ปลุกพลังนิวเจน! ชวนป้องกันมะเร็งจากเชื้อ HPV เชื้อก่อมะเร็งที่ติดได้ทั้งชาย – หญิง

ไวรัส HPV สาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก และยังเป็นตัวการก่อมะเร็งหลายชนิด ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ขอบอกเลยว่าโรคมะเร็งไม่ได้อยู่ห่างไกลจากชีวิตคนไทย เพราะรู้ไหมว่าในประเทศไทย โรคมะเร็งปากมดลูกพบบ่อยเป็นอันดับ 2 และมีหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยถึงวันละ 14 คน ทำให้คนรุ่นใหม่ทั้งชาย – หญิงออกมารณรงค์เรื่อง “NO HPV” ในโลกโซเชียลกันอย่างจริงจัง เพื่อกระตุ้นให้วัยรุ่นทั้งชายและหญิงหันมาดูแลตัวเอง โดยการฉีดวัคซีน HPV เพราะนอกจากจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งอวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนักได้อีกด้วย อีกทั้งในปัจจุบันหลายๆ ประเทศ ได้บรรจุวัคซีน HPV ให้เป็นวัคซีนพื้นฐาน เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็ง ซึ่งในประเทศไทยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีน HPV ฟรีให้กับนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นวัยเหมาะสมที่สุดในการรับวัคซีนนี้

หลายคนอาจคิดว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องไกลตัว หรือเขินอายที่จะไปฉีดวัคซีนป้องกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก โดยจากสถิติพบว่าผู้หญิงและผู้ชายในวัยผู้ใหญ่ มีโอกาสติดเชื้อ HPV 80-90%  และเกือบ 100% ของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ HPV เพราะเป็นเชื้อที่ติดง่าย นอกจากเพศสัมพันธ์แล้ว ยังสามารถติดต่อทางการสัมผัสได้ด้วย และเมื่อติดเชื้อแล้ว จะไม่ปรากฏอาการ  ซึ่งเชื้อ HPV อาจแฝงอยู่ในร่างกายหลายปี ก่อนจะแสดงอาการออกมาเมื่อเป็นมะเร็งแล้วเท่านั้น ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชาย จึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งอวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนัก โดยหากได้รับวัคซีนตอนอายุยังน้อยหรือรับวัคซีน ก่อนการสัมผัสเชื้อ วัคซีนจะมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ได้สูง  

ปัจจุบัน แพทย์ทั้งในและต่างประเทศ แนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ตั้งแต่ในเด็กอายุ 9 ปี จนถึงผู้ใหญ่อายุ 45 ปี โดยการฉีดวัคซีนต้องฉีดให้ครบถ้วนทั้งหมด 3 เข็ม ในระยะเวลา 6 เดือน เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุด โดยจะเป็นการฉีดที่หัวไหล่ 

แม้ว่าเชื้อไวรัส HPV จะเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่ติดต่อกันได้ง่ายมาก แต่โรคมะเร็งจากเชื้อ HPV ก็เป็นโรคมะเร็งที่เราสามารถป้องกันได้ ดังนั้นเราจึงควรหันมาให้ความใส่ใจในการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการรักษามะเร็งในอนาคตอย่างแน่นอน แอบกระซิบว่าใครที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรืออายุมาก หรือเคยติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ก็สามารถฉีดได้นะ เพื่อป้องกันสายพันธุ์อื่นที่อาจติดในอนาคต สามารถเข้ารับคำปรึกษาแพทย์หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อรับการฉีดวัคซีนได้ที่ โรงพยาบาลพญาไท1 หรือโรงพยาบาลทั่วประเทศ http://bit.ly/2qXgEI3

มาป้องกันมะเร็งจากเชื้อไวรัส HPV กันนะ

#กลัวมะเร็งอย่าละเลยHPV #มะเร็งจากไวรัสHPVป้องกันได้

keyboard_arrow_up