สู่ความเป็นตำนาน! 10 ซูเปอร์คาร์ในยุคแรก จากแบรนด์ดังระดับโลก

10 ซูเปอร์คาร์ในยุคแรก จากแบรนด์ดังระดับโลก สร้างชื่อจนกลายเป็นตำนาน ถึงราคาจะแพงแสนแพง แต่แลกกับสมรรถนะและนวัตกรรม ก็คงต้องยอม

รถยนต์ถือว่าเป็นยานพาหนะที่คนทั่วโลกเลือกใช้มากที่สุด ปัจจุบันผู้ผลิตจากค่ายรถยนต์ต่างๆ นิยมใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นการเอาใจลูกค้า แต่ยิ่งใหม่ ยิ่งดีมากเท่าไหร่ ยิ่งราคาแพงมากเท่านั้น โดยเฉพาะรถในตระกูลซูเปอร์คาร์ ที่ไม่ได้มีไว้แค่ขับในท้องถนนอย่างเดียว แต่ยังใช้สำหรับแข่งในสนามแข่งรถอีกด้วย

ซูเปอร์คาร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเป็นรถที่วิเศษ ยอดเยี่ยม สุดยอด ขึ้นอยู่ว่าจะนิยามแบบไหน ยิ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรถซูเปอร์คาร์ด้วยแล้ว นวัตกรรมเครื่องยนต์และดีไซน์ ก็ต้องดีเยี่ยมให้สมกับชื่อ แต่ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ยิ่งดี ยิ่งเริ่ด ราคาก็ต้องแพงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหากลองย้อนกลับไปในอดีตช่วงปี 1950 ถึงปี 1960 ซูเปอร์คาร์ในยุคแรกๆ ของแบรนด์ดังต่างๆ เช่น Mercedes Benz, Chevrolet, Jaguar และ Ferrari นั้นถือเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีส่วนทำให้กีฬาแข่งรถนั้นมีความก้าวหน้ามากขึ้น

แพรวดอทคอม ย้อนอดีต พาคุณๆ ไปดู 10 ซูเปอร์คาร์ในยุคแรกๆ จากแบรนด์ดังระดับโลก รถยนต์ที่ไม่ได้มีแค่ความเร็ว แต่ดีไซน์ และสมรรถนะนั้น เรียกได้ว่าซูเปอร์สมเลยจริงๆ

Mercedes Benz 300SL Gullwing (1954 – 1957)

300SL’Gull Wing’ เรียกได้ว่าเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีความคลาสสิกมากเลยทีเดียว และยังเป็นโฉมแรกของ Mercedes Benz แบรนด์ดังจากประเทศเยอรมันอีกด้วย เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ในปี 1954 ในงานนิวยอร์กมอเตอร์โชว์ สำหรับรุ่นนี้นั้นบอดี้รถทำมาจากอะลูมิเนียม ในส่วนของสมรรถนะนั้นรถรุ่นนี้มีถังน้ำมัน 3 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 240 แรงม้าให้ความเร็วสูงสุดที่ 165 ไมล์ต่อชั่วโมง

Chevrolet Corvette C1 (1953 – 1962)

เชฟโรเลต รถยนต์สัญชาติอเมริกัน ในบ้านเราอาจจะเป็นรถที่ไม่ได้รับความนิยมมากเท่ารถญี่ปุ่น แต่หากคุณได้ลองไปประเทศสหรัฐอเมริกา คุณจะรู้เลยว่ารถยี่ห้อนี้ป็อบปูล่ามากเพียงใด อันที่จริงแล้ว เชฟโรเลต ถือว่าเป็นแบรนด์แรกที่ผลิตรถซูเปอร์คาร์ตีคู่กันมากับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เลยก็ว่าได้ ซึ่งรถซูเปอร์คาร์ของเชฟโรเลตนั้น สมรรถนะยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเบนซ์ซะอีก เพราะภายในรถมีปุ่มกดเพื่อเร่งความเร็วต้น 60 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 6 วินาที ซึ่งในขณะที่ Gullwing ทำได้เพียง 40 กิโลเมตรเท่านั้น

Jaguar E-Type (1961 – 1970)

ในปี 1961 จากัวร์ รถหรูแบรนด์ดังจากอังกฤษ ได้สร้างประวัติศาสตร์ เปิดตัวรถในรุ่น E-Type ที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ซึ่งในรุ่นนี้นั้นวิ่งได้ถึง 150 ไมล์ต่อชั่วโมง เป็นรถที่มีความคลาสสิก อีกทั้งราคาก็ไม่ได้แรงเกิน เพราะผลิตออกมาในจำนวนจำกัด จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

Ferrari 250 GTO (1962 – 1964)

เฟอร์รารี่ 250 จีทีโอ รถยนต์สมรรถนะสูง จากประเทศอิตาลี เป็นรถยนต์ประเภท GT  สำหรับรุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นโฉมแรกที่ใครจะได้ซื้อต้องได้รับการอนุมัติจาก เอ็นโซ เฟอร์รารี่ ผู้ก่อตั้งเสียก่อน มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้นะจ๊ะ ในปีแรกเฟอร์รารี่ 250 จีทีโอ ผลิตเพียงแค่ 36 คันในราคา $18,000 และใช้ชื่อโฉมว่า ‘Series I’  แต่ไม่นานนักหลังขายหมด เฟอร์รารี่ ก็ได้ทำการปรับแต่งตัวถังเพียงเล็กน้อย และยังเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Series II’ รวมถึงทำการผลิตรถเพิ่มเพียง 3 คันเท่านั้น รวมแล้วทั้งสองรุ่น เฟอร์รารี่ 250 จีทีโอ ผลิตออกมาเพียง 39 คันเท่านั้น!

Aston Martin DB5 (1963 – 1965)

หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง สายลับ 007  คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ เพราะนี่คือรถประจำตัวของบอนด์นั่นเอง Aston Martin DB5 รถสปอร์ตคูเป้สองประตู สัญชาติอังกฤษ มีความหรูหราและคลาสสิกเป็นอย่างมาก สำหรับรุ่นนี้มีอะไรที่แปลกตา และทันสมัยกว่ารถในยุคแรกๆ เลยก็ว่าได้ เบาะและประตูหุ้มด้วยหนังแท้ กระจกปรับไฟฟ้าที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ส่วนความเร็วอยู่ที่ 240 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 5,500 รอบต่อนาที

Shelby Cobra CSX2000 (1962) 

Cobra หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูกับรถยนต์ยี่ห้อนี้มากนัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่ารถคันนี้ถูกประมูลไปเมื่อปี 2016 ในราคา 12.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมภาษีนะจ๊ะ หากรวมแล้วก็จะอยู่ที่ 13.75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นรถที่แพงที่สุดในโลก แล้วอะไรถึงทำให้ราคามันแพงหูฉี่ขนาดนี้ ก็คงต้องบอกเลยว่ารถคันนี้ออกแบบโดย Carroll Shelby เจ้าของผู้ก่อตั้งบริษัท อีกทั้งรถคันนี้ยังเป็น Prototype คันแรกของ Cobra  ด้านสมรรถนะนั้นสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 246 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

Ford GT40 (1966 – 1968)

เป็นอีกรุ่นในตำนานของวงการรถแข่ง สำหรับ Ford GT40 ซึ่งนักแข่งรถตัวจริงนั้นจะรู้จักกันดีว่าเจ้ารุ่นนี้นั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน เพราะเจ้านี่เคยคว้าชัยชนะติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อนในการแข่งขัน Le Mans 24 ชั่วโมง โค่นแชมป์อย่าง  เฟอร์รารี่ ที่ชนะติดต่อกันมาถึง 6 ครั้ง เอาเป็นว่าไม่พูดเยอะเจ็บคอ สำหรับความพิเศษของรุ่นนี้ คือ ตัวเครื่อง  V8 ขนาด 4737 CC ซึ่งซ่อนอยู่ในรถที่มีความสูงเพียง 40 นิ้ว แจ่มไหมล่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าผู้ผลิต เขาผลิตเจ้านี้มาเพื่อนโค่นแชมป์เฟอรารี่โดยเฉพาะเลยนะ และก็ทำสำเร็จซะด้วยสิ

Lamborghini Miura P400 (1966 – 1969)

Lamborghini Miura P400 รถซูเปอร์คาร์ในตำนานจากค่ายกระทิงดุ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นต้นแบบและยังเป็นรุ่นแรกๆ ที่มีการวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางห้องเครื่อง อีกทั้งยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด V12 กำลัง 370 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. (186 ไมล์/ชม.) ปัจจุบันรถคันนี้มีมูลค่าสูงถึง $3.6 ล้านดอลลาห์สหรัฐ

BMW 2002 Turbo (1973 – 1974)

บีเอ็มดับเบิลยู อีกหนึ่งรถค่ายดังจากประเทศเยอรมัน สำหรับรถรุ่นนี้นั้น ถึงแม้ว่าโครงสร้างรถอาจจะไม่ดูโฉบเฉี่ยวถ้าเทียบกับค่ายอื่น แต่ต้องบอกเลยว่าสมรรถนะของมันไม่ธรรมดาจริงๆ BMW 2002 Turbo มาพร้อมกับเครื่องยนต์  4 สูบ 170 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งยังสามารถวิ่งได้ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 7 วินาที!

Porsche 911 Carrera 2.7 RS (1972 – 1974)

ปิดท้ายสุดยอดซูเปอร์คาร์ในยุคแรกจากแบรนด์ดังระดับโลกกันที่ พอร์ช คาร์เรรา RS 2.7 สำหรับเจ้าตัวนี้เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่ผลิตเพื่อนำมาเป็นรถแข่ง อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสม เพราะมีความคลาสสิก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสรรถนะของตัวเครื่องที่ดีไม่เบา โดยเจ้าตัวนี้มากับเครื่องยนต์ 6 สูบนอน 2,700 cc ผลิตแรงม้าได้ 210 แรงม้า ส่วนจุดเด่นของคาร์เรรา RS 2.7 ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญคือ สปอยเลอร์หลังทรงหางเป็ดที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นรุ่นใด

 

ข้อมูล : http://www.supercarworld.com

keyboard_arrow_up