เบื้องหลังพระปรีชาสามารถด้านชลประทาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงงานหนัก เพื่อชีวิตร่มเย็นของพสกนิกรไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทรงมีพระปรีชาสามารถโดดเด่นหลายด้าน และทรงมีพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงพระราชดำริ และทรงปฏิบัติ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศชาติจำนวนมากเช่นกัน อย่าง พระราชกรณียกิจด้านเกษตรและชลประทาน

ก่อนหน้านี้ได้มีคลิปวิดีโอที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้ชมเผยแพร่ขึ้นมาเกี่ยวกับ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตรัสและทรงวาดแผนที่อธิบายถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ในแต่ละภูมิภาค เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา โดยได้เรียก ผู้ว่าฯ จังหวัดต่างๆ ขึ้นมาบนเวทีและไต่ถามพูดคุยถึงเรื่องน้ำท่วมตามแต่ละจังหวัดด้วย และนั่นก็ทำให้คนไทยหลายคนตระหนักเห็นถึงพระปรีชาสามารถ ความใส่พระทัยและความห่วงใยที่พระองค์มีต่อคนไทยทุกภูมิภาค กล่าวได้ว่า พระองค์ทรงรู้พื้นที่ในประเทศไทยแทบทุกตารางเมตร

คลิป ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสถึงเหตุการณ์น้ำท่วม

เป็นเวลาหลายปีที่พระองค์ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย เสด็จฯ ลงพื้นที่สำรวจพร้อมคณะ และชาวบ้าน และทรงพระราชดำริโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ขึ้นมา อย่าง โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และการอุปโภคบริโภค โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ฯลฯ จนเกิดเป็น อ่างเก็บน้ำเขาเต่า ที่สร้างขึ้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อกักเก็บน้ำจืดให้ราษฎรมีใช้ การสร้างฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือพื้นที่แห้งแล้ง

โครงการหลวงด้านชลประทาน โครงการหลวงด้านชลประทาน โครงการหลวงด้านชลประทาน

กว่าโครงการด้านเกษตรและชลประทานต่างๆ จากพระราชดำริของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะสำเร็จออกมาเพื่อให้คนไทยใช้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุขแบบนี้ ไม่ได้สะดวกสบายเลย ซึ่งนายทวี เต็มญารศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญฯ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เผยเรื่องราวและพระบรมฉายาลักษณ์ที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานอย่างหนักผ่านทางเฟสบุ้คส่วนตัวชื่อว่า ทวี เต็มญารศิลป์ แพรวจึงได้รวบรวมมาให้มาได้ชมกัน เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติต่อประปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ทำให้ทรงทราบถึงความจำเป็นของงานชลประทาน เสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ทำให้ทรงทราบถึงความจำเป็นของงานชลประทาน เสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ทำให้ทรงทราบถึงความจำเป็นของงานชลประทาน เสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ทำให้ทรงทราบถึงความจำเป็นของงานชลประทาน

ในช่วงปี พ.ศ.2500 – 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ทำให้ทรงทราบถึงความจำเป็นของงานชลประทาน

โครงการชลประทานในพระราชดำริ โครงการชลประทานในพระราชดำริ

รอยดินสอสีต่างๆ ที่ทรงลงในแผนที่ แสดงถึงความทุ่มเทที่พระองค์ ทรงรอบรู้งานชลประทาน และทรงตั้งมั่นที่จะตอบแทนพระคุณแผ่นดินนี้

ทรงงานในถิ่นธุรกันดาร

เป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจมากครับ เป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2535 ที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ ด้วยเครื่อง เฮลิคอปเตอร์ ทรงเลือกตำแหน่งในแผนที่ 1 ต่อ 50,000 เรียกว่าห้วยวังคำ เส้นทางน่าเป็นทางเกวียน มืดจริงๆ ที่พวกเรานั่งเบียดกัน ทั้งกรมชลประทาน มีอธิบดี ชาวบ้านนำทาง รองสมุหราชองค์รักษ์ เกือบสิบคนได้ นั่งไปก็โยกเยกไปมา กว่าจะเจอจุดที่พระองค์ทรงกำหนด ก็หลงทาง พระองค์ต้องทรงเรียกชาวบ้านนำทาง ว่า ไกด์ผี และเรียกถนนที่ไปว่า ทางดิสโก้

เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรประตูบังคับน้ำกลาง คลองปาเระ และประตูบังคับน้ำต้น คลองบาเจาะ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรประตูบังคับน้ำกลาง คลองปาเระ และประตูบังคับน้ำต้น คลองบาเจาะ

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรประตูบังคับน้ำกลางคลองปาเระและประตูบังคับน้ำต้นคลองบาเจาะ ในเขตตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกรมชลประทานได้ก่อสร้างสนองพระราชดำริเสร็จใน พ.ศ.2531

ทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากกองบิน 71 อำเภอพุมพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ฝายทดน้ำคลองโต๊ะแก ฝายทดน้ำคลองโต๊ะแก ฝายทดน้ำคลองโต๊ะแก

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรฝายทดน้ำคลองโต๊ะแก และทรงเยี่ยมราษฎร ที่หมู่บ้านนากอ ตำบลจอเบาะ และนางเจ้าเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรถังเก็บน้ำที่โรงเรียนร่มเกล้า บ้านบูเก๊ะปาลัส ตำบลจอหอ ในเขตอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปว่า บริเวณหุบเนินด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากฝายทดน้ำคลองโต๊ะแกไปประมาณ 500 เมตร มีทำเลซึ่งสามารถสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก สำหรับรวบรวมเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเพาะปลูกได้ สมควรสร้างอ่างเก็บน้ำที่บริเวณดังกล่าว สามารถรับน้ำที่ผันมาจากฝายทดน้ำคลองโต๊ะแกลงมาเพิ่มเติม ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตหมู่บ้านนากอ และหมู่บ้านข้างเคียงได้จำนวนหลายร้อยไร่ให้ทำการเพาะปลูกได้ตลอดปี จากการก่อสร้างฝายทดน้ำคลองโต๊ะแกและระบบแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับหมู่บ้านต่าง ๆ แล้วนั้น สามารถช่วยให้หมู่บ้านและโรงเรียนจำนวนมากมีน้ำกินน้ำใช้อย่างสมบูรณ์ตลอดทั้งปี สำหรับที่หมู่บ้านนากอ สมควรสร้างถังน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม ให้กับโรงเรียนบ้านนากอโดยเฉพาะเช่นเดียวกับของโรงเรียนอื่น ๆ

มีพระราชดำรัสให้สร้างฝายทดน้ำเพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการทำการเกษตร มีพระราชดำรัสให้สร้างฝายทดน้ำเพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการทำการเกษตร

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2528 ณ บ้านนากอ ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปความว่า ควรสร้างฝายทดน้ำหรืออ่างเก็บน้ำตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่คลองโต๊ะแกโดยเร่งด่วน เพื่อจัดหาน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคที่บริเวณโรงเรียนร่มเกล้า บ้านบูเก๊ะปาลัส ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส และสำหรับหมู่บ้านข้างเคียง โดยการส่งน้ำไปให้โดยท่อ นอกจากนี้ฝายหรืออ่างเก็บน้ำดังกล่าว จะสามารถจัดหาน้ำช่วยเหลือพื้นที่ทำนาของบ้านนากอ ในเขตตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ ได้อีกด้วย

 

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย

ภาพ : แฟนเพจ Facebook – ทวี เต็มญารศิลป์

keyboard_arrow_up