250 ตัวทั่วโลก! Leica Q2 “007 Edition” ร่วมฉลอง James Bond No Time To Die

Alternative Textaccount_circle
event

Leica Q2 “007 Edition” แรร์ไอเทมชิ้นใหม่ ผลิตเพียง 250 ตัวทั่วโลก เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองการผจญภัยครั้งใหม่ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ James Bond  No Time To Die

เมื่อ 2 สุดยอดตำนาน ไลก้า (Leica) แบรนด์กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพคลาสสิกระดับโลก สัญชาติเยอรมัน ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวยาวนานมากกว่า 100 ปี จับมือกับภาพยนตร์ระดับตำนานที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม ยอดสายลับ เจมส์ บอนด์ (James Bond) รังสรรค์กล้องดิจิตอล Leica Q2 “007 Edition” ที่ผลิตมาเพียง 250 ตัวทั่วโลก ในราคา 270,300 บาท เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองการผจญภัยครั้งใหม่ของ เจมส์ บอนด์ (James Bond) ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ No Time To Die โดยการหยิบเอาเสน่ห์ความเรียบหรูของมิสเตอร์บอนด์มาหลอมเข้ากับดีไซน์แสนมินิมอลอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไลก้า

Leica Q2

 ไลก้า Q2 รุ่น “007 Edition” มาพร้อมกับการ สลักโลโก้ไอคอนิกของ 007 ไว้ที่ด้านบนของตัวกล้อง นอกจากนั้นกล้องทุกตัวในรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น 007’ ได้รับการระบุหมายเลขประจำตัวกล้องทำให้รุ่นพิเศษนี้เป็นที่ต้องตาของบรรดานักสะสมจากทุกมุมโลก ส่วนสเปคยังคงเป็นกล้องคอมแพคฟูลเฟรมพร้อมเลนส์ Leica Summilux 28 mm f/1.7 ASPH. ความละเอียด 47.3 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการถ่ายภาพทั้งแนวสตรีท สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์

Leica Q2 “007 Edition”

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ คือ ฉากเปิดเรื่อง ที่ตรึงตาตรึงใจแฟนๆ กับ ฉากยิงกระสุน (Gun Barrel Scene) ทางไลก้าได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์ฝาปิดหน้าเลนส์ของกล้อง  ไลก้า Q2 007 Edition” ตัวบอดี้กล้องหุ่มด้วยหนัง โทนสีโอเชี่ยนกรีน (Ocean Green) สะท้อนความเท่สไตล์คลาสสิก

นอกจากดีไซน์ที่สะท้อนความเท่แสนคลาสสิกของทั้ง 2 แบรนด์แล้ว ไลก้า Q2 “007 Edition” ยังมาคู่กับเคสหนังทำด้วยมือสุดประณีต ที่ได้รับการออกแบบโดยแบรนด์กระเป๋าเดินทางลักชัวรี่สุดคลาสสิกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของดีไซน์แบบอังกฤษอย่าง Globe-Trotter  ที่ถูกหยิบยกมาในภาพยนตร์ภาคล่าสุดมาในโทนสีโอเชี่ยนกรีนสุดคลาสสิกเช่นเดียวกับกล้อง

สำหรับแนวคิดของการร่วมมือกันระหว่าง ไลก้า และ 007 เริ่มต้นจาก ไมเคิล จี. วิลสัน (Michael G. Wilson) ผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์ซี่รีส์ “เจมส์ บอนด์” ร่วมกับ บาร์บารา บร็อคโคลี (Barbara Broccoli) น้องสาวของเขา ทั้งคู่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการถ่ายภาพในยุคศตวรรษที่ 19 และยังควบตำแหน่งผู้ก่อตั้งศูนย์ภาพถ่าย เดอะ วิลสัน (The Wilson Centre for Photography) ด้วยความหลงใหลที่วิลสันมีให้กับการถ่ายภาพนั้นจึงเกิดเป็นการร่วมมือกันครั้งสำคัญนี้

Leica Q2 “007 Edition”

นอกจากการร่วมมือกันรังสรรค์กล้องรุ่นพิเศษ  ไลก้า Q2 “007 Edition” แล้ว ทางไลก้ายังได้ร่วมกับทีมโปรดักชั่นของ 007 นำกล้องไลก้า ร่วมอยู่ในฉากบ้านพักในจาไมกาของเจมส์ บอนด์ ซึ่งเป็นฉากเปิดตัวเจมส์ บอนด์ และนำกล้อง Leica Q2 ไปตกแต่งภายในบ้านของ Q (ผู้เปรียบเสมือนผู้ช่วยบอนด์ในการประดิษฐ์อุปกรณ์พิเศษต่างๆ ให้เจมส์ บอนด์ไว้ปราบผู้ร้าย) กลางกรุงลอนดอน รวมถึงการใช้กล้องไลก้าบันทึกภาพเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

ทั้งนี้  ไลก้า Q2 “007 Edition” ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ณ Leica Gallery London ใจกลางกรุงลอนดอน โดยภายในงานได้จัดนิทรรศการ No Time To Die – Behind the Scenes จัดแสดงภาพถ่ายเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านกล้องไลก้า โดยฝีมือของคนดัง ได้แก่ ไมเคิล จี. วิลสัน ผู้อำนวยการสร้าง, พระเอกเจมส์ บอนด์ แดเนียล เคร็ก รวมไปถึง 2 ช่างภาพชื่อดัง นิโคลา โดฟ และ เกร็ก วิลเลียมส์

นิทรรศการนี้จะเดินทางจัดต่อไปในแต่ละเมืองที่สำคัญของโลก อาทิ โตเกียว, โอซาก้า, เวียนนา แฟรงก์เฟิร์ต, ลอสแอนเจลิส, สิงคโปร์, จีน, โซล และ ซาลซ์บูร์ก ในเดือนกันยายน และตุลาคม 2564 โดยภาพบันทึกของนิทรรศการ No Time To Die – Behind the Scenes จะได้รับการตีพิมพ์บนนิตยสาร Leica Fotografie International ฉบับ 7/2564 วันที่ 20 กันยายน 2564


 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up