ธุรกิจถังแก๊ส

ส่องบ้านทายาทธุรกิจถังแก๊ส ใหญ่ท็อป 3 ของโลก หรูหราอย่างมีสไตล์ทุกอณู

ธุรกิจถังแก๊ส
ธุรกิจถังแก๊ส

แพรว พาไปส่องบ้านสุดอลังการของ ‘คุณโอ๋-จิรศักย์ พรหมสาขา ณ สกลนคร’ ทายาทธุรกิจถังแก๊สรายใหญ่ของโลก บอกเลยว่าหรูหราอย่างมีสไตล์ทุกอณู

‘คุณโอ๋-จิรศักย์ พรหมสาขา ณ สกลนคร’ เป็นทายาทรุ่น 2 ของครอบครัว ซึ่งทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายถังแก๊สหุงต้มส่งออกติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก นอกเหนือจากงานธุรกิจ ความสามารถจากความชอบของเขา คือการแต่งบ้าน ที่เริ่มลงสนามด้วยการแต่งบ้านคุณแม่ ก่อนจะแต่งบ้านตัวเอง โดยไม่พึ่งพามืออาชีพ นี่เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ แพรว สนใจเขาเป็นพิเศษ

ธุรกิจถังแก๊ส

บ้านของ 3 เจเนอเรชั่น

พื้นที่ 2 ไร่ของครอบครัวที่เดิมถือเป็นย่านชานเมือง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป มีทั้งห้างสรรพสินค้า สำนักงานออฟฟิศ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ดังที่คุณโอ๋เล่าให้ฟังว่า

“เดิมพื้นที่ในซอยบ้านเป็นที่ดินครอบครัวคุณปู่เกือบทั้งหมด ซื้อมาตั้งแต่ราคาตารางวาละ 1 บาท ก่อนจะค่อยๆ ทยอยขายให้ญาติพี่น้อง คนรู้จัก ส่วนพื้นที่ที่ครอบครัวเราอยู่ เป็นที่ดินของคุณปู่และคุณอา ครอบครัวฝั่งคุณพ่อ (พลเอกจตุฤทธิ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร) เป็นทหารกันทั้งนั้น คุณปู่ทวดของผมชื่อ พระยาประจันตประเทศธานี อดีตเจ้าเมืองสกลนคร ทุกวันนี้ยังมีอนุสาวรีย์ท่านอยู่ที่สกลนคร นามสกุลผมจึงเป็น ‘พรหมสาขา ณ สกลนคร’

“คุณพ่อมาปลูกบ้านที่นี่ตั้งแต่ผมอายุสิบขวบ ตอนนั้นรอบๆ มีแต่ทุ่งนา ถนนทางเข้าเป็นลูกรัง ไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้า ต้องจุดตะเกียง ขุดบ่อน้ำเอง ท่านเล่าว่าสมัยรักกับคุณแม่ (สุภา เอกะหิตานนท์) ใหม่ๆ ยังเคยพากันมาทำไก่อบฟางที่นี่ (ยิ้ม) พอจะเริ่มสร้างบ้านต้องไปขอการไฟฟ้าให้เดินสายมา ชาวบ้านที่มาจับจองที่ดินริมชายคลองใกล้บ้านเราจึงขอต่อไฟฟ้าจากเราไปใช้ โดยเราคิดค่าไฟเขาในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเจือจุนกัน บ้านเราเองก็ต้องแบ่งที่ดินบางส่วนขุดบ่อน้ำบาดาล และสร้างแท็งก์น้ำสูงเท่าตึกสามชั้น เพื่อสูบน้ำมาทำน้ำประปา ผมยังเคยได้ยินเรื่องเล่าผีกระสือ และเห็นเป็นดวงไฟวาบๆ ด้วย (เขาเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น) แต่เราไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า คิดดูแล้วกันว่าครอบครัวเราอาศัยอยู่ย่านนี้มานานขนาดนั้น (ยิ้ม)

“สมัยก่อนครอบครัวคุณพ่อจัดว่าไม่ได้มีสตางค์มาก ส่วนครอบครัวคุณแม่มีมากกว่า เพราะคุณตาคุณยายเป็นคนจีน ค้าขายข้าวสารจนร่ำรวย คุณแม่เรียนเซนต์ฟรังฯ ได้นั่งรถเบนซ์เปิดประทุนไปโรงเรียนทุกวัน ที่ดินหลายแปลงที่ถนนสุโขทัยเคยเป็นของคุณตาคุณยายมาก่อน จนตอนหลังธุรกิจข้าวของท่านเสียหาย เนื่องจากสถานที่เก็บสต๊อกข้าวสารเกิดความชื้น ทำให้ต้องขายที่ดินย่านถนนสุโขทัยใช้หนี้ พอตอนหลังคุณพ่อพิสูจน์ให้คุณตาเห็นว่าสามารถดูแลคุณแม่ได้ และคุณแม่เองก็รักคุณพ่อ จึงได้แต่งงานสร้างครอบครัวและสร้างบ้านที่เราอยู่ปัจจุบัน”

ภายในอาณาบริเวณแห่งนี้มีอาคารสองหลัง หลังแรกอยู่ด้านหน้า เป็นรูปตัว L มีสามชั้น เป็นบ้านคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวน้องสาวคุณโอ๋ (เบญจวรรญ ธารินเจริญ) มีลูกสาวและลูกชายวัยทีนอย่างละหนึ่ง พื้นที่ตรงกลาง ซึ่งเคยเป็นบ่อน้ำบาดาล มีศาลาเล็กๆ ชื่อ “เปี่ยมสุข” สำหรับออกกำลังกาย อีกศาลาทำเป็นอาคารจัดเลี้ยง คุณโอ๋ชี้ให้ดูพร้อมกับเล่าว่า

ธุรกิจถังแก๊ส
โซนห้องรับแขกด้านหน้า ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ แบรนด์หรูที่คุณโอ๋เลือกและลงมือตกแต่งด้วยตัวเอง

“คุณแม่ชอบจัดเลี้ยงเพื่อนๆ ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยคุณพ่อเป็นทหารเสือราชินี และราชองครักษ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งโฆษกกองทัพบก ตอนนี้คุณแม่อายุ 82 ปีแล้ว ก็ยังชอบจัดเลี้ยงที่ศาลานี้เสมอๆ

ธุรกิจถังแก๊ส
บริเวณโถงทางเดินบ้านคุณแม่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ชิงชันฝังมุก อายุนับร้อยปีแทบทุกชิ้น

“สำหรับบ้านคุณแม่ที่เพื่อนๆ ชอบมาสังสรรค์ ผมแต่งบ้านให้ท่านเป็นสไตล์เอเชีย ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ชิงชันฝังมุกอายุกว่าร้อยปี ได้มาจากเวิ้งนครเกษม ซึ่งสมัยนี้หาไม่ได้แล้ว หรือถึงหาได้ก็คงไม่ใช่แบบที่ผมมี

ธุรกิจถังแก๊ส
ตู้และโต๊ะวินเทจ อายุนับร้อยปีจากต่างประเทศ โดยคุณโอ๋เขียนแบบในหัวว่าชิ้นไหนควรอยู่ตรงไหน เมื่อจัดวางแล้วช่างฟิตเป๊ะพอดิบพอดี

Inspired by Arts

พอมาถึงบ้านคุณโอ๋เอง สร้างเป็นอาคารสองชั้นด้านหลัง ตกแต่งสไตล์ “Luxury Contemporary” ซึ่งบ่งบอกตัวตนและความชอบของเขาเวลานี้อย่าง
ชัดเจน

ธุรกิจถังแก๊ส
ห้องโถงกลมสำหรับรับแขก เมื่อมองจากชั้นบนลงไป

“ผมแต่งบ้านด้วยตัวเอง ไม่ต้องจ้างอินทีเรียร์ เลือกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเองทุกชิ้น วางเองด้วยว่าชิ้นไหนควรอยู่ตรงไหน เทคนิคการเลือกของตกแต่งบ้านของผมคือ อย่างแรกเราต้องตั้งสติก่อนว่าคอนเซ็ปต์ห้องคืออะไร แล้วคุมโทนสีให้เข้ากัน เช่น ถ้าห้องเป็นโทนสีดำ เทา เงิน ก็ไม่ควรมีสีอื่นมาปน

ธุรกิจถังแก๊ส
มุมนั่งเล่นชั้นสอง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังจากยุโรป

“ก่อนหน้านี้ผมแต่งบ้านเป็นสีขาวโมเดิร์น ของน้อยๆ แต่พอถึงจุดหนึ่งไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไป ชอบแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน ชอบจัดปาร์ตี้ จึงอยากได้บ้านที่ดูลักซ์ชัวรี่ คล้ายบาร์แฮ้งเอ๊าต์หรูๆ มีความอบอุ่น แต่ดูเท่ จึงชอบแต่งบ้านเยอะๆ เพราะเป็นคนเยอะ (หัวเราะ)

“อย่างห้องรับแขกชั้นล่างตกแต่งด้วยโคมไฟดีไซน์วินเทจแบรนด์ Eichholtz ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผมซื้อล่วงหน้าสองปีก่อนรีโนเวตบ้าน เก็บไว้ในห้องเก็บของ เหมือนบางชิ้นที่ทยอยซื้อมาไว้ก่อน พอบ้านเสร็จแล้วผมสามารถจัดวางของทุกชิ้นได้ลงตัวหมด จุดเด่นของห้องนี้อยู่ที่โคมไฟวินเทจที่ให้บรรยากาศเหมาะกับการนั่งดื่มคุยกันชิลๆ”

ธุรกิจถังแก๊ส
โคมไฟวินเทจแบรนด์โปรด ที่เลือกซื้อก่อนรีโนเวตบ้านสองปี แต่คุณโอ๋สามารถนำมาตกแต่งได้อย่างเหมาะเจาะพอดี

มาถึงห้องรับแขกที่เป็นโถงกลมเปิดโล่งสูงสองชั้นบ้าง คุณโอ๋เลือกใช้ม่านบังสายตาทำด้วยอะลูมิเนียมพ่นสีทอง เจาะลายเป็นโลโก้หลุยส์ วิตตอง เพราะชื่นชอบแบรนด์นี้เป็นพิเศษ เลือกใช้พื้นหินอ่อนสีดำนำเข้าจากอิตาลี ตกแต่งเพดานด้วยโคมไฟแบรนด์โปรดจากเนเธอร์แลนด์เช่นกัน ติดตั้ง 3 ชิ้น 3 ขนาด เป็นชิ้นที่ราคาแพงที่สุดในบ้าน

ธุรกิจถังแก๊ส
โถงกลมเปิดโล่งถึงชั้นสอง ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบายตา

“5 แสนกว่าบาทแน่ะ” คุณโอ๋ยอมเผยให้ฟัง ก่อนเล่าถึงห้องรับประทานอาหารด้านใน ซึ่งอยู่หลังฉากกั้นใกล้กับพื้นที่ครัว หรือพูดง่ายๆ คือเป็นโซนที่เขาจัดปาร์ตี้กับเพื่อนเสียมากกว่า

ธุรกิจถังแก๊ส
บรรยากาศห้องครัวที่ต่อเชื่อมมาจากโซนรับประทานอาหาร หรือโซนปาร์ตี้

“โต๊ะกินข้าวทำจากหินใต้ทะเล นำเข้าจากอิตาลี ซื้อมาตั้งแต่ผมอายุยี่สิบกว่า ต้องใช้สิบคนยก ตกแต่งด้วยโคมไฟคริสตัลจากอียิปต์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตคริสตัลที่ดีที่สุดของโลก ให้ความแวววาว เป็นสีรุ้งสะท้อนออกมาเป็นพิเศษ ครัวบ้านผมใช้จัดปาร์ตี้มากกว่าทำอาหารจริงจัง เพราะปกติเราทานข้าวกันที่บ้านคุณแม่อยู่แล้ว”

ธุรกิจถังแก๊ส
คุณโอ๋ในชุดสีดำ Issey Miyake Men ดูเข้ากับโต๊ะรับประทานอาหารที่ทำจากหินใต้ทะเลสีดำเขียวมันวาว

ที่เก๋อีกอย่างของบ้านหลังนี้ คือการดีไซน์มุมนั่งเล่นใกล้สวนที่จัดตกแต่งเป็นอย่างดีคล้ายสวนฝรั่งเศส เป็นห้องกระจกเล็กๆ ที่มีเพดานกระจก ติดม่านผ้าสีดำ สามารถเปิด-ปิดเพื่อรับแสงได้ เป็นอีกมุมหนึ่งที่เขาถูกใจ

ธุรกิจถังแก๊ส
มุมสวนเล็กๆ สุดโปรดสำหรับนั่งดื่มชิลๆ

“ผมเลือกใช้โซฟาสีดำ มีที่เท้าแขนสีทอง เพื่อให้เข้ากับโต๊ะหินผสมขอบทอง คุมโทนให้ล้อกันไป และนำของมีสีเงินมาวางเพื่อไม่ให้หลุดคอนเซ็ปต์ เลือกใช้พื้นกระเบื้องขาว-ดำต่อกันเป็นตาราง เพื่อให้ดูแยกโซนจากห้องกินข้าว

ธุรกิจถังแก๊ส

“ส่วนวิสกี้รูมหรือซิการ์รูมที่ชั้นสอง ผมเน้นใช้บานเฟี้ยมปรับแสงได้ เพื่อให้มีฟีลลิ่งของไลติ้ง เหมาะกับการนั่งแฮ้งเอ๊าต์ตอนกลางคืน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หนังสีน้ำตาลของอังกฤษ จากร้าน DM HOME

ธุรกิจถังแก๊ส
บรรยากาศห้องวิสกี้ หรือห้องซิการ์ ให้ความรู้สึกคูลๆ

จากห้องนี้มีทางเชื่อมออกไปภายนอกสู่ห้องคาราโอเกะทรงกลม ล้อมรอบด้วยกระจกใส มองเห็นต้นไม้ใหญ่นอกบ้าน เวลาเข้ามาห้องนี้จะเห็นสีเขียวสบายตา ซึ่งผมตั้งใจออกแบบให้เป็นโทนสีขาว-ดำซึ่งเป็นสีโปรด ผมออกแบบเองหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ปูพื้นหินแบบไหน โคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สีอะไร จะได้ไม่หลุดคอนเซ็ปต์”

ธุรกิจถังแก๊ส
ห้องคาราโอเกะทรงกลมที่เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งเองทั้งหมด

จากเด็กเกเรกลายเป็นเด็กเรียน

เขายอมรับว่าที่เลือกเรียนการตลาดจนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ไม่ได้เป็นเพราะชอบหรือตั้งใจเรียนเพื่อมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน แต่เพราะคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้เขาพลิกชีวิตตัวเองชั่วข้ามคืน

“สมัยมัธยมผมเรียนโรงเรียนจิตรลดา รุ่นเดียวกับคุณน้ำผึ้ง-ม.ล.สราลี กิติยากร เป็นเพื่อนก๊วนเดียวกัน เป็นรุ่นที่มีหม่อมหลวงเรียนเยอะ ความที่เราชอบแต่งบ้าน ชอบวาดรูป สนใจศิลปะ และดนตรี แข่งอิเล็กโทนของสยามกลการก็ชนะได้รางวัล รู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ จึงอยากเอนทรานซ์เข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หรือคณะที่เกี่ยวข้อง แต่ปรากฏว่าสอบไม่ติด ทำให้รู้สึกเคว้ง สมัยนั้นไม่มีมหาวิทยาลัยทางเลือกหรือคณะให้เลือกเรียนมากเหมือนเดี๋ยวนี้ จึงเลือกไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชน แต่พอไปเรียนแล้วบรรยากาศไม่ใช่ ทำให้ไม่สนใจ โดดเรียนไปนั่งเล่นกับเพื่อน กลายเป็นเด็กเกเร ชอบหนีเที่ยว ชอบปาร์ตี้กับเพื่อน ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ (ยิ้ม)

“จนในที่สุดคุณพ่อคุณแม่ส่งไปเรียนที่อเมริกา ก่อนไปท่านพูดกับผมว่า ‘โอ๋…ถ้าเรียนไม่จบอะไรเลย ไปทำงานก็ไม่มีใครนับถือนะ เพราะไม่มีใบปริญญาการันตี ถึงพ่อแม่จะมีกิจการต่อให้เรา ขึ้นตำแหน่งใหญ่ก็คุมใครไม่ได้ ใครจะมาฟัง’ ซึ่งผมรู้ดีว่าท่านรักลูกมาก จึงไม่อยากทำให้ท่านเสียใจ

“พอไปถึงอเมริกา คราวนี้ผมตั้งใจเรียนเป็นคนละคนกับตอนอยู่เมืองไทยเลย เพราะเริ่มคิดได้ว่าอายุขนาดนี้ต้องตั้งใจเรียนได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเมื่อถึงเวลาก็อาจสายไป เลิกเรียนผมไม่กลับบ้าน เพราะอยู่บ้านคนเดียวเหงา จึงมาเข้าห้องสมุด อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ แปลความหมาย จดบันทึกคำแปล เพราะภาษาอังกฤษเราไม่ได้เก่งมาก ทำให้รู้สึกว่าเรียนยากขึ้นไปอีก ห้องสมุดปิดเที่ยงคืนค่อยกลับบ้าน ผมทำอย่างนี้ทุกวันจนสอบได้เกรด 3.5

“ขึ้นปี 2 เริ่มมีเพื่อนคนไทยและต่างชาติ ทุกเย็นวันศุกร์กับเสาร์เราก็เฮฮาปาร์ตี้ (หัวเราะ) พอถึงเวลาเรียนก็ช่วยกันเรียน โดยเฉพาะเพื่อนฝรั่งจะช่วยติวให้ตลอด ผมโทร.คุยกับคุณแม่สัปดาห์ละครั้ง กลับบ้านปีละครั้ง แต่พอเรียนจบแทบไม่อยากกลับ เพราะผมชอบนิสัยเพื่อนต่างชาติที่ตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ถ้าไปกับเพื่อน เราทำอะไรที่เขาไม่ชอบ เขาก็จะบอกเลย ไม่เก็บมาพูดลับหลังหรือต่อว่าเรากับคนอื่น เพราะผมเองก็เป็นแบบนั้น

“กระทั่งเรียนจบ เริ่มมาทำงานที่บริษัทซึ่งเป็นกิจการครอบครัว เริ่มจากเป็นฝ่ายจัดซื้อ จนปัจจุบันเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (โรงงาน) บริษัทสหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)”

สานต่อธุรกิจครอบครัว

คุณโอ๋เล่าถึงธุรกิจครอบครัวที่เขาเข้ามาสานต่อว่า “บริษัทของเราเปิดมา 30 กว่าปีแล้ว โดยคุณลุง (สุธรรม เอกะหิตานนท์) พี่ชายคนที่สองของคุณแม่เป็นผู้ก่อตั้งและเปิดโรงงานผลิตถังแก๊ส ชวนคุณแม่ลงทุนด้วย สตาร์ตจากที่ดิน 3 ไร่แถวถนนพระราม 2 โดยครอบครัวคุณลุงถือหุ้นใหญ่ บ้านผมเป็นหุ้นอันดับ 2

“สมัยนั้นมีบริษัทอื่นๆ ของไทยที่ผลิตถังแก๊สอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ใหญ่มาก ของเราเองก็เริ่มจากเล็กๆ ผลิตให้บริษัทที่ขายแก๊ส เช่น เวิลด์แก๊ส เอสโซ่ ยูนิค ปตท. ฯลฯ ถ้าอยากรู้ว่าบริษัทไหนผลิตถังแก๊สให้แบรนด์อะไร ดูได้จากหูถังซึ่งมีตราของแต่ละบริษัทผู้ผลิต

“ฝ่ายจัดซื้อของโรงงานมีหน้าที่หาของให้ทุกหน่วยงานในบริษัท ทั้งส่วนออฟฟิศและโรงงาน เช่น โรงงานจะซ่อมเครื่องจักร ต้องสั่งซื้ออะไหล่ เราต้องจัดซื้อมาให้ หรือถ้าโรงงานจะซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องเก่า เราต้องซื้อของให้ได้คุณภาพตามสเป็คที่กำหนด ราคาโอเค และได้ของทันเวลา ถ้าซัพพลายเออร์บางรายไม่รู้จักเรา และเขามาเสนอให้ผลประโยชน์ ผมจะบอกเลยว่าไม่ต้องการค่าคอมมิชชั่น แต่ช่วยลดราคาให้แล้วกัน หลังจากผมทำงานได้สิบปี จึงมีการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

“ปัจจุบันโรงงานเราขยายเพิ่มเป็น 3 แห่ง บนพื้นที่ 30 ไร่ย่านบางขุนเทียน มีพนักงาน 1,000 คน ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกที่มีกำลังการผลิตถังแก๊สมากที่สุดถึง 700,000 ลูกต่อเดือน ปัจจุบันขายในประเทศแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ ส่งออก 95 เปอร์เซ็นต์ไปยังประเทศต่างๆ ในแอฟริกา บังกลาเทศ อินเดีย อเมริกา อังกฤษ ฯลฯ โดยขายผ่านบริษัทขายแก๊ส (Major Oil) เช่น Total Shell ฯลฯ โดยเขาซื้อจากเราก่อนส่งไปขายทั่วโลก ทุกวันนี้คุณแม่โอนหุ้นให้ผมกับน้องสาว เพราะอยากให้พี่น้องช่วยกันบริหาร โดยท่านเป็นกรรมการบริษัท คอยดูอยู่ห่างๆ

“เคยคิดว่าสมัยเด็กเราน่าจะสนใจเรียนมากกว่านี้ แต่ที่สุดแล้วเราโชคดีที่กลับมาตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ด้วยคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายสำหรับชีวิตผมอย่างยิ่ง”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 955

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!