนรัก…” พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 กษัตริย์ผู้รักแม่สุดดวงใจ

ในหลวงรัชกาลที่ 9
ในหลวงรัชกาลที่ 9

ในหลวงรัชกาลที่ 9 กษัตริย์ผู้ครองราชย์และดูแลทุกข์สุขประชาชนให้อยู่ใต้พระบารมีมากว่า 70 ปี พระองค์เปรียบเป็นศูนย์รวมใจของเหล่าพสกนิกรชาวไทย เป็นแสงสว่างชี้นำทางให้คนไทยเดินไปในเส้นทางสายกลาง พอเพียง มีความสุข เข้าใจความทุกข์ และเป็นกษัตริย์ที่คนไทยหลายสิบล้านคนเรียกพระองค์ว่า พ่อ

แม้ตอนนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา แต่พระบรมราโชวาท พระราชกรณียกิจทั้งหลาย รวมถึงเรื่องราวความรักต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หรือแม้แต่ความกตัญญูต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือที่นิยมเรียกพระนามว่า สมเด็จย่า ก็ยังคงสลักตราตรึงในใจของคนไทย เป็นต้นแบบที่ไม่มีวันสูญสลาย เพื่อให้คนไทยตระหนักและประพฤติปฏิบัติตาม

ในหลวงรัชกาลที่ 9ความกตัญญูรู้คุณต่อผู้ให้กำเนิดเป็นสิ่งสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบให้แก่ผู้ที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้พระองค์จะทรงงานหนักแค่ไหน แต่พระองค์ก็ยังทรงใส่พระทัยหาเวลามาอยู่และดูแลแม่อย่างสม่ำเสมอเรื่อยมา

พระองค์ทรงหาเวลามาเสวยข้าวร่วมกับสมเด็จย่าสัปดาห์ละ 5 วัน ในขณะที่พระองค์ต้องทรงงานกว่าพันโครงการตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อพัฒนาชีวิตชาวไทยให้อยู่ดีกินดีขึ้น พระองค์ไม่อายที่จะแสดงความรักต่อแม่ ทรงกอดและหอมแม่ ดูแลแม่ในยามที่ท่านประชวรเข้าโรงพยาบาล หรือแม้แต่พระองค์ประชวรเข้าโรงพยาบาลร่วมกับสมเด็จย่า พระองค์ก็ทรงอาสาเข็นรถนั่งให้สมเด็จย่าแทนนางพยาบาล

ในหลวงรัชกาลที่ 9เมื่อมีความโสมนัส ย่อมต้องมีความโทมนัสควบคู่กันไปเป็นสัจธรรม จากเหตุการณ์ที่สมเด็จย่าประชวร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมและมีพระราชปฏิสันถารกับสมเด็จย่าว่า “อยากให้แม่สอนอีก” เหมือนเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ สมเด็จย่าตรัสกลับไปว่า “จะให้สอนอีกหรือ พระองค์ทรงภูมิรู้ เปี่ยมคุณธรรม สอนคนได้ทั้งประเทศ จะฟังคำสอนอะไรจากคนอายุมากคนหนึ่งอีกเล่า” พระองค์ทรงมีพระราชปรารภอย่างอภิชาตบุตรว่า “ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร สอนคนมากสักแค่ไหน แต่คำสอนของแม่ก็เป็นคำสอนที่ดีที่สุดของลูก คำสอนของแม่เหนือกว่าลูกเสมอ ลูกอยากฟังแม่สอนอีก”

จนกระทั่งวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 ด้วยพระชนมายุ 94 พรรษา สร้างความโศกเศร้าเสียพระทัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างมาก ในวันนั้นพระองค์เฝ้าสมเด็จย่าอยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าอยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่งแม่หลับ แล้วจึงเสด็จฯกลับ พอไปถึงวังได้มีโทรศัพท์แจ้งมาว่าสมเด็จย่าสวรรคต พระองค์จึงรีบเสด็จฯกลับไปศิริราช เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง พระองค์ตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่ ซบพระพักตร์นิ่งอยู่ที่หน้าอกแม่ แล้วค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาโดยมีน้ำพระเนตรไหลนอง สิ่งสุดท้ายที่พระองค์ทรงทำให้สมเด็จย่าคือ พระองค์ทรงหวีผมและแต่งตัวให้สมเด็จย่า ผู้เป็นแม่ให้สวยที่สุด

ในหลวงรัชกาลที่ 9นอกจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเป็นที่รักต่อพสกนิกรชาวไทยแล้ว สมเด็จย่าที่ได้ให้พระราโชวาท คอยสั่งสอนในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ทรงเป็นรักแท้ของพสกนิกรชาวไทยเช่นกัน ซึ่งพ่อหลวง พ่อของแผ่นดินของปวงชนชาวไทยนี้ได้ให้พระราชดำรัชถึงสมเด็จย่าในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาว่า

ได้เห็นความรัก ความนับถือ ที่คนทั้งชาติมีต่อท่านก็ปลื้มใจ ปลื้มใจว่ามีแม่ที่คนรัก…ซึ่งก็แปลกดีเหมือนกัน ถ้าใครต่อใครเรียกว่า ‘สมเด็จย่า’ คนที่เรียกสมเด็จย่าก็เป็นหลานๆของเรา เป็นหลานเพราะว่าท่านเป็นแม่ แล้วท่านเป็นย่าของคนทั่วๆไป และเป็นสมเด็จย่าของลูกๆที่อยู่ข้างหลังนี้ ฉะนั้นเราก็เป็นญาติกันทั้งหมดนี้…”

(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย 4 ธันวาคม 2538)

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9เป็นรักแท้อันบริสุทธิ์ที่หาสิ่งใดเปรียบไม่ได้เลย และโชคดีสำหรับคนไทยที่ได้มีกษัตริย์ผู้ใกล้ชิดประชาชนเช่นนี้


ที่มา : นิตยสารแพรว ปีที่ 33 ฉบับที่ 774 (25 พ.ย. 54), หนังสือ มหาราชายอดกตัญญู
ภาพ : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 774, แฟนเพจ Facebook – Supitcha Prakham

keyboard_arrow_up