พลังใจมาเต็ม! เจาะมุมมองชีวิตและการทำงาน 4 ผู้บริหารหญิงแกร่ง ดีกรีแม่ทัพ ปตท.

นี่คือบทสัมภาษณ์ที่ทำให้เราเห็นถึง พลังของผู้บริหารหญิงที่อยู่ในแวดวงไม่ธรรมดาอย่างเรื่องพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หนึ่งในองค์กรที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้มีโอกาสอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการทำงาน เห็นได้จากบทสัมภาษณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในการทำงาน ซึ่งเกิดจากมุมมองการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่เก่ง แกร่ง และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นคนทำงานแถวหน้าได้อย่างแท้จริง

พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท.

หนึ่งในทีมผู้บริหารหญิงที่ทำหน้าที่ดูแลการเงินและบัญชีขององค์กรที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ชื่นชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งการท่องเที่ยวและติดตามเทคโนโลยี และนำมาปรับใช้กับงานและสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต 

ด้วยความที่งานค่อนข้างเครียด ช่วงวันหยุดมักหาโอกาสผ่อนคลายด้วยการเดินทางท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้เวลาว่างหาข้อมูลท่องเที่ยวแล้วชวนเพื่อน ๆ ไปด้วยกัน สิ่งที่ชื่นชอบคือการท่องเที่ยวทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นและเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 เวลาเดินทางและได้เห็นชาวบ้านที่ลำบาก รู้สึกเห็นใจและอยากช่วยสนับสนุน ดังนั้นในช่วงนี้เวลาที่เดินทางท่องเที่ยวก็จะโพสต์ชวนเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวให้ไปเที่ยวเมืองไทยกันเยอะ ๆ เพื่อช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

หากพูดถึง ปตท. นอกจากการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศแล้ว ปตท. ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เป็นแรงขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งยังนำไปใช้ดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ปตท. ก็เป็นหนึ่งในกลไกของรัฐที่ดำเนินตามนโยบาย Restart Thailand ด้วยมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน เช่น การจ้างงานของกลุ่ม ปตท. มากกว่า 25,000 อัตรา (ปี2563 2564) สนับสนุนให้พนักงานท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นต้น ในส่วนของ ปตท. เองก็ต้องรักษาสภาพคล่อง วางแผนการใช้เงิน และการจัดหาเงินอย่างรอบคอบ เพราะไม่รู้ว่าวิกฤติครั้งนี้จะมีผลกระทบยาวนานขนาดไหน เราจึงต้องรักษาความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเงิน  รักษาวินัยทางการเงิน สร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งนี้สายงานการเงินและการบัญชีมีบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดกลยุทธ์และนโยบายองค์กรในภาวะวิกฤติ เช่น ลด ละ เลื่อน ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน จัดลำดับความจำเป็นของการลงทุน รวมถึงมีแผนบริหารความเสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอน 

เช่น เราเตรียมจัดหาเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ โดยได้จัดหาเงินล่วงหน้า (PreFund) ผ่านการออกหุ้นกู้ทั้งสกุลเงินบาทและเหรียญสหรัฐ ช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม จำนวน 56,000 ล้านบาท รักษาอันดับความน่าเชื่อถือของ ปตท. ให้มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นกู้ วิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงของคู่ค้าและลูกค้า โดยจ่ายเงินให้คู่ค้าตามกำหนดเวลา ดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และมีมาตรการให้ความช่วยเหลือคู่ค้าที่เหมาะสม เรียกได้ว่า ‘ช่วยเขาด้วย  ช่วยเราด้วย’ และ ปตท. ขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคธุรกิจสามารถฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ 

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนรู้และเข้าใจดีคือ โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัว ไม่เว้นแม้แต่งานการเงินและบัญชีที่ดิฉันดูแลอยู่ เราจึงต้องศึกษาและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต เช่น FinTech, Big Data เป็นต้น ซึ่ง ปตท. ได้นำเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) มาช่วยทำงานด้านบัญชีในส่วนงานที่ทำซ้ำๆ ไม่มีความซับซ้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาการทำงาน เพราะ RPA ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

สิ่งที่สำคัญและท้าทายมากไม่แพ้เรื่องอื่นๆ คือ การเตรียมความพร้อมของพนักงานในสายงานการเงินและบัญชี ซึ่งมีจำนวนกว่า 300 คน ต้องสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงาน (UpSkill) พร้อมทั้งยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้น (ReSkill) ให้มีความพร้อมทำงานในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นรอบตัวให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนจึงเชื่อมั่นว่า ปตท. ในฐานะองค์กรชั้นนำของประเทศ  มีความแข็งแกร่ง  ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง สามารถบริหารจัดการด้านการเงินภายใต้ภาวะวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพียงพนอ บุญกล่ำ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกฎหมาย ปตท.

ปัจจุบันประเทศไทยมี CEO และผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้หญิงสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นอันดับ 2 ของโลก ดังนั้นในการทำงานทุกวันนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะฝึกฝนหรือพัฒนาตัวเองอย่างไร

“ดิฉันชอบการอ่านหนังสือและการเดินทางท่องเที่ยวมาก ซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นการไปเที่ยว  แต่รวมถึงการเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ สมัยอายุยังน้อยก็ชอบธรรมชาติ แต่พอมีอายุหน่อยก็มีความสนใจหลากหลายขึ้น ชอบศึกษาและเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ผู้คน ศิลปะ วัฒนธรรม เมื่อประกอบกับการชอบอ่านหนังสือทำให้เราเห็นโลกกว้าง เข้าใจผู้คนมากขึ้น เมื่อโลกเรากว้าง ใจก็กว้างขึ้นด้วยเช่นกัน 

ยิ่งเราทำงานด้านกฎหมายด้วยแล้ว ยิ่งต้องเปิดใจรับฟังและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนอาจไม่เห็นว่ากฎหมายสำคัญกับชีวิต ทั้งที่ชีวิตผู้คนยุ่งเกี่ยวกับกฎหมายตลอดเวลา ยิ่งสังคมซับซ้อน ยิ่งมีปัญหายากขึ้น เราจึงได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องประเด็นทางกฎหมายบ่อยขึ้น 

แค่ขับรถออกจากบ้านก็เจอกฎหมายจราจรแล้ว คนทำธุรกิจอาจเจอปัญหาปลดพนักงานออก ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน หรือถ้าต้องเลิกกิจการ ก็เกี่ยวข้องกับกฎหมายล้มละลายฟื้นฟูกิจการ หรือแม้จะไม่ได้ทำธุรกิจ ก็มี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่าโพสต์แบบไหนผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

จะเห็นว่าชีวิตเราอยู่กับกฎหมายตลอดเวลา ซึ่งกฎหมายเมืองไทยมีเยอะมาก เราจำได้ไม่หมดหรอก แต่นักกฎหมายถูกฝึกให้คิดถึงเหตุผลการออกกฎหมายแต่ละฉบับว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร กฎหมายบางฉบับไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เมื่ออ่านแล้วจะเข้าใจว่า วัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้นๆ เพื่ออะไร ซึ่งคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมายมักบ่นว่ากฎหมายพูดถึงอะไร เขาไม่เข้าใจภาษานักกฎหมาย

ดิฉันจึงได้เริ่มเปิดเพจในเฟซบุ๊ก ‘In House : Matters that Matter เขียนบทความอ่านง่ายๆ ให้นักกฎหมายภายในหรือ Inhouse Lawyers นำไปใช้ แต่พอเกิดโควิด-19 ธุรกิจได้รับผลกระทบมาก กิจการต่างๆ ทยอยปิดตัวลง สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีแนวคิดรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ด้านต่างๆ รวมทั้งผู้ที่จะสื่อความด้านกฎหมายมาร่วมกันทำเพจ ‘ห่วงใย Thai Business เรารับจัด Legal in Action ตั้งใจพูดเรื่องกฎหมายให้ฟังเข้าใจง่ายๆ นำไปใช้กับธุรกิจได้ โดยไลฟ์สดหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากเดิม 45 นาที มีคนติดตามเฉลี่ยในแต่ละตอน 4 5 พันคน ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ต่อไปเราจะทำเป็นพ็อดแคสต์สั้นๆ 1530 นาทีให้ได้ฟังด้วย

ในฐานะที่ดิฉันทำงานด้านกฎหมายมานาน และดูแล ปตท. ซึ่งเป็นทั้งรัฐวิสาหกิจ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สำนักกฎหมายของเรามีจำนวนนักกฎหมาย เทียบเท่าสำนักงานกฎหมายขนาดกลาง เนื่องจากมีกฎหมาย กติกา และธุรกรรมมากมาย จึงแบ่งการทำงานออกเป็นฝ่ายต่างๆ เหมือนสำนักงานกฎหมาย ทั้งฝ่ายดูแลคดี ดูแลสัญญา ดูแลการลงทุน หน่วย Compliance และหน่วยให้บริการด้านกฎหมายกับบริษัทในเครือ ถ้าขยายการลงทุนกับต่างประเทศ จำเป็นต้องประสานนักกฎหมายต่างประเทศหรือพึ่งพานักกฎหมายภายนอก ถ้ามีประเด็นใหญ่ๆ เกิดขึ้นกับบริษัทในเครือที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เราก็ต้องให้คำปรึกษาด้วย เรียกได้ว่ามีงานเต็มมือ

แต่งานที่ถือเป็นความท้าทายอย่างมากคืองานบริหาร โดยเฉพาะการสร้างคนรุ่นใหม่ให้สามารถนำพาและเป็นคู่คิดให้กับคนในองค์กรเพื่อก้าวไปข้างหน้า โดยมีฝ่ายกฎหมายช่วยระวังหลังให้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน  ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันและท้าทายมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับดิฉันว่าเราจะสร้างคนรุ่นใหม่แบบไหน อย่างไร 

“เรื่องสำคัญที่สุดคือการปรับ Mindset ว่าโลกภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ต้องยอมรับว่าทุกคนมีข้อผิดพลาดได้ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องทุจริต รวมทั้งการลดขั้นตอนการบริหารจัดการ เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจ ส่วนเราทำหน้าที่เป็นโค้ช นอกจากนี้สำนักกฎหมายและนักกฎหมายต้องเข้าใจการทำธุรกิจสามารถเป็นคู่คิดได้ ขณะเดียวกันต้องรู้ว่าเส้นแบ่งไหนอันตราย ข้ามไม่ได้ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึกเรื่อยๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าในอนาคต”

อรวดี โพธิสาโร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร ปตท.

กิจกรรมที่ดิฉันชอบทำคือการไปเที่ยวพร้อมกับหาของอร่อยๆ ทานกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เพราะเป็นคนชอบชิม ถ้าทราบว่าร้านไหนอร่อยจริง ต่อให้ไปไกลขนาดไหนหรือต้องรอเป็นชั่วโมงก็ไป ถือเป็นการปลดปล่อยและสอนให้รู้จักความอดทน ซึ่งการรอแบบนี้ก็ทำให้เราเข้าใจลูกน้องด้วย เพราะบางครั้งกว่าเขาจะส่งงานให้เราได้ เขาเองก็ต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นเหมือนกัน การที่เราไปเร่งก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งรอคิวร้านอาหาร เพราะเร่งไป เมื่อไม่ได้ก็คือไม่ได้ ต้องรู้จักปล่อยวาง 

นอกจากนี้ดิฉันยังให้ความสำคัญกับสุขภาพ ยอมรับว่าเมื่อก่อนไม่ชอบออกกำลังกาย แต่พอคิดว่าถ้าตัวเราไม่ทำแล้วใครจะทำแทนได้ จึงชอบออกกำลังกายมาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งทำแล้วเห็นผล ยิ่งตั้งใจทำมากขึ้น  เวลาทำสิ่งใดจึงชอบมองเห็นผลที่จะได้ เพราะความตั้งใจอยู่ที่ตัวเรา ซึ่งตรงนี้สามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้ด้วย เพราะงานด้านกลยุทธ์องค์กรคือการวางทิศทางการดำเนินธุรกิจหรือประเมินสภาพธุรกิจในอนาคต โดยใช้ข้อมูลที่คาดว่ามีโอกาสจะเกิด รวมทั้งประมวลจากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่า ธุรกิจที่องค์กรทำนั้นจะไปต่อในระยะยาวได้แค่ไหน หรือถ้าธุรกิจปัจจุบันไม่ตอบโจทย์ ในอนาคต เราจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ว่าจะทำแผนธุรกิจอย่างไรให้สามารถเสริมสร้างให้องค์กรได้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งแต่ละกลยุทธ์นั้นมีรายละเอียดและการนำไปใช้หลายระดับ ขึ้นอยู่กับการวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งต้องมีการทบทวนกลยุทธ์เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นการคาดการณ์ถึงผลที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง 

สำหรับกลยุทธ์ธุรกิจประจำที่ทุกบริษัทหรือองค์กรต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันคือ การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่พอเกิดวิกฤติโควิด-19 ซึ่ง ปตท. เองไม่เคยเจอมาก่อน  ส่งผลให้มีการลดการใช้พลังงาน ราคาน้ำมันและพลังงานตกลง การวางแผนอนาคตขององค์กรที่เราต้องมองล่วงหน้าสิบปี ในปีนี้เราจึงต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่หมด พร้อมกับนำกลยุทธ์ 4R ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้มองทั้งระยะสั้นและระยะยาวมาใช้ในวิกฤตินี้

4R ประกอบด้วย Resilience  ต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์  เช่น  ปตท. มองว่าวิกฤติโควิด-19 จะทำให้ภาวะต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศแย่ไปถึงสองปี หลักสำคัญในเวลานี้คือบริหารการเงินใช้อย่างระมัดระวัง ต้อง ลด  ละ  เลื่อน ดูว่าสิ่งใดต้อง ลดคือทำน้อย สิ่งใดที่ไม่ต้องการทำเลยคือละ และอะไรที่ต้องทำแต่เลื่อน ออกไปก่อนได้ สิ่งสำคัญในการทำให้กลยุทธ์นำไปสู่การปฏิบัติได้คือ ข้อมูลที่เรานำไปบอกคนอื่นหรือหน่วยงานอื่นๆ ต้องมีน้ำหนักพอที่จะทำให้เขาเชื่อว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงและเข้มข้นในระดับใดและควรเข้าไปดำเนินการอย่างไร Restart เมื่อทุกอย่างพร้อมกลับสู่สภาพปกติ ปตท.  ต้องพร้อมทำงานทันที บริษัทในเครือของเราทำธุรกิจคล้ายกันจำนวนมาก จึงต้องมาคุยกันมากขึ้นว่าจะบริหารองค์กรร่วมกันอย่างไร เป็นต้น  Re-imagination คือการจินตนาการว่าในอนาคตของ ปตท. ควรทำอะไรเพื่อรับกับ New Normal อย่างช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันลดลง และมีโอกาสที่ราคาจะขึ้นไประดับเดิมได้ยากมาก เพราะเป็นการปรับเปลี่ยน Demand/Supply อย่างฉับพลัน เมื่อก่อนสินค้าล้นตลาดจนไม่จำเป็นต้องผลิตเอง อาจนำเข้าจากประเทศที่มีฐานการผลิตต้นทุนต่ำ เช่น จีน แต่ทุกวันนี้โลจิสติกส์ระหว่างประเทศยังมีปัญหา หลายประเทศจึงต้องสร้างฐานการผลิตของตัวเองขึ้นมาเอง และ Reform คือปรับกระบวนการโครงสร้างและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความเป็นไปได้  เช่น New Energy, Battery & Hydrogen Fuel Oil หรือแม้กระทั่งธุรกิจ Life Science ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เมื่อเราวางกลยุทธ์แล้ว ต้องมีการติดตามผลอย่างจริงจังด้วย ถ้าทำแล้วดี ได้ตามเป้า ก็ดำเนินต่อไป  ถ้าไม่ดีต้องมาทบทวนกันใหม่ การทำหน้าที่วางกลยุทธ์จึงต้องประมวลผลการดำเนินงานของทุกฝ่ายในองค์กรได้ทั้งหมด

ดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กำกับดูแลองค์กรและกิจการสัมพันธ์ ปตท.

ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของดิฉันค่อนข้างเป็นไปตารมเทรนด์ในแต่ละยุคสมัย สมัยเด็กมีซีรี่ส์ญี่ปุ่นฮิตกันทั่วเมืองเรื่อง ยอดหญิงสิงห์สนาม ที่นางเอกมุ่งมั่นฝ่าฝันอุปสรรคจนเป็นแชมป์เทนนิส รู้สึกอยากเก่งอย่างนางเอกบ้าง ก็ไปฝีกเรียน แข่งรายการต่างๆ กลายเป็นกีฬาที่คลั่งไคล้ตลอดจนมาถึงวัยทำงาน

ในช่วงวัยทำงานเขาฮิตกอล์ฟกับดำน้ำ ก็ไปเรียน เมื่อมาเป็นผู้บริหารจะเน้นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เช่น การปั่นจักรยาน การทำกิจกรรมยามว่างทำให้ได้เรียนรู้ว่า เมื่อเราสนใจอะไรและตั้งใจเรียนรู้สิ่งนั้น เท่ากับเป็นการฝึกทักษะ เปิดประสบการณ์ มุมมอง แนวคิด ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานได้เสมอ เช่น เทนนิส ทำให้เราได้ฝึกวางแผนกลยุทธ์ การดำน้ำเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ได้เห็นวิถีชีวิตของสรรพสิ่งใต้น้ำที่แตกต่างไป ทำให้เข้าใจและยอมรับความแตกต่างของผู้คนได้มากขึ้น การปั่นจักรยานที่สนามบินสุวรรณภูมิที่มีความยาว 23.5 กิโลเมตร เมื่อเข้าในสนามแล้วต้องปั่นให้จบ เป็นการฝึกความมุ่งมั่นอดทนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

 หลายคนชอบถามว่าการเป็นผู้บริหารหญิงในองค์กรด้านพลังงานที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นสายงานของผู้ชาย ต้องมีวิธีคิดและวางตัวต่างออกไปไหม อยากจะบอกว่าการที่เราจะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนา เพิ่มความรู้ความสามารถ ให้เขามั่นใจว่าเราสามารถรับผิดชอบงานระดับสูงได้ โชคดีที่ดิฉันเรียนด้านวิศวกรรมและการบริหารมา ทำให้เข้าใจในธุรกิจขององค์กรและสามารถบริหารงานได้ไม่ยากเกินไป เริ่มตั้งแต่สมัยทำงานเป็นวิศวกรโรงกลั่นน้ำมัน จนมาทำงานบริหารในสายธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี ก่อนจะย้ายมาทำงานในตำแหน่งปัจจุบัน โชคดีที่ ปตท. และองค์กรหลายๆ แห่งของบ้านเราทุกวันนี้ให้โอกาสผู้หญิงมากกว่าแต่ก่อน โดยดูจากความสามารถมากกว่าจะมองว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ก็อยากเห็นว่าสักวันหนึ่ง CEO ปตท. จะเป็นผู้หญิง 

หลักสำคัญที่ดิฉันนำมาใช้ในการบริหารเสมอๆ คือ ต้องตัดสินใจให้ทันเวลาบนพื้นฐานข้อมูลและข้อเท็จจริงมากที่สุด ต้องตั้งเป้าหมายความสำเร็จที่ชัดเจนร่วมกับทีมงาน เปิดรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อกังวล  และคอยสนับสนุนพวกเขาให้ทำงานได้อย่างราบรื่น

งานที่รับผิดชอบมี 3 งานหลัก ได้แก่ งานกำกับกับดูแลธรรมาภิบาลขององค์กร (Governance, Risk, Compliance) ที่มุ่งเน้นให้มีการกำกับดูแลอย่างเหมาะสมในกระบวนการทำงานทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด ทุจริต หรือการทำผิดกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ส่วนที่สองคือ งานกิจการเพื่อสังคม พัฒนาชุมชนและสังคมให้เติบโตไปพร้อมกับการเติบโตทางธุรกิจของ ปตท. อย่างยั่งยืน ส่วนสุดท้ายคือ งานบริหารชื่อเสียงองค์กร  ซึ่งต้องสื่อสารให้เข้าถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ให้เขาเข้าใจตัวตนและบริบทขององค์กร เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมของ ปตท. เพื่อให้เขาชื่นชอบและสนับสนุนการทำธุรกิจของ ปตท. ต่อไป 

เราได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในการทำงาน เช่น การทำระบบรับข้อร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสทุจริตผ่านระบบออนไลน์ และใช้ Data Analytic เพื่อจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว  รวมทั้งนำความรู้ความสามารถเรื่องเทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ และการบริหารจัดการมาประยุกต์ ใช้ในโครงการ ‘ชุมชนยิ้มได้’ ที่ ปตท. ได้ริเริ่ม โดยมี  2 โครงการหลัก คือ

Smart Farming เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเกษตรกรลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลิตผล เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ใช้กับเครื่องมือเกษตรกรรม การใช้โดรนวิเคราะห์พื้นที่ รดน้ำและปุ๋ย 

Smart Marketing เป็นการทำแพลตฟอร์มออนไลน์ www.ชุมชนยิ้มได้.com เพื่อให้ชุมชนนำผลผลิตมาโพสต์ขาย ช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าและแพ็คเกจ รวมทั้งการจัดส่งและการตลาดออนไลน์ 

เชื่อมั่นว่าการพัฒนาชุมชนและสังคมในรูปแบบการมีส่วนร่วมจะส่งผลให้สังคม ชุมชน และประเทศมีความยั่งยืน

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!