มีความเทพ! พาเที่ยว Fondation Louis Vuitton พิพิธภัณฑ์ฟงดาซิญง หลุยส์ วิตตอง วันที่ถูกจับแต่งตัวซะบลี๊ง

มีความเทพ! พาเที่ยว Fondation Louis Vuitton พิพิธภัณฑ์ฟงดาซิญง หลุยส์ วิตตอง วันที่ถูกจับแต่งตัวซะบลี๊ง
มีความเทพ! พาเที่ยว Fondation Louis Vuitton พิพิธภัณฑ์ฟงดาซิญง หลุยส์ วิตตอง วันที่ถูกจับแต่งตัวซะบลี๊ง

Fondation Louis Vuitton หรือ พิพิธภัณฑ์ฟงดาซิญง หลุยส์ วิตตอง เปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2014 ซึ่งนับถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว

ห้วงเวลานั้นท็อปปิคที่ผู้คนฮือฮาเม้าท์มอยถึงอาคารหลังนี้ นอกจากมีเรื่องของหน้าตาที่ดูล้ำยุคสุดๆ แล้ว ยังเป็นเรื่องของค่าใช้ใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงที่สูงปรี๊ดถึง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 4,900 ล้านบาท แต่จะว่าไปตัวเลขนี้ก็ไม่ได้ครณาขนหน้าแข้งของ Bernard Arnault นักสะสมผลงานศิลปะและ CEO แห่ง LVMH (Moët Hennessy • Louis Vuitton) กลุ่มธุรกิจสินค้า luxury ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ Louis Vuitton เลยสักนิด

ด้วยเจตนารมณ์ที่เขาอยากให้อาคารแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุงปารีส และด้วยโลเกชั่นทองที่มีอยู่ในมือ นั่นคือสวน Bois de Boulogne ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากหอไอเฟลเท่าไหร่นัก มร.แบร์นาร์ด อาร์โนลด์ ได้ชักชวน Frank Gehry สถาปนิกผู้ออกแบบ Guggenheim Museum, Bilbao และ Dancing House  อันโด่งดัง มาเป็นผู้ออกแบบ โดยมีเป้าประสงค์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะที่เป็นทรัพย์สินของกลุ่มบริษัท LVMH เอาไว้ รวมถึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ และศูนย์วัฒนธรรม สำหรับจัดงานแสดงดนตรีและกิจกรรมต่างๆ

Fondation Louis Vuitton

ตัวอาคารที่ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ใบเรือ’ (sail) โดยใช้กระจกใสทั้งหมด 3,600 แผ่น ใครได้เห็นก็ต้องบอกว่างามแบบล้ำๆ ชนิดที่ว่าถ้ามีมนุษย์จากโลกอนาคตนั่งไทม์แมชชีนมาดู ก็น่าจะยกนิ้วโป้งกดไลค์รัวๆ ให้แน่ๆ แต่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมานี้เองที่อาคารแห่งนี้ถูกจับแต่งตัวให้ดูล้ำยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

Fondation Louis Vuitton

ด้วยความมุ่งมั่นที่มีต่อการสร้างสรรค์งานร่วมสมัย รวมทั้งการสนับสนุนให้มีการสร้างปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ๆ กับสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ทางพิพิธภัณฑ์จึงได้จัดแสดงงานชั่วคราวของศิลปินดาเนียล บูรอง(Daniel Buren) และนั่นทำให้โลกได้ยลผลงานชุด “Observatory of Light” ครั้งแรกในวันนั้น

 

‘ใบเรือ’ ทั้ง 12 ใบที่ประกอบขึ้นจากกระจกใสทั้งหมด 3,600 แผ่น ถูกปิดทับด้วยฟิลเตอร์หรือแผ่นกรองแสงฉาบสี และยังติดแถบเส้นลายขวางสีขาวขนานกับพื้นดิน คั่นด้วยแถบพื้นที่ว่างสลับกันไปในระยะห่างเท่าๆ กัน แนวสีที่เลือกมาทั้งหมด 13 เฉดสี ถูกฟอร์มขึ้นเป็นรูปทรงของสี โดยรูปทรงเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงหรือหายไปตามช่วงเวลาระหว่างวันและตามฤดูกาล ซึ่งเป็นความตั้งใจของศิลปินดาเนียล บูรอง ที่ต้องการนำเสนออาคารแห่งนี้ในรูปแบบใหม่ผ่านการเล่นของสีสันต่างๆ แสงที่ฉายส่องลงมา ภาพจากแสงสะท้อน ความโปร่งใส และการตัดกันของแสงและเงาทั้งภายในและภายนอกอาคาร

“ดาเนียล บูรองได้ออกแบบโปรเจ็คท์ใหญ่ที่ตรงประเด็นและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล งานของบูรองตอบรับกับสถาปัตยกรรมที่ถูกออกแบบโดยแฟรงค์ เกห์รี่ได้อย่างวิเศษและสอดคล้องกับวิธีการของเขาที่ย้อนเวลากลับไปในยุคทศวรรษ 1970  ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งสีสัน ภาวะโปร่งใส และการที่แสงได้มาอยู่รวมกัน” มร.แบร์นาร์ด อาร์โนลด์ (Bernard Arnault) ประธานกรรมการของฟงดาซิญง หลุยส์ วิตตองกล่าว

สำหรับคนที่ชมชอบเสพความงามของอาคารและงานศิลปะ สามารถเดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์ฟงดาซิญง หลุยส์ วิตตอง เวอร์ชั่นสีสันอลังการนี้ได้จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้

ตรวจสอบค่าเข้าชมได้ที่ www.fondationlouisvuitton.fr

 

เกี่ยวกับ ดาเนียล บูรอง (Daniel Buren)

Fondation Louis Vuitton

keyboard_arrow_up